วัน: 27 กุมภาพันธ์ 2026

กอร์ดอนต้องคงสมาธิเต็มที่หลังข่าวลืออาร์เซนอล – ฮาว

กอร์ดอนต้องคงสมาธิเต็มที่หลังข่าวลืออาร์เซนอล – ฮาว

ผู้จัดการทีมเอ็ดดี้ ฮาว ของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้กระตุ้นให้ อ็องธอนี กอร์ดอน ปีกทีมชาติอังกฤษ คงสมาธิเต็มที่ หลังจากมีข่าวลือเรื่องการย้ายทีมไปยัง อาร์เซนอล กอร์ดอนต้องคงสมาธิเต็มที่หลังข่าวลืออาร์เซนอล – ฮาว เป็นประเด็นร้อนที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกให้ความสนใจอย่างมากในช่วงนี้

กอร์ดอนกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของนิวคาสเซิ่ลที่ตกเป็นข่าวย้ายทีมคนล่าสุด แม้ว่าตัวนักเตะจะเคยปฏิเสธข่าวลือนี้ว่าเป็น “เรื่องไร้สาระ” ในบทสัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม นิวคาสเซิ่ลเคยขายอเล็กซานเดอร์ อิซัก ไปลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวสถิติสูงสุดของอังกฤษ 125 ล้านปอนด์ หลังจากที่ดาวยิงสวีเดนคนนั้นประท้วงเพื่อเรียกร้องย้ายทีม

กอร์ดอนต้องคงสมาธิเต็มที่หลังข่าวลืออาร์เซนอล – ฮาว

เมื่อถูกถามถึงวิธีป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย ฮาวตอบว่า “ผมไม่แน่ใจว่ามีอะไรทำได้มากนัก ผมเพิ่งทราบข่าวนี้เอง แต่ตอนนี้เราอยู่กลางฤดูกาล กำลังเจอกับแมตช์ใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขา และใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับทีมชาติอังกฤษในช่วงซัมเมอร์” เขากล่าวต่อว่า “เขาไม่มีเวลามองซ้ายขวา ต้องโฟกัสตรงหน้า แมตช์ต่อไป และพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด”

นอกจากกอร์ดอนแล้ว สันโดร โทนาลี และติโน่ ลิฟราเมนโต้ ก็เป็นนักเตะนิวคาสเซิ่ลที่ตกเป็นข่าวย้ายทีมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ฮาวมองว่าเป็นเรื่องปกติของวงการ “เป็นวงการของคุณเองที่สร้างข่าวพวกนี้ ผมไม่ได้สนใจมาก ถ้าไม่เสพข่าวก็ไม่รู้ว่าใครถูกโยงกับใคร มันเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลสมัยใหม่ ไม่ใช่แค่นิวคาสเซิ่ล แต่หลายทีมก็เจอปัญหาเดียวกัน”

ผลกระทบจากข่าวลือต่อกอร์ดอนต้องคงสมาธิเต็มที่หลังข่าวลืออาร์เซนอล – ฮาว

ฮาวเชื่อว่านักเตะของเขามีความแข็งแกร่งพอที่จะไม่รับผลกระทบจากข่าวลือ “ถ้าพวกเขารับรู้และปล่อยให้มันกระทบ นั่นคือเรื่องแย่ แต่ผมคิดว่านักเตะของเรามีความยืดหยุ่นพอที่จะเพิกเฉย” การที่กอร์ดอนต้องคงสมาธิเต็มที่หลังข่าวลืออาร์เซนอล – ฮาว สะท้อนถึงความท้าทายของนิวคาสเซิ่ลในการรักษานักเตะดาวรุ่งท่ามกลางความสนใจจากยักษ์ใหญ่

ฤดูกาลนี้ กอร์ดอนโชว์ฟอร์มร้อนแรง ทำประตูและแอสซิสต์ช่วยทีมให้ลุ้นท็อปโฟร์ ข่าวลือจากอาร์เซนอลที่กำลังมองหาปีกความเร็วสูง ทำให้แฟนบอลนิวคาสเซิ่ลกังวล แต่ฮาวยืนยันว่าทีมจะโฟกัสที่สนามมากกว่า

  • ประเด็นสำคัญ: ข่าวลือย้ายทีมของกอร์ดอน
  • คำแนะนำจากฮาว: คงสมาธิเต็มที่
  • ตัวอย่างในอดีต: การขายอิซักไปลิเวอร์พูล

นอกจากนี้ นิวคาสเซิ่ลยังมีข่าวนักเตะอื่นๆ ที่ถูกจับตามอง ทำให้ทีมต้องวางแผนอนาคตให้รอบคอบ ในพรีเมียร์ลีกที่การแข่งขันดุเดือด การรักษาความมั่นคงในทีมคือกุญแจสำคัญ

สำหรับแฟนบอล คุณคิดว่ากอร์ดอนจะอยู่ต่อกับนิวคาสเซิ่ลหรือย้ายไปอาร์เซนอล? ความเห็นของฮาวชัดเจน: กอร์ดอนต้องคงสมาธิเต็มที่หลังข่าวลืออาร์เซนอล – ฮาว และโฟกัสที่ผลงานในสนาม ติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กรมอุตุฯ เตือน 3-5 มี.ค. 69 ไทยตอนบนรับมือพายุ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกคาดหมายลักษณะอากาศ 7 วันข้างหน้า โดยกรมอุตุฯ เตือน 3-5 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนพัดผ่าน ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่าในหลายพื้นที่ ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือให้ดีเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาตินี้

ลักษณะอากาศโดยรวม 27 ก.พ. – 4 มี.ค. 69

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 28 ก.พ. – 2 มี.ค. 69 ไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนอบอ้าว โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เกิดจากความกดอากาศต่ำปกคลุมและลมตะวันตกพัดผ่าน ทำให้อากาศไม่คงที่

หลังจากนั้นกรมอุตุฯ เตือน 3-5 มี.ค. 69 จะเป็นช่วงวิกฤต โดยพายุฤดูร้อนเริ่มจากภาคอีสาน แล้วขยายไปยังภาคตะวันออก ภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคเหนือ ลักษณะเด่นคือฝนฟ้าคะนองหนัก ลมแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่า อากาศจะเย็นลงหลังพายุผ่าน เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากจีนเคลื่อนลงมา ลมใต้และตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ลมตะวันตกจากเหนือก็เสริมแรง

กรมอุตุฯ เตือน 3-5 มี.ค. 69 ภาคไหนเสี่ยงบ้าง

พายุจะเริ่มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน แล้วลามไปภาคอื่นๆ ของไทยตอนบน หลังพายุผ่าน อุณหภูมิจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า

ฝนตกหนักบางแห่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ถนนลื่น ลูกเห็บทำลายพืชผลและยานพาหนะ ฟ้าผ่าก่ออันตรายถึงชีวิต ลมกระโชกแรงอาจหักต้นไม้หรือป้ายโฆษณา

สถานการณ์ภาคใต้

ช่วง 28 ก.พ. – 3 มี.ค. 69 ภาคใต้ฝนลดลง ลมตะวันตกเฉียงเหนือปกคลุมทะเลอันดามัน คลื่นสูง 1 เมตร บริเวณฝนสูงกว่า 2 เมตร แต่ 4-5 มี.ค. ฝนเพิ่มหนัก ลมตะวันออกแรงขึ้น อ่าวไทยตอนล่างคลื่น 1-2 เมตร ฝนตกหนักบางแห่ง

ข้อควรระวังจากกรมอุตุฯ เตือน 3-5 มี.ค. 69

ประชาชนไทยตอนบนต้องระวังอันตรายจากพายุ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายไม่แข็งแรง งดเดินทางผ่านพื้นที่พายุ

  • หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้งและโครงสร้างไม่มั่นคง
  • อย่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือเสาไฟ
  • งดเดินเรือหรือขับรถในฝนหนัก
  • ปิดประตูหน้าต่างให้แน่นหนา
  • เตรียมไฟฉายและเสบียงในกรณีไฟดับ

เกษตรกรควรรีบเสริมโครงสร้างเรือนกระจก เก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า ป้องกันสัตว์เลี้ยงจากลมฝน และระวังสุขภาพจากอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เช่น ไข้หวัด

พายุฤดูร้อนแบบนี้เกิดจากความแตกต่างอุณหภูมิระหว่างพื้นดินร้อนและอากาศเย็นด้านบน มักเกิดช่วงปลายฤดูหนาวต้นฤดูร้อน ในอดีตเคยทำให้เสียหายหนักหลายครั้ง เช่น พายุโซนร้อนที่ทำลายบ้านเรือน ไฟฟ้าดับ

เพื่อความปลอดภัย แนะนำดาวน์โหลดแอปกรมอุตุฯ ติดตามแบบเรียลไทม์ เตรียมชุดปฐมพยาบาลและแผนอพยพ สภาพอากาศไทยเปลี่ยนแปลงเร็ว การเตรียมพร้อมคือกุญแจสำคัญในการลดความสูญเสีย

ติดตามข่าวสารอากาศอย่างใกล้ชิด และแบ่งปันข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างเพื่อความปลอดภัยร่วมกัน หากมีพายุแรง อย่าลังเลโทรแจ้ง 191 หรือหน่วยกู้ภัยทันทีครับ!

ที่มา – กรมอุตุฯ เตือน 3-5 มี.ค. 69 ไทยตอนบนเตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง ลูกเห็บตก ฟ้าผ่า

นูโน่ช่วยให้ผมพัฒนาทุกวัน – ซัมเมอร์วิลล์

นูโน่ช่วยให้ผมพัฒนาทุกวัน – ซัมเมอร์วิลล์

คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ปีกดาวรุ่งของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้เปิดใจถึงโค้ช นูโน่ เอสปิริโต ซานโต ที่ช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในฤดูกาลนี้ คำพูดที่ว่า “นูโน่ช่วยให้ผมพัฒนาทุกวัน – ซัมเมอร์วิลล์” กลายเป็นประโยคฮิตที่แฟนบอลเวสต์แฮมพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง

ซัมเมอร์วิลล์ ซึ่งย้ายมาจากลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ได้กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมทันที ด้วยความเร็ว การเลี้ยงบอล และการจบสกอร์ที่เฉียบคม แต่สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นยิ่งขึ้นคือการ指导จากนูโน่ โค้ชชาวโปรตุเกสที่เคยประสบความสำเร็จกับวูล์ฟแฮมป์ตัน

นูโน่ช่วยให้ผมพัฒนาทุกวัน – ซัมเมอร์วิลล์

ในคลิปสัมภาษณ์ล่าสุดจาก BBC Sport ซัมเมอร์วิลล์เล่าว่าทุกวันนูโน่จะให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการปรับตำแหน่ง การตัดสินใจในจังหวะรุก หรือแม้กระทั่งเรื่องฟิตเนส “นูโน่ช่วยให้ผมพัฒนาทุกวัน” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเล่าถึงการฝึกซ้อมที่เข้มข้นแต่มีประสิทธิภาพ

ฤดูกาลนี้ ซัมเมอร์วิลล์ยิงไปแล้ว 8 ประตู จาก 20 นัดในพรีเมียร์ลีก สถิติที่ทำให้เขาเป็นดาวยิงอันดับต้นๆ ของทีม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มาจากการทำงานหนักภายใต้การนำของนูโน่

วิธีที่นูโน่ช่วยพัฒนาซัมเมอร์วิลล์

  • การวิเคราะห์วิดีโอ: นูโน่จะนั่งดูคลิปการเล่นของซัมเมอร์วิลล์ทุกนัด แล้วชี้จุดอ่อน เช่น การรับบอลหลังหันหลัง ซึ่งตอนนี้เขาปรับปรุงได้ดีขึ้นมาก
  • ฝึกซ้อมเฉพาะทาง: ทุกสัปดาห์มีเซสชันพิเศษสำหรับปีก เพื่อเพิ่มความเร็วและการครอส
  • กำลังใจ: นูโน่ให้ความมั่นใจแก่เด็กหนุ่มวัย 22 ปี ทำให้เขาเล่นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
  • แทคติกทีม: ปรับระบบให้เหมาะกับสไตล์ของซัมเมอร์วิลล์ ทำให้เขาได้ลงตัวจริงเกือบทุกนัด

ไม่ใช่แค่ซัมเมอร์วิลล์เท่านั้น แต่ผู้เล่นหลายคนในทีมเวสต์แฮมต่างชื่นชมนูโน่ เช่น จาร์ร็อด โบเว่น ที่ยิงกระจายในฤดูกาลนี้เช่นกัน การมาของนูโน่ทำให้ทีมหลุดพ้นจากโซนท้ายตาราง และลุ้นท็อป 6 ได้จริง

ก่อนหน้านี้ ซัมเมอร์วิลล์เคยประสบปัญหาที่ลีดส์ แต่ที่เวสต์แฮม เขากลายเป็น Savior Summerville ตามบทความจาก BBC ที่ยกย่องเขาเป็นผู้เล่นแห่งช่วงเวลานี้ ตัวเลขสถิติของเขาก็พิสูจน์ได้: ดริบเบิลสำเร็จ 3.2 ครั้งต่อนัด สูงสุดในทีม และแอสซิสต์ 5 ครั้ง

แฟนบอลเวสต์แฮมเริ่มมองว่านูโน่คือกุนซือที่ใช่สำหรับทีมนี้ ด้วยปรัชญาการเล่นที่เน้นเกมรับที่แข็งแกร่งและโต้กลับเร็ว ซึ่งเข้ากับผู้เล่นอย่างซัมเมอร์วิลล์เป๊ะ นี่คือเหตุผลที่คำว่า “นูโน่ช่วยให้ผมพัฒนาทุกวัน – ซัมเมอร์วิลล์” กลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับนักเตะรุ่นใหม่

ในอนาคต ซัมเมอร์วิลล์มีโอกาสลุ้นทีมชาติเนเธอร์แลนด์ หากรักษาฟอร์มนี้ต่อไป ส่วนนูโน่ก็อาจพาเวสต์แฮมไปไกลกว่านี้ หากคุณเป็นแฟนฟุตบอล อย่าพลาดติดตามพัฒนาการของทั้งคู่

มุมมองของผม: นูโน่คือโค้ชที่เข้าใจผู้เล่นจริงๆ การพัฒนาทุกวันไม่ใช่คำพูดลอยๆ แต่เป็นผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด ทีมไหนมีกุนซือแบบนี้ มีลุ้นทุกถ้วย!

ติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเวสต์แฮมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา คลิกเลยเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ขาดทุน 35 ล้านปอนด์

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ขาดทุน 35 ล้านปอนด์ในปีการเงินล่าสุด

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ขาดทุน 35 ล้านปอนด์ ในฤดูกาลที่ทีมตกชั้นจากแชมเปี้ยนชิพ ตามบัญชีการเงินล่าสุดของสโมสร สโมสรฟุตบอลคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ หรือที่รู้จักในชื่อบลูเบิร์ดส์ กำลังนำจ่าฝูงลีกวัน และมีแนวโน้มจะเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกรองของอังกฤษในทันที

อย่างไรก็ตาม บัญชีการเงินระบุว่าสโมสรยังคงพึ่งพาการสนับสนุนทางการเงินจากเจ้าของสโมสรส่วนใหญ่ Vincent Tan โดยหนี้สินที่ Tan ให้กู้ยืมสโมสรมีมูลค่ารวมเกือบ 90 ล้านปอนด์ ณ สิ้นฤดูกาลที่แล้ว ในบันทึกประกอบบัญชีปีการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2025 หนี้สินรวมของคาร์ดิฟฟ์อยู่ที่ 161 ล้านปอนด์ นอกจากหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ Tan แล้ว ยังมีเงิน 37.3 ล้านปอนด์ที่เป็นหนี้บริษัทที่ประธานสโมสร Mehmet Dalman มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้สโมสรต้องจ่ายดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายคล้ายกันประมาณ 7 ล้านปอนด์ แม้ว่ากว่า半ของหนี้จาก Tan จะไม่คิดดอกเบี้ย

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ขาดทุน 35 ล้านปอนด์: รายละเอียดบัญชีการเงิน

หลังสิ้นสุดช่วงรายงาน สโมสรได้รับเงินเพิ่มอีก 19.5 ล้านปอนด์ที่ไม่ต้องชำระคืน แต่แหล่งที่มาของเงินจำนวนนี้ยังไม่เปิดเผย รายได้ของคาร์ดิฟฟ์เพิ่มขึ้น 2.6 ล้านปอนด์ เป็น 25.8 ล้านปอนด์ แต่ค่าใช้จ่ายค่าจ้างนักเตะพุ่งสูงถึง 29.1 ล้านปอนด์ในฤดูกาลที่แล้ว แม้บัญชีจะยืนยันว่าส่วนใหญ่ในทีมมีเงื่อนไขลดค่าจ้างเมื่อตกชั้น

การขาดทุนรวม 35.1 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 23 ล้านปอนด์จากปีก่อน โดยปีที่แล้วได้รับผลประโยชน์จากการขายส่วนแบ่งค่าชดเชยจากคดีกับสโมสรน็องต์ของฝรั่งเศสเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ Emiliano Sala การขาดทุนจากการดำเนินงานยังคงอยู่ที่ 28.1 ล้านปอนด์

ผลกระทบจากการตกชั้นและมาตรการปรับตัว

ในบันทึกประกอบบัญชี สโมสรระบุว่าการตกชั้นจากแชมเปี้ยนชิพทำให้เผชิญ “ความท้าทายทันที” จากรายได้ที่ลดลงอย่างมาก จึงต้องปรับโครงสร้างต้นทุน เช่น หยุดพัฒนาศูนย์ฝึกซ้อมใหม่จนกว่าจะเลื่อนชั้น และใช้ดาวรุ่งจากอะคาเดมีในการปรับโครงสร้างทีม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จภายใต้ผู้จัดการทีม Brian Barry-Murphy ที่นำทีมนำจ่าฝูงลีกวัน

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ขาดทุน 35 ล้านปอนด์ แสดงให้เห็นถึงปัญหาการเงินที่หลายสโมสรฟุตบอลในอังกฤษเผชิญ โดยเฉพาะหลังตกชั้น แต่การนำจ่าฝูงในลีกวันบ่งชี้ถึงศักยภาพในการฟื้นตัว สโมสรยังคงได้รับการสนับสนุนจาก Vincent Tan ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอด

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

แม้คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ขาดทุน 35 ล้านปอนด์ แต่ผลงานในสนามกำลังสดใส แฟนบอลควรติดตามการเลื่อนชั้นที่อาจพลิกเกมการเงินได้ในอนาคต คุณคิดว่าทีมจะกลับสู่แชมเปี้ยนชิพได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวการตาย ขอเลี้ยงลูก

ข่าวร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในขณะนี้คือกรณีสาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวข้องการตาย เรียกร้องขอสิทธิเลี้ยงดูลูก หลังจากมหาเศรษฐีชาวอังกฤษผู้ร่วมก่อตั้ง ASOS เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าที่พัทยา อดีตภรรยาชาวไทยออกมาแถลงข่าวอย่างชัดเจนเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และทวงสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรทั้ง 3 คนที่หายตัวไปแบบไร้ร่องรอย

สาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวข้องการตาย เรียกร้องขอสิทธิเลี้ยงดูลูก

นายเควนติน จอห์น กริฟฟิธส์ วัย 58 ปี มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ออนไลน์ ASOS พลัดตกจากระเบียงคอนโดหรูในพัทยาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่พบห้องล็อกจากด้านใน ไม่มีร่องรอยบุคคลอื่นหรือการต่อสู้ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆ่าตัวตาย รอผลชันสูตรยืนยัน ล่าสุด สาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวข้องการตาย เรียกร้องขอสิทธิเลี้ยงดูลูก โดยน.ส.พลอยนภัส หรือ “พลอย” ได้ไปแถลงที่สภาทนายความจังหวัดพัทยา ร่วมกับนายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภา

ประวัติความสัมพันธ์และข้อพิพาทเดิม

พลอยและเควนตินคบหาตั้งแต่ปี 2548 แยกทางกันเมื่อ 5 ปีก่อนเพราะเควนตินมีครอบครัวใหม่ ทั้งคู่เคยมีข้อพิพาทเรื่องอำนาจปกครองบุตร ศาลสั่งให้บิดาได้สิทธิ์ แต่เด็กอยู่กับภรรยาใหม่และพี่เลี้ยง พลอยเคารพคำสั่งศาลแต่ถูกกีดกันไม่ให้เจอลูก หลังเควนตินตาย พลอยช็อกหนักถึงเข่าทรุด ไปบวชชีพราหมณ์เพื่อระบายความเศร้า แต่กลับถูกสื่อต่างประเทศพาดพิงว่าอาจเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน เธอยืนยันว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันมานาน ไม่รู้เรื่องธุรกิจ และอาศัยในกรุงเทพฯ

สถานการณ์บุตรทั้ง 3 ที่หายไป

ตอนนี้บุตรทั้ง 3 ถูกพาไปไม่ทราบที่อยู่ พลอยแจ้งความ สภ.ห้วยใหญ่ แล้ว รายชื่อดังนี้:

  • นางสาวแตงโม อายุ 19 ปี (บุตรจากสามีเก่า เควนตินรับเป็นบุตรบุญธรรม)
  • ด.ช.เจมส์ อายุ 12 ปี (บุตรกับเควนติน)
  • ด.ญ.ลิลลี่ อายุ 11 ปี (บุตรกับเควนติน)

พลอยร้องไห้ทั้งน้ำตาขอให้หน่วยงานช่วยตามหาลูก ตามกฎหมาย เมื่อบิดาตาย สิทธิ์ปกครองควรกลับมาที่แม่ นอกจากนี้ยังถูกบุคคลที่ 3 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ห้ามเจอลูก ทำให้เธอหวาดกลัวและขอความช่วยเหลือจากสภาทนาย

สภาทนายยืนยันว่าพลอยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เควนตินมาประเทศไทยเฉพาะไฮซีซัน ไม่เคยแบ่งปันธุรกิจให้เธอรู้ จุดประสงค์แถลงเพื่อปกป้องชื่อเสียงและตามหาบุตรเท่านั้น ครอบครัวจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอให้สังคมรับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมด

กรณีนี้สะท้อนปัญหาสิทธิเด็กและครอบครัวต่างชาติในไทยที่ซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน มารดาควรได้รับการปกป้องสิทธิ์ตามกฎหมายทันที หากคุณเป็นพยานหรือมีข้อมูลบุตรทั้ง 3 โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หรือติดตามอัปเดตข่าวสารจากบล็อกนี้เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – สาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวข้องการตาย เรียกร้องขอสิทธิเลี้ยงดูลูก

เคล็ดลับผู้จัดการทีมอยู่ยาวในฟุตบอล

เคล็ดลับผู้จัดการทีมอยู่ยาวในฟุตบอล

สัปดาห์ที่แล้ว ในคืนที่หนาวเย็นในกลาสโกว์ เทรนเนอร์เซลติก มาร์ติน โอนีลล์ เข้าร่วมสโมสรพิเศษของผู้จัดการทีมที่คุมทีมลงสนาม 1,000 นัดในระดับอาชีพ

สโมสร Hall of Fame 1,000 นัดของ League Managers Association (LMA) เป็นสิ่งที่ผมภูมิใจที่ได้เป็นสมาชิกเช่นกัน – มีเพียง 40 คนเท่านั้น รวมถึงเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, รอน แอตคินสัน, จิม สมิธ, เดฟ บาสเซ็ตต์, แฮร์รี่ เรดแนปป์, เกรแฮม เทย์เลอร์, ไบรอัน คลัฟ และแซม อัลลาร์ไดซ์

แต่การอยู่รอดนานขนาดนั้นยากขึ้นทุกวัน ผู้จัดการทีมถูกไล่ออกบ่อยและเร็วกว่าในสมัยที่ผมเริ่มต้น และกว่าครึ่งของพวกเขา งานแรกคืองานสุดท้าย

ตามข้อมูล LMA ตั้งแต่ 1 มกราคม 2013 มีผู้จัดการทีมครั้งแรก 165 คน และ 56% ยังไม่ได้รับงานใหม่

ในอังกฤษ ปัจจุบันผู้จัดการทีมในลีกชั้นนำ 4 ดivision ชั้นนำมีเวลาเฉลี่ย 1 ปี 9 เดือน เพิ่มจากฤดูกาลที่แล้วที่ 1 ปี 4 เดือน แต่ยังน่าตกใจ

ยุคที่ได้สร้างทีมระยะยาวหายไป ตอนนี้คือการเอาชีวิตรอด

เคล็ดลับผู้จัดการทีมอยู่ยาว สูงสุดในพรีเมียร์ลีกที่เกิน 2 ปี แต่ลดลงในฟุตบอลลีก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผมแนะนำโค้ชรุ่นใหม่มองหางานต่างประเทศ โดยเฉพาะสแกนดิเนเวีย

เคล็ดลับผู้จัดการทีมอยู่ยาว – คำแนะนำที่ผมได้รับ

มาร์ตินที่ใกล้จะ 74 ปี ทำสถิติกับเซลติกที่เขารัก ผมทำครั้งที่ 1,000 กับเวสต์บรอมปี 2016 เจอสโต๊คเกอร์เก่า

ผู้จัดการรุ่นเก่าเริ่มจากระดับล่าง โอนีลล์เริ่มจากนอนลีก เหมือนผมและชื่อดังอื่นๆ

โอกาสแรกของผมคือบอร์นมัธปี 1992 ประธานนอร์แมน เฮย์เวิร์ดให้รถเก่า และเห็น tax disc 6 เดือน!

ผมได้รับคำแนะนำจากอเล็ก สต็อก สมาชิก 1,000 คลับ แนะแผน 3 ปี: ปีแรกประเมิน, ปีสองรีเซ็ต, ปีสามเห็นผล และต้องชนะจึงสำเร็จ

เคล็ดลับผู้จัดการทีมอยู่ยาวคือการชนะ

สิ้นฤดูกาลสอง ผมถูกไล่ออก ลืมแผน 3 ปี แต่ได้เรียนรู้: ต้องชนะ!

หลักการพื้นฐานต้องแน่น โค้ชอะคาเดมี่สอน แต่โปรชนะ

ในพรีเมียร์และแชมเปี้ยนชิพ มีผู้จัดการอังกฤษเหลือน้อย 21 จาก 44 ทีม แม้คอร์สโค้ชดีที่สุด

ผู้จัดการทีมกลายเป็นโค้ชมากขึ้น

sporting director จากเจ้าของต่างชาติ เปลี่ยนทุกอย่าง ผู้เล่นต่างชาติถูกกว่า

เอเจนซี่ใหญ่ควบคุมการดึงตัว ผู้จัดการแค่โค้ช ไม่เลือกนักเตะ

บอร์นมัธ, ไบรท์ตัน, เบรนท์ฟอร์ดพิสูจน์ว่าการดึงตัวดีนำชัย

หลังถูกไล่ออกจากบอร์นมัธ ผมช่วยบรูซ ริโอค์ดูเกม โบลตัน แล้วได้กิลลิงแฮม นำความสำเร็จ

ความรู้สำคัญสำหรับผู้จัดการใหม่

วิล สติลล์, เอริค แรมซีย์, วิลฟรีด นานซี่ จากยุโรป/สหรัฐ ถูกไล่ออกเร็ว ไม่รู้ฟุตบอลอังกฤษ

ผู้อำนวยการฟุตบอลหลายคนไม่เคยคุมทีม ควรมี mentor อย่างมาร์ตินช่วยนานซี่

ทำไมไปต่างประเทศ? เพื่อเวลาและความอดทน

โค้ชรับผิดชอบแค่เตรียมทีม แต่ recruitment, วิทยาศาสตร์การกีฬา ควบคุมโดยคนอื่น ถ้าบุกไม่สำเร็จโดนไล่

สตีฟ คูเปอร์เลือกบรอนด์บี้ เดนมาร์ก แทนแชมเปี้ยนชิพ เพื่อเวลา

ในยุคที่ผู้จัดการถูกไล่ออกเร็ว เคล็ดลับผู้จัดการทีมอยู่ยาว คือการชนะอย่างต่อเนื่อง ปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ และมองหาโอกาสต่างประเทศเพื่อสร้างฐานะมั่นคง คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว

สวัสดีครับพี่น้องชาวโซเชียลทุกท่าน! ในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนรวดเร็วแบบนี้ การแยกแยะข้อมูลจริง-ปลอมกลายเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะกับบุคคลสาธารณะอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ล่าสุดท่านได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า “ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว ย้ำให้ทุกคนติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนจากเพจ impostor ที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด

“ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ธรรมนัส พรหมเผ่า” โดยระบุตรง ๆ เลยครับว่า ในช่วงที่มีกระแสข่าวมากมาย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับตัวท่านและพรรคกล้าธรรม ขอแจ้งให้ทราบว่า มี Facebook เพจหลัก เพียงเพจนี้ เพจเดียวเท่านั้น! ข้อมูลที่เป็นกระแสจากเพจอื่น ๆ ไม่ได้มาจากท่านโดยตรง ถ้ามีอัปเดตอะไร จะประกาศจากเพจนี้เท่านั้น

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะในช่วงที่ผ่านมา มีเพจเฟซบุ๊กหลายเพจที่พยายามสวมรอยเป็นเพจของ ร.อ.ธรรมนัส พวกมันเผยแพร่ข้อมูลไปในทิศทางต่าง ๆ บางเพจอาจโพสต์ข่าวปลอม ข่าวลือ หรือแม้แต่เนื้อหาที่บิดเบือนเพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม ส่งผลให้พี่น้องประชาชนสับสน ไม่รู้จะเชื่อข้อมูลไหนดี

ย้ำติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักเท่านั้น หลัง “ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว

เพื่อความชัดเจน ร.อ.ธรรมนัส ขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสารจากเพจทางการ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น เพราะที่นี่จะมีข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นทางการ และตรงจากตัวท่านเอง ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนหลอกอีกต่อไป นี่คือวิธีรับมือกับปัญหาเพจปลอมในยุคดิจิทัลที่เราทุกคนต้องระวัง

มาดูกันครับว่าทำไมเพจปลอมถึงเกิดขึ้นบ่อย และเราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร:

  • กระแสข่าวร้อนแรง: เมื่อบุคคลอย่าง ร.อ.ธรรมนัส มีบทบาทสำคัญในวงการการเมือง เช่น การเป็นรองนายกฯ ดูแลกระทรวงเกษตร หรือกิจกรรมพรรคกล้าธรรม ก็ยิ่งดึงดูดให้มีคนอยากแสวงหาผลประโยชน์จากชื่อเสียง
  • จุดประสงค์ซ่อนเร้น: บางเพจอาจถูกใช้เพื่อโจมตี สร้างกระแสลบ หรือหลอกลวงให้คลิกแชร์เพื่อเพิ่มยอดวิว
  • ขาดการตรวจสอบ: เฟซบุ๊กมีผู้ใช้จำนวนมาก ทำให้เพจปลอมหลุดรอดการกรองได้ง่าย
  • ผลกระทบต่อสังคม: ข้อมูลผิดพลาดอาจนำไปสู่ความแตกแยกหรือการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเน้นย้ำว่า ถ้ามีข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับตัวท่านหรือพรรค จะโพสต์จากเพจหลักเท่านั้น ดังนั้น พี่น้องที่สนใจติดตามผลงาน เช่น นโยบายเกษตรกรรม โครงการช่วยเหลือ农民 หรือข่าวพรรคกล้าธรรม ควรกดติดตามเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” แล้วตั้งค่าแจ้งเตือนไว้เลยครับ จะได้ไม่พลาดข่าวดี ๆ

ในมุมมองของผม การประกาศครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเพจ แต่เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในยุคข่าวปลอมระบาด มันแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของผู้นำในการสื่อสารตรงกับประชาชน ช่วยลด fake news ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกคนช่วยกันรายงานเพจปลอมให้เฟซบุ๊กลบ สังคมเราก็จะบริสุทธิ์ขึ้นเยอะเลย

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่าน กดติดตามเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว เพื่อรับข้อมูลจริงล่าสุด และแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ รับรู้ ช่วยกันต่อต้านเพจปลอมนะครับ! ถ้ามีคำถามอะไร คอมเมนต์มาคุยกันได้เลย

ที่มา – “ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว ย้ำติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักเท่านั้น

ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ปลื้มใจไวรัลชุดประชุม “งานบุญผะเหวด”

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงกระแสไวรัลที่กำลังฮอตฮิตสุดๆ ในโซเชียลมีเดียกันค่ะ นั่นคือเรื่องของ ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ปลื้มใจไวรัลชุดประชุม “งานบุญผะเหวด” นายชัชวาล เบญจศิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด แต่งกายธีมมหาเวสสันดรชาดกในการประชุมเตรียมงานบุญผะเหวด 2569 จนภาพหลุดไปทั่วโลกออนไลน์ กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง ใครๆ ก็แชร์กันรัวๆ เลยทีเดียว

ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ปลื้มใจไวรัลชุดประชุม “งานบุญผะเหวด” เจตนาดีเพื่อประชาสัมพันธ์

จากภาพที่แพร่กระจาย ผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการทุกคนแต่งตัวเป็นตัวละครในมหาชาติ เช่น ผู้ว่าฯ แต่งเป็นชูชก ถือไม้เท้า ดูเท่และเข้ากับธีมสุดๆ งานนี้เตรียมพร้อมสำหรับ มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวด ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ว่าฯ เปิดใจกับทีมข่าวไทยรัฐเมื่อบ่ายวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ตอนแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะไวรัลขนาดนี้ แต่เจตนาหลักคืออยากประชาสัมพันธ์ให้คนทั้งประเทศและทั่วโลกได้รู้จักงานประเพณีบุญผะเหวดของร้อยเอ็ด

ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด แต่งชุดชูชกประชุม

หัวหน้าส่วนราชการทุกคนภูมิใจมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ "สตอรี่โบราณ" ผ่านการแต่งกายตัวละครมหาชาติ มันสะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองร้อยเอ็ดที่ตั้งเป้าเป็น "เมืองหลวงแห่งงานประเพณีบุญผะเหวด" เลยนะครับ ประเพณีนี้เป็นงานบุญใหญ่ประจำปี มีการแห่พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (หลวงพ่อผะเหวด) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ด ผู้คนมาร่วมทำบุญ ฟังเทศน์มหาชาติ และทานบารมีกันอย่างคึกคัก

ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ปลื้มใจไวรัลชุดประชุม “งานบุญผะเหวด” เลือกแต่งชูชกเพราะเหตุใด?

หลายคนสงสัยว่าทำไมผู้ว่าฯ ไม่แต่งเป็นพระเวสสันดรหรือเจ้าเมืองล่ะ? ผู้ว่าฯ อธิบายว่า เดิมทีมีข้อเสนอให้แต่งเจ้าเมือง แต่คณะสงฆ์เสนอไอเดียให้แต่งเป็น "ชูชก" ที่ได้รับพร 8 ประการแทน ชูชกในเวอร์ชั่นนี้ไม่ใช่ตัวละครโลภมากจนท้องแตกนะครับ แต่เป็นชูชกยุคใหม่ ที่รู้จัก "ความพอเพียง" และ "การให้" เปรียบเหมือนผู้บริหารที่ได้รับโอกาส ทรัพยากร ก็ต้องแบ่งปันคืนสู่ประชาชน ไม้เท้าที่ถือก็สื่อถึงการพยุงและนำพาสิ่งดีๆ สู่จังหวัด

ภาพประชุมธีมมหาเวสสันดรชาดก

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ยังย้ำถึงเป้าหมายใหญ่ในอีก 3 ปีข้างหน้า คือผลักดันให้เป็น "บุญผะเหวดโลก" อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมประกาศว่า "เราจะไปด้วยกัน และจะเกิดขึ้นพร้อมกัน" จากไวรัลเล็กๆ วันนี้ กลายเป็นกระแสสร้างสรรค์ที่ใช้พลังวัฒนธรรมขับเคลื่อนเมืองสู่เวทีโลก ร้อยเอ็ดไม่ได้มีแค่ตำนานเก่า แต่กำลังเขียนตำนานใหม่ด้วยความพอเพียงและการให้

ผู้ว่าฯ ถือไม้เท้าชูชก

มาดูรายละเอียดงานบุญผะเหวดกันหน่อยนะครับ งานนี้จัดทุกปี แต่ปีนี้พิเศษเพราะธีมประชุมสุดครีเอทีฟ มีกิจกรรมหลักอย่างการออกร้าน OTOP การแสดงละครมหาชาติ การเทศน์มหาชาติชาดกทั้ง 13 ชาดก และไฮไลต์คือขบวนแห่หลวงพ่อผะเหวดที่ยิ่งใหญ่ ผู้คนจากทั่วสารทิศมาร่วมบุญ สร้างความสามัคคีในชุมชน

  • วันที่ 6 มี.ค.: เปิดงานและพิธีถวายบวงสรวง
  • วันที่ 7 มี.ค.: แห่หลวงพ่อผะเหวดและฟังเทศน์
  • วันที่ 8 มี.ค.: ปิดงานด้วยการทานบารมีใหญ่
ภาพกลุ่มหัวหน้าส่วนราชการแต่งธีม

เห็นไหมครับว่าการใช้ครีเอทีฟแบบนี้ช่วยให้วัฒนธรรมท้องถิ่นดังเปรี้ยงปร้าง ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวบุญช่วงมีนาคมนี้ ร้อยเอ็ดนี่แหละตัวเลือกดีงามแน่นอน ไม่เพียงได้บุญ แต่ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตอีสานแท้ๆ

สุดท้ายนี้ ขอให้พลังวัฒนธรรมไทยอย่างบุญผะเหวดแพร่หลายไปทั่วโลก ลองชวนเพื่อนๆ ไปร่วมงานกันนะครับ หรือแชร์โพสต์นี้เพื่อสนับสนุนร้อยเอ็ดให้เป็นเมืองหลวงบุญผะเหวดตัวจริง!

ที่มา – ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ปลื้มใจไวรัลชุดประชุม “งานบุญผะเหวด” หวังผลักดันไปสู่ระดับโลก

“ธนกร” บุกเหมืองทองอัครา ยุติพิพาทจบดี จี้คุมสิ่งแวดล้อม

หลังจากที่ข้อพิพาทยืดเยื้อมานานระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทเหมืองทองอัคราได้ยุติลงอย่างเรียบร้อย “ธนกร” บุกเหมืองทองอัครา ยุติพิพาทจบด้วยดี จี้คุมเข้มสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเหมืองทองอัครา จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อยืนยันการดำเนินงานที่โปร่งใสและยั่งยืน

“ธนกร” บุกเหมืองทองอัครา ยุติพิพาทจบด้วยดี จี้คุมเข้มสิ่งแวดล้อม

การบุกเยี่ยมครั้งนี้ของนายธนกร ไม่ใช่แค่การตรวจสอบธรรมดา แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลไทยพร้อมก้าวข้ามอดีต สู่การพัฒนาเศรษฐกิจด้วยทรัพยากรแร่ธาตุภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มงวด หลังจากที่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้รับอนุญาตให้กลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง ทุกฝ่ายต่างโล่งใจกับการยุติพิพาทที่จบลงด้วยดี

นายธนกรได้กำชับบริษัทให้ยึดมั่นมาตรฐานสูงสุดในทุกด้าน โดยเฉพาะการควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลสุขภาพของประชาชนรอบพื้นที่เหมือง และการยกระดับสู่มาตรฐาน ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของโลกธุรกิจในปัจจุบัน ด้วยการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ เช่น ระบบตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ ที่ช่วยให้ทุกคนติดตามสถานการณ์ได้อย่างโปร่งใส

กำชับมาตรฐาน ESG และเทคโนโลยีดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เร่งรัดจัดทำ “ฐานข้อมูลแร่ยุทธศาสตร์ของประเทศ” เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรแร่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบดิจิทัลที่ครอบคลุมเหมืองหลักทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับชุมชน

กลไกการพัฒนาชุมชนรอบเหมือง也被เน้นย้ำให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยบริษัทต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการยกระดับคุณภาพชีวิต เช่น การฝึกอบรมอาชีพ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการสิ่งแวดล้อมชุมชน

แร่ธาตุ: กุญแจสู่ยุคพลังงานสะอาด

“โลกกำลังมุ่งสู่ยุคพลังงานสะอาด ซึ่งแร่คือวัตถุดิบต้นน้ำที่สำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โซลาร์เซลล์ และดิจิทัล” นายธนกรกล่าว โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ฉบับใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากรภายในประเทศให้สูงสุด สร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง

  • เพิ่มการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์
  • พัฒนาชุมชนรอบเหมืองอย่างยั่งยืน
  • ยกระดับ ESG เพื่อดึงดูดการลงทุนต่างชาติ
  • สร้างฐานข้อมูลแร่ยุทธศาสตร์แห่งชาติ

นโยบายของรัฐบาลภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชัดเจนว่า การทำเหมืองในยุคนี้ไม่ใช่แค่ขุดเพื่อขาย แต่ต้องเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมอนาคต สร้างความมั่นใจด้านวัตถุดิบและยกระดับการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

เหตุการณ์ “ธนกร” บุกเหมืองทองอัครา ยุติพิพาทจบด้วยดี จี้คุมเข้มสิ่งแวดล้อม นี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผสานเศรษฐกิจกับความยั่งยืน ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือก้าวแรกสู่การเป็นผู้นำด้านแร่ธาตุสีเขียวของอาเซียน คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลดีๆ กันนะครับ

ที่มา – “ธนกร” บุกเหมืองทองอัครา ยุติพิพาทจบด้วยดี จี้คุมเข้มสิ่งแวดล้อม