วัน: 10 มีนาคม 2026

เทียบความแข็งแกร่งแบรนด์ EV จีนในไทย ค่ายไหนเบอร์ 1?

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวรถ EV ทุกคน! ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังมาแรงมากในไทย โดยเฉพาะแบรนด์จากจีนที่บุกตลาดแบบถล่มทลาย วันนี้เราจะมาเทียบความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า EV จีนในไทยกันแบบชัดๆ ว่าค่ายไหนคือเบอร์หนึ่งในปี 2026? จากยอดขาย ส่วนแบ่งตลาด เครือข่ายบริการ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และความเชื่อมั่นของลูกค้า BYD ยังคงครองบัลลังก์ แต่ MG, GWM, Changan และค่ายอื่นๆ ก็ไม่ยอมแพ้ มาดูกันเลยครับ!

รถยนต์ไฟฟ้า EV จีน BYD ในไทย

เทียบความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า EV จีนในไทย: BYD ครองอันดับ 1

อันดับ 1 ต้องยกให้ BYD เลยครับ ค่ายนี้แข็งแกร่งแบบไร้ข้อกังขา! ยอดขายปี 2025 พุ่งทะยาน โดยเฉพาะรุ่น Dolphin และ Atto 3 ที่ติด Top 5 รถ BEV ในไทยต่อเนื่อง มีโรงงานผลิตที่ระยองตั้งแต่ปี 2024 ช่วยลดต้นทุนภาษีและอะไหล่ แบตเตอรี่ Blade Battery ปลอดภัย ทนทาน ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นสุดๆ เครือข่ายศูนย์บริการกว้างขวางผ่าน Rever Automotive ขยายตัวเร็วมาก เพื่อนๆ ที่ซื้อ BYD บอกว่าหายห่วงเรื่องหลังการขายเลย

จุดเด่น BYD ในตลาด EV จีนไทย

  • ยอดขายและส่วนแบ่ง: เกือบ 40% ของตลาด BEV
  • เทคโนโลยี: Blade Battery มาตรฐานทอง
  • บริการ: ศูนย์บริการครอบคลุมทั่วไทย
BYD Dolphin Atto 3

MG: ผู้บุกเบิกขวัญใจมวลชน

อันดับ 2 MG ค่ายนี้คนไทยรู้จักดีที่สุด! เข้ามาก่อนใคร มีรถหลากหลายจากราคาถูกอย่าง EP/ES ไปจนสปอร์ต Cyberster และตู้ไฟฟ้าหรู เครือข่ายศูนย์บริการเยอะมาก (รวมรถน้ำมันด้วย) บริการหลังการขายอุ่นใจสุด รุ่น MG4 Electric ขับสนุก ช่วงล่างดีเยี่ยม คุ้มค่ากว่าใครในราคาเดียวกัน

GWM: เจ้าแห่งนวัตกรรมไลฟ์สไตล์

GWM (Great Wall Motor) เน้นดีไซน์ทันสมัย รุ่น ORA Good Cat ไอคอน EV น่ารัก แบรนด์ TANK ลุยเดือด WEY MPV หรูได้รางวัลสากล แอป Super App ใช้งานสะดวก Community แข็งแรงมาก

GWM ORA Good Cat

ผู้ท้าชิง Changan, GAC Aion และ Chery

Changan มาแรง Deepal S07/L07 และ NEVO เป้า Top 3 โรงงานระยองใหญ่โต GAC Aion เก่งรถใช้งาน Taxi/Fleet พื้นที่กว้าง Aion Y Plus คุ้มสุด

Chery กำลังพิสูจน์ตัวเอง Omoda E5, Jaecoo V23 ได้ Car of the Year 2026 โรงงานระยองใกล้เริ่ม ศูนย์บริการ 30+ แห่ง Warranty ยาว 7-8 ปี แต่ยังต้องพิสูจน์ระยะยาวเรื่องราคาขายต่อและซอฟต์แวร์

สรุปการเทียบความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า EV จีนในไทย

  • ยอดขาย: BYD เบอร์ 1
  • บริการ: MG ดีสุด
  • ดีไซน์: GWM โดดเด่น
  • เทคโนโลยี: Changan/XPENG ล้ำ
  • พื้นที่: GAC Aion กว้าง
เปรียบเทียบ EV จีน

โดยรวม เทียบความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า EV จีนในไทย แล้ว BYD ยังเหนือชั้น แต่ตลาดแข่งดุเดือด MG สูสีเรื่องบริการ GWM-Changan มาแรงนวัตกรรม ถ้าคุณกำลังมองหารถ EV จีน ลองทดลองขับแต่ละค่ายดูครับ รับรองเจอคู่ใจ! Comment ด้านล่างว่าคุณเชียร์ค่ายไหน แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ นะ

ที่มา – เทียบความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จีนในประเทศไทย ค่ายไหนคือเบอร์หนึ่ง?

โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทยมาอัปเดตกันครับ ล่าสุดมีกระแสข่าวเรื่องการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่าครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นพรรคเพื่อไทยที่ยังยืนยันส่งชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค แม้ว่าจะมีประเด็นคดีสแกนม่านตาที่ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบ ซึ่งมีคนในพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ร้องเรียนผ่านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ตาม

โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น

ในประเด็นนี้ โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น อย่างชัดเจนครับ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 ว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือก้าวล่วงการตัดสินใจของพรรคการเมืองอื่นๆ เลย และที่สำคัญตอนนี้ยังไม่มีพรรคใดเสนอชื่อผู้สมควรได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ เป็นการแสดงถึงความเคารพซึ่งกันและกันในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล

โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น: รายละเอียดที่ควรรู้

มาดูกันครับว่าประเด็นนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 กระแสข่าวการจัดสรรตำแหน่งในครม.ชุดใหม่กำลังร้อนแรง โดยพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นหัวหอกรัฐบาล มีการประชุมแกนนำเพื่อยืนยันสัดส่วนเดิม โดยยังคงชิงชื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.ท้องถิ่นชื่อดังที่เคยมีบทบาทสำคัญในพรรค แม้จะมีความเสี่ยงจากคดีที่ ป.ป.ช. กำลังสอบสวนเรื่องการสแกนม่านตา ซึ่งเชื่อมโยงกับการทุจริตเลือกตั้งหรือการโกงระบบลงคะแนนในบางพื้นที่

คดีนี้ถูกเปิดโปงโดยบุคคลในพรรคภูมิใจไทยที่ส่งข้อมูลไปยังกระทรวงดีอี เพื่อให้ตรวจสอบระบบดิจิทัล ทำให้เกิดคำถามว่าชื่อนี้จะผ่านเกณฑ์หรือไม่ แต่ทางโฆษกพรรคภูมิใจไทยก็ชัดเจนว่า โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นหลักการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล

  • พรรคภูมิใจไทยไม่เข้าไปแทรกแซงการเสนอชื่อของเพื่อไทย
  • ยังไม่มีชื่อรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการจากพรรคใด
  • คดีสแกนม่านตาของนายประเสริฐยังอยู่ในชั้นสอบสวน ป.ป.ช.
  • แสดงถึงความโปร่งใสและเคารพซึ่งกันในวงการเมือง

บริบทการเมืองตอนนี้ พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทิน ชาญสมรรณ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี กำลังเตรียมครม.ชุดใหม่หลังการเลือกตั้งส.ส.ท้องถิ่นและการปรับโครงสร้างรัฐบาล การชิงสัดส่วนตำแหน่งจึงเป็นเกมเช็คเมทที่ทุกพรรคต้องระวัง โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมที่ ป.ป.ช. เข้มงวดมากขึ้น สแกนม่านตาเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ยืนยันตัวตนในการเลือกตั้ง แต่กลับถูกใช้ในทางมิชอบ จนกลายเป็นคดีร้อน

หลายคนวิเคราะห์ว่าการยืนยันชื่อนายประเสริฐ แสดงถึงความมั่นใจของเพื่อไทยในหลักฐานและพยาน แต่ก็อาจเสี่ยงถ้าป.ป.ช.มีมติเด็ดขาด ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเลือกท่าทีเป็นกลาง ไม่แสดงท่าทีคัดค้าน เพื่อรักษาความสัมพันธ์พรรคร่วม

จากมุมมองของผม การที่ โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น เป็นสัญญาณดีของการเมืองไทยที่กำลังโตขึ้น ทุกพรรคเริ่มเรียนรู้ที่จะทำงานเป็นทีม แทนการโจมตีกันเอง สุดท้ายแล้วประชาชนอย่างเราก็อยากเห็นครม.ที่เข้มแข็ง โปร่งใส เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ที่รอคอยมานาน

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้ล่ะครับ? คิดว่านายประเสริฐจะได้เป็น รมต.จริงไหม หรือพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนใจ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่นชงชื่อ รมต. ชี้ยังไม่มีเสนอชื่อรัฐมนตรี

ทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านหนัก 20 เท่า ช่องแคบฮอร์มุซ

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่อ ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่าน “หนักขึ้น 20 เท่า” หากขวางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คำขู่ครั้งนี้จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้สถานการณ์ยิ่งเข้มข้นขึ้นทันที เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก

ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่าน “หนักขึ้น 20 เท่า” หากขวางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ออกคำเตือนรุนแรงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยบอกว่าหากอิหร่านกล้าปิดหรือขัดขวางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐจะตอบโต้ด้วยการโจมตีที่รุนแรงกว่าครั้งก่อน 20 เท่า เป้าหมายจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำลายง่ายและฟื้นฟูยาก ทรัมป์ยังใช้คำพูดดุเดือดว่า “ความตาย ไฟ และความพิโรธจะถาโถมใส่พวกเขา” แต่ก็หวังว่าสถานการณ์จะไม่บานปลาย

ก่อนหน้านี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านแถลงว่า ประเทศอาหรับหรือยุโรปที่ขับไล่ทูตอิสราเอลและสหรัฐ จะได้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรีตั้งแต่วันอังคาร เป็นต้นไป คำขู่ตอบโต้ที่ชัดเจน

ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาว 33 กม. กว้างสุด 96 กม. เป็นทางออกสู่ทะเลอาหรับจากอ่าวเปอร์เซีย ผ่านที่นี่มีน้ำมันดิบราว 20-21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 1 ใน 5 ของการค้าน้ำมันโลก นอกจากนี้ยังมีก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 20% ของโลก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย พึ่งพาเป็นหลัก หากปิด ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ง่ายๆ

  • ผลกระทบหลัก: ราคาพลังงานโลกพุ่งสูง ส่งผลต่อเงินเฟ้อทั่วโลก
  • เศรษฐกิจเอเชียชะงัก โดยเฉพาะจีนที่นำเข้าน้ำมัน 10 ล้านบาร์เรล/วัน
  • การเดินเรือหยุดชะงักตั้งแต่สงครามเริ่ม ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานพังทลาย
  • ไทยเองก็กระทบ เพราะนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซีย

ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่าน “หนักขึ้น 20 เท่า” หลังจากอะไร?

คำขู่ของทรัมป์มาหลังจากอิหร่านแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐและอิสราเอล ท่ามกลางสงครามที่กำลังลุกลาม สหรัฐมองว่าการป้องกันช่องแคบฮอร์มุซเป็นหน้าที่สำคัญ เพื่อความมั่นคงพลังงานโลก นักวิเคราะห์ชี้ว่าครั้งนี้ทรัมป์เล่นเกมจิตวิทยา เพื่อกดดันอิหร่านไม่ให้ปิดช่องแคบ แต่หากเกิดขึ้นจริง อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ

ประวัติศาสตร์เคยเกิดเหตุคล้ายๆ กัน ในปี 1980s สงครามเรือน้ำมัน (Tanker War) ทำให้เรือถูกโจมตีบ่อยครั้ง สหรัฐต้องส่งกองเรือคุ้มครอง ปัจจุบัน สหรัฐมีเรือบรรทุกเครื่องบินและกองเรือในพื้นที่พร้อมรบ

ด้านอิหร่านมีขีดความสามารถด้วยขีปนาวุธ โดรน และเรือเร็วจำนวนมาก IRGC คุยว่าสามารถปิดช่องแคบได้ในชั่วโมงเดียว แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอิหร่านรู้ผลเสียของตัวเอง เพราะรายได้จากน้ำมัน 80% มาจากการส่งออกผ่านช่องแคบนี้

สถานการณ์ล่าสุด การโจมตีระหว่างอิสราเอล-อิหร่านทำให้การขนส่งชะงักงัน สหรัฐประกาศเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาคเพื่อป้องกัน

จากมุมมองของเรา สถานการณ์นี้เน้นย้ำความเปราะบางของโลกที่พึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลาง หากทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่าน “หนักขึ้น 20 เท่า” หากขวางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จริง อาจเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจโลก ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมรับมือราคาน้ำมันแพง คำแนะนำคือกระจายแหล่งนำเข้าและลงทุนพลังงานทดแทน

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่าน “หนักขึ้น 20 เท่า” หากขวางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ

น้ำตาท่วม สลายร่าง อดีตพระยันตระ สำนักป่าสุญญตาราม

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2568 ที่สำนักป่าสุญญตาราม ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความอาลัยอาวรณ์ให้กับพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ นั่นคือ น้ำตาท่วม สลายร่าง “อดีตพระยันตระ” สำนักป่าสุญญตาราม โดยมีพระพรหมวชิรมงคล เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสราชวรวิหาร เป็นประธานในพิธีประชุมเพลิงสลายสรีระสังขารของท่านอดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ (วินัย ละอองสุวรรณ) พุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ทั้งชาวไทยและต่างชาติหลายพันคนมาร่วมพิธีด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเคารพและสำนึกในพระคุณ

สลายร่าง อดีตพระยันตระ สำนักป่าสุญญตาราม

พิธีในครั้งนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า น้ำตาคลอเบ้าจากทุกคนที่มาร่วม บรรยากาศเงียบสงบแต่เปี่ยมด้วยพลังแห่งธรรมะ พระภิกษุ สามเณร แม่ชี และญาติโยมต่างสวดมนต์ ทำวัตรเช้า กับส่งสรีระของท่านให้กลายเป็นเถ้าธุลี สลายไปตามกฎแห่งอนิจจัง สักการะพระคุณของพระอาจารย์ยันตระที่ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา

ประวัติชีวิตก่อนสลายร่าง อดีตพระยันตระ

พระอาจารย์ยันตระ หรือนายวินัย ละอองสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2494 ที่บ้านต้นหาด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เป็นบุตรคนเล็กในครอบครัวพ่อรุ่งและแม่ถนอม มีพี่น้อง 8 คน ครอบครัวของท่านยึดมั่นในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทำให้เด็กชายวินัยเติบโตมาท่ามกลางวิถีชีวิตแบบพุทธแท้ๆ ติดตามพ่อแม่ทำบุญที่วัดเป็นประจำ มีจิตใจเมตตา รักเพื่อนฝูง

ด้านการศึกษา ท่านจบประถมจากโรงเรียนเทศบาล 1 ปากพนัง มัธยมต้นจากโรงเรียนปากพนัง ต่อด้วยมัธยมปลายในกรุงเทพฯ เคยสอบเตรียมทหารแต่ไม่ผ่าน จึงหันไปเรียนวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ สาขาบริหารโรงแรมและท่องเที่ยว จบแล้วทำงานที่โรงแรมดุสิตธานีระยะหนึ่ง

แต่ชีวิตทางโลกไม่ตอบโจทย์ จนท่านเห็นความไม่ยุติธรรมและความไม่เที่ยงของโลกีย์ จึงหันมาศึกษาปรัชญา ศาสนา ฝึกจิตจนพบแสงสว่าง ละเพศคฤหัสถ์ กลายเป็นโยคี นุ่งขาวห่มขาว ถือพรหมจรรย์ ฝึกกรรมฐาน 40 จาริกแสวงที่สัปปายะ ศึกษากับครูบาอาจารย์ดังๆ

  • หลวงปู่สุข วัดรามประดิษฐ์
  • พระครูสุธรรมสมาจาร (พ่อท่านเชื่อง)
  • ท่านพุทธทาสภิกขุ
  • หลวงปู่ขาว
  • หลวงปู่ชอบ
  • หลวงปู่ผาง
  • หลวงปู่ดุลย์

ท่านอยู่ในเพศโยคีเกือบ 4 ปี (2514-2516) ก่อนบวชเป็นพระภิกษุ พ.ศ. 2517 ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 วันวิสาขบูชา ที่วัดรัตนาราม บางบ่อ ปากพนัง โดยมีพระครูสถิตศรีราจารเป็นอุปัชฌาย์

ตลอด 22 พรรษา ท่านจำพรรษาในถ้ำ ป่า เขา เรือนว่าง ออกจาริกแสดงธรรมทั่วไทยและต่างประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกา มองโกเลีย เวียดนาม อินเดีย เนปาล ปี 2531 ไปโปรดพี่สาวที่แคลิฟอร์เนีย ปี 2540 ได้สถานะผู้ลี้ภัยและพลเมืองสหรัฐ 2566 กลับไทยฉลอง 72 ปี ที่สุญญตารามและปากพนัง ปลาย 2567 ไปมองโกเลีย-เวียดนาม 2568 ไปอินเดีย-เนปาล กราบสังเวชนียสถาน

วันที่ 5 มี.ค. 2568 กลับไทย ก่อนละสังขารวันที่ 9 มี.ค. 2568 อย่างสงบ สิริอายุ 73 ปี 4 เดือน 8 วัน สลายร่าง อดีตพระยันตระ สำนักป่าสุญญตาราม จึงเป็นเหตุการณ์ที่ตอกย้ำหลักอนิจจัง สร้างบุญกุศลมหาศาลให้ผู้มาร่วม

พระคุณของท่านจะอยู่ในใจศิษย์ตลอดไป แม้ร่างกายสลาย แต่ธรรมะที่ท่านสอนยังคงอยู่ หากคุณสนใจศึกษาธรรมะเพิ่มเติม ลองแวะมาสำนักป่าสุญญตาราม หรือติดตามเรื่องราวพระสงฆ์ผู้ทรงคุณค่าในบล็อกของเราเพื่อรับแรงบันดาลใจในการปฏิบัติธรรม

ที่มา – น้ำตาท่วม สลายร่าง “อดีตพระยันตระ” สำนักป่าสุญญตาราม พุทธศาสนิกชนหลายพันคนร่วมพิธี

ข้อเสนอผู้กำกับดูแลทำให้ความหลากหลายตกสำรอง

หัวหน้า Kick It Out องค์กรต่อต้านการเลือกปฏิบัติ ระบุว่าข้อเสนอเบื้องต้นของผู้กำกับดูแลฟุตบอลอังกฤษอิสระ “ทำให้ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการรวมกลุ่มตกสำรอง”

ผู้กำกับดูแลสำหรับลีกชั้นนำ 5 ด่านของฟุตบอลชายกำลังร่างกฎบัตรการกำกับดูแลใหม่ โดยสโมสรต้องแสดงให้เห็นว่าทำอะไรบ้างเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนตัวแทนจากกลุ่มชนกลุ่มน้อย เพื่อให้ได้ใบอนุญาต

ในจดหมายที่ส่งถึงผู้กำกับดูแลฟุตบอลอิสระ (IFR) ระหว่างกระบวนการปรึกษาหารือ ซึ่ง BBC Sport ได้รับมา Kick It Out กล่าวหาว่า ข้อเสนอผู้กำกับดูแลทำให้ความหลากหลายตกสำรอง และ “ไม่เพียงพอ”

“มันไม่ไปไกลพอในการแก้ปัญหายากลำบากที่ฟุตบอลกำลังเผชิญ” Samuel Okafor ซีอีโอ Kick It Out กล่าว

“เราบอกผู้กำกับดูแลชัดเจนเกี่ยวกับช่องว่างที่มีอยู่ และช่องว่างนั้นมีขนาดใหญ่”

“เรากังวลมากที่ข้อเสนอแรกนี้ โดยสรุปแล้ว ทำให้ EDI (ความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการรวมกลุ่ม) ตกสำรอง และรักษาสถานะเดิมไว้”

“สำคัญมากที่ผู้กำกับดูแลใช้พลังอำนาจที่มีเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนต้องการเห็น”

ในบรรดาคำแนะนำหลายข้อ Kick It Out ต้องการให้สโมสรเผยแพร่ข้อมูลความหลากหลายของพนักงานประจำปี และทุกสโมสรต้องมีผู้รับผิดชอบระดับบอร์ดสำหรับ EDI

เดือนที่แล้ว ตำรวจยืนยันว่ากำลังสอบสวนหลังจากนักเตะพรีเมียร์ลีก 4 คนถูกเหยียดเชื้อชาติออนไลน์ในช่วงสุดสัปดาห์เดียว และ Okafor กล่าวว่าคดีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทำไมต้องเปลี่ยนแปลง

“มันควรส่งสัญญาณถึงผู้กำกับดูแลเกี่ยวกับความสำคัญของ EDI ว่าทำไมต้องให้ความสำคัญ ทำไมต้องจัดลำดับความสำคัญ และทำไมต้องจริงจัง” เขากล่าว

ข้อเสนอผู้กำกับดูแลทำให้ความหลากหลายตกสำรอง

IFR ก่อตั้งขึ้นเพื่อปรับปรุงความยั่งยืนทางการเงินของสโมสร เป็นคำแนะนำหลักจากรีวิวโดยแฟนบอลในปี 2021

รีวิวนั้นยังสรุปว่าการปรับปรุงความหลากหลายเป็น “ด้านสำคัญในการขับเคลื่อนการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีขึ้นของสโมสรฟุตบอล”

Kick It Out กล่าวว่านี่คือ “โอกาสทองในการยกระดับมาตรฐานทั่วปิรามิดฟุตบอลและให้สโมสรสะท้อนชุมชนที่พวกเขารับใช้จริงๆ”

แต่ในการส่งเรื่อง พวกเขายังอ้างคำแนะนำทางกฎหมายที่ “สนับสนุนว่าข้อเสนอ EDI ปัจจุบันของ IFR ไม่เพียงพอตามหน้าที่ภายใต้ Football Governance Act 2025 และ Public Sector Equality Duty”

Okafor กล่าวว่าข้อเสนอเริ่มต้นของ IFR อาจเกิดจาก “การขาดความตระหนักในปัญหาสำคัญที่มีอยู่”

คำแนะนำหลักจาก Kick It Out

Kick It Out บอก IFR ว่าการขาดตัวแทนอย่างต่อเนื่องในบทบาทผู้นำอาวุโสและโค้ชถูกเน้นโดยข้อมูลความหลากหลายพนักงานที่เผยแพร่ครั้งแรกปีที่แล้ว

ข้อมูลแสดงว่าในพรีเมียร์ลีก 22% ของบทบาทในบอร์ดและทีมผู้นำอาวุโสเป็นผู้หญิง 3.2% มาจากพื้นเพเชื้อชาติหลากหลาย 0.9% มีความพิการ และ 0.3% จากชุมชน LGBTQ+

“ตัวเลขโค้ชอาวุโสแย่กว่า และสำหรับพนักงานโดยรวมใน 92 สโมสรพรีเมียร์ลีกและ EFL มีสโมสรไม่กี่แห่งที่ตรงกับข้อมูลสำมะโนประชากรท้องถิ่นใน 4 กลุ่มนี้” Kick It Out กล่าว

องค์กรเพิ่มว่าตั้งแต่การเผยแพร่ข้อมูล EDI เป็นหน้าที่โดย FA เนื่องจากสโมสรไม่บรรลุเป้าหมาย มีความแตกต่างในรายละเอียดที่ให้ และ “สโมสรไม่กี่แห่งเผยแพร่ข้อมูลอย่างเปิดเผย”

Kick It Out ต้องการให้ข้อมูลมาตรฐานทั่วสโมสร เข้าถึงได้ง่าย และ IFR เผยแพร่รายงาน benchmarking EDI ประจำปี

พวกเขายังกล่าวว่าการเผยแพร่ประจำปีแทนทุก 2 ปี “สำคัญสำหรับความรับผิดชอบ การมองเห็น และความก้าวหน้าที่สม่ำเสมอ”

“ความก้าวหน้าช้าของฟุตบอลใน EDI เชื่อมโยงกับโครงสร้างธรรมาภิบาลที่อ่อนแอและการขาดการกำกับดูแลเชิงกลยุทธ์จากผู้นำสโมสร”

Kick It Out กล่าวว่า IFR ควร “ฝัง EDI เป็นวัตถุประสงค์หลักในการกำกับดูแล และตั้งคณะที่ปรึกษาเพื่อประเมินผลงานสโมสร”

คำตอบจากผู้กำกับดูแล

โฆษก IFR กล่าว: “ความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการรวมกลุ่มเป็นองค์ประกอบหลักของ Football Governance Act และ IFR จะฟังและปรับนโยบายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นในฟุตบอล”

“IFR กำลังพัฒนานโยบาย EDI สำหรับ 116 สโมสรที่กำกับดูแลและร่วมมือกับองค์กรอย่าง Kick It Out เพื่อแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด”

“เรายินดีรับฟังมุมมองของ Kick It Out และจะพิจารณาคำแนะนำทางกฎหมายอย่างเต็มที่”

การปรึกษาครั้งที่สองของ IFR เกี่ยวกับใบอนุญาต ซึ่งจะเผยแพร่ปลายเดือนนี้ คาดว่าจะรวมคำแนะนำให้สโมสรมีผู้รับผิดชอบระดับบอร์ดสำหรับ EDI

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระมัดระวังความต้องการของรัฐมนตรีสำหรับแนวทางที่สมส่วนและ ‘เบาๆ’ และในขั้นนี้ สโมสรน่าจะกำหนดเป้าหมายและ基准ข้อมูลพนักงานเอง และรายงานทุก 2 ปี

การผลักดัน EDI ในฟุตบอลอังกฤษเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสะท้อนสังคมที่หลากหลาย หากผู้กำกับดูแลไม่จริงจัง ช่องว่างจะยิ่งกว้างขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

แพนาก้าของ Ouattara ถูกเซฟ เบรนท์ฟอร์ดแพ้เวสต์แฮมจุดโทษ

แพนาก้าของ Ouattara ถูกเซฟ เบรนท์ฟอร์ดแพ้เวสต์แฮมจุดโทษ

ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของศึกเอฟเอคัพ รอบ 5 แพนาก้าของ Ouattara ถูกเซฟ โดยผู้รักษาประตูอัลฟอนโซ่ อาเรโอล่า ทำให้เบรนท์ฟอร์ดแพ้เวสต์แฮมจุดโทษ 5-3 หลังจากเสมอ 2-2 ในเวลาเต็มเวลา นี่คือช่วงเวลาที่แฟนบอลเบรนท์ฟอร์ดต้องใจสลาย แต่เวสต์แฮมได้ฉลองชัยชนะและก้าวหน้าต่อไป

แพนาก้าของ Ouattara ถูกเซฟ เบรนท์ฟอร์ดแพ้เวสต์แฮมจุดโทษ

ดังโก้ อัวตตาร่า ปีกของเบรนท์ฟอร์ด ตัดสินใจยิงลูกจุดโทษสไตล์แพนาก้า ซึ่งเป็นการยิงแบบชิพหลอกผู้รักษาประตู แต่ อาเรโอล่า อ่านทางได้ถูกต้องและพุ่งไปปัดบอลทิ้งได้อย่างน่าทึ่ง! ช่วงเวลานี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมของโธมัส แฟร้งค์ ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย แฟนบอลหลายคนบอกว่ามันคือความกล้าหาญ แต่ก็เสี่ยงเกินไปในสถานการณ์แบบนี้

ไฮไลท์แมตช์เวสต์แฮม vs เบรนท์ฟอร์ด

แมตช์นี้เป็นเดอร์บี้ลอนดอนที่น่าติดตาม เวสต์แฮมขึ้นนำก่อนจากประตูของจาร์ร็อด โบเว่น ในนาทีที่ 15 ก่อนที่เบรนท์ฟอร์ดจะตามตีเสมอจากอีวาน โทนี่ นาที 35 ทำให้จบครึ่งแรก 1-1 เข้าครึ่งหลัง เบรนท์ฟอร์ดพลิกขึ้นนำจากประตูของโยอัน โวลส์ แต่เวสต์แฮมไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เอมิล สมิธ โรว์ ยิงตีเสมอในนาที 78 ส่งผลให้ต้องต่อเวลาพิเศษและดวลจุดโทษในที่สุด

  • ประตูเวสต์แฮม: โบเว่น (15′), สมิธ โรว์ (78′)
  • ประตูเบรนท์ฟอร์ด: โทนี่ (35′), โวลส์ (55′)
  • ดวลจุดโทษ: เวสต์แฮมชนะ 5-3 โดยอาเรโอล่าเซฟลูกของอัวตตาร่าได้

การแข่งขันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงฟอร์มอันร้อนแรงของเวสต์แฮมภายใต้เดวิด มอยส์ ที่กำลังลุ้นท็อปทูหลังจากเกมพรีเมียร์ลีก ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดต้องโฟกัสที่ลีกต่อไปหลังจากฟอร์มไม่ค่อยดีนัก

ทำไมแพนาก้าถึงล้มเหลว?

แพนาก้าเป็นเทคนิคยิงจุดโทษที่โด่งดังจากอันโตนิโอ้ คอนเต้ แต่ในยุคสมัยใหม่ ผู้รักษาประตูอย่างอาเรโอล่ามีการศึกษาวิดีโอคู่แข่งอย่างละเอียด อัวตตาร่าอาจจะมั่นใจเกินไปหลังจากยิงจุดโทษสำเร็จในหลายนัดก่อนหน้า แต่ครั้งนี้กลายเป็นฝันร้าย นักวิเคราะห์ฟุตบอลชี้ว่าความกดดันในเอฟเอคัพทำให้การตัดสินใจแบบนี้เสี่ยงมาก

นอกจากนี้ ยังมีโมเมนต์อื่นๆ เช่น การเซฟอันน่าทึ่งของมาร์ค เฟลเค่น ผู้รักษาประตูเบรนท์ฟอร์ด ที่ช่วยทีมไว้หลายครั้งในเกมปกติ แต่ดวลจุดโทษเป็นเรื่องของโชคและจิตใจล้วนๆ

ผลกระทบต่อทั้งสองทีม

สำหรับเวสต์แฮม ชัยชนะนี้คือการยืนยันฟอร์มดีต่อเนื่อง พวกเขาจะเจอทีมใหญ่ในรอบต่อไป ซึ่งอาจเป็นแมนยูหรือลิเวอร์พูล ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดต้องกลับมาโฟกัสพรีเมียร์ลีก โดยหวังว่าอัวตตาร่าจะเรียนรู้จากความผิดพลาดนี้

สถิติที่น่าสนใจ:

  • เวสต์แฮมไม่แพ้เบรนท์ฟอร์ดใน 5 นัดหลังสุด
  • อาเรโอล่าเซฟจุดโทษได้ 3 จาก 5 ลูกในฤดูกาลนี้
  • เบรนท์ฟอร์ดยิงได้ 2 ประตูจากเซ็ตพีซ

เกมนี้มีผู้ชมในสนามลอนดอนสเตเดี้ยมกว่า 60,000 คน บรรยากาศสุดมันส์ แม้แฟนเบรนท์ฟอร์ดจะผิดหวังแต่ก็ชื่นชมความพยายามของทีม

ในมุมมองของผม เวสต์แฮมสมควรชนะเพราะมีประสบการณ์มากกว่า และอาเรโอล่าคือฮีโร่ตัวจริง! ถ้าคุณเป็นแฟนฟุตบอล อย่าลืมติดตามไฮไลท์เต็มๆ และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับแพนาก้าของอัวตตาร่า

ติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์ต่อสายคุยปูติน เผยรัสเซียอยากช่วยเหลือ เรื่องในตะวันออกกลาง

ในสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ทรัมป์ต่อสายคุยปูติน เผยรัสเซียอยากช่วยเหลือ เรื่องในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวที่เมืองโดรัล รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 ว่าเขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เป็นการสนทนาที่ “ยอดเยี่ยมมาก” โดยปูตินแสดงความประสงค์ที่จะช่วยเหลือเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กำลังรุนแรงขึ้น

ทรัมป์ต่อสายคุยปูติน เผยรัสเซียอยากช่วยเหลือ เรื่องในตะวันออกกลาง

นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายต่อสายโทรศัพท์กันนับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. ทรัมป์เล่าว่าได้หารือถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และปูตินบอกว่า “อยากจะช่วย” แต่ทรัมป์ไม่ยอมง่ายๆ เขาสวนกลับไปว่า “คุณจะช่วยได้มากกว่านี้ถ้าทำให้สงครามยูเครน-รัสเซียจบสิ้นลงเสียที” โดยย้ำว่าการยุติสงครามยูเครนจะเป็นการช่วยเหลือที่มีประโยชน์มากกว่า

ทรัมป์มองว่าสงครามยูเครนเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่การสนทนาครั้งนี้เป็นไปในเชิงบวก เขาคิดว่ามันเปิดโอกาสให้มีการเจรจาต่อไป ด้านยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาเครมลิน ยืนยันว่าการคุยกันนาน 1 ชั่วโมง สหรัฐฯ เป็นฝ่ายโทรไป หารือสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งในอิหร่าน

รายละเอียดการสนทนาระหว่างทรัมป์กับปูติน

บทสนทนาเน้นที่ความขัดแย้งอิหร่าน การเจรจาสามฝ่ายระหว่างมอสโก วอชิงตัน และเคียฟ เพื่อยุติสงครามยูเครน อูชาคอฟบรรยายว่าเป็นการพูดคุยที่ “จริงจัง เปิดเผย และสร้างสรรค์” ผู้นำทั้งสองพร้อมติดต่อกันสม่ำเสมอ ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐฯ ต้องการเห็นการยุติสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และบรรลุข้อตกลงระยะยาว ปูตินขอบคุณทรัมป์ที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย

นอกจากนี้ ปูตินยังแบ่งปันมุมมองเรื่องอิหร่าน การหารือกับผู้นำกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย และประธานาธิบดีมาซูด เปเซซเคียน ของอิหร่าน ทรัมป์ก็แสดงความเห็นเช่นกัน ทำให้การคุยเรื่องนี้ “ลึกซึ้งและมีสาระ”

ผลกระทบต่อสถานการณ์โลก

ทรัมป์ต่อสายคุยปูติน เผยรัสเซียอยากช่วยเหลือ เรื่องในตะวันออกกลาง ครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การที่รัสเซียเสนอช่วยเหลือ แสดงถึงการเปลี่ยนท่าทีที่อาจนำไปสู่การทูตเชิงรุก แต่ทรัมป์ชาญฉลาดที่โยงไปยังยูเครน ทำให้รัสเซียต้องคิดหนัก

  • ช่วยลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้หรือไม่?
  • เร่งให้จบสงครามยูเครนเร็วขึ้น
  • เปิดทางเจรจาสามฝ่ายที่ชัดเจน
  • เสริมสร้างความสัมพันธ์สหรัฐฯ-รัสเซีย

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการสนทนานี้อาจนำไปสู่ข้อตกลงใหญ่ หากทั้งสองฝ่ายรักษาคำพูด ในขณะที่ประชาคมโลกเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงซับซ้อน ด้วยอิสราเอล อิหร่าน และกลุ่มตัวแทนต่างๆ แต่การมีรัสเซียเข้ามาช่วย อาจเป็นกุญแจสำคัญ ทรัมป์พิสูจน์สไตล์การทูตแบบตรงไปตรงมา ที่เน้นผลประโยชน์จริง

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ในมุมมองของผม การสนทนาครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพที่ยั่งยืน หากผู้นำทั้งสองเดินหน้าต่อไป จะเป็นประโยชน์ต่อโลกทั้งใบ คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ

ที่มา – ทรัมป์ต่อสายคุยปูติน เผยรัสเซียอยากช่วยเหลือ เรื่องในตะวันออกกลาง

เวลาที่เหมาะสมสำหรับ Panenka – เบรนท์ฟอร์ดจ่ายราคา

เวลาที่เหมาะสมสำหรับ Panenka – เบรนท์ฟอร์ดจ่ายราคา

นี่คือช่วงเวลาที่ Dango Ouattara ของเบรนท์ฟอร์ดอยากลืมมากที่สุด

ขณะที่เวสต์แฮมฉลองเข้ารอบรองชนะเลิศเอฟเอคัพ Ouattara ต้องเสียใจกับการตัดสินใจยิงจุดโทษแบบ Panenka ที่แพงหูฉี่ในดวลเป่าจุดโทษสุดตึงเครียดเมื่อคืนวันจันทร์ หลังเสมอ 2-2

ลูกยิงเบาๆ ดริบลงกลางที่อ่อนแรงถูกผู้รักษาประตู Alphonse Areola ของแฮมเมอร์สรับไว้ได้อย่างง่ายดาย ทำให้เป็นลูกเดียวที่พลาด และความฝันของเบรนท์ฟอร์ดที่อยากเข้ารอบชิงชนะเลิศรายการใหญ่ก็ต้องพังทลายอีกครั้ง

Igor Thiago ตามตีเสมอ Jarrod Bowen สองครั้งในช่วงต่อเวลา แต่เบรนท์ฟอร์ดที่ส่งทีมชุดหลักลงสนามกลับแพ้เวสต์แฮมที่โรเตชั่นผู้เล่น

กุนซือ Keith Andrews ปกป้องดาวยิงวัย 24 ปีทันที โดยบอกว่า “การพลาดจุดโทษมันยากเสมอ แต่การไม่กล้าลงเตะมันยากกว่า”

“เราเคยเห็นคนถูกด่าถล่มเพราะพลาดจุดโทษในเวทีใหญ่ มันไร้สาระ” เขากล่าวต่อ “เด็กคนนี้ซ้อมเทคนิคนี้บ่อย และจะได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากผมและทุกคน”

Joe Cole อดีตดาวยิงเวสต์แฮมที่วิจารณ์ใน TNT Sports บอกว่า “เขาดูมั่นใจมาก ใช้เวลานาน ดูควบคุมสถานการณ์ได้ แต่การพลาดในดวลจุดโทษมันอธิบายไม่ได้”

“อย่าด่าลูกเด็ก แต่หวังว่าเขาจะไม่ทำแบบนี้อีก”

Glenn Hoddle อดีตมิดฟิลด์ท็อตแน่มเสริมว่า “เขาใช้เวลานานเกินไป คิดมากเกิน จนพลาด เด็กคนนี้จะเสียใจที่เลือก Panenka ในจังหวะนั้นแน่”

เวลาที่เหมาะสมสำหรับ Panenka คืออะไร?

เทคนิค Panenka มาจากชื่อ Antonin Panenka ที่ยิงชิพลงกลางประตูเพื่อพาเชโกสโลวาเกียคว้าแชมป์ยูโร 1976

นัดชิงกับเยอรมนีตะวันตกเสมอ 2-2 หลังต่อเวลา Uli Hoeness ยิงหลุดเสา Panenka จึงวิ่งมาชิพเบาๆ หลอก Sepp Maier ผู้รักษาประตูชื่อดัง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเขา เพราะเพิ่งทำแบบนี้ให้สโมสร Bohemians เมื่อเดือนก่อน แต่ลูกนี้ทำให้โลกแฟนบอลรู้จัก

ทำไมยิงกลางประตูถึงดีกว่าเลือกมุม?

สถิติบอกว่าลูกจุดโทษลงกลางมีโอกาสเข้า 84% ในเวิลด์คัพตั้งแต่ 1966 และยูโรตั้งแต่ 1980 เทียบกับ 78% ทางซ้าย และ 74% ทางขวา

Lee Trundle อดีตดาวยิงบристอลซิตี้และสวอนซีบอก BBC Sport ว่า “คนบ่นเพราะเห็นมันแปลก แต่การยิงมุมแล้วนายทวารเดาทางถูกก็เหมือนกัน ถ้าเข้าแล้วทุกคนชื่นชม”

“ผมเลือกยิง Panenka เมื่อเกมกำลังไหลลื่น มีความมั่นใจ และช่วงท้ายเกม นายทวารมักพุ่งไปมุมแล้ว”

การโจมตีทางจิตวิทยา – จุดสูงสุดและจุดต่ำสุด

50 ปีแล้วที่ Panenka โด่งดัง ผู้เล่นดังอย่าง Messi, Henry, Totti ใช้สำเร็จ Zidane ในนัดชิงเวิลด์คัพ 2006 ก็ชิพลงกลางแบบเสี่ยงดวง

อังกฤษเคยเจ็บหนักจาก Pirlo ในยูโร 2012 ที่ชิพหลอก Joe Hart เปลี่ยนโมเมนตัม Fabinho ก็ทำแบบนี้ใส่ Kepa ในเอฟเอคัพ 2022 ช่วยลิเวอร์พูลชนะ

แต่พลาดก็มี Gary Lineker พลาดใส่บราซิล 1992 Aguero พลาดใส่เชลซี 2021 Brahim Diaz พลาดในแอฟริกันคัพ

เวลาที่เหมาะสมสำหรับ Panenka ขึ้นกับความมั่นใจ สถานการณ์เกม และการอ่านนายทวาร แต่ถ้าพลาด ผลที่ตามมาจะหนักหน่วง คุณคิดว่าควรเสี่ยงไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เลขเด็ด 16 มี.ค. 32 ออกซ้ำ 2 งวด

สวัสดีค่ะคอหวยทุกท่าน! งวดนี้หวยออก 16 มี.ค. 2568 ผลรางวัลประกาศแล้วนะคะ เลขท้าย 2 ตัวคือ 32 ซึ่งทำให้นักเก็บสถิติยิ้มแก้มปริ เพราะ เลขเด็ด 16 มี.ค. เลขนี้เคยออกซ้ำมาแล้วในงวด 16 มี.ค. 2559 สุดเซอร์ไพรส์เลย! วันนี้เรามาพาส่องสถิติหวยวันที่ 16 มีนาคม ย้อนหลัง 10 ปีกันแบบละเอียดยิบ จะได้เห็นแพทเทิร์นเลขเด็ดที่อาจนำไปใช้ตีความสำหรับงวดหน้าค่ะ ไม่ว่าจะเลขท้าย 2 ตัว เลขหน้า 3 ตัว หรือเลขท้าย 3 ตัว มีเลขดังโผล่เพียบแน่นอน

เลขเด็ด 16 มี.ค. ที่ออกซ้ำไม่เคยลืม

สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือเลขท้าย 2 ตัว 32 ที่ออกทั้งในปี 2568 และ 2559 ห่างกันเกือบ 10 ปี แต่กลับมาซ้ำอีกครั้ง นี่แหละที่นักวิเคราะห์หวยชอบเรียกว่า ‘เลขซ้ำงวด’ ถ้าคุณเป็นสายสถิติ ลองสังเกตดูสิคะ เลขนี้โผล่มาทีไรก็ทำให้คนถูกใจไม่น้อย งวดอื่นๆ ก็มีเลขเด่นอย่าง 77, 73, 78 ที่ดูคึกคักไม่แพ้กัน ถ้าอยากรู้เพิ่ม ไปดูผลเต็มๆ กันเลย

วิเคราะห์เลขเด็ด 16 มี.ค. เพิ่มเติม

จากสถิติ พบว่าเลข 3 ในเลขท้าย 2 ตัวโผล่บ่อย เช่น 32, 73 นอกจากนี้เลขรางวัลที่ 1 ก็มีเลข 7, 9 เด่นๆ หลายงวด ถ้าจะตีเลขคู่ ลองดู 32-23, 77-77 หรือเลขบนลงล่างแบบ 32 กลับเป็น 23 ก็ได้นะคะ แต่จำไว้นะ สถิติเป็นแค่แนวทาง สุดท้ายดวงคุณเท่านั้นที่พาไป

ผลหวย 16 มี.ค. ย้อนหลัง 10 ปี

  • งวด 16 มี.ค. 2568
    รางวัลที่ 1: 757563
    เลขท้าย 2 ตัว: 32
    เลขหน้า 3 ตัว: 595, 927
    เลขท้าย 3 ตัว: 457, 309
  • งวด 16 มี.ค. 2567
    รางวัลที่ 1: 997626
    เลขท้าย 2 ตัว: 78
    เลขหน้า 3 ตัว: 509, 571
    เลขท้าย 3 ตัว: 794, 329
  • งวด 16 มี.ค. 2566
    รางวัลที่ 1: 025873
    เลขท้าย 2 ตัว: 73
    เลขหน้า 3 ตัว: 800, 420
    เลขท้าย 3 ตัว: 355, 544
  • งวด 16 มี.ค. 2565
    รางวัลที่ 1: 737867
    เลขท้าย 2 ตัว: 03
    เลขหน้า 3 ตัว: 349, 985
    เลขท้าย 3 ตัว: 788, 989
  • งวด 16 มี.ค. 2564
    รางวัลที่ 1: 890422
    เลขท้าย 2 ตัว: 19
    เลขหน้า 3 ตัว: 036, 902
    เลขท้าย 3 ตัว: 256, 396
  • งวด 16 มี.ค. 2563
    รางวัลที่ 1: 503446
    เลขท้าย 2 ตัว: 77
    เลขหน้า 3 ตัว: 258, 726
    เลขท้าย 3 ตัว: 404, 661
  • งวด 16 มี.ค. 2562
    รางวัลที่ 1: 724628
    เลขท้าย 2 ตัว: 64
    เลขหน้า 3 ตัว: 148, 883
    เลขท้าย 3 ตัว: 154, 877
  • งวด 16 มี.ค. 2561
    รางวัลที่ 1: 218559
    เลขท้าย 2 ตัว: 82
    เลขหน้า 3 ตัว: 064, 720
    เลขท้าย 3 ตัว: 205, 489
  • งวด 16 มี.ค. 2560
    รางวัลที่ 1: 273863
    เลขท้าย 2 ตัว: 92
    เลขหน้า 3 ตัว: 918, 324
    เลขท้าย 3 ตัว: 941, 694
  • งวด 16 มี.ค. 2559
    รางวัลที่ 1: 134918
    เลขท้าย 2 ตัว: 32
    เลขหน้า 3 ตัว: 877, 855
    เลขท้าย 3 ตัว: 973, 004

เห็นไหมคะ เลขเด็ด 16 มี.ค. มีเรื่องให้ตีความเพียบ! จากสถิตินี้ ถ้างวดหน้าคุณจะเล่นหวย ลองหยิบเลขซ้ำอย่าง 32 หรือเลขใกล้เคียงมาพิจารณาดู สถิติช่วยให้เรามีแนวทาง แต่ที่สำคัญคือเล่นอย่างมีสติ อย่าลงทุนเกินตัวนะคะ ขอให้ทุกท่านโชคดี ถูกรางวัลใหญ่ สนใจสถิติงวดอื่นๆ กดติดตามบล็อกเราเลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนคอหวยด้วย!

ที่มา – งวดนี้หวยออก 16 มี.ค. นักเก็บสถิติยิ้มหวานพบ “เลขเด็ด” เคยออกซ้ำ 2 งวด