'เอกนิติ' ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จำเป็นต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จำเป็นต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญวิกฤตหนักหน่วง โดยเฉพาะปัญหาพลังงานที่ลามมาสู่อาหารและค่าครองชีพของประชาชน ในขณะที่ประเทศไทยก็ไม่รอดพ้นจากแรงกระแทกนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “เอกนิติ” ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จำเป็นต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทันที เหมือนกับการกินยารักษาโรคที่ต้องรีบด่วน

“เอกนิติ” ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จำเป็นต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชน กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยยืนยันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนสูงสุดเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานจากสงครามและปัญหาซัพพลายเชนที่ขาดแคลน ซึ่งต่างจากวิกฤตในอดีตอย่างวิกฤตการเงินเอเชียหรือปัญหาการส่งออกที่กระทบภาคธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ครั้งนี้กระทบตรงเข้าสู่ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นจากราคาน้ำมันและไฟฟ้า

หากไม่รีบออกมาตรการช่วยเหลือ ธุรกิจขนาดเล็กหรือ SME ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทยอาจล้มละลายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการว่างงานและวงจรเศรษฐกิจถดถอย นายเอกนิติ เปรียบเทียบวิกฤตนี้ว่าเป็น “อาการป่วยร้าย” ที่ต้องใช้ พ.ร.ก.กู้เงินนี้เป็น “ยารักษา” หากรอให้รวมในงบประมาณปี 2568 หรืออีกเกือบ 5 เดือนข้างหน้าก็อาจจะสายเกินไป

งบเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด 2 แสนล้านบาท ช่วยลดภาระระยะยาว

หนึ่งในงบประมาณหลักของ พ.ร.ก.ฉบับนี้คือ 2 แสนล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านและอาคาร ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันในระยะยาว แม้สถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซียจะยังไม่คลี่คลาย แต่การลงทุนวันนี้จะสร้างความยั่งยืนให้กับครัวเรือนไทย โดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีสะอาดได้ง่ายขึ้น ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าที่ราคาผันผวน

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นๆ ที่มุ่งเยียวยาโดยตรง เช่น การช่วยเหลือค่าครองชีพ โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เน้นปฏิรูปทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลและพลังงานใหม่ ซึ่งจะสร้างงานและรายได้ใหม่ให้กับประชาชนจำนวนมาก

ตอบข้อครหาการเอื้อนายทุนด้วยกลไกตรวจสอบเข้มงวด

ฝ่ายค้านตั้งคำถามว่าพ.ร.ก.นี้เป็นการตีเช็คเปล่าหรือเอื้อนายทุนใหญ่ แต่ “เอกนิติ” ชี้แจงว่ามีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการและกลไกตรวจสอบที่โปร่งใส โดยยึดหลักการสำคัญ 5 ประการ ดังนี้

  • เยียวยาตรงจุด: ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจริง
  • ช่วยเปลี่ยนผ่าน: สนับสนุนการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว
  • ปฏิรูปทักษะแรงงาน: ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานไทย
  • โปร่งใสเปิดเผยข้อมูล: รายงานผลทุกขั้นตอนให้ประชาชนตรวจสอบได้
  • ดึงเอกชนร่วมเสนอไอเดีย: สร้างนวัตกรรมจากภาคเอกชนเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

พ.ร.ก.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 รัฐบาลจะเดินหน้าตามขั้นตอนปกติ เร่งอัดฉีดเงินช่วยเหลือสู่ประชาชนและธุรกิจ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระยะยาว

จากมุมมองของผู้เขียน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านนี้เป็นมาตรการที่ถูกต้องทันสถานการณ์ หากดำเนินการด้วยความโปร่งใส จะช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน คุณคิดอย่างไรกับนโยบายนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “เอกนิติ” ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จำเป็นต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: