วัน: 27 กุมภาพันธ์ 2026

คนร้ายลอบบึม รถตำรวจส่งผู้ต้องหา สภ.ยะหา ริมถนนยะลา

เกิดเหตุระทึกใจในจังหวัดยะลา เมื่อคนร้ายลอบบึม รถตำรวจส่งผู้ต้องหา สภ.ยะหา ริมถนนยะลา แต่โชคดีที่พลาดเป้าหมาย ทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ มีเพียงชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์ตกใจจนล้มได้รับบาดเจ็บเพียงรายเดียว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนใต้

หลุมระเบิดจากเหตุคนร้ายลอบบึมรถตำรวจ สภ.ยะหา ริมถนนยะลา

คนร้ายลอบบึม รถตำรวจส่งผู้ต้องหา สภ.ยะหา ริมถนนยะลา

เวลา 15.10 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้รับแจ้งเหตุระเบิดบริเวณโค้งบ้านหัวเขา ถนนทางหลวงหมายเลข 4065 สายบ้านเนียง – ยะหา พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบรุดไปตรวจสอบทันที

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ชุดเจ้าหน้าที่ที่รุดไปประกอบด้วย พ.ต.อ.ปิยะภัทร ทองพันเลิศกุล รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา, พ.ต.อ.พรชัย เกื้อเม่ง ผกก.ปพ.ภ.จว.ยะลา/ผบ.ฉก.ตร.ยะลา 91, พ.ต.อ.โฆษิต เบญจกุล ผกก.สภ.ลำใหม่, นายวิมุติ อำนักมณี นายอำเภอเมืองยะลา รวมทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ชุดเก็บกู้ EOD ศรชัย และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10

  • พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ เศษหินกระจาย
  • รถจักรยานยนต์ล้ม 1 คัน
  • ผู้บาดเจ็บหญิง 1 ราย อายุ 30-35 ปี ครูฝึกสอน บาดเจ็บที่ขา

เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่ทับทิมยะลาและอบต.ยะลา นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา อาการปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลุมระเบิดคนร้ายลอบบึมรถตำรวจ สภ.ยะหา

พ.ต.อ.โฆษิต เบญจกุล ผกก.สภ.ลำใหม่ ระบุว่า คนร้ายลอบบึม รถตำรวจส่งผู้ต้องหา สภ.ยะหา ริมถนนยะลา ขณะขับผ่านเพื่อกลับสถานี แต่ระเบิดพลาดเป้า ชาวบ้านตกใจล้มรถเท่านั้น ชุด EOD กำลังตรวจสอบระเบิดอย่างละเอียดเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำ

รถจักรยานยนต์ล้มจากเหตุระเบิดคนร้ายลอบบึม สภ.ยะหา

เจ้าหน้าที่สั่งปิดถนนชั่วคราวช่วงโค้งบ้านหัวเขา – บ้านเนียง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัย ในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างยะลา เหตุการณ์แบบนี้ยังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แสดงถึงความท้าทายด้านความมั่นคง แม้เจ้าหน้าที่จะเพิ่มมาตรการลาดตระเวนและตรวจสอบ แต่คนร้ายยังคงใช้วิธีลอบโจมตีแบบนี้

จากข้อมูลในอดีต เหตุระเบิดมักมุ่งเป้าที่เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างความหวาดกลัว แต่ครั้งนี้พลาดเป้า โชคดีที่ไม่มีสูญเสียชีวิต ทำให้ชาวบ้านโล่งใจ แต่ก็ต้องระวังตัวมากขึ้น ประชาชนควรหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง รายงานสิ่งผิดปกติให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที และติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

เหตุการณ์คนร้ายลอบบึม รถตำรวจส่งผู้ต้องหา สภ.ยะหา ริมถนนยะลานี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความสงบสุขยังต้องร่วมมือกันรักษา คุณคิดว่ามาตรการใดจะช่วยลดเหตุรุนแรงได้บ้าง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ นะครับ

ที่มา – คนร้ายลอบบึม รถตำรวจส่งผู้ต้องหา สภ.ยะหา ริมถนนยะลา แต่พลาดเป้าหมาย

Firhill เจ้าภาพนัดชิง Caley Thistle vs Rovers สด BBC

Firhill เจ้าภาพนัดชิง Caley Thistle vs Rovers สด BBC สนาม Wyre Stadium ของ Partick Thistle ที่ Firhill ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ KDM Evolution Trophy ระหว่าง Inverness Caledonian Thistle หรือ Caley Thistle กับ Raith Rovers หรือ Rovers นัดนี้จะถ่ายทอดสดทาง BBC Alba ในวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน เวลา 16:10 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร (BST)

Firhill เป็นเจ้าภาพนัดชิง Caley Thistle vs Rovers สด BBC

ทั้งสองทีมต่างหวังจะคว้าแชมป์ Challenge Cup หรือถ้วยสำหรับสโมสร Scottish Professional Football League (SPFL) ที่อยู่ต่ำกว่า Premiership มาครองเป็นสมัยที่ 4 นี่เป็นนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกภายใต้รูปแบบใหม่ที่เริ่มด้วยเฟสลีกสไตล์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก พร้อมสปอนเซอร์ใหม่ KDM Evolution ทำให้การแข่งขันน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

Neil Doncaster CEO ของ SPFL กล่าวว่า “นี่จะเป็นนัดที่สูสีแน่นอน เมื่อทั้งสองทีมแข่งขันเพื่อเป็นผู้ชนะรายแรกของถ้วยรางวัลใหม่ที่ยิ่งใหญ่ของเรา”

เส้นทางสู่รอบชิงของ Caley Thistle

Caley Thistle ทีมนำตาราง League 1 ภายใต้การนำของ Scott Kellacher กำลังมองหาการคว้าถ้วยนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 ที่ต้องแบ่งแชมป์กับ Rovers เนื่องจากฤดูกาลถูกยกเลิกเพราะโควิด พวกเขาท็อปเฟสลีกด้วยสถิติชนะ 100% จากนั้นถล่ม Dumbarton 9-0 ก่อนเอาชนะ Stenhousemuir คู่แข่งเลื่อนชั้น League 1 และสองทีม Championship คือ Partick Thistle กับ Ayr United ที่สนามของคู่แข่งทั้งหมด

เส้นทางของ Raith Rovers

Rovers ทีมจาก Championship เข้าชิงเป็นครั้งที่ 3 ใน 5 ฤดูกาล ล่าสุดคว้าแชมป์ปี 2022 ทีมจาก Kirkcaldy ภายใต้ Dougie Imrie ได้ bye ในเฟสลีก เอาชนะ Hamilton Academical กับ Queen of the South จาก League 1 ก่อนตบ Queen’s Park กับ Airdrieonians จาก Championship

การแข่งขันฤดูกาลนี้มีการแจกรางวัลรวมกว่า 1.25 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นกว่า 50% จากฤดูกาลก่อน แชมป์จะได้ 150,000 ปอนด์ รองชนะเลิศ 100,000 ปอนด์ สร้างแรงจูงใจให้ทีมต่างๆ สู้เต็มที่

ประวัติศาสตร์และความน่าสนใจ

  • Scottish Challenge Cup: ถ้วยรุ่นน้อง Scottish Cup ที่เปิดกว้างสำหรับทีมลีกล่าง
  • Scottish Championship: ลีกที่ Rovers อยู่ ปะทะ League 1 ของ Caley Thistle
  • Partick Thistle: เจ้าของสนาม Firhill แม้ไม่ได้เข้ารอบชิง
  • Scottish Football: กำลังร้อนแรงด้วยการแข่งขันทุกระดับ
  • Raith Rovers และ Inverness Caledonian Thistle: คู่ปรับเก่าในนัดชิง

Firhill เจ้าภาพนัดชิง Caley Thistle vs Rovers สด BBC จะเป็นแมตช์ที่แฟนบอลไม่ควรพลาด เพราะทั้งสองทีมฟอร์มร้อนแรง Rovers คร่ำหวอดในรอบชิง ขณะที่ Caley Thistle โชว์พลังบุกถล่มคู่แข่ง นอกจากนี้ การถ่ายทอดสด BBC Alba ทำให้เข้าถึงได้ง่ายทั่วสกอตแลนด์

นัดนี้ไม่ใช่แค่นัดชิง แต่เป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของถ้วยรางวัลที่อัปเกรดทั้งรูปแบบและเงินรางวัล สนาม Firhill ที่จุผู้ชมได้พอเหมาะ จะสร้างบรรยากาศสุดมันส์ให้กับแฟนๆ ที่มาร่วมเชียร์

สำหรับแฟนฟุตบอลสกอตติช ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือเช็คข่าว Premiership, Old Firm, Hearts และอื่นๆ ที่กำลังร้อนแรง อย่าลืมตั้งนาฬิกาไว้ 5 เมษายนนี้เพื่อไม่พลาด Firhill เจ้าภาพนัดชิง Caley Thistle vs Rovers สด BBC – นี่อาจเป็นนัดประวัติศาสตร์ของฤดูกาล!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“หนู-จ๋า” เยือนเมืองแพร่ นำคณะห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ

การเดินทางครั้งล่าสุดของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และภริยา ได้กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อ “หนู-จ๋า” เยือนเมืองแพร่ นำคณะห่มผ้าพระธาตุช่อแฮหนุนวัฒนธรรมล้านนา สร้างความประทับใจให้ชาวแพร่และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พิธีศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่เพียงเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นการแสดงถึงความเคารพต่อมรดกวัฒนธรรมล้านนาที่งดงาม

“หนู-จ๋า” เยือนเมืองแพร่ นำคณะห่มผ้าพระธาตุช่อแฮหนุนวัฒนธรรมล้านนา

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ นายกรัฐมนตรีพร้อมนางสาวธนนนท์ นิรามิษ หรือที่รู้จักในชื่อ “หนู-จ๋า” และคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาร่วมพิธี “สักการะและห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569” บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนและกลุ่มนางรำพื้นเมืองได้ต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยการฟ้อนไหว้สาปูจา

ไฮไลท์สำคัญคือการที่นายกฯ สวมชุดหม้อห้อมผ้าพื้นเมืองเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายแบบล้านนาโบราณ ผสมผสานลายผ้าทอมือที่สวยงาม ชุดนี้ไม่เพียงแสดงถึงความสวยงาม แต่ยังช่วยอนุรักษ์อาชีพทอผ้าของชาวบ้านท้องถิ่น การห่มผ้าพระธาตุช่อแฮเป็นประเพณีเก่าแก่ที่เชื่อว่าช่วยเสริมสิริมงคลและปกป้องเมืองแพร่ให้พ้นภัย

นัยสำคัญของ “หนู-จ๋า” เยือนเมืองแพร่ นำคณะห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ

การเยือนครั้งนี้มีนัยทางการเมืองอย่างชัดเจน โดยมีนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือ “แม่เลี้ยงติ๊ก” แกนนำพรรคภูมิใจไทย พร้อมส.ส.แพร่ป้ายแดง 2 คน คือ นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ (เขต 1) และนายชนาธิป ศุภศิริ (เขต 2) มารอต้อนรับ นายกฯ ได้ร่วมอัญเชิญผ้าห่มพระธาตุขึ้นบันไดเสือ ประกอบพิธีอย่างเคร่งขรึม ก่อนกราบนมัสการพระโกศัยเจติยารักษ์ เจ้าอาวาสวัด ซึ่งทักทายภริยานายกฯ ว่าพระธาตุแห่งนี้เป็นของคนปีขาล สร้างความยินดีให้คณะอย่างมาก

ประวัติศาสตร์และความสำคัญของพระธาตุช่อแฮ

พระธาตุช่อแฮเป็นโบราณสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองแพร่ สร้างขึ้นในสมัยพระยาพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย มีความสูง 21 เมตร ล้อมรอบด้วยบันไดนาคสวยงาม เชื่อว่าบรรจุพระเกสรธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พิธีห่มผ่าประจำปีดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาจำนวนมาก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะการขายตุงหลวงและของที่ระลึก

  • ประวัติพระธาตุช่อแฮ: สร้างกว่า 400 ปี ถือเป็นสัญลักษณ์วัฒนธรรมล้านนา
  • พิธีห่มผ้า: จัดทุกปีเพื่อความเป็นสิริมงคล
  • ชุดหม้อห้อม: ผ้าทอมือลายเอกลักษณ์แพร่ สวมโดยนายกฯ ในครั้งนี้
  • กิจกรรมเสริม: แห่ตุงหลวงและฟ้อนรำพื้นเมือง

หลังพิธี นายกฯ มอบต้นยมหิน ต้นไม้ประจำจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนเดินทางต่อไปคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ สักการะอนุสาวรีย์เจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ และเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองแพร่แบบส่วนตัว นอกจากนี้ ยังมีสีสันจากนักเสี่ยงโชคที่จดเลขทะเบียนรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด 3 ขล 2499 กรุงเทพมหานคร ที่นายกฯ ใช้มา

วัฒนธรรมล้านนาในเมืองแพร่

จังหวัดแพร่เป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรมล้านนาอันเก่าแก่ มีวัดวาอารามและประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน การที่ “หนู-จ๋า” เยือนเมืองแพร่ นำคณะห่มผ้าพระธาตุช่อแฮหนุนวัฒนธรรมล้านนา ช่วยยกระดับการท่องเที่ยวและสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวพื้นเมือง ชุดหม้อห้อมที่สวมใส่เป็นตัวอย่างที่ดีในการส่งเสริม OTOP และอาชีพหัตถกรรม

นอกจากนี้ การเยือนยังสะท้อนนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคเหนือ โดยเฉพาะการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การเมืองท้องถิ่นก็คึกคัก เมื่อส.ส.พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วม แสดงถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่

การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงเป็นพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงระหว่างผู้นำประเทศกับประชาชน สร้างภาพลักษณ์ที่ใกล้ชิดและเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น หากคุณกำลังวางแผนท่องเที่ยวแพร่ อย่าพลาดวัดพระธาตุช่อแฮและพิธีประจำปีครั้งหน้า

ในมุมมองของผู้เขียน การเยือนของนายกฯ และ “หนู-จ๋า” เป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานการเมืองกับวัฒนธรรม ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีและประชาสัมพันธ์แพร่ให้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยม คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์ “หนู-จ๋า” เยือนเมืองแพร่ ครั้งนี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารวัฒนธรรมล้านนาเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – “หนู-จ๋า” เยือนเมืองแพร่ นำคณะห่มผ้าพระธาตุช่อแฮหนุนวัฒนธรรมล้านนา

สส.แบ่งเขต รายงานตัวสภาฯ 93คน รับรองกกต.207คน

สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน

ในช่วงที่การเมืองไทยกำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งใหญ่ สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความคืบหน้าของกระบวนการจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ภายในเวลาเพียง 2 วันแรก บรรยากาศที่รัฐสภาและสำนักงาน กกต. คึกคักไปด้วยว่าที่ สส. จากพรรคการเมืองชั้นนำที่ทยอยเดินทางมารายงานตัวและรับเอกสารสำคัญ

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็นวันแรกของการรับรายงานตัวอย่างเป็นทางการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดรับ สส.แบบแบ่งเขต หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจำนวน 396 คน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่นำทีมโดยผู้สมัครนายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย นำว่าที่ สส.เขต พรรคเพื่อไทย เข้าสักการะศาลพระพรหมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา ก่อนเดินทางเข้าห้องรายงานตัว ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวอย่างคับคั่ง

สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รายวันละเอียดย่อย

ตลอดทั้งวัน สส.จากพรรคต่างๆ ทยอยมารายงานตัวอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 16.30 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดรับรายงานตัวประจำวัน มียอดสะสมวันแรกและวันที่สองรวม 93 คน โดยเฉพาะวันที่สองมีเพิ่มอีก 46 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 28 คน พรรคภูมิใจไทย 11 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน สะท้อนให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของ สส.แต่ละพรรคในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สภา

  • พรรคเพื่อไทย: 28 คน (นำโด่ง)
  • พรรคภูมิใจไทย: 11 คน
  • พรรคประชาชาติ: 4 คน
  • พรรคกล้าธรรม: 2 คน
  • พรรคโอกาสใหม่: 1 คน

นอกจากนี้ ยังมี สส. จากพรรคอื่นๆ ที่ทยอยตามมา ทำให้ยอดรวมทั้งสองวันทะลุ 93 คนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ เพราะยังเหลือเวลาอีกหลายวันในการรายงานตัว

รับหนังสือรับรองจาก กกต. พุ่ง 207 คน ใน 2 วัน

ทางด้านสำนักงาน กกต. ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ก็คึกคักไม่แพ้กัน โดย สส.ที่ได้รับเลือกตั้งเดินทางมารับหนังสือรับรองผลการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง ในวันที่สองมีเพิ่มอีก 66 คน ส่งผลให้ยอดรวมอยู่ที่ 207 คน จากทั้งหมด 396 คนที่ กกต. รับรองแล้ว สำนักงาน กกต. เปิดให้มารับเอกสารได้ระหว่างวันที่ 2-6 มีนาคม 2567 เวลา 08.30-16.30 น. ที่ห้องรับรองชั้น 2

ความสำคัญของกระบวนการนี้ต่อการเมืองไทย

การที่ สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและรวดเร็วของระบบเลือกตั้งไทย ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ในเร็ววันนี้ หลังจากนั้นจะเป็นการเลือกประธานสภา วาระสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตา โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างพรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทย ภูมิใจไทย และพรรคอื่นๆ ที่จะกำหนดทิศทางรัฐบาล

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การรายงานตัวจำนวนมากในวันแรกๆ บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นของ สส.ในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชน นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือการร้องเรียนที่อาจล่าช้า หาก สส.ทั้ง 400 เขต (รวมบัญชีรายชื่อ) รายงานตัวครบ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันนโยบายสำคัญ เช่น เศรษฐกิจ การศึกษา และสวัสดิการสังคม

สำหรับกำหนดการต่อไป สภาฯ จะประกาศวันเปิดประชุมสมัยแรกตามรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะรัฐมนตรีให้ทันกรอบเวลา ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของประเทศ

สรุปแล้ว สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน เป็นข่าวดีที่บอกถึงความพร้อมของระบบประชาธิปไตยไทย ติดตามอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวการเมือง!

ที่มา – สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน

ปากีสถานเข้าสู่สงครามเปิดกับอัฟกานิสถาน ถล่มคาบูล

สถานการณ์ชายแดนปากีสถานและอัฟกานิสถานกำลังร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ล่าสุด ปากีสถานเข้าสู่สงครามเปิดกับอัฟกานิสถาน หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปากีสถานประกาศกร้าวชัดเจน โดยสั่งปฏิบัติการทางอากาศถล่มกรุงคาบูลและเมืองสำคัญหลายแห่ง เพื่อตอบโต้การโจมตีจากกลุ่มตาลีบัน ข่าวนี้สร้างความกังวลให้กับภูมิภาคเอเชียใต้และนานาชาติอย่างมาก

ปากีสถานเข้าสู่สงครามเปิดกับอัฟกานิสถาน

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายคาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปากีสถาน ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าประเทศของเขาอยู่ในภาวะ “สงครามแบบเปิด” กับอัฟกานิสถานแล้ว ความอดทนของปากีสถานหมดลง หลังจากเกิดการปะทะรุนแรงข้ามพรมแดนมาอย่างต่อเนื่องหลายเดือน แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายจะเคยตกลงหยุดยิงแบบเปราะบางในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่การเจรจาไม่เคยนำไปสู่ข้อตกลงถาวรได้

นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ย้ำยืนยันว่ากองทัพปากีสถานพร้อมเต็มที่ในการบดขยี้ศัตรูทุกชนิด และจะไม่ยอมประนีประนอมกับการคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ปากีสถานมองว่าตาลีบันในอัฟกานิสถานปล่อยปละละเลยให้กลุ่ม Tehrik-i-Taliban Pakistan (TTP) ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ต่อต้านปากีสถาน ใช้ดินแดนอัฟกานิสถานเป็นฐานที่มั่นในการโจมตี

การโจมตีของตาลีบันและการตอบโต้ทันที

ก่อนเกิดเหตุใหญ่ ฝ่ายตาลีบันอ้างว่าดำเนินปฏิบัติการตอบโต้เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันพฤหัสบดี โดยยึดจุดตรวจทหารปากีสถานได้ 19 แห่ง ฐานทัพอีก 2 แห่ง และสังหารทหารปากีสถาน 55 นาย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งอิสระ

กองทัพปากีสถานโต้แย้งทันทีว่า ตาลีบันเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อนโดยไม่มีเหตุผลยั่วยุ ในหลายพื้นที่ของจังหวัดไคเบอร์ปัคตูนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือ จากนั้นปากีสถานจึงเปิดปฏิบัติการทางอากาศใส่เป้าหมายในคาบูล กันดาฮาร์ และปักติกา เมื่อเช้ามืดวันศุกร์

พล.ต.อาห์เหม็ด ชารีฟ เชาดรี โฆษกกองทัพปากีสถาน ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวประสบความสำเร็จ โดยโจมตีเป้าหมายทางทหารของอัฟกานิสถาน 22 แห่ง สังหารนักรบตาลีบันกว่า 200 คน ขณะที่ฝั่งปากีสถานมีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 12 นาย

พื้นหลังความขัดแย้งยาวนาน

ความตึงเครียดระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานมีรากเหง้าลึกซึ้งมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะหลังจากตาลีบันยึดอำนาจอัฟกานิสถานในปี 2021 ปากีสถานหวังว่าตาลีบันจะช่วยกวาดล้าง TTP ซึ่งเป็นกลุ่มที่แยกจากตาลีบันอัฟกานิสถาน แต่กลับกลายเป็นว่าตาลีบันอัฟกานิสถานให้ที่พักพิงแก่ TTP ทำให้เกิดการโจมตีข้ามพรมแดนบ่อยครั้ง

  • ปากีสถานเคยดำเนินปฏิบัติการทางอากาศในอัฟกานิสถานหลายครั้งตั้งแต่ปี 2022
  • การเจรจาสันติภาพล้มเหลวซ้ำซาก
  • ชายแดน Durand Line ซึ่งยาว 2,640 กม. เป็นจุดปะทะหลัก

