กองทัพสหรัฐฯ โว ถล่มอิหร่าน 1,250 จุดใน 48 ชม. อิสราเอลคาดดับนับพัน เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการระหว่างประเทศ เมื่อกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ หรือ CENTCOM เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่ชื่อว่า “Epic Fury” ซึ่งมุ่งเป้าไปที่อิหร่าน โดยในช่วง 48 ชั่วโมงแรกมีการโจมตีเป้าหมายสำคัญมากกว่า 1,250 จุด สร้างความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของระบอบอิหร่าน
กองทัพสหรัฐฯ โว ถล่มอิหร่าน 1,250 จุดใน 48 ชม. อิสราเอลคาดดับนับพัน
ปฏิบัติการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01:15 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET) โดยกองทัพสหรัฐฯ ใช้ยุทโธปกรณ์ชั้นนำมากมาย เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1, เครื่องบินขับไล่ F-16, เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ และเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี เพื่อโจมตีเป้าหมายที่เป็นภัยคุกคามเร่งด่วน เป้าหมายหลัก ได้แก่ เรือรบและเรือดำน้ำของกองทัพเรืออิหร่าน ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ ฐานยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ กองบัญชาการร่วมของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองบัญชาการกองทัพอากาศของ IRGC
การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อทำลายกลไกด้านความมั่นคงของระบอบการปกครองอิหร่าน ซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน
อิสราเอลประเมินผู้เสียชีวิตนับพัน
เจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่ามีสมาชิก IRGC เสียชีวิตมากกว่า 1,500 นายนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ข้อมูลนี้มาจากการประเมินเบื้องต้นหลังการโจมตีแบบสายฟ้าแลบ อย่างไรก็ตาม สมาคมเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ต่ำกว่าคือ 555 ศพในช่วงเช้าวันจันทร์ ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างในการนับจากฝ่ายต่างๆ
นอกจากนี้ ปฏิบัติการ Epic Fury ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในการโจมตีแบบแม่นยำ โดยใช้ขีปนาวุธนำวิถีและการบินเหนือศัตรู ทำให้ลดความเสี่ยงต่อกำลังพลฝ่ายตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในปฏิบัติการ
- เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1: สำหรับโจมตีเป้าหมายขนาดใหญ่
- เครื่องบินขับไล่ F-16: สนับสนุนการโจมตีทางอากาศ
- เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์: ฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่
- เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี: โจมตีทะเลและชายฝั่ง
- ยุทโธปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่เปิดเผย: เพิ่มความลับในการรบ
การโจมตีจำนวนมากในเวลาอันสั้นเช่นนี้ สร้างความตกตะลึงให้กับนานาชาติ และอาจนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่านหรือพันธมิตรอย่างรัสเซียและจีน สถานการณ์ในตะวันออกกลางจึงยิ่งตึงเครียดมากขึ้น
จากมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ กองทัพสหรัฐฯ โว ถล่มอิหร่าน 1,250 จุดใน 48 ชม. แสดงถึงความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีและการประสานงานกับอิสราเอลที่ยอดเยี่ยม แต่ก็เสี่ยงต่อการขยายวงสงคราม ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอิหร่านอาจใช้สงคราม不对称 เช่น โจมตีทางไซเบอร์หรือผ่านกลุ่มตัวแทน
นอกจากนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจก็ชัดเจน โดยราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังข่าวนี้แพร่ออกไป ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม
สำหรับคนไทยที่สนใจข่าวต่างประเทศ สถานการณ์นี้值得ติดตาม เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันและเสถียรภาพภูมิภาคเอเชีย
ติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญ
ที่มา – กองทัพสหรัฐฯ โว ถล่มอิหร่าน 1,250 จุดใน 48 ชม. อิสราเอลคาดดับนับพัน



