วัน: 10 มีนาคม 2026

หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ในแวดวง ส.ส. กันหน่อยนะครับ โดยเฉพาะกรณี หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยทีเดียว เรื่องนี้เกี่ยวกับ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา สังกัดพรรคกล้าธรรม ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาเรื่องเว็บพนันออนไลน์ ถ้าไม่มา ก็เตรียมตัวรับหมายใหม่ได้เลย!

หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ

เรื่องราวเริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวนะครับ) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.35 น. ตรงๆ เลยว่า ดีเอสไอได้ออกหมายเรียก นายชนนพัฒฐ์ ไปแล้วกำหนดให้มารายงานตัววันที่ 12 มีนาคมนี้ ถ้า “เบี้ยว” ไม่มา ก็จะออกหมายเรียกซ้ำอีกครั้งทันที ไม่มีเกรงใจนะครับ เพราะเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับเว็บพนันที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยเราอยู่แล้ว

เพื่อนๆ รู้ไหมครับ เว็บพนันออนไลน์พวกนี้แพร่ระบาดหนักมาก โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้ประชาชนนับไม่ถ้วน ทั้งหมดเป็นเงินหมุนเวียนมหาศาล และเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ การที่ ส.ส. อย่างคุณชนนพัฒฐ์ ถูกกล่าวหาในคดีนี้ จึงยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของนักการเมืองคนนี้ พรรคกล้าธรรมเองก็คงต้องชี้แจงอะไรบ้างล่ะครับ

กรณีเว็บพนัน ส.ส.สงขลา: พื้นหลังของคดี

ก่อนอื่น มาทำความรู้จัก นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว กันสักหน่อย เขาเป็น ส.ส. เขต 5 สงขลา จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่เน้นธรรมาภิบาล แต่ดันมาติดคดีเว็บพนันซะได้ ข้อกล่าวหาคือเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือบริหารเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งดีเอสไอสืบสวนมานาน หลักฐานแน่นพอที่จะออกหมายเรียกแล้ว ถ้าคุณชนนพัฒน์ไม่มา ก็เท่ากับหลบหนี ทำให้สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น

ในแง่กฎหมาย คดีเว็บพนันถือเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่มีโทษหนักมาก สูงสุดจำคุก 5-10 ปี และปรับมหาศาล ดีเอสไอจึงเข้ามาจัดการเพราะเป็นคดีพิเศษ

หากเปิดสมัยประชุมจ่อยื่น ปธ.สภาฯ: กระบวนการพิเศษสำหรับ ส.ส.

ที่น่าสนใจคือ ถ้า หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ แล้วยังไม่มา และตรงกับช่วงเปิดสมัยประชุมรัฐสภา รัฐมนตรียุติธรรมก็ชี้ชัดเลยครับ ว่าดีเอสไอจะยื่นเรื่องผ่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สภามีมติอนุมัติออกหมายเรียกหรือหมายจับ เพราะ ส.ส. มีสถานะพิเศษตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 116 ที่คุ้มครองไม่ให้ถูกจับกุมเว้นแต่มีพฤติกรรมร้ายแรงหรือสภาเห็นชอบ

กระบวนการนี้ชัดเจนมาก: 1) ออกหมายเรียกปกติก่อน 2) ถ้าไม่มา ออกซ้ำ 3) ถ้าประชุม ยื่น ปธ.สภา -> สภาโหวต ถ้าสภาอนุมัติ ก็ออกหมายจับได้เลย อธิบดีดีเอสไอคาดว่าจะทำตามนี้เป๊ะๆ เพื่อให้ได้ตัวมาดำเนินคดี

  • ขั้นตอนการออกหมายเรียก ส.ส.: ต้องแจ้งสภาก่อน ห้ามจับโดยตรง
  • บทบาทประธานสภา: เป็นตัวกลางส่งเรื่องสภา
  • มติสภา: ถ้าส.ส.ส่วนใหญ่เห็นด้วย ก็จบ สามารถจับได้
  • กรณีไม่ประชุม: ดีเอสไอออกหมายจับปกติได้เลย

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้าสภาโหวตไม่ผ่าน ก็อาจกลายเป็นดราม่าการเมืองใหญ่โต พรรคกล้าธรรมจะปกป้อง ส.ส.ตัวเองยังไง หรือฝ่ายค้านจะใช้โอกาสนี้โจมตีรัฐบาล? นี่แหละเสน่ห์ของการเมืองไทย!

บทบาทดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรมในคดีนักการเมือง

ดีเอสไอเป็นหน่วยงานหลักในการสืบสวนคดีพิเศษ เช่น ค้ามนุษย์ ยาเสพติด และตอนนี้เพิ่มเว็บพนันเข้าไปด้วย รัฐบาลชุดนี้ภายใต้ นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับการปราบปรามเว็บพนันมาก เพราะสร้างรายได้ให้รัฐเสียหายปีละหลายหมื่นล้าน รมว.ยุติธรรมอย่างพล.ต.ท.รุทธพล ก็ย้ำชัดว่าจะไม่ละเว้นใคร แม้เป็น ส.ส. ก็ตาม แสดงถึงความเด็ดขาดของกระบวนการยุติธรรมไทยครับ

จากสถิติ ดีเอสไอเคยจับกุมเว็บพนันหลายเครือข่าย ล่าสุดปิดได้กว่า 1,000 เว็บ แต่ยังมีหลงเหลืออีกเพียบ คดีนี้ถ้าได้ตัว ส.ส.ชนนพัฒน์มา สืบต่ออาจเจอขบวนการใหญ่!

สรุปแล้ว เรื่อง หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ เป็นตัวอย่างที่ดีว่านักการเมืองต้องรับผิดชอบกฎหมายเท่าเทียมประชาชน ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย มันสะท้อนภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งขึ้นในยุคนี้

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ? ส.ส.คนนี้จะมารายงานตัวไหม หรือจะเบี้ยวแล้วรอสภา? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ความเห็นส่วนตัว: การมีกระบวนการพิเศษสำหรับ ส.ส. เป็นดาบสองคม คุ้มครองประชาธิปไตยแต่ก็อาจเอื้อให้บางคนรอดพ้นความยุติธรรมได้ ถ้าสภาโปร่งใสจริง คดีแบบนี้ต้องเดินหน้าให้จบ!

ที่มา – หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ หากเปิดสมัยประชุมจ่อยื่น ปธ.สภาฯ

รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ ต้องผ่าน 3 คกก.

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันหน่อยนะครับ เรื่องที่กำลังเป็นกระแสเดือด ๆ เลยก็คือ รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ นี่เอง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แบบชัดเจน ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 ว่า ยังไม่ทราบเรื่องเลยสักนิด แม้ครอบครัวชินวัตรจะบอกว่าจะยื่นภายในเดือนนี้ก็ตาม

รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ

คุณ ๆ คงทราบกันดีว่าคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังอยู่ในเรือนจำจากคดีต่าง ๆ ที่ผ่านมา ล่าสุดมีข่าวว่าครอบครัวจะยื่นขอพักโทษ แต่ รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ ยังไม่มีข้อมูลมาถึงมือเลย ไม่ว่าจะเป็นจากเรือนจำ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ปลัดกระทรวง หรือตัว รมว. เอง รุทธพลย้ำชัดว่าต้องทำตามขั้นตอนกฎหมายเท่านั้น ไม่มีลัด!

ผู้สื่อข่าวถามต่อ รุทธพลก็ตอบตรง ๆ ว่า ยังไม่มีเรื่องเข้ามาเลยครับ ตอนนี้ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการบริหารงานยุติธรรม

ขั้นตอนยื่นขอพักโทษต้องผ่าน 3 คณะกรรมการ

มาดูกันครับว่าขั้นตอนการยื่นขอพักโทษเป็นยังไงบ้าง รุทธพลได้กำชับให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยต้องผ่าน 3 คณะกรรมการหลัก ดังนี้

  • คณะกรรมการเรือนจำ: เริ่มต้นที่ระดับเรือนจำก่อนเลยครับ ที่นี่จะพิจารณาพฤติกรรมผู้ต้องขัง สุขภาพ และคุณสมบัติเบื้องต้น เช่น ต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของโทษทั้งหมด
  • คณะกรรมการกรมราชทัณฑ์: หลังจากเรือนจำอนุมัติ ก็ส่งขึ้นมาที่กรมราชทัณฑ์ ซึ่งจะตรวจสอบเพิ่มเติมเรื่องเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
  • คณะกรรมการกระทรวงยุติธรรม: สุดท้ายที่กระทรวงฯ ซึ่ง รุทธพล ในฐานะ รมว. จะกำกับดูแลให้ทุกอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

เห็นไหมครับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต้องผ่านหลายด่าน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการตัดสินใจเป็นไปตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่มี favoritism แน่นอน

พื้นหลังคดีทักษิณและกระแสสังคม

ย้อนกลับไป คุณทักษิณถูกศาลพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูงและอื่น ๆ รวมโทษกว่า 10 ปี ตั้งแต่กลับมาประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว หลังจากลี้ภัยนาน 17 ปี การยื่นพักโทษครั้งนี้จึงเป็นที่จับตาของสังคมไทยทั้งประเทศ บางคนเห็นด้วยว่าควรให้โอกาส บางคนก็กังวลเรื่องความเท่าเทียม

รุทธพลย้ำว่า ไม่ว่านายกฯ หรือบุคคลสำคัญแค่ไหน ก็ต้องทำตามกฎเดียวกันหมด ซึ่งเป็นสัญญาณดีว่ากระบวนการยุติธรรมไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่โปร่งใสมากขึ้น

ความเห็นจากรุทธพล: กำชับทำตามกฎหมาย

ที่น่าสนใจคือ รุทธพลได้กำชับลูกน้องทุกคนให้ยึดกฎหมายเป็นหลัก ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าครอบครัวชินวัตรจะยื่นเมื่อไหร่ ก็ต้องรอผลจาก 3 คกก. นี้ก่อน ถ้าคุณสมบัติครบ ก็ไปต่อได้ แต่ถ้าไม่ ก็ต้องยอมรับ

ในมุมมองของผมนะครับ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับหลักนิติธรรมจริง ๆ ไม่ใช่แค่พูดไปงั้น ๆ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เราอาจได้เห็นพัฒนาการเพิ่มเติมในไม่ช้า

สุดท้ายแล้ว เราในฐานะประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด และแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์ คุณคิดยังไงกับเรื่อง รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ นี้ล่ะครับ? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลย หรือกดแชร์เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้อ่านด้วยนะครับ ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้!

ความเห็นส่วนตัว: การยึดกฎหมายคือกุญแจสู่สังคมที่ยุติธรรม ถ้าทำได้จริง จะช่วยลดข้อครหาได้เยอะเลยครับ

ที่มา – “รุทธพล” ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ “ทักษิณ” เผยขั้นตอนต้องผ่าน 3 คกก. กำชับทำตามกฎหมาย

เชียงใหม่วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์91-95หมดเกลี้ยง

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในจังหวัดเชียงใหม่กันเลยนะครับ เชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงปั๊ม เริ่มขยายวงกว้างต้องปิดชั่วคราว สถานการณ์แบบนี้ทำให้ชาวเชียงใหม่หลายคนเริ่มลำบากใจ โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้น้ำมันดีเซลหรือโซฮอล์ 91-95 เป็นประจำ เช่น รถกระบะ รถบรรทุก หรือรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป

เชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงปั๊ม

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบปั๊มน้ำมันต่างๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ พบว่าปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้น หลังจากเกิดการสู้รบในตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก และเมื่อเย็นวันก่อนทั้ง ปตท. และบางจาก ได้ประกาศปรับราคา โดยขึ้นราคา GSH91S EVO และ GSH95S EVO ลิตรละ 50 สตางค์ แต่ลดราคา GSH E20S EVO และ GSH E85S EVO ลิตรละ 50 สตางค์ กลุ่มไฮพรีเมียมและดีเซลราคาคงที่

เชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงปั๊ม เริ่มขยายวงกว้างต้องปิดชั่วคราว

ปัญหานี้เริ่มจากประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันจำนวนมาก โดยเฉพาะหลังทราบข่าวปรับราคา หลายคนนำแกลลอนไปตุนเก็บไว้ ทำให้ปั๊มและคลังน้ำมันในเชียงใหม่หมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว อย่างที่ปั๊ม PT ย่านรวมโชค ต้องติดป้าย “น้ำมันหมด” และปิดให้บริการชั่วคราว รอรถบรรทุกน้ำมันล็อตใหม่มาส่ง แต่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะมาเมื่อไหร่ พนักงานปั๊มเล่าว่า “ก่อนหน้านี้คนมารุมเติมกันเยอะมาก แกลลอนเต็มไปหมด คลังที่เชียงใหม่ก็โล่งแล้วครับ”

ปั๊มน้ำมันปิดชั่วคราว เชียงใหม่วิกฤตน้ำมันป้ายน้ำมันหมดที่ปั๊มเชียงใหม่

สาเหตุหลักของเชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95

สาเหตุมาจากหลายปัจจัยผสมกัน ทั้งสถานการณ์โลกที่ตึงเครียดจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันดิบผันผวน บวกกับข่าวปรับราคาในไทย ทำให้คนตื่นตระหนกและแห่ตุน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ใช้ในรถบรรทุกและเครื่องจักรกลหนัก รวมถึงโซฮอล์ 91-95 ที่เป็นที่นิยมในรถยนต์ทั่วไป ปั๊มอื่นๆ ในตัวเมืองยังเปิดบริการปกติ แต่ลูกค้าน้อยลงเพราะหลายคนเติมเต็มถังไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจท้องถิ่น

วิกฤตนี้กระทบหนักต่อการขนส่งสินค้า ร้านค้า และประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในเชียงใหม่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว รถรับจ้าง รถสองแถว อาจต้องปรับราคาค่าโดยสารขึ้นชั่วคราว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนอาจเจอปัญหาเติมน้ำมันยาก เศรษฐกิจท้องถิ่นชะงักงันหากยืดเยื้อ

  • น้ำมันดีเซล: หมดเกลี้ยง ใช้ในรถบรรทุกและแท็กซี่
  • โซฮอล์ 91: ปั๊มหลายแห่งเหลือน้อย
  • โซฮอล์ 95: ผู้ใช้รถสปอร์ตและรถหรูเดือดร้อน
  • น้ำมัน E20 และ E85 ยังมีเพียบ ราคาลดด้วย

ทางออกชั่วคราวคือหันมาใช้น้ำมันทางเลือกอย่าง E20 ที่ราคาถูกลงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หรือรอการส่งน้ำมันล็อตใหม่จากบริษัทผู้ผลิต

คำแนะนำสำหรับชาวเชียงใหม่

1. อย่าตื่นตระหนกตุนน้ำมันเกินจำเป็น เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลง
2. วางแผนการเดินทาง ลดการใช้รถส่วนตัว ใช้ขนส่งสาธารณะ
3. ติดตามประกาศราคาน้ำมันจาก ปตท. และบางจากทุกวัน
4. หากจำเป็นต้องเติม ให้ไปปั๊มใหญ่ๆ หรือนอกเมืองที่อาจมีสต็อกมากกว่า

ในมุมมองของผม สถานการณ์ เชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงปั๊ม นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น รถไฟฟ้า หรือก๊าซหุงต้มสำหรับยานพาหนะ เพื่อลดความเสี่ยงจากวิกฤตน้ำมันในอนาคต หากคุณเจอปัญหานี้ แบ่งปันประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ในเชียงใหม่รับรู้!

ที่มา – เชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงปั๊ม เริ่มขยายวงกว้างต้องปิดชั่วคราว

ซาบีดา รับ ภูมิใจไทยหารือรวม ก.วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว คาด 6 เดือน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองไทย วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงนักการเมืองและนักท่องเที่ยวมาฝากกัน นั่นคือเรื่องที่ซาบีดา รับ ภูมิใจไทยหารือรวม ก.วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว คาดเสร็จใน 6 เดือนหลังมีรัฐบาล ซึ่งเป็นแนวคิดเจ๋งๆ จากพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงสองกระทรวงนี้เพื่อยกระดับ soft power ของไทยให้ปังยิ่งขึ้น

ซาบีดา รับ ภูมิใจไทยหารือรวม ก.วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว คาดเสร็จใน 6 เดือนหลังมีรัฐบาล

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวบางแห่ง แต่เชื่อว่าน่าจะ 2567) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นกันเอง เธอยอมรับตรงๆ ว่าพรรคภูมิใจไทยมีการพูดคุยเรื่องนี้กันมาระดับหนึ่งแล้ว โดยเป็นวิสัยทัศน์หลักของนายอนุทิน ที่เห็นว่าไทยมีพหุวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ยังไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาใช้ได้เต็มที่ การนำการท่องเที่ยวมาผสานกับวัฒนธรรม จะช่วยสร้างจุดแข็งใหม่ให้กับประเทศ โดยจะรวมกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน และแยกกระทรวงกีฬาออกมาเหลืออย่างเดียว

ซาบีดา พูดถึงการรวมกระทรวงวัฒนธรรมและท่องเที่ยว

รายละเอียดการหารือ ซาบีดา รับ ภูมิใจไทยหารือรวม ก.วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวถามตรงๆ ว่ามีการทาบทามซาบีดาให้ไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อสานต่อภารกิจนี้หรือยัง เธอตอบแบบชิลๆ ว่ายังไม่ทราบ รู้แค่ว่าจากข่าวที่ออกมา แต่เรื่องการรวมกระทรวงทั้งสอง คาดว่าจะเร่งให้เร็วที่สุด จากการคุยกับนายกฯ อนุทิน อยากเห็นความคืบหน้าภายใน 6 เดือนหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แน่นอนว่าการปฏิบัติจริงต้องดูความซับซ้อนของหน้างาน แต่ประเด็นสำคัญคือไม่ใช่แค่ปรับโครงสร้างอย่างเดียว แต่ต้องวางยุทธศาสตร์ใหญ่ โดยดึงเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและการส่งออกทางวัฒนธรรมมาสนับสนุน

แนวคิดนี้ฟังดูน่าสนใจมากใช่ไหมครับ? ปัจจุบันกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแยกจากวัฒนธรรม ทำให้บางครั้งการประสานงานไม่คล่องตัว เช่น โปรโมทเทศกาลลอยกระทงหรือสงกรานต์ที่เป็นทั้งวัฒนธรรมและแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยว ถ้ารวมกัน จะช่วยให้มีงบประมาณและนโยบายที่เชื่อมโยงกันได้ดีกว่า

ภาพการสัมภาษณ์ซาบีดา เรื่องรวมกระทรวง

ประโยชน์ของการรวม ก.วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว ตามวิสัยทัศน์พรรคภูมิใจไทย

มาดูกันว่าทำไมนโยบายนี้ถึงน่าจะเวิร์ค ลองนึกภาพไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่ไม่ใช่แค่ทะเล ภูเขา แต่เป็นประสบการณ์วัฒนธรรมแท้ๆ เช่น นักท่องเที่ยวไปวัดพระแก้วแล้วต่อด้วยเวิร์กช็อปทำเครื่องจักสาน หรือไปภาคเหนือเรียนรู้วิถีล้านนาแบบ immersive

  • เพิ่มรายได้ท่องเที่ยว: เชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับแพ็กเกจท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่ม
  • ส่งเสริม soft power: ไทยมีวัฒนธรรมพหุหลาก เช่น มุสลิมใต้ อีสาน ล้านนา จะถูกโปรโมทให้โลกเห็น
  • ประหยัดงบประมาณ: ลดการทับซ้อนของหน่วยงาน ลดขั้นตอนราชการ
  • แยกกีฬาให้ชัด: ก.กีฬาโฟกัสกีฬาเต็มตัว ไม่แบ่งทรัพยากร
  • ยุทธศาสตร์ระยะยาว: ใช้รายได้ท่องเที่ยวลงทุนอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม

ส่วนความท้าทาย คงมีเรื่องกฎหมาย ปรับโครงสร้างบุคลากร และการต่อต้านจากคนที่กลัวเสียอำนาจ แต่ถ้าทำได้จริงตามที่ซาบีดากล่าว ก็น่าจะเป็น win-win สำหรับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวหลังโควิด

มุมมองส่วนตัว: ยุทธศาสตร์สำคัญกว่าปรับโครงสร้าง

อย่างที่ซาบีดาเน้น การวางยุทธศาสตร์สำคัญกว่าการย้ายเก้าอี้ ถ้ารวมแล้วมีแผนชัดเจน เช่น สร้าง Thailand Cultural Tourism Hub หรือแอปรวมข้อมูลวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว ก็จะช่วยให้ไทยก้าวเป็นผู้นำอาเซียนด้านนี้ได้ ในฐานะคนชอบเที่ยวและรักวัฒนธรรมไทย ผมเชียร์เต็มที่!

คุณคิดยังไงกับข่าวซาบีดา รับ ภูมิใจไทยหารือรวม ก.วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว คาดเสร็จใน 6 เดือนหลังมีรัฐบาลนี้? คิดว่าจะเกิดขึ้นจริงไหม หรือมีข้อกังวลอะไรบ้าง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจนโยบายรัฐบาลใหม่ได้อ่านด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันติดตามความคืบหน้า!

ที่มา – “ซาบีดา” รับ ภูมิใจไทยหารือรวม ก.วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว คาดเสร็จใน 6 เดือนหลังมีรัฐบาล

เกาหลีเหนือยกเลิก “เปียงยางมาราธอน 2026” กะทันหัน

เกาหลีเหนือยกเลิก “เปียงยางมาราธอน 2026” กะทันหัน โดยไม่ชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน สร้างความตกใจให้กับนักวิ่งทั่วโลกที่รอคอยประสบการณ์วิ่งสุดพิเศษในเมืองหลวงของเกาหลีเหนือ

การแข่งขันวิ่งมาราธอนนานาชาติ “เปียงยางมาราธอน” ซึ่งเป็นหนึ่งในอีเวนต์กีฬาที่หายากที่สุดในโลก ถูกยกเลิกอย่างกะทันหันสำหรับปี 2026 ที่กำหนดจัดในวันที่ 5 เมษายน บริษัท Koryo Tours พันธมิตรอย่างเป็นทางการ ได้รับแจ้งจากสมาคมกรีฑาเกาหลีเหนือว่าเหตุผลมาจาก “บางประการ” โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

เกาหลีเหนือยกเลิก “เปียงยางมาราธอน 2026” กะทันหัน

เลขาธิการสมาคมกรีฑาเกาหลีเหนือ ส่งข้อความแจ้งบริษัททัวร์ว่า การแข่งขันถูกยกเลิกเนื่องจากบางเหตุผล พร้อมขอบคุณนักวิ่งทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นที่สนใจเข้าร่วม Koryo Tours ซึ่งมีฐานที่มั่นในปักกิ่ง จีน ยืนยันว่าการตัดสินใจนี้มาจากระดับสูงกว่าผู้จัดงานโดยตรง และพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นักวิ่งที่ลงทะเบียนไว้จะได้รับเงินมัดจำคืนเต็มจำนวน หรือสามารถเก็บไว้ใช้สำหรับทัวร์ครั้งต่อไป

รายละเอียดแพ็กเกจทัวร์สำหรับนักวิ่งต่างชาติ

แพ็กเกจทัวร์ที่ Koryo Tours จัดให้ครอบคลุมการเดินทางจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเสิ่นหยาง ราคาเริ่มต้นที่ 2,529 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 80,000 บาท) สำหรับ 2.5 วันในเปียงยาง รวมสิทธิ์วิ่ง ท่องเที่ยวสถานที่สำคัญ เช่น พิพิธภัณฑ์สงคราม และจัตุรัสคิมอิลซุง ตั๋วปีนี้ขายหมดเกลี้ยงแล้ว

  • ราคาเริ่มต้น: 2,529 USD (รวมที่พัก 2 คืนครึ่ง)
  • จุดออกเดินทาง: ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, เสิ่นหยาง
  • สิทธิประโยชน์: เข้าร่วมแข่ง, ทัวร์เมือง, อาหาร
  • สถานะ: คืนเงินมัดจำ 100% สำหรับปี 2026

ประวัติศาสตร์และความพิเศษของเปียงยางมาราธอน

เปียงยางมาราธอนเริ่มจัดครั้งแรกในปี 1981 เพื่อฉลองวันเกิดของคิมอิลซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ หลังหยุดไป 5 ปีเพราะโควิด-19 การแข่งกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในปีที่แล้ว ดึงดูดนักวิ่งจากทั่วโลกด้วยเส้นทางผ่านย่านใจกลางเมืองเปียงยางที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสังคมนิยม

ระยะทางหลากหลาย เหมาะสำหรับทุกระดับ

  • 5 กิโลเมตร: สำหรับมือใหม่
  • 10 กิโลเมตร: ท้าทายเบื้องต้น
  • ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม.: สำหรับนักวิ่งกลางๆ
  • ฟูลมาราธอน 42.2 กม.: สุดหินสำหรับโปร

ความน่าสนใจอยู่ที่บรรยากาศไม่เหมือนใคร นักวิ่งได้สัมผัสชีวิตประจำวันของชาวเปียงยาง ท่ามกลางการเชียร์จากประชาชนและการแสดงตามแบบเกาหลีเหนือแท้ๆ

ผลกระทบและสาเหตุที่เป็นไปได้

เกาหลีเหนือยกเลิก “เปียงยางมาราธอน 2026” กะทันหัน อาจเนื่องจากปัจจัยภายใน เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง หรือการเตรียมงานใหญ่ระดับชาติ แม้ไม่มีการยืนยัน แต่บริษัททัวร์ยอมรับว่าอาจทำให้หลายคนผิดหวัง โดยเฉพาะคนที่วางแผนมานาน กำหนดการปี 2027 ยังไม่ประกาศ แต่คาดว่าจะกลับมาจัด

สำหรับนักวิ่งที่พลาดโอกาสนี้ สามารถหันไปลองมาราธอนอื่นๆ ที่น่าตื่นเต้น เช่น โตเกียวมาราธอน หรือบอสตันมาราธอน แต่ไม่มีที่ไหนให้ประสบการณ์ “ลับๆ” แบบเปียงยางได้

การตัดสินใจครั้งนี้อาจสะท้อนถึงความไม่แน่นอนในเกาหลีเหนือที่ยังคงปิดประเทศส่วนใหญ่ หากคุณเป็นนักวิ่งมาราธอนตัวยง แนะนำติดตามข่าวสารจาก Koryo Tours และวางแผนล่วงหน้า หากสนใจทัวร์เกาหลีเหนือครั้งอื่นๆ สามารถจองได้เลยวันนี้เพื่อไม่พลาด!

ที่มา – เกาหลีเหนือยกเลิก “เปียงยางมาราธอน 2026” กะทันหัน โดยไม่ชี้แจงเหตุผล

สายการบินทั่วโลกทยอยขึ้นตั๋วเครื่องบิน หลังน้ำมันพุ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแส สายการบินทั่วโลกทยอยขึ้นตั๋วเครื่องบิน หลังราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลางกันเถอะ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุฟ้า ต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบินก็เลยพุ่งตาม ส่งผลให้ผู้โดยสารอย่างเราต้องจ่ายแพงขึ้นแน่นอน

สายการบินทั่วโลกทยอยขึ้นตั๋วเครื่องบิน หลังราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง

เริ่มจากแอร์นิวซีแลนด์ สายการบินชื่อดังจากนิวซีแลนด์ ที่ประกาศปรับขึ้นราคาตั๋วแบบเที่ยวเดียวในชั้นประหยัดทันที หลังราคาน้ำมันเครื่องบินกระฉูดจาก 85-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กลายเป็น 150-200 ดอลลาร์ในพริบตา! พวกเขายังระงับคาดการณ์ผลประกอบการปี 2026 เพราะไม่แน่ใจว่าสงครามจะจบเมื่อไหร่

  • เที่ยวบินภายในประเทศ: เพิ่ม 10 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
  • เที่ยวบินระยะสั้นระหว่างประเทศ: เพิ่ม 20 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
  • เที่ยวบินระยะไกล: เพิ่ม 90 ดอลลาร์นิวซีแลนด์

นี่แค่อันดับแรกๆ เท่านั้นนะครับ ถ้าสงครามยืดเยื้อ สายการบินอาจปรับขึ้นอีก และเปลี่ยนเส้นทางบินด้วย เพราะต้องบินอ้อมพื้นที่เสี่ยง

สายการบินเอเชียเดือดร้อนหนักจากราคาน้ำมันพุ่ง

มาดูที่บ้านเราใกล้ๆ สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ยื่นขอรัฐบาลยกเลิกภาษีสิ่งแวดล้อมน้ำมันเครื่องบินเลยทีเดียว เพราะต้นทุนพุ่ง 60-70% ผู้จัดหาน้ำมันยังเริ่มขาดแคลน ตลาดหุ้นสายการบินเอเชียผันผวนหนัก แต่เริ่มฟื้นหลังทรัมป์บอกว่าสงครามอาจจบเร็วๆ นี้ ราคาน้ำมันร่วงจาก 119 เหลือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

หุ้นแอร์นิวซีแลนด์เด้ง 2%, โคเรียนแอร์ +6%, แควนตัส +1%, เจแปนแอร์ไลน์ +2% เชื้อเพลิงกินสัดส่วนต้นทุน 20-25% รองจากค่าแรงเท่านั้นเองครับ

กระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบินทั่วโลก

ไม่ใช่แค่ขึ้นตั๋วอย่างเดียว สงครามทำให้ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง สายการบินอย่าง Emirates, Qatar Airways, Etihad ที่ปกติขนผู้โดยสารยุโรป-เอเชีย 1 ใน 3 ต้องลดเที่ยวบิน ความจุหาย ราคาเส้นทางเอเชีย-ยุโรปเลยแพงขึ้นอีก

บริษัททัวร์เกาหลีใต้ยกเลิกทัวร์ผ่านดูไบ ขณะที่ไทยเรากระทรวงท่องเที่ยวคาด ถ้าสงครามยาว 8 สัปดาห์ สูญนักท่องเที่ยวเกือบ 6 แสนคน รายได้หาย 40,900 ล้านบาท! สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบทุกวงการ ไม่ใช่แค่พลังงาน

เพื่อนๆ ที่กำลังจะจองตั๋วบิน ลองเช็คราคาล่วงหน้า และติดตามข่าวอัพเดทนะครับ อาจได้ตั๋วถูกก่อนขึ้นราคา สุดท้ายนี้ คิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไหร่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – สายการบินทั่วโลกทยอยขึ้นตั๋วเครื่องบิน หลังราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง

นายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม.

ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ทุกคนให้ความสนใจ เมื่อนายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม. โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แจ้งลาป่วยกะทันหัน ทำให้ต้องมอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาดำเนินการเป็นประธานแทน หากนายกฯ สภาพดีขึ้น คาดว่าจะเดินทางมาร่วมทีหลัง

นายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม.

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้ มีรัฐมนตรีหลายท่านที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ โดยมีผู้ลาประชุมทั้งหมด 5 คน ได้แก่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรัฐมนตรีเกษตรฯ, นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีพัฒนาสังคม, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดิจิทัลฯ (ลาป่วย) และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีสาธารณสุข ส่วนนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีศึกษาฯ เข้าประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Zoom

รัฐมนตรีงดใส่สูท ประหยัดพลังงานเริ่มต้น

  • รัฐมนตรีและผู้ติดตามแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ต งดสูทและเนกไท เพื่อเป็นตัวอย่างมาตรการประหยัดพลังงาน
  • เป็นส่วนหนึ่งของการขอความร่วมมือจากประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานผันผวน

วาระสำคัญของการประชุมวันนี้ มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบจากราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะทิศทางราคาน้ำมันที่ได้รับอิทธิพลจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 80% รัฐบาลจึงหารือมาตรการประหยัดพลังงานต่าง ๆ เช่น การลดใช้เครื่องปรับอากาศในอาคารรัฐ, ส่งเสริมการใช้รถสาธารณะ, และรณรงค์ให้ประชาชนปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาวาระสำคัญอื่น ๆ เช่น สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 เพื่อกำหนดวันเปิดสมัยประชุมใหม่

วาระเพื่อทราบจากหน่วยงานต่าง ๆ

  • คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ที่อาจใช้ในการรบ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนท่ามกลางความขัดแย้งโลก
  • กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีเศรษฐกิจการค้าประจำเดือนมกราคม 2569 สถานการณ์ส่งออกไทยเดือนธันวาคม 2568 และทั้งปี 2568 โดยคาดว่าการส่งออกจะฟื้นตัวดีขึ้นแม้เผชิญสงครามการค้า
  • ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เสนอสรุปการป้องกันอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ เพื่อเตรียมพร้อมเทศกาลปีใหม่ไทย

สถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และความตึงเครียดในทะเลแดง ทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญถูกขัดขวาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จึงต้องเร่งมาตรการรับมือ อย่างการกระจายจุดจำหน่ายน้ำมัน LPG สำหรับแท็กซี่สาธารณะ และส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์และลม

การที่รัฐมนตรีเริ่มงดใส่สูท ถือเป็นสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ที่ดี แสดงถึงความจริงจังของรัฐบาลในการประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ คาดว่ามาตรการนี้จะขยายไปสู่หน่วยงานรัฐทั่วประเทศ ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้หลายสิบล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยการตรวจจสอบการใช้ไฟฟ้าในบ้าน เช่น ใช้หลอด LED และตั้งเครื่องปรับที่ 25 องศา

โดยรวมแล้ว การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความคล่องตัวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤต แม้ผู้นำจะลาป่วย แต่การมอบหมายให้ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม. ก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น หากคุณกำลังกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ลองปรับพฤติกรรมประหยัดพลังงานตั้งแต่วันนี้ เพื่อช่วย國家และตัวเองในระยะยาว

ความเห็นส่วนตัว: มาตรการงดสูทดูจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่รัฐบาลควรมีนโยบายใหญ่ เช่น ลดภาษีนำเข้าน้ำมันหรือเร่งรถ EV ให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลดีจริง

ติดตามข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา หรือแชร์บทความนี้หากคุณเห็นด้วยกับมาตรการประหยัดพลังงาน!

ที่มา – นายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม. ถกมาตรการประหยัดพลังงาน ขณะ รมต. งดใส่สูทเข้าประชุม

ฮือฮาเลขเด็ด 693 ศิลปินดังทำบุญวัดท่าผา

วันนี้เรามีเรื่องฮือฮาเลขเด็ด 693 มาบอกกันเลