วัน: 28 กุมภาพันธ์ 2026

“อนุทิน” โต้ “ปวิน” ภาพดินเนอร์ศุภจีทูตNZวัตถุดิบไทย

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดียที่กำลังเป็นกระแส “อนุทิน” โต้ “ปวิน” ภาพพา “ศุภจี” ดินเนอร์กับทูตนิวซีแลนด์ ใช้วัตถุดิบไทย มีข้าวเหนียวด้วยกันเถอะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิจารณ์เรื่องสินค้าเกษตรไทยราคาตกต่ำ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่านักการเมืองชั้นนำอย่างนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ทำไมไม่ฉวยโอกาสโปรโมทสินค้าไทยในมื้ออาหารระดับสูงนี้

“อนุทิน” โต้ “ปวิน” ภาพพา “ศุภจี” ดินเนอร์กับทูตนิวซีแลนด์ ใช้วัตถุดิบไทย มีข้าวเหนียวด้วย

ทุกอย่างเริ่มต้นจากโพสต์ของศาสตราจารย์ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ศาสตราจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ท่านแชร์ภาพที่น่าจะมาจากโพสต์ของนายอนุทินเอง ซึ่งเป็นภาพการทานอาหารค่ำหรือ Working Dinner ร่วมกับนายโจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยและภริยา โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั่งร่วมโต๊ะด้วย

ศ.ปวินตั้งข้อสังเกตอย่างแหลมคมว่า ในยามที่สินค้าเกษตรไทยอย่างข้าว ข้าวโพดหวาน และน้ำมะพร้าวราคาตกต่ำอย่างน่าใจหาย ทำไมบนโต๊ะอาหารถึงไม่เห็นสินค้าเหล่านี้เลย โดยเฉพาะเมื่อมีรัฐมนตรีพาณิชย์นั่งด้วย คำถามนี้สะท้อนความคาดหวังของประชาชนที่อยากเห็นการโปรโมทสินค้าไทยในทุกโอกาส โดยเฉพาะกับแขกต่างชาติอย่างทูตนิวซีแลนด์

การชี้แจงอย่างรวดเร็วจากนายกฯ อนุทิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่รอช้า ได้โพสต์ชี้แจงทันที โดยยืนยันว่ามื้ออาหารนี้จัดขึ้นที่บ้านพักเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ท่านทูตได้จ้างเชฟชาวนิวซีแลนด์ที่มาอยู่เมืองไทยและเปิดร้านอาหารที่นี่ จัดเมนูโดยใช้วัตถุดิบจากไทยทั้งหมด ไม่มีของนำเข้าต่างประเทศเลยสักอย่าง และที่สำคัญ มีข้าวเหนียวด้วย! นายกฯ ยังขออภัยที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดในโพสต์แรก ซึ่งเดิมบรรยายสั้นๆ ว่า “Working dinner with New Zealand Ambassador”

  • สถานที่: บ้านเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำไทย
  • เชฟ: เชฟนิวซีแลนด์ที่เปิดร้านในกรุงเทพฯ
  • วัตถุดิบ: 100% จากประเทศไทย
  • เมนูพิเศษ: มีข้าวเหนียวแบบไทยแท้
  • ผู้ร่วม: นายกฯ อนุทิน, ศุภจี รมว.พาณิชย์, ทูตและภริยา

การชี้แจงนี้ทำให้หลายคนคลายข้อกังวล และแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของผู้นำในการตอบคำถามจากประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย

การตอบรับจากศ.ปวิน และบทเรียนที่ได้

ศ.ปวินเองก็ตอบกลับในเชิงขอบคุณ โดยคอมเมนต์ว่า “ขอบคุณอาหนูที่อุตส่าห์ตอบค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ” คำตอบนี้สร้างรอยยิ้มให้แฟนข่าวการเมืองไม่น้อย เพราะแสดงถึงการสนทนาที่สุภาพและสร้างสรรค์ แม้จะเริ่มจากวิจารณ์

ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับปัญหาใหญ่ของเกษตรกรไทย สินค้าเกษตรราคาตกต่ำมาจากหลายปัจจัย เช่น การแข่งขันในตลาดโลก ภัยแล้ง และนโยบายส่งออก นิวซีแลนด์เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย โดยไทยส่งออกผลไม้ อาหารทะเลไปที่นั่น ขณะที่นำเข้าเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม หากมีการโปรโมทข้าวเหนียวหรือวัตถุดิบไทยในมื้อนี้ ก็น่าจะเป็นโอกาสทองในการเจรจาค้าขาย

อย่างไรก็ตาม การชี้แจงของนายกฯ อนุทิน ทำให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจวัตถุดิบไทยจริงๆ และในอนาคต หวังว่าจะมีภาพโปรโมทสินค้าเกษตรไทยในงาน外交มากขึ้น เพื่อช่วยพยุงราคาให้เกษตรกร

จากมุมมองของผม เหตุการณ์ “อนุทิน” โต้ “ปวิน” ภาพพา “ศุภจี” ดินเนอร์กับทูตนิวซีแลนด์ ใช้วัตถุดิบไทย มีข้าวเหนียวด้วยนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการสื่อสารสมัยใหม่ นักการเมืองตอบเร็ว ชัดเจน และมีข้อมูลรองรับ ทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น ในยุคที่ข่าวลือแพร่กระจายง่าย สิ่งนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้มาก

คุณคิดอย่างไรกับการชี้แจงครั้งนี้? เกษตรกรไทยควรได้ประโยชน์จากโอกาสแบบนี้มากกว่านี้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน เพื่อติดตามข่าวการเมืองและเศรษฐกิจไทยแบบอัปเดต!

ที่มา – “อนุทิน” โต้ “ปวิน” ภาพพา “ศุภจี” ดินเนอร์กับทูตนิวซีแลนด์ ใช้วัตถุดิบไทย มีข้าวเหนียวด้วย

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

เวทีการเมืองโลกกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างกะทันหัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น เมื่ออิหร่านตอบโต้แบบจัดหนัก ล่าสุด รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ผู้นำหลายชาติออกมาแสดงจุดยืนที่หลากหลาย ตั้งแต่การประณามไปจนถึงการสนับสนุน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งยืดเยื้อ โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลมองว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงโลก การโจมตีดังกล่าวทำให้พลเรือนจำนวนมากได้รับผลกระทบ สร้างความกังวลให้กับนานาชาติที่กลัวสงครามจะลุกลาม ข้อมูลจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง CNN เผยว่า ผู้นำโลกเริ่มออกแถลงการณ์เพื่อควบคุมสถานการณ์

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

นี่คือสรุปท่าทีสำคัญจากผู้นำและหน่วยงานต่างประเทศที่ออกมาแสดงความเห็นหลังเหตุการณ์ โดยแบ่งตามภูมิภาคและจุดยืน เพื่อให้เข้าใจง่าย

ท่าทีจากยุโรปและสหภาพยุโรป

  • นางคายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศ EU: ระบุว่าสถานการณ์อันตรายยิ่ง ได้หารือกับอิสราเอลแล้ว ย้ำการคุ้มครองพลเรือนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
  • กระทรวงการต่างประเทศไทยสวิตเซอร์แลนด์: วิตกกังวลต่อการโจมตี เรียกร้องทุกฝ่ายอดกลั้น ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
  • ประธานาธิบดีสโลวีเนีย นาตาชา เปียร์ซ มูซาร์: ติดตามด้วยความกังวล เตือนว่าความตึงเครียดคุกคามสันติภาพตะวันออกกลาง

ท่าทีจากเอเชียและแปซิฟิก

  • นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม: เตือนว่าอาจนำไปสู่หายนะ เรียกร้องวอชิงตันและเตหะรานใช้วิถีทางการทูต
  • สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย: ไม่เอนเอียงฝ่ายใด แนะนำชาวอินเดียเพิ่มความระวัง หลีกเลี่ยงเดินทางไม่จำเป็น

ท่าทีจากออสเตรเลีย ยูเครน และอื่นๆ

  • กระทรวงการต่างประเทศไทยยูเครน: ชี้ว่าเตหะรานมีโอกาสป้องกันการลุกลาม สนับสนุนความมั่นคง เสรีภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนอิหร่าน
  • นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเนซี: สนับสนุนสหรัฐฯ ป้องกันอิหร่านมีนิวเคลียร์ ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอิหร่านต่อสู้การกดขี่

จาก รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน เห็นได้ชัดว่ามุมมองแตกต่างกัน บางชาติเน้นสันติภาพและมนุษยธรรม ขณะที่บางแห่งสนับสนุนการป้องกันตัว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของ geopolitics ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการตอบโต้ของอิหร่านอาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่กว้างขึ้น เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮูธีหรือฮิซบอลเลาะห์ ผู้นำโลกจึงเร่งผลักดันการเจรจา ONU และ IAEA เพื่อตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน หากทุกฝ่ายหันมาใช้วิถีทางการทูตแทนอาวุธ จะช่วยรักษาสันติภาพได้ ลองคิดดูสิว่าถ้าสงครามลุกลาม ผลกระทบจะตกถึงประชาชนทั่วโลกอย่างไร

ติดตามข่าวสารอัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง และ รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ได้ที่เว็บไซต์ของเรา คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้!

ที่มา – รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อิหร่าน

ISUZU ขยายไลน์อัพเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ใน V-CROSS และ MU-X

ISUZU ขยายไลน์อัพเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ใน V-CROSS และ MU-X เพื่อตอบโจทย์สายลุยตัวจริง! หลังจากเปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลเจนใหม่เมื่อปี 2567 ก็ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยม ล่าสุดอีซูซุเลยเพิ่มตัวเลือกนี้ในรุ่น 4×4 ของ New! ISUZU V-CROSS 4×4 และ MU-X THE NEXT PEAK 4WD ทำให้รถกลุ่มขับเคลื่อนสี่ล้อแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับทั้งงานเชิงพาณิชย์และไลฟ์สไตล์ผจญภัย

มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า ISUZU ขยายไลน์อัพเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ใน V-CROSS และ MU-X เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกยานยนต์สมรรถนะสูง ใช้งานหลากหลาย เครื่องยนต์คู่นี้มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC สมดุลระหว่างพลัง อัตราเร่ง และความประหยัดน้ำมันตามสไตล์อีซูซุ แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานกว่า 50 ปี

ISUZU V-CROSS

ISUZU ขยายไลน์อัพเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ใน V-CROSS และ MU-X

สปอตไลต์ New! ISUZU V-CROSS 4×4 2026

รุ่นนี้เพิ่มเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 4 ประตู ราคาเริ่มต้น 1,066,000 บาท ขุมพลังดีเซลล่าสุดตอบสนองไว ส่งกำลังต่อเนื่องผ่านเกียร์ 8 สปีด REV TRONIC ขับสนุก คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน รองรับทั้งงานหนักและลุยป่า ต่อยอด DNA ความแข็งแกร่งของอีซูซุ

  • ดีไซน์ดุดัน: กระจังหน้า Multi-layer ไฟหน้า-ท้าย LED ล้ออัลลอย 18 นิ้ว สีใหม่ Inishmore Gray Opaque
  • ห้องโดยสาร FIRST CLASS: เบาะ COOLMAX สีดำ จออินโฟเทนเมนต์ Wireless Apple CarPlay/Android Auto ลำโพง Dynamic Surround Sound 8 ทิศทาง
  • ระบบ 4×4 Professional: Terrain Command, Rough Terrain mode, Electronic Diff-Lock ลุยน้ำลึก 800 มม.

พิเศษ! ร่วมกับ WILD ออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งเฉพาะรุ่นนี้ เพิ่มความเท่แบบออฟโรด

ISUZU MU-X

อัพเกรด ISUZU MU-X 4WD 2026

เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ในรุ่น RS และ Ultimate ราคาเริ่มต้น 1,654,000 บาท พละกำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 400 นม. ตอบสนองดีทั้งถนนเรียบและออฟโรด

  • โช้ก STIFF FLEX: ขับนุ่ม มั่นใจทุกโค้ง
  • เกียร์ 8 สปีด REV TRONIC + Sequential Paddle Shift + พวงมาลัย EPS
  • ADAS ล่าสุด + กล้อง 360 องศา

นอกจากนี้ อีซูซุจัด ISUZU 4×4 Beyond Experience วันที่ 14 มี.ค. 2569 ที่สนาม ISUZU 4X4 Experience ชวนทดสอบ V-CROSS และ MU-X เครื่อง 2.2 Ddi MAXFORCE พบกูรูออฟโรด กิจกรรมพันธมิตร และคอนเสิร์ต Lipta!

การ ISUZU ขยายไลน์อัพเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ใน V-CROSS และ MU-X ถือเป็นก้าวสำคัญ ยกระดับมาตรฐานรถ 4×4 ในไทย สมรรถนะสูง ประหยัด ทนทาน เหมาะทุกไลฟ์สไตล์ หากคุณสายลุย อย่ารอช้า รีบไปจองและทดลองขับที่โชว์รูมอีซูซุใกล้บ้าน สัมผัสความต่างด้วยตัวเองวันนี้!

ที่มา – ISUZU ขยายไลน์อัพเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ใน V-CROSS และ MU-X

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนเช็กเที่ยวบิน

สถานการณ์ร้อนระอุในตะวันออกกลาง! ประกาศปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง จากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน กำลังส่งผลกระทบหนักต่อการบินทั่วโลก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกมาเตือนผู้โดยสารให้รีบเช็กสถานะเที่ยวบินด่วน หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

ปัจจุบัน รัฐบาลอิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าทั้งหมดสำหรับเที่ยวบินพลเรือน ห้ามประชาชนเดินทางไปสนามบิน จนกว่าจะมีประกาศใหม่ ขณะที่อิหร่านปิดน่านฟ้าทั่วประเทศตามมาตรการความปลอดภัยเช่นกัน หลายประเทศในภูมิภาคอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต ก็ปิดบางส่วน สาเหตุมาจากการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้กันรุนแรง ทำให้เส้นทางบินหลักที่เชื่อมยุโรป-เอเชียต้องเปลี่ยนทิศทาง

ผลกระทบที่เห็นชัดคือ สายการบินใหญ่ๆ ต้องปรับเส้นทางบินอ้อม อาจทำให้เที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก หรือค่าโดยสารแพงขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต่อเครื่องในตะวันออกกลาง หรือบินผ่านพื้นที่นั้น ผู้โดยสารไทยที่วางแผนไปยุโรป เอเชียกลาง ควรเช็กข้อมูลจากสายการบินอย่างใกล้ชิด

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนผู้โดยสาร

CAAT แนะนำผู้โดยสารทำอย่างไรเมื่อปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

CAAT ขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หากเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก สามารถเรียกร้องสิทธิ์ได้ เช่น การดูแลอาหาร ที่พัก หรือชดเชยเงิน ตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ออกจากไทยจะได้รับคุ้มครองเต็มที่ แม้ประเทศระหว่างทางไม่มีกฎคล้ายกัน

  • เช็กสถานะผ่านแอปหรือเว็บไซต์สายการบิน
  • ติดตามประกาศจาก CAAT และ IATA
  • เตรียมแผนสำรอง เช่น เปลี่ยนเที่ยวบินหรือเลื่อนวันเดินทาง
  • ซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมความเสี่ยงทางการเมือง
  • หากมีปัญหา ร้องเรียนที่ complaint.caat.or.th

นอกจากนี้ CAAT กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกับหน่วยงานความปลอดภัยและสายการบิน เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ชาวไทยทราบทันที หากสถานการณ์คลี่คลาย น่านฟ้าอาจเปิดได้เร็ว แต่ตอนนี้ความปลอดภัยมาก่อน

สิทธิผู้โดยสารที่ควรรู้เมื่อมีปัญหาจากปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

ตามระเบียบของ CAAT หากเที่ยวบินล่าช้ามากกว่า 3 ชม. สายการบินต้องจัดอาหารและน้ำดื่ม ถ้าล่าช้าเกิน 6 ชม. มีสิทธิ์ได้ที่พักและค่าชดเชย หากยกเลิก สามารถขอเงินคืนเต็มจำนวนหรือเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี ผู้โดยสารอย่าลืมเก็บเอกสารทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน

ในมุมกว้างขึ้น ความขัดแย้งนี้เตือนใจเราว่า การเดินทางทางอากาศมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์โลกเสมอ ดังนั้นวางแผนให้รอบคอบ ใช้เทคโนโลยีช่วยติดตาม และเลือกสายการบินที่มีนโยบายยืดหยุ่น

คำแนะนำสุดท้าย: รีบเช็กสถานะเที่ยวบินของคุณวันนี้เลย! อย่าให้การปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางมาทำให้แผนเที่ยวพัง ปลอดภัยไว้ก่อนนะครับ

ที่มา – ประกาศปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนผู้โดยสารเช็กสถานะเที่ยวบินยกเลิก เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองทัพอิหร่าน

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองระหว่างประเทศ เมื่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นต่อสู้เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองแบบศาสนา

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทรัมป์ได้เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านวิดีโอ โดยชี้ให้เห็นว่าการโจมตีครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในอิหร่านเป็นโอกาสทองสำหรับชาวอิหร่านในการลุกฮือโค่นล้มรัฐบาล เขาย้ำว่าหากสหรัฐฯ เข้ามาช่วยจัดการสถานการณ์แล้ว ชาวอิหร่านควรฉวยโอกาสนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่รอคอยมานานหลายชั่วอายุคน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังส่งสารตรงถึงเจ้าหน้าที่และกองกำลังความมั่นคงของอิหร่าน โดยเสนอให้ เอกสิทธิ์คุ้มกัน หากพวกเขายอมวางอาวุธทันที แต่ถ้าดื้อดึงต่อไป จะต้องเผชิญกับความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำขู่ดังกล่าวนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเวทีโลก

ทรัมป์ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธทันที

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนมกราคม ทรัมป์เคยขู่ว่าจะทิ้งระเบิดถล่มอิหร่าน ขณะที่กองกำลังความมั่นคงปราบปรามผู้ประท้วงอย่างโหดร้ายทั่วประเทศ นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6,480 ราย ทรัมป์เตือนผู้ที่เกี่ยวข้องว่าต้องชดใช้ราคาแพง และให้กำลังใจผู้ประท้วงว่าความช่วยเหลือกำลังมา

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันต่อมา ทรัมป์ยอมรับว่ารัฐบาลอิหร่านรับรองว่าการสังหารหยุดลงแล้ว ก่อนหันไปโฟกัสที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นปัญหายืดเยื้อมายาวนานระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก

  • ทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกฮือโค่นล้มรัฐบาล
  • เสนอเอกสิทธิ์คุ้มกันให้กองกำลังที่วางอาวุธ
  • ขู่สังหารผู้ที่ไม่ยอมจำนน
  • เชื่อมโยงกับการโจมตีครั้งใหญ่ในอิหร่าน
  • อ้างเป็นโอกาสเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง การประท้วงในอิหร่านปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2565 จากกรณีมะห์ซา อามินี สาวชาวเคิร์ดที่เสียชีวิตจากการถูกจับกุมโดยตำรวจศีลธรรม ทำให้ประชาชนนับล้านลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิสตรี รัฐบาลตอบโต้ด้วยความรุนแรง สร้างบาดแผลลึกในสังคม

ทรัมป์ซึ่งมีประวัติขัดแย้งกับอิหร่านอย่างดุเดือด เคยสั่งสังหารนายพลกาเซม โซไลมานี ในปี 2563 ส่งผลให้ความสัมพันธ์สหรัฐ-อิหร่านย่ำแย่ยิ่งขึ้น นโยบาย “แรงกดดันสูงสุด” ของเขายกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ทำให้อิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

การปลุกระดมครั้งนี้ของทรัมป์อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อเรียกคะแนนนิยมในหมู่ฐานเสียงอนุรักษ์นิยมสหรัฐฯ หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองตะวันออกกลาง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่อาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่รุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าชาวอิหร่านจำนวนมากตอบรับคำเรียกร้องของทรัมป์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยใช้แฮชแท็ก #IranRevolution เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาล แต่รัฐบาลอิหร่านกล่าวหาว่าทรัมป์แทรกแซงกิจการภายในและเป็นผู้ก่อการร้าย

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำของทรัมป์ครั้งนี้อาจจุดชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในอิหร่าน หากชาวอิหร่านรวมตัวกันได้ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อติดตามข่าวสารต่างประเทศล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

กต.อิหร่านออกแถลงการณ์ ประณามการรุกรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

กต.อิหร่านออกแถลงการณ์ ประณามการรุกรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล อย่างดุเดือด หลังจากเกิดเหตุการณ์รุกรานทางทหารครั้งใหญ่ในช่วงใกล้เทศกาลสำคัญของอิหร่าน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านประกาศตอบโต้อย่างเด็ดขาด

กต.อิหร่านออกแถลงการณ์ ประณามการรุกรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างชัดเจน

ในแถลงการณ์ที่ออกมา กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้กล่าวหาสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล หรือที่อิหร่านเรียกว่า “ระบอบไซออนิสต์” ว่าละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างร้ายแรง โดยโจมตีเป้าหมายทางทหาร โครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกัน และแม้แต่สถานที่พลเรือนในหลายเมืองของอิหร่าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเช้าวันที่ใกล้เทศกาลนาว์รูชและเดือนรอมฎอน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์

แถลงการณ์ระบุว่า แม้อิหร่านจะพยายามหลีกเลี่ยงสงครามผ่านช่องทางการทูต แต่ผู้รุกรานกลับไม่สนใจ และอิหร่านยืนยันว่าจะใช้สิทธิป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ กองทัพอิหร่านพร้อมตอบโต้ด้วยศักยภาพทั้งหมด เพื่อยุติอาชญากรรมนี้

รายละเอียดแถลงการณ์จากกต.อิหร่าน

เนื้อหาในแถลงการณ์เริ่มต้นด้วยการทักทายประชาชนชาวอิหร่านผู้กล้าหาญ โดยบรรยายว่ามาตุภูมิอิหร่านอันศักดิ์สิทธิ์ถูกโจมตีอีกครั้ง อิหร่านเรียกร้องให้สหประชาชาติ คณะมนตรีความมั่นคง เลขาธิการสหประชาชาติ และประเทศสมาชิกทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศอิสลามและขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ประณามการรุกรานนี้และดำเนินมาตรการเร่งด่วน

  • การโจมตีละเมิดวรรค 4 มาตรา 2 ของกฎบัตร UN
  • อิหร่านมีสิทธิตอบโต้ตามมาตรา 51
  • เรียกร้องให้ UN รับมือทันที
  • คาดหวังการประณามจากนานาประเทศ

แถลงการณ์ยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกองทัพอิหร่าน ที่จะปกป้องชาติด้วยศรัทธาและพลังแห่งเอกภาพ โดยยืนยันว่าประชาชนอิหร่านไม่เคยยอมจำนนต่อผู้รุกรานจากต่างชาติ

บริบทและผลกระทบต่อภูมิภาค

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระบวนการเจรจาทางการทูตระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นข้ออ้างที่ไม่มีน้ำหนัก สถานการณ์อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่ในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลกและความมั่นคงระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์มองว่าอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคหรือพันธมิตรของอิสราเอล

จากประวัติศาสตร์ อิหร่านเคยเผชิญการรุกรานหลายครั้งแต่สามารถตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชาติที่ยึดมั่นในหลักอิสลามและเอกภาพ

สำหรับประชาชนทั่วไป สถานการณ์นี้เตือนใจถึงความสำคัญของสันติภาพโลก และบทบาทของ UN ในการป้องกันสงคราม ผู้สนใจสามารถติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจนำไปสู่การเจรจาอันเข้มข้นยิ่งขึ้น หรือขยายวงสงคราม หากนานาชาติไม่เข้าแทรกแซงทันเวลา คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – กต.อิหร่านออกแถลงการณ์ ประณามการรุกรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

เวสต์แฮมต้องขายนักเตะในซัมเมอร์หลังขาดทุน 104 ล้าน

เวสต์แฮมต้องขายนักเตะในซัมเมอร์หลังขาดทุน 104 ล้านปอนด์

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ประกาศว่าต้องขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้จะรอดจากการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก หลังเผยขาดทุน 104.2 ล้านปอนด์ในปีการเงินที่สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2025

ตัวเลขที่สโมสรเปิดเผยแสดงการเปลี่ยนแปลงอย่าง剧烈 จากกำไร 57.2 ล้านปอนด์ในปี 2023-24 รายได้ลดลง 42.1 ล้านปอนด์ เหลือ 227.6 ล้านปอนด์ เนื่องจากอันดับในลีกต่ำลง จำนวนเกมถ่ายทอดสดน้อยลง ไม่มีฟุตบอลยุโรป และกำไรจากการขายนักเตะลดลง

บัญชีแสดงการขาดดุลเงินสดในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้ในกรณีฐานที่ไม่ตกชั้น เวสต์แฮมต้องขายนักเตะในซัมเมอร์หลังขาดทุน 104 ล้านปอนด์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สโมสรอยู่ที่อันดับ 18 ของพรีเมียร์ลีก ตามหลังน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2 แต้ม เหลือแข่ง 11 นัด

เวสต์แฮมต้องขายนักเตะในซัมเมอร์หลังขาดทุน 104 ล้านปอนด์

รายงานของบอร์ดสโมสรระบุว่า “ในทั้งกรณีฐานและกรณีที่รุนแรงแต่เป็นไปได้ ต้องมีมาตรการบรรเทาเพื่อให้มีสภาพคล่องเพียงพอ” มาตรการหลักคือการขายนักเตะเพื่อรับเงินสด หากไม่พอ ผู้ถือหุ้นต้องฉีดเงินเพิ่ม

หากตกชั้นสู่แชมเปี้ยนชิพ การขาดสภาพคล่องในซัมเมอร์ 2026 จะรุนแรงกว่า ต้องขายนักเตะมากขึ้น ลดค่าเหนื่อย หรือหาเงินจากผู้ถือหุ้น

สถานการณ์ปัจจุบันของเวสต์แฮม

เวสต์แฮมชนะในลีกแค่ 6 นัดฤดูกาลนี้ แต่ไม่แพ้ 3 นัดหลังสุด พวกเขาจะพบลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์วันเสาร์นี้ (15:00 GMT) เดือนมกราคมเซ็น 5 นักเตะใหม่ Pablo, Valentin Castellanos, Adama Traore, Axel Disasi เพื่อหนีตกชั้น

สโมสรยืนยันว่ายังปฏิบัติตามกฎ Financial Fair Play และคาดว่าจะทำได้ต่อไป

ผลกระทบต่ออนาคต

การขาดทุนครั้งนี้มาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการจบฤดูกาลก่อนหน้าไม่ดีพอที่จะได้รายได้จากยุโรป ลีกต่ำลงทำให้เงินรางวัลลด การขายนักเตะไม่ค่อยได้กำไรเท่าเดิม แฟนบอลเวสต์แฮมกังวลว่าการขายนักเตะหลักอาจกระทบฟอร์มทีม แต่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดทางการเงิน

ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลมองว่าสโมสรอย่างเวสต์แฮมต้องบริหารการเงินให้ดีในยุคที่พรีเมียร์ลีกแข่งขันสูง บิ๊กซิกซ์ครองรายได้มาก สโมสรกลางตารางอย่างแฮมเมอร์สต้องพึ่งการซื้อขายนักเตะเพื่อสมดุลบัญชี

  • รายได้ลดลง 42.1 ล้านปอนด์
  • ขาดทุน 104.2 ล้านปอนด์
  • ต้องขายนักเตะเพื่อสภาพคล่อง
  • เสี่ยงตกชั้นเพิ่มปัญหา

ฤดูกาลนี้เวสต์แฮมต้องลุ้นหนัก 11 นัดที่เหลือ หากรอดตกชั้น การขายนักเตะในซัมเมอร์จะช่วยรีเซ็ตทีม แต่ต้องเลือกขายใครให้เหมาะสม นักเตะอย่าง Jarrod Bowen หรือ Lucas Paqueta อาจเป็นเป้าหมาย แต่หวังว่าจะเก็บตัวหลักไว้

ในมุมมองของผม เวสต์แฮมต้องหานายทุนใหม่หรือปรับโครงสร้างค่าเหนื่อยเพื่อยั่งยืน แฟนบอลควรสนับสนุนทีมให้หนีตกชั้นก่อน แล้วค่อยคิดถึงซัมเมอร์ คุณคิดอย่างไร ลองคอมเมนต์ด้านล่าง!

เรียกดูโปรแกรมแข่งและข่าวเวสต์แฮมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง

ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากอิหร่านตัดสินใจรุกคืบโจมตีฐานทัพสำคัญของสหรัฐอเมริกาในหลายประเทศ เพื่อตอบโต้การโจมตีร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง

ตามรายงานจากสื่อใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน มีเหตุระเบิดดังสนั่นเกิดขึ้นหลายครั้งในประเทศบาห์เรน กรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ สำคัญหลายแห่ง ขีปนาวุธของอิหร่านถูกยิงตรงเป้าไปยังอย่างน้อย 4 ฐานทัพหลัก ได้แก่

  • ฐานทัพอากาศอัล อูเดอิด ในกาตาร์ ซึ่งเป็นฐานทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐในตะวันออกกลาง
  • ฐานทัพอากาศอัล ซาเลม ในคูเวต ที่ใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางอากาศ
  • ฐานทัพอากาศอัล ดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำคัญสำหรับเครื่องบินรบและโดรน
  • ฐานทัพกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงมานามา ถือเป็นสำนักงานใหญ่ถาวรและพันธมิตรหลักในอ่าวเปอร์เซีย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งยืนยันว่า ฐานทัพเรือในบาห์เรนถูกโจมตีอย่างหนักด้วยขีปนาวุธอิหร่าน และสถานการณ์ยังคงตึงเครียดไม่คลี่คลาย ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ด่วนให้ประชาชนอพยพไปยังที่ปลอดภัยใกล้ที่สุดทันที

การตอบโต้จากอิหร่านและการโจมตีของอิสราเอล

สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านอ้างแถลงการณ์จาก IRGC ว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อปฏิบัติการทางท軍事ของสหรัฐและอิสราเอลที่บุกโจมตีเมืองต่างๆ ในอิหร่านก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน อิสราเอลก็ไม่ยอมอยู่นิ่ง โดยกองทัพอิสราเอล (IDF) ประกาศเปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ต่อเป้าหมายทางทหารของรัฐบาลอิหร่านทางตะวันตกของประเทศ การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 3 ชั่วโมงครึ่งหลังจากคลื่นแรก ทำให้ความขัดแย้งลุกลามหนักขึ้น

เหตุการณ์ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลางนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเสถียรภาพในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามใหญ่หากไม่มีการเจรจาทางการทูตเร่งด่วน น้ำมันในตลาดโลกอาจผันผวนรุนแรง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากพื้นที่นี้

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ อาจตอบโต้ด้วยกำลังทางอากาศและเรือรบในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขณะที่อิหร่านมีขีปนาวุธข้ามทวีปที่พร้อมใช้งาน นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรอย่างฮูธีในเยเมนและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน อาจเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจตามมา

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์บทความเพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ กันนะครับ ติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ

ที่มา – ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง

ฮั่วเซ่งเฮง งดซื้อ-ขายออนไลน์ชั่วคราว เหตุอิสราเอล-อิหร่าน

ในสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงิน โดยเฉพาะราคาทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่นักลงทุนทองคำต้องรู้ คือ ฮั่วเซ่งเฮง งดซื้อ-ขายออนไลน์ชั่วคราว เหตุอิสราเอล-อิหร่าน ทำราคาทองคำผันผวน บริษัทฮั่วเซ่งเฮง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าทองคำรายใหญ่ของไทย ได้ประกาศหยุดให้บริการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและความมั่นคงของระบบ

ฮั่วเซ่งเฮง งดซื้อ-ขายออนไลน์ชั่วคราว เหตุอิสราเอล-อิหร่าน ทำราคาทองคำผันผวน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น เมื่ออิสราเอลประกาศเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน สื่ออิหร่านรายงานว่ามีไซเรนเตือนภัยดังทั่วประเทศ สถานการณ์นี้ทำให้ตลาดโลกแตกตื่น โดยเฉพาะราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

บริษัทฮั่วเซ่งเฮง ได้โพสต์ประกาศผ่านแฟนเพจ HSHsocial ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า เนื่องจากราคาทองคำมีความผันผวนสูงมาก ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ตลาดทองคำต่างประเทศปิดทำการ จึงไม่มีราคาอ้างอิงที่ชัดเจน บริษัทจึงต้องงดให้บริการระบบซื้อ-ขายออนไลน์และทองคำแท่งทุกชนิดชั่วคราว โดยจะกลับมาเปิดบริการปกติในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569

สาเหตุหลักของการตัดสินใจฮั่วเซ่งเฮง งดซื้อ-ขายออนไลน์ชั่วคราว

  • ความผันผวนของราคาทองคำ: ราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นกว่า 2% ในชั่วพักบ่าย หลังข่าวโจมตี ส่งผลให้ราคาในไทยปรับตัวตามอย่างฉับพลัน
  • ตลาดต่างประเทศปิด: วันเสาร์-อาทิตย์ ตลาดหลักอย่าง COMEX ปิด ทำให้ไม่มีราคากลาง ผู้ขายและผู้ซื้อเสี่ยงต่อความสูญเสีย
  • ปกป้องลูกค้า: เพื่อป้องกันการซื้อขายในราคาที่ไม่เป็นธรรม และลดความเสี่ยงจากการเก็งกำไรในช่วงวิกฤติ

ฮั่วเซ่งเฮง เป็นหนึ่งในร้านทองชั้นนำของไทยที่มีสาขากว่า 20 แห่งทั่วประเทศ และมีระบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูง การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยลูกค้าสามารถซื้อทองรูปพรรณได้ที่สาขาใกล้บ้านแทน แต่ทองคำแท่งทั้งหมดหยุดทุกช่องทาง

ผลกระทบต่อนักลงทุนทองคำในไทย

การประกาศ ฮั่วเซ่งเฮง งดซื้อ-ขายออนไลน์ชั่วคราว เหตุอิสราเอล-อิหร่าน ทำราคาทองคำผันผวน ส่งผลให้ผู้ที่วางแผนซื้อหรือขายทองออนไลน์ต้องเลื่อนออกไป สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศรับซื้ออยู่ที่ประมาณ 35,000 บาทต่อบาททอง และขายออก 35,200 บาท แต่หลังข่าวความขัดแย้ง ราคาอาจทะยานสูงกว่านี้เมื่อตลาดเปิด

ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากวิกฤติ geopolitical มาตลอดประวัติศาสตร์ เช่น ในสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาทองพุ่งกว่า 20% ในปีเดียว นักลงทุนไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะหากความขัดแย้งยืดเยื้อ ราคาทองอาจแตะระดับสูงสุดใหม่

นอกจากนี้ ร้านทองอื่นๆ อย่างห้างทองเยาวราช หรือออสสิริส ก็อาจมีมาตรการคล้ายกัน เพื่อความสอดคล้องกับสมาคมค้าทองคำ แนะนำให้นักลงทุนศึกษาข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ซึ่งอัพเดทราคาทุกวันทำการ

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในช่วงนี้

  • หลีกเลี่ยงการซื้อขายเก็งกำไร จนกว่าจะมีราคาอ้างอิงชัดเจน
  • ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น Thai Rath หรือเว็บสมาคมทองคำ
  • พิจารณาทองรูปพรรณสำหรับการออมระยะยาว แทนทองแท่ง
  • กระจายการลงทุนไปยังหุ้นกู้หรือกองทุน เพื่อลดความเสี่ยง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์อิสราเอล-อิหร่านอาจไม่ลุกลามเป็นสงครามใหญ่ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ราคาทองคำผันผวนต่ออีกหลายวัน นักลงทุนมือใหม่ไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรรอจังหวะเข้าตลาดเมื่อทุกอย่างนิ่ง

สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาโอกาสลงทุนทองคำ แนะนำให้สมัครรับข่าวสารอัพเดทราคาทองคำฟรีจากบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้

ที่มา – ฮั่วเซ่งเฮง งดซื้อ-ขายออนไลน์ชั่วคราว เหตุอิสราเอล-อิหร่าน ทำราคาทองคำผันผวน