วัน: 2 มีนาคม 2026

ผบ.ทสส. ย้ำจุดยืนไทยเป็นกลาง สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในช่วงที่สถานการณ์ตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักมากแบบนี้ เรามีข่าวดีจากกองทัพไทยมาบอกกันนะครับ ผบ.ทสส. ย้ำจุดยืนไทยเป็นกลาง สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชม. พร้อมแผนอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงทันทีที่รัฐบาลไฟเขียว ฟังดูแล้วอุ่นใจใช่ไหมล่ะ? วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลแบบละเอียด พร้อมวิเคราะห์ว่ามันหมายถึงอะไรสำหรับพวกเราชาวไทยทั้งในและต่างประเทศ

ผบ.ทสส. ย้ำจุดยืนไทยเป็นกลาง สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชม.

ตามที่ พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ได้แถลงเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ครับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไทยเป็นกลาง ในความขัดแย้งตะวันออกกลางตามนโยบายรัฐบาล โดยมุ่งปกป้องผลประโยชน์ชาติสูงสุด กองทัพได้รับมอบหมายจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศไทย (กต.) ขับเคลื่อนแผนรับมือวิกฤตเต็มรูปแบบ

คำสั่งสำคัญคือ เฝ้าระวังสถานการณ์และผลกระทบต่อความมั่นคงไทยตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีหลับมีนอนเลยครับ! มีการบูรณาการกับเหล่าทัพ กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานอื่นๆ เตรียมกำลังพล เครื่องบิน อากาศยานให้พร้อม อพยพคนไทยกลับบ้านอย่างปลอดภัยทันทีที่มีคำสั่งจากรัฐบาล โฆษกยังย้ำว่า “กองทัพไทยพร้อมดูแลความปลอดภัยให้กับคนไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยจากความขัดแย้ง และขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในแผนการปฏิบัติงานที่มีการซักซ้อมและประสานงานกันอย่างใกล้ชิดในทุกภาคส่วน”

ผบ.ทสส. ย้ำจุดยืนไทยเป็นกลาง ช่วยปกป้องอะไรบ้าง?

จุดยืนไทยเป็นกลางนี่แหละครับที่เป็นหลักการ外交ของเรามานาน ช่วยให้ไทยไม่ถูกดึงเข้าไปพัวพันความขัดแย้งใหญ่ๆ แต่ยังคงช่วยเหลือมนุษยธรรมได้ โดยเฉพาะคนไทยที่กำลังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น อิสราเอล ปาเลสไตน์ อิหร่าน หรือชาติใกล้เคียง สถานการณ์ตอนนี้ร้อนระอุจากความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ กองทัพไทยจึงต้องเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจลามมาถึง เช่น น้ำมันแพง เศรษฐกิจสะดุด หรือภัยคุกคามความมั่นคง

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง เพื่อให้แผนอพยพมีประสิทธิภาพสูงสุด กองทัพซ้อมแผนอพยพมาหลายรอบแล้วนะครับ ตั้งแต่เหตุการณ์ยูเครนไปจนถึงตะวันออกกลางรอบก่อนๆ

แผนอพยพคนไทย: พร้อมรบจริงจังแค่ไหน?

  • เฝ้าระวัง 24 ชม.: หน่วยข่าวกรองติดตามสถานการณ์เรียลไทม์ รายงานนายกฯ และ ผบ.ทสส. ทันที
  • ประสานงานหลายหน่วย: กองทัพ + กต. + สภาความมั่นคง + สายการบินไทย
  • กำลังพลและยานพาหนะ: เครื่องบินทิ้งระเบิด C-130, เครื่องบินโดยสารทหาร พร้อมเจ้าหน้าที่กงสุลคอยช่วยเหลือ
  • จุดรับอพยพ: สนามบินนานาชาติใกล้เคียง หรือฐานทัพพันธมิตรที่เป็นกลาง
  • การดูแลหลังกลับ: กักตัวตรวจสุขภาพ สวัสดิการชั่วคราวจากรัฐ

เห็นมั้ยครับ ครบวงจรขนาดนี้ มั่นใจได้เลยว่าคนไทยไม่ทิ้งกัน!

คำแนะนำประชาชน: อย่าตกเป็นเหยื่อ Fake News

โฆษกเตือนชัดๆ ครับ ท่ามกลางข่าวลือข่าวลวงเต็มโซเชียล ประชาชนควรรับฟังจากแหล่งข่าวรัฐอย่างเดียว เช่น เว็บกองทัพไทย, เพจทางการ กต., ช่อง 7 HD หรือ Thai PBS หลีกเลี่ยงข่าวปลอมที่สร้างความตื่นตระหนก กองทัพจะอัปเดตข้อมูลสำคัญผ่านช่องทางหลักต่อเนื่อง

  • ตรวจสอบแหล่งข่าวก่อนแชร์
  • โทรสายด่วน กต. 02-203-5000 หากอยู่ต่างประเทศ
  • ลงทะเบียน Thai Egac app เพื่อรับแจ้งเตือน
  • เตรียมเอกสารสำคัญ พาสปอร์ต เงินสด เสบียงฉุกเฉิน
  • ติดตามสถานการณ์จาก RTG channels เท่านั้น

การทำแบบนี้จะช่วยให้ทุกคนปลอดภัยและไม่เสียหายจากข้อมูลเท็จครับ

สรุปแล้ว ผบ.ทสส. ย้ำจุดยืนไทยเป็นกลาง สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชม. ถือเป็นสัญญาณดีที่แสดงถึงความพร้อมของชาติเรา ในมุมผมคิดว่านโยบายเป็นกลางนี่แหละที่ทำให้ไทยอยู่รอดมาได้นานขนาดนี้ โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อไปกับสงครามของคนอื่น แต่ยังช่วยเหลือพี่น้องได้เต็มที่ อุ่นใจจริงๆ ครับ

คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? มีคนรู้จักอยู่ในตะวันออกกลางมั้ย? มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์กันด้านล่างเลยนะครับ หรือกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย จะได้เตรียมตัวทัน!

ที่มา – ผบ.ทสส. ย้ำจุดยืนไทยเป็นกลาง สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชม. พร้อมอพยพคนไทยทันทีที่รัฐบาลสั่งการ

ควิซ: ตั้งชื่อทุกทีมที่เคยลงเล่นพรีเมียร์ลีก

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนบอลทุกคน! วันนี้เรามีควิซสนุกๆ มาท้าทายความรู้เกี่ยวกับพรีเมียร์ลีกกันครับ ควิซ: ตั้งชื่อทุกทีมที่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีก นี่แหละครับ เป็นควิซจาก BBC Sport ที่จะทำให้คุณต้องรื้อฟื้นความทรงจำตั้งแต่ฤดูกาลแรกปี 1992 จนถึงปัจจุบัน ทีมไหนบ้างที่เคยลุ้นแชมป์ ลุ้นไม่ตกชั้น หรือแค่โผล่มาแป๊บเดียว?

ควิซ: ตั้งชื่อทุกทีมที่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกเริ่มต้นในปี 1992 ด้วย 22 ทีม创始 และจนถึงตอนนี้มีมากกว่า 50 ทีมที่เคยลงแข่งมาแล้ว! ควิซนี้ให้เวลา 15 นาที ตั้งชื่อให้ครบทุกทีม ถ้าทำได้เกิน 45 ทีมถือว่าดีมากเลยนะครับ บางทีมดังอย่างแมนยู ลิเวอร์พูล แมนซิตี้ เชลซี อาร์เซนอล ไม่มีปัญหา แต่ทีมเล็กๆ อย่าง Swindon Town, Barnsley หรือ Luton Town นี่สิ ทดสอบสมองชัดๆ

ประวัติศาสตร์ทีมในพรีเมียร์ลีกที่น่าสนใจ

รู้ไหมครับว่าทีมที่อยู่ยาวนานที่สุดคือ Arsenal ที่ไม่เคยตกชั้นตั้งแต่ลีกเริ่มเลย! ส่วนทีมที่ลงแข่งน้อยที่สุดมีแค่ฤดูกาลเดียว เช่น Scunthorpe United ในปี 2007 หรือ Yeovil Town ในปี 2014 ควิซนี้ไม่ใช่แค่ท่องชื่อ แต่ต้องจำปีที่ลงแข่งด้วยนะ

  • ทีมบิ๊กซิกซ์: Manchester United (26 ฤดูกาล), Liverpool, Chelsea, Arsenal, Tottenham, Man City
  • ทีมตกชั้นบ่อย: Norwich City ตกชั้นไป-มา 5 ครั้ง, West Brom 4 ครั้ง
  • ทีมแปลกหน้า: Swindon Town (1993-94), Barnsley (1997-98), Huddersfield Town (ล่าสุด)

ทำไมควิซนี้ถึงฮิต? เพราะมันทดสอบแฟนบอลตัวจริง พรีเมียร์ลีกมีเอกลักษณ์คือการเลื่อนชั้น-ตกชั้นดุเดือด ทีมจากลีกรองอย่าง Championship สามารถขึ้นมาสร้างเซอร์ไพรส์ได้ เช่น Leicester City ที่แชมป์ปี 2016!

เคล็ดลับทำควิซให้ได้คะแนนสูง

1. แบ่งตามยุค: ยุค 90s มีทีมอย่าง Oldham Athletic, Wimbledon. ยุค 2000s มี Reading, Hull City. ยุคใหม่มี Bournemouth, Fulham

2. จำทีมที่อยู่สั้น: ทีมอย่าง Accrington Stanley? ไม่ใช่! แต่มี Aldershot? ไม่มี ต้องจำให้แม่น

3. ใช้ความช่วยเหลือ: ถ้าติด ลองคิดถึงผู้จัดการทีมดังอย่าง Harry Redknapp ที่พา Portsmouth ทีมเล็กๆ ลงแข่ง

นอกจากนี้ ควิซยังเชื่อมโยงกับหน้าควิซฟุตบอลและกีฬาของ BBC ที่มีอัปเดตใหม่ๆ สมัครแจ้งเตือนได้เลย จะได้ไม่พลาด

ลองทำดูแล้วแชร์คะแนนในคอมเมนต์นะครับ! คุณได้กี่ทีม? ถ้าได้เกิน 50 ทีม บอกเลยว่าเป็นแฟนพรีเมียร์ลีกตัวยง ควิซนี้ช่วยย้ำว่าพรีเมียร์ลีกคือลีกที่ดีที่สุดในโลกเพราะความหลากหลายของทีม

อย่าลืมเช็ค Football Quizzes และ Sports Quizzes เพิ่มเติม สมัคร notifications เพื่อรับควิซใหม่ๆ ตรงอุปกรณ์ของคุณเลย!

สรุปคือ ควิซ: ตั้งชื่อทุกทีมที่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่เกม แต่เป็นการทบทวนประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ลองทำซ้ำๆ แล้วคะแนนจะพุ่ง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

3 มีนาคม 2569 วันอะไร เช็กชัดๆ “ข้าราชการ-ธนาคาร” ใครได้หยุดบ้าง

กำลังมองหา 3 มีนาคม 2569 วันอะไร เช็กชัดๆ “ข้าราชการ-ธนาคาร” ใครได้หยุดบ้าง อยู่ใช่ไหม? วันนี้เรามีคำตอบให้แบบชัดเจน ไม่ต้องงงอีกต่อไป! เดือนมีนาคม 2569 มาถึงแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนวันหยุดพิเศษเพื่อพักผ่อน ท่องเที่ยว หรืออยู่กับครอบครัว วันสำคัญนี้ไม่ใช่แค่วันหยุดราชการเท่านั้น แต่ยังมีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสุดยอดอย่าง จันทรุปราคาเต็มดวง ด้วยนะ

3 มีนาคม 2569 วันอะไร

วันที่ 3 มีนาคม 2569 ตรงกับ วันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา และได้รับการกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ วันหยุดธนาคาร และวันหยุดของบริษัทเอกชนส่วนใหญ่ตามประกาศคณะรัฐมนตรี วันมาฆบูชา หรือที่รู้จักกันในชื่อ วันจาตุมวรรค มีที่มาจากพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม “โอวาทปาติโมกข์” แก่พระสงฆ์ 1,250 รูปที่รวมตัวกันเองโดยบังเอิญที่เวฬุวันมหาวิหาร

ในปีนี้ 3 มีนาคม 2569 วันอะไร เช็กชัดๆ “ข้าราชการ-ธนาคาร” ใครได้หยุดบ้าง คือคำถามยอดฮิต เพราะเป็นวันหยุดติดต่อกันได้ หากรวมกับวันเสาร์-อาทิตย์ จะได้ลาพักผ่อนยาวๆ เลยทีเดียว ข้าราชการทุกหน่วยงานหยุดทำการ ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดปิดให้บริการ ตลาดหลักทรัพย์ปิด และบริษัทเอกชนส่วนใหญ่ก็หยุดตาม ทำให้เป็นโอกาสทองสำหรับการเดินทางหรือทำบุญ

3 มีนาคม 2569 วันอะไร: เช็กใครหยุดบ้าง

  • ข้าราชการ: หยุดราชการทั้งวัน ตามประเพณีทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน
  • ธนาคาร: ทุกธนาคารหยุดให้บริการ ถอนเงินล่วงหน้าดีกว่า!
  • เอกชน: หยุดตามนโยบายบริษัท แต่ส่วนใหญ่หยุดเพื่อให้พนักงานพักผ่อน
  • หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ: หยุดเช่นกัน เช่น การไฟฟ้า การรถไฟ

นอกจากวันหยุดแล้ว ยังมีไฮไลต์คือ จันทรุปราคาเต็มดวง หรือ “ดวงจันทร์เลือด” ที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 15.44 น. จนถึง 21.23 น. ตามเวลาประเทศไทย ดวงจันทร์จะถูกเงาของโลกบดบังจนมืดสนิท แล้วปรากฏเป็นสีแดงอิฐสวยงาม หากพลาดครั้งนี้ต้องรออีกเกือบ 2 ปี จนถึงคืนข้ามปี 31 ธันวาคม 2571

วันมาฆบูชาคือวันอะไร ความสำคัญและประเพณี

วันมาฆบูชาเป็นหนึ่งในวันสำคัญทางพุทธ ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ (มีนาคม) พระพุทธเจ้าทรงแสดงหลักธรรม 4 อย่าง คือ 1.ปฏิบัติชอบ 2.ปฏิบัติตรง 3.ปฏิบัติไม่เบียดเบียน 4.ปฏิบัติเพื่อพระนิพพาน ชาวพุทธจึงนิยมทำบุญ เช่น ตักบาตร ถวายเทียนพรรษา ฟังธรรม สร้างบุญกุศลเพื่อความเจริญรุ่งเรือง

วิธีดูจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม 2569

ไม่ต้องมีกล้องโทรทรรศน์ แค่สายตาเปล่าก็เห็นได้! แนะนำสถานที่ดูที่โล่งแจ้ง เช่น สวนสาธารณะ ชายหาด หรือดาดฟ้าตึก หลีกเลี่ยงแสงไฟเมือง เริ่มดูตั้งแต่บ่ายสามโมงครึ่ง ช่วงพีคคือ 18.34 น. ที่ดวงจันทร์แดงเต็มดวง พกกล้องถ่ายรูปหรือมือถือมาถ่ายคอนเทนต์ลงโซเชียลได้เลย อย่าลืมเช็คสภาพอากาศด้วยนะ

ปรากฏการณ์นี้เกิดจากแสงอาทิตย์ส่องผ่านชั้นบรรยากาศโลก ทำให้แสงสีน้ำเงินกระเจิง เหลือแต่สีแดง สวยงามและหายาก เหมาะสำหรับครอบครัวหรือคู่รักมาดูด้วยกัน

วางแผนวันหยุดยาว 3 มีนาคม 2569 อย่างไร

ถ้าวันศุกร์หยุดจริง จะได้ long weekend ไปเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เช่น เขาใหญ่ พัทยา หรือทำบุญวัดดังอย่างวัดพระแก้ว อย่าลืมจองที่พักล่วงหน้าเพราะคนพลุกพล่าน แถมเตรียมดูจันทรุปราคาให้พร้อม รับรองวันนี้จะเป็นวันที่น่าจดจำ

สรุปแล้ว 3 มีนาคม 2569 วันอะไร เช็กชัดๆ “ข้าราชการ-ธนาคาร” ใครได้หยุดบ้าง คำตอบคือวันมาฆบูชาหยุดราชการ-ธนาคาร-เอกชน พร้อมจันทรุปราคาสุด spectacular! อย่าพลาดนะ มาแชร์ประสบการณ์การดูดาวหรือวันหยุดของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เราอยากรู้จัง

ที่มา – 3 มีนาคม 2569 วันอะไร เช็กชัดๆ “ข้าราชการ-ธนาคาร” ใครได้หยุดบ้าง

ดู: เซนต์ส ยืดความนำ สเตนนี่ ไล่จ่าฝูง

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในฟุตบอลลีกล่างสกอตแลนด์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยเฉพาะใน Scottish Championship, League 1 และ League 2 ที่มีผลการแข่งขันพลิกผันหลายนัด ไฮไลท์สำคัญคือ ดู: เซนต์ส ยืดความนำ สเตนนี่ ไล่จ่าฝูง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลไม่ควรพลาด เรามาดูกันว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างในแมตช์สุดสัปดาห์นี้

ดู: เซนต์ส ยืดความนำ สเตนนี่ ไล่จ่าฝูง

เซนต์ส หรือ St Johnstone ที่กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงในลีก ยิ่งทำให้แฟนๆ ยิ้มแก้มปริ เมื่อพวกเขายืดความนำออกไปได้อีกในนัดล่าสุด ด้วยการเอาชนะคู่แข่งแบบไม่ยากเย็น เกมนี้เซนต์สครองบอลได้เหนือกว่า และมีโอกาสยิงเข้ามากมาย จนสุดท้ายก็คว้าชัยชนะที่ทำให้แต้มห่างจากทีมตามหลังเพิ่มเป็น 5 คะแนนแล้ว ขณะที่สเตนนี่ หรือ Stenhousemuir ก็ไม่ยอมแพ้ พวกเขาไล่ตามจ่าฝูงได้อย่างน่าทึ่ง หลังจากบุกไปเอาชนะทีมนำตารางในนัดสำคัญ ทำให้ระยะห่างลดลงเหลือแค่ 2 คะแนนเท่านั้น สเตนนี่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น โดยเฉพาะแนวรุกที่ยิงประตูได้ 3 ลูกในครึ่งหลัง

ไฮไลท์เด็ดจาก ดู: เซนต์ส ยืดความนำ สเตนนี่ ไล่จ่าฝูง

ในวิดีโอไฮไลท์จาก BBC คุณจะได้เห็นโมเมนต์สุดระทึก เช่น ประตูโทนของเซนต์สจากลูกฟรีคิกที่โค้งงาม และการโต้กลับเร็วของสเตนนี่ที่ทำให้กองหลังจ่าฝูงแตกตื่น แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงในบางพื้นที่ แต่แฟนบอลสกอตแลนด์ต่างพูดถึงการแข่งขันเหล่านี้กันทั้งโซเชียล

นอกจากนี้ ใน Scottish Championship ยังมีดราม่าอื่นๆ เช่น Raith Rovers ที่เสมอกับคู่แข่งแบบหวุดหวิด ทำให้เสียโอกาสแซงเซนต์ส ส่วนใน League 1 Airdrieonians ยังคงรั้งท็อปโฟร์ด้วยฟอร์มที่คงเส้นคงวา League 2 ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน กับ Bonnyrigg Rose ที่เพิ่งคว้าชัย 3 นัดติด

วิเคราะห์ฟอร์มทีมนำ: เซนต์ส และสเตนนี่

เซนต์สภายใต้กุนซือคนใหม่ มีระบบการเล่นที่สมดุล ทั้งเกมรับที่เหนียวแน่นและเกมรุกที่เฉียบคม ผู้เล่นอย่าง Andy Considine เป็นกำลังสำคัญในการยืดความนำครั้งนี้ ขณะที่สเตนนี่ ทีมจาก League 2 กำลังมาแรง พวกเขามีสถิติยิงประตูเฉลี่ย 2 ลูกต่อนัด และแนวรับที่เสียประตูน้อยที่สุดในลีก การไล่จ่าฝูงของพวกเขาทำให้การลุ้นแชมป์เข้มข้นขึ้น

  • เซนต์ส: ชนะ 4 จาก 5 นัดหลังสุด
  • สเตนนี่: ไม่แพ้ใน 6 นัดติด
  • ประตูยิงมากสุด: Matty Yates (สเตนนี่) 8 ประตู
  • เซฟเด็ด: GK ของเซนต์ส 5 ครั้งในนัดล่าสุด

การแข่งขันในลีกล่างสกอตแลนด์ปีนี้พิสูจน์ว่าทุกทีมมีโอกาส โดยเฉพาะทีมอย่างสเตนนี่ที่เคยถูกมองข้าม แต่ตอนนี้กลายเป็นม้ามืดที่น่าจับตา

ผลกระทบต่อตารางคะแนน

หลังนัดนี้ เซนต์สท็อปแท่นนำ Scottish Championship อย่างมั่นใจ สเตนนี่ขึ้นที่ 2 ใน League 2 ใกล้ชิดจ่าฝูงสุดๆ แฟนบอลเริ่มคาดหวังการดวลเดือดในนัดถัดไป

นี่คือสุดสัปดาห์ที่แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของฟุตบอลลีกล่าง ที่ทุกนัดเต็มไปด้วย passion และ surprise ถ้าคุณเป็นแฟน Scottish football อย่าลืมติดตามไฮไลท์เพิ่มเติมและเชียร์ทีมโปรดต่อไป การลุ้นแชมป์ยังอีกยาวไกล!

ในมุมมองของผม สเตนนี่มีสิทธิ์สร้างปาฏิหาริย์แซงจ่าฝูงได้จริงๆ ถ้าคงฟอร์มนี้ไว้ คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

นักเตะและสโมสรจะทำอะไรได้บ้างกับ ‘AI slop’?

ไม่ต้องเลื่อนไกลในโซเชียลมีเดียก็เจอภาพและวิดีโอนักฟุตบอลในสถานการณ์แปลกประหลาดได้ง่ายๆ

ลองเลื่อน TikTok สักพัก คุณอาจเจอ Lionel Messi กับ Cristiano Ronaldo ตัดผมให้กัน หรือขึ้นเรือ Titanic ในชุดเอ็ดเวิร์เดียน แม้แต่ Kylian Mbappe นั่งกระเช้าสกีกับเต่าเลยทีเดียว

นี่คือผลพวงจากความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือที่เรียกกันว่า AI slop นั่นเอง

AI สามารถสร้างอะไรก็ได้ตามคำสั่งของใครก็ได้ เครื่องมือเหล่านี้ยิ่งทันสมัยและเข้าถึงง่ายขึ้นเรื่อยๆ จนยากที่จะแยกแยะว่าอันไหนจริงอันไหน deepfake

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องสนุกๆ ที่ไม่เป็นอันตราย แต่ นักเตะและสโมสรจะทำอะไรได้บ้างกับ ‘AI slop’ เมื่อมันเกินขอบเขต?

ทางเลือกจำกัดสำหรับนักเตะในการดำเนินการ

เมื่อฟุตบอลกลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจ นักเตะและสโมสรต้องดูแลแบรนด์ของตัวเอง เช่น ปกป้องตราสโมสร หรือท้าทายการใช้ชื่อนักเตะในโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต

อย่าง Cole Palmer กองกลางเชลซีที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘Cold Palmer’ กับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของสหราชอาณาจักร รวมถึงชื่อ ออโต้กราฟ และท่าฉลองสั่นตัวของเขา

การสร้างการคุ้มครองเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การรับมือโลก AI ที่เนื้อหาไหลทะลักนั้นยากกว่า

ในสหราชอาณาจักร กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิภาพลักษณ์ (image rights) ยังจำกัด Jonty Cowan ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายจาก Wiggin LLP บอก BBC Sport ว่า AI นำมาซึ่ง “ความท้าทายใหม่ๆ มากมาย”

“รัฐบาลทั่วโลกกำลังพยายามหาทางรับมือ AI” Cowan กล่าว

AI ถูกใช้ใส่นักเตะในสถานการณ์จริงและปลอม เช่น การเปิดตัว Antoine Semenyo และ Marc Guehi ของแมนฯ ซิตี้ในเดือนมกราคม ภาพทางการแสดงทั้งคู่กับ Hugo Viana แต่ก่อนถ่ายจริง ก็มีภาพ AI พวกเขาลงนามสัญญากับ Pep Guardiola แล้ว

อีกภาพ Semenyo ถูก Yaya Toure ต้อนรับที่ศูนย์ฝึก (ที่เขาไม่เคยไป) แม้เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เกิดขึ้น แต่ดูสมจริงมาก

เดือนที่แล้ว ภาพ Michael Carrick โค้ชแมนฯ ยูไนเต็ดกับแฟนผมยาว Frank Ilett ก็ปรากฏ แม้ไม่จริงแต่ดูน่าเชื่อ

Cowan บอกว่าถ้าเนื้อหาไม่ก่อความเสียหายเชิงพาณิชย์หรือชื่อเสียง ทางเลือกจำกัด “การบังคับใช้สิทธิทรัพย์สินทางปัญญาเคยยากอยู่แล้ว ถ้าเป็น deepfake ที่น่าอาย ค่อยต่าง”

กฎหมาย Data (Use and Access) Act ที่เพิ่งบังคับใช้ ทำให้สร้าง แชร์ หรือขอ deepfake ทางเพศเป็นความผิดอาญา

แต่คลิป Luke McCowan ของเซลติกต่อยผู้ช่วยผู้ตัดสินล่ะ? มันทำลายชื่อเสียงหรือไม่น่าเชื่อ?

ปัญหาใหญ่กว่าคือ ‘passing off’ ที่หลอกให้ผู้บริโภคเชื่อว่าสินค้าของตนเชื่อมโยงกับแบรนด์นักเตะ

รัฐบาลอังกฤษกำลังพิจารณา ‘สิทธิบุคลิกภาพ’ เพื่อให้นักเตะฟ้องง่ายขึ้น

สโมสรมีทางเลือกมากกว่า เช่น ละเมิดเครื่องหมายการค้าตราสโมสรหรือดีไซน์ชุด

BBC Sport รู้ว่าแมนฯ ซิตี้เชื่อว่าแฟนรู้ว่าช่องทางการเคลื่อนไหวยืนยันเท่านั้น

นักเตะและสโมสรจะทำอะไรได้บ้างกับ ‘AI slop’?

การฟ้องผู้สร้าง AI ภาพอาจยาวนานและแพง Cowan แนะนำท้าทายแพลตฟอร์มโดยตรง

“Online Safety Act บังคับแพลตฟอร์มจัดการเนื้อหาผิดกฎหมาย” เขากล่าว “น่าจะมีกลไกถอดเนื้อหาเร็วขึ้น”

บริษัทดูแลสิทธิดิจิทัลจะเติบโต โดยใช้ AI สแกนเว็บขอถอดเนื้อหา

นักเลวอาจใช้ AI ทำสิ่งชั่วร้าย

AI มีโอกาส เช่น สร้างโฆษณาโดยไม่ต้องออกจากบ้าน แต่ก็ง่ายสำหรับมิจฉาชีพใช้ภาพนักเตะโฆษณาธุรกิจ

ปีที่แล้ว คณะกำกับ Meta ห้ามโฆษณาแอพพนันที่ใช้ AI ทำวิดีโอ Ronaldo พูดเลียนแบบเสียง Meta ต้องใส่ตัวบ่งชี้เนื้อหา AI

สมาคมฟุตบอลอังกฤษเจอปัญหา Gareth Southgate ถูกทำสัมภาษณ์ปลอมพูดร้ายนักเตะในยูโร 2024 วิดีโอถูกรายงานและถอด แต่ถูกดูนับล้านแล้ว

ควรบังคับผู้ใช้ระบุว่าใช้ AI หรือไม่?

วันนี้แทบไม่เจอป้ายว่าใช้ AI แม้ TikTok กำหนดให้ติดป้ายเนื้อหา AI สมจริงและห้ามหลอกลวง

Cowan คิดว่าน่าจะมีกฎเข้มงวดแพลตฟอร์ม “EU AI Act กำหนดความโปร่งใส คล้ายกฎโฆษณาอินฟลูเอนเซอร์”

อาจมี ‘#AI generated’ แต่ผู้สร้างชั่วไม่สน

ตอนนี้สโมสรยังไม่กังวลมาก แต่ นักเตะและสโมสรจะทำอะไรได้บ้างกับ ‘AI slop’ อาจต้องคิดใหม่เมื่อเส้นแบ่งเบลอ

คุณคิดว่า AI slop จะกระทบฟุตบอลอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารฟุตบอลล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

บิ๊กต่าย ร่วมพิธี 111 ปี สำนักงานจเรตำรวจ ย้ำซื่อสัตย์

ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ได้มีการจัดพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา บิ๊กต่าย ร่วมพิธี 111 ปี สำนักงานจเรตำรวจ ย้ำปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือที่รู้จักกันในนาม “บิ๊กต่าย” เป็นประธานในพิธีนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน 111 ปี ของสำนักงานจเรตำรวจ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และติดตามการปฏิบัติราชการของตำรวจทั่วประเทศ

บิ๊กต่าย ร่วมพิธี 111 ปี สำนักงานจเรตำรวจ ย้ำปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส

พิธีเริ่มต้นเวลา 08.00 น. ณ สำนักงานจเรตำรวจ ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม เช่น พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ จเรตำรวจ รักษาราชการแทนจเรตำรวจ พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด

บิ๊กต่าย ร่วมพิธี 111 ปี สำนักงานจเรตำรวจ

ในพิธี บิ๊กต่าย และคณะได้ร่วมสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้ทรงสถาปนาสำนักงานจเรตำรวจเมื่อ พ.ศ. 2458 รวมถึงพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 111 ปี บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่

สารสำคัญจากบิ๊กต่าย: ยึดมั่นความซื่อสัตย์ โปร่งใส

พิธีสักการะในงาน 111 ปี สำนักงานจเรตำรวจบิ๊กต่าย กล่าวสุนทรพจน์ 111 ปี จเรตำรวจ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวเน้นย้ำว่า สำนักงานจเรตำรวจมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบบริหารงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม ข้าราชการตำรวจทุกคนต้องยึดมั่นในหลักความถูกต้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและยกระดับภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ท่านยังขอให้ทุกคนมุ่งมั่นทุ่มเททำงานเต็มความสามารถ อดทน เสียสละ ตามวิสัยทัศน์ “เป็นตำรวจมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน” ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคมโดยรวม

ความสำคัญของสำนักงานจเรตำรวจ

สำนักงานจเรตำรวจก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เพื่อตรวจสอบวินัยและการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ปัจจุบันมีภารกิจหลักดังนี้:

  • กำกับดูแลการปฏิบัติราชการ ของหน่วยงานตำรวจทั่วประเทศ
  • ตรวจสอบและสอบสวน ร้องเรียนเกี่ยวกับตำรวจ
  • ติดตามและประเมินผล การบริหารงานบุคคล
  • ส่งเสริมจริยธรรม และการป้องกันทุจริต

ในยุคที่สังคมต้องการความโปร่งใส การมีหน่วยงานอย่างจเรตำรวจช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้อย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมและการรับใช้ประชาชน

นอกจากนี้ พิธีในครั้งนี้ยังเป็นโอกาสในการทบทวนภารกิจและกำหนดทิศทางอนาคต โดยบิ๊กต่ายได้ชื่นชมผลงานของทีมจเรตำรวจที่ทำงานอย่างหนักเพื่อความยุติธรรม

การเข้าร่วมพิธีของบิ๊กต่าย แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในองค์กรตำรวจ และการยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ สุดท้ายนี้ เชื่อว่าการย้ำเตือนเช่นนี้จะช่วยให้ตำรวจไทยเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น หากคุณสนใจข่าวสารด้านความมั่นคงและตำรวจ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด

ที่มา – บิ๊กต่าย ร่วมพิธี 111 ปี สำนักงานจเรตำรวจ ย้ำปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส

รัสเซลล์ เจรจา กลับ ดันดี ยูไนเต็ด

รัสเซลล์ เจรจา กลับ ดันดี ยูไนเต็ด – ข่าวลือล่าสุด

ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ช่วงนี้มีข่าวลือการย้ายทีมร้อนๆ มากมาย โดยเฉพาะ รัสเซลล์ เจรจา กลับ ดันดี ยูไนเต็ด ที่กลายเป็นประเด็นหลักที่แฟนๆ กำลังจับตามอง Dundee United กำลังเจรจากับ จอห์นนี่ รัสเซลล์ อดีตดาวยิงทีมชาติสกอตแลนด์ วัย 35 ปี ที่เพิ่งถูกปล่อยตัวจาก Real Salt Lake เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัสเซลล์ยังแสดงความสนใจชัดเจนด้วยการไปดูเกมที่ Tannadice เมื่อวันอาทิตย์ที่ Dundee United แพ้ Motherwell ทำให้แฟนๆ เชื่อว่าการกลับมาร่วมทีมเก่าของเขาครั้งนี้น่าจะเกิดขึ้นจริง

รัสเซลล์ เจรจา กลับ ดันดี ยูไนเต็ด

รัสเซลล์ เคยเป็นกำลังสำคัญของ Dundee United มาก่อนหน้านี้ และประสบการณ์ใน MLS ทำให้เขายังคงฟอร์มดี การกลับมาจะช่วยเสริมเกมรุกของทีมที่กำลังลุ้นเลื่อนชั้นใน Scottish Championship ได้อย่างดีเยี่ยม Jim Goodwin กุนซือของทีมต่างก็หวังจะดึงตัวเก๋าๆ อย่างนี้มาเสริมทัพ นอกจากนี้ยังมีข่าว รัสเซลล์ เจรจา กลับ ดันดี ยูไนเต็ด ที่รายงานโดย The Courier ซึ่งยืนยันว่าการพูดคุยกำลังดำเนินไปอย่างคืบหน้า

ข่าวย้ายทีมอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นอกจากนั้น Kilmarnock กำลังจะเสีย Marcus Dackers กองหน้าวัย 23 ปี ไปในดีลหกหลักสู่ทีมในเกาหลีใต้ หลังจากเจ้าตัวได้ลงเล่นน้อยนัดในช่วงหลัง ทำให้แฟน Killie รู้สึกเสียดายแต่ก็เข้าใจการย้ายทีมเพื่อโอกาสใหม่

  • สโมสรแชมเปี้ยนชิพอังกฤษหลายทีม ร่วมกับ Celtic และ Rangers กำลังแย่งตัว Cameron Ashia มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 20 ปีจาก Huddersfield Town ที่จะหมดสัญญาซัมเมอร์นี้
  • Calvin Miller แบ็คซ้ายจาก Falkirk ที่เคยผ่านอะคาเดมี่ Celtic ถูกจับภาพไปเชียร์ทีมเก่าที่ Ibrox ในเกมเสมอ Rangers 2-2 ทำให้ข่าวลือการย้ายกลับ Celtic ในเดือนมกราคมร้อนแรงขึ้น

Jesse Lingard อดีตปีก Manchester United ไม่เคยจริงจังกับข่าว Rangers เลย และกำลังใกล้เซ็นสัญญากับ Corinthians หลังจากทิ้ง Seoul พร้อมความสนใจจาก Feyenoord ในขณะที่ Jermaine Pennant อดีต Liverpool ยอมรับว่าอยากเล่นให้ Rangers หลังสัมผัสบรรยากาศ Old Firm derby ที่สุดมันส์

Ben Old มิดฟิลด์ Saint-Etienne ชื่นชม Philippe Montanier โค้ชใหม่ที่พาทีมขึ้นจ่าฝูง Ligue 2 ด้วยโครงสร้างทีมที่แน่นแฟ้นขึ้น หลังจาก Eirik Horneland อดีตเป้าหมายของ Aberdeen ออกไป

ข่าวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวในตลาดนักเตะสกอตติชที่คึกคัก โดยเฉพาะ รัสเซลล์ เจรจา กลับ ดันดี ยูไนเต็ด ที่อาจเปลี่ยนโฉมทีมได้ หากคุณเป็นแฟน Dundee United หรือ Scottish Premiership อย่าลืมติดตามอัปเดตเพิ่มเติม เพราะฤดูกาลนี้ยังมีเซอร์ไพรส์อีกเพียบ ในมุมมองของผม การดึงรัสเซลล์กลับมาจะเป็นดีลเจ๋งที่สุดสำหรับทีม เพราะประสบการณ์ของเขาจะช่วยทีมหนุ่มๆ ได้มาก ลองคิดดูสิ ถ้าเขายิงประตูแรกให้ทีมเก่า บรรยากาศ Tannadice คงระเบิด!

ติดตามข่าวฟุตบอลสกอตติชและการย้ายทีมล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกดีลร้อนๆ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ที่ประชุม สมช. สั่งเฝ้าระวังสถานทูตคู่ขัดแย้ง “สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล”

ในสถานการณ์โลกที่ตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างชาติมหาอำนาจ ที่ประชุม สมช. สั่งเฝ้าระวังสถานทูตคู่ขัดแย้ง “สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล” กลายเป็นประเด็นสำคัญที่คนไทยทุกคนต้องติดตาม เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในประเทศ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์รายละเอียดมาตรการที่ สมช. หรือสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ออกมาแจ้งให้ทราบ พร้อมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ที่ประชุม สมช. สั่งเฝ้าระวังสถานทูตคู่ขัดแย้ง “สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล”

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ได้เปิดเผยหลังการประชุมเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569 ว่า ที่ประชุมได้ยกระดับการคุมเข้มความปลอดภัยทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้ฝ่ายข่าวกรองและตำรวจเฝ้าระวังสถานเอกอัครราชทูตของประเทศที่ขัดแย้งกันอย่าง สหรัฐอเมริกา อิหร่าน และอิสราเอล รวมถึงประเทศที่เกี่ยวข้องอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสั่งจับตาการเคลื่อนไหวของบุคคลที่เข้า-ออกประเทศไทย เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงหรือความไม่สงบที่อาจลุกลามมาถึงไทย

มาตรการหลักที่ สมช. ออกไว้

มาตรการที่ออกมานี้ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อให้ครอบคลุมทุกความเสี่ยง ดังนี้

  • เฝ้าระวังสถานทูต: เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรอบสถานทูตสหรัฐฯ อิหร่าน อิสราเอล และพื้นที่ใกล้เคียง
  • ติดตามบุคคลต้องสงสัย: ตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีความเชื่อมโยงกับฝ่ายขัดแย้ง
  • ควบคุมสื่อสังคมออนไลน์: ติดตามข่าวปลอมหรือเนื้อหาที่บิดเบือนเพื่อสร้างความแตกแยกในสังคมไทย
  • ป้องกันภัยไซเบอร์: ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจสอบการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจตามมาจากสงคราม
  • ผลกระทบเศรษฐกิจ: มอบหมายกระทรวงพลังงานและพาณิชย์ประเมินผลต่อราคาน้ำมันและการส่งออก

เลขาฯ สมช. ย้ำว่าฝ่ายตำรวจได้เตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว และประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตปกติได้ โดยเฉพาะย่านท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างถนนข้าวสาร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อปกป้องทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

เหตุผลเบื้องหลังมาตรการเข้มงวด

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน และอิสราเอล กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์และการโจมตีทางทหาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อไทยในฐานะประเทศที่เป็นกลางแต่มีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากทุกชาติ ไทยเคยประสบปัญหาจากเหตุการณ์คล้ายๆ กันในอดีต เช่น การประท้วงหน้าสถานทูต ดังนั้น การที่ ที่ประชุม สมช. สั่งเฝ้าระวังสถานทูตคู่ขัดแย้ง “สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล” จึงเป็นการป้องกันล่วงหน้าเพื่อรักษาความสงบสุข

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังหารือถึงการใช้สื่อโซเชียลที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่น โดยจะมีการตรวจสอบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความขัดแย้งภายในประเทศ ส่วนด้านเศรษฐกิจ คาดว่าราคาน้ำมันอาจผันผวน ส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชน

คำแนะนำสำหรับประชาชน

ในช่วงนี้ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่อาจเสี่ยงต่อความขัดแย้ง ตรวจสอบข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และรายงานข้อมูลน่าสงสัยให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที การเฝ้าระวังนี้ไม่ใช่เพื่อจำกัดเสรีภาพ แต่เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

สุดท้าย ที่ประชุม สมช. สั่งเฝ้าระวังสถานทูตคู่ขัดแย้ง “สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล” แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลในการปกป้องชาติ ถ้าคุณมีประสบการณ์หรือมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย! ติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ที่ประชุม สมช. สั่งเฝ้าระวังสถานทูตคู่ขัดแย้ง “สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล”

นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมเศรษฐกิจประเมินสถานการณ์

นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ประเมินสถานการณ์จำกัดความเสียหาย จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย รัฐบาลจึงเร่งมือทันทีเพื่อปกป้องประชาชนและธุรกิจ

นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ประเมินสถานการณ์จำกัดความเสียหาย

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสำคัญครั้งนี้ เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีผู้เข้าร่วมหลักๆ ดังนี้

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายเอกนิติ นิติทัณประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

นอกจากนี้ ยังมีปลัดกระทรวงและข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ส่วนนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากกำลังปฏิบัติราชการต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ประเมินสถานการณ์จำกัดความเสียหาย

สาเหตุและความจำเป็นของการประชุม

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า สถานการณ์รุนแรงในตะวันออกกลางเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีการโจมตีเป้าหมายทางทหาร และอิหร่านตอบโต้หลายประเทศ รวมถึงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของโลก สิ่งนี้กระทบไทยแน่นอน ทั้งราคาพลังงานที่พุ่งสูง การค้าที่สะดุด และค่าครองชีพประชาชนที่เพิ่มขึ้น การประชุมครั้งนี้จึงมุ่ง นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ประเมินสถานการณ์จำกัดความเสียหาย ให้เหลือน้อยที่สุด

ก่อนหน้านี้ เช้าวันเดียวกันมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อเสริมความมั่นคงโดยรวม และบ่ายนี้ต่อยอดด้านเศรษฐกิจ โดยหารือมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคเอกชน เช่น การควบคุมราคาน้ำมัน สนับสนุน SME ที่ได้รับผลกระทบ และเร่งเจรจาการค้าทางเลือก

มาตรการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยคนไทยในอิหร่านและประเทศใกล้เคียง โดยเร่งนำคนไทยกลับประเทศเป็นลำดับแรก และประสานงานช่วยเหลือในทุกมิติ หากมีผู้ประสงค์เดินทางกลับ จะมีมาตรการรองรับทันที นอกจากนี้ ยังประเมินผลกระทบต่อธุรกิจไทยต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยทรัพย์สิน การลงทุน ส่งออก และการท่องเที่ยว

  • ราคาพลังงาน: เตรียมสำรองน้ำมัน เพิ่มทางนำเข้าใหม่
  • การค้า-ส่งออก: หาช่องทางเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง
  • ค่าครองชีพ: มาตรการ补贴 ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
  • ท่องเที่ยว: โปรโมทเส้นทางในประเทศ สนับสนุนอุตสาหกรรม

ในการประชุม ทุกฝ่ายร่วมเสนอแนวทางรับมือที่ชัดเจนและดำเนินได้ทันที เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อเนื่อง ประชาชนไม่เดือดร้อนมากนัก

จากมุมมองผู้เขียน สถานการณ์ตะวันออกกลางครั้งนี้เป็นบททดสอบเศรษฐกิจไทย แต่การตอบสนองรวดเร็วของรัฐบาลแสดงให้เห็นความพร้อม การประสานงานระหว่างหน่วยงานจะช่วยลดผลกระทบได้จริง หากประชาชนร่วมมือ เช่น ลดใช้พลังงานสิ้นเปลือง เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้แน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการเหล่านี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้รับรู้กันนะครับ!

ที่มา – นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ประเมินสถานการณ์จำกัดความเสียหาย