วัน: 9 มีนาคม 2026

ป.ป.ช. ขอขยายเวลา 1-2 สัปดาห์ ฟัน 44 สส.ก้าวไกล

ข่าวการเมืองร้อนแรงที่กำลังเป็นกระแสในสังคมไทยขณะนี้ คือ ขอขยายเวลา 1-2 สัปดาห์ ส่งคำร้องฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดียื่นแก้ ม.112 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งกำลังจะครบกำหนดระยะเวลา 30 วันในการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้หลายฝ่ายจับตาการตัดสินใจครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

ขอขยายเวลา 1-2 สัปดาห์ ส่งคำร้องฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดียื่นแก้ ม.112

วันที่ 9 มีนาคม 2567 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยระบุว่าคำร้องชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรงของอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ในกรณีที่ยื่นเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (ม.112) นั้น ได้ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐานในสำนวนให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เนื่องจากเนื้อหาในคำร้องมีความละเอียดและซับซ้อนมาก ป.ป.ช. จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบให้รอบคอบที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม นายสุรพงษ์ คาดการณ์ว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ในการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยย้ำว่ากรอบเวลา 30 วันดังกล่าวเป็นเพียงมติตามหลักการของ ป.ป.ช. เท่านั้น ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมาย จึงสามารถขยายเวลาได้หากจำเป็น

เหตุผลหลักที่ ป.ป.ช. ขอขยายเวลา

การขอขยายเวลาในครั้งนี้ มีเหตุผลสำคัญหลายประการที่ ป.ป.ช. ต้องคำนึงถึง ดังนี้

  • การตรวจสอบสำนวนให้ตรงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ: ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ว่าการกระทำของ ส.ส. 44 คนดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ป.ป.ช. จึงต้องปรับเอกสารให้สอดคล้องทุกประการ
  • ปริมาณเนื้อหาที่มาก: สำนวนคดีมีรายละเอียดจำนวนมาก รวมถึงบันทึกการประชุม การยื่นร่างกฎหมาย และพยานหลักฐานอื่นๆ ต้องตรวจสอบซ้ำเพื่อความถูกต้อง
  • ความรอบคอบเพื่อความยุติธรรม: เพื่อป้องกันการถูกโต้แย้งในชั้นศาล ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะเร่งรัดให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

พื้นหลังคดี ส.ส.ก้าวไกล ยื่นแก้ ม.112

คดีนี้ย้อนกลับไปเมื่อปี 2565 ที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล 44 คน ได้ยื่นร่างกฎหมายแก้ไข ม.112 ซึ่งเป็นกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยเสนอให้ลดโทษปรับ ลดอายุความ และเพิ่มสิทธิผู้ถูกกล่าวหาในการต่อสู้คดี การยื่นร่างดังกล่าวถูกมองว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด จนถึงขั้นร้ายแรง ส่งผลให้ ป.ป.ช. รับเรื่องไปชี้มูลความผิดและเตรียมส่งศาลฎีกาภายใน 30 วัน หลังจากนี้ หากศาลฎีการับคำร้อง อาจมีคำสั่งให้ ส.ส.เหล่านี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที แม้บางรายจะเป็นอดีต ส.ส. แล้วก็ตาม เนื่องจากสถานะ ส.ส. ในขณะเกิดเหตุ

คดีนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อบุคคลทั้ง 44 รายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงประเด็นใหญ่ในสังคมไทย เช่น เสรีภาพในการแสดงความเห็นทางการเมือง ขอบเขตของกฎหมาย ม.112 และบทบาทของพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก การเมืองไทยในช่วงนี้จึงเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้ง 2566 ที่พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนเสียงถล่มทลาย

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายต่างๆ ฝ่ายรัฐบาลมองว่าเป็นการตรวจสอบจริยธรรมที่จำเป็น ขณะที่ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวสิทธิพลเมืองเห็นว่าเป็นการใช้นิติกรรมสีขาวเพื่อจำกัดเสรีภาพ นักกฎหมายบางรายชี้ว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอาจถูกนำไปใช้เป็นแบบอย่างในคดีอื่นๆ

สำหรับประชาชนทั่วไป คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของกระบวนการตรวจสอบอำนาจ ส.ส. ผ่านกลไก ป.ป.ช. และศาล ซึ่งช่วยรักษาความโปร่งใสในระบบการเมืองไทยได้

จากมุมมองของผู้เขียน คดี ขอขยายเวลา 1-2 สัปดาห์ ส่งคำร้องฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดียื่นแก้ ม.112 นี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของระบบยุติธรรมไทย หาก ป.ป.ช. และศาลฎีกาดำเนินการอย่างโปร่งใส จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ติดตามอัปเดตข่าวสารการเมืองล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญ

ที่มา – ขอขยายเวลา 1-2 สัปดาห์ ส่งคำร้องฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดียื่นแก้ ม.112

จับ 42 แรงงานเถื่อน ลอบเข้าไทย จ่ายค่าหัวหลักหมื่น

เหตุการณ์จับ 42 แรงงานเถื่อน ลอบเข้าไทยหางานทำ จ่ายค่าหัวหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับระยะทาง สร้างความฮือฮาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบเข้าประเทศอย่างเข้มข้น กลุ่มแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 42 คนถูกจับกุมได้ทั้งหมด ขณะพยายามลอบผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อหวังไปหางานทำในจังหวัดชั้นในของไทย

จับ 42 แรงงานเถื่อน ลอบเข้าไทยหางานทำ จ่ายค่าหัวหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับระยะทาง

วันที่ 9 มีนาคม 2569 หรือ พ.ศ. 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ได้สั่งการให้เพิ่มมาตราการเฝ้าระวังบริเวณชายแดน โดยเฉพาะจุดตรวจร่วมน้ำเกิ๊ก หมู่ 8 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นช่องทางธรรมชาติที่มักถูกใช้ลักลอบเข้าประเทศ

รายละเอียดการจับกุมคดีแรก

เวลา 21.30 น. วันที่ 8 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมน้ำเกิ๊กได้แบ่งกำลังลาดตระเวน พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยหลบซ่อนในชายป่าหลังเกษตรพื้นที่สูง ท้องที่หมู่ 8 ตำบลหนองลู เจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุมได้ทันที 24 คน แบ่งเป็นชาย 14 คน หญิง 10 คน โดยทั้งหมดไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ และไม่มีเอกสารรับรองใดๆ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจสังขละบุรี

การจับกุมคดีที่สองติดต่อกัน

เพียง 2 ชั่วโมงต่อมา เวลา 23.30 น. ของคืนเดียวกัน ขณะลาดตระเวนบริเวณชายป่าหลังวัดน้ำเกิ๊ก เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลอีกกลุ่มหลบซ่อนจำนวนมาก สามารถจับกุมได้อีก 18 คน ชาย 10 คน หญิง 8 คน เช่นเดียวกันไม่มีเอกสารประจำตัวหรืออนุญาตพำนักในไทย และสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ ต้องใช้ล่ามแปลในการสอบปากคำที่สถานีตำรวจสังขละบุรี

  • หน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการ:
  • ตำรวจสถานีสังขละบุรี
  • ชุดตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี
  • กรมทหารชายแดนที่ 134
  • ฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี
  • กองกำลังสุรสีห์ ฉก.ลาดหญ้า

ผู้ต้องหาทั้ง 42 คนให้การสารภาพตรงกันว่า ลอบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติเพื่อไปทำงานในพื้นที่จังหวัดกลางของไทย โดยจ่ายค่าหัวให้นายหน้าไม่เท่ากัน บางราย 15,000-20,000 บาท บางรายสูงถึง 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและความยากลำบากของเส้นทาง พวกเขาหลบรอในป่าเพื่อให้ผู้มารับไปส่งต่อ แต่โชคร้ายถูกเจ้าหน้าที่จับได้ก่อน

หลังจากสอบสวนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติ immigration

ปัญหาแรงงานเถื่อนและผลกระทบ

การลักลอบเข้าประเทศเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งเนื่องจากความต้องการแรงงานราคาถูกในภาคเกษตรกรรม ก่อสร้าง และบริการของไทย แต่สร้างปัญหามากมาย เช่น การแพร่ระบาดโรค การค้ามนุษย์ และการแข่งขันกับแรงงานไทย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงชายแดน นอกจากนี้แรงงานเหล่านี้ยังเสี่ยงถูกนายหน้าหลอกลวง ถูกทารุณ หรือสูญเสียชีวิตระหว่างทาง

รัฐบาลไทยมีนโยบายเข้มงวดในการปราบปราม พร้อมส่งเสริมการจ้างงานถูกกฎหมายผ่าน MOU กับเมียนมา ลาว และกัมพูชา เพื่อแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

เหตุการณ์จับ 42 แรงงานเถื่อน ลอบเข้าไทยหางานทำ จ่ายค่าหัวหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับระยะทางนี้เป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการบูรณาการของเจ้าหน้าที่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงชายแดน

ในมุมมองของผู้เขียน การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยทั้งการปราบปรามและการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้าน หากคุณมีประสบการณ์หรือเห็นเบาะแสการลักลอบ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – จับ 42 แรงงานเถื่อน ลอบเข้าไทยหางานทำ จ่ายค่าหัวหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับระยะทาง

คนไทยชุดแรกจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทยแล้ว

วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับคนไทยทุกคน เมื่อคนไทยชุดแรกจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทยแล้ว จำนวน 29 คน ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย หลังจากสถานการณ์ในอิหร่านตึงเครียดจากความขัดแย้งที่รุนแรง รัฐบาลไทยโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และยังแสดงความห่วงใยต่อพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ในตะวันออกกลาง

คนไทยชุดแรกจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทยแล้ว

การเดินทางกลับครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ชุดแรกนี้ต้องเดินทางด้วยรถยนต์นานกว่า 10 ชั่วโมงจากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนตุรกี ก่อนจะพักผ่อนและขึ้นเครื่องบินจากสนามบินอิสตันบูล ทุกขั้นตอนได้รับการประสานงานจากสถานทูไทยในอิหร่านและตุรกีอย่างใกล้ชิด นายสีหศักดิ์ ย้ำว่านี่เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่ต้องการให้คนไทยทั้งหมดอพยพกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย แม้บางคนจะอยากอยู่ต่อเพราะเหตุผลส่วนตัว เช่น นักศึกษาหรือการงาน

ตัวแทนคนไทยเล่าประสบการณ์การอพยพ

นางสงกรานต์ ฟาโรคิห์ และนางศิริมา ดาแหม่ง ตัวแทนจากกลุ่มที่กลับมา บอกว่าการเดินทางราบรื่นใช้เวลา 2 วัน แม้จะมีโจมตีทางอากาศ แต่ชีวิตประจำวันยังปกติ คนไทยในอิหร่านช่วยเหลือกันเอง สถานทูทก็ดูแลเต็มที่ ผู้ที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่อยู่เป็นครอบครัวในชั้นใต้ดินหรือชนบท รอบนอกกรุงเตหะราน จึงปลอดภัยจากโจมตีทางอากาศ

ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพแม่บ้านและสปา นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ต้องอพยพ ครั้งแรกคือสงคราม 12 วัน ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล การเดินทางครั้งก่อนใช้เวลานานกว่า ต้องนั่งรถ 14-24 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้ดีขึ้นเพราะมีเที่ยวบินช่วย

สถานการณ์คนไทยที่เหลือและแผนอพยพต่อไป

ชุดที่ 2 จำนวน 23 คน จะมาถึงพรุ่งนี้ ส่วนอีกกลุ่มนักศึกษาทางใต้ 75 คน จะเดินทางทางบกวันที่ 10 มี.ค. ผ่านเส้นทางเดิม นายสีหศักดิ์ พยายามโน้มน้าวให้ทุกคนกลับ ก่อนสถานการณ์แย่ลง รัฐบาลไทยยังอพยพคนจากดูไบได้ 100 กว่าคน โดยสำรองที่นั่งเที่ยวบินพาณิชย์

พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงเพิ่มเติมมีหลายแห่ง รัฐมนตรียอมรับว่ายังห่วงใยมาก:

  • บาห์เรน: สถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งใกล้เคียง
  • คูเวต: มีความเสี่ยงจากความไม่สงบในภูมิภาค
  • กาตาร์: ต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
  • เลบานอน: พื้นที่เสี่ยงสูงจากปัญหาภายใน

นอกจากนี้ ยังมีการประสานจากริยาร์ด ซาอุดีอาระเบีย เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ขึ้นเครื่องบิน

ความสำคัญของการอพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยง

เหตุการณ์คนไทยชุดแรกจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทยแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการปกป้องพลเรือนในต่างแดน สถานการณ์ในตะวันออกกลางเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ความปลอดภัยต้องมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นสงครามหรือความไม่สงบ รัฐบาลได้วางแผนอพยพอย่างรอบคอบ ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและสายการบิน

สำหรับคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ควรติดตามประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ และเตรียมตัวให้พร้อม หากจำเป็นต้องอพยพ อย่ารอช้าเพราะความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด

ในมุมมองของผม การตัดสินใจอพยพครั้งนี้ถูกต้อง 100% เพราะชีวิตคนไทยมีค่ามากกว่าทุกสิ่ง แนะนำให้ญาติพี่น้องที่กังวล ติดต่อ hotline กระทรวงการต่างประเทศทันทีที่ 02-203-5000 หรือตรวจสอบเว็บไซต์กรมการกงสุล เพื่อข้อมูลล่าสุด

ติดตามข่าวอัปเดตสถานการณ์อิหร่านและการอพยพคนไทยได้ที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – คนไทยชุดแรกจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทยแล้ว ด้านรมว.ต่างประเทศยังห่วงพื้นที่เสี่ยง

“ประเสริฐ” ขู่ฟ้องปั่นกระแสคดี ยังไม่ชี้มูล

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าการเมืองที่กำลังเป็นกระแส“ประเสริฐ” ขู่เอาผิดทางกฎหมาย พวกปั่นกระแส ว่าติดคดี ยันยังไม่ได้ชี้มูลกันแบบเป็นกันเองเลยนะ ใครที่ติดตามข่าวการเมืองไทยคงได้ยินชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มาบ้างแล้วท่านนี้โดนกระแสโจมตีหนักเรื่องคดีสองคดีใหญ่ แต่ท่านยืนยันชัดเจนว่ายังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบเท่านั้น ยังไม่มีชี้มูลความผิดใครเลย อย่าเพิ่งปั่นกระแสไปก่อนนะเพื่อนๆ

“ประเสริฐ” ขู่เอาผิดทางกฎหมาย พวกปั่นกระแส ว่าติดคดี ยันยังไม่ได้ชี้มูล

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 นายประเสริฐ ออกมาแถลงชัดๆ ว่าถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ป.ป.ช. ตรวจสอบสองกรณีหลักๆ คือ การลงนาม MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับบริษัท Prime Oppotunity Fund VCC จากสิงคโปร์ ที่มีข่าวลือเรื่องสแกนม่านตา และอีกคดีคือการใช้งบประมาณโครงการแก้ภัยแล้งปี 2568 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำ

สำหรับคดี MOU นั้น นายประเสริฐ ชี้แจงว่า ท่านไปร่วมเป็นสักขีพยานเท่านั้น ไม่ได้เซ็นอะไรเป็นพิเศษ MOU นี้ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ไม่มีสแกนม่านตา ไม่มีสิทธิพิเศษอะไรเลย มันเป็นแค่บันทึกความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่สัญญาผูกมัด ใครปั่นว่ามีการติดสินบนหรือคอร์รัปชันคือเข้าใจผิดหมด

รายละเอียดคดี MOU สแกนม่านตา ที่ถูกปั่นกระแส

  • DSI กำลังตรวจสอบ แต่ยังไม่ชี้มูล
  • นายประเสริฐ เป็นแค่สักขีพยาน
  • MOU ผ่านการอนุมัติตามขั้นตอนปกติ
  • ไม่มีเงื่อนไขพิเศษหรือสแกนม่านตา

ส่วนคดีงบภัยแล้ง ป.ป.ช. กำลังดูแผนใช้งบโครงการบริหารน้ำเพื่อรับมือภัยแล้งปี 2568 นายประเสริฐ บอกว่าไม่เคยได้รับแจ้งจาก ป.ป.ช. เลย ทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการ อย่ารีบด่วนสรุปว่าผิด

คดีงบภัยแล้ง 2568 ยังไม่สรุปผล

  • อยู่ระหว่าง ป.ป.ช. ตรวจสอบ
  • ไม่เคยแจ้งทวงถามนายประเสริฐ
  • ทุกฝ่ายควรรอผลอย่างเป็นทางการ
  • ปั่นกระแสอาจนำไปสู่การฟ้องร้อง

ที่สำคัญ นายประเสริฐ ขู่ชัดๆ ว่าถ้ามีการปั่นกระแสให้เป็นประเด็นการเมืองจนเสียหาย จะฟ้องทางกฎหมายเด็ดขาดเลยนะเพื่อนๆ ในยุคที่ข่าวปลอมหรือ fake news เต็มไปหมด เราต้องรอฟังผลจากหน่วยงานอิสระก่อน อย่าให้อคติมาบังตา การเมืองไทยมันซับซ้อนอยู่แล้ว ถ้าทุกคนใจเย็น รอความชัดเจน ก็น่าจะดีกว่า

มาดูบริบทกว้างๆ หน่อย นายประเสริฐ เป็น ส.ส.เพื่อไทยที่มีบทบาทสำคัญในสภาฯ ท่านเคยมีผลงานด้านดิจิทัลและน้ำท่วมภัยแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของไทย MOU กับสิงคโปร์นี่อาจเป็นโอกาสพัฒนาเทคโนโลยี แต่ถูกตีความเกินจริง การใช้งบภัยแล้งก็เพื่อประชาชนที่เดือดร้อนจากแล้งขาดน้ำ ถ้าผิดจริงก็สมควรโดน แต่ตอนนี้ยังไม่มีมูล อย่าปั่นให้เสียเวลา

ในมุมมองผมนะ การเมืองไทยชอบใช้คดีเป็นเครื่องมือโจมตีกัน ถ้าทุกคนยึดหลักธรรมาภิบาล รอผลตรวจสอบจริงๆ ก็น่าจะลดดราม่าได้เยอะ ลองนึกภาพถ้าคุณโดนกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน คุณจะรู้สึกยังไง? ดังนั้น“ประเสริฐ” ขู่เอาผิดทางกฎหมาย พวกปั่นกระแส ว่าติดคดี ยันยังไม่ได้ชี้มูลจึงเป็นการเตือนใจที่ดี อย่าปั่นกระแสโดยไม่มีข้อเท็จจริง

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าประเด็นนี้สอนให้เราต้องเช็คแฟคก่อนแชร์ข่าว ถ้าอยากรู้เพิ่มเติม ลองติดตามผลจาก DSI และ ป.ป.ช. ครับ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้?

ที่มา – “ประเสริฐ” ขู่เอาผิดทางกฎหมาย พวกปั่นกระแส ว่าติดคดี ยันยังไม่ได้ชี้มูล

ครบ 5 ปี เกรทวอลล์ เปิดแผนงานขายในอนาคต

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง ครบ 5 ปี เกรทวอลล์ เปิดแผนงานขายในอนาคต กันแบบชิลๆ เลยนะ ที่จริงเดือนมีนาคม 2569 นี่แหละคือคืนวันเกิดครบ 5 ปีของ Great Wall Motor (GWM) ในตลาดไทย จากวันแรกที่บุกมาพร้อมประกาศตัวเป็นผู้นำ xEV ด้วย Haval และ ORA Good Cat จนตอนนี้ถนนไทยมีรถจีนคันสวยๆ เพิ่มขึ้นเยอะมาก ต้องยอมรับเลยว่าพวกเขาทำให้ตลาดรถไฟฟ้าและไฮบริดคึกคักสุดๆ

ครบ 5 ปี เกรทวอลล์ เปิดแผนงานขายในอนาคต ขอเป็นรถจีนที่ลูกค้าไทยไว้ใจ

งาน GWM Brand Day ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ฉลองยอดขาย Tank 300 ที่แจ่ม แต่เป็นการโชว์วิสัยทัศน์อนาคตด้วย 5 ปีที่ผ่านมา GWM สร้างมาตรฐานใหม่ให้แบรนด์จีนในไทยได้ยังไงบ้าง? มาดูไฮไลต์กัน

ความสำเร็จเด่นๆ ใน 5 ปีแรก

  • ORA Good Cat: เจ้าเหมียวไฟฟ้าที่จุดกระแส EV ในไทย กลายเป็นไอคอนไปแล้ว ใครๆ ก็หลงรักทั้งดีไซน์และสมรรถนะ
  • เทคโนโลยี Hybrid & PHEV: Haval H6 และ Jolion ที่ประหยัดน้ำมัน แถมระบบความปลอดภัยล้ำๆ ครบครัน
  • โรงงานระยอง: Smart Factory ที่ผลิตส่งออกอาเซียน ไม่ใช่แค่ CKD ธรรมดา
  • G-Charge Station: เครือข่ายชาร์จที่ขยายใหญ่ ลดกังวลเรื่องแบตหมดกลางทาง

เจ๋งใช่มั้ยล่ะ? และที่เด็ดกว่านั้นคือแผนปี 2569 กำลังจะเปิดตัวรถใหม่ถึง 7 รุ่น! เริ่มจาก ORA 5 SUV ที่มาพร้อมไฮบริดและไฟฟ้าล้วน แถม WEY รุ่นแรกปีนี้ และอีก 2 รุ่นใน 2570 ขยายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ครบ 100 แห่ง WEY Exclusive Showroom ในเมืองใหญ่ๆ และบุกตลาดฟลีตสำหรับหน่วยงานรัฐ-เอกชนด้วย

สิ่งที่น่าจับตาในอนาคต

ก้าวต่อไปของ GWM มุ่ง 3 ด้านหลัก: รถรุ่นใหม่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ (อาจมีกระบะไฟฟ้า หรือ Tank รุ่นอัพ), User-Centric ด้วยแอปฟัง feedback และบริการหลังการขายดีขึ้น, Plus Sustainability สู่คาร์บอนกลางด้วยพลังงานสะอาด กWM ไม่ใช่แค่มาขายแล้วทิ้ง แต่ลงรากฐานจริงจัง แม้ตลาด EV ดุเดือด แต่เทคของพวกเขายังแกร่ง

แต่เอาเข้าจริงนะ เพื่อนๆ ที่ใช้ GWM อยู่ บอกว่ามีจุดที่ต้องปรับด้วย เช่น ระบบเมนูซับซ้อน ต้องจิ้มจอเยอะ (ปรับแอร์ กระจกมองข้างบ้างรุ่น), ซอฟต์แวร์บางทีค้าง เซนเซอร์ไวเกินเบรกเอง, ศูนย์บริการต่างจังหวัดยังน้อย อะไหล่รอนาน, ช่วงลางนุ่มไปหน่อยที่ความเร็วสูง (หลายคนอัพโช้ค), Hybrid ในเมืองติดๆ ไม่ประหยัดอย่างที่หวัง, และราคาขายต่อตกไวเพราะ price war.

โดยรวม GWM ก้าวมาไกลมาก ถ้าปรับจุดอ่อนพวกนี้ได้ ลูกค้าไทยคงไว้ใจรถจีนจากเกรทวอลล์เต็มที่แน่นอน ในมุมผมคิดว่า ครบ 5 ปี เกรทวอลล์ เปิดแผนงานขายในอนาคต นี้คือสัญญาณดี ถ้าคุณกำลังมองรถไฟฟ้า ไฮบริดราคาดี ลองไปทดลองขับที่โชว์รูมดูสิ อาจเจอคันโปรด! สนใจรุ่นไหนบ้าง คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะ

ที่มา – ครบ 5 ปี เกรทวอลล์ เปิดแผนงานขายในอนาคต ขอเป็นรถจีนที่ลูกค้าไทยไว้ใจ

วัตฟอร์ด หญิง กลับวิคาราจโรด ลุ้นแชมป์

วัตฟอร์ด หญิง กลับวิคาราจโรด ลุ้นแชมป์ หลังจากชัยชนะท่วมท้น 14-0 ทำให้ทีมอยู่ในตำแหน่งหัวตารางเพื่อเลื่อนชั้นสู่ WSL 2

ทีมฟุตบอลหญิงวัตฟอร์ดกำลังสร้างความฮือฮาใน Women’s National League Southern Premier ด้วยผลงานสุดยอด โดยพวกเธอเพิ่งถล่ม Billericay Town ด้วยสกอร์ 14-0 ในนัดเยือนเอสเซกซ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Madison Perry ระเบิดฟอร์มด้วยประตู 5 ลูก Coral Haines แฮตทริก และผู้เล่นคนอื่นๆ อย่าง Megan Chandler (2 ประตู) Poppy Wilson Annie Rossiter Flo Fyfe และ Lucy Lyon ที่ปิดท้ายด้วยการเตะโด่งเหนือหัวสุดสวย

วัตฟอร์ด หญิง กลับวิคาราจโรด ลุ้นแชมป์ สองนัดสุดท้าย

ตอนนี้ วัตฟอร์ด หญิง นำเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนนนำ 1 แต้ม เหลือ 5 นัด และมีแมตช์แข่งตกค้างเหนือ Plymouth Argyle ทีมอันดับสอง แม้จะเหลือเกมเหย้าสองนัด แต่ทั้งหมดจะจัดที่สนามวิคาราจโรด สนามประจำของ Watford FC พวกเธอจะรับมือ Exeter City ในวันที่ 29 มีนาคม และ AFC Bournemouth ในวันที่ 26 เมษายน

ฤดูกาลที่แล้ว Renee Hector กุนซือของทีม ดึงดูดแฟนบอลกว่า 2,000 คนมาร่วมเชียร์นัดสำคัญกับ Plymouth และฤดูกาลนี้หวังทำลายสถิติ Helen Ward หัวหน้าฟุตบอลหญิงของสโมสรกล่าวว่า “เราตื่นเต้นมากที่จะกลับมาที่เดอะวิคสำหรับสองนัดใหญ่เหล่านี้ สถิติผู้ชมสูงสุดจากฤดูกาลที่แล้วเป็นเป้าหมายของเราในช่วงลุ้นเลื่อนชั้นสุดท้าย”

ทำไม วัตฟอร์ด หญิง กลับวิคาราจโรด ลุ้นแชมป์ ถึงสำคัญ

การกลับมาที่วิคาราจโรดไม่ใช่แค่เรื่องสนาม แต่เป็นการจุดประกายกระแสฟุตบอลหญิงในอังกฤษ สนามขนาดใหญ่แห่งนี้จะช่วยเพิ่มแรงเชียร์และโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ เพียงแชมป์เท่านั้นที่จะเลื่อนชั้นสู่ลีกรอง WSL สำหรับฤดูกาล 2026-27 ทำให้ทุกนัดเหลือความหมายสูงสุด

  • Madison Perry: ดาวยิง 5 ประตู สร้างความมั่นใจให้ทีม
  • Coral Haines: แฮตทริก ผู้เล่นกำลังร้อนแรง
  • Lucy Lyon: โกลสวยงาม overhead kick ที่แฟนๆ พูดถึง
  • นัดเหย้า: Exeter City (29 มี.ค.) และ Bournemouth (26 เม.ย.)

ฟอร์มการเล่นของวัตฟอร์ด หญิง ในฤดูกาลนี้โดดเด่นด้วยเกมรุกที่ดุดันและเกมรับที่เหนียวแน่น การถล่ม 14-0 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่พร้อมลุ้นแชมป์ แฟนบอลวัตฟอร์ดเตรียมตัวให้พร้อม เพราะสองนัดที่วิคาราจโรดอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

นอกจากนี้ Ben Haines Ellen White และ Jen Beattie กลับมาพร้อมพอดแคสต์ Women’s Football Weekly ทุกวันอังคารบน BBC Sounds พร้อมสัมภาษณ์และคอนเทนต์พิเศษจาก Women’s Super League

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: ฟุตบอล | ฟุตบอลหญิง

ติดตามการแข่งขัน วัตฟอร์ด หญิง กลับวิคาราจโรด ลุ้นแชมป์ และข่าวฟุตบอลหญิงล่าสุดได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกโมเมนต์สำคัญ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ราคาทองวันนี้ 9/3/69 ปิดตลาด ผันผวน 36 ครั้ง

อัปเดตราคาทองวันนี้ 9/3/69ล่าสุด! สถานการณ์ตลาดทองคำในประเทศวุ่นวายไม่น้อย หลังสมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาถึง 36 ครั้งตลอดวัน ตั้งแต่เปิดตลาดยันปิด โดยทองรูปพรรณขายออกบาทละ 78,300 บาท รับซื้อ 75,754.52 บาท ส่วนทองคำแท่งรับซื้อ 77,300 บาท ขายออก 77,500 บาท นักลงทุนหลายคนคงลุ้นกันตัวโก่งเพราะความผันผวนสูงขนาดนี้

ราคาทองวันนี้ 9/3/69

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ราคาทองเริ่มวันด้วยการปรับลดครั้งใหญ่ 850 บาท เวลา 09.03 น. ก่อนจะเด้งขึ้นลงแบบไม่หยุดหย่อน ด้วยการปรับ +/-100 บาท สลับกันไปมาเกือบทั้งวัน สะท้อนถึงแรงซื้อขายที่ดุเดือด นี่คือรายละเอียดทุกครั้ง:

  • ครั้งที่ 1: 09.03 น. ปรับลด 850 บาท
  • ครั้งที่ 2: 09.08 น. ปรับขึ้น 200 บาท
  • ครั้งที่ 3: 09.10 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 4: 09.12 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 5: 09.21 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 6: 09.48 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 7: 10.02 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 8: 10.28 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 9: 10.35 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 10: 11.11 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 11: 11.54 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 12: 12.05 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 13: 12.20 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 14: 12.38 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 15: 12.44 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 16: 12.48 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 17: 12.50 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 18: 12.52 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 19: 12.55 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 20: 13.08 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 21: 13.40 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 22: 13.44 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 23: 14.01 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 24: 14.19 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 25: 14.41 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 26: 15.02 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 27: 15.46 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 28: 15.50 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 29: 16.11 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 30: 16.22 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 31: 16.34 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 32: 16.40 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 33: 16.42 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 34: 16.45 น. ปรับลด 100 บาท
  • ครั้งที่ 35: 17.09 น. ปรับขึ้น 100 บาท
  • ครั้งที่ 36: 17.23 น. ปรับลด 100 บาท

ราคาปิดตลาด ราคาทองวันนี้ 9/3/69

สรุปราคาสิ้นวัน ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 77,300 บาท ขายออกบาทละ 77,500 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 75,754.52 บาท ขายออกบาทละ 78,300 บาท ความผันผวนระดับนี้เกิดจากปัจจัยภายนอกหลายอย่าง เช่น การเคลื่อนไหวของราคาทองโลกที่ผันผวนตามดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ข่าวอัตราดอกเบี้ย Fed และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน นักลงทุนทองคำในไทยจึงต้องจับตาใกล้ชิด

สาเหตุความผันผวนของราคาทองวันนี้ 9/3/69

ราคาทองปรับบ่อยขนาด 36 ครั้ง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ปัจจัยหลักมาจากตลาดโลกที่ทองคำ spot ลอนดอนปรับตัวตามข่าวการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงเล็กน้อย ทำให้ราคานำเข้าทองแพงขึ้น นอกจากนี้ นักเก็งกำไรในประเทศก็เข้ามามีส่วน สร้างแรงซื้อขายสลับกัน อ้างอิงจากเว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ซึ่งรายงานแบบเรียลไทม์

เทียบกับวันก่อนหน้า ราคาทองวันนี้ 9/3/69 สูงขึ้นเล็กน้อยจากจุดต่ำสุด แต่ปิดไม่สูงเท่าที่คาด ใครที่ถือทองไว้ วันนี้อาจยังกำไรได้ถ้าขายทองรูปพรรณ แต่ถ้าซื้อใหม่ แนะนำรอสัญญาณชัดเจนกว่านี้

เคล็ดลับลงทุนทองคำในวันที่ผันผวน

1. ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกทุกวัน
2. อย่าซื้อตอนราคาพุ่งสูง ควรรอ pullback
3. แบ่งเงินลงทุน อย่าทุ่มหมด
4. เลือกซื้อจากร้านสมาชิกสมาคมค้าทองคำเพื่อความมั่นใจ
สำหรับมือใหม่ การลงทุนทองคำเป็นทางเลือกปลอดภัยในยามเงินเฟ้อ แต่ต้องมีวินัยนะครับ

วันนี้ราคาทองวันนี้ 9/3/69 สอนให้เห็นว่าตลาดทองไม่เคยนิ่ง แนะนำนักลงทุนติดตามอัปเดตประจำวัน และวางแผนการเงินให้ดี อย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์ สมัครรับแจ้งเตือนราคาทองฟรีได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว!

ที่มา – ราคาทองวันนี้ 9/3/69 ปิดตลาด ผันผวน 36 ครั้ง “ทองรูปพรรณ” ขายออก 78,300 บาท

ราคาน้ำมันวันนี้ 9 มีนาคม 2569 เช็กราคาล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาเช็ค ราคาน้ำมันวันนี้ 9 มีนาคม 2569 กันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ! หลายคนคงกำลังมองหาข้อมูลอัปเดตราคาน้ำมันล่าสุดจากปั๊มใหญ่ๆ อย่าง ปตท. บางจาก พีที คาลเท็กซ์ และเชลล์ ว่าวันนี้กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือดีเซล ลิตรละกี่บาทบ้าง โดยเฉพาะในวันที่ราคาน้ำมันผันผวนจากราคาน้ำมันดิบโลก สถานการณ์โลก และค่าเงินบาท เพื่อนๆ ที่กำลังจะเติมรถหรือวางแผนค่าใช้จ่าย สามารถเช็คได้ที่นี่เลยครับ เรารวบรวมมาอย่างละเอียดจากเว็บไซต์官方ของแต่ละบริษัท

ราคาน้ำมันวันนี้ 9 มีนาคม 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด ล่าสุดลิตรละกี่บาท

เริ่มจากปั๊ม บางจาก ก่อนเลยครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในปั๊มยอดนิยม ราคาวันนี้ยังคงนิ่งสนิทในส่วนมาตรฐาน แต่ของพรีเมียมยังคงสูงตามสไตล์

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 45.64 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 29.94 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97: 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO: 26.29 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO: 28.34 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV: 30.18 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO: 30.55 บาท/ลิตร

เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 9 มีนาคม 2569 ที่ปั๊มปตท.

ต่อมาปั๊ม ปตท. ซึ่งมีตัวเลือกซูเปอร์พาวเวอร์ให้คนรักเครื่องยนต์แรงๆ ราคาดีเซลและแก๊สโซฮอล์มาตรฐานใกล้เคียงกับบางจากครับ

  • ดีเซล: 29.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85: 26.29 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 28.34 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 30.18 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 30.55 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 39.14 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล: 43.44 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 40.04 บาท/ลิตร

ปั๊ม เชลล์ เน้นฟิวเซฟและวี-เพาเวอร์ คุณภาพดีแต่ราคาพรีเมียมแซงหน้าคนอื่น

ราคาน้ำมันปั๊มเชลล์ วันนี้

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 29.44 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 31.28 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 31.85 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 29.94 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร

ปั๊ม พีที ราคาใกล้เคียงมาตรฐานทั่วไป เหมาะสำหรับคนขับรถทั่วไป

  • ดีเซล: 29.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 30.55 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 30.18 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 39.64 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 28.34 บาท/ลิตร

ปั๊ม คาลเท็กซ์ มีเทครอนเพิ่มประสิทธิภาพ

  • โกลด์ 95 เทครอน: 49.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 30.55 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 30.18 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 28.34 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 29.94 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 45.64 บาท/ลิตร

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคากลาง ไม่รวมภาษีท้องถิ่น ซึ่งอาจต่างกันตามพื้นที่ครับ

สรุป ราคาน้ำมันวันนี้ 9 มีนาคม 2569 ดีเซลและแก๊สโซฮอล์มาตรฐานทุกปั๊มใกล้เคียงกันที่ 29-30 บาท/ลิตร ส่วนพรีเมียม 40+ บาท เหตุผลที่ราคานิ่งเพราะน้ำมันดิบโลกปรับตัวลง แต่ต้องจับตาสงครามการค้าและ OPEC ต่อไป

เคล็ดลับประหยัด: ถ้ารถรองรับ ลองใช้ E20 หรือ E85 ถูกกว่ามาก และช่วยลดภาษีด้วยครับ! ผมแนะนำเช็ครถคู่มือก่อนเปลี่ยน

ความเห็นส่วนตัว: ราคาลดลงแบบนี้ดีมาก หวังว่ารัฐจะไม่ปรับภาษีเพิ่มนะครับ เพื่อนๆ ลองไปเติมแล้วมาบอกผลกันในคอมเมนต์!

อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และกดติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตราคาน้ำมันวันต่อวันนะครับ สะดวกมาก!

ที่มา – ราคาน้ำมันวันนี้ 9 มีนาคม 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด ล่าสุดลิตรละกี่บาท

กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ถกหาแหล่งใหม่

สวัสดีครับทุกท่านที่ชื่นชอบการเดินทางทางอากาศ สถานการณ์การบินไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ เมื่อ กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนักมาก วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดว่ากพท. หรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กำลังทำอะไรบ้างเพื่อรับมือวิกฤตนี้ โดยเฉพาะการถกกับสายการบินเพื่อหาแหล่งซื้อน้ำมันใหม่ และเตรียมชงกระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิต มาดูกันว่ามันจะช่วยลดภาระผู้โดยสารได้แค่ไหน

กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง อย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการกพท. ได้ออกมาเปิดเผยว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางบินบางโซน โดยเฉพาะเส้นทางที่ผ่านห้วงอากาศดังกล่าว ทำให้สายการบินต้องปรับแผน ลดเที่ยวบิน หรือเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่ เช่น เพิ่มเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปจุดหมายอื่นๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสท่ามกลางวิกฤต

แม้เที่ยวบินบางเส้นจะลดลงจากเหตุความปลอดภัย แต่ตลาดโดยรวมยังคึกคัก โดยเฉพาะตารางการบินฤดูร้อน (Summer Slot) คาดขยายตัว 5-8% จากปีก่อน โดยตลาดจีนและอินเดียกลับมาอย่างคึกคัก สนามบินสุวรรณภูมิแทบจะไม่มีช่วงโล่งตลอด 24 ชั่วโมง เพราะไทยถูกมองว่าเป็นจุดปลอดภัยเมื่อเทียบกับพื้นที่ขัดแย้ง

ผลกระทบรุนแรงจากราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่ง 3 เท่า

จุดสำคัญคือราคาน้ำมันอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 3 เท่า จากเดิม 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระโดดไปกว่า 200 ดอลลาร์ ส่งผลให้ต้นทุนสายการบินแพงขึ้นมหาศาล กพท. จึงเร่งกำกับไม่ให้ผู้จำหน่ายน้ำมันฉวยโอกาสขึ้นราคาจากสต็อกเก่า และเตรียมมาตรการช่วยเหลือ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

  • ถกกับสายการบิน: นัดหารือเพื่อหาแหล่งซื้อน้ำมันเครื่องบินใหม่ ลดการพึ่งพาแหล่งเดิมที่เสี่ยงจากสงคราม
  • ชงกระทรวงการคลัง: เสนอลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อช่วยพยุงต้นทุน
  • ประสาน ทอท. (AOT): ขอความร่วมมือลดค่าบริการสนามบิน ช่วยให้ราคาตั๋วไม่พุ่งสูงกระทบประชาชน

สำหรับค่าโดยสาร กพท. ยืนยันว่ายังอยู่ภายใต้เพดานที่กำหนด หากเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิกจากเหตุไม่สงบ สายการบินต้องดูแลผู้โดยสารตามประกาศ กพท.101 เช่น จัดที่พักหรือชดเชย โดยครอบคลุมทั้งสายการบินไทยและต่างชาติ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องการแค่อยากกลับบ้านไวๆ มากกว่าเงินชดเชย

แม้จะมีปัจจัยลบ แต่ระบบการบินไทยยังแข็งแกร่ง สามารถรองรับการเติบโตได้ ไทยกลายเป็นฮับสำคัญในเอเชีย เพราะนักท่องเที่ยวเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หันมาไทยแทน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ขยายความกันหน่อย สงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ (เช่น ความตึงเครียดอิสราเอล-ฮามาส หรืออิหร่าน) ทำให้ห้วงอากาศบางแห่งปิด สายการบินต้องอ้อมไกลขึ้น เติมน้ำมันบ่อยขึ้น ต้นทุนพุ่งตาม ราคาน้ำมันโลกผันผวนเพราะตะวันออกกลางเป็นผู้ผลิตหลัก หากยืดเยื้อ อาจกระทบทั่วโลก แต่ไทยมีข้อได้เปรียบเพราะเป็นจุดแวะสำคัญ

ในมุมผู้โดยสารอย่างเราๆ ควรติดตามประกาศจากกพท. และสายการบินที่ใช้บ่อยๆ ซื้อประกันการเดินทางเพิ่ม และเลือกเส้นทางที่เสี่ยงน้อย หากราคาตั๋วขึ้นจริง อาจต้องวางแผนเที่ยวในประเทศหรือเอเชียใกล้ๆ ไปก่อน

สรุปแล้ว กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ด้วยมาตรการเชิงรุกที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะถกหาแหล่งซื้อใหม่หรือลดภาษี เป็นสัญญาณดีว่าการบินไทยจะไม่สะดุดง่ายๆ ในฐานะนักเดินทาง ผมมองว่านี่คือโอกาสให้ไทยยกระดับเป็นฮับการบินชั้นนำเอเชีย ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากเราได้เลยนะครับ หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ถกสายการบินหาแหล่งซื้อใหม่ จ่อชงคลังลดภาษีสรรพสามิต