วัน: 1 มีนาคม 2026

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

เหตุการณ์สะเทือนขวัญในตะวันออกกลางกำลังเป็นที่จับตามอง เมื่ออิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ”เพื่อบริหารประเทศชั่วคราว หลังจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ว่า รัฐบาลอิหร่านได้ประกาศจัดตั้งสภาชุดนี้ทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพของชาติในช่วงเปลี่ยนผ่านที่อ่อนไหว

การสูญเสียผู้นำสูงสุดคนนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองอิหร่าน คาเมเนอีปกครองมานานกว่า 30 ปี และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอล การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สร้างความโกลาหลและความโกรธแค้นในหมู่ประชาชนอิหร่านจำนวนมาก

หลักการจัดตั้งสภาผู้นำตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน

ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอิหร่าน หากผู้นำสูงสุดไม่อยู่ในตำแหน่ง สภาผู้นำชั่วคราวจะถูกจัดตั้งขึ้นทันที โดยประกอบด้วยสมาชิกหลัก 3 คน ได้แก่ ประธานาธิบดี หัวหน้าฝ่ายตุลาการ และนักบวชระดับสูงจากสภาอารักษ์ (Guardian Council) สภานี้จะทำหน้าที่บริหารประเทศ จนกว่าสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งมีสมาชิก 88 คน จะเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่

กระบวนการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันสุญญากาศทางการเมือง และรักษาอำนาจของระบบอิสลามนิยมในอิหร่าน สภาผู้นำจะมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น นโยบายต่างประเทศ การทหาร และเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาวิกฤตนี้

สมาชิกหลักในสภาผู้นำชุดใหม่

สภาผู้นำชุดนี้มีสมาชิกที่ทรงอิทธิพล ดังนี้:

  • อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี: รองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ และสมาชิกสภาอารักษ์ เขาเป็นนักบวชอาวุโสที่มีประสบการณ์ยาวนานในหน่วยงานรัฐบาล และเป็นคนสนิทของคาเมเนอี อาราฟีมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครเลือกตั้งและอนุมัติกฎหมาย
  • มาซูด เปเซชเคียน: ประธานาธิบดีอิหร่านคนปัจจุบัน ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้ง เขามีพื้นฐานทางการแพทย์และการเมือง เน้นนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและการต่างประเทศ
  • โกลัม-ฮอสเซน โมห์เซนี-เอเจอี: หัวหน้าฝ่ายตุลาการ รับผิดชอบระบบยุติธรรมและการตีความกฎหมายอิสลาม

ทั้งสามคนนี้จะร่วมกันกำหนดทิศทางอิหร่านในช่วงถัดไป โดยเฉพาะการตอบโต้ทางทหารต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ”

การจัดตั้งสภาผู้นำนี้ไม่เพียงช่วยรักษาความมั่นคงภายใน แต่ยังส่งสัญญาณถึงความสามัคคีของผู้นำอิหร่านต่อศัตรูภายนอก อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนกังวลเรื่องเสถียรภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จาก санкции และการประท้วงภายในที่อาจปะทุขึ้น นอกจากนี้ สภาผู้เชี่ยวชาญจะต้องเร่งเลือกผู้นำใหม่ภายในไม่กี่เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายใน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง โดยอิหร่านอาจเสริมสร้างพันธมิตรกับรัสเซียและจีนมากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเตรียมรับมือการตอบโต้

ติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในภูมิภาคที่ร้อนระอุนี้

ที่มา – อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

แซม เคอร์ ซัดประตูทีมชาติลูกแรกใน 28 เดือน

แซม เคอร์ ซัดประตูทีมชาติลูกแรกใน 28 เดือน ช่วยให้ออสเตรเลียเปิดตัวในศึกเอเชียน คัพ ด้วยชัยชนะ 1-0 เหนือฟิลิปปินส์ ที่เพิร์ธ สเตเดี้ยม

ดาวยิงเชลซี วัย 32 ปี ซึ่งกลับมาลงสนามอีกครั้งในเดือนกันยายน หลังพักรักษาอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า ACL นานเกือบ 2 ปี ได้รับโอกาสโหม่งลูกที่เสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาดในนาทีที่ 14 ทำให้กลายเป็นประตูชัยของแมตช์นี้

ประตูนี้เป็นลูกที่ 70 ของเคอร์ให้ทีมชาติออสเตรเลีย และกลายเป็นไฮไลต์เดียวของเกมที่ออสเตรเลียพลาดโอกาสหลายหน

“ผมคิดว่าผมกำลังค้นหาความมั่นใจกลับมา” แซม เคอร์ วัย 32 ปี กล่าว “ผมรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นตัวเองปกติ เพียงแต่ต้องได้สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษมากกว่านี้ วันนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี ทีมมีความเชื่อมั่นมาก แต่ดั่งที่เห็นในวันนี้ ทีมในเอเชียน คัพมีคุณภาพสูง คุณต้องก้าวทีละก้าว”

แซม เคอร์ ซัดประตูทีมชาติลูกแรกใน 28 เดือน สร้างความฮือฮา

การกลับมาของแซม เคอร์ ในฟุตบอลหญิงทีมชาติออสเตรเลีย ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะหลังจากที่เธอต้องพักยาวจากอาการบาดเจ็บร้ายแรง นับตั้งแต่กลับมา เธอแสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่ดุดันและพร้อมลุยทุกนัด การทำประตูนี้ไม่เพียงช่วยทีมคว้าชัย แต่ยังเป็นสัญญาณว่าดาวยิงรายนี้พร้อมกลับสู่จุดพีคแล้ว

เส้นทางกลับมาของแซม เคอร์

หลังบาดเจ็บ ACL ในปี 2024 เคอร์ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างหนัก แต่ด้วยความมุ่งมั่นและการสนับสนุนจากเชลซี เธอก็กลับมาลงเล่นได้ในที่สุด การกลับมาลงสนามในเดือนกันยายน เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ และวันนี้ แซม เคอร์ ซัดประตูทีมชาติลูกแรกใน 28 เดือน ก็กลายเป็นโมเมนต์ที่แฟนๆ รอคอย

นัดต่อไปของออสเตรเลียคือการพบอิหร่าน ที่โกลด์ โคสต์ สเตเดี้ยม ในวันพฤหัสบดี โดยอิหร่านจะเปิดสนามพบเกาหลีใต้ในวันจันทร์ แม้แมตช์เหล่านี้จะยังคงจัดการแข่งขันตามปกติ แต่สหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ได้เลื่อนบางนัดในภูมิภาคตะวันตก เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีตอบโต้ทั่วตะวันออกกลาง

“ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังพัฒนาในตะวันออกกลาง นัดแข่งในภูมิภาคตะวันตกที่กำหนดไว้ 2-3 มีนาคม 2026 จะเลื่อนออกไป” AFC กล่าวในแถลงการณ์ “AFC จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมุ่งมั่นรักษาความปลอดภัยของนักเตะ ทีมงาน เจ้าหน้าที่ และแฟนบอล โดยเรากำลังประสานงานใกล้ชิดกับทีมชาติหญิงอิหร่านและเจ้าหน้าที่ที่โกลด์ โคสต์”

อนาคตของเอเชียน คัพ ท่ามกลางความท้าทาย

  • ออสเตรเลีย: ทีมเต็งแชมป์ หลังคว้าแชมป์เอเชีย 2022
  • อิหร่าน: เปิดตัวพบเกาหลีใต้ นัดน่าจับตา
  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง: อาจกระทบกำหนดการแข่งขัน

ฟุตบอลหญิงเอเชียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีดาวดังอย่างแซม เคอร์ เป็นตัวอย่างที่ดี นอกจากนี้ Ben Haines, Ellen White และ Jen Beattie กลับมาพร้อมพอดแคสต์ Women’s Football Weekly ทุกวันอังคารบน BBC Sounds พร้อมสัมภาษณ์และคอนเทนต์จาก Women’s Super League

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: ฟุตบอล | ฟุตบอลหญิง

การ แซม เคอร์ ซัดประตูทีมชาติลูกแรกใน 28 เดือน แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของนักกีฬา แฟนบอลควรติดตามต่อไป เพราะออสเตรเลียมีลุ้นแชมป์รายการนี้! คุณคิดว่าเคอร์จะทำประตูเพิ่มอีกกี่ลูก? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสนับสนุนฟุตบอลหญิง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

‘เซฟที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น’ – เซฟของพิกฟอร์ดดีแค่ไหน?

‘เซฟที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น’ – เซฟของพิกฟอร์ดดีแค่ไหน?

จอร์แดน พิกฟอร์ด ผู้รักษาประตูของเอฟเวอร์ตันและทีมชาติอังกฤษ ไม่ใช่คนแปลกหน้าในการเซฟประตูสุดสวย แต่เซฟในวันเสาร์ที่สนามเซนต์เจมส์ พาร์ค ในการหยุดลูกยิงของซานโดร โทนาลี จะเป็นเซฟที่ดีที่สุดของเขาหรือไม่?

ตอนนั้นเอฟเวอร์ตันนำนิวคาสเซิ่ล 3-2 ลูกยิงแรงๆ ของโทนาลีพุ่งตรงกรอบประตูเอฟเวอร์ตัน ดูเหมือนจะช่วยให้นิวคาสเซิ่ลตีเสมอครั้งที่สาม แต่พิกฟอร์ดยื่นมือขวาออกไป สัมผัสลูกบอลให้กระเด็นไปโดนคานและหลุดออกไป!

จาร์รัด แบรนธ์เวท เพื่อนร่วมทีมเอฟเวอร์ตันวัย 31 ปี บอกว่า “นี่คือ เซฟที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น” หลังจากทีมรอดคว้าชัยชนะ 3 แต้ม เขายังเสริมว่า “เวลาที่เขาทำแบบนี้มันมหัศจรรย์จริงๆ เขาช่วยให้เราอยู่ในเกมได้ และนี่คือ 3 แต้มที่ยิ่งใหญ่”

‘เซฟที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น’ – เซฟของพิกฟอร์ดดีแค่ไหน?

อลัน เชียเรอร์ กัปตันเก่านิวคาสเซิ่ลที่วิเคราะห์ในรายการ Match of the Day บอกว่าเซฟนี้ “ระดับโลก” เขากล่าวว่า “ลูกยิงของซานโดร โทนาลีมันสุดยอด แต่เซฟของพิกฟอร์ดน่าเหลือเชื่อ ปฏิกิริยาที่เอื้อมไปโดนคานนั่นสุดยอดมาก”

เซฟของพิกฟอร์ดเทียบกับเซฟดังๆ อื่นๆ

เซฟของพิกฟอร์ดนี้ติดอันดับท็อปหรือไม่? ลองมาดูเซฟดังๆ ในประวัติศาสตร์ฟุตบอล:

  • ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล vs อาร์เซน่อล: เซฟลูกยิงใกล้กรอบเขตโทษแบบเหนือชั้น
  • เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ในฟุตบอลโลก 2022: เซฟจุดโทษหลายลูกช่วยอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์
  • กอร์ดอน แบงส์ vs เปเล่ ในเวิลด์คัพ 1970: เซฟที่ถูกเรียกว่าเซฟในตำนาน
  • จอร์แดน พิกฟอร์ด vs โทนาลี: ปฏิกิริยาเร็วเหนือมนุษย์!

คุณคิดว่าเซฟของพิกฟอร์ดอันดับไหน? เรียงลำดับแล้วคอมเมนต์บอกกันได้เลยนะ!

นอกจากนี้ พิกฟอร์ดยังมีเซฟเด่นๆ อีกมากมาย เช่น ในนัดเจอกับลิเวอร์พูล หรือทีมชาติอังกฤษที่ยูโร ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนายทวารที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกยุคนี้ เซฟนี้ไม่เพียงช่วยเอฟเวอร์ตันหนีการตีเสมอ แต่ยังจุดประกายความหวังในฤดูกาลที่ยากลำบาก

พรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยโมเมนต์แบบนี้ที่ทำให้แฟนบอลตื่นเต้น ลูกยิงของโทนาลีเองก็ยอดเยี่ยม แต่พิกฟอร์ดพิสูจน์แล้วว่าทำไมเขาถึงเป็นตัวเลือกหลักของเซาธ์เกต

คุณล่ะ คิดว่า‘เซฟที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น’ – เซฟของพิกฟอร์ดดีแค่ไหน? ลองแชร์เซฟโปรดของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือโหวตในโพลล์ของเรา!

ติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน และเซฟสุดยอดได้ที่นี่ทุกวัน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ปภ. เตือน 62 จังหวัดรับมือพายุฝน 3-6 มี.ค.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้มีข่าวสำคัญที่เราต้องไม่พลาดเลย โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และกรุงเทพฯ เพราะ ปภ. เตือน 62 จังหวัด เตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง ช่วง 3-6 มี.ค.นี้ เรียกได้ว่าพายุฤดูร้อนกำลังมาเยือนแบบจัดเต็มเลยทีเดียว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้ออกประกาศเตือนแล้ว เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ปภ. เตือน 62 จังหวัด เตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง ช่วง 3-6 มี.ค.นี้

จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามวลอากาศเย็นจากจีนกำลังเคลื่อนลงมาปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ขณะที่ไทยตอนบนอากาศร้อนอบอ้าว บวกกับคลื่นลมตะวันตก ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะวันที่ 3-6 มีนาคม 2569 (หรือ 2026? แต่ตามข่าวคือ 2569) สถานการณ์นี้จะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกด้วยนะครับ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังหลักๆ คือ

  • ภาคเหนือ: ทุกจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ ฯลฯ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ทุกจังหวัด ทั้งอีสานตอนบนและตอนล่าง
  • ภาคกลาง: ทุกจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ทั้งหมด 62 จังหวัดเลยทีเดียว ปภ. ได้ประสานงานกับศูนย์ป้องกันภัยเขตและองค์กรท้องถิ่น ให้เตรียมเครื่องจักร ทีมกู้ภัย และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าแล้วครับ

คำแนะนำป้องกันภัยจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

เพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าประมาทนะครับ! ก่อนอื่นให้ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุทุกวัน ตรวจบ้านเรือนให้แน่นหนา ยึดป้ายโฆษณาให้มั่นคง หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือเสาไฟที่อาจล้ม ระวังฟ้าผ่าด้วย ส่วนเกษตรกรรีบทำค้ำยันต้นไม้ เก็บเกี่ยวผลผลิตที่เก็บได้แล้ว เพื่อลดความเสียหาย

ถ้าฝนตกหนัก ลมแรง อย่าออกนอกบ้านโดยเด็ดขาด หาที่ปลอดภัยในตัวบ้าน เช่น ห้องในสุด ไกลหน้าต่าง นอกจากนี้ ปภ. แนะนำให้ดาวน์โหลดแอป “THAI DISASTER ALERT” เพื่อรับแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เลยครับ สะดวกมาก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น น้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก หรือต้นไม้ล้มทับบ้านรถยนต์ ซึ่งเคยเกิดขึ้นบ่อยในฤดูร้อนแบบนี้ การเตรียมพร้อมจึงสำคัญมาก เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองและครอบครัว

มาดูตัวอย่างเหตุการณ์ในอดีตกันหน่อยนะครับ ปีที่แล้วพายุฤดูร้อนทำให้มีบ้านเรือนพังเสียหายนับร้อยหลัง ลมกระโชกแรงพัดป้ายล้มทับคนเจ็บหลายราย ดังนั้นปีนี้เราต้องฉลาดกว่าเดิม เก็บของไว้ในที่ปลอดภัย 備อุปกรณ์ฉุกเฉินอย่างไฟฉาย วิทยุ แบตสำรอง และน้ำดื่ม

สำหรับคนในกรุงเทพฯ ที่อาจไม่ชินกับพายุแรงๆ แบบนี้ ระวังรถติดจากฝนตกหนัก และเศษซากลอยมากับน้ำ ลมแรงอาจทำให้ป้ายร้านค้าล้มได้ง่ายๆ ครับ

สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าการเตรียมตัวคือกุญแจสู่ความปลอดภัย ถ้าพบอันตราย รีบแจ้งทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” (Line ID: @1784DDPM) หรือโทรสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม. ครับ ทีมงานพร้อมช่วยเหลือทันที

ข้อคิดท้ายบท: สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในยุคนี้ การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราอยู่รอดได้ดีขึ้น ดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ดีนะครับ!

ที่มา – ปภ. เตือน 62 จังหวัด เตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง ช่วง 3-6 มี.ค.นี้

“นิด้าโพล” ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีผลสำรวจสุดร้อนแรงมาฝากกันตรงจาก“นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาลอนุทิน ผลสำรวจนี้ทำโดยศูนย์นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่เก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศกว่า 1,310 คน ระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลทางโทรศัพท์ ความแม่นยำสูงถึง 97% ค่าคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 เลยทีเดียว เพื่อนๆ คิดดูสิว่าประชาชนคิดยังไงกับการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะการที่พรรคภูมิใจไทยของอนุทิน ชาญสุวรรณ จะดึงพรรคอื่นมาร่วม

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งยังคงเดือดปุดๆ ทุกพรรคต่างแย่งชิงตำแหน่งกันวุ่นวาย นิด้าโพลเลยออกมาสำรวจหัวข้อ “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล?” ถามตรงๆ ว่าประชาชนอยากเห็นพรรคกล้าธรรม (กธ.) ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประชาชน (ปชน.) และเพื่อไทย (พท.) ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยหรือเปล่า ผลออกมาชัดเจนมาก โดยเฉพาะ 3 พรรคแรกที่ประชาชนส่วนใหญ่ “ไม่อยากให้” ร่วมเลย!

“นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาลอนุทิน

มาดูผลกันแบบละเอียดยิบเลยนะครับ เริ่มจากพรรคแรกที่โดนหนักสุด

พรรคกล้าธรรม (กธ.): เกินครึ่งไม่เอา

เมื่อถามว่าควรให้พรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยไหม ผลคือ

  • ไม่ควรเข้าร่วม: 64.35%
  • ควรเข้าร่วม: 34.05%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 1.60%

เห็นมั้ยครับ เกือบ 2 ใน 3 ไม่เห็นด้วย! อาจเพราะกล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ ภาพลักษณ์ยังไม่ชัด หรือกลัวถูกกลืนโดยพรรคใหญ่?

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.): ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

สำหรับเดอะบลูส์ พรรคเก่าแก่

  • ไม่ควรเข้าร่วม: 58.24%
  • ควรเข้าร่วม: 40.84%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 0.92%

ประชาชนกว่าครึ่งไม่เห็นด้วยกับการจับมือ “เสี่ยหนู” อนุทิน อาจเพราะฐานเสียงใต้ของปชป. ยังมีประเด็นขัดแย้งเก่าๆ กับภูมิใจไทย

พรรคประชาชน (ปชน.): รับไม่ได้เลย

พรรคนี้โดนหนักสุด

  • ไม่ควรเข้าร่วม: 71.14%
  • ควรเข้าร่วม: 28.55%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 0.31%

กว่า 70% บอกไม่เอา! คงเพราะปชน.เน้นนโยบายก้าวหน้า แต่ภูมิใจไทยถูกมองว่าติดค้างประเด็นเก่า

พรรคเพื่อไทย (พท.): หนุนเต็มที่

แต่น่าสนใจตรงพรรคเพื่อไทย

  • ควรเข้าร่วม: 54.73%
  • ไม่ควรเข้าร่วม: 44.81%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 0.46%

กว่าครึ่งเห็นด้วย สะท้อนว่าประชาชนมองว่าพท.กับภท.เข้ากันได้ดีกว่า

กลุ่มตัวอย่างในผลสำรวจ “นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ

เพื่อความน่าเชื่อถือ นิด้าโพลแจกแจงกลุ่มตัวอย่างครบถ้วน ดังนี้

  • ภูมิลำเนา: กทม. 8.55%, กลาง 18.70%, เหนือ 17.79%, อีสาน 33.28%, ใต้ 13.82%, ตะวันออก 7.86%
  • เพศ: ชาย 47.94%, หญิง 52.06%
  • อายุ: 18-25 ปี 12.13%, 26-35 17.79%, 36-45 17.94%, 46-59 26.34%, 60+ 25.80%
  • การศึกษา: ไม่เรียน 0.38%, ป.6 20.46%, ม.ปลาย 33.51%, อุปตรี 9.62%, ป.ตรี 29.92%, โทขึ้นไป 6.11%
  • อาชีพ: ขรก. 10.46%, พนักงานเอกชน 16.34%, เจ้าของกิจการ 22.52%, เกษตร 10.69%, รับจ้าง 14.81%, แม่บ้าน/เกษียณ 19.07%, นักเรียน 6.11%
  • รายได้: ไม่มี 21.37%, <5,000 บ. 3.74%, 5k-10k 13.97%, 10k-20k 31.53%, 20k-30k 11.83%, 30k+ ส่วนน้อย

ตัวอย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม ทำให้ผลสำรวจ “นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ น่าเชื่อถือสุดๆ

วิเคราะห์ผล: ประชาชนส่งสัญญาณอะไร?

จากผลนี้ เห็นชัดว่าประชาชนยังไม่ค่อยไว้ใจการจับมือระหว่างกธ.-ปชป.-ปชน.กับภูมิใจไทย อาจเพราะนโยบายไม่ลงรอย หรือกลัวรัฐบาลใหญ่เกินไปไม่ยั่งยืน แต่การที่หนุนพท.ร่วม แสดงถึงความหวังในพรรคใหญ่ที่ชัดเจน ในมุมผมคิดว่านี่เป็นสัญญาณให้พรรคการเมืองฟังเสียงประชาชนมากขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลต้องคำนึงถึงความเห็นฐานเสียง ไม่ใช่แค่แบ่งเก้าอี้ ถ้าทำได้ รัฐบาลใหม่ก็น่าจะแข็งแกร่ง!

เพื่อนๆ ล่ะคิดยังไงกับผลสำรวจนี้? อยากเห็นพรรคไหนร่วมรัฐบาลบ้าง? มาคอมเมนต์讨论กันด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านต่อ ช่วยติดตามข่าวการเมืองอัพเดททุกวันกับเรา!

ที่มา – “นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาลอนุทิน

รมว.พลังงานเริ่มมาตรการระงับส่งออกน้ำมัน เพิ่มผลิตก๊าซ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนในแวดวงพลังงานไทยกันเลยนะครับ จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่านที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของเราก็ไม่นิ่งนอนใจ รีบออกมาตรการรับมือทันที เพื่อปกป้องพลังงานในประเทศให้เพียงพอต่อประชาชน

รมว.พลังงาน เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สั่งกรมเชื้อเพลิงทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ

วันที่ 1 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ได้สั่งการด่วนให้เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันทันที พร้อมเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน เพื่อติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ทุกหน่วยงานต้องประเมินผลกระทบทั้งปริมาณสำรองและราคา รวมถึงเตรียมแผนรองรับ หากจำเป็นจะใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคา เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ปริมาณน้ำมันสำรองไทยเพียงพอแค่ไหน?

ดีใจด้วยนะครับที่ไทยมีน้ำมันสำรองเยอะพอสมควร ณ วันที่ 1 มี.ค. 2569 มีน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปคงเหลือ 4,877 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอใช้ได้ 38 วัน แถมยังมีน้ำมันดิบระหว่างขนส่งที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 1,666 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่นอีก 1,117 ล้านลิตร รวมแล้ว 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ถึง 60 วันเลยทีเดียว กระทรวงพลังงานยังตรวจวัดสต็อกทั่วประเทศเป็นประจำ เช่น วันที่ 13 และ 25 ก.พ. ก็ยืนยันว่าพร้อมใช้ ไม่ต้องห่วงครับ

  • น้ำมันคงเหลือ: 4,877 ล้านลิตร (38 วัน)
  • น้ำมันขนส่งผ่านฮอร์มุซ: 1,666 ล้านลิตร
  • น้ำมันจากแหล่งอื่น: 1,117 ล้านลิตร
  • รวมทั้งหมด: 60 วัน

นอกจากนี้ รมว.พลังงาน เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สั่งกรมเชื้อเพลิงทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ โดยให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเร่งทำแผนเพิ่มกำลังผลิตก๊าซจากอ่าวไทย และเลื่อนการซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซออกไปก่อน เพื่อรักษาแหล่งผลิตให้เต็มที่ ในส่วนไฟฟ้าก็สั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินและพลังน้ำเต็มกำลัง ช่วยลดการพึ่งพาก๊าซนำเข้าได้บ้าง

ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงสำคัญขนาดนี้?

เพื่อนๆ รู้ไหมครับ ช่องแคบฮอร์มุซเป็น “ประตูสู่น้ำมันโลก” ราว 20-30% ของน้ำมันดาษลีที่ขนส่งทางทะเลผ่านที่นี่ ถ้าปิดนานๆ ราคาน้ำมันโลกพุ่งชัวร์ ไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% ของความต้องการ ก็เสี่ยงกระทบทั้งราคาและปริมาณ แต่ด้วยมาตรการที่ รมว.พลังงานออกมาแบบนี้ เราก็สบายใจขึ้นเยอะ

นายอรรถพล กล่าวย้ำว่า “ยังไม่กระทบไทยทั้งปริมาณและราคา แต่เราระงับส่งออกทันที เปิดศูนย์เฝ้าระวัง และเตรียมแผนระยะสั้น-ยาว รวมถึงกองทุนชดเชย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ใช้พลังงานประหยัด จะช่วยลดนำเข้า ลดต้นทุนทั้งระบบ”

ผลกระทบที่อาจเกิดและคำแนะนำ

ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจเห็นราคาน้ำมันในปั๊มปรับขึ้น แต่กองทุนจะช่วยรับมือ ค่าขนส่ง สินค้าอุปโภคก็อาจแพงตาม แต่ไทยมีสำรองดี และกำลังเพิ่มผลิตในประเทศแบบ รมว.พลังงาน เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สั่งกรมเชื้อเพลิงทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ ทำให้เรามั่นใจได้มากขึ้น

สำหรับประชาชน แนะนำให้เช็คน้ำมันในรถให้เต็ม ถ้าจำเป็น ขับขี่ประหยัด ใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ลดใช้ไฟฟ้าไม่จำเป็น จะช่วยแบ่งเบาภาระพลังงานชาติได้จริงๆ ครับ

โดยสรุป มาตรการนี้แสดงให้เห็นความคล่องตัวของกระทรวงพลังงานไทยดีมาก ถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือกัน เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้แน่นอน ขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์ต่อไป และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ จะได้ไม่ตื่นตระหนกกัน ถ้ามีอัพเดทใหม่ จะรีบมาบอกเลย!

ที่มา – รมว.พลังงาน เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สั่งกรมเชื้อเพลิงทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ

“อภิสิทธิ์” หนุน “อนุทิน” ตะวันออกกลาง ปชป.จี้คุมราคา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้อ่านทุกท่าน ในยุคที่สถานการณ์โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่กำลังตึงเครียดหนัก วันนี้เราจะมาพูดถึงข่าวสำคัญทางการเมืองไทยที่เกี่ยวข้องโดยตรง นั่นคือ “อภิสิทธิ์” หนุนท่าที “อนุทิน” ในเหตุตะวันออกกลาง ปชป. จี้เร่งอพยพ คุมราคาพลังงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยของนักการเมืองไทยต่อผลกระทบที่อาจมาถึงประชาชน

สถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน กำลังทำให้ทุกประเทศต้องจับตาใกล้ชิด เพราะอาจลุกลามเป็นวิกฤตใหญ่ได้ทุกเมื่อ ราคาน้ำมันโลกผันผวน ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพในไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่นั้นๆ ด้วย

“อภิสิทธิ์” หนุนท่าที “อนุทิน” ในเหตุตะวันออกกลาง ปชป. จี้เร่งอพยพ คุมราคาพลังงาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 โดยแสดงการสนับสนุนท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อย่างเต็มที่ ท่านอภิสิทธิ์ชื่นชมที่นายกฯ ให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก คือ ความปลอดภัยของคนไทย มาตรการรับมือผลกระทบเศรษฐกิจ และการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

นอกจากนี้ ท่านยังเสนอให้กลุ่มอาเซียนรวมพลังกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศสมาชิกถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้ง ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับหลักการ外交ของไทยที่ยึดมั่นในสันติภาพและความเป็นกลาง

ปชป. จี้รัฐบาลเร่งแผนอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง

ในส่วนของนายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกสภาเสรีนิยมและประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) และเครือข่าย Liberal International (LI) ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พรรคยืนยันจุดยืนในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกรอบสหประชาชาติ สนับสนุนท่าทีของนายกฯ อนุทินที่เรียกร้องทางออกสันติภาพ และเน้นย้ำว่าความปลอดภัยของคนไทยในอิหร่านและพื้นที่ใกล้เคียงต้องมาก่อน

นายอิสราเสนอมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการทันที ดังนี้

  • เพิ่มมาตรการความปลอดภัย: จัดทำแผนอพยพคนไทยที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม หากสถานการณ์ยกระดับ จะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที ไม่ปล่อยให้คนไทยตกอยู่ในอันตราย
  • เตรียมพร้อมทางเศรษฐกิจ: กระทรวงพลังงานต้องวางแผนรับมือราคาพลังงานโลกที่ผันผวน ป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น เช่น จัดสรรสำรองน้ำมันหรือ补贴ราคา
  • ร่วมมือระดับภูมิภาค: ใช้กลไกอาเซียนผลักดันแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องหยุดยิงและยุติความขัดแย้งด้วยสันติภาพ เพื่อสร้างแรงกดดันจากนานาชาติ

ผลกระทบต่อประเทศไทยจากวิกฤตตะวันออกกลาง

ทำไมข่าว “อภิสิทธิ์” หนุนท่าที “อนุทิน” ในเหตุตะวันออกกลาง ปชป. จี้เร่งอพยพ คุมราคาพลังงาน ถึงสำคัญนัก? เพราะไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 80% หากราคาพุ่งจากความขัดแย้ง ค่าน้ำมัน ค่าไฟ ค่าขนส่งจะพุ่งตาม ส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น กระทบเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนี้ แม้คนไทยในอิหร่านจะไม่มาก แต่ในตะวันออกกลางโดยรวมมีแรงงานไทยนับหมื่นในประเทศอ่าว ต้องมีแผนสำรองรับมือทุกกรณี

จากประสบการณ์วิกฤตน้ำมันในอดีต เช่น สงครามอ่าวครั้งก่อน ไทยเคยเจอราคาน้ำมันพุ่ง 2 เท่า ทำให้ GDP ชะลอตัว เราจึงต้องเรียนรู้จากอดีต รัฐบาลต้อง proactive ไม่รอให้เกิดปัญหา

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบความสามารถของรัฐบาลไทยในการบริหารวิกฤตระหว่างประเทศ การที่ปชป. ออกมาเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ แสดงถึงการเมืองที่ constructive ไม่ใช่แค่โจมตีกันเอง หากทุกพรรคร่วมมือกัน เราจะผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น

คุณคิดอย่างไรกับท่าทีนี้? รัฐบาลควรทำอะไรเพิ่มเติม? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่างนี้เลยครับ และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ กันนะ สมัครรับข่าวสารจากบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองและเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” หนุนท่าที “อนุทิน” ในเหตุตะวันออกกลาง ปชป. จี้เร่งอพยพ คุมราคาพลังงาน

สื่ออิสราเอลอ้างสังหารเจ้าหน้าที่อิหร่าน 30 ราย 30 วิแรก

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวร้อนจากตะวันออกกลางที่ทำให้โลกต้องตะลึงกันเลยทีเดียว นั่นคือ สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี ซึ่งเป็นปฏิบัติการเปิดฉากครั้งใหญ่ของกองทัพอากาศอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวานนี้ ข่าวนี้มาจากสื่อชั้นนำของอิสราเอล ทำให้หลายคนสงสัยว่าสงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อไปถึงไหน

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

ตามรายงานจากสถานีโทรทัศน์ Channel 12 ของอิสราเอล ระบุชัดเจนว่าการสังหารครั้งนี้รวดเร็วและแม่นยำมาก เพียงครึ่งนาทีแรกของการโจมตีระลอกแรก ก็กำจัดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านได้ถึง 30 ราย รวมถึงผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ไปด้วยเลยครับ น่าตกใจจริงๆ เพราะแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีและการวางแผนที่เหนือชั้นของอิสราเอล

เว็บไซต์ N12 เสริมข้อมูลว่าฝ่ายการเมืองและความมั่นคงของอิสราเอลย้ำว่า นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการใหญ่โตที่จะอาจดำเนินต่อเนื่องไปอีกหลายวัน เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ สงครามแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แน่นอน

การวางแผนละเอียดและความร่วมมือกับสหรัฐฯ

สื่ออิสราเอลหลายแห่งชื่นชมการเตรียมการครั้งนี้ โดยเน้นย้ำถึงการวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วน และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพอิสราเอลกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงข่าวกรองที่แม่นยำสุดๆ ทำให้การโจมตีเข้าเป้าทุกจุด นี่คือตัวอย่างของปฏิบัติการข่าวกรองที่ทันสมัยในยุคปัจจุบันครับ

  • สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูง 30 รายภายใน 30 วินาที
  • รวมผู้นำสูงสุดอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี
  • ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและข่าวกรองจากสหรัฐฯ
  • ปฏิบัติการเพิ่งเริ่มต้น อาจยาวนานหลายวัน

背景ของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านนั้นยาวนานมานับทศวรรษ โดยอิหร่านสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่อต้านอิสราเอล เช่น ฮิซบุลเลาะห์ และพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่อิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรง การโจมตีครั้งนี้จึงเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงเพื่อป้องกันตัวเอง

มุมมองจากนักวิเคราะห์และอนาคตของสงคราม

อย่างไรก็ตาม โยอาฟ ลีมอร์ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจากหนังสือพิมพ์อิสราเอลฮายอม เตือนว่าอาจมีความเห็นต่างระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลในระยะยาว อิสราเอลพร้อมทำสงครามยืดเยื้อเป็นสัปดาห์หรือนานกว่านั้น แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอดทนได้แค่ไหน?

นาฮุม บาร์เนีย นักข่าวอาวุโสจาก Yedioth Ahronoth มองว่า สำหรับสหรัฐฯ นี่คือสงครามที่เลือกได้ แต่สำหรับอิสราเอลคือสงครามจำเป็น แม้ทรัมป์จะสนับสนุนเต็มที่ตอนนี้ แต่กระแสประชาชนอเมริกันอาจเปลี่ยนหากสงครามลากยาวหรือขยายวง

เพื่อนๆ คิดว่าสงครามครั้งนี้จะจบอย่างไร? จะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลกหรือไม่? เพราะอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ การโจมตีอาจทำให้ราคาพุ่งสูงได้ครับ

จากมุมมองของผม เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงรุนแรง และอิสราเอลเลือกใช้นโยบายรุกคืบเพื่อความมั่นคงของชาติ แต่ก็เสี่ยงต่อการตอบโต้ที่รุนแรงจากอิหร่านและพันธมิตร ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน!

คำแนะนำ: สมัครรับข่าวอัปเดตฟรี เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญในโลกการเมืองระหว่างประเทศ

ที่มา – สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

“อนุทิน” รับกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยวางตัวเป็นกลางตะวันออกกลาง

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจส่งมาถึงประเทศไทย ล่าสุด “อนุทิน” รับกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยวางตัวเป็นกลางเหตุตึงเครียดตะวันออกกลาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนถึงจุดยืนของไทยในสถานการณ์นี้

“อนุทิน” รับกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยวางตัวเป็นกลางเหตุตึงเครียดตะวันออกกลาง

วันที่ 1 มีนาคม 2569 ณ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต นายอนุทิน ได้กล่าวถึงสถานการณ์ปะทะในตะวันออกกลางที่ไทยกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเตรียมความพร้อมทันที ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยเหลือประชาชนไทยที่อาจติดค้างอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

มาตรการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

พรุ่งนี้ (2 มี.ค. 2569) รัฐบาลจะเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่ต้องกังวล เพราะกองทัพอากาศพร้อมเต็มที่ ผู้บัญชาการทหารอากาศรายงานความพร้อมตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือการประสานงานให้ได้จำนวนคนไทยที่ชัดเจน และรับจากจุดปลอดภัย โดยมีกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพร่วมมือกันอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงจุดยืนของไทย นายอนุทิน ย้ำว่า ไทยต้องวางตัวเป็นกลางให้มากที่สุด แต่ก็มีความห่วงใยต่อพี่น้องชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่นั้น จึงวิงวอนให้ทุกฝ่ายหันมาเจรจาทางการทูต พูดคุย สร้างความเข้าใจ เพื่อให้เกิดสันติภาพโดยเร็วที่สุด

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและมาตรการรับมือ

ในมิติเศรษฐกิจ นายอนุทิน รับตรงๆ ว่า “โดนผลกระทบแน่นอน” โดยเฉพาะราคาพลังงานและต้นทุนที่อาจพุ่งสูง แต่รัฐบาลจะมีมาตรการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด เช่น การช่วยเหลือ ประคับประคอง ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนพลังงาน ได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เร่งหามาตรการรองรับ รวมถึงใช้กองทุนน้ำมันเพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาตรการที่คาดว่าจะนำมาใช้ มีดังนี้:

  • ควบคุมราคาน้ำมันและพลังงานไม่ให้ผันผวนมาก
  • ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น อุตสาหกรรมนำเข้า
  • กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศผ่านมาตรการลดภาษีหรือ补贴
  • ติดตามสถานการณ์การค้าโลก โดยเฉพาะน้ำมันจากตะวันออกกลาง

สถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลางอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้น ส่งผลต่อค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคในไทย ซึ่งรัฐบาลต้องวางแผนรับมืออย่างรอบคอบ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังควบคุมได้

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าปัจจุบันยังไม่มีอะไรรุนแรง และจะแวะเยี่ยมพลทหารที่บาดเจ็บจากเหยียบกับระเบิดในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้กำลังใจ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่บุรีรัมย์อยู่แล้ว จะได้ประเมินสภาพชายแดนด้วยตัวเอง ในภาพรวม ยังอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ มาตรการยังคงเดิม ไม่มีแผนเปิดด่านหรือเจรจาใดๆ ในทันที

จากมุมมองของเรา สถานการณ์ทั้งตะวันออกกลางและชายแดนใกล้บ้าน แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องรักษาความเป็นกลางและเสริมสร้างความมั่นคงภายในให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การวางตัวเป็นกลางของไทยไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังเปิดโอกาสในการเป็นเวทีเจรจาสันติภาพในภูมิภาคได้

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของไทยในสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์!

ที่มา – “อนุทิน” รับกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยวางตัวเป็นกลางเหตุตึงเครียดตะวันออกกลาง