นอกจากนี้ ปากีสถานยังกังวลเรื่องผู้ลี้ภัยอัฟกานิสถานกว่า 1.7 ล้านคนในดินแดนของตน ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดัน

ผลกระทบและความเสี่ยงในภูมิภาค

การที่ ปากีสถานเข้าสู่สงครามเปิดกับอัฟกานิสถาน อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในเอเชียใต้ จีนซึ่งมีโครงการ CPEC ในปากีสถานอาจได้รับผลกระทบ อินเดียที่เป็นคู่อริปากีสถานอาจฉวยโอกาสขยายอิทธิพล ขณะที่นานาชาติอย่างสหรัฐฯ และรัสเซียจับตาด้วยความกังวล เนื่องจากอาจจุดชนวนผู้ก่อการร้ายล้นทะลัก

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าปากีสถานมีข้อได้เปรียบทางอากาศและอาวุธ แต่ภูมิประเทศอัฟกานิสถานที่ขรุขระและการสนับสนุนจากปากีสถานในอดีตต่อตาลีบัน อาจทำให้สงครามยืดเยื้อ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากไม่มีการแทรกแซงจากนานาชาติ ภูมิภาคนี้อาจเผชิญวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – รมว.กลาโหมปากีสถานลั่น “เข้าสู่สงครามเปิด” กับอัฟกานิสถาน หลังเปิดฉากถล่มคาบูล

ผลนับคะแนนใหม่ จ.สุพรรณบุรี บางหน่วยต่าง 100+ คะแนน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวสุพรรณบุรีและคนรักการเมืองไทย! วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เรื่อง ผลนับคะแนนใหม่ จ.สุพรรณบุรี บางหน่วยเลือกตั้งต่างจากเดิม 100 กว่าคะแนน นี่แหละครับ ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียล โดยเฉพาะเพจพรรคประชาชน สุพรรณบุรี ที่โพสต์ผลออกมาแบบชัดเจน หลังจาก กกต.สุพรรณบุรี สั่งนับคะแนนใหม่ตามคำร้องเรียน ทำให้คะแนนพลิกผันในบางหน่วยเลือกตั้งเลยทีเดียว

มาดูกันก่อนว่ามีหน่วยไหนบ้างที่โดนสั่งนับใหม่ สำหรับ ส.ส. แบ่งเขต 2 หน่วย คือ หน่วยที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง เขต 2 และหน่วยที่ 4 ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง เขต 2 ส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่อ 3 หน่วย ได้แก่ หน่วยที่ 11 ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี เขต 1, หน่วยที่ 1 ต.บางตาเถร เขต 2 และหน่วยที่ 4 ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า เขต 2 การนับใหม่นี้เกิดขึ้นเมื่อ 27 ก.พ. 2566 (หรือ 69 ตามปฏิทินไทย) เพื่อตรวจสอบความโปร่งใสหลังเลือกตั้งใหญ่

ผลนับคะแนนใหม่ จ.สุพรรณบุรี บางหน่วยเลือกตั้งต่างจากเดิม 100 กว่าคะแนน

ผลที่ออกมาทำให้แฟนๆ พรรคประชาชนยิ้มแก้มปริ เพราะคะแนนเพิ่มขึ้นชัดเจน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยลดลงแบบน่าตกใจ โดยเฉพาะในเขต 2 ที่เป็นสนามรบเดือด มาดูตัวเลขกันแบบละเอียดเลยครับ

ผลคะแนน ส.ส. แบ่งเขต เขต 2

  • หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง:
    พรรคประชาชน: เดิม 129 คะแนน → นับใหม่ 165 คะแนน (+36)
    พรรคภูมิใจไทย: เดิม 297 → 212 (-85)
  • หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง:
    พรรคประชาชน: เดิม 104 → 228 (+124)
    พรรคภูมิใจไทย: เดิม 427 → 263 (-164)

เห็นมั้ยครับ ต่างกันเกือบ 100-120 คะแนนต่อหน่วย! ถ้าผลรวมทั้งเขตเปลี่ยนแบบนี้ อาจกระทบที่นั่ง ส.ส. ได้เลยนะ

ผลคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ

  • หน่วยที่ 1 ต.บางตาเถร เขต 2:
    พรรคประชาชน: เดิม 198 → 226 (+28)
    พรรคภูมิใจไทย: เดิม 279 → 233 (-46)
  • ส่วนหน่วยอื่นๆ อย่างหน่วย 11 สนามชัย และหน่วย 4 องครักษ์ ต่างกันแค่ 1-2 คะแนน ไม่มีปัญหาใหญ่

นายคมกริช ทิพย์สมบูรณ์ ผอ.กกต.สุพรรณบุรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า “ผลนับใหม่ไม่ตรงกับชุดเดิม แสดงถึงการฝ่าฝืนกฎหมาย เราจะสืบสวนและดำเนินคดีกับ กปน. ชุดเก่าแน่นอน เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสุพรรณบุรี” คำพูดนี้หนักแน่นมากครับ ทำให้รู้สึกมั่นใจในระบบมากขึ้น

ย้อนดูบริบทการเลือกตั้ง สุพรรณบุรี เขต 2 เป็นเขตที่พรรคภูมิใจไทยครองมานาน แต่พรรคประชาชน (เดิมก้าวไกล?) สู้สุดตัว ผลนับใหม่นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน ถ้าคะแนนรวมพลิก อาจมีเลือกตั้งใหม่หรือปรับที่นั่งได้ เรื่องแบบนี้สำคัญมาก เพราะสะท้อนความโปร่งใสของประชาธิปไตยไทย สุพรรณบุรีที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรม อยากให้ชื่อเสียงด้านการเมืองดีด้วยนะครับ

ส่วนตัวผมคิดว่าการตรวจสอบแบบนี้ดีเยี่ยม ช่วยป้องกันการทุจริต ถ้าทุกจังหวัดทำได้ เราจะมี ส.ส. ที่แท้จริงจากประชาชน ถ้าคุณอยู่ในสุพรรณบุรี ลองเช็คผลหน่วยตัวเองดูสิครับ อาจมีเซอร์ไพรส์! ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย ชอบก็แชร์ เม้นต์บอกความเห็นคุณหน่อยนะ “ผลนับคะแนนใหม่นี้เปลี่ยนใจคุณมั้ย?”

ที่มา – ผลนับคะแนนใหม่ จ.สุพรรณบุรี บางหน่วยเลือกตั้งต่างจากเดิม 100 กว่าคะแนน

กกต. แจงถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ไม่ฟ้องประชาชน

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคน! ช่วงนี้ข่าวการเลือกตั้งกำลังร้อนแรง โดยเฉพาะกระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดในโซเชียลมีเดีย ว่ากกต. จะฟ้องประชาชนที่ถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง หรือแม้แต่ออกหมายจับสื่อมวลชนด้วย คำถามคือ มันจริงหรือเปล่า? วันนี้เรามาชี้แจงให้ฟังแบบชิลๆ กันเลยนะ

กกต. แจงถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการแล้วว่า ข่าวที่บอกว่ากกต. แจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนหรือสื่อที่ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง สส. และประชามติใหม่ เมื่อ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 แขวงคันนายาว กทม. นั้น ไม่เป็นความจริงเลยสักนิด!

กกต. ยืนยันชัดเจนว่าการถ่ายวิดีโอหรือภาพนิ่งบรรยากาศการเลือกตั้ง เช่น การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ หรือภาพผู้มาใช้สิทธิ์ สามารถทำได้ตามปกติ ไม่มีผิดกฎหมาย แค่ต้องไม่กระทบสิทธิผู้สมัคร ไม่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ และไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ลงคะแนนเท่านั้นเอง เพื่อนๆ ที่ไปเลือกตั้งแล้วอยากแชร์โมเมนต์ดีๆ ในโซเชียล ก็ทำได้สบายใจหายห่วง

กกต. แจงถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง: ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้

เพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาดูกันว่าอะไรที่โอเคและอะไรที่เสี่ยงโดนจับนะ กกต. แจงถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งไว้แบบนี้:

  • ทำได้: ถ่ายภาพหรือคลิปบรรยากาศหน่วยเลือกตั้ง, เจ้าหน้าที่แจกบัตร, ผู้มาใช้สิทธิ์เดินเข้าออก (ไม่โฟกัสใบหน้าแบบละเมิด privacy)
  • ทำได้: ถ่ายการนับคะแนนแบบกว้างๆ เพื่อตรวจสอบความโปร่งใส
  • ทำไม่ได้: พยายามถ่ายบัตรเลือกตั้งแบบชัดๆ เพื่ออ่านบาร์โค้ดหรือถอดรหัส ว่าบัตรนั้นของใคร
  • ทำไม่ได้: ตั้งกล้องจับภาพประชาชนตลอดเวลา จนทำให้คนกลัวไม่กล้ามาเลือกตั้ง
  • ทำไม่ได้: นำภาพไปปั่นกระแสในโซเชียลเพื่อโจมตีหรือบ่อนทำลายความลับการลงคะแนน

หลักสำคัญคือ การเลือกตั้งต้อง “โดยตรงและไม่ลงคะแนนโดยลับ” ตามรัฐธรรมนูญ ถ้าทำลายความลับนี้ ประชาธิปไตยก็พังได้เลยนะเพื่อนๆ

กรณีที่กกต. ต้องดำเนินคดีจริงๆ

แล้วทำไมกกต. ถึงต้องแจ้งความบางกลุ่มล่ะ? เพราะมีกลุ่มบุคคลที่พฤติกรรมรุนแรงมาก พวกนี้ตั้งกล้องวิดีโอตั้งแต่เช้าจรดนับคะแนน พยายามอ่านบาร์โค้ดบนบัตรเพื่อระบุเจ้าของบัตรว่าเป็นใคร บางคนยังเอาไปโพสต์ปั่นกระแสในโซเชียลแบบเป็นขบวนการ ทำให้ผู้มาเลือกตั้งบางส่วนหวาดกลัว บางคนเลยไม่กล้ามาใช้สิทธิ์ หรือเปลี่ยนใจไม่ลงคะแนน เหตุการณ์นี้คล้ายกรณีที่ชลบุรี เขต 1 มาก่อนหน้านี้

กกต. ย้ำว่าไม่เคยฟ้องประชาชนทั่วไปที่มีเจตนาดี อยากตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่มีเจตนาไม่สุจริต วางแผนล่วงหน้าเพื่อทำลายการเลือกตั้ง กกต. ก็ต้องปกป้องหลักประชาธิปไตยตามกฎหมายเท่านั้นเอง มันเป็นภัยต่อความมั่นคงด้วยนะ

สรุปคือ กกต. แจงถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งแล้วว่า ประชาชนถ่ายรูปเช็คอินได้ แต่เจาะรหัสห้ามเด็ดขาด! การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบททดสอบความสุจริตของทุกคน ถ้าเราร่วมมือกัน อนาคตประเทศจะสดใสแน่นอน

คุณล่ะ คิดยังไงกับเรื่องนี้? เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ในการเลือกตั้งมั้ย? มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์กันด้านล่างเลยนะ หรือกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย จะได้ไม่ตกข่าวลืออีก! ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตแบบเป็นกันเองได้ที่นี่ทุกวัน

ที่มา – กกต. แจงไม่ได้ฟ้องประชาชนถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง แต่ดำเนินคดีกลุ่มเจาะรหัสบัตร

นางสงกรานต์ 2569 ทรงนามว่า “รากษสเทวี” เกณฑ์ธัญญาหาร วิบัติ-น้ำน้อย

ปีใหม่ไทยกำลังมาเยือนแล้ว! สำหรับปี นางสงกรานต์ 2569 ทรงนามว่า “รากษสเทวี” เกณฑ์ธัญญาหาร วิบัติ-น้ำน้อย นี้ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ชาวไทยทุกคนควรรู้ เพื่อเตรียมตัวรับปีใหม่ให้พร้อมทั้งด้านเกษตรกรรมและการเฉลิมฉลอง สงกรานต์ไม่ใช่แค่งานเล่นสาดน้ำ แต่ยังเชื่อมโยงกับโหราศาสตร์ไทยโบราณที่บอกเล่าเกณฑ์ปีข้างหน้า

นางสงกรานต์ 2569 ทรงนามว่า “รากษสเทวี” เกณฑ์ธัญญาหาร วิบัติ-น้ำน้อย

ตามประกาศจากฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้แจ้งรายละเอียดสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 ปีมะเมีย (เทวดาผู้หญิง ธาตุไฟ) อัฐศก จุลศักราช 1387 ทางจันทรคติเป็นอธิกมาส ทางสุริยคติเป็นปกติสุรทิน

วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันที่ 14 เมษายน 2569 วันอังคาร แรม 12 ค่ำ เดือน 5 เวลา 10 นาฬิกา 34 นาที 35 วินาที นางสงกรานต์ประจำปีนี้ทรงนามว่า “รากษสเทวี” ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู และเสด็จยืนเหนือหลังวราหะเป็นพาหนะ สะท้อนถึงพลังแห่งไฟและความดุร้ายที่อาจส่งผลต่อปีนี้

ลักษณะและความหมายของนางสงกรานต์ “รากษสเทวี”

นางสงกรานต์ “รากษสเทวี” มีรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขาม ทรงตรีศูลและธนู บ่งบอกถึงการต่อสู้และการปกป้อง แต่ภักษาหารโลหิตอาจหมายถึงความขัดแย้งหรือภัยพิบัติที่ต้องระวัง ชาวไทยโบราณเชื่อว่านางสงกรานต์แต่ละองค์จะกำหนดโชคชะตาปีนั้น โดยปีนี้เน้นธาตุไฟ ทำให้อากาศร้อนและภัยแล้งเป็นประเด็นหลัก

นอกจากนี้ วันที่ 16 เมษายน เวลา 14 นาฬิกา 40 นาที 12 วินาที จะเปลี่ยนจุลศักราชเป็น 1388 ปีนี้กำหนดวันธงชัยเป็นวันจันทร์ วันอธิบดีเป็นวันเสาร์ วันอุบาทว์เป็นวันอาทิตย์ วันโลกาวินาศเป็นวันจันทร์ และวันอธิบดีฝนเป็นวันพฤหัสบดี บันดาลฝนตก 500 ห่า ในโลกมนุษย์ 50 ห่า มหาสมุทร 100 ห่า ป่าหิมพานต์ 150 ห่า เขาจักรวาล 200 ห่า นาคให้น้ำ 3 ตัว แสดงถึงปริมาณฝนที่ค่อนข้างน้อย

เกณฑ์ธัญญาหาร วิบัติ และผลกระทบต่อเกษตรกร

นางสงกรานต์ 2569 ทรงนามว่า “รากษสเทวี” เกณฑ์ธัญญาหาร วิบัติ-น้ำน้อย โดยตรง เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ 2 ชื่อ “วิบัติ” หมายถึงข้าวกล้าในภูมินาจะเกิดกิมิชาติ เช่น ด้วงและแมลงศัตรูพืช ส่งผลให้ผลผลิตได้กึ่งเสียกึ่ง เกษตรกรควรเตรียมรับมือด้วยการใช้ปุ๋ยชีวภาพและกำจัดศัตรูพืชตั้งแต่ต้นฤดู

ส่วนเกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราสีเตโช (ไฟ) ชี้ว่าน้ำจะน้อย สถานการณ์แล้งอาจรุนแรง โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือ ชาวนาควรเก็บกักน้ำและใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อพืชผล

  • เตรียมอุปกรณ์กำจัดแมลง เช่น สุราแช่หรือชีวภัณฑ์
  • ขุดบ่อเก็บน้ำ雨季
  • ปลูกพืชทนแล้ง เช่น ข้าวเหนียวไร่

ประเพณีสงกรานต์ไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่ตามจันทรคติ โดยนางสงกรานต์มาจากคติเทพนพเคราะห์ 7 วัน สะท้อนวัฒนธรรมล้านนาและอิทธิพลพราหมณ์ ปีนี้ที่น้ำน้อย ควรเน้นกิจกรรมที่ประหยัดน้ำ เช่น รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่

ในมุมมองส่วนตัว ปีนี้อาจท้าทายแต่เป็นโอกาสพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ ลองใช้เทคโนโลยีดรอนตรวจสอบนา หรือระบบชลประทานอัจฉริยะ เพื่อให้ผลผลิตดีแม้เกณฑ์วิบัติ สงกรานต์ปีนี้ชวนเพื่อนฝูงเล่นน้ำอย่างปลอดภัย สวมเสื้อกัน UV และดื่มน้ำเยอะๆ นะ!

เตรียมตัวต้อนรับสงกรานต์ 2569 ด้วยความรู้เหล่านี้ แล้วปีหน้าจะราบรื่น!

ที่มา – นางสงกรานต์ 2569 ทรงนามว่า “รากษสเทวี” เกณฑ์ธัญญาหาร วิบัติ-น้ำน้อย

ล่าแก๊งไอ้โม่ง ปล้นตู้เซฟหนุ่มอังกฤษ 2 ล้าน

วันนี้เรามาพูดถึงคดีสุดสะเทือนขวัญที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ ล่าแก๊งไอ้โม่ง ปล้นตู้เซฟหนุ่มอังกฤษ 2 ล้าน เชื่อว่ามีคนชี้เป้าและคนไทยร่วมด้วยด้วยนะครับ เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ชลบุรี สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก มาไล่ดูรายละเอียดกันเลย!

ล่าแก๊งไอ้โม่ง ปล้นตู้เซฟหนุ่มอังกฤษ 2 ล้าน

คดีนี้เกิดขึ้นช่วงกลางดึกวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บ้านพักในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี คนร้าย 3 คน สวมชุดดำ คลุมไอ้โม่ง บุกเข้าไปในบ้านของนายเวสลีย์ ไซริล รัสเซลล์ ชายชาวอังกฤษวัย 32 ปี ซึ่งเป็นเชฟจากต่างประเทศ และอยู่กับภรรยาชาวไทย พวกมันใช้อาวุธมีดจี้คอผู้เสียหาย ก่อนจะบุกขึ้นชั้นสอง หยิบตู้เซฟจากในตู้เสื้อผ้า อุ้มลงมาทีเดียวจุกๆ แล้วโยนขึ้นรถกระบะสีดำสี่ประตู ขับหนีไปอย่างรวดเร็ว เงินสดในตู้เซฟหายไปกว่า 2 ล้านบาท!

เพื่อนบ้านแถวนั้นเล่าว่า เห็นรถกระบะต้องสงสัยชะลอตัวหน้าบ้านตั้งแต่ 2 ทุ่ม และจอดใกล้สระว่ายน้ำก่อนก่อเหตุ ไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือ จากนั้นคนร้ายทั้งสามก็รีบขึ้นรถ ขนตู้เซฟหนีไป ใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 2 นาที โคตรมืออาชีพจริงๆ

ความคืบหน้า ล่าแก๊งไอ้โม่ง ปล้นตู้เซฟหนุ่มอังกฤษ 2 ล้าน

เช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ นำทีมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ชุดสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี และชุดสืบสวนภาค 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง หาหลายนิ้วมือแฝง เก็บหลักฐานเพิ่มเติม พบว่าไม้กั้นทางเข้าหมู่บ้านพังยับเพราะรถคนร้ายชน!

ตำรวจสอบปากคำผู้เสียหายทั้งนายเวสลีย์ แฟนสาวชาวไทยวัย 34 ปี และเพื่อนชาวอังกฤษอีก 2 คนที่อยู่บ้านเดียวกัน เพื่อหาตำหนิคนร้าย นอกจากนี้ กล้องวงจรปิดจับภาพรถคนร้ายขับเข้าหมู่บ้านตอน 22.19 น. และขับออกตอน 22.38 น. โดยพุ่งชนไม้กั้นหนีไป รปภ.ยังกดปุ่มเปิดไม่ทันเลย

  • รถกระบะสี่ประตูสีดำ – จุดสำคัญในการติดตาม
  • คนร้ายถือมีดทุกคน สวมชุดดำไอ้โม่ง
  • โยนโทรศัพท์ผู้เสียหายทิ้งในป่าริมถนนทางรถไฟ ห่าง 2-3 กม.
  • มุ่งหน้าไปทางถนนวัดบุญยกัญจนาราม คาดหลบในพัทยา

ที่น่าสนใจคือ บ้านหลังนี้มีชาวอังกฤษ 3 คนและผู้หญิงไทย 1 คน ค่าเช่าเดือนละ 25,000 บาท ผู้เสียหายเพิ่งเบิกเงินจากธนาคาร 2-3 วันก่อน เพื่อซื้อบ้านใหม่ แต่ถูกปล้นซะก่อน เพื่อนบ้านสงสัยว่า ต้องมีคนในบ้านเป็นหนอนแน่ๆ รู้เรื่องเงินชัดเจนขนาดนี้ ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายมีคนไทยร่วมด้วยและมีคนชี้เป้า

แม้บ้านจะมีสุนัขพิตบูลตัวใหญ่ แต่ตอนเกิดเหตุมันเชื่องสนิท ไม่ร้องเลย สุดยอดความน่ากลัวของแก๊งนี้!

ตอนนี้ตำรวจกำลังตรวจกล้องวงจรปิดรอบๆ ก่อนและหลังเหตุ ชี้เป้าไปที่พัทยา นายเวสลีย์เพิ่งมาอยู่ไทย 2 เดือน เงิน 2 ล้านนี่คือเงินซื้อบ้านเลยนะครับ เสียดายแทนจริงๆ

คดี ล่าแก๊งไอ้โม่ง ปล้นตู้เซฟหนุ่มอังกฤษ 2 ล้าน นี้ สะท้อนปัญหาความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างชลบุรี-พัทยา อย่าคิดว่าบ้านเช่าหรือมีหมาแล้วปลอดภัย ควรติดกล้อง CCTV ดีๆ และอย่าเก็บเงินสดไว้เยอะครับ ลองเช็กระบบรักษาความปลอดภัยบ้านคุณดูด่วน! ติดตามความคืบหน้าคดีนี้ได้ที่เว็บเรา หรือแชร์ประสบการณ์ด้านความปลอดภัยในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ

ที่มา – ล่าแก๊งไอ้โม่ง ปล้นตู้เซฟหนุ่มอังกฤษ 2 ล้าน เชื่อมีคนชี้เป้า – คนไทยร่วมด้วย