วัน: 8 มีนาคม 2026

ย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” คุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ทุกคนครับ ในยุคที่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่ใครจะรู้ว่าซิมการ์ดธรรมดาๆ สามารถกลายเป็นอาวุธร้ายของเหล่ามิจฉาชีพได้ง่ายๆ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรมาหลอกเงินพี่น้องประชาชน ล่าสุดรัฐบาลออกมาย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” คุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท เพื่อเตือนให้ทุกท่าน โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อาจเห็นแก่เงินค่าจ้างเล็กน้อย อย่าไปรับจ้างเปิดซิมให้คนแปลกหน้าเด็ดขาด เพราะเสี่ยงโดนจับเข้าคุกจริงๆ นะครับ

จากข้อมูลที่ นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2569 ว่า รัฐบาลกำลังบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยมุ่งเป้าไปที่ซิมม้า ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการโกงเงินออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักจ้างคนไทยรับเปิดซิมลงทะเบียนด้วยชื่อจริง แล้วนำไปใช้โทรหลอกลวง สร้างความเสียหายนับพันล้านบาทต่อปี ประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี

ย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” คุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท

รัฐบาลย้ำชัดเจนเลยครับว่า ผู้ที่รับจ้างเปิดซิมการ์ดหรือยอมให้ผู้อื่นใช้ซิมที่ลงทะเบียนในชื่อตัวเอง โดยพิสูจน์ได้ว่าใช้ในการกระทำผิด ต้องรับโทษตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568) คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ค่าจ้างที่ได้มักแค่ 200-500 บาท แต่ผลที่ตามมาคือติดคุกนับปี แถมมีประวัติอาชญากร ส่งผลกระทบชีวิตทั้งหมดเลยครับ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ตามรอยได้จากข้อมูลซิมที่เชื่อมโยงกับ IP หรือหมายเลขโทรที่ใช้โทร scam ทำให้ผู้รับจ้างถูกจับกุมจริงหลายรายแล้ว อย่าคิดว่ามันไกลตัวนะครับ ย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” คุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท เป็นคำเตือนที่จริงจังที่สุด

เป็นธุระจัดหา-ชักชวนซิมม้า โทษหนักคุก 5 ปี ปรับ 5 แสนบาท

ส่วนใครที่เก่งกาจกว่านั้น เช่น เป็นตัวกลางจัดหา โฆษณา ชักชวนให้ซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมซิมม้า บัญชีเงินฝากม้า บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ โทษจะหนักกว่ามาก คือจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เรียกได้ว่าเป็นห่วงโซ่อาชญากรรมที่รัฐบาลจับตาเข้มข้น

  • เจ้าของซิมม้า: จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งสอง
  • ผู้เป็นธุระจัดหา/ชักชวน: จำคุก 2-5 ปี หรือปรับ 2-5 แสนบาท หรือทั้งสอง
  • หากซิมถูกใช้ในคดีใหญ่ เช่น หลอกลวงหมู่มาก โทษอาจรุนแรงยิ่งขึ้น

ทำไมซิมม้าถึงสำคัญนัก? เพราะมันช่วยให้มิจฉาชีพปกปิดตัวตน ส่ง SMS ลวงลงทะเบียนปลอม โทรหลอกให้โอนเงิน หรือแม้แต่ใช้ในแอปธนาคารม้า สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมมหาศาล รัฐบาลจึงไม่ปล่อยไว้แน่นอน

วิธีป้องกันตัวเองและช่วยแจ้งเบาะแสซิมม้า

เพื่อนๆ สามารถป้องกันได้ง่ายๆ โดยไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล รูปถ่ายบัตรประชาชน หรือสแกนใบหน้า ไปให้คนอื่นเปิดซิมแทน ตรวจสอบซิมในชื่อตัวเองได้ที่ *154# หรือแอปผู้ให้บริการ หากพบซิมแปลกๆ ที่ไม่ได้เปิดเอง รีบแจ้งทันที นอกจากนี้ อย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่รับจ้างเปิดซิม หากเห็นคนชักชวนเพื่อนๆ ให้ระวังไว้

  • อย่ายอมให้ใครสแกนใบหน้าหรือใช้ข้อมูลเปิดซิม
  • ตรวจสอบซิมในชื่อตัวเองเป็นประจำ
  • ไม่รับจ้างเปิดบัญชีหรือซิมแม้ได้ค่าจ้างสูง
  • แจ้งเบาะแสได้ที่ thaipoliceonline.com หรือโทร 1441 (AOC) ตลอด 24 ชม.

รัฐบาลและตำรวจกำลังกวาดล้างอย่างต่อเนื่องแล้วนะครับ มีการจับกุมผู้ต้องหาหลายพันราย สถิติอาชญากรรมออนไลน์ลดลงชัดเจน หากเราทุกคนช่วยกันรายงาน จะช่วยให้ประเทศไทยปลอดภัยจากมิจฉาชีพได้เร็วขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอฝากว่าเงินหาง่ายๆ มักมาพร้อมความเสี่ยงสูง ย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” คุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท อีกสักรอบ อย่าเห็นแก่ได้ง่ายๆ เลยครับ ชีวิตเราคืออนาคตที่ดีกว่า รีบแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และครอบครัวรู้ ช่วยกันสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัย หากมีประสบการณ์หรือคำถาม แสดงความเห็นด้านล่างได้เลยนะครับ!

ที่มา – ย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” คุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท เป็นธุระจัดหา-ชักชวน คุก 5 ปี ปรับ 5 แสน

“อนุทิน” ปัดตอบปมเคยตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวการเมืองไทยทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ในแวดวงการเมือง ที่กำลังเป็นกระแสอนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต.กันเลยทีเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์แบบปัดๆ ไปมา เกี่ยวกับประเด็นที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม ประกาศว่าจะไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีเดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยอีก และเรื่องคุณสมบัติในการตั้งรัฐมนตรี เรียกได้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดแต่ อนุทินก็เล่นบทเพลย์เซฟแบบมือโปรเลยครับ

อนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต. ที่สนามช้าง จ.บุรีรัมย์

อนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต.

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 8 มี.ค. 2569 เวลา 10.30 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสังเวียนแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตชื่อดังของเจ้าของพรรคภูมิใจไทย เมื่อนักข่าวถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส เคยถูกตั้งเป็นรัฐมนตรีสมัยก่อน แต่ครั้งนี้ทำไมไม่กล้าแต่งตั้งอีก นายอนุทินเลือกที่จะไม่ตอบตรงๆ แต่ยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องหลักเกณฑ์คุณสมบัติรัฐมนตรีมาเป็นเกราะป้องกัน บอกว่าต้องยึดตามนั้น และขอเพลย์เซฟไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปรบกับศาล

บริบทพรรคกล้าธรรมประกาศเป็นฝ่ายค้าน

ก่อนหน้านี้ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ประกาศชัดว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่เลขาฯ พรรคภูมิใจไทยอย่างนายไชยชนก ชิดชอบ บอกว่ารัฐบาลจัดตั้งเสร็จ 99.99% แล้ว แต่อนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต. โดยบอกว่าทุกพรรคต้องพร้อมทุกบทบาท พรรคภูมิใจไทยเองก็เคยเป็นรัฐบาลแล้วกลายเป็นฝ่ายค้านมาแล้ว ยกตัวอย่างพรรคประชาชนที่เป็นฝ่ายค้านมาตลอดแต่ก็ทำประโยชน์ให้ประเทศได้มากมาย อย่ายึดติดว่ารัฐบาลหรือค้านนะครับ

ส่วนเรื่องจัดตั้งรัฐบาล อนุทินย้ำว่าต้องรอขั้นตอน รอเลือกประธานสภาในวันที่ 14 มี.ค. 2569 ก่อน แล้วค่อยตั้งคณะรัฐมนตรีที่ต้องโปรดเกล้าฯ ไม่ควรพูดล่วงหน้าเพราะมิบังควร บอกว่าพรรคแต่ละพรรคมีสไตล์ต่างกัน ไม่ต้องเลียนแบบใคร

  • หลักเกณฑ์เชิญร่วมรัฐบาล: ยึดหลักทำงานเพื่อประชาชนและขับเคลื่อนประเทศ
  • มั่นใจโหวตนายกฯ: ต้องมีกระบวนการก่อน พูดคุยระดับหนึ่ง
  • เรื่องธรรมนัส: เคารพศักดิ์ศรีหัวหน้าพรรคทุกพรรค ไม่ได้คุยกันเลย
ภาพอนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่างให้สัมภาษณ์ปมอนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต.

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง

จากคำตอบของอนุทิน เห็นได้ชัดว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังวางหมากอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมและคุณสมบัติรัฐมนตรีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยชัดเจนแล้ว ไม่อยากเสี่ยงโดนร้องเรียน แม้เคยตั้งธรรมนัสมาก่อนแต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยน พรรคกล้าธรรมอาจไปทางฝ่ายค้านเต็มตัว ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลน่าจะเน้นพรรคร่วมที่มั่นคงกว่า

นอกจากนี้ อนุทินยังเน้นย้ำว่าพรรคการเมืองต้องทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรให้ดี ไม่ว่าจะบทบาทไหนก็สร้างประโยชน์ได้ทั้งนั้น เป็นการส่งสัญญาณให้ทุกฝ่ายใจเย็น รอขั้นตอนกฎหมาย

ส่วนตัวผมมองว่าอนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต. แบบนี้ เป็นกลยุทธ์ฉลาด ป้องกันดราม่า แต่ก็ทำให้เกิดคำถามต่อว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหนต่อ หรือจะมีเซอร์ไพรส์อะไรรออยู่ คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ หรือติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้เลย!

สุดท้ายนี้ การเมืองไทยยังคงน่าติดตามเสมอ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะมาถึงเร็วๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

ที่มา – “อนุทิน” ปัดตอบปมเคยตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมต. ยกพรรคประชาชนก็เป็นฝ่ายค้านมาตลอด

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก เป็นคำประกาศที่สะเทือนขวัญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลุกลามเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอลกับอิหร่านกำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูง

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ วัน ระหว่างการเดินทาง โดยยืนยันว่าไม่สนใจเจรจากับอิหร่านอีกต่อไป สงครามจะยุติลงเมื่อกองทัพและผู้นำอิหร่านถูกกำจัดจนสิ้นซาก “เมื่อถึงจุดหนึ่ง คงไม่มีใครเหลือให้พูดว่า ‘เรายอมแพ้’ แล้ว” ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว

ทรัมป์ยังปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนสตรีในอิหร่านที่คร่าชีวิตเด็กนับร้อย โดยชี้ว่าเป็นฝีมืออิหร่านเองจากอาวุธที่ไม่แม่นยำ แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางรายจะยอมรับความเป็นไปได้จากฝั่งตน

การตอบโต้จากอิหร่านและสถานการณ์เลบานอน

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ขอโทษประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับผลจากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และขอให้วางตัวเป็นกลาง แต่ปฏิเสธยอมจำนนโดยไร้เงื่อนไขของทรัมป์ว่าเป็น “ความเพ้อฝัน” สภาผู้นำชั่วคราวอิหร่านตกลงหยุดโจมตีเพื่อนบ้านชั่วคราว เว้นแต่ถูกใช้เป็นฐานโจมตี

ในเลบานอน สถานการณ์รุนแรง อิสราเอลถล่มอาคารพักอาศัยในเบรุต ทำให้ยอดตายพุ่งเกือบ 300 รายตั้งแต่จันทร์ ขณะที่เตหะรานมีเสียงระเบิดสนั่น อิสราเอลอ้างทำลายคลังแสง แต่พลเรือนอิหร่านตายกว่า 1,332 ราย

ผลกระทบเศรษฐกิจโลกจากสงคราม

ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ส่งผลโลจิสติกส์สะดุด ราคาน้ำมันทะยานสูงสุดในรอบปี คูเวต อิรัก กาตาร์ ลดผลิตน้ำมัน ซาอุฯ ขู่ตอบโต้หากถูกโจมตีโครงสร้างพลังงาน

  • ยอดตายอิหร่าน: พลเรือน 1,332 ราย บาดเจ็บพันคน
  • อิสราเอล: ตาย 10 รายจากอิหร่าน
  • สหรัฐฯ: ทหารตาย 6 นาย ร่างถึงเดลาแวร์
  • เลบานอน: ตาย ~300 รายจากอิสราเอล

กลุ่มนักบวชอิหร่านเรียกร้องเลือกผู้นำสูงสุดใหม่ด่วน ประชุมอาทิตย์นี้ ท่ามกลางทางตันทางการทูต

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าสงครามอาจยืดเยื้อ ส่งผลเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาน้ำมันต้องจับตา ผู้สนใจข่าวต่างประเทศควรติดตามอัปเดตเพื่อวางแผนการเงินให้ดี

คุณคิดอย่างไรกับคำขู่ของทรัมป์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง พุ่งเป้าสนามบินคูเวต–น่านฟ้าซาอุฯ

อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง พุ่งเป้าสนามบินคูเวต–น่านฟ้าซาอุฯ สงครามในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นทุกวัน ล่าสุดอิหร่านระดมยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลกระทบหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและเศรษฐกิจน้ำมันของภูมิภาค

อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง พุ่งเป้าสนามบินคูเวต–น่านฟ้าซาอุฯ

สถานการณ์ตึงเครียดเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว โดยอิหร่านมุ่งเป้าไปที่คูเวต ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อย่างต่อเนื่อง ทางการคูเวตรายงานว่า สนามบินนานาชาติคูเวตถูกฝูงโดรนโจมตีโดยตรง ทำให้ต้องส่งเครื่องสกัดกั้นและเกิดความเสียหายจากเศษซาก แรงระเบิดกระทบถังเก็บเชื้อเพลิง ส่งผลให้บริษัทน้ำมันแห่งชาติสั่งลดกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อความปลอดภัย

รายละเอียดการโจมตีที่คูเวตและซาอุฯ

กองทัพคูเวตเปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. มีโดรนศัตรูบุกน่านฟ้า เป้าหมายหลักคือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสนามบิน ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย กระทรวงกลาโหมรายงานสกัดกั้นโดรน 15 ลำที่มุ่งย่านสถานทูตในริยาด ขีปนาวุธ 3 ลูกไปฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน ซึ่งมีกองกำลังสหรัฐประจำการ และโดรนอีก 17 ลำเหนือแหล่งน้ำมันเชย์บาห์

กาตาร์ก็ไม่รอด เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มี.ค. ถูกขีปนาวุธนำวิถี 10 ลูกและครูซ 2 ลูกจากอิหร่าน แต่สกัดกั้นได้เกือบทั้งหมดไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติดูไบในยูเออี ต้องหยุดบริการชั่วคราวหลังสกัดวัตถุปริศนา มีรายงานเสียงระเบิดและควันหนา ชาวปากีสถานเสียชีวิต 1 รายจากเศษซาก

  • ยูเออีถูกโจมตีหนักสุด: ขีปนาวุธนำวิถี 221 ลูก โดรนกว่า 1,300 ลำ ตั้งแต่ 28 ก.พ.
  • เป้าหมายหลัก: สนามบินอาบูดาบี, ปาล์ม จูไมราห์, เบิร์จ อัล อาหรับ, สถานกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบ
  • บาห์เรน: สกัดขีปนาวุธ 92 ลูก โดรน 151 ลำ

แม้อิหร่านจะขอโทษก่อนหน้า แต่หัวหน้าตุลาการประกาศกร้าวว่าจะโจมตีต่อไปในประเทศที่ยอมให้สหรัฐใช้พื้นที่ ประธานาธิบดียูเออี โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นาห์ยาน แถลงว่าประเทศอยู่ในสภาวะสงคราม แต่จะก้าวผ่านไปอย่างแข็งแกร่ง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความมั่นคง

อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง สร้างความเสียหายมหาศาลต่ออุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของภูมิภาค ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง สนามบินปิดชั่วคราวกระทบการท่องเที่ยวและการค้า กลุ่มประเทศอ่าวต้องเพิ่มมาตรการป้องกัน สหรัฐและพันธมิตรสนับสนุนด้านอาวุธ แต่สถานการณ์ยังยืดเยื้อ

นอกจากนี้ การโจมตีเหล่านี้ยังจุดชนวนความขัดแย้งกว้างขึ้น อาจลุกลามไปยังอิสราเอลหรือยุโรป หากไม่มีการเจรจาสันติภาพด่วน ประชาชนในภูมิภาคต้องเผชิญความเสี่ยงสูง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สงครามครั้งนี้สะท้อน proxy war ระหว่างอิหร่าน-สหรัฐผ่านกลุ่มฮูธีและพันธมิตร กลุ่มประเทศอ่าวควรรวมพลัง外交และทหารเพื่อหยุดยั้ง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ติดตามอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก

ที่มา – อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง พุ่งเป้าสนามบินคูเวต–น่านฟ้าซาอุฯ

ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด ทำงานได้หมด

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการโต้เถียงและการแบ่งฝ่าย "ไผ่ ลิกค์" สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดย ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด ไม่ยึดติดว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล สามารถทำงานเพื่อประชาชนได้ทุกตำแหน่งหากตั้งใจจริง

ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด : แนวทางการทำงานเพื่อประชาชน

วันที่ 8 มี.ค. 2569 นายไผ่ ลิกค์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ สส. โดยย้ำว่าการทำงานเพื่อประชาชนไม่จำเป็นต้องผูกขาดกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เขาพร้อมตั้งใจทำงานเต็มที่ในฐานะตัวแทนของจังหวัดกำแพงเพชร เปิดรับข้อเสนอแนะจากทุกคน หากประชาชนมีเรื่องที่อยากให้ดำเนินการ สามารถส่งเข้ามาได้ทันที และเขาจะทุ่มเททำทุกอย่างภายใต้กรอบกฎหมายตั้งแต่วันนี้

สำหรับผู้ที่เลือกเขาเข้ามา ไผ่ ลิกค์ สัญญาว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้เลือกก็พร้อมรับใช้เช่นกัน เขาขอให้ประชาชนกล้าแจ้งปัญหาหรือสิ่งที่ต้องการแก้ไข เพราะหากเงียบไว้ อาจทำให้เข้าใจว่าทุกอย่างปกติดี

ไม่สนใจฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ทำได้หมด

"ผมไม่สนใจว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้ทั้งหมด พรรคกล้าธรรมเราทำมากกว่าพูด ไม่เน้นสร้างคอนเทนต์ ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลไม่สนใจหรอกครับ ทำเป็นหมดนั่นแหละ" คำกล่าวนี้ของไผ่ ลิกค์ สะท้อนปรัชญาการเมืองที่เน้นผลงานจริงมากกว่าการพูดจาหวือหวา

ในยุคที่การเมืองไทยมักถูกครอบงำด้วยการแบ่งขั้ว สส.อย่างไผ่ ลิกค์ ถือเป็นตัวอย่างของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม แนวคิดนี้ช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนวาระท้องถิ่น เช่น ปัญหาการเกษตร สุขภาพ การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานในกำแพงเพชร

  • เปิดรับข้อเสนอแนะจากประชาชนทุกกลุ่ม
  • ทำงานเต็มที่ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
  • เน้นผลงานจริง ทำมากกว่าพูด
  • ไม่เสียเวลา สร้างคอนเทนต์เพื่อเรียกไลค์
  • เชิญชวนแจ้งปัญหาเพื่อการแก้ไขที่ตรงจุด

พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของไผ่ ลิกค์ กำลังสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับการเมืองไทย โดยมุ่งเน้นการลงพื้นที่จริง ฟังเสียงประชาชน และผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อชาวกำแพงเพชร เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ การส่งเสริมสินค้า OTOP และการดูแลผู้สูงอายุในท้องถิ่น

ทำไมแนวคิด ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด ถึงสำคัญ

ในช่วงที่ประชาชนเริ่มหมดศรัทธากับนักการเมืองที่พูดเก่งแต่ทำไม่จริง แนวทางของไผ่ ลิกค์ ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้ การไม่ยึดติดฝ่าย ทำให้สามารถร่วมมือข้ามพรรคเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ เช่น การยื่นกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือการเสนอร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อจังหวัด นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนให้ สส.ท่านอื่นๆ ว่าการเมืองที่ดีต้องเริ่มจากใจที่อยากรับใช้ประชาชนจริงๆ

หากเปรียบเทียบกับ สส.ยุคก่อนที่มักต่อสู้กันเอง แนวทางนี้ช่วยให้การประชุมสภามีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดเวลาขัดแย้ง และเพิ่มเวลาสำหรับวาระประชาชน

สุดท้ายแล้ว ไผ่ ลิกค์ ย้ำทำมากกว่าพูด ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการกระทำที่ประชาชนกำลังเฝ้าดู หากคุณอาศัยในกำแพงเพชรหรือมีปัญหาที่อยากให้ สส.ช่วย แนะนำให้ติดต่อนายไผ่ ลิกค์ โดยตรงผ่านช่องทางเฟซบุ๊กหรือสำนักงาน สส. เพื่อให้เสียงของคุณดังถึงสภา มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเมืองที่ทำงานจริงกันเถอะ

แนวคิดนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยมีอนาคตสดใส หากนักการเมืองทุกคนหันมาเน้นผลงานมากกว่าทะเลาะกัน

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” ย้ำทำมากกว่าพูด ไม่สนใจจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทำงานได้หมด

ระเบิดสถานทูตสหรัฐ ออสโล นอร์เวย์ล่าผู้ก่อเหตุ

ระเบิดสถานทูตสหรัฐ ออสโล สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วเมือง เมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่สร้างความเสียหายเล็กน้อยให้อาคาร ตำรวจนอร์เวย์ไม่รอช้าระดมกำลังทั้งสุนัข โดรน และเฮลิคอปเตอร์เพื่อไล่ล่าผู้ก่อเหตุทันที

ระเบิดสถานทูตสหรัฐ ออสโล เกิดขึ้นเมื่อไหร่

เหตุระเบิดสถานทูตสหรัฐ ออสโลเกิดขึ้นราวตี 1 ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 7 โมงเช้าตามเวลาไทย จุดเกิดเหตุอยู่ตรงทางเข้าหนึ่งของสถานทูต แรงระเบิดทำให้กระจกแตกและผนังเสียหายเบาๆ แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ ผู้บัญชาการตำรวจไมเคิล เดลเลอมีร์ บอกกับ TV2 ว่าดูเหมือนเป็นการก่อการร้ายโดยเจตนา แต่ยังไม่เปิดเผยชนิดระเบิดเพราะอยู่ระหว่างสอบสวน

นอร์เวย์สั่งระดมกำลังทันทีหลังระเบิดสถานทูตสหรัฐ ออสโล

หลังเกิดเหตุ ตำรวจยกระดับคดีเป็นเร่งด่วนทันที พวกเขานำทีมเก็บกู้ระเบิดมาสำรวจพื้นที่ ใช้โดรนบินสแกน และสุนัขตำรวจดมกลิ่นไล่ตามผู้ต้องสงสัย คาดว่าผู้ก่อเหตุอาจมีมากกว่า 1 คน พื้นที่รอบสถานทูตถูกปิดเป็นเขตหวงห้ามชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

  • ใช้โดรนและเฮลิคอปเตอร์ช่วยค้นหา
  • สุนัขตำรวจดมเบาะแส
  • ขอความช่วยเหลือจากประชาชนที่เห็นเหตุช่วงตี 0-2
  • ประกาศพื้นที่ปลอดภัยหลังหลายชั่วโมง

ตำรวจยังยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ยังไม่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้สถานทูตสหรัฐหลายแห่งจะเฝ้าระวังสูงจากสถานการณ์อิหร่าน แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐาน

พยานเล่านาทีระทึกจากระเบิดสถานทูตสหรัฐ ออสโล

เด็กหนุ่มวัย 16 ปีที่อยู่บ้านใกล้เคียงเล่าว่า กำลังดูทีวีอยู่แล้วได้ยินเสียงดังสนั่น คิดว่ามันระเบิดในบ้านตัวเองซะอีก จากนั้นเห็นแสงวาบและตำรวจบุกมาพร้อมอาวุธเต็มยศ

ส่วนกลุ่มเพื่อน 3 คนที่รอแท็กซี่ใกล้ๆ บอกว่าได้ยินเสียง “ปัง ปัง ปัง” 3 ครั้ง พื้นสั่นเลย รถแท็กซี่ขับผ่านเห็นควันพวยพุ่งคล้ายหมอกหนา

เหตุการณ์ระเบิดสถานทูตสหรัฐ ออสโลนี้ทำให้ชาวนอร์เวย์ตื่นตัว แม้จะโชคดีไร้เจ็บ แต่สะท้อนถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ในยุคที่ความตึงเครียดระหว่างประเทศยังมีอยู่ ตำรวจน่าจะจับผู้ก่อเหตุได้เร็วๆ นี้เพราะระดมกำลังเต็มที่

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ตำรวจกำลังตรวจเบาะแสเพิ่มเติม และขอให้ประชาชนช่วยแจ้งข้อมูล หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศแบบนี้ ลองติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตเหตุการณ์สำคัญทั่วโลก

เหตุการณ์นี้เตือนใจว่าความมั่นคงของสถานทูตสำคัญมาก คุณคิดว่าผู้ก่อเหตุมีแรงจูงใจอะไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะ!

ที่มา – ระเบิดสนั่นหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงออสโล นอร์เวย์สั่งระดมกำลังล่าตัวผู้ก่อเหตุ โชคดีไร้เจ็บ

“อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยข่าวสารร้อนๆ อยู่เสมอ ล่าสุดมีโมเมนต์น่าประทับใจที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ “อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานแสดงคอนเสิร์ตรวมเพลงรักชาติของมหาวิทยาลัยมหิดล นี่เป็นภาพที่สะท้อนถึงความสามัคคีและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของนักการเมืองไทยเลยทีเดียว

“อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 9.23 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดีย โดยเป็นภาพกลุ่มที่ร่วมกันในงานคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ ภาพนั้นมีทั้งภริยาของท่าน นางสาวธนนนท์ นิรามิษ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยพร้อมภริยา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทุกคนยิ้มแย้มสดใส ถ่ายคู่กันอย่างอบอุ่น

ในแคปชั่นโพสต์ อนุทินระบุชัดเจนว่า “ดีใจมากที่ได้พบกับอาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานแสดงคอนเสิร์ตรวมเพลง #รักชาติ ของวงดุริยางค์ซิมโฟนี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อคืนนี้ที่ศาลายา” คำพูดนี้ไม่เพียงแสดงถึงความยินดีส่วนตัว แต่ยังเป็นสัญญาณของการรวมตัวกันในโอกาสสำคัญที่ทุกคนมุ่งมั่นแสดงออกถึงความจงรักภักดี

รายละเอียดงานคอนเสิร์ตรักชาติที่ศาลายา

งานคอนเสิร์ตครั้งนี้จัดโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนี มหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหิดล ศาลายา เป็นการรวมเพลงรักชาติสุดยอดที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรด้วย ทำให้บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และรักชาติ นักการเมืองชื่อดังหลายท่านเดินทางมาร่วม เพื่อแสดงถึงการสนับสนุนสถาบันและวัฒนธรรมไทย

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล: รักษาการนายกฯ และ รมว.มหาดไทย
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย
  • นายพัฒนา พร้อมพัฒน์: รมว.สาธารณสุข
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์: รมว.พาณิชย์
  • และภริยาของแต่ละท่าน

ความหมายเบื้องหลังการพบกันของอนุทินและยศชนัน

การที่ “อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี้ มีนัยยะสำคัญในแง่การเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การเมืองกำลังร้อนระอุ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในฐานะอาจารย์และนักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เคยถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ในสภา ส่วนอนุทินเองก็เป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่กำลังมีบทบาทสำคัญ การร่วมกันในงานนี้แสดงถึงการวางออกรสการเมืองชั่วคราว เพื่อมาร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ ยังมีภาพขยายความสัมพันธ์ข้ามพรรคการเมือง ที่มักถูกมองว่าแตกแยก แต่ในโอกาสสำคัญเช่นนี้ ทุกคนสามารถรวมใจเป็นหนึ่งเดียวได้ สะท้อนถึงค่านิยมไทยที่ให้ความสำคัญกับสถาบันหลักของชาติ

งานนี้ไม่เพียงเป็นเวทีดนตรี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี โดยเฉพาะเพลงรักชาติที่ถูกบรรเลงอย่างงดงาม ทำให้ผู้เข้าร่วมทุกคนรู้สึกภาคภูมิใจในชาติไทย

จากมุมมองของผู้เขียน คิดว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีของนักการเมืองไทย ที่สามารถวางความขัดแย้งทางการเมืองไว้ข้างหลัง เพื่อมาร่วมกิจกรรมที่ยกระดับจิตสำนึกแห่งชาติ หากเกิดขึ้นบ่อยๆ ไทยเราก็คงก้าวหน้าขึ้นเยอะเลยนะครับ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับโมเมนต์นี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน” บอกดีใจที่ได้พบ “ยศชนัน” เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พายุทอร์นาโดถล่มมิชิแกน-โอคลาโฮมา ดับ 6 ราย

พายุทอร์นาโดถล่มรัฐมิชิแกน–โอคลาโฮมา เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน รวมเด็ก 12 ปี สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวอเมริกันและคนทั่วโลก เมื่อพายุรุนแรงพัดกระหน่ำหลายพื้นที่ ส่งผลให้บ้านเรือนพังยับ ต้นไม้ล้มระเนระนาด และไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มว่าสภาพอากาศเลวร้ายจะยืดเยื้อไปจนสุดสัปดาห์

พายุทอร์นาโดถล่มรัฐมิชิแกน–โอคลาโฮมา เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน รวมเด็ก 12 ปี

ในรัฐมิชิแกน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด พบผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือเด็กชายวัย 12 ปีชื่อไซลาส แอนเดอร์สัน จากเมืองเอ็ดเวิร์ดสเบิร์ก ในเขตแคสส์ เขาเสียชีวิตจากบาดแผลที่เกิดจากพายุรุนแรง ขณะที่ครอบครัวกำลังดูแลอย่างใกล้ชิด ข่าวนี้สร้างความสลดใจให้กับทุกคนที่ทราบ

ส่วนในเขตบรานช์ เคาน์ตี้ พายุทอร์นาโดถล่มรัฐมิชิแกน–โอคลาโฮมา เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน รวมเด็ก 12 ปี ได้พัดกระหน่ำใกล้เมืองยูเนียนซิตี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บอีก 12 คน บ้านเรือนและอาคารใหญ่หลายแห่งพังทลาย บางหลังเหลือเพียงซาก บางหลังโครงสร้างเสียหายหนัก ชาวบ้านหลายร้อยคนต้องอยู่อย่างมืดมิดเพราะไฟฟ้าดับ

ความเสียหายในรัฐโอคลาโฮมา จากพายุทอร์นาโดถล่มรัฐมิชิแกน–โอคลาโฮมา

ข้ามไปยังรัฐโอคลาโฮมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 รายในเมืองเบกส์ (Bixby) พายุทอร์นาโดสร้างทางทำลายยาวกว่า 6.4 กิโลเมตรในเขตโอคมัลกี ทางใต้ของเมืองทัลซา เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินรายงานความเสียหายรุนแรงคล้ายกับในมิชิแกน

นายเควิน สติทท์ ผู้ว่าการรัฐโอคลาโฮมา ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทันทีใน 8 เคาน์ตี ได้แก่:

  • Alfalfa
  • Creek
  • Grant
  • Major
  • Okmulgee
  • Rogers
  • Tulsa
  • Wagoner

เพื่อเร่งระดมทรัพยากรช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน

ในฝั่งมิชิแกน นางเกรทเชน วิทเมอร์ ผู้ว่าการรัฐ ก็ประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตบรันช์ แคสส์ และเซนต์โจเซฟ เธอแสดงความเสียใจผ่านแถลงการณ์ว่า “หัวใจของฉันอยู่กับครอบครัวที่สูญเสีย และชาวมิชิแกนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ”

ภาพและวิดีโอบนโซเชียลมีเดียแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แสดงภาพงวงช้างยักษ์พัดถล่มยูเนียนซิตี้ เศษซากบ้านเมืองปลิวว่อนในลานจอดรถที่ทรีริเวอร์ส ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าว่าเห็นทอร์นาโดพัดผ่านบ้านลูกสาวและพ่อแม่ แต่ทุกคนรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

คำเตือนจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยา และการกู้ภัย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐ (NWS) ออกคำเตือนว่าพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง น้ำท่วมฉับพลัน ยังคงคุกคามพื้นที่ตั้งแต่ที่ราบเกรตเพลนส์ไปจนถึงเท็กซัสตลอดสุดสัปดาห์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังสำรวจพื้นที่ ค้นหาผู้สูญหายที่อาจติดใต้ซากปรักหักพัง

เหตุการณ์

พายุทอร์นาโดถล่มรัฐมิชิแกน–โอคลาโฮมา เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน รวมเด็ก 12 ปี

นี้เตือนใจเราถึงความรุนแรงของธรรมชาติในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทอร์นาโดเกิดบ่อยที่สุดในโลก ชาวบ้านควรมีแผนเตรียมพร้อม เช่น ห้องหลบภัยใต้ดิน ติดตามพยากรณ์อากาศ และมีอุปกรณ์ฉุกเฉิน

ในฐานะที่ติดตามข่าวสภาพอากาศโลก เราคิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้พายุรุนแรงขึ้น ทุกคนควรตื่นตัว ลองแบ่งปันประสบการณ์พายุที่คุณเคยเจอในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวภัยธรรมชาติล่าสุด!

