วัน: 3 มีนาคม 2026

สนามบินดอนเมือง เปิดช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ 24 ชม.

นักเดินทางสายการบินทั้งหลายมีข่าวดีแล้ว! สนามบินดอนเมือง ช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ สำหรับขาออกเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ไม่ต้องรอคิวยาวอีกต่อไป ลดเวลาเหลือไม่กี่วินาที ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกคน โดยเฉพาะในช่วง peak time ที่สนามบินแออัดสุดๆ

สนามบินดอนเมือง ช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ

รองโฆษกรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา เผยว่าด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง ได้เปิดช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control: ABC) สำหรับผู้โดยสารขาออกอย่างเป็นทางการ หลังจากทดลองใช้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตอนนี้พร้อมเต็มสูบ เริ่มต้นเปิด 07.00-19.00 น. และขยายเป็น 24 ชม. ตั้งแต่ 5 มี.ค. 2569 นอกจากนี้ยังวางแผนติดตั้งเครื่องเพิ่มให้ครบ 31 เครื่องภายในเมษายน 2569 เพื่อรองรับนักเดินทางจำนวนมากยิ่งขึ้น

ระบบนี้ใช้เทคโนโลยีสแกนชีวภาพ เช่น สแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ ทำให้ผ่านด่านเร็วขึ้น ลดความแออัด และยกระดับสนามบินไทยสู่มาตรฐานดิจิทัลโลก การเดินทางระหว่างประเทศจะสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะสาย low-cost ที่ดอนเมืองเป็นฐานหลัก

เงื่อนไขการใช้บริการ สนามบินดอนเมือง ช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ

เพื่อให้ใช้งานได้ราบรื่น ต้องเช็คเงื่อนไขก่อนนะครับ:

  • ผู้ใช้ต้องสูงตั้งแต่ 120 ซม. ขึ้นไป
  • พาสปอร์ตอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • ถ้าเพิ่งทำพาสปอร์ตใหม่ ต้องรออย่างน้อย 14 วัน
  • สัมภาระติดตัวหรือกระเป๋า (รวมคันชัก) สูงไม่เกิน 120 ซม.

กลุ่มผู้โดยสารที่ควรใช้ช่องตรวจปกติ

บางกลุ่มยังไม่เหมาะกับระบบอัตโนมัติ ควรไปช่องมนุษย์:

  • สตรีมีครรภ์ เพื่อความปลอดภัย
  • ผู้ที่ต้องการตราประทับในพาสปอร์ต (ระบบ ABC ไม่ประทับตรา แต่บันทึกข้อมูลดิจิทัลตามกฎหมาย)

นอกจากนี้ เด็กเล็ก ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่อาจมีปัญหาในการใช้งาน ก็แนะนำช่องปกติเช่นกัน

ประโยชน์ของช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติที่สนามบินดอนเมือง

ระบบนี้ไม่ใช่แค่ลดเวลารอคิว แต่ยังช่วยหลายด้าน เช่น ลดการสัมผัส ลดความเสี่ยงโรคระบาด เพิ่มความแม่นยำในการตรวจ และประหยัดกำลังคนเจ้าหน้าที่ให้ไปโฟกัสเคสซับซ้อน เปรียบเทียบกับสนามบินสุวรรณภูมิที่เปิด ABC ไปแล้ว ดอนเมืองตามทันทันที ทำให้ทั้งสองสนามบินหลักของไทยทันสมัยเท่ากัน

ในอนาคต รัฐบาลวางแผนขยายระบบนี้ไปยังสนามบินอื่นๆ และเชื่อมโยงกับแอป Thailand Digital Arrival Card เพื่อ check-in ก่อนล่วงหน้า ยิ่งทำให้การเดินทางชิลล์สุดๆ

เคล็ดลับการใช้ช่อง ABC ให้เวิร์คสุด

  • เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อม ถ่ายรูปชัดๆ ใบหน้าให้ตรง
  • วางสัมภาระให้พอดีขนาด อย่าลากของเยอะ
  • เช็คสติกเกอร์ boarding pass ให้เรียบร้อย
  • ถ้าเครื่องแจ้ง error ไปช่องปกติทันที อย่าฝืน

สำหรับนักเดินทางบ่อยๆ อย่างเรานี่คือข่าวดีมาก เพราะเคยรอคิว immigration นานเป็นชั่วโมง ตอนนี้แค่ 10-20 วินาทีก็ผ่าน สนามบินดอนเมืองกำลังกลายเป็น smart airport จริงๆ

รัฐบาลย้ำว่า “มุ่งยกระดับด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ทันสมัย ควบคู่ความปลอดภัย เพื่อการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว มั่นใจ” ถ้าคุณกำลังวางแผนทริปบินจากดอนเมือง ลองใช้บริการนี้ดู แล้วมาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างว่าสะดวกแค่ไหน หรือมีปัญหาอะไรบ้าง เราอยากรู้!

ที่มา – สนามบินดอนเมือง เปิดช่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติขาออก 24 ชม. เริ่ม 5 มี.ค. เพิ่มความสะดวกนักเดินทาง

ฝรั่งเศสประกาศเพิ่มคลังอาวุธนิวเคลียร์ ขยายแนวคิดป้องปรามยุโรป

ฝรั่งเศสประกาศเพิ่มคลังอาวุธนิวเคลียร์ ขยายแนวคิดป้องปรามชาติยุโรปอื่นๆ

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง สร้างความฮือฮาในยุโรปด้วยการประกาศฝรั่งเศสประกาศเพิ่มคลังอาวุธนิวเคลียร์ ขยายแนวคิดป้องปรามชาติยุโรปอื่นๆ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ในการสุนทรพจน์ที่ฐานทัพเรืออิลลองก์ แคว้นบริตตานี ใกล้เมืองแบรสต์ สิ่งนี้ถือเป็นการปรับยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ครั้งสำคัญที่สุดในรอบ 34 ปี ท่ามกลางสภาพแวดล้อมความมั่นคงที่ย่ำแย่จากสงครามยูเครนและภัยคุกคามจากรัสเซีย จีน

ฝรั่งเศสประกาศเพิ่มคลังอาวุธนิวเคลียร์ ขยายแนวคิดป้องปรามชาติยุโรปอื่นๆ

มาครงยืนยันว่าฝรั่งเศสต้องยกระดับขีดความสามารถนิวเคลียร์ โดยเพิ่มจำนวนหัวรบจากปัจจุบันราว 300 ลูก และจะปล่อยเรือดำน้ำนิวเคลียร์ลำใหม่ “The Invincible” ในปี 2579 (ค.ศ. 2036) ที่สำคัญ ฝรั่งเศสจะเลิกเปิดเผยจำนวนหัวรบจริงต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันการคาดเดาของศัตรู นโยบายนี้ช่วยเสริม “force de frappe” หรือกองกำลังโจมตีนิวเคลียร์ทางอากาศของฝรั่งเศส ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่สมัยชาร์ลส์ เดอ โกลล์ เพื่อความเป็นอิสระจาก NATO

ขยายแนวคิดป้องปราม: 8 ชาติยุโรปเห็นชอบเข้าร่วม

ฝรั่งเศสชวนพันธมิตรยุโรปเข้าร่วม “ป้องปรามขั้นสูง” (advanced deterrence) โดย 8 ชาติยอมรับแล้ว ได้แก่

  • อังกฤษ
  • เยอรมนี
  • โปแลนด์
  • เนเธอร์แลนด์
  • เบลเยียม
  • กรีซ
  • สวีเดน
  • เดนมาร์ก

ชาติเหล่านี้จะร่วมฝึกซ้อมนิวเคลียร์ทางอากาศ และเป็นฐานทัพอากาศให้เครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ฝรั่งเศส การกระจายกำลังทั่วทวีปทำให้ศัตรูอย่างรัสเซียคำนวณยาก พันธมิตรยังช่วยพัฒนาระบบเตือนภัยอวกาศ ป้องกันอากาศยาน และขีปนาวุธไกล

ยุทธศาสตร์ 50 ปี: ยุคนิวเคลียร์ของยุโรป

มาครงคาดว่า 50 ปีข้างหน้าอาวุธนิวเคลียร์จะครองโลก การขยายนี้คล้าย nuclear sharing ของ NATO แต่ใช้คลังฝรั่งเศสเป็นหลัก ลดการพึ่งสหรัฐฯ ที่ไม่แน่นอนจากนโยบายอเมริกาเฟิร์ส ปัจจุบันฝรั่งเศสมีเรือดำน้ำ SNLE 4 ลำ Rafale 携带 ASMP-A และกำลังอัพเกรด M51.3 SLBM

นโยบายฝรั่งเศสประกาศเพิ่มคลังอาวุธนิวเคลียร์ ขยายแนวคิดป้องปรามชาติยุโรปอื่นๆอาจเปลี่ยนสมดุลยุโรป เยอรมนีที่ pacifist อาจลังเล โปแลนด์หนุนเพราะใกล้รัสเซีย รัสเซียประณามว่านำไปสู่ arms race แต่ฝรั่งเศสยืนยันเพื่อสันติภาพ

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ นี่คือก้าวสู่ “ยุโรปที่เข้มแข็ง” ด้วย nuclear autonomy ช่วยถ่วงดุล NATO และรับมือ hybrid threats จากรัสเซีย-จีน

การตัดสินใจนี้แสดงวิสัยทัศน์ของมาครงในการนำยุโรปสู่ยุคใหม่ คุณคิดว่ายุโรปควรมี nuclear deterrent ของตัวเองหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ แชร์บทความ และติดตามข่าวความมั่นคงเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ!

ที่มา – ฝรั่งเศสประกาศเพิ่มคลังอาวุธนิวเคลียร์ ขยายแนวคิดป้องปรามชาติยุโรปอื่นๆ

ระทึกกลางอากาศ! บอลลูนชนเสาสื่อสารในเท็กซัส กู้ภัยช่วย

ระทึกกลางอากาศสุดๆ เมื่อเกิดเหตุ บอลลูนชนเสาสื่อสารในเท็กซัส สูงเกือบ 1,000 ฟุต หรือราว 274 เมตร ทำให้ผู้โดยสารติดค้างกลางฟ้าเกือบ 4 ชั่วโมง ก่อนที่ทีมกู้ภัยจะเร่งมือช่วยเหลือลงมาอย่างปลอดภัย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองลองวิว รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุตอน 08.13 น. ว่ามีบอลลูนลมร้อนลอยทะยานไปพุ่งชนเสาวิทยุใกล้ทางหลวง State Highway 300 และ FM 1844 สถานการณ์ตึงเครียดมากเพราะบอลลูนติดค้างสูงลิ่ว ผ้าบอลลูนฉีกขาดพันกับสลิงเสา ขณะที่กระเช้าติดอยู่ด้านล่างแกว่งไกวตามลมแรง น่าหวาดเสียวสุดๆ

บอลลูนชนเสาสื่อสารในเท็กซัส

ภาพจากโดรนที่ถ่ายไว้เผยให้เห็นความเสี่ยงชัดเจน นักบอลลูนทั้งสองต้องกล้าเสี่ยงปีนออกจากกระเช้า สวมสายรัดนิรภัย แล้วโหนตัวข้ามไปเกาะโครงสร้างเสาเพื่อรอทีมช่วยเหลือ ร้อยโทสตีเฟน วินเชลล์ จากหน่วยดับเพลิงลองวิว บอกว่านี่ไม่ใช่ภารกิจธรรมดา การปีนเสาสูงขนาดนี้ต้องใช้ทีมเวิร์คและกำลังคนมหาศาล

บอลลูนชนเสาสื่อสารในเท็กซัส

ขั้นตอนปฏิบัติการกู้ภัยสุดท้าทาย

ทีมกู้ภัยกว่า 14 นายกระจายตัวตามระดับความสูงต่างๆ ของเสา แต่เชือกโรยตัวยาวแค่ 300 ฟุต เลยต้องส่งต่อผู้ประสบภัยแบบช่วงสั้นๆ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงปีนขึ้นถึงกระเช้า อีก 1 ชั่วโมงยึดตัวนักบอลลูนเข้ากับโครงสร้าง แล้วโรยตัวลงอีกเกือบ 2 ชั่วโมง รวมภารกิจกว่าสี่ชั่วโมงเต็ม วินเชลล์ยอมรับว่าการขึ้นลงเกือบ 1,000 ฟุตพร้อมอุปกรณ์หนัก เป็นงานที่ใช้พลังเยอะมาก แต่สำเร็จเพราะทีมเวิร์คยอดเยี่ยม

  • ได้รับแจ้งเหตุเวลา 08.13 น. ใกล้ State Highway 300
  • บอลลูนติดสูง 900+ ฟุต ผ้าฉีกขาดพันสลิง
  • นักบอลลูนปีนออกจากกระเช้าโหนไปเสา
  • ทีม 14 นายส่งต่อโรยตัวทีละช่วง
  • ช่วยลงได้หลัง 4 ชม. ส่งโรงพยาบาลตรวจ
กู้ภัยช่วยบอลลูนชนเสาสื่อสารในเท็กซัส

มาร์คัส เดลานีย์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเล่าว่า ทั้งสองคนปลอดภัยแต่ถูกส่งโรงพยาบาลเฝ้าดูอาการ องค์การบริหารการบินสหรัฐ (FAA) จะสอบสวนบอลลูนรุ่น Cameron Z-77 เพื่อหาสาเหตุ

บอลลูนลมร้อนเป็นกิจกรรมยอดนิยม แต่เหตุการณ์แบบ บอลลูนชนเสาสื่อสารในเท็กซัส นี้เตือนใจถึงความเสี่ยง ลมแรงหรือการนำทางผิดพลาดอาจนำพาภัยได้ ทีมกู้ภัยที่นี่แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและเทคโนโลยีอย่างโดรนที่ช่วยถ่ายภาพวางแผนได้ดี

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักบินบอลลูนทุกคน ควรตรวจสภาพอากาศและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางสูงอย่างเสาสื่อสารให้ดี คุณล่ะเคยลองนั่งบอลลูนไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวผจญภัยสุดระทึกอื่นๆ จากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – ระทึกกลางอากาศ! บอลลูนชนเสาสื่อสารสูงเกือบ 1,000 ฟุต ในเท็กซัส กู้ภัยเร่งช่วยชีวิต

ปิยบุตร ประกาศปลดเปลื้องพันธะผูกพันพรรคส้ม ข่าวล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้มีข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยเลยทีเดียว นั่นคือ ปิยบุตร ประกาศปลดเปลื้องพันธะผูกพันพรรคส้ม หรือพรรคประชาชนนั่นเอง หลังจากที่คุณปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงคนสำคัญ ได้ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้เขากำลังจะกลับมาใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ใช้ความรู้ คิด พูด เขียน อย่างอิสระเต็มที่ จนกว่าจะมีโอกาสเจอกันอีก!

ปิยบุตร ประกาศปลดเปลื้องพันธะผูกพันพรรคส้ม

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามที่บางแหล่งระบุ แต่เชื่อว่าน่าจะเป็น 2567 จากบริบทหลังเลือกตั้ง) คุณปิยบุตรได้โพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัว หลังจากปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยหาเสียงให้พรรคประชาชนครั้งสุดท้ายที่เวทีปราศรัยจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นั่นคือจุดจบของภารกิจหลักที่พรรคมอบหมายให้เขาเรียบร้อยแล้วครับ

แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ หลังวันเลือกตั้งผ่านไป 13 วัน พรรคประชาชนยังเชิญคุณปิยบุตรกลับมาเป็นวิทยากร บรรยายให้กับว่าที่ ส.ส. และอดีตผู้สมัครทั้งหมดอีกครั้ง เขาก็ตอบรับและบรรยายไปเกือบชั่วโมงด้วย คำบรรยายชุดนั้นสัญญาว่าจะนำมาเผยแพร่เป็นลายลักษณ์อักษรในเพจต่อไป ส่วนตัวคุณปิยบุตรยังไปจัดวงสนทนาธรรมชาติกลุ่มย่อยหลายวง เพื่อปลอบใจคนผิดหวัง ยินดีกับผู้สมหวัง ให้ข้อคิดทั้งฝ่ายแพ้และชนะ ขอบคุณทีมงานเบื้องหลังหาเสียงและรณรงค์ จนทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ภารกิจสำคัญที่ปิยบุตรทำให้นพรรคประชาชน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองมาดูสรุปภารกิจที่คุณปิยบุตรทุ่มเทให้พรรคส้มกันครับ:

  • ผู้ช่วยหาเสียงหลัก โดยเฉพาะเวทีปราศรัยครั้งสุดท้ายที่ขอนแก่น
  • วิทยากรบรรยายหลังเลือกตั้งให้ว่าที่ ส.ส. และผู้สมัคร
  • จัดวงกลุ่มย่อยเพื่อให้กำลังใจ สรุปบทเรียน และขอบคุณทีมงาน
  • รณรงค์และช่วยเหลือในหลายพื้นที่ตามความเหมาะสม

ทั้งหมดนี้ทำให้เขารู้สึกว่า ปิยบุตร ประกาศปลดเปลื้องพันธะผูกพันพรรคส้ม ได้ครบถ้วนตามหน้าที่แล้ว ตอนนี้จึงขอถอยหลังออกมา ไม่ผูกมัดกับพรรคอีกต่อไป จะทำอะไรก็ในนามตัวเองล้วนๆ

แผนงานสุดยอดที่ปิยบุตรเตรียมไว้ข้างหน้า

หลังจากนี้ คุณปิยบุตรมีงานค้างไว้เพียบเลยครับ ที่รอให้เขาได้ลงมือแบบอิสระเต็มตัว สิ่งที่เขาวางแผนไว้มีดังนี้:

  • กำเนิดพรรคอนาคตใหม่: เรื่องราวเบื้องหลังการตั้งพรรคที่พลิกโฉมการเมืองไทย
  • ทฤษฎีที่นำมาประยุกต์ใช้ในการตั้งพรรค: วิเคราะห์เชิงลึก
  • ทฤษฎีพรรคการเมืองแบบมาร์กซิสต์และแบบซ้าย: มุมมองใหม่ๆ
  • รวมคำปราศรัยการเมือง บทวิจารณ์ และข้อเสนอถึงพรรคต่างๆ
  • บันทึกการเดินทางทัศนศึกษาในประเทศต่างๆ
  • คำบรรยายชั้นปริญญาโท 2 หัวข้อ (ครั้งสุดท้ายก่อนลาออกมาตั้งพรรค)

นอกจากนี้ เขายังรวบรวมข้อเขียน คลิป สัมภาษณ์ คำบรรยาย ผลงานทั้งหมด ไว้ในเว็บไซต์ส่วนตัว กำลังพัฒนา คาดว่าไม่เกินหนึ่งเดือนก็เปิดตัวได้ และปีนี้ตั้งเป้าออกหนังสือต้นฉบับ 1 เล่มเลยทีเดียว สุดท้ายก็ฝากเอาใจช่วยพรรคประชาชนให้ประสบความสำเร็จต่อไป จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดู背景กันหน่อยนะครับ ปิยบุตร แสงกนกกุล คือบุคคลสำคัญในวงการการเมืองฝ่ายก้าวหน้า อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบเมื่อปี 2563 จากนั้นมาทำงานกับคณะก้าวหน้า และล่าสุดช่วยพรรคประชาชนที่ถูกมองว่าเป็น ‘พรรคส้ม’ สืบทอดอุดมการณ์ก้าวไกล การประกาศถอนตัวครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงการเลิกยุ่งการเมือง แต่เป็นการกลับมาเป็นนักคิด นักเขียนอิสระ เพื่อผลิตคอนเทนต์คุณภาพให้สังคมต่อไป

ในมุมมองของผม การตัดสินใจของปิยบุตรนี้น่าสนใจมาก เพราะแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ เขาทำหน้าที่ครบแล้วก็ถอย เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าผูกขาดหรือแทรกแซงพรรค แถมยังเปิดทางให้ตัวเองผลิตผลงานที่รอค้างมานาน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจทฤษฎีการเมือง ทฤษฎีพรรคฝ่ายซ้าย และประวัติศาสตร์พรรคก้าวหน้า

ถ้าคุณเป็นแฟนคลับปิยบุตร หรือสนใจการเมืองไทย ลองติดตามเพจและเว็บใหม่ของเขาเลยครับ คงมีคอนเทนต์เด็ดๆ ออกมาเพียบ ส่วนพรรคประชาชนก็ขอให้สู้ๆ ต่อไปนะ

คุณคิดอย่างไรกับการประกาศ ปิยบุตร ประกาศปลดเปลื้องพันธะผูกพันพรรคส้ม ครั้งนี้? มันจะส่งผลต่อการเมืองอย่างไรบ้าง? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ ชอบบทความนี้ก็กดไลค์ แชร์ต่อ และ subscribe เพื่อไม่พลาดข่าวอัปเดต!

ที่มา – “ปิยบุตร” ประกาศปลดเปลื้องพันธะผูกพันพรรคส้ม ขอกลับมาใช้ความรู้ คิด พูด เขียน อย่างอิสระ

ทำเนียบขาวเปิดภาพทรัมป์สวมหมวก USA นั่งในวอร์รูม

ทำเนียบขาวเปิดภาพทรัมป์สวมหมวก USA นั่งในวอร์รูม เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลกในขณะนี้! ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังบัญชาการปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่านอย่างดุเดือด เรียกได้ว่าเป็นภาพที่สะท้อนถึงความเด็ดขาดของผู้นำสหรัฐฯ ในสถานการณ์ตึงเครียดระดับโลก

ทำเนียบขาวเปิดภาพทรัมป์สวมหมวก USA นั่งในวอร์รูม

วันที่ 3 มีนาคม 2569 ทำเนียบขาวได้โพสต์ภาพทางการผ่านบัญชี X (เดิมคือ Twitter) แสดงภาพประธานาธิบดีทรัมป์นั่งติดตามสถานการณ์ในห้องวอร์รูมลับสุดยอด สถานที่ที่ใช้บัญชาการปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ซึ่งเป็นการโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง ภาพนี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นทรัมป์ในลุคสุดคูลสวมหมวกแก๊ปสีขาวอักษร USA พร้อมเลข 45-47 สื่อถึงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 และ 47 แต่ยังมีบุคคลสำคัญมาร่วมด้วย

ในห้องวอร์รูมนั้น มีนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ซูซี ไวลส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว พล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมที่แต่งตัวลำลองผิดปกติ และนายพีท เฮกเศธ รัฐมนตรีกลาโหม ทุกคนกำลังจับจ้องจอขนาดใหญ่ที่แสดงภาพยุทโธปกรณ์ในทะเลอาหรับทางใต้ของอิหร่าน พล.อ.เคนกำลังชี้ไปยังจุดสำคัญบนหน้าจอ ทำให้ภาพนี้ดูตึงเครียดและจริงจังมาก

ทำเนียบขาวเปิดภาพทรัมป์สวมหมวก USA นั่งในวอร์รูม: รายละเอียดปฏิบัติการ

ปฏิบัติการ Operation Epic Fury นี้ กองกำลังสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านมากกว่า 1,000 จุด โดยมุ่งเน้นระบบบัญชาการควบคุม ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ฐานยิงขีปนาวุธ และกองบัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการนี้จะไม่ยืดเยื้อเป็น “สงครามไม่รู้จบ” แม้ยังไม่กำหนดกรอบเวลาชัดเจน

ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่เป้าหมายในอิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ และพลเรือนในอ่าวเปอร์เซีย สถานการณ์จึงยิ่งรุนแรง แต่ทรัมป์ดูมั่นใจในวอร์รูมนี้เต็มเปี่ยม

  • บุคคลสำคัญในภาพ:
  • โดนัลด์ ทรัมป์ – สวมหมวก USA 45-47 นั่งหัวโต๊ะ
  • มาร์โค รูบิโอ – รัฐมนตรีต่างประเทศ
  • ซูซี ไวลส์ – หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว สวมสมาร์ตวอตช์ (ทำเนียบขาวยืนยันว่าไม่มีไมค์หรือ GPS)
  • พล.อ.แดน เคน – ชุดลำลอง ชี้จอแผนที่
  • พีท เฮกเศธ – รัฐมนตรีกลาโหม จะชี้แจงสภาคองเกรส

ภาพนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสหรัฐฯ ว่าการนำสมาร์ตวอตช์เข้าห้องความมั่นคงสูงมีความเสี่ยง แต่ทำเนียบขาวชี้แจงว่าเป็นอุปกรณ์สุขภาพธรรมดา นอกจากนี้ รูบิโอและทีมจะไปชี้แจงต่อสภาคองเกรสในวันเดียวกัน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงนโยบาย “America First” ของทรัมป์ที่เด็ดขาดต่อศัตรู โดยเฉพาะอิหร่านที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามใหญ่ ทำเนียบขาวเปิดภาพทรัมป์สวมหมวก USA นั่งในวอร์รูม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ผู้นำเข้มแข็ง ท่ามกลางวิกฤตการณ์โลก

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าปฏิบัติการนี้ประสบความสำเร็จในการทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่านจำนวนมาก สหรัฐฯ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ขีปนาวุธนำวิถีและเครื่องบินรบล่องหน ทำให้อิหร่านเสียหายหนัก สื่ออย่าง BBC และ The Economist ติดตามอย่างใกล้ชิด

สำหรับคนที่สนใจ geopolitics ภาพนี้คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของทรัมป์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติม!

ที่มา – ทำเนียบขาวเปิดภาพทรัมป์สวมหมวก “USA” นั่งในวอร์รูม บัญชาการรบถล่มอิหร่าน

ส่อง..แบรนด์ไหนทำคะแนนบริการหลังการขายดีสุด?

คุณเคยสงสัยไหมว่า ส่อง..แบรนด์ไหนทำคะแนนบริการหลังการขายดีสุด? วันนี้เรามีคำตอบจากผลวิจัยล่าสุด Service CXI ปี 2569 โดยบริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นการศึกษาความพึงพอใจของลูกค้าที่นำรถเข้าศูนย์บริการหลังการขายทั่วประเทศ เป็นปีที่ 3 แล้วนะครับ ผลออกมาสุดน่าติดตาม เพราะคะแนนโดยรวมลดลง 2 คะแนน แต่สะท้อนว่าลูกค้าไทยคาดหวังสูงขึ้นในเรื่องความโปร่งใส การสื่อสารชัดเจน และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ส่อง..แบรนด์ไหนทำคะแนนบริการหลังการขายดีสุด?

การวิจัยนี้เก็บข้อมูลจากเจ้าของรถที่นำรถอายุ 12-36 เดือน เข้าบริการไม่เกิน 10 เดือนก่อนหน้า ระหว่างต.ค.-ธ.ค. 2568 วัดจาก 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • คุณภาพงานบริการ
  • ราคาและความคุ้มค่า
  • การบริการจากพนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวก
  • การสื่อสารและความชัดเจน
  • ความสะดวกและการเข้าถึงบริการ

ศิรส สาตราภัย กรรมการผู้จัดการ ดิฟเฟอเรนเชียล ประจำไทย เผยว่า คะแนนรวม Service CXI ปีนี้ลดลง สะท้อนความท้าทายของแบรนด์ในการส่งมอบบริการเหนือคาดหวัง แต่มีแบรนด์เด่นที่ปรับตัวได้ดี!

Honda คว้าอันดับ 1 สูงสุด 898 คะแนน

Honda ขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 898 เพิ่ม 8 คะแนนจากปีก่อน ด้วยกระบวนการบริการเป็นระบบและการสื่อสารชัดเจนต่อเนื่อง Toyota ได้ 894 (ลด 3) Ford 894 (ลด 2) GWM 893 (ลด 2) และ BYD 893 (เพิ่ม 4) เข้ากลุ่มผู้นำจากการปรับปรุงคุณภาพและราคาคุ้มค่า ส่วน GAC Aion และ Changan ที่เพิ่งมีข้อมูลพอจัดอันดับ ทำคะแนนต่ำกว่าเฉลี่ย เพราะยังขยายเครือข่ายอยู่

ภาพรวมอันดับดัชนี Service CXI 2569 (เต็ม 1,000 คะแนน) แสดงให้เห็นการแข่งขันดุเดือดในกลุ่มแบรนด์ยอดนิยม (ไม่รวมรถหรูและสปอร์ต)

ที่น่าสนใจคือ ความพึงพอใจลดลงใน 4 ปัจจัยหลัก: คุณภาพงาน, พนักงาน/สิ่งอำนวย, สื่อสาร, ความสะดวก โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญช่าง, คุณภาพซ่อม, อัพเดต进度, ชัดเจนค่าใช้จ่าย, และบรรยากาศศูนย์ ลูกค้าต้องการบุคลากรเก่ง กระบวนการโปร่งใส และสะดวกสบายมากขึ้น

ช่องทางจองบริการไหนดีสุด?

กว่า 80% ยังจองทางโทรศัพท์ แต่แอปของแบรนด์สร้างความพึงพอใจสูงสุด รองลงมาแชทกับพนักงาน การติดตามหลังบริการอย่างต่อเนื่อง (ไม่ใช่ครั้งเดียว) ช่วยเพิ่มความผูกพันและ loyalty มากเลยครับ

คำแนะนำสำหรับผู้ผลิตและศูนย์บริการ เพื่อยกระดับ:

  1. ความสม่ำเสมอ: วิเคราะห์ซ่อมถูกจุดครั้งแรก, แจ้งเวลาชัด, สื่อสารมือโปร
  2. โปร่งใส: ใบเสนอราคารายละเอียด, อธิบายประกันชัด, อัพเดต进度ต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่น
  3. มีส่วนร่วม: ใช้แอป/แชท ติดตามเชิงรุก เพิ่มการกลับมาใช้บริการ

สรุปแล้ว แม้คะแนนรวมลด แต่แบรนด์ที่ฟังลูกค้าและปรับตัวอย่าง Honda จะชนะใจได้ ถ้าคุณกำลังมองหารถใหม่ ลองเช็คอันดับบริการหลังการขายด้วยนะครับ มันสำคัญไม่แพ้สมรรถนะรถเลย! แนะนำให้เลือกแบรนด์ที่ทำคะแนนดีเพื่อความสบายใจระยะยาว

ที่มา – ส่อง..แบรนด์ไหนทำคะแนนบริการหลังการขายดีสุด?

รัฐบาลเตือนทำบุญวันมาฆบูชาอย่างมีสติ ระวังมิจฉาชีพ

วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยเลยนะครับ ทุกปีเราจะเห็นผู้คนออกมาทำบุญตักบาตรตอนเช้า ฟังพระธรรมเทศนา ถวายสังฆทาน และเวียนเทียนรอบพระอุโบสถยามค่ำคืน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว แต่ในยุคดิจิทัลนี้ รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญวันมาฆบูชาอย่างมีสติ เพราะมิจฉาชีพชอบฉวยโอกาสช่วงวันสำคัญทางศาสนา มาหลอกลวงเราผ่านช่องทางออนไลน์นั่นเองครับ

รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญวันมาฆบูชาอย่างมีสติ

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยออนไลน์ โดยเฉพาะเว็บไซต์เวียนเทียนออนไลน์ปลอมที่แอบอ้างขอข้อมูลส่วนบุคคล หรือ SMS ลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาชวนทำบุญ ถ้าเผลอกดเข้าไป อาจโดนดูดเงินจากบัญชีธนาคาร หรือถูกขโมยข้อมูลสำคัญได้ง่ายๆ เลยครับ

วันมาฆบูชาคือวันอะไรกันนะ? เป็นวันมหาปวารณาและวันจาตุมหาสังเขฐาน สมัยพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระสงฆ์ 4,000 รูป ที่มี 4 สาวก 2 ใน 4 ภพ ซึ่งเป็นหลักธรรมสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ อย่ากระทำชั่ว ทำแต่สิ่งดี และชำระจิตให้ใสสะอาด ดังนั้นการทำบุญในวันนี้จึงยิ่งมีความหมาย แต่เราต้องทำอย่างมีสติ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

ข้อควรระวังหลักๆ เมื่อทำบุญวันมาฆบูชาออนไลน์

  • หลีกเลี่ยงเว็บเวียนเทียนที่ขอข้อมูลส่วนตัว: เว็บจริงๆ ไม่ต้องใส่เลขบัตรประชาชน เลขบัญชี หรือ OTP แต่อย่างใด ถ้าเจอให้ปิดทันที!
  • ไม่กดลิงก์จาก SMS หรืออีเมลแปลกๆ: มิจฉาชีพชอบส่งข้อความชวนเวียนเทียนออนไลน์ กดเข้าไปอาจติดมัลแวร์ เงินหายไม่รู้ตัว อย่างที่เคยเกิดขึ้นในเทศกาลอื่นๆ
  • อย่าติดตั้งแอปทำบุญจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ: ดาวน์โหลดแอปได้เฉพาะจาก Google Play Store หรือ App Store เท่านั้น ถ้าส่งลิงก์ให้กดเบราว์เซอร์อื่นหรือสแกน QR Code จากคนแปลกหน้า ห้ามทำเด็ดขาด!
  • ระวังเพิ่มเพื่อน Line หรือช่องทางอื่น: ถ้าแอบอ้างเป็นวัดหรือพระสงฆ์ ขอให้ตรวจสอบก่อนเสมอ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังแนะนำให้ทำบุญแบบดั้งเดิมที่วัดใกล้บ้านจะปลอดภัยที่สุดครับ ถ้าอยากทำออนไลน์ ให้เลือกเว็บจากวัดดังๆ ที่มีชื่อเสียง เช่น วัดพระแก้ว หรือวัดดังอื่นๆ ที่มีเว็บ official และไม่เคยขอข้อมูล敏感 ถ้าไม่แน่ใจ โทรเช็คกับวัดโดยตรงดีกว่าครับ

ในอดีต เราก็เคยเห็นกรณีมิจฉาชีพหลอกทำบุญช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ หรือแม้แต่สารทเดือนสิบ เงินผู้เสียหายรวมหลายล้านบาท สถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่ากรณี phishing เพิ่มขึ้น 30% ในช่วงเทศกาล ดังนั้น รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญวันมาฆบูชาอย่างมีสติ จึงเป็นคำเตือนที่ทันเวลามากๆ

มาป้องกันตัวเองกันเถอะครับ ตั้งรหัส OTP app ให้แน่น เปิด two-factor authentication ทุกบัญชี เรียนรู้การ spot scam จากเว็บ ปอศ. (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ้าเจอ scam รายงานได้ที่ 1155 หรือสายด่วนศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม

สุดท้าย ทำบุญวันมาฆบูชาให้เกิดผลบุญแท้จริง ต้องมาจากใจที่บริสุทธิ์และมีสติ รัฐบาลเตือนเพื่อให้เราทำบุญแล้วสุขใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินหาย มาทำบุญกันอย่างปลอดภัย สุขสันต์วันมาฆบูชาครับ!

ทำบุญวันนี้ แล้วแชร์เคล็ดลับป้องกัน scam ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ เพื่อสังคมไทยปลอดภัยจากมิจฉาชีพ

ที่มา – รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญวันมาฆบูชาอย่างมีสติ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ระวังถูกหลอกทำบุญออนไลน์

สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที

สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที หลังจากสถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดหนัก จากการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่ลุกลามจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ชาวอเมริกันจำนวนมากกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงสุด

สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศไทยสหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศเตือนอย่างเร่งด่วน โดยเรียกร้องให้พลเมืองชาวอเมริกันที่พำนักอยู่ใน 12 ประเทศของตะวันออกกลาง เดินทางออกจากพื้นที่ดังกล่าวทันที สาเหตุหลักมาจากความรุนแรงที่ทวีขึ้น หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ทำให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง ซึ่งมีฐานทัพสหรัฐฯ กระจายอยู่

น.ส.โมนา นัมดาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการกงสุล เป็นผู้ประกาศคำเตือนนี้ โดยระบุว่าพลเมืองอเมริกันควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว และรีบออกจากที่นั่นโดยเร็วที่สุด เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาไม่ได้

รายชื่อ 12 ประเทศที่สหรัฐฯ เตือนพลเมืองให้ออกจากทันที

ประเทศที่ถูกระบุในคำเตือน สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที ได้แก่:

  • บาห์เรน
  • อียิปต์
  • อิหร่าน
  • อิรัก
  • อิสราเอล
  • เขตเวสต์แบงก์และกาซา
  • จอร์แดน
  • คูเวต
  • เลบานอน
  • โอมาน
  • กาตาร์
  • ซาอุดีอาระเบีย
  • ซีเรีย
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • เยเมน

แม้รายชื่อจะเกิน 12 แต่คำเตือนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดเหล่านี้ เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีฐานทัพ ทูตสถานกงสุล และพลเรือนอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะคูเวต บาห์เรน และดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ถูกโจมตีหนักจนมีทหารอเมริกันเสียชีวิตหลายนาย

สงครามครั้งนี้เริ่มต้นจากความขัดแย้งเก่าแก่ แต่ลุกลามหนักหลังอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังฐานทัพในอิรัก คูเวต และซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้เกิดการปิดน่านฟ้า สนามบินหลายแห่ง และการประท้วงใหญ่ในหลายเมือง นอกจากนี้ กลุ่มติดอาวุธในเลบานอนและเยเมนยังเข้าร่วมโจมตี ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย

สำหรับพลเมืองสหรัฐฯ ที่ยังติดค้าง สถานทูตแนะนำให้ลงทะเบียนกับโปรแกรม STEP (Smart Traveler Enrollment Program) เพื่อรับแจ้งเตือนฉุกเฉิน และหลีกเลี่ยงพื้นที่ชายแดน สถานที่ราชการ และตลาดสาธารณะ นอกจากนี้ ยังมีเที่ยวบินช่วยเหลือพิเศษจากรัฐบาลสหรัฐฯ จัดขึ้นจากหลายเมืองหลัก

ไม่เพียงชาวอเมริกันเท่านั้น ชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในตะวันออกกลางก็ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลกระทบอาจลามมาถึง โดยเฉพาะในประเทศที่มีฐานทัพอเมริกัน เช่น คูเวตและบาห์เรน ซึ่งไทยมีแรงงานไปทำงานจำนวนมาก ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีชาวไทยกว่า 300,000 คน ในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ สงครามยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 20% ภายในวันเดียว สายการบินหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบิน และการขนส่งสินค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงัก ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าความขัดแย้งนี้อาจยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน หากไม่มีการเจรจาสันติภาพ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที นี้เป็นสัญญาณอันตรายที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่ยุคสงครามเย็นรอบใหม่ ชาวไทยที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านี้ควรเลื่อนออกไปก่อน และเตรียมแผนสำรอง หากคุณมีญาติหรือเพื่อนในพื้นที่ แนะนำให้ติดต่อตรวจสอบความปลอดภัยทันที

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวต่างประเทศ ไทยรัฐ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที

เวลเบ็ค ต่อสัญญาไบรท์ตันถึง 2027

เวลเบ็ค ต่อสัญญาไบรท์ตันถึง 2027

ข่าวดีของแฟนบอล ไบรท์ตัน เมื่อกองหน้า แดนนี่ เวลเบ็ค ได้ตกลงใช้สิทธิ์ออปชั่นในสัญญาเพื่อเวลเบ็ค ต่อสัญญาไบรท์ตันถึง 2027 ทำให้เจ้าตัวจะอยู่กับทีมเซกัลส์ต่อไปจนจบฤดูกาลหน้า สัญญาปัจจุบันของดาวยิงวัย 35 ปีกำลังจะหมดลงสิ้นฤดูกาลนี้ แต่ด้วยออปชั่น 12 เดือนที่ฝังไว้ ทำให้อนาคตของเขาที่เอเม็กซ์ สเตเดี้ยมชัดเจนขึ้นทันที

ก่อนหน้านี้ เวลเบ็คเพิ่งเซ็นสัญญาใหม่ 2 ปีในปี 2024 แต่รายละเอียดออปชั่นต่อเพิ่มนี้ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของอดีตดาวดังจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซนอล ล่าสุดแหล่งข่าวยืนยันว่าเวลเบ็ค ต่อสัญญาไบรท์ตันถึง 2027เรียบร้อยแล้ว สิ้นสุดข่าวลือเรื่องย้ายทีม

เวลเบ็ค ต่อสัญญาไบรท์ตันถึง 2027: ฟอร์มร้อนแรงเป็นเหตุผลหลัก

ฤดูกาลนี้ เวลเบ็คโชว์ฟอร์มสุดยอด กลายเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมด้วยผลงาน 11 ประตูจาก 30 นัดที่ลงสนาม ลูกยิงล่าสุดเกิดขึ้นในชัยชนะ 2-1 เหนือน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้ไบรท์ตันกดดันคู่แข่งได้อย่างหนัก การทำประตูอย่างต่อเนื่องของเขาทำให้ฟาเบียน ฮูร์เซลอร์กุนซือทีมประกาศชัดว่าต้องการเก็บตัวหลักรายนี้ไว้กับทีมต่อไป

ไม่เพียงแค่นั้น ผลงานของเวลเบ็คยังทำให้โธมัส ทูเคิลเจ้านายใหญ่ทีมชาติอังกฤษให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยก่อนเกมคัดบอลโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ทูเคิลเคยบอกว่าพิจารณาเรียกตัวเขากลับมาอย่างจริงจัง ชุดล่าสุดก่อนเวิลด์คัพฤดูร้อนนี้จะประกาศปลายเดือนนี้ ซึ่งเวลเบ็คมีลุ้นเต็มตัว

ประวัติและผลงานกับไบรท์ตัน

เวลเบ็คย้ายมาร่วมทีมไบรท์ตันในเดือนตุลาคม 2020 หลังจากโบกมือล่าวัตฟอร์ด และกลายเป็นกำลังสำคัญทันที ด้วยสถิติ 48 ประตูจากการลงเล่น 191 นัด แม้อายุจะเข้าเลข 3 แต่ความแข็งแกร่งและประสบการณ์ของเขายังคงเป็นสมบัติล้ำค่าของทีม โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีกที่การแข่งขันดุเดือด

  • ฤดูกาลนี้: 11 ประตู 30 นัด
  • รวมทุกรายการ: 48 ประตู 191 นัด
  • จุดเด่น: ความคล่องตัวและการจบสกอร์

การตัดสินใจเวลเบ็ค ต่อสัญญาไบรท์ตันถึง 2027ไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคงให้แนวรุกของทีม แต่ยังเป็นสัญญาณบวกสำหรับแฟนบอลที่ชื่นชอบสไตล์การเล่นของเขา นอกจากนี้ยังช่วยให้ไบรท์ตันวางแผนทีมได้ยาวนานขึ้นในยุคที่ตลาดซื้อขายนักเตะคึกคัก

ผลกระทบต่อทีมและทีมชาติ

สำหรับไบรท์ตัน การเก็บเวลเบ็คไว้คือการรักษาความสมดุลในทีม โดยเฉพาะเมื่อฮูร์เซลอร์กำลังสร้างทีมเพื่อลุ้นท็อป 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ส่วนกับทีมชาติอังกฤษ หากทูเคิลเรียกตัวจริง ชุดไปเวิลด์คัพจะแข็งแกร่งขึ้นแน่นอนด้วยตัวเลือกในแนวรุกที่หลากหลาย

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การต่อสัญญานี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลทองสำหรับไบรท์ตัน โดยเวลเบ็คจะเป็นหัวหอกหลักในการลุ้นทุกถ้วยรางวัล นอกจากนี้ยังช่วยดึงดูดสปอนเซอร์และแฟนบอลใหม่ๆ เข้าสู่สโมสร

สุดท้ายแล้วเวลเบ็ค ต่อสัญญาไบรท์ตันถึง 2027คือข่าวที่แฟนๆ รอคอยมานาน มันแสดงให้เห็นถึงความภักดีของนักเตะและวิสัยทัศน์ของสโมสร คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอัปเดตล่าสุดกับเราเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