วัน: 2 มีนาคม 2026

“สุรเดช” จี้รัฐบาลวางยุทธศาสตร์ระวัง ไม่เอนเอียง

ในสถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรงในตะวันออกกลาง “สุรเดช” จี้ รัฐบาลวางยุทธศาสตร์อย่างระมัดระวัง ไม่เอนเอียงฝ่ายใด เพื่อรับมือผลกระทบที่อาจลุกลามมาถึงประเทศไทย นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระและอดีตส.ส. ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างเป็นห่วง โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

“สุรเดช” จี้ รัฐบาลวางยุทธศาสตร์อย่างระมัดระวัง ไม่เอนเอียงฝ่ายใด

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายสุรเดชได้กล่าวถึงเหตุการณ์อันน่าเศร้าที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต พร้อมผู้บริหารและประชาชนจำนวนมาก ในมุมมองของมนุษยธรรม เขาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องได้รับผลกระทบ “สงครามไม่เคยให้ประโยชน์แก่ฝ่ายใด สร้างแต่ความสูญเสียและความหวาดกลัว” นายสุรเดชกล่าว พร้อมย้ำว่าประเทศไทยมีมิตรประเทศมาก ไม่มีศัตรู และยึดหลักวางตัวเป็นกลางเสมอมา

ความเสี่ยงต่อคนไทยในตะวันออกกลาง

หนึ่งในประเด็นที่นายสุรเดชให้ความสำคัญคือความปลอดภัยของคนไทยที่ทำงานในอิสราเอล อิหร่าน และประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง เขาเรียกร้องให้สถานทูตไทยเร่งทำงานเชิงรุก ช่วยเหลือให้คนไทยเดินทางกลับบ้านโดยด่วน แม้ต้องบังคับก็ตาม เพราะสถานการณ์อาจบานปลาย ลุกลามไปถึงสหรัฐฯ และทั่วโลก ครอบครัวของแรงงานไทยต่างวิตกกังวล ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ

  • เร่งอพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยง
  • ประสานงานกับรัฐบาลท้องถิ่นและสายการบิน
  • จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือด่วนสำหรับครอบครัว

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและพลังงาน

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่อาจพุ่งสูง ราคาทองคำผันผวน การท่องเที่ยวชะงักงัน และการค้าขายติดขัด นายสุรเดชจี้กระทรวงพาณิชย์ต้องทำการบ้านเชิงรุก หาช่องทางการขายสินค้าเกษตรเพิ่มเติม ขณะที่กระทรวงพลังงานต้องมีมาตรการรองรับชัดเจน ไม่รอให้สถานการณ์แย่ลง

  • ราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มแพงขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพ
  • การส่งออกสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา ลดลงจากปัญหาการขนส่ง
  • อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก หากนักท่องเที่ยวมุสลิมลดลง
  • SME และนักธุรกิจต้องปรับแผนรับมือทันที

นายสุรเดชย้ำว่า แม้รัฐบาลชุดใหม่ยังไม่เรียบร้อย แต่รัฐบาลรักษาการยังทำงานได้ ทุกฝ่ายทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องสามัคคีกัน ไม่จับผิดหรือเล่นการเมือง ทุกคนคือผู้แทนของประชาชน ต้องดูแลทุกภาคส่วนให้ดีที่สุด โดยเฉพาะการวางยุทธศาสตร์ต่างประเทศให้ระมัดระวัง ไม่เอนเอียงไปทางอิสราเอลหรืออิหร่าน

คำแนะนำเพื่อรับมือวิกฤต

เพื่อลดผลกระทบ นายสุรเดชเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการดังนี้

  • สำรวจและติดตามคนไทยในต่างประเทศอย่างละเอียด
  • จัดสรรงบประมาณสำรองสำหรับพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียน
  • เจรจาความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรที่เป็นกลาง เช่น จีน อินเดีย
  • กระตุ้นเศรษฐกิจภายใน สนับสนุน SME ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

สถานการณ์ตะวันออกกลางไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางมนุษย์ แต่ยังเป็นบททดสอบให้ไทยต้องวางแผนรับมืออย่างชาญฉลาด ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งสำคัญคือความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ รัฐบาลต้องฟังเสียงจากทุกฝ่ายเพื่อสร้างยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน หากเราร่วมมือกัน ไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้แน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับคำแนะนำของนายสุรเดช? แบ่งปันความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “สุรเดช” จี้ รัฐบาลวางยุทธศาสตร์อย่างระมัดระวัง ไม่เอนเอียงฝ่ายใด

“อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผน ลดใช้พลังงาน

สถานการณ์พลังงานโลกกำลังตึงเครียดจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนสูง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือ โดยเฉพาะคำสั่งให้ภาคเอกชนช่วยกันประหยัดพลังงาน

“อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสม ลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด

“อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสม ลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด ถือเป็นหัวใจสำคัญของมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานครั้งนี้ หลังจากประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่ปิดเต็มรูปแบบ แต่ราคาน้ำมันโลกพุ่งเฉลี่ย 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7% ทำให้กระทรวงพลังงานต้องเตรียมพร้อมทุกด้าน

เร่งหาแหล่งน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และ LNG

กระทรวงพลังงานสั่งเร่งหาแหล่งน้ำมันดิบใหม่ โดยปรับแผนนำเข้าจากแอฟริกาตะวันตกและอเมริกาแทนตะวันออกกลาง เพื่อลดความเสี่ยงจากเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ คาดส่งมอบได้ปลายเมษายน นอกจากนี้ ระงับส่งออกน้ำมันดิบ ยกเว้นสปป.ลาวบางส่วน แต่เข้มงวดป้องกันส่งต่อไปประเทศที่ 3 และตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันไม่ให้กักตุน

สำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) ยังไม่กระทบเดือนนี้ แต่เดือนเมษายนจะบริหารจากโรงกลั่น ปิโตรเคมี และซื้อเพิ่มจากปิโตรนาส มาเลเซีย ด้าน LNG ที่นำเข้าจากกาตาร์ เจรจาซื้อ Spot LNG จากอเมริกาแทน อาจราคาสูงกว่าที่กำหนด ส่งผลต่อราคา Pool Gas แต่จะจัดการไม่ให้กระทบสำรองและราคาขายปลีก

มาตรการบริหารไฟฟ้าและ Peak Demand

ความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak) คาด 36,000 เมกะวัตต์ ปลายเมษายน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จะเพิ่มผลิตจากพลังน้ำ ถ่านหิน ไม่หยุดซ่อมโรงไฟฟ้า เพื่อให้เชื้อเพลิงเพียงพอ

  • เพิ่มกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
  • เร่งผลิตจากถ่านหิน
  • เลื่อนซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า
  • ขอเอกชนปรับแผนผลิต ลดใช้พลังงาน

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังบวก 2,459 ล้านบาท สามารถตรึงราคาน้ำมันขายปลีกได้ โดยใช้กองทุนชดเชย

“อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสม ลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ขอหน่วยงานรัฐและประชาชนใช้พลังงานประหยัด ใช้รถสาธารณะแทนรถส่วนตัว กระทรวงยืนยันจะจัดหาสำรองน้ำมัน LPG LNG ไฟฟ้าให้พอ และติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง

มาตรการนี้ไม่เพียงป้องกันขาดแคลน แต่ยังช่วยลดต้นทุนพลังงานระยะยาว ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในยุคที่พลังงานโลกไม่แน่นอน ภาคเอกชนสามารถเริ่มจากตรวจสอบเครื่องจักร ปรับกระบวนการผลิต ลดของเสีย และใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น ระบบอัตโนมัติหรือ LED

สุดท้าย ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมมือลดใช้พลังงานวันนี้ เพื่อความมั่นคงพลังงานไทย明天 หากมีประสบการณ์ลดพลังงานในโรงงาน แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสม ลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด

ราคาทองวันนี้ล่าสุด 2 มีนาคม 2569 ผันผวน 42 ครั้ง

สวัสดีครับชาวนักลงทุนทองคำทุกท่าน! วันนี้เรามาเช็คราคาทองวันนี้ล่าสุด 2 มีนาคม 2569กันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ สถานการณ์วันนี้เดือดมาก เพราะราคาทองวันนี้ล่าสุด 2 มีนาคม 2569 ผันผวน 42 ครั้ง ตลอดทั้งวัน! สมาคมค้าทองคำปรับราคาไม่หยุดหย่อน ส่งผลให้ทองคำแท่งขายออกบาทละ 80,250 บาท และทองรูปพรรณขายออกบาทละ 81,050 บาท ใครที่กำลังคิดจะซื้อหรือขาย ต้องอัพเดทข้อมูลนี้ไว้เลยครับ

ราคาทองวันนี้ล่าสุด 2 มีนาคม 2569 ผันผวน 42 ครั้ง

เริ่มเปิดตลาดครั้งแรกตอน 09.05 น. ราคาทองเริ่มปรับขึ้นแรงเลยครับ จากนั้นก็ขึ้นๆ ลงๆ สลับกันไปมาแบบใจเต้นจิกหมอน สรุปการเปลี่ยนแปลงทั้ง 42 ครั้งมีดังนี้:

  • ครั้งที่ 1 (09.05 น.) ปรับขึ้น 1,150 บาท
  • ครั้งที่ 2 (09.18 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 3 (09.23 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 4 (09.30 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 5 (09.34 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 6 (09.42 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 7 (09.45 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 8 (10.05 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 9 (10.33 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 10 (10.39 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 11 (10.59 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 12 (11.21 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 13 (11.33 น.) ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 14 (11.37 น.) ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 15 (11.46 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 16 (11.55 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 17 (12.06 น.) ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 18 (12.29 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 19 (12.43 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 20 (12.48 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 21 (12.57 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 22 (13.08 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 23 (13.16 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 24 (13.33 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 25 (13.58 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 26 (14.09 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 27 (14.10 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 28 (14.13 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 29 (14.19 น.) ปรับขึ้น 150 บาท
  • ครั้งที่ 30 (14.32 น.) ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 31 (14.48 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 32 (15.03 น.) ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 33 (15.12 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 34 (15.32 น.) ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 35 (15.44 น.) ปรับลด 150 บาท
  • ครั้งที่ 36 (15.58 น.) ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 37 (16.12 น.) ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 38 (16.21 น.) ปรับลด 50 บาท
  • ครั้งที่ 39 (16.25 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 40 (16.34 น.) ปรับขึ้น 50 บาท
  • ครั้งที่ 41 (17.07 น.) ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 42 (17.11 น.) ปรับขึ้น 50 บาท

สรุปรายการราคาทองคำแท่งและรูปพรรณ

หลังจากผันผวนหนักขนาดนี้ ราคาสุดท้ายของวันคือ ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 80,050 บาท ขายออกบาทละ 80,250 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 78,453 บาท ขายออกบาทละ 81,050 บาท ครับ ราคานี้ยังสูงอยู่ แสดงถึงเทรนด์ขาขึ้นโดยรวมแม้จะมีลงบ้าง

ทำไมราคาทองวันนี้ถึงผันผวนขนาดนี้?

ความผันผวนราคาทองวันนี้ล่าสุด 2 มีนาคม 2569มาจากปัจจัยหลายอย่างครับ เช่น การเคลื่อนไหวของราคาทองโลกที่ผันผวนตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยเฟด และสถานการณ์ geopolitical ทั่วโลก นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหนัก ส่งผลกระทบตรงถึงตลาดไทย สมาคมค้าทองคำต้องปรับราคาให้ทันสถานการณ์แบบเรียลไทม์เลย

เคล็ดลับสำหรับนักลงทุนทองคำ

1. ติดตามข่าวทุกวัน: ใช้เว็บสมาคมค้าทองคำเป็นหลัก
2. อย่าตื่นตระหนก: ผันผวนแบบนี้เป็นปกติ ดูเทรนด์ระยะยาว
3. กระจายความเสี่ยง: อย่าลงทุนหมดหน้าตักในทองอย่างเดียว
4. ซื้อตอนลง: รอจังหวะปรับลดแล้วค่อยเข้าซื้อ

ส่วนตัวผมมองว่าราคาทองยังมีโอกาสขึ้นต่อในสัปดาห์หน้า ถ้าดอลลาร์อ่อนค่า แนะนำให้ติดตามต่อนะครับ! คุณคิดยังไงกับราคาทองวันนี้ คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิว่าพร้อมซื้อหรือรอจังหวะ?

ที่มา – ราคาทองวันนี้ล่าสุด 2 มีนาคม 2569 ผันผวน 42 ครั้ง รูปพรรณขายออก 81,050 บาท

อ้างอิง : เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ

“อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว

“อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและว่าที่นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนถึงเรื่องการควบคุมกระทรวงกลาโหม ท่ามกลางสถานการณ์ภัยความมั่นคงทั้งภายในและภายนอกที่กำลังเป็นที่กังวลของประชาชน

“อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว

ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับความสนใจในการควบคุมกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงด้วยตัวเองหรือไม่ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่านายกรัฐมนตรีสามารถคุมได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อให้สมบูรณ์แบบ เพราะในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้นสามารถกำกับดูแลได้โดยตรงอยู่แล้ว คำตอบนี้สะท้อนถึงความมั่นใจในโครงสร้างอำนาจของรัฐบาลไทยที่ชัดเจน

สถานการณ์ภัยความมั่นคงและบทบาทนายกรัฐมนตรี

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภายในประเทศ เช่น การชุมนุมทางการเมือง หรือภัยจากภายนอกอย่างความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายอนุทิน มองว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจสูงสุดในการกำกับดูแลหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องควบตำแหน่งกลาโหมเพิ่มเติม ซึ่งเป็นมุมมองที่ช่วยลดกระแสคาดเดาในวงการการเมือง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่านี่หมายถึงจะยังคงควบกระทรวงมหาดไทยต่อไปหรือไม่ นายอนุทิน ตอบแบบกั๊กๆ ว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน” โดยขอรอการรับรองผล ส.ส.ใหม่ การเลือกประธานสภา และการเลือกนายกรัฐมนตรีให้เรียบร้อยก่อน เพราะตำแหน่งคณะรัฐมนตรีต้องรอพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ไม่ใช่อำนาจของนายกฯ เพียงผู้เดียว นี่คือหลักการที่นายอนุทินยึดถือ เพื่อหลีกเลี่ยงการคาดเดาที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง

สัมมนาภูมิใจไทยที่บุรีรัมย์: ไม่ใช่การตกลงร่วมรัฐบาล

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการประชุม ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งหลายคนคาดหวังว่าจะมีการประกาศพันธมิตรรัฐบาลชัดเจน แต่ “อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว และยืนยันว่าการประชุมนี้เป็นเพียง “ปฐมนิเทศ ส.ส.ใหม่” เท่านั้น เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส. เพิ่มจากเดิม 70 กว่าคน สู่ 192 คน จึงต้องสร้างความคุ้นเคย สนิทสนมกัน

กำหนดการจะมีทั้งส่วนวิชาการและสันทนาการ เช่น เต้นไก่ย่างถูกเผา เพื่อละลายพฤติกรรมให้ ส.ส. รุ่นใหม่เข้ากับรุ่นเก่าได้ดี นอกจากนี้ เรื่องการนัดเปิดประชุมสภาเลือกประธานสภา นายอนุทิน ก็บอกแค่ว่า “รอก่อน” แสดงถึงความรอบคอบในการวางแผน

  • จุดเด่นของพรรคภูมิใจไทย: ส.ส. เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สู่ 192 เสียง
  • กิจกรรมปฐมนิเทศ: เน้นทั้งวิชาการและสนุกสนาน เช่น เต้นรำ
  • มุมมองอนุทิน: มั่นใจในอำนาจนายกฯ คุมกลาโหมได้โดยไม่ต้องควบ

การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมสู่การจัดตั้งรัฐบาล โดยนายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรค ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ฐานเสียง

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง

หลังการเลือกตั้งใหญ่ พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคเด่นด้วยคะแนนเสียงที่พุ่งสูง ส.ส. 192 คน ทำให้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล การที่นายอนุทินไม่รีบประกาศตำแหน่งต่างๆ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและเคารพกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างพรรคร่วม

ในแง่ภัยความมั่นคง การยืนยันว่านายกฯ คุมกลาโหมได้อยู่แล้ว เป็นสัญญาณดีว่าการเมืองไทยกำลังมุ่งสู่ความสมดุล ไม่ให้ฝ่ายทหารครอบงำมากเกินไป นี่คือยุคใหม่ที่พรรคเล็กอย่างภูมิใจไทยอาจมีบทนำ

อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงจับตาการเจรจาร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทยและประชาชน หากภูมิใจไทยได้เก้าอี้นายกฯ จริงตามกระแส จะเป็นการพลิกโฉมการเมืองไทยครั้งใหญ่

สุดท้ายแล้ว “อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว ถือเป็นคำยืนยันที่ช่วยคลายความกังวล หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ลองติดตามบล็อกของเราเพื่อ insight ลึกๆ ว่าการเมืองไทยจะไปทางไหนต่อ หรือแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว

คนไทยอยากกลับจากอิหร่านเพิ่มเป็น 40 คน ส่วนที่อิสราเอลมีไม่เกิน 20 คน

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างความกังวลให้คนไทยจำนวนมากที่ทำงานอยู่ในพื้นที่นั้น ล่าสุด คนไทยอยากกลับจากอิหร่านเพิ่มเป็น 40 คน ส่วนที่อิสราเอลมีไม่เกิน 20 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่รัฐมนตรีหลายกระทรวงเปิดเผยหลังการประชุมประเมินสถานการณ์ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน โดยมีแผนดูแลคนไทยกว่า 100,000 คนในภูมิภาคนี้อย่างครบถ้วน

คนไทยอยากกลับจากอิหร่านเพิ่มเป็น 40 คน ส่วนที่อิสราเอลมีไม่เกิน 20 คน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย กล่าวภายหลังการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ดูแลความปลอดภัยคนไทยในตะวันออกกลางอย่างเร่งด่วน โดยคนไทยที่อิหร่านแจ้งความประสงค์อยากกลับบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 40 กว่าคน สถานทูตไทยและกระทรวงการต่างประเทศพร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่ ขณะที่สถานการณ์การสู้รบยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

แรงงานไทยในอิสราเอลสถานการณ์น่าไว้วางใจ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงเพิ่มเติมว่า แรงงานไทยในอิสราเอลซึ่งมีจำนวนมากถึง 60,000 คน ได้รับการดูแลจากรัฐบาลอิสราเอลเป็นอย่างดี จำนวนที่ขอกลับประเทศน้อยมากยังไม่เกิน 20 คน ในขณะที่จากอิหร่านมีประมาณ 40 ราย กระทรวงแรงงานตั้งศูนย์เร่งด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์ โดยนายกฯ แสดงความห่วงใยและสั่งประสานกระทรวงการต่างประเทศช่วยเหลือคนไทยกลับบ้านอย่างปลอดภัย หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น รัฐบาลมีแผนรองรับเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังเน้นย้ำให้แรงงานไทยในพื้นที่รายงานตัวกับสถานทูตทันที หากต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้การนำส่งกลับประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เตรียมพร้อมทุกมิติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของประชาชน

กระทรวงคมนาคมรับมือไฟล์ทยกเลิกทันที

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่ามีเที่ยวบินยกเลิกถึง 135 เที่ยวจากผลกระทบ สนามบินสุวรรณภูมิได้รับผลกระทบหนักสุด 59 เที่ยว ผู้โดยสาร 9,409 ราย สนามบินดอนเมือง 285 ราย สนามบินภูเก็ต 36 เที่ยว 5,665 ราย และเชียงใหม่ 165 คน สายการบินทุกแห่งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่พักและอาหารให้ผู้โดยสารเต็มจำนวน

กระทรวงคมนาคมกำลังหาเส้นทางบินใหม่เพื่อรองรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่มาไทยซึ่งมีจำนวนน้อยในช่วงเดือนถือศีลอด สถานการณ์นี้คาดว่าจะคลี่คลายหากความขัดแย้งลดลง แต่รัฐบาลยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง

  • คนไทยในอิหร่าน: 40 กว่าคนขอกลับ
  • คนไทยในอิสราเอล: ไม่เกิน 20 คน
  • เที่ยวบินยกเลิก: 135 เที่ยว
  • ผู้โดยสารกระทบ: กว่า 15,000 ราย

จากข้อมูลทั้งหมด แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยตอบสนองรวดเร็วต่อวิกฤตนี้ โดยเฉพาะ คนไทยอยากกลับจากอิหร่านเพิ่มเป็น 40 คน ส่วนที่อิสราเอลมีไม่เกิน 20 คน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลอิสราเอลดูแลแรงงานไทยดีเยี่ยม ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบความพร้อมของรัฐบาลไทยในการรับมือวิกฤตต่างประเทศ ซึ่งการประสานงานระหว่างกระทรวงต่างๆ ถือว่าน่าประทับใจ หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลังเลที่จะติดต่อสถานทูตไทยทันที และติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่ออัปเดตข้อมูลใหม่ๆ

ที่มา – คนไทยอยากกลับจากอิหร่านเพิ่มเป็น 40 คน ส่วนที่อิสราเอลมีไม่เกิน 20 คน

เร่งตามหา “อ้น” แดนเซอร์ “กระแต” ที่กัมพูชา

ข่าวร้ายที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียตอนนี้คือ เร่งตามหา “อ้น” แดนเซอร์ “กระแต” คนให้ข้อมูล เจอพร้อมแฟนสาว ที่กัมพูชา นายพงศกร เผื่อนผาราม หรือ “อ้น” วัย 25 ปี แดนเซอร์ชื่อดังของวงกระแต หายตัวไปอย่างลึกลับพร้อมแฟนสาวตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ครอบครัวใจไม่ดีเป็นที่สุด เพราะเชื่อว่าถูกหลอกไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

เร่งตามหา “อ้น” แดนเซอร์ “กระแต” คนให้ข้อมูล เจอพร้อมแฟนสาว ที่กัมพูชา

ที่ สภ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 นายสุเทพ เผื่อนผาราม อายุ 65 ปี ปู่ของอ้น เดินทางมากับนางสาวสุพัตรา เผื่อนผาราม อายุ 34 ปี อาของอ้น เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับตำรวจ หลังจากแจ้งความไปเมื่อวันก่อน ปู่สุเทพเล่าว่าหลานชายบอกว่าจะพาแฟนสาวไปทำงาน แต่ไม่บอกว่าที่ไหน จากนั้นก็ขาดการติดต่อทุกช่องทาง ท่ามกลางข่าวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงคนไทยไปกัมพูชาเยอะแยะ ครอบครัวจึงกลัวสุดๆ ว่าจะเกิดอันตราย

ร.ต.ท.หญิง วรวรรณ ศรีคงทน รอง สว.สอบสวน ได้รับแจ้งความและบันทึกไว้แล้ว หากใครมีเบาะแสเกี่ยวกับอ้น สามารถโทร สภ.บางมูลนาก 056-631022 หรือ 065-3534548 ได้เลยนะครับ

ครูเหมียวเล่าเบื้องหลังการติดต่อครั้งสุดท้าย

นางสาวพรรณวิภา อินทิม หรือครูเหมียว อายุ 48 ปี ครูสอนเต้นที่โรงเรียนเทศบาล 2 วัดไชยมงคล เป็นคนประกาศตามหาในโซเชียล เล่าว่าติดต่ออ้นครั้งสุดท้ายเช้าวันที่ 25 ก.พ. อ้นบอกว่าจะพาแฟนชื่อดรีมไปทำงานเป็นแอดมินตอบไลน์ลูกค้า อบรมเสร็จทำที่บ้านได้ พอวันศุกร์น้องชายกระแสโทรหาเรื่องงานแดนเซอร์ แต่โทรไปไม่รับ ไม่โทรกลับเหมือนเคย ทำให้เอะใจ

ล่าสุดดีใจที่มีคนโทรมาจากกัมพูชาบอกว่าเจออ้นกับแฟนถูกขังอยู่ด้วยกัน และได้ข้อมูลพิกัดจากศูนย์ประสานงานสระแก้วกับเพจมังกรซ่อนตัวแล้ว กำลังเร่งช่วยเหลือ เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าต้องระวังงานออนไลน์ที่หลอกลวง โดยเฉพาะที่สัญญาง่ายๆ เงินดี

  • อ้นหายไปตั้งแต่ 24 ก.พ. พร้อมแฟนสาว
  • เชื่อถูกหลอกไปคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา
  • มีเบาะแสพิกัดแล้ว กำลังตามช่วย
  • ครอบครัวให้ข้อมูลตำรวจครบถ้วน

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชากำลังรุกล้ำคนไทยเยอะมาก มักหลอกด้วยงานพาร์ทไทม์เงินดี อย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ ตรวจสอบให้ดีก่อนไป เช็คกับคนรู้จักหรือหน่วยงานรัฐ เรื่อง เร่งตามหา “อ้น” แดนเซอร์ “กระแต” คนให้ข้อมูล เจอพร้อมแฟนสาว ที่กัมพูชา นี้แสดงให้เห็นว่าปัญหายังมีอยู่ หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติม รีบแจ้งตำรวจหรือเพจช่วยเหลือคนหายทันที จะช่วยชีวิตคนได้นะ

สุดท้ายนี้ หวังว่าอ้นและแฟนจะปลอดภัยกลับบ้านเร็วๆ ครับ สิ่งสำคัญคือการตื่นตัวกับข่าวลวงงานผิดกฎหมาย ถ้าคุณเป็นเหยื่อหรือรู้จัก รีบแชร์ช่วยกันตามหา!

ที่มา – เร่งตามหา “อ้น” แดนเซอร์ “กระแต” คนให้ข้อมูล เจอพร้อมแฟนสาว ที่กัมพูชา

14 สส. เข้ารายงานตัววันที่ 5 “สุริยา” สส.ปชน. มาเป็นคนแรกของพรรค

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวการเมืองร้อนๆ กันเลยนะครับ กับเรื่อง 14 สส. เข้ารายงานตัววันที่ 5 “สุริยา” สส.ปชน. มาเป็นคนแรกของพรรค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในการเตรียมตัวของสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ หลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา สส.ใหม่ๆ ต่างทยอยเข้ารายงานตัวเพื่อเตรียมพร้อมทำหน้าที่รับใช้ประชาชน

14 สส. เข้ารายงานตัววันที่ 5 “สุริยา” สส.ปชน. มาเป็นคนแรกของพรรค

วันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการเปิดรับรายงานตัว สส.ชุดที่ 27 ในวันที่ 5 ของการรายงานตัวตลอดทั้งวัน พบว่ามี สส. เข้ารายงานตัวถึง 14 คน เลยทีเดียว โดยแบ่งตามพรรคการเมืองดังนี้ครับ

  • พรรคภูมิใจไทย 10 คน: นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี, น.ส.นันทวัน วิเชียร สส.นครศรีธรรมราช, นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร, น.ส.พรพิมล ธรรมสาร สส.ปทุมธานี, นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี, นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สส.เชียงราย, น.ส.ตวงทิพย์ จินตะเวช สส.อุบลราชธานี, น.ส.กานสินี โอภาสรังสรรค์ สส.สุราษฎร์ธานี, นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์, และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร
  • พรรคเพื่อไทย 3 คน: นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย, นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สส.กำแพงเพชร, น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย
  • พรรคประชาชน 1 คน: นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี ซึ่งถือเป็นคนแรกของพรรคส้มที่เข้ารายงานตัว สร้างความฮือฮาให้กับสาวกพรรคไม่น้อย

สรุปยอดรายงานตัวรวม 5 วันแรก

นับรวม 5 วันของการรายงานตัวแล้ว มี สส. เข้ามาแล้วทั้งสิ้น 115 คน แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 49 คน, พรรคเพื่อไทย 52 คน, พรรคประชาชน 1 คน, พรรคกล้าธรรม 2 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน, พรรคประชาชาติ 4 คน, พรรคพลังประชารัฐ 4 คน, และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของสภาในช่วงเริ่มต้น

การเข้ารายงานตัวครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นขั้นตอนแรกในการยืนยันสถานะ สส. เพื่อเข้าร่วมประชุมสภาและผลักดันนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่นำโด่งในวันนี้ แสดงถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่ง ส่วนพรรคประชาชนที่เพิ่งมี “สุริยา” เข้ามาคนแรก ก็น่าจะเป็นสัญญาณดีสำหรับอนาคตของพรรค

จากข่าว 14 สส. เข้ารายงานตัววันที่ 5 “สุริยา” สส.ปชน. มาเป็นคนแรกของพรรค นี้ ทำให้เราเห็นภาพรวมของการเมืองไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง สส.แต่ละคนล้วนมาจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมนำปัญหาท้องถิ่นมาถกเถียงในสภา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา หรือสาธารณสุข

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งครั้งนี้มีสีสันมาก โดยเฉพาะพรรคใหม่ๆ อย่างประชาชนที่กำลังมาแรง หาก สส.เหล่านี้ทำงานร่วมกันได้ดี ก็น่าจะนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อีกขั้น อย่าลืมติดตามกันต่อนะครับว่าวันต่อๆ ไปจะมีใครเข้ามาอีกบ้าง

คุณคิดอย่างไรกับการรายงานตัวของ สส. ชุดนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย สนับสนุนข่าวการเมืองคุณภาพ ติดตามเว็บเราไว้เลย!

ที่มา – 14 สส. เข้ารายงานตัววันที่ 5 “สุริยา” สส.ปชน. มาเป็นคนแรกของพรรค

ตลาดนัดโชห่วย 16 ขอนแก่น ยกระดับโชห่วยไทย

สวัสดีครับชาวโชห่วยทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวดีมาบอกกันแบบจัดเต็มเลยนะ เพราะ ตลาดนัดโชห่วย 16 กำลังจะมาแรงที่ขอนแก่นแล้ว! แม็คโคร ผู้นำค้าส่งตัวจริงจากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) จัดใหญ่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รวมมิตร : รวมมิตรทุก Gen รวม Trends สร้างกำไร” ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์–ขอนแก่น บนถนนมิตรภาพ จังหวัดขอนแก่น งานนี้ไม่ใช่แค่นัดซื้อขายนะ แต่เป็นเวทียกระดับผู้ประกอบการโชห่วยไทยให้เติบโตยั่งยืนจริงๆ

ตลาดนัดโชห่วย 16: สานต่อ 16 ปีแห่งความสำเร็จ

คุณรู้ไหมครับว่า ตลาดนัดโชห่วย 16 นี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2551 และปีนี้เป็นครั้งที่ 16 แล้ว! ตลอด 36 ปีที่แม็คโครเคียงข้างชุมชนไทย โชห่วยคือรากฐานเศรษฐกิจท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง นายเจษฎางค์ สิงห์คุ้ม ประธานจัดงาน บอกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่าตลาด แต่เป็นที่เรียนรู้ แลกเปลี่ยนไอเดีย เชื่อมโยงธุรกิจครบวงจร โดยเฉพาะยุคนี้ที่ New Gen ชอบของใหม่ๆ เทรนด์ฮิต แม็คโครเลยอัปเกรดงานให้ทันสมัย พลิกโฉมโชห่วยให้เป็นโอกาสสำหรับทุกเจน สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่เริ่มธุรกิจได้จริง

ไฮไลต์โซนหลักในตลาดนัดโชห่วย 16

งานแบ่งเป็น 3 โซนเด็ด ภายในคอนเวนชั่นฮอลล์ 10.00-20.00 น. และโซนกลางแจ้ง 16.00-00.00 น. ไปดูกันเลย!

  • โซน Pavilion สินค้า Makro Brand: ธีม POP MART สินค้าฮิตตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์รุ่นใหม่ ซื้อไปขายต่อกำไรแน่นอน
  • โซนมิตรแท้โชห่วย: makro POS ผู้ช่วยอัจฉริยะ เทรนด์สินค้า New Gen โชห่วยแบบใหม่
  • Makro PRO: อีคอมเมิร์ซไทยอันดับ 1 สั่งออนไลน์ส่งไว 3 ชม. ฉลอง 3 ปี มีโปรพิเศษ
  • มหกรรมสินค้าราคาพิเศษจากแบรนด์ดัง ซื้อขายหรือใช้เองคุ้มทั้งคู่
  • เวทีเกม รับรางวัล มินิคอนเสิร์ต KT KRATAE, JETRIN, STAMP, จั๊ก ชวิน, ต้าร์ มิสเตอร์ทีม พบครอบครัวเม-พิชญ์นรี (พรีมายา) กับน้องโซล-โมเน่ สนุกแน่!

โซนรวมมิตร Festival ด้านนอกฮอตไม่แพ้กัน มี Midnight Station อาหารนานาชาติ 50+ ร้าน สตรีทฟู้ด ปิ้งย่าง ขนม เครื่องดื่ม Snow Ville/Ice Bar หิมะตกกลางอีสานครั้งแรก! T-POP Festival กับ bamm, 4EVE, ATLAS ฟรีทั้งงาน ร้านมิตรมาร์ทจากนักศึกษาขอนแก่นที่ชนะประกวด ทดลองขายจริงกำไรจริง แถม makro PRO Anniversary แจกฟรี 3 ล้าน ลุ้น Golden Ticket!

ยังมี Lucky City ลุ้นรางวัลเพียบ และ AXTRA Green Together คัดแยกขยะเพื่อโลกยั่งยืน แม็คโครใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ

ทำไมต้องไปตลาดนัดโชห่วย 16?

เพราะที่นี่คือ Business Ecosystem สำหรับโชห่วยไทย เข้าถึงเทรนด์ใหม่ ลูกค้าทุกวัย และจุดเริ่มต้นนักธุรกิจรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะร้านเก่าหรือมือใหม่ งานนี้ตอบโจทย์หมด ช่วยเพิ่มรายได้ เติบโตยั่งยืนท่ามกลางการแข่งขันดุเดือด

สรุปแล้ว ตลาดนัดโชห่วย 16 ไม่ใช่แค่งาน แต่เป็นจุดเปลี่ยนโชห่วยไทยให้ทันสมัย ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านหรืออยากเริ่มธุรกิจ อย่าพลาดเลยนะครับ! ไปเช็กอิน สนุก เรียนรู้ กลับมากับไอเดียเพียบ มาร่วมสร้างกำไรไปด้วยกันที่ขอนแก่น 26 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 นี้เลย!

ที่มา – จัดใหญ่ที่ขอนแก่น “ตลาดนัดโชห่วย 16” สานต่อยกระดับผู้ประกอบการโชห่วยไทยทั่วประเทศ

เมียนมาอภัยโทษนักโทษกว่า 7,000 คน คดีหนุน “กลุ่มก่อการร้าย”

เมียนมาอภัยโทษนักโทษกว่า 7,000 คน คดีหนุน “กลุ่มก่อการร้าย” เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองนานาชาติ รัฐบาลทหารเมียนมาภายใต้การนำของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้สั่งปล่อยตัวนักโทษจำนวนมหาศาลนี้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีก่อนการเปลี่ยนผ่านอำนาจสู่รัฐบาลพลเรือนในเดือนเมษายนนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองที่ชาญฉลาด แต่ก็ยังมีข้อกังวลจากนักสิทธิมนุษยชนมากมาย

เมียนมาอภัยโทษนักโทษกว่า 7,000 คน คดีหนุน “กลุ่มก่อการร้าย” เกิดอะไรขึ้น

รัฐบาลทหารเมียนมาได้ประกาศอภัยโทษแก่นักโทษถึง 7,300 ราย ที่ถูกตัดสินจำคุกในข้อหาก่อการร้าย โดยเฉพาะฐานสนับสนุน จัดหาเงินทุน ให้ที่พักพิง หรือแม้แต่จัดหารถขนส่งให้กับ “กลุ่มก่อการร้าย” ซึ่งในความหมายของกองทัพเมียนมา หมายถึงกลุ่มการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและกองกำลังติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐประหารเมื่อปี 2021 นอกจากนี้ ยังมีการยกฟ้องและยุติคดีกับประชาชนอีกเกือบ 12,500 รายที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณา โดยอ้างเหตุผลด้านมนุษยธรรมและความสงบสุขของประชาชน เนื่องในวันหยุดราชการ

ภาพเหตุการณ์ปล่อยตัวนักโทษที่เรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้ง สะเทือนใจนัก เมื่อรถบัสลำเลียงนักโทษกว่า 300 คนออกมาในช่วงเช้าวันที่ 2 มีนาคม ญาติพี่น้องมารอรับด้วยช่อดอกไม้และป้ายชื่อ ท่ามกลางน้ำตาแห่งความยินดี นอกจากคดีก่อการร้ายแล้ว ยังปล่อยนักโทษคดีอื่นๆ อีกกว่า 2,800 ราย รวมถึงชาวต่างชาติ 10 ราย

รายละเอียดนักโทษที่ได้รับอภัยโทษในกรณีเมียนมาอภัยโทษนักโทษกว่า 7,000 คน

  • นักโทษคดีก่อการร้าย: 7,300 ราย ฐานสนับสนุนกลุ่มต่อต้าน
  • คดีอื่นๆ: 2,800 ราย รวมชาวต่างชาติ
  • ยกฟ้อง: 12,500 ราย ที่อยู่ในชั้นศาล

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การเมียนมาอภัยโทษนักโทษกว่า 7,000 คน คดีหนุน “กลุ่มก่อการร้าย” ครั้งนี้ เป็นความพยายามของมิน อ่อง หล่าย ในการลดกระแสวิจารณ์จากนานาชาติ หลังการเลือกตั้งเดือนมกราคมที่พรรคที่กองทัพหนุนหลังชนะถล่มทลาย เนื่องจากพรรคเอ็นแอลดีของอองซาน ซูจี ถูกยุบและสมาชิกถูกคุมขัง รัฐบาลทหารอ้างว่านี่คือก้าวสู่ประชาธิปไตยและยุติสงครามกลางเมือง

ผลกระทบทางการเมืองหลังเมียนมาอภัยโทษนักโทษ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประท้วงและนักสิทธิมนุษยชนยังไม่เชื่อมั่น เพราะอองซาน ซูจี ยังถูกคุมขัง และการเลือกตั้งไม่ครอบคลุมพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ รัฐสภาชุดใหม่จะเปิดประชุมใน 2 สัปดาห์ และเลือกประธานาธิบดีต้นเมษายน โดยมิน อ่อง หล่าย อาจก้าวขึ้นตำแหน่งเอง

การอภัยโทษครั้งนี้ช่วยลดแรงกดดันจากสหประชาชาติและอาเซียนได้บ้าง แต่ปัญหาโครงสร้างยังคงอยู่ เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชนและความขัดแย้งกับกลุ่มก่อการร้ายตัวจริง หากรัฐบาลใหม่ไม่แก้ไข สงครามกลางเมืองอาจยืดเยื้อ

จากมุมมองของผู้เขียน การเมียนมาอภัยโทษนักโทษกว่า 7,000 คน คดีหนุน “กลุ่มก่อการร้าย” อาจเป็นสัญญาณบวก แต่ต้องติดตามการปล่อยผู้นำฝ่ายตรงข้ามอย่างแท้จริง หากไม่เกิด จะเป็นเพียงภาพลวงตา คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวเมียนมาอัปเดต!

ที่มา – เมียนมาอภัยโทษนักโทษกว่า 7,000 คน คดีหนุน “กลุ่มก่อการร้าย”