ที่มา – พายุทอร์นาโดถล่มรัฐมิชิแกน–โอคลาโฮมา เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน รวมเด็ก 12 ปี

ไชยชนก ขู่ลงดาบก่อมุ้งภูมิใจไทย ยันรัฐบาลอนุทิน 99.99%

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ มีข่าวร้อนที่ทุกคนจับตามอง นั่นคือ “ไชยชนก” ขู่ลงดาบพวกก่อมุ้งในภูมิใจไทย ยันตั้งรัฐบาลอนุทินคืบหน้าแล้ว 99.99% ซึ่งเป็นคำแถลงที่สร้างความชัดเจนให้กับสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตามสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างหนักแน่น โดยเน้นย้ำถึงความคืบหน้าที่เกือบสมบูรณ์แบบแล้ว พร้อมเตือนภัยพวกที่พยายามก่อกวนภายในพรรค

“ไชยชนก” ขู่ลงดาบพวกก่อมุ้งในภูมิใจไทย ยันตั้งรัฐบาลอนุทินคืบหน้าแล้ว 99.99%

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างการสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความสามัคคีภายในพรรค โดยนายไชยชนก กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเติบโตขึ้นมากกว่า 2 เท่า มีสมาชิกใหม่จำนวนมากกว่าสมาชิกเก่า การสัมมนาครั้งนี้จึงมุ่งสร้างความสนิทสนม แลกเปลี่ยนทัศนคติ และปลูกฝังวัฒนธรรมพรรคที่แตกต่างจากพรรคอื่นๆ คือการอยู่กันแบบครอบครัว มีการทำความรู้จักกันอย่างแท้จริง

คืบหน้าการตั้งรัฐบาลอนุทินเกือบ 100%

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล นายไชยชนกยืนยันว่า ตกผลึกแล้วถึง 99.99% โดยขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการ แต่ย้ำว่าการเมืองเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จึงเว้นไว้ 0.01% เท่านั้น ข่าวนี้สร้างความมั่นใจให้กับฐานเสียงพรรคภูมิใจไทยและพันธมิตรที่กำลังรอคอยรัฐบาลใหม่ที่จะมาบริหารประเทศท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนต่างๆ

จัดการเด็ดขาดพวกก่อมุ้งและคลื่นใต้น้ำ

ประเด็นสำคัญที่นายไชยชนกเน้นคือปัญหาภายในพรรค โดยเฉพาะการบริหารมุ้งและก๊กต่างๆ เมื่อพรรคใหญ่ขึ้น ยิ่งต้องระวังคลื่นใต้น้ำที่เคยทำให้เอกภาพสั่นคลอนในอดีต แม้จะมีประเด็นร้อนอย่างกาสิโนหรือการเปลี่ยนสถานะจากรัฐบาลเป็นฝ่ายค้าน แต่ปัญหาจริงๆ คือการก่อมุ้งที่สร้างความปั่นป่วน

“ถ้าเกิดใครทำเรื่องนี้แล้วทำให้เกิดผลกระทบ เราจะมีบทลงโทษและการจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอนจากฝ่ายบริหาร” นายไชยชนกกล่าวอย่างชัดเจน โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานใหม่ การให้เวทีคนทำงานจริงได้แสดงศักยภาพ จะช่วยสลายมุ้งเหล่านี้ได้

นอกจากนี้ ยังพูดถึงการปรับตัวทั้ง ส.ส.ใหม่และเก่า รวมถึงการโฟกัสฝ่ายนิติบัญญัติควบคู่ฝ่ายบริหาร เพื่อพาประเทศผ่านวิกฤตและวางรากฐานพัฒนาที่ยั่งยืน

  • พรรคเติบโตกว่า 2 เท่า สมาชิกใหม่มากกว่าสมาชิกเก่า
  • วัฒนธรรมพรรค: อยู่กันเป็นครอบครัว สร้างความสนิทสนม
  • การเปลี่ยนแปลงการทำงาน: ให้โอกาสคนจริงได้เติบโต
  • จัดการมุ้งเด็ดขาด ป้องกันคลื่นใต้น้ำ
  • ตั้งรัฐบาลคืบหน้า 99.99% พร้อมรับมือความไม่แน่นอน

การแถลงครั้งนี้ไม่เพียงยืนยันความคืบหน้าในการตั้งรัฐบาลอนุทิน แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการรักษาความเป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเกมการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและอุบายต่างๆ หากพรรคสามารถจัดการปัญหาภายในได้ดี รัฐบาลใหม่น่าจะเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น

ในมุมมองของผู้เขียน ความเป็นเอกภาพของพรรคการเมืองคือกุญแจสู่ความสำเร็จในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่กำลังก้าวสู่การเป็นแกนนำ หากสามารถขจัดมุ้งได้จริง จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้พรรคอื่นๆ ตามรอย คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ไชยชนก” ขู่ลงดาบพวกก่อมุ้งในภูมิใจไทย ยันตั้งรัฐบาลอนุทินคืบหน้าแล้ว 99.99%