“อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและว่าที่นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนถึงเรื่องการควบคุมกระทรวงกลาโหม ท่ามกลางสถานการณ์ภัยความมั่นคงทั้งภายในและภายนอกที่กำลังเป็นที่กังวลของประชาชน
“อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว
ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับความสนใจในการควบคุมกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงด้วยตัวเองหรือไม่ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่านายกรัฐมนตรีสามารถคุมได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อให้สมบูรณ์แบบ เพราะในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้นสามารถกำกับดูแลได้โดยตรงอยู่แล้ว คำตอบนี้สะท้อนถึงความมั่นใจในโครงสร้างอำนาจของรัฐบาลไทยที่ชัดเจน
สถานการณ์ภัยความมั่นคงและบทบาทนายกรัฐมนตรี
ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภายในประเทศ เช่น การชุมนุมทางการเมือง หรือภัยจากภายนอกอย่างความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายอนุทิน มองว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจสูงสุดในการกำกับดูแลหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องควบตำแหน่งกลาโหมเพิ่มเติม ซึ่งเป็นมุมมองที่ช่วยลดกระแสคาดเดาในวงการการเมือง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่านี่หมายถึงจะยังคงควบกระทรวงมหาดไทยต่อไปหรือไม่ นายอนุทิน ตอบแบบกั๊กๆ ว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน” โดยขอรอการรับรองผล ส.ส.ใหม่ การเลือกประธานสภา และการเลือกนายกรัฐมนตรีให้เรียบร้อยก่อน เพราะตำแหน่งคณะรัฐมนตรีต้องรอพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ไม่ใช่อำนาจของนายกฯ เพียงผู้เดียว นี่คือหลักการที่นายอนุทินยึดถือ เพื่อหลีกเลี่ยงการคาดเดาที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง
สัมมนาภูมิใจไทยที่บุรีรัมย์: ไม่ใช่การตกลงร่วมรัฐบาล
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการประชุม ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งหลายคนคาดหวังว่าจะมีการประกาศพันธมิตรรัฐบาลชัดเจน แต่ “อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว และยืนยันว่าการประชุมนี้เป็นเพียง “ปฐมนิเทศ ส.ส.ใหม่” เท่านั้น เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส. เพิ่มจากเดิม 70 กว่าคน สู่ 192 คน จึงต้องสร้างความคุ้นเคย สนิทสนมกัน
กำหนดการจะมีทั้งส่วนวิชาการและสันทนาการ เช่น เต้นไก่ย่างถูกเผา เพื่อละลายพฤติกรรมให้ ส.ส. รุ่นใหม่เข้ากับรุ่นเก่าได้ดี นอกจากนี้ เรื่องการนัดเปิดประชุมสภาเลือกประธานสภา นายอนุทิน ก็บอกแค่ว่า “รอก่อน” แสดงถึงความรอบคอบในการวางแผน
- จุดเด่นของพรรคภูมิใจไทย: ส.ส. เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สู่ 192 เสียง
- กิจกรรมปฐมนิเทศ: เน้นทั้งวิชาการและสนุกสนาน เช่น เต้นรำ
- มุมมองอนุทิน: มั่นใจในอำนาจนายกฯ คุมกลาโหมได้โดยไม่ต้องควบ
การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมสู่การจัดตั้งรัฐบาล โดยนายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรค ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ฐานเสียง
วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง
หลังการเลือกตั้งใหญ่ พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคเด่นด้วยคะแนนเสียงที่พุ่งสูง ส.ส. 192 คน ทำให้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล การที่นายอนุทินไม่รีบประกาศตำแหน่งต่างๆ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและเคารพกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างพรรคร่วม
ในแง่ภัยความมั่นคง การยืนยันว่านายกฯ คุมกลาโหมได้อยู่แล้ว เป็นสัญญาณดีว่าการเมืองไทยกำลังมุ่งสู่ความสมดุล ไม่ให้ฝ่ายทหารครอบงำมากเกินไป นี่คือยุคใหม่ที่พรรคเล็กอย่างภูมิใจไทยอาจมีบทนำ
อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงจับตาการเจรจาร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทยและประชาชน หากภูมิใจไทยได้เก้าอี้นายกฯ จริงตามกระแส จะเป็นการพลิกโฉมการเมืองไทยครั้งใหญ่
สุดท้ายแล้ว “อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว ถือเป็นคำยืนยันที่ช่วยคลายความกังวล หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ลองติดตามบล็อกของเราเพื่อ insight ลึกๆ ว่าการเมืองไทยจะไปทางไหนต่อ หรือแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!
ที่มา – “อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว

