วัน: 27 กุมภาพันธ์ 2026

อนุทิน ควง จ๋า ธนนนท์ ไปเปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่

อนุทิน ควง จ๋า ธนนนท์ ไปเปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่

ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง คึกคักเป็นอย่างยิ่ง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควงนางสาวธนนนท์ นิรามิษ หรือที่รู้จักกันในนาม “จ๋า ธนนนท์” ภริยา ออกเดินทางตรงไปยังจังหวัดแพร่ เพื่อเป็นประธานเปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569 ณ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงถึงความสามัคคีของผู้นำรัฐบาลกับประชาชนท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทยที่งดงามอีกด้วย การที่ อนุทิน ควง จ๋า ธนนนท์ ไปเปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่ ทำให้งานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากทั่วประเทศ โดยมีคณะผู้ติดตามมากมาย เช่น นายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล

พระธาตุช่อแฮ: สัญลักษณ์ศรัทธาของชาวแพร่

พระธาตุช่อแฮ หรือพระธาตุช่อแฮ่ เป็นโบราณสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองแพร่ สร้างขึ้นในสมัยพญาฤๅษาแห่งอาณาจักรล้านนา มีความสูงกว่า 20 เมตร ถือเป็นหนึ่งในพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีชวด ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮนี้จัดขึ้นทุกปีเพื่อถวายราชสักการะและขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ประชาชนจาก 8 อำเภอในจังหวัดแพร่จะร่วมกันแห่ตุงหลวงและเครื่องสักการะอย่างยิ่งใหญ่

ไฮไลต์กิจกรรมในงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ

หลังจากลงเครื่องบิน นายกรัฐมนตรีและคณะได้ร่วมชมขบวนแห่เครื่องสักการะจาก 8 อำเภอ บริเวณหน้าสวนรุกขชาติช่อแฮ ซึ่งเต็มไปด้วยตุงหลวงหลากสีสัน ดอกไม้สด และเครื่องบูชา จากนั้นเดินขึ้นบันไดเสืออันศักดิ์สิทธิ์เพื่อประกอบพิธีห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ โดยมีนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนนับหมื่นมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

  • ขบวนแห่ตุงหลวง: สูงกว่า 30 เมตร สร้างจากกระดาษและไม้ไผ่ แสดงถึงความศรัทธา
  • พิธีห่มผ้าพระธาตุ: อัญเชิญผ้าคลุมองค์พระธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • กิจกรรมวัฒนธรรม: การแสดง folk dance ล้านนา และเวทีประกวดตุง
  • ตลาดนัด OTOP: ชิมอาหารพื้นเมืองแพร่ เช่น ข้าวแคบและน้ำพริกอ่อง

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก อนุทิน ควง จ๋า ธนนนท์ ไปเปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่ จึงกลายเป็นภาพที่สร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลใกล้ชิดกับประชาชนจริง

ความหมายของประเพณีต่อเศรษฐกิจและสังคมท้องถิ่น

งานประเพณีนี้ไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดแพร่ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากมาย เช่น วัดวังทอง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และเมืองเก่าแพร่ ได้รับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในช่วงจัดงานทุกปี ประเพณีช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ท้องถิ่น และอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมให้ลูกหลาน

ในมุมมองของผู้เขียน การที่ผู้นำอย่างนายอนุทินให้ความสำคัญกับงานท้องถิ่นเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ดีของการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชน หากรัฐบาลผลักดันนโยบายท่องเที่ยววัฒนธรรมต่อเนื่อง ไทยจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกได้ไม่ยาก

เชิญชวนทุกท่านวางแผนเที่ยวแพร่ปีหน้า ไปไหว้พระธาตุช่อแฮและร่วมประเพณีสุดยิ่งใหญ่ เพื่อสัมผัสเสน่ห์ล้านนาอย่างแท้จริง!

ที่มา – “อนุทิน” ควง “จ๋า ธนนนท์” ไปเปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่

การไล่ออกโค้ชและเวลายืมใน EFL

การไล่ออกโค้ชและเวลายืมใน EFL

การรุกสู่เดือนมีนาคมใกล้สิ้นสุดแล้ว และทีมที่มีความหวังล้มเหลวอาจคิดถึงการทำความสะอาดใหญ่ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ – เหมือนเวสต์บรอมวิช อัลเบียนที่เริ่มต้นสัปดาห์นี้

เอริค แรมซีย์อยู่ได้แค่ 44 วันที่ฮอว์ธอร์นส์ และมีกุนซืออีกหลายคนที่หวังว่าฝุ่นจะจางลงก่อนถูกกวาดทิ้ง

แต่ฤดูกาลใกล้จบ พวกเขามีเวลาเหลือกอบกู้สถานการณ์หรือการจากไปใกล้เข้ามา?

นี่คือ การไล่ออกโค้ชและเวลายืมใน EFL สุดสัปดาห์นี้ 5 สิ่งสำคัญที่แฟนบอลไม่ควรพลาด

การไล่ออกโค้ชและเวลายืมใน EFL

อัลเบียนต้องการเรือช่วยชีวิตที่คาสแซมกำลังจม

เอริค แรมซีย์มาที่เวสต์บรอมวิช อัลเบียนแบบเสี่ยงดวง กุนซือหนุ่ม未经检验 เหมือนรอย เมสันคนก่อน ภารกิจพาทีมออกจากความตกต่ำ

44 วันต่อมา แรมซีย์ถูกไล่ออก สถานการณ์ที่ฮอว์ธอร์นส์ดูมืดมน

ชาวเวลส์เกิดชรูส์บิวรี ไม่ชนะเลยใน 9 นัด ปล่อยให้แบ็กกี้สลิดอยู่เหนือโซนตกชั้นแค่คะแนนเดียว

ตอนนี้เจมส์ มอร์ริสัน โค้ชทีมชุดใหญ่ต้องรับช่วงต่อชั่วคราว ในช่วงสำคัญของการลุ้นหนีตกชั้นแชมเปี้ยนชิพ – และนัดต่อไปอาจสำคัญที่สุด

อัลเบียนบุกไปเยือนออกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด เพื่อนร่วมทุกข์วันเสาร์ (15:00 GMT) และอาจอยู่ในโซนตกชั้นก่อนเตะถ้าเลสเตอร์ได้คะแนนที่นอร์วิชช่วงเที่ยง

เวสต์บรอมต้องเจอ 4 ทีมเพลย์ออฟทั้งฤดูกาล ดังนั้นชัยชนะเหนือออกซ์ฟอร์ดอาจจำเป็นต่อการรอด

การไล่ออกโค้ชและเวลายืมใน EFL สำคัญอย่างไร

การตัดสินใจไล่แรมซีย์แสดงถึงกลยุทธ์ที่ขาดหายไป แต่ตอนนี้มอร์ริสันต้องพิสูจน์ตัวเอง

การกลับบ้าน การกลับบ้าน ทุกหนแห่ง

ชีวิตกุนซือแชมเปี้ยนชิพเร็วราวสายฟ้า… เร็วขนาดที่คุณกลับมาที่บ้านเก่าพร้อมเหรียญทีมใหม่บนอก

วันเสาร์นี้หลายกุนซือเจอแบบนั้น – ใครจะสนุกกับการพบปะเก่า?

มาร์ค ร็อบินส์พาสโต๊คไปเยือนลีดเดอร์สโคเวนทรี หวังชัยชนะเหนือออกซ์ฟอร์ดกลางสัปดาห์จุดประกายฤดูกาลอีกครั้ง หลังตกลงจากอันดับ 2 ก่อนคริสต์มาสเหลือที่ 13

จอห์น ยูสเตซ กุนซือเดอร์บี้ต้อนรับแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส อดีตทีมเก่า ที่ดีขึ้นภายใต้ไมเคิล โอ’นิลล์ แม้แพ้บริสตอล ซิตี้กลางสัปดาห์ เดอะ แรมส์ต้องกลับชนะหลังแพ้ 2 นัดรวด สูญคะแนนท็อปซิกซ์

อเล็กซ์ นีลพามิลวอลล์บินสูงไปที่ดีพเดลของพรีสตัน ทีมที่คุม 4 ปี ลิออนส์หวัง縮ช่องว่างอันดับ 2 มิดเดิลสโบรห์ ก่อนบอโรบุกเบอร์มิงแฮมวันจันทร์

โนแลนด์ตามหาการช่วยเหลือที่เนน

อากาศอุ่นอาจมา แต่เควิน โนแลนด์ กุนซือนอร์แธมป์ตัน ทาวน์อาจลื่นไถลบนน้ำแข็งบาง

ค็อบเบลอร์แพ้ 3 นัดติด ตกโซนตกชั้น แต่โอกาสยังไม่ปิด

ชัยชนะเหนือเพื่อนบ้านปีเตอร์บะรัช สามารถดึงพวกเขาออกจากโซนล่าง สร้างกำลังใจให้แฟนหลังแพ้พอร์ท เวลจากจอน เบรดีที่ซิกซ์ฟิลด์ส์วันอังคาร

“เรามั่นใจว่าจะหันมุมได้ และหวังว่าจะเป็นที่นี่วันเสาร์” โนแลนด์บอกบีบีซี เรดิโอ นอร์แธมป์ตัน

“เรารู้ว่าบรรยากาศจะดี และหวังเปลี่ยนเดอร์บี้เป็นชัยชนะ ดึงทุกคนกลับมาร่วมเชียร์และเชื่อมั่นอีกครั้ง”

โจมตีหรือป้องกัน

คำถามคลาสสิกในสงคราม – อะไรดีกว่าการโจมตีหรือป้องกัน? อาจได้คำตอบเมื่อเอ็มเค ดอนส์เจอเคมบริดจ์ ยูไนเต็ดในลีกทู

เอ็มเค ดอนส์ยิงประตูราวกับไม่มีใครในลีกทู มีแค่โคเวนทรี (70) และคาร์ดิฟฟ์ (64) ยิงมากกว่า 62 ประตูของดอนส์ใน EFL

เคมบริดจ์ป้องกันแน่น มีแค่แอสเซนอล (21) และแมนซิตี้ (25) เสียน้อยกว่า 26 ลูกในท็อปโฟร์ฟลู

สองทีมฟอร์มแรงเจอกันที่แอบบีย์ สเตเดี้ยม ทดสอบว่าพลังโจมตีชนะป้องกันเหล็กได้ไหม ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ปรัชญา

ถ้าชนะ จะยึดท็อปทรี – สำหรับเคมบริดจ์อาจขึ้นจ่าฝูงลีกทู

แต่แพ้ คู่แข่งน็อตส์ เคาน์ตี้ สวินดอน อาจแซง ด้วยการลุ้นเลื่อนชั้นที่สูสี การนำอาจตัดสินฤดูกาล

ซาเดลเลอร์ทำแบบโคแวนช่วยวอลซอลได้ไหม

วอลซอลไม่ชนะ 5 นัดลีกติด คุ้นๆ ใช่ไหม?

เหมือนฤดูกูกาลก่อน สูญ 15 คะแนนนำจ่าฝูง สุดท้ายแพ้เพลย์ออฟไฟนอล แซดเดลอร์สไม่ยั่งยืนครึ่งแรกฤดูกาล และกำลังดับสูญครึ่งหลัง

ทำให้แมต ซาเดลเลอร์ตกอยู่ใต้กล้อง และ บอร์ดเรียกร้องผลงาน คราวนี้ไม่ใจดี

“ฟุตบอลโหดร้าย – เดือนก่อนคุณเพอร์เฟกต์ เดือนหลังเปลี่ยน แต่เปลี่ยนกลับเร็ว” ซาเดลเลอร์บอกบีบีซี เรดิโอ WM

“ผมจะสู้และเชื่อว่าเราจะกลับมารุกหน้า เล่นแบบเดิม มิฉะนั้นมีจุดหมายอะไร?”

วอลซอลเดินทางสั้นไปชรูส์บิวรี แต่เจอทีมฟอร์มดีสุดลีก

ซาโลปชนะ 5 นัดลีกติดใต้กาวิน โคแวน นำห่างโซนตก 12 คะแนน

บีบีซี สปอร์ต มีถ่ายทอดสดข้อความทุกนัด EFL สุดสัปดาห์ เริ่มบริสตอล ซิตี้ vs วัตฟอร์ด และอัพเดทจากฮาร์โรเกต vs เชลต์นัม ศุกร์ (20:00 GMT)

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

  • แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส
  • ลีกทู
  • ออกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด
  • เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด
  • มิลวอลล์
  • มิลตัน คีนส์ ดอนส์
  • ปีเตอร์บะรัช ยูไนเต็ด
  • เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
  • ชรูส์บิวรี ทาวน์
  • วอลซอล
  • ลีกวัน
  • โคเวนทรี ซิตี้
  • แชมเปี้ยนชิพ
  • พรีสตัน นอร์ธ เอ็นด์
  • นอร์แธมป์ตัน ทาวน์
  • ฟุตบอล
  • สโต๊ค ซิตี้
  • เดอร์บี้ เคาน์ตี้

การไล่ออกโค้ชและเวลายืมใน EFL กำลังเข้มข้น แฟนบอลควรจับตาแมตช์เหล่านี้เพราะอาจเปลี่ยนโฉมตารางคะแนน! คุณคิดทีมไหนจะรอดหรือตก? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัพเดท EFL ทุกนัด

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“เสี่ยหนู” อ้างยังเหลือขั้นตอนเหนือการควบคุม ก่อนได้ชื่อนายกรัฐมนตรี

“เสี่ยหนู” อ้างยังเหลือขั้นตอนเหนือการควบคุม ก่อนได้ชื่อนายกรัฐมนตรี เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามองในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างน่าสนใจ

“เสี่ยหนู” อ้างยังเหลือขั้นตอนเหนือการควบคุม ก่อนได้ชื่อนายกรัฐมนตรี

ในที่เกิดเหตุ นายอนุทิน หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “เสี่ยหนู” ได้ชี้แจงถึงไทม์ไลน์และขั้นตอนการได้มาซึ่งชื่อผู้สมัครนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยย้ำว่ายังมีปัจจัยหลายประการที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลรักษาการในขณะนี้ เช่น การรับรองสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งปัจจุบันรับรองแล้วเฉพาะ ส.ส. แบบแบ่งเขตเท่านั้น แต่ยังค้างอยู่กับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คน โดยไม่ทราบวันแน่นอนที่จะได้รับการรับรอง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข้อร้องเรียนต่างๆ ที่ต้องเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อน รวมถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขึ้นอยู่กับพระราชพิธีเปิดสภาครั้งแรกโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายอนุทินเล่าว่า ได้หารือกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 2 วันก่อน และได้รับคำตอบว่าจะแจ้งให้ทราบหลังพระราชพิธีดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด รัฐบาลพร้อมรอรับการประสานงาน และบางเอกสารต้องรอการลงนามจากนายกฯ รักษาการ

เหตุการณ์ตอนรีบขึ้นเครื่อง: เฉไฉบอกสื่อ “รีบขึ้นเครื่อง”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนเรื่องพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ นายอนุทินไม่ได้ตอบตรงๆ แต่เคาะนาฬิกาข้อมือทำท่าทางเหมือนเครื่องบินกำลังทะยานขึ้นฟ้า แล้วกล่าวสั้นๆ ว่า “ประกาศครั้งสุดท้ายแล้ว” พร้อมรีบขึ้นเครื่อง ก่อนจะทิ้งให้สื่อมวลชนงงงวย สร้างกระแสวิเคราะห์กันในโซเชียลมีเดียอย่างมาก

  • ปัจจัยหลักที่ “เสี่ยหนู” อ้าง: การรับรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ
  • ข้อร้องเรียนค้างคา
  • พระราชพิธีเปิดประชุมสภา
  • การประสานงานกับเลขาฯ สภา

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของกระบวนการทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลรักษาการที่ต้องรอองค์ประกอบต่างๆ เข้าที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ ผู้คนจำนวนมากตั้งตารอชื่อนายกรัฐมนตรีที่จะถูกเสนอชื่อเข้าสภา แต่จากคำพูดของ “เสี่ยหนู” ชัดเจนว่ายังต้องรอขั้นตอนสำคัญเหล่านี้ให้เรียบร้อยก่อน

วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง: อะไรคืออุปสรรคหลัก?

การที่ กกต. ยังไม่รับรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อทั้งหมด สร้างความล่าช้าให้กับพรรคการเมืองหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคที่พึ่งพาก๊วนนี้ในการคำนวณที่นั่งนายกฯ ข้อร้องเรียนจากคู่แข่งยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ทุกอย่างค้างอยู่ ส่วนพระราชพิธีเปิดสภา ถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกฝ่ายต้องเคารพและรอคอย นี่คือเหตุผลที่นายอนุทินย้ำว่าเป็นเรื่อง “เหนือการควบคุม” ของรัฐบาล

สำหรับพรรคกล้าธรรม ประเด็นนี้กลายเป็นจุดสนใจเพราะเกี่ยวข้องกับพันธมิตรและการจัดสรรเก้าอี้นายกฯ แต่คำตอบแบบเฉไฉของ “เสี่ยหนู” ทำให้เกิดคำถามว่ามีอะไรซ่อนอยู่หรือไม่? นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า นี่อาจเป็นกลยุทธ์ในการซื้อเวลาให้ฝ่ายตัวเองเตรียมพร้อม

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ เช่น การนับคะแนน การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และการเจรจาการเมืองระหว่างพรรคใหญ่ๆ ที่ยังไม่ลงตัว สถานการณ์โดยรวมยังคงตึงเครียด และประชาชนต่างรอคอยความชัดเจน

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยในช่วงนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ก็เป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความรับผิดชอบ หากรัฐบาลรักษาการสามารถจัดการขั้นตอนเหล่านี้ได้อย่างโปร่งใส จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก

คุณคิดอย่างไรกับคำตอบของ “เสี่ยหนู”? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – “เสี่ยหนู” อ้างยังเหลือขั้นตอนเหนือการควบคุม ก่อนได้ชื่อนายกรัฐมนตรี

“หมอของขวัญ” เผย 2 สาเหตุลาออกจากแพทยสภา

วันนี้เรามีข่าวใหญ่ในวงการสุขภาพที่กำลังเป็นกระแส “หมอของขวัญ” หรือ พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ ได้ตัดสินใจลาออกจากแพทยสภาและคืนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้วนะคะ สร้างความฮือฮาให้ชาวเน็ตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแฟนคลับที่ติดตามผลงานของหมอคนนี้มานาน

“หมอของขวัญ” เผย 2 สาเหตุ หลังลาออกจากแพทยสภา ย้ำไม่ได้ถูกพักหรือเพิกถอน

“หมอของขวัญ” เผย 2 สาเหตุ หลังลาออกจากแพทยสภา ย้ำไม่ได้ถูกพักหรือเพิกถอน ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Doctorkatekate ของตัวเอง เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 ก่อนจะไปยื่นหนังสือจริงที่แพทยสภาในวันถัดมา หมอชี้แจงชัดเจนว่าตัดสินใจลาออกเองทั้งหมด ไม่ใช่ถูกสั่งพักงานหรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพแต่อย่างใด

สาเหตุหลักทั้ง 2 ประการที่หมอของขวัญตัดสินใจลาออก

มาเจาะลึกกันเลยค่ะว่าทำไมหมอถึงเลือกทางนี้ สาเหตุที่ 1 คือ ไม่เห็นด้วยกับการปกครอง การออกกฎ และการตีความด้วย “ดุลยพินิจ” ในแพทยสภา ที่หมอมองว่ามีความไม่เป็นธรรม ระบบนี้เหมือนให้อำนาจคนไม่กี่คนตัดสินชะตาชีวิตหมอๆ ด้วยดุลยพินิจที่ไม่มีมาตรวัดชัดเจน ขึ้นอยู่กับว่า “คุณเป็นพวกใคร” มากกว่า

  • การใช้จริยธรรมทางการแพทย์เป็นเครื่องมือปิดปาก
  • ตัวอย่างองค์กรอื่นๆ อย่าง กกต. หรือ สตง. ที่ใช้ดุลยพินิจหักล้างเสียงประชาชน
  • แพทยสภาก็มีปัญหาคล้ายกัน ทำให้เกิดความบิดเบี้ยวในระบบ

สาเหตุที่ 2 คือ ไม่อยากถูกปิดปากด้วย “ปลอกคอและตะกร้อ” ชื่อแพทยสภา อีกต่อไป หมออยากมีสิทธิเสรีภาพในการพูดเรื่องสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม ยา วิตามิน โดยไม่ต้องกลัวถูกตีด้วยจริยธรรม เมื่อเลิกเป็นหมออย่างเป็นทางการ หมอก็กลายเป็นประชาชนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิเท่าเทียม สามารถวิจารณ์การเมืองหรือให้ข้อมูลสุขภาพได้เต็มที่

หมอถามว่า แล้วใครจะให้ข้อมูลถูกต้องกับประชาชน? แม่ค้าออนไลน์? อินฟลูเอนเซอร์? หรือหมอปลอมที่ขายยาเถื่อน? ทำไมหมอจริงที่มีความรู้ 20 ปี ถึงถูกปิดปาก ในเมื่อปัญหาใหญ่ๆ อย่างโกงจัดซื้อ โรงพยาบาลขูดรีด หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดนอกเวลาในโรงเรียนแพทย์ ยังไม่ร้ายแรงเท่าการพูดเรื่องอาหารเสริม?

ประวัติและการต่อสู้ของหมอของขวัญ

ตลอด 20 ปีในวงการแพทย์ หมอของขวัญไม่เคยถูกร้องเรียนจากผู้ป่วยเลยสักครั้ง ทุกคดีที่เกิดขึ้นในยุคโควิด หมอฟ้องศาลปกครองและชนะทั้งหมด แต่กลับถูกจับตาและเล่นงานหนักกว่าเดิม หมอเคยต่อสู้เรื่องวัคซีนโควิดและระบบที่เส็งเคร็งมานาน 5-6 ปี รู้รสชาติการยืนตรงข้ามผู้มีอำนาจดีแล้ว สู้ต่อไปเหมือนคว้าลม ทางเลือกคือ แก้ระบบหรือออกจากระบบ หมอเลือกอย่างหลังแบบอารยะขัดขืน

การคืนใบอนุญาตเหมือนคืนใบขับขี่ แต่ทักษะการขับรถยังอยู่ ความรู้แพทย์ยังติดตัว หมอจะเปลี่ยนรูปแบบ จากรักษาคนไข้บนเตียง เป็นให้ข้อมูลถูกต้องแก่สังคม โดยไม่มีอะไรครอบปาก

หลังจากนี้ หมอจะรับงานพรีเซ็นเตอร์ ทำรายการ โฆษณายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้เต็มที่ เป็นเจ้าของคลินิกภายใต้ อย. แต่ไร้ “ปลอกคอแพทยสภา” เรียกได้ว่าเป็น “พญ.ของขวัญ อินฟลูสาวท่านหนึ่งที่จบแพทย์ 20 ปี เคยเป็นหมอคนแรกที่คืนใบว.”

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบแพทย์ไทย ที่จริยธรรมถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมืองมากกว่าปกป้องประชาชน ในมุมมองของผม นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ หมอคนนึงกล้าทำเพื่อเสรีภาพ ถ้าคุณเห็นด้วย ลองคิดดูว่าปัญหาแบบนี้มีในวงการไหนอีกบ้าง?

ติดตามข่าวสุขภาพและอัพเดทวงการแพทย์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงมือคนอื่นๆ นะคะ!

ที่มา – “หมอของขวัญ” เผย 2 สาเหตุ หลังลาออกจากแพทยสภา ย้ำไม่ได้ถูกพักหรือเพิกถอน

FPL: ยึดหรือเปลี่ยน Haaland?

FPL: ยึดหรือเปลี่ยน Haaland?

เออร์ลิง ฮาลานด์ จะเดินทางกลับเมืองเกิดในวันเสาร์นี้ เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกไปเยือนลีดส์ในพรีเมียร์ลีก (17:30 GMT) และด้วยคะแนนที่มากที่สุดใน FPL ตอนนี้ เขายังคงเป็นตัวเลือกกัปตันที่โดดเด่น แต่ด้วยการที่ซิตี้จะเป็นหนึ่งในสามทีมที่ไม่มีโปรแกรมในเกมนีค 31 ทำให้ผู้เล่นของพวกเขาจะได้ศูนย์แต้ม คุณจะยึดหรือเปลี่ยน Haalandนักเตะทีมชาตินอร์เวย์คนนี้ดี?

ผู้เชี่ยวชาญ FPL อย่าง Prasun Singhal และทีมจาก FPL Podcastมาวิเคราะห์ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเกมนีค 28 แล้ว

Singhal: “ฮาลานด์เริ่มซีซั่นที่ราคา 14 ล้านปอนด์ แต่ตอนนี้พุ่งไป 14.8 ล้านแล้ว ถ้าคุณอยากเอากลับมาในช่วงท้ายซีซั่นที่อาจมีดับเบิ้ลเกมนีค จะแพงหูฉี่ไปเลย แม้ตอนนี้ฮาลานด์จะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ผู้เล่นราคาแพงคนอื่นๆ ก็ไม่ได้โชว์ฟอร์มเด่นนะ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ไม่ยิงเลย 9 สัปดาห์ บูคาโย่ ซาก้านี่ยืนยันแล้วว่าจะว่างในเกมนีค 31 เพราะคาราบาว คัพ ไฟนอล คุณจะเสียทรัฟเฟอร์ที่มีค่าขนาดนั้นไปเหรอ? แต่ใน 9 นัดเริ่มต้นล่าสุด ฮาลานด์เกิน 6 แต้มแค่นัดเดียว และมีประตูจากโอเพ่นเพลย์แค่นัดเดียวใน 10 เกมหลังสุด”

Chris Sutton: “ลีดส์เล่นในบ้านได้ดีมาก นัดแรกที่ซิตี้ซีซั่นนี้สูสี ก่อนจะพลิกเกมหลังใส่ Dominic Calvert-Lewin ผมไม่แน่ใจกับฮาลานด์ เพราะลีดส์เป็นทีมเก่าของพ่อเขา เขาจะอยากยิงไหม? ผมอาจจะเลือกกัปตันอื่น”

ยึดหรือเปลี่ยน Haaland ในเกมนีค 28?

คำถามสำคัญสำหรับกุนซือ FPL ทุกคนคือยึดหรือเปลี่ยน Haalandก่อนเข้าสู่ช่วงที่ฟิกซ์เจอร์ของแมนฯ ซิตี้เริ่มซับซ้อน โดยเฉพาะการว่างโปรแกรมใน GW31 ที่จะทำให้ทีมอย่าง Arsenal, Chelsea และ City ได้พัก ทำให้แต้มเป็นศูนย์ หากคุณกำลังครองทีมที่มีฮาลานด์อยู่ การตัดสินใจตอนนี้สำคัญมาก เพราะราคาของเขากำลังพุ่งสูง หากรออาจต้องเสียทรัฟเฟอร์แพงๆ ในการดึงกลับมา

ทางเลือกอื่นๆ ถ้ายึด Haaland ไม่ไหว

หากคุณตัดสินใจยึดหรือเปลี่ยน Haalandโดยเลือกทาง twist ล่ะก็ ควรไปมองทีมอื่นที่ฟอร์มร้อนแรง เช่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ฟื้นตัวภายใต้ Michael Carrick พวกเขาจะรับคริสตัล พาเลซที่บ้านวันเสาร์ ก่อนบุกนิวคาสเซิ่ล เจ้าบ้านบอร์นมัธ และรับแอสตัน วิลล่า

Carl Ankaนักเขียนจาก The Athletic: “ตั้งแต่ Carrick เข้ามา มีความชัดเจนในบทบาทและการบุก Benjamin Sesko แม้ไม่ใช่ตัวจริงเสมอ แต่กลายเป็นดิฟเฟอเรนเชียลที่น่าสนใจ Bruno Fernandes กลับมาเล่นเบอร์ 10 ทำให้เขาอยู่ในกลุ่มมิดฟิลด์แพงๆ แต่ผลงานดีเสมอ Casemiro ก็มีส่วนในเซ็ตพีซ เพราะบอลมักไปเสาไกลที่เขาแกร็บหัวได้”

Statman Dave: “คู่สร้าง-ยิงที่ดีที่สุดคือ Morgan Rogers-Ollie Watkins แต่ Bruno Fernandes-Casemiro มาแรงรองลงมา สองแอสซิสต์ของ Bruno ไปหา Sesko จากโอเพ่นเพลย์ ถ้าจะเล่นดับเบิ้ลมิดยูไนเต็ด Bryan Mbeumo ก็เป็นตัวเลือกคู่ Bruno”

  • FPL managers กำลังเผชิญทางเลือกยาก: ยึด Haalandเพราะสถิติรวมหรือ twist ไปหาทีมอื่น?
  • Man Utd มีฟิกซ์เจอร์น่าลุ้น 4 นัดติด
  • Sesko และ Casemiro เป็นดิฟเฟอเรนเชียลที่ undervalued

นอกจากนี้ ทีมอื่นๆ อย่าง Brentford หรือ Wolves ก็มีตัวเลือกงบน้อยแต่ฟอร์มดี เช่น Mbeumo ที่ช่วยอัพเกรดทีมได้โดยไม่ต้องทุ่มหมดตัว ใน FPL การวางแผนฟิกซ์เจอร์และ blank game เป็นกุญแจสำคัญ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ double gameweek อาจโผล่มาทีหลัง

สรุปแล้ว การตัดสินใจยึดหรือเปลี่ยน Haalandขึ้นกับงบประมาณ ทรัฟเฟอร์คงเหลือ และแผนระยะยาวของคุณ ถ้าคุณเชื่อใน firepower ของ City ใน run-in ก็ stick ไว้ แต่ถ้าต้องการแต้มสม่ำเสมอก่อน GW31 twist ไป Man Utd หรือ differential อื่นๆ อาจคุ้มกว่า

คุณจะยึดหรือเปลี่ยน Haaland? แชร์กลยุทธ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามอัพเดท FPL สัปดาห์ละครั้ง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือกรณี นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่ ซึ่งเกิดขึ้นล่าสุดที่ฐานปฏิบัติการเอราวัณ จังหวัดสุรินทร์ เหตุการณ์นี้ทำให้พลทหารคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขาดจากทุ่นระเบิดเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ชายแดน นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกคำสั่งชัดเจนให้กองทัพดูแลสวัสดิภาพของทหารคนนี้อย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นหน้าที่สำคัญของกองทัพในการปกป้องลูกน้องที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า

นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่

จากรายงานเมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ อนุทิน กล่าวว่าตนได้รับรายงานเหตุการณ์แล้ว และรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทันทีที่ทราบ ก็ได้กำชับกองทัพให้ดูแลพลทหารคนนี้ให้ดีที่สุด ทั้งด้านการรักษาพยาบาล สวัสดิภาพ และครอบครัว เพราะการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแบบนี้ เป็นสิ่งที่ทหารทุกคนต้องเผชิญ แต่รัฐบาลจะไม่ทิ้งลูกน้องเด็ดขาด นอกจากนี้ยังสั่งให้ระมัดระวังการปฏิบัติงานมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเหตุร้ายครั้งนี้ มาจากฝนตกหนักทำให้ดินชะล้าง เผยให้เห็นทุ่นระเบิดที่ฝังลึกมานาน พื้นที่เอราวัณซึ่งยึดคืนมาได้จากกลุ่มกบฏ ยังคงมีทุ่นระเบิดเหลือค้างจำนวนมาก สร้างความเสี่ยงสูงต่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเก็บกู้ นายกฯ ย้ำว่าต้องเร่งรัดการเก็บกู้ให้เสร็จสิ้น เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

หนุนปรับรูปแบบเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

นายกฯ ยังแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะสนับสนุนกองทัพเต็มที่ในการปรับรูปแบบการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น แม้จะบอกว่าต้องถามกองทัพเองในรายละเอียด แต่รัฐบาลพร้อมจัดสรรงบประมาณ เทคโนโลยี และบุคลากร เพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด เหตุการณ์ นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่ นี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่ารูปแบบเก่าๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

ปัจจุบัน การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงใช้วิธีแบบดั้งเดิม เช่น ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ เดินเท้าค้นหา และระเบิดควบคุม ซึ่งเสี่ยงมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารแบบสุรินทร์ แต่หากปรับเปลี่ยน สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ได้ เช่น

  • โดรนตรวจจับทุ่นระเบิด: ใช้โดรนติดกล้องและเซ็นเซอร์ตรวจจับโลหะจากอากาศ ลดการสัมผัสพื้นดินโดยตรง
  • หุ่นยนต์เก็บกู้: หุ่นยนต์ขนาดเล็กที่ควบคุมระยะไกล สามารถขุดและระเบิดทุ่นได้โดยไม่ต้องใช้คน
  • AI และเซ็นเซอร์ขั้นสูง: ระบบปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อระบุจุดเสี่ยงล่วงหน้า
  • การฝึกอบรมพิเศษ: เพิ่มคอร์สฝึกใช้เครื่องมือใหม่ๆ ให้ทหารทุกนาย

หลายประเทศที่เคยเจอปัญหาคล้ายกัน เช่น เวียดนามหรืออัฟกานิสถาน ได้ปรับใช้เทคโนโลยีเหล่านี้แล้ว ลดอัตราการบาดเจ็บลงกว่า 70% ถ้ากองทัพไทยนำมาปรับใช้ ก็น่าจะช่วยให้ภารกิจสำเร็จเร็วขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิมแน่นอน

บทเรียนจากเหตุการณ์พลทหารเหยียบทุ่นระเบิด

นอกจากคำสั่งดูแลพลทหารแล้ว นายกฯ ยังกำชับเรื่องทุ่นระเบิดเก่า ซึ่งกองทัพต้องชี้แจงเพิ่มเติม แต่สิ่งสำคัญคือต้องเร่งแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง พื้นที่ชายแดนไทยมีทุ่นระเบิดค้างราวหลายแสนลูก จากสงครามเก่าและการก่อการร้าย หากปล่อยไว้นานกว่านี้ จะยิ่งอันตรายต่อชาวบ้านและทหาร การที่รัฐบาลแสดงท่าทีสนับสนุนเต็มที่แบบนี้ ถือเป็นสัญญาณดี แสดงถึงความใส่ใจต่อความมั่นคงและชีวิตทหาร

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองต้องจับมือกับกองทัพอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริง รัฐบาลอนุทินกำลังเดินหน้าถูกทางแล้ว แต่ต้องติดตามผลลัพธ์ให้ชัดเจน ว่าการปรับรูปแบบจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และงบประมาณจะเพียงพอหรือไม่

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าทุกคนควรให้กำลังใจพลทหารที่เสียสละเพื่อชาติ ถ้าคุณเห็นด้วยกับการสนับสนุนเทคโนโลยีเก็บกู้ทุ่นระเบิด ลองแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งดำเนินการนะครับ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมีไอเดียอะไรเพิ่มเติมบ้าง ติดตามข่าวอัพเดทจากเราได้ทุกวัน!

ที่มา – นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่ หนุนปรับรูปแบบเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้ปลอดภัย

สวดภาณยักษ์ใหญ่ วัดสว่างอารมณ์ คอหวยส่องเลขเด็ด

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายบุญและคอหวยทุกท่าน! วันนี้เราจะพาทุกคนไปสัมผัสบรรยากาศสุดศักดิ์สิทธิ์จาก สวดภาณยักษ์ใหญ่ วัดสว่างอารมณ์ ที่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คอหวยไม่พลาดเลยทีเดียว โดยเฉพาะในงานปิดทองลูกนิมิต 9 วัด 99 ลูก ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2569 บรรยากาศช่วงค่ำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 คึกคักมาก สาธุชนมาร่วมพิธีกันเนืองแน่น เพื่อสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาให้ปังๆ

สวดภาณยักษ์ใหญ่ วัดสว่างอารมณ์

พิธี สวดภาณยักษ์ใหญ่ วัดสว่างอารมณ์ จัดโดยพระครูยติธรรมานุยุต หรือหลวงพ่อแป๊ะ เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ ตั้งแต่ช่วงบ่าย สาธุชนเดินทางมาจากทั่วสารทิศ โดยนิมนต์พระต้นตำรับจากวัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ มาสวดมนต์เสียงดังกึกก้อง ขับไล่สิ่งชั่วร้าย เปลี่ยนเคราะห์ให้เป็นมหามงคล พิธีเริ่มเวลา 19.00 น. ทุกคนนั่งพนมมือ ตั้งจิตอธิษฐาน บางคนถึงกับลุกเต้นคำรามเหมือนสัตว์ป่าเพราะพลังมนต์แรงกล้า เจ้าหน้าที่คอยดูแลใกล้ชิด พิธีใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็ม

ผู้เข้าร่วมนำชุดพิธีที่วัดจัดให้มา ประกอบด้วยสายสิญจน์ ผ้ายันต์สีเขียวท้าวเวสสุวรรณ ธูปเทียน ผูกโยงกับพระเงินพระทอง ท้าวเวสสุวรรณ พ่อปู่ฤๅษีท้าวหิรัญพนาสูร แล้วคล้องที่ศีรษะ ตรงกลางลานมีอ่างน้ำมนต์ใหญ่โยงสายสิญจน์จากพระสวด มีเทียนปักรอบอ่าง เมื่อพิธีเสร็จ หลวงพ่อแป๊ะจะนำน้ำมนต์นี้มาประพรมและราดให้สาธุชนทุกคน หลังจากนั้นก็ต่อแถวเจิมหน้าผากและอาบน้ำมนต์กันยาวเหยียด

เลขเด็ดอ่างน้ำมนต์ สวดภาณยักษ์ใหญ่ วัดสว่างอารมณ์

หลังพิธีจบ คอหวยไม่ยอมพลาด! ทุกคนมุ่งตรงไปส่องหยดน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ เพื่อตีเลขเด็ดงวด 1/3/69 โดยส่วนใหญ่เห็นชัดๆ คือ 198 และ 86 บางคนเห็นเลขอื่นๆ ตามสายตาและความเชื่อส่วนตัว แต่สองเลขนี้ออกมานำเด่นสุดๆ เลยครับ

  • 198: เลขสามตัวบนที่คอหวยตีจากรูปทรงหยดน้ำ
  • 86: เลขสองตัวท้ายยอดฮิต
  • เลขเสริมอื่นๆ ที่บางคนเจอ เช่น 98, 68

นายเจียม คุณาพงษ์ อายุ 60 ปี จากอ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เล่าให้ฟังแบบตื่นเต้นว่า “พาครอบครัวมาปิดทองลูกนิมิต ทำบุญให้วัดยากจน 9 วัด 9 จังหวัด ตั้งใจมาดูทุ่งดอกทานตะวันด้วย แต่ฝนเทลงมาหนักมาก พอเริ่มสวดภาณยักษ์ใหญ่ ฝนหยุดทันที! เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์จริงๆ จึงเข้าร่วมเต็มที่ ส่องเลขเด็ดจากอ่างน้ำมนต์ ถ้าถูกหวยใหญ่ จะกลับมาถวายลูกนิมิต 9 ลูกปีหน้าแน่นอน”

ประโยชน์ของการร่วมพิธีสวดภาณยักษ์ใหญ่ วัดสว่างอารมณ์

นอกจากได้บุญจากการปิดทองลูกนิมิตที่มอบให้วัดยากจนแล้ว พิธีนี้ยังช่วยคุ้มครองป้องกันภัย สะเดาะเคราะห์เก่า ต่อชะตาชีวิตใหม่ เหมาะสำหรับคนที่อยากเสริมดวงการเงิน สุขภาพ ความรัก พิธีนี้จัดทุกปีในงานใหญ่ ทำให้วัดสว่างอารมณ์กลายเป็นจุดหมายฮิตของสาธุชนทั่วไทย หากคุณกำลังมองหาวิธีเสริมบุญแบบยิ่งใหญ่ ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองนะครับ

สำหรับขั้นตอนการเข้าร่วมครั้งหน้า สามารถติดตามประกาศจากวัดสว่างอารมณ์ได้เลย อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมทั้งจิตใจและกาย มาทำบุญร่วมกันครับ!

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะส่องเลขเด็ดได้หรือไม่ สิ่งสำคัญคือใจที่บริสุทธิ์และการทำบุญที่ตั้งใจ การเข้าร่วม สวดภาณยักษ์ใหญ่ วัดสว่างอารมณ์ จะนำพาความสุขและสิริมงคลมาให้แน่นอน คุณเห็นเลขอะไรในอ่างน้ำมนต์บ้าง? คอมเมนต์แชร์กันด้านล่างเลยครับ แล้วอย่าลืมเสี่ยงโชคงวดนี้ ถูกหวยมาอัปเดตกันนะ!

ที่มา – สวดภาณยักษ์ใหญ่ วัดสว่างฯ คอหวยส่องเลขอ่างน้ำมนต์ เจอเลขเด็ด เสี่ยงโชคงวด 1/3/69

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เอง ตรวจจุดเกิดเหตุกำลังพลเหยียบระเบิด ช่องระยี

เหตุการณ์ที่กำลังพลทหารไทยประสบอุบัติเหตุเหยียบระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ทำให้ทุกคนตื่นตัวกับความปลอดภัยของเหล่าทหารผู้พิทักษ์ชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ล่าสุด แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เอง ตรวจจุดเกิดเหตุกำลังพลเหยียบระเบิด “ช่องระยี” เพื่อประเมินสถานการณ์และสั่งการเร่งด่วน

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เอง ตรวจจุดเกิดเหตุกำลังพลเหยียบระเบิด “ช่องระยี”

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 06.44 น. พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ตำแหน่งพลปืนเล็กกล สังกัดร้อยร.233 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานปฏิบัติการเอราวัณ บริเวณช่องระยี ได้เกิดเหยียบวัตถุระเบิดขณะเดินไปห้องน้ำ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้ประจำ ส่งผลให้ขาขวาบาดเจ็บสาหัส หน่วยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่รอช้า รีบลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง พร้อมหน่วย EOD (เก็บกู้วัตถุระเบิด) เพื่อตรวจค้นและประเมินความเสี่ยง พบว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-1 ซึ่งถูกฝังลึกใต้ดิน แม้ฐานเอราวัณจะอยู่ภายใต้การควบคุมตั้งแต่หยุดยิงรอบ 2 และเคยตรวจมาแล้ว 2 รอบ แต่ยังพลาดจุดนี้ได้

รายละเอียดการตรวจสอบและมาตรการป้องกัน

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการให้หน่วยเก็บกู้เข้าตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยของกำลังพลทุกนาย การตรวจพบว่าผู้บาดเจ็บเป็นคนที่ 3 ในเส้นทางนั้น ทำให้ต้องเพิ่มมาตรการ เช่น

  • ตรวจค้นพื้นที่รอบฐานปฏิบัติการทุกวัน
  • ใช้เครื่องตรวจจับโลหะขั้นสูง
  • ฝึกอบรมกำลังพลให้ระวังทุ่นระเบิดเก่า
  • เพิ่มการลาดตระเวนรอบช่องระยี

พื้นที่ช่องระยีเป็นจุดเชื่อมต่อชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีประวัติความขัดแย้งในอดีต ทำให้ยังหลงเหลือระเบิดสงครามจำนวนมาก การที่ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เอง แสดงถึงความรับผิดชอบและห่วงใยต่อลูกน้องอย่างแท้จริง

หลังตรวจสอบเสร็จ แม่ทัพมีแผนรุดเยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บที่โรงพยาบาล เพื่อให้กำลังใจและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์นี้เตือนใจให้เราระลึกถึงความเสียสละของทหารไทยที่ปกป้องแผ่นดิน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ย้ำชัดว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน แม้จะมีการตรวจสอบแล้วหลายรอบ แต่ภัยจากทุ่นระเบิดยังคงเป็นความท้าทาย เราควรสนับสนุนงบประมาณให้หน่วย EOD และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยง หากคุณสนใจข่าวชายแดนหรืออยากติดตามพัฒนาการอาการของพลทหารเดชศักดิ์ อย่าลืมกดติดตามบล็อกนี้และแชร์เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย

ที่มา – “แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่เอง ตรวจจุดเกิดเหตุกำลังพลเหยียบระเบิด “ช่องระยี”

“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส”

ในวงการการเมืองไทยที่ร้อนระอุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบกรณี“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาและจุดประกายการถกเถียงเรื่องจริยธรรมของนักการเมืองไทย

“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เดินทางยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีแต่งตั้งร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ผ่านมา แม้ปัจจุบันจะเป็นรัฐบาลรักษาการแล้วก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่าการแต่งตั้งดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรมร้ายแรง จึงขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

สาเหตุที่เพิ่งร้องเรียนในช่วงนี้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อธิบายว่าสาเหตุที่เลือกยื่นตอนนี้เพราะมองเห็นแนวโน้มว่านายอนุทินกำลัง “กินรวบ” อำนาจ โดยเฉพาะการใช้อำนาจรักษาการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เช่น ปลัดจังหวัดและนายอำเภอ ซึ่งอาจกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังหยิบยกพฤติกรรมเก่าๆ อย่างการซื้อเสียงในบุรีรัมย์เมื่อ 30 ปีก่อนมาเปรียบเทียบ เพื่อเน้นย้ำปัญหาจริยธรรมที่ฝังรากลึก

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบต่อร้อยเอกธรรมนัส พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่สน” เพราะทำเพื่อประเทศชาติ ยืนยันจุดยืนไม่สนับสนุนบุคคลที่มีปัญหาคุณธรรม แม้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องคดีต่างประเทศจะเป็นแค่ด้านกฎหมาย แต่ด้านจริยธรรม ผู้แต่งตั้งอย่างนายอนุทินต้องรับผิดชอบเต็มๆ

วิจารณ์กกต. และประเด็นอื่นๆ

นอกจากประเด็นหลักแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังวิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างดุเดือด โดยเฉพาะการรีบประกาศรับรองผลเลือกตั้งภายใน 17 วัน ทั้งที่กฎหมายให้เวลาถึง 60 วัน สงสัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายอนุทินจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พร้อมขู่ดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. หากรับรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อโดยไม่เคลียร์ข้อกังขา

  • ตั้งคำถามกรณีพรรคประชาชนเปลี่ยนผู้สมัครเขต 33 บางกอกน้อย ส่งนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แทน สงสัยว่ามีการ “ฮั้ว” จ่ายเงินใต้โต๊ะให้กกต. หรือไม่ เตรียมยื่นฟ้องเพิ่ม
  • ปฏิเสธการรวมพรรคกับภูมิใจไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล 300 เสียง ยืนยืนยันจุดยืนปราบโกง
  • เสนอให้ ส.ส. ที่ไม่เห็นด้วยกับทุจริต รวมตัวกัน และชูอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ที่เหมาะสม

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทิ้งท้ายว่า ไม่ได้เกลียดอนุทินหรือธรรมนัสเป็นการส่วนตัว แต่ไม่อยากเห็น “คนชั่ว” มาปกครองบ้านเมือง อยากได้คนดีตามพระราชดำรัส ร.9

ผลกระทบและมุมมองต่อการเมืองไทย

ประเด็น“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง สะท้อนปัญหาโครงสร้างการเมืองไทยที่จริยธรรมนักการเมืองถูกตั้งคำถามบ่อยครั้ง การร้องเรียนครั้งนี้ไม่เพียงตรวจสอบบุคคล แต่ยังเป็นการเตือนใจให้สังคมตื่นตัวกับการใช้อำนาจ หากศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลรักษาการที่อำนาจล้นมือ

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การเมืองไทยต้องการการปฏิรูปจริยธรรมอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการแต่งตั้งบุคคลที่มีประวัติ争议เข้ามามีอำนาจ นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับปัญหาใหญ่เช่น การซื้อเสียง โยกย้ายข้าราชการ และความไม่โปร่งใสของกกต. ซึ่งหากไม่แก้ไข ประชาธิปไตยไทยอาจเสี่ยง

ในฐานะนักข่าวการเมืองที่ติดตามใกล้ชิด เรามองว่าการเคลื่อนไหวของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่ายังมีนักการเมืองที่กล้าต่อสู้เพื่อความถูกต้อง แม้จะเสี่ยงต่อกระแสต่อต้าน

คุณคิดอย่างไรกับประเด็น“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง ? การเมืองไทยควรมีกลไกตรวจสอบจริยธรรมที่เข้มงวดกว่านี้หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้สังคมตื่นตัว!

ที่มา – “เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง