วัน: 9 มีนาคม 2026

นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 5 คน หลบภัยในออสเตรเลีย หลังประท้วงเอเชียนคัพ

นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 5 คน หลบภัยในออสเตรเลีย หลังประท้วงเอเชียนคัพ ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก เมื่อพวกเธอปฏิเสธร้องเพลงชาติก่อนลงแข่งขันกับเกาหลีใต้ สร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยทันที หลังทีมตกรอบ ผู้สนับสนุนนับร้อยล้อมรถโค้ชตะโกน “ช่วยลูกสาวของเรา” BBC รายงานว่าพวกเธอซ่อนตัวในบ้านพักปลอดภัย โดยมีตำรวจคุ้มกัน และมีแผนขอสถานะผู้ลี้ภัย

นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 5 คน หลบภัยในออสเตรเลีย หลังประท้วงเอเชียนคัพ

เหตุการณ์เริ่มต้นในนัดแรกของเอเชียนคัพที่โกลด์โคสต์ พวกเธอไม่ยอมร้องเพลงชาติ ทำให้ถูกนักวิจารณ์อนุรักษ์นิยมในอิหร่านเรียกว่า “กบฏในยามสงคราม” และเรียกร้องให้ลงโทษหนัก แต่ในนัดต่อมา พวกเธอร้องเพลงชาติต่อหน้าออสเตรเลียและฟิลิปปินส์ ซึ่งแฟนบอลเชื่อว่าถูกบังคับจากหน่วยยามปฏิวัติอิสลามที่มากับทีม

ฉากดราม่าที่โรงแรมและสนามแข่ง

วันอาทิตย์ ผู้สนับสนุนชาวอิหร่านในออสเตรเลียล้อมรถบัสหลังจบเกมกับฟิลิปปินส์ มีป้าย “อยู่ปลอดภัยในออสเตรเลีย พูดคุยกับตำรวจ” บางคนพยายามขวางรถท่ามกลางฝนตก นักเตะบางคนยิ้มโบกมือ แต่บางคนปิดม่านหน้าต่าง วันจันทร์ BBC เห็นนักเตะกลุ่มหนึ่งออกจากล็อบบี้โรงแรม 5 ดาวหลังคุยกับนักกิจกรรม ตามด้วยโค้ชและล่ามที่ดูตื่นตระหนกวิ่งกลับห้อง

ญาติของนักเตะคนหนึ่งบอก ABC ว่าพวกเธออยู่ภายใต้การคุ้มครองตำรวจ และจะขอที่หลบภัย “อยากจูบมือทุกคนที่ช่วยเหลือ” ญาติคนนี้กล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ใน Truth Social เรียกร้องให้ออสเตรเลียให้ที่หลบภัย “ถ้าคุณไม่รับ สหรัฐฯ จะรับ” แม้สหรัฐฯ จะหยุดพิจารณาคำขอจากอิหร่าน

เสียงสนับสนุนจากชุมชนและนักกิจกรรม

เครก ฟอสเตอร์ อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลียและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า “ทีมที่แข่งในทัวร์นาเมนต์ฟีฟ่าต้องมีสิทธิ์ปลอดภัยและแสดงความกังวล” ชาวอิหร่านในออสเตรเลียโห่เพลงชาติ ใช้ธงสิงโตและพระอาทิตย์ (ธงเก่าก่อนปฏิวัติ) และเชียร์นักเตะสุดเสียง นาซ ซาฟาวี ผู้ดูทั้ง 3 นัด บอก “พวกเธอพูดไม่ได้เพราะถูกข่มขู่ เรามาสนับสนุนเต็มที่”

  • จุดสำคัญของเหตุการณ์:
  • ปฏิเสธร้องเพลงชาติในนัดแรก สร้างกระแสประท้วง
  • แฟนบอลอิหร่านล้อมรถเรียกร้องความปลอดภัย
  • นักเตะ 5 คนย้ายไปบ้านพักปลอดภัย ขอ asylum
  • นักกิจกรรมผลักดันให้รัฐบาลออสเตรเลียช่วยเหลือ
  • ทรัมป์เสนอรับเข้าสหรัฐฯ

เมอร์ซิเยห์ จาฟารี ผู้จัดการทีม กล่าวในงานแถลงข่าว “เรารอไม่ไหวที่จะกลับบ้าน” แต่แฟนบอลกังวลผลกระทบต่อครอบครัว รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย เพนนี วอง ยืนยันสนับสนุนผู้หญิงอิหร่านที่ถูกปราบปราม

สถานการณ์ยังคลุมเครือ นักเตะเหลือจะเดินทางเมื่อไหร่ไม่แน่นอน ซากี ไฮดารี จากแอมเนสตี้ เรียกร้องให้ออสเตรเลียแสดงผู้นำทางศีลธรรม โดยเฉพาะในวันสตรีสากล

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาสิทธิสตรีในอิหร่านที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ แม้เสี่ยงชีวิต คุณคิดอย่างไรกับการประท้วงของพวกเธอ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อสนับสนุนสิทธิมนุษยชน!

ที่มา – Five Iranian footballers ‘in Australian safe house’ after Asian Cup protest

ทรัมป์จี้ออสเตรเลีย ให้ทีมนักบอลหญิงอิหร่านลี้ภัย หวั่นกลับไปโดนประหาร

ทรัมป์จี้ออสเตรเลีย ให้ทีมนักบอลหญิงอิหร่านลี้ภัย หวั่นกลับไปโดนประหาร กลายเป็นประเด็นร้อนที่โลกโซเชียลกำลังให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เพื่อเรียกร้องให้ทางการออสเตรเลียช่วยเหลือเหล่านักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านที่กำลังตกอยู่ในอันตราย

ทรัมป์จี้ออสเตรเลีย ให้ทีมนักบอลหญิงอิหร่านลี้ภัย หวั่นกลับไปโดนประหาร

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย (Women’s Asian Cup) ที่ออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 ทรัมป์โพสต์ข้อความว่า “ออสเตรเลียกำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในด้านมนุษยธรรม หากปล่อยให้ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านถูกบังคับให้กลับประเทศ ซึ่งพวกเธอมีโอกาสสูงที่จะถูกสังหาร อย่าทำแบบนั้นเลยท่านนายกรัฐมนตรี ให้สิทธิลี้ภัยแก่พวกเธอเถอะ สหรัฐฯ จะรับพวกเธอไว้เองหากคุณไม่ทำ”

ทรัมป์จี้ออสเตรเลีย ให้ทีมนักบอลหญิงอิหร่านลี้ภัย หวั่นกลับไปโดนประหาร หลังจากนักเตะ 5 คนแยกตัวออกจากทีมและโรงแรมที่พัก โดยขณะนี้อยู่ในความดูแลของตำรวจออสเตรเลียอย่างปลอดภัย สถานการณ์ตึงเครียดเริ่มต้นจากนัดแรกของการแข่งขัน ที่นักเตะยืนสงบนิ่งขณะเปิดเพลงชาตอิหร่าน ซึ่งกลุ่มหัวรุนแรงในอิหร่านตีความว่าเป็นการทรยศชาติ

พฤติกรรมนักเตะที่จุดชนวนวิกฤต

ในนัดที่สอง นักเตะถูกบังคับให้ร้องเพลงชาติ และในนัดที่พ่ายฟิลิปปินส์ 2-0 ก็ทำท่าวันทยหัตถ์แบบทหารเช่นกัน หลังจบการแข่ง แฟนบอลรุมล้อมรถบัสทีม ตะโกนขอให้ตำรวจช่วยเหลือ “เด็กๆ” ฮาดี คาริมี นักรณรงค์สิทธิมนุษยชนชาวอิหร่านในออสเตรเลีย เผยว่าเห็นนักเตะอย่างน้อย 3 คนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากในรถ

สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในอิหร่าน

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาสิทธิมนุษยชนในอิหร่านที่รุนแรง โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ต่อต้านกฎเคร่งครัด เช่น การประท้วงฮิญาบหลังเหตุมะห์ซา อะมินีเสียชีวิตในปี 2565 กีฬากลายเป็นเวทีแสดงออก แต่กลับเสี่ยงชีวิตหากกลับประเทศ นักเตะเหล่านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ

  • นักเตะ 5 คนแยกตัวและปลอดภัยกับตำรวจ
  • แฟนบอลเรียกร้องช่วยเหลือหนัก
  • ทรัมป์เสนอรับไว้ที่สหรัฐฯ
  • หวั่นถูกประหารจากกลุ่มหัวรุนแรง

การที่ทรัมป์ออกมาเคลื่อนไหว แสดงให้เห็นอิทธิพลของเขายังคงมีน้ำหนัก แม้ไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังมีกระแสจากชุมชนชาวอิหร่านในออสเตรเลียสนับสนุนเต็มที่ คาริมีมองว่านี่เป็น “ข่าวน่ายินดี” และหวังนักเตะคนอื่นจะตามมา

ทรัมป์จี้ออสเตรเลีย ให้ทีมนักบอลหญิงอิหร่านลี้ภัย หวั่นกลับไปโดนประหาร ทำให้หลายประเทศจับตามองการตัดสินใจของออสเตรเลียว่าจะยอมรับคำขอหรือไม่ สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่เป็นบททดสอบด้านมนุษยธรรมและการเมืองระหว่างประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน สิทธิมนุษยชนต้องมาก่อนการแข่งขันเสมอ กีฬาควรเป็นสะพานเชื่อมโยง ไม่ใช่เครื่องมือกดขี่ ออสเตรเลียควรให้ที่พักพิงเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ และติดตามข่าวต่างประเทศเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – ทรัมป์จี้ออสเตรเลีย ให้ทีมนักบอลหญิงอิหร่านลี้ภัย หวั่นกลับไปโดนประหาร

ตุรกียืนยัน อิหร่านยิงมิสไซล์ใส่ครั้งที่ 2 แต่นาโตช่วยสกัดเอาไว้ได้

(ภาพจาก AFP PHOTO / DHA (DEMIROREN NEWS AGENCY))

ตุรกียืนยัน อิหร่านยิงมิสไซล์ใส่ครั้งที่ 2 แต่นาโตช่วยสกัดเอาไว้ได้ เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการข่าวต่างประเทศ หลังจากรัฐบาลตุรกีประกาศยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มี.ค. 2569 โดยระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของนาโต (NATO) สามารถยิงสกัดขีปนาวุธจากอิหร่านที่บุกเข้าน่านฟ้าตุรกีได้สำเร็จ นี่ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่กี่วัน ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียด

ตุรกียืนยัน อิหร่านยิงมิสไซล์ใส่ครั้งที่ 2 แต่นาโตช่วยสกัดเอาไว้ได้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เตหะรานก็ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ตุรกีซึ่งเป็นสมาชิกนาโตและมีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่ง เช่น ฐานทัพอากาศอินเซิร์ลลิกในเมืองอาดานา โชคดีที่ยังไม่ได้รับความเสียหาย

ก่อนเกิดเหตุ สถานทูตสหรัฐฯ ในตุรกีสั่งปิดสถานกงสุลที่อาดานา และกระทรวงการต่างประเทศไทยสหรัฐฯ เตือนพลเมืองอเมริกันให้ออกจากพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกีโดยด่วน เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคง เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง กระทรวงกลาโหมตุรกีก็ยืนยันว่า ตุรกียืนยัน อิหร่านยิงมิสไซล์ใส่ครั้งที่ 2 แต่นาโตช่วยสกัดเอาไว้ได้ โดยซากขีปนาวุธบางส่วนตกในพื้นที่โล่งของจังหวัดกาซีอันเท็ป ห่างจากอาดานาประมาณ 200 กิโลเมตร โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

บทบาทของนาโตในการสกัดมิสไซล์อิหร่าน

ระบบป้องกันของนาโตแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ในการปกป้องน่านฟ้าตุรกี ซึ่งเป็นด่านหน้าของพันธมิตรนาโตในภูมิภาค นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เนื่องจากครั้งก่อนหน้านี้ในรอบ 5 วันก็เกิดเหตุคล้ายกัน เบอร์ฮาเนตติน ดูรัน หัวหน้าฝ่ายสื่อสารประจำทำเนียบประธานาธิบดีตุรกี โพสต์ข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์เดิม) ว่า “ตุรกีจะไม่ลังเลที่จะปกป้องน่านฟ้าและความมั่นคงตามแนวชายแดนของตนเอง” และเตือนอิหร่านอย่างจริงจังให้หยุดการกระทำที่เสี่ยงต่อพลเรือน

  • ตุรกียืนยันการยิงสกัดมิสไซล์ครั้งที่ 2 สำเร็จ
  • นาโตมีบทบาทสำคัญในการป้องกันน่านฟ้าตุรกี
  • ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บจากซากมิสไซล์ที่ตกในกาซีอันเท็ป
  • สหรัฐฯ สั่งอพยพพลเมืองจากตะวันออกเฉียงใต้ตุรกี
  • ความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐฯ ลุกลามทั่วตะวันออกกลาง

ผลกระทบต่อตุรกีและภูมิภาค

แม้ตุรกีจะรอดพ้นจากการโจมตี แต่เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงโดยรวม สหรัฐฯ มีทหารประจำการจำนวนมากในตุรกี ทำให้เกิดความเสี่ยงสูง หากสถานการณ์ลุกลาม อาจกระทบต่อเส้นทางการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจตุรกีที่กำลังฟื้นตัว ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่านาโตจะเพิ่มการสนับสนุนระบบป้องกันให้ตุรกีมากขึ้น เพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต

นอกจากนี้ ความตึงเครียดยังทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน และอาจนำไปสู่การตอบโต้จากตุรกีหากอิหร่านไม่หยุดยั้ง ตุรกีซึ่งมีจุดยืนเป็นกลางในบางประเด็น แต่เป็นพันธมิตรนาโตที่แข็งแกร่ง กำลังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการป้องกันตัวเอง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว ตุรกีได้พิสูจน์แล้วว่าพร้อมปกป้องดินแดนของตน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามอัปเดตล่าสุดเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ชวนแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ทราบถึงพัฒนาการล่าสุด!

ที่มา – ตุรกียืนยัน อิหร่านยิงมิสไซล์ใส่ครั้งที่ 2 แต่นาโตช่วยสกัดเอาไว้ได้

รูนีย์ยกย่อง Wrexham เป็นเครื่องบรรณาการน่าเหลือเชื่อ

รูนีย์ยกย่อง Wrexham เป็นเครื่องบรรณาการน่าเหลือเชื่อ หลังจากที่ทีม Wrexham แสดงฟอร์มสุดยอดในเกมเอฟเอคัพรอบ 5 ที่พบกับเชลซี

ฟิล พาร์กินสัน ผู้จัดการทีม Wrexham กล่าวว่าคำชื่นชมจากเวย์น รูนีย์ต่อผลงานของทีมหลังเกมเอฟเอคัพรอบ 5 ที่แพ้เชลซี 4-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษนั้น เป็น เครื่องบรรณาการน่าเหลือเชื่อ สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร ลิอัม โรสเนียร์และทีมเชลซีจากพรีเมียร์ลีกต้องใช้ช่วงต่อเวลาเพื่อเอาชนะ “มังกรแดง” โดยเจ้าบ้านมีจอร์จ ดอบสันโดนใบแดงในช่วงท้ายของเวลาปกติที่สนามสต็อก เค ราส

ตำนานอังกฤษอย่างรูนีย์ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้วิจารณ์ของบีบีซีสำหรับเกมนี้ ได้ชื่นชมทีมแชมเปียนชิพอย่างเต็มที่ “ผมคิดว่านี่คือเกมฟุตบอลที่ผมสนุกที่สุดตั้งแต่เลิกเล่น” เขากล่าวในรายการ The Wayne Rooney Show “เกมนี้ดีมาก Wrexham ยอดเยี่ยมจริงๆ”

คำชื่นชมเพิ่มเติมจากรูนีย์

รูนีย์วัย 40 ปี ยังเสริมอีกว่า “เกมโปรดของผมตั้งแต่เลิกเล่นคือบาร์เซโลนา พบ อินเตอร์ มิลาน ในรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกปีที่แล้ว แต่เกมนี้แซงขึ้นมาแล้ว ผมสนุกมากจริงๆ”

พาร์กินสันรู้สึกว่าประสิทธิภาพของทีมต่อสู้กับเชลซี แชมป์คลับเวิลด์คัพ ช่วยแสดงคุณสมบัติที่ดีที่สุดของ Wrexham “รูนีย์ยกย่อง Wrexham เป็นเครื่องบรรณาการน่าเหลือเชื่อ สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร” พาร์กินสันกล่าว “มันดีสำหรับสโมสรของเราที่ผู้ชมทั่วโลกได้เห็นสิ่งที่ทีมของเราคืออะไร บรรยากาศมันส์ตั้งแต่นาทีแรกจริงๆ”

รูนีย์ยกย่อง Wrexham เป็นเครื่องบรรณาการน่าเหลือเชื่อ

หลังจากเส้นทางเอฟเอคัพจบลง ความสนใจของ Wrexham หันกลับไปที่การลุ้นเลื่อนชั้นครั้งที่ 4 ติดต่อกันทันที Wrexham ซึ่งอยู่อันดับ 6 ยังนำหน้าเดอร์บี้ เคาน์ตี้ที่อันดับ 7 อยู่ 3 คะแนน โดยเหลืออีก 11 นัดในฤดูกาลนี้

พวกเขาจะลงสนามเหย้า 2 นัดติดในลีก พบฮัลล์ ซิตี้ (วันอังคาร 19:45 GMT) และสวอนซี ซิตี้ (วันศุกร์ 20:00 GMT) ในสัปดาห์นี้ หลังจากเพิ่งชนะในลีก 3 นัดติด

หลังเกมใหญ่กับเชลซี พาร์กินสันกล่าวว่า “ตอนนี้คือลุ้นสุดมันส์ในลีกแล้ว เริ่มจากฮัลล์ ซิตี้พรุ่งนี้” “คืนนั้นกับเชลซีเป็นคืนพิเศษที่เราจะจำได้ มันอาจจะพิเศษกว่านี้ได้ แต่ตอนนี้โฟกัสลีก”

Wrexham ภายใต้เจ้าของฮอลลีวูดอย่างไรอัน เรย์โนลด์สและร็อบ แม็คเอลเฮนนีย์ ได้สร้างปาฏิหาริย์ในการเลื่อนชั้นจากลีกระดับต่ำมาถึงแชมเปียนชิพได้อย่างน่าทึ่ง การที่ รูนีย์ยกย่อง Wrexham เช่นนี้ยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของทีม บรรยากาศที่สต็อก เค ราสกลายเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดแฟนบอลทั่วโลก

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การยกย่องจากรูนีย์ไม่เพียงเป็นกำลังใจ แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันว่า Wrexham กำลังก้าวสู่ระดับสูงสุด ในฤดูกาลนี้พวกเขามีโอกาสลุ้นเพลย์ออฟและพรีเมียร์ลีกได้จริง ติดตามการแข่งขันต่อไปและเชียร์ Wrexham ไปด้วยกัน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ระทึก ไฟไหม้ป่าหลังโรงเรียนลุกลามใกล้ ห้าง-ปั๊มน้ำมัน

เกิดเหตุระทึก ไฟไหม้ป่าหลังโรงเรียนลุกลามใกล้ ห้าง-ปั๊มน้ำมัน ลุกลามหลายกิโลเมตรในจังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้านและผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างมาก เพลิงลุกโหมอย่างรวดเร็วจากป่าหญ้าแห้งหลังโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ริมถนนพหลโยธิน ใกล้ปั๊มน้ำมันและห้างสรรพสินค้า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลาสกัดเพลิงนานกว่า 4 ชั่วโมง

ระทึก ไฟไหม้ป่าหลังโรงเรียนลุกลามใกล้ ห้าง-ปั๊มน้ำมัน ลุกลามหลายกิโลเมตร

เหตุการณ์เริ่มต้นจากบริเวณป่าหญ้าหลังโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยไฟป่าอยู่แล้ว เนื่องจากหญ้าแห้งสะสม ลมกระโชกแรงพัดพาเปลวไฟลุกลามเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตร ประชาชนที่พบเห็นต่างแตกตื่น รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เทศบาลเมืองสระบุรีส่งรถดับเพลิง 5-6 คัน ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี และรถดับเพลิงจากท้องถิ่นใกล้เคียง รวมถึงมณฑลทหารบกที่ 18 ที่ส่งกำลังทหารชุดดับไฟป่ามาช่วย

การต่อสู้กับเพลิงที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง พบว่าพนักงานห้างและปั๊มน้ำมันช่วยกันดับไฟด้วยถังน้ำและอุปกรณ์ที่มี ควันและเปลวไฟพวยพุ่งสูงปกคลุมถนนพหลโยธิน ผู้ขับขี่ต้องชะลอรถเพื่อความปลอดภัย เพลิงยังลุกลามไปซอย 5 หน้าโรงพยาบาลสระบุรี แต่เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำตีวงล้อมสกัดไว้ได้ทัน โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย

นายทองคำ เปรมปรี อายุ 61 ปี ชาวบ้านใกล้เคียง เล่าว่า “ได้ยินคนตะโกนแล้วเห็นไฟลุกพรึ่บ รีบเปิดปั๊มน้ำฉีดสกัดไว้ก่อน โชคดีเจ้าหน้าที่มาทัน มิเช่นนั้นบ้านคงไหม้” พื้นที่นี้เคยเกิดไฟไหม้บ่อย แต่เว้นช่วงเกือบ 2 ปี

สาเหตุและบทเรียนจากเหตุระทึก ไฟไหม้ป่าหลังโรงเรียน

ตำรวจกำลังตรวจสอบสาเหตุ อาจเป็นไฟป่าธรรมชาติหรือมนุษย์จุดเผาหญ้า เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย ควรทำดังนี้:

  • กำจัดหญ้าแห้งรอบบ้านและโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ
  • ติดตั้งป้ายเตือนและระบบแจ้งไฟไหม้ในพื้นที่เสี่ยง
  • ฝึกอบรมชุมชนเรื่องดับไฟเบื้องต้น
  • หลีกเลี่ยงจุดไฟในฤดูแล้ง
  • ประสานงานหน่วยดับเพลิงท้องถิ่นให้รวดเร็ว

เหตุการณ์นี้เตือนใจให้เราตระหนักถึงภัยไฟป่า โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ใกล้ชุมชน การเตรียมพร้อมจะช่วยลดความเสียหายได้มาก

คุณคิดอย่างไรกับเหตุระทึก ไฟไหม้ป่าหลังโรงเรียนลุกลามใกล้ ห้าง-ปั๊มน้ำมัน ลุกลามหลายกิโลเมตรนี้? แชร์ประสบการณ์หรือไอเดียป้องกันในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ ด้วยนะ!

ที่มา – ระทึก ไฟไหม้ป่าหลังโรงเรียนลุกลามใกล้ ห้าง-ปั๊มน้ำมัน ลุกลามหลายกิโลเมตร

รอดรี้ แมนซิตี้ ถูกปรับ 80,000 ปอนด์ วิจารณ์กรรมการ

รอดรี้ แมนซิตี้ ถูกปรับ 80,000 ปอนด์ วิจารณ์กรรมการ

นักเตะกองกลางของแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่าง รอดรี้ ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ปรับเงินสูงถึง 80,000 ปอนด์ จากความเห็นที่เขากล่าวถึงกรรมการหลังเกมเสมอท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อเดือนที่แล้ว

เหตุการณ์เกิดขึ้นในเกมวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยรอดรี้ ซึ่งเป็นนักเตะทีมชาติสเปน ได้กล่าวหา กรรมการโรเบิร์ต โจนส์ ว่าไม่เป็นกลางในการตัดสิน โดยเฉพาะประตูของโดมินิก โซลันเก้ ที่ดูเหมือนจะเตะผ่านขาของมาร์ค กูเอย์ กองหลังแมนซิตี้ แต่กรรมการยังยอมรับประตูนั้น

สมาคมฟุตบอลอังกฤษระบุว่ารอดรี้ยอมรับข้อหา “กระทำผิดในทางที่ไม่เหมาะสมระหว่างการสัมภาษณ์หลังเกม โดยแสดงความเห็นที่บ่งชี้ถึงอคติและ/หรือตั้งคำถามถึงความซื่อสัตย์ของกรรมการ”

รอดรี้ แมนซิตี้ ถูกปรับ 80,000 ปอนด์ วิจารณ์กรรมการ: รายละเอียดเหตุการณ์

หลังเกม รอดรี้แสดงความไม่พอใจอย่างมาก โดยกล่าวว่า “我知道เราชนะมากเกินไปและผู้คนไม่อยากให้เราชนะ แต่กรรมการต้องเป็นกลาง มันไม่ยุติธรรมเพราะเราทำงานหนักมาก เมื่อทุกอย่างจบลง คุณจะรู้สึกหงุดหงิด”

คำพูดนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะแมนซิตี้เป็นทีมที่ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกมาหลายสมัย และมักถูกกล่าวหาว่ามีอิทธิพลมากเกินไป แต่รอดรี้ยืนยันว่าเขาต้องการความยุติธรรมเท่านั้น

ผลกระทบต่อรอดรี้และทีมแมนซิตี้

การถูกปรับเงิน 80,000 ปอนด์ครั้งนี้ถือเป็นบทลงโทษที่หนักหน่วง แต่รอดรี้ไม่ถูกแบน ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนซิตี้ที่ขาดรอดรี้ไปนานเพราะบาดเจ็บ

แฟนบอลแมนซิตี้ส่วนใหญ่สนับสนุนรอดรี้ โดยมองว่ากรรมการในพรีเมียร์ลีกลำเอียงต่อทีมใหญ่ แต่บางส่วนก็เตือนว่านักเตะควรระวังคำพูดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต

ประวัติการวิจารณ์กรรมการของนักเตะดัง

  • คริสเตียโน่ โรนัลโด้: เคยถูกปรับจากคำพูดก้าวร้าวต่อกรรมการ
  • โจเซ่ มูรินโญ่: ผู้จัดการทีมที่ถูกแบนบ่อยจากวิจารณ์ VAR
  • นักเตะลิเวอร์พูล: กรณีคล้ายกันหลังเกมกับแมนยู

กรณีของ รอดรี้ แมนซิตี้ ถูกปรับ 80,000 ปอนด์ วิจารณ์กรรมการ สะท้อนปัญหาการตัดสินในพรีเมียร์ลีกที่ยังเป็นที่ถกเถียง โดยเฉพาะการใช้ VAR ที่ไม่สม่ำเสมอ แฟนบอลหลายคนเรียกร้องให้ FA ปรับปรุงระบบเพื่อความโปร่งใส

นอกจากนี้ แมนซิตี้ยังมีประเด็นอื่นๆ เช่น การสอบสวน 115 ข้อหาเรื่องการเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ทีม

บทเรียนสำหรับนักเตะรุ่นใหม่

นักเตะสมัยใหม่ต้องระวังสื่อโซเชียลและการสัมภาษณ์ เพราะทุกคำพูดสามารถถูกตีความและนำไปสู่บทลงโทษได้ การฝึกสื่อสารที่ดีจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้

ในฤดูกาลนี้ แมนซิตี้ยังคงลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก โดยรอดรี้คือกำลังสำคัญในแดนกลาง หวังว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบฟอร์มการเล่น

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอัปเดตล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

Aberdeen น่าอับอาย จะไปทางไหนต่อ?

Aberdeen น่าอับอาย จะไปทางไหนต่อ?

Aberdeen ถูกวิจารณ์ว่า “น่าอับอาย”, “น่าขยะแขยง”, “น่าอับอาย”, “เลวร้าย”, “ยอมรับไม่ได้” และตามที่กุนซือชั่วคราวของทีมเองบอกว่า “กำลังมุ่งไปในทิศทางที่ผิด”

เมื่อไม่ถึงปีก่อน แฟนบอลดอนส์ยังหวังว่าชัยชนะเหนือเซลติก แชมป์ลีก ที่แฮมป์เดน พาร์ค เพื่อคว้า Scottish Cup จะเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ที่สดใส หลังจากฟอร์มในลีกสะดุดไปหลายเดือนภายใต้จิมมี เธลิน

แต่สิบเดือนต่อมา พวกเขากลับไร้ทิศทาง ไร้ผู้จัดการทีม และตกรอบ Scottish Cup ด้วยความพ่ายแพ้ย่อยยับ 3-0 ให้กับดันเฟิร์มไลน์ แอธเลติก ทีมอันดับ 4 ในลีกรอง

Aberdeen น่าอับอาย จะไปทางไหนต่อ? เรามาดูกันว่าปัญหาคืออะไรและทางออกควรเป็นอย่างไร

ชินนี่บ่นขาด ‘ความหิวกระหาย’

Aberdeen ยอมรอหกเดือนเพื่อแต่งตั้งเธลินในปี 2024 หลังสัญญากับเอลฟส์บอร์กหมด แต่การไม่สามารถสร้างต่อจากจุดเริ่มต้นสุดยอดฤดูกาลที่แล้ว นำไปสู่การจากลาของกุนซือสวีเดนในต้นมกราคม

ตอนนี้พวกเขาต้องเผชิญสถานการณ์คล้ายๆ กัน โดยปีเตอร์ ลีเว่นถูกแต่งตั้งกุนซือชั่วคราวอีกครั้งจนจบฤดูกาล

กัปตันเกรแฮม ชินนี่ ที่ “อับอาย” ยืนยันว่าคืน “แย่ที่สุด” ครั้งหนึ่งในอาชีพของเขา “ไม่เกี่ยวกับ” ความวุ่นวายนั้น

“มันคือผู้เล่น เราในสนาม” มิดฟิลด์รายนี้กล่าว “พีทและสตาฟฟ์จัดทีมได้ดีเยี่ยม พวกเขาทำงานในสนามซ้อมและนอกสนาม”

“เรากำลังทำให้สโมสรและแฟนๆผิดหวัง การแสดงที่น่าอับอาย เลวร้ายมาก พอเสียประตูแรกก็ถล่มทลาย ไม่ยอมรับได้”

“ขาดความหิวกระหาย ขาดไฟ ขาดการต่อสู้ในรอบ 8 ทีม Scottish Cup เพื่อไปแฮมป์เดน มันไม่มี”

ลีเว่น ‘เห็นผู้เล่นยอมแพ้’

ไม่ใช่ว่าจะเพิ่งเกิดปัญหา เธลินเริ่มต้นด้วยชัยชนะ 13 นัดติดและไม่แพ้ 16 นัด แต่ฟอร์มและผลงานดิ่งเหว

ฤดูกาลที่แล้วรั้งอันดับ 5 Scottish Premiership พร้อมถ้วย Scottish Cup ที่ช่วยให้เธลินรอดพ้นเสียงวิจารณ์

แต่ฤดูกาลนี้ ชนะแค่นัดเดียวใน 11 นัดแรก แม้ฟอร์มดีขึ้นช่วงตุลาคม แต่กลับสะดุดนำไปสู่การจากไปในมกราคม

หลังจากนั้น แพ้ 8 จาก 12 นัด ชนะ 3 และแพ้ 9 จาก 10 นัดเยือน ล่าสุด 8 นัดเยือนไม่ยิงประตู

ลีเว่นโทษผู้เล่นที่ทำให้เกิด “คืนน่าผิดหวังที่สุดในอาชีพ” พวกเขาต้องสู้หนีตกชั้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

อันดับ 9 ห่างคิลมาร์น็อกในโซนเพลย์ออฟแค่ 8 แต้ม

“เลวร้าย – พังหลังประตูแรก” เขากล่าว “โกรธมาก ไม่อาจปกป้องพวกเขาอีก เรากำลังมีปัญหา พวกเขาต้องลุกขึ้น”

“ขอโทษแฟนๆ เราอาจโดนลากเข้าสู่โซนตกชั้น สำหรับสโมสรอย่าง Aberdeen มันยอมรับไม่ได้ กำลังมุ่งผิดทิศ”

“โกรธมาก เห็นผู้เล่นบางคนยอมแพ้”

Aberdeen น่าอับอาย จะไปทางไหนต่อ?

ทางออกของ Aberdeen น่าอับอาย จะไปทางไหนต่อ? คงไม่มีกุนซือถาวรก่อนซัมเมอร์

เอริค ฮอร์เนแลนด์ ที่เพิ่งลาส-Saint-Etienne ยืนยันไม่รับงานใหม่ก่อนจบฤดูกาล

ประธานเดฟ คอร์แม็คยอมรับซานดรอ ชวาร์ซ เป็นตัวเลือก หลังอดีตกุนซือ New York Red Bulls ถูกเห็นที่พิทโทดรี

วิลลี่ มิลเลอร์ อดีตกัปตันและกุนซือ Aberdeen มองว่ารอหกเดือนนานเกิน

“ตอนนี้อยู่ในหลุม และไม่มีสัญญาณกุนซือใหม่เร็วๆ นี้ สถานการณ์เลวร้าย ผู้เล่นหดหู่ ถูกครอบงำไร้ประสิทธิภาพ 7 ฤดูกาลหลังทรมาน ไร้ผู้นำยิ่งแย่”

ปัญหาการเสริมทัพและการบริหาร

อIan McCall อดีตปีกดันเฟิร์มไลน์ แปลกใจที่ไม่ไล่ฟอลเคิร์ก จอห์น แม็คกลินน์ หรือมাদเดอร์เวลล์ เยนส์ เบอร์เทล อัสคู ที่ทำอันดับท็อปซิกซ์ด้วยงบน้อย

“เสี่ยงใหญ่เข้าสปลิทไร้กุนซือ น่าตกใจ ไม่มีแผนระยะยาว การเสริมทัพ ใครประสบความสำเร็จตั้งแต่โบยัน มิออฟสกี้? ไม่ค่อยมีที่พัฒนาทีม”

จาก 13 การเซ็นสัญญาถาวรและ 7 ยืม ฤดูกาลนี้ เพียง 4 คนสตาร์ทที่ East End Park

ดาเรน มอว์เบรย์ ผู้ค้นพบมิออฟสกี้ กลับมาเป็นหัวหน้าค้นหานักเตะ หลังจากเซาแธมป์ตัน

ลูทซ์ ฟานเนนสติล ผู้อำนวยการกีฬาตั้งแต่ตุลาคม แต่ถูกกล่าวหาว่าตีกับแฟนในโซเชียลหลังตกรอบ

“สัญลักษณ์ของ Aberdeen เงินที่ใช้ไปเยอะ จากคอร์แม็ค นักลงทุน แฟนๆ แต่ได้ของห่วยๆ อาจตกชั้นแบบนี้”

Aberdeen น่าอับอาย จะไปทางไหนต่อ? ทีมต้องรีบปรับทัศนคติผู้เล่น หากุนซือที่เหมาะสม และเสริมทัพให้ตรงจุด มิเช่นนั้น Scottish Premiership ฤดูกาลนี้อาจจบด้วยฝันร้ายครั้งแรก

คุณคิดว่า Aberdeen จะพลิกสถานการณ์ได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าว Scottish Premiership เพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 5 คนหลบภัยในออสเตรเลีย

นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 5 คนหลบภัยในบ้านปลอดภัยที่ออสเตรเลีย หลังจากทีมถูกตกรอบในศึกเอเชียนคัพ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก แหล่งข่าวจาก BBC รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากนักเตะปฏิเสธร้องเพลงชาติก่อนลงสนามนัดแรกกับเกาหลีใต้ ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากภายในอิหร่าน

นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 5 คนหลบภัยในออสเตรเลีย หลังประท้วงเอเชียนคัพ

หลังจากทีมหญิงอิหร่าน Lionesses ถูกตกรอบ ชาวออสเตรเลียหลายร้อยคนรวมตัวล้อมรถบัสทีมที่สนามกอลด์โคสต์ เรียกร้อง “ช่วยลูกสาวของเรา” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้สนับสนุนกังวลเรื่องความปลอดภัยของนักเตะ เนื่องจากนักวิจารณ์อนุรักษ์นิยมในอิหร่านกล่าวหาว่าเป็น “กบฏในยามสงคราม” และเรียกร้องให้ลงโทษหนัก

วันจันทร์ BBC สังเกตเห็นฉากดราม่าในโรงแรมทีม เมื่อนักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 5 คนหลบภัยในออสเตรเลียโดยแยกตัวออกจากล็อบบี้หลังพูดคุยกับนักกิจกรรม ต่อมาโค้ชหัวหน้าตลอดกับล่ามรีบวิ่งกลับห้องอย่างตื่นตระหนก เจ้าหน้าที่อิหร่านยังไม่แสดงความเห็น

เหตุผลที่นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 5 คนหลบภัยในออสเตรเลีย

คราิก ฟอสเตอร์ อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลียและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า มีความกังวลอย่างจริงจังต่อความปลอดภัย “ทีมที่เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ FIFA ต้องมีสิทธิ์ได้รับความปลอดภัยและการสนับสนุนจากภายนอก” เขากล่าวกับ BBC

ในนัดที่สองกับออสเตรเลียและนัดสุดท้ายกับฟิลิปปินส์ ทีมร้องเพลงชาติตอนนั้น นักวิจารณ์เชื่อว่าถูกบังคับโดยสมาชิกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามที่มากับคณะ เดนิซ ทูพชี ผู้สนับสนุนกล่าวว่า “เราไม่คาดคิดว่าจะกล้าทำขนาดนี้ แต่เราภูมิใจในพวกเธอ”

ชาวอิหร่านในออสเตรเลียหลายร้อยคนโห่เพลงชาติ และชูธงสิงโตและพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นธงเก่าก่อนปฏิวัติอิสลาม แม้จะห้ามแต่แฟนบอลแอบนำเข้า นักเตะมีปฏิสัมพันธ์น้อยกับแฟน แต่มีจังหวะนึงนักเตะส่งจูบให้แฟนบอล ได้รับเสียงเชียร์ดังลั่น

  • แฟนบอลออสเตรเลียชูป้าย “อยู่ปลอดภัยในออสเตรเลีย พูดคุยกับตำรวจ”
  • บางคนขวางรถบัสแม้ตำรวจห้าม
  • นักเตะบางคนยิ้มโบกมือ แต่บางคนปิดม่านหน้าต่าง

นาซ ซาฟาวี ผู้ดูทั้ง 3 นัดกล่าวว่า “พวกเธอถูกข่มขู่ ไม่สามารถพูดได้อย่างเสรี เรามาที่นี่เพื่อสนับสนุน” ปัจจุบันมีแรงผลักดันให้ขอ的政治避难ในออสเตรเลีย แต่ไม่ชัดว่านักเตะจะยอมหรือไม่ เนื่องจากครอบครัวในอิหร่านอาจถูกกระทบ

ฟอสเตอร์ ซึ่งช่วยทีมหญิงอัฟกานิสถานหนีตาลีบันปี 2021 กล่าวว่า “พวกเธอถูกกักตัวในโรงแรม ห้ามติดต่อภายนอก แม้เสนอสิทธิ์อยู่ แต่หลายคนมีลูกครอบครัวที่บ้าน ต้องเสนอทางเลือกให้” ผู้จัดการทีมมาร์ซิเยห์ จาฟารี บอกอยากกลับบ้านเร็วๆ

รัฐบาลออสเตรเลียยังไม่เข้าแทรก รัฐมนตรีต่างประเทศเพนนี วองกล่าวยืนหยัดเคียงข้างสตรีอิหร่าน จาเกี ไฮดารี จากแอมเนสตี้เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงภาวะผู้นำทางศีลธรรม โดยเฉพาะวันสตรีสากล

เมลิกา จาฮานิอัน แฟนบอลกล่าว “เราหวังให้อยู่ แต่รู้ว่าครอบครัวตกอยู่ในอันตราย รัฐบาลออสเตรเลียต้องสนับสนุนการตัดสินใจของพวกเธอ”

โรงแรมมีรักษาความปลอดภัยเข้ม ตำรวจ联邦เฝ้าประตู ไม่เห็นทีม แต่คณะอิหร่านบางส่วนยังอยู่ ยังไม่รู้ว่าจะย้ายไปไหน

เหตุการณ์นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 5 คนหลบภัยในออสเตรเลีย สะท้อนความกล้าหาญต่อต้านระบอบที่กดขี่สิทธิสตรี คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลสำคัญ

ที่มา – Five Iranian footballers ‘in Australian safe house’ after Asian Cup protest

ความโกลาหล Old Firm: เกิดอะไร? ใครพูด? ต่อไป?

หลังชัยชนะของเซลติกเหนือเรนเจอร์สในศึกสกอตติช คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สปอตไลต์ไม่ได้ตกที่การขาดความเฉียบคมของเจ้าบ้านหรือแนวรับเหนียวแน่นของทีมเยือน แต่กลับเป็นความโกลาหล Old Firm ที่เกิดขึ้นหลังลูกยิงจุดโทษตัดสินของทอมัส ซวานชาร่า

แฟนบอลทั้งสองฝั่งกรูกันลงสู่สนามไอบร็อกซ์ เพื่อฉลองชัยและระบายความเกรี้ยวกราด ก่อนปะทะกันอย่างดุเดือด ขณะที่สจ๊วตและตำรวจต้องรีบเข้ามาแยกแฟนทั้งสองกลุ่ม

เซลติกได้รับตั๋วทั้งยืนบรูมโลน โรด สแตนด์ราว 7,500 ใบ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 ที่แมตช์ Old Firm ได้รับการจัดสรรตั๋วเยือนแบบเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ยังมีการปะทะกันนอกสนามด้วย และตำรวจสกอตแลนด์จับกุมผู้ต้องหาหลายราย โดยเรียกเหตุการณ์หลังจบเกมว่า “น่ารังเกียจ” และ “น่าอับอาย”

นี่คือทุกสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับความโกลาหล Old Firm ครั้งนี้

ความโกลาหล Old Firm

เกิดอะไรขึ้นในแมตช์นี้?

หลังจาก 120 นาทีที่ทั้งสองทีมเสมอ 0-0 เรนเจอร์สยิงจุดโทษพลาด 2 ลูก ก่อนที่ซวานชาร่าจะซัดลูกสำคัญพาเซลติกเข้ารอบรองชนะเลิศ

แฟนเซลติกจากบรูมโลน โรด สแตนด์กรูลงสนามฉลองทันที สจ๊วตพยายามไล่กลับที่ แต่แฟนเรนเจอร์สตอบโต้ด้วยการบุกลงมาเช่นกัน มีแฟนเรนเจอร์สคนหนึ่งถูกตำรวจลากตัวหลังเผชิญหน้ากับสต๊าฟเซลติก

นักเตะทั้งสองทีมถูกเร่งพากลับอุโมงค์ ขณะที่แฟนเจ้าบ้านบุกมาปะทะแฟนเยือน ตำรวจและสจ๊วตตั้งแถวกันหน้าแฟนเซลติก มีการจุดพลุขว้างใส่กัน และแฟนเรนเจอร์สสวมบัลาคลาว่าหลายคนวิ่งกลับไปที่คอปแลนด์ โรด สแตนด์ สนามจึงถูกเคลียร์

เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ Old Firm ได้รับ allocation เต็ม แต่กลับจบด้วยความรุนแรง

ใครพูดอะไรบ้าง?

หัวหน้าตำรวจสกอตแลนด์ เคท สตีเฟ่น ประณามเหตุการณ์ โดยบอกว่าตำรวจถูกคุกคามรุนแรง “มีการจับกุมแล้ว และเราจะสอบสวนร่วมกับสโมสรและสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ ตำรวจและสจ๊วตเผชิญความเกลียดชังและความรุนแรงต่อเนื่อง ผู้คนติดอาวุธเพื่อทำร้าย”

สจ๊วร์ต เมอร์ฟี่ CEO สมาคมแฟนฟุตบอลสกอตติช เรียกว่านี่คือ “หายนะ” ที่ไม่ยุติธรรมกับแฟนส่วนใหญ่ “ผมโกรธแทนแฟนดีๆ ที่ถูกเปื้อนเลอะจากความโกลาหล Old Firm นี้ 45 ปีแล้วยังไม่ก้าวหน้า”

มาร์ติน โอนีลล์ กุนซือชั่วคราวเซลติก บอกว่าเห็นแค่บางส่วน “มีคนพยายามลงสนาม มันอาจจะทำให้เกมเปื้อน แต่เป็นการป้องกันตัว ถ้าเกินเลยก็น่าเสียดาย”

แดนนี่ โรล กุนซือเรนเจอร์ส ยืนยันว่าไม่ได้เห็น “ผมไม่อยู่บนสนามตอนนั้น ไม่ชอบเห็นแบบนี้ บรรยากาศ 120 นาทีเยี่ยม ไม่ควรมีเรื่องแบบนี้ในฟุตบอล”

จอห์น สวินนีย์ รัฐมนตรีว่าการสกอตแลนด์ เรียกว่า “ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง” และให้การสนับสนุนตำรวจเต็มที่ จะร่วมมือกับสโมสรและสมาคมปราบปราม

คริส ซัตตัน อดีตดาวยิงเซลติก บน BBC Radio 5 Live บอกว่า “น่าเกลียด แฟนลงสนามผิด กีฬาต้องการ allocation เต็ม แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ฟุตบอลสกอตแลนด์อับอาย”

แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป?

ทั้งสองสโมสรยังไม่ออกแถลงการณ์ แต่สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ (SFA) ประณามการบุกลงสนามและจะสอบสวน อาจนำไปสู่บทลงโทษ ตำรวจจะอัพเดทเพิ่ม

คำถามสำคัญคือ allocation ตั๋วเยือนในเดอร์บี้ครั้งหน้าจะเป็นยังไง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ 2018 ที่ให้ 20% ตามกติกาคัพ หลังจากจำกัดแค่ 800-2,500 ใบ

เรนเจอร์สตัดสินใจหลังเซลติกสัญญาจะ reciprocate ในเกมคัพที่ปาร์คเฮด ฤดูกาลนี้ทั้งคู่จะเจอกันอีกครั้งในพรีเมียร์ชิพหลังแยกกลุ่ม ที่เซลติก

ความโกลาหล Old Firm ครั้งนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

  • หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
  • Scottish Cup
  • เซลติก
  • เรนเจอร์ส
  • ฟุตบอลสกอตติช
  • ฟุตบอล

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความหลงใหลใน Old Firm ต้องควบคุมให้อยู่ในขอบเขต มิฉะนั้นจะทำลายภาพลักษณ์กีฬา คุณคิดอย่างไรกับความโกลาหล Old Firm ครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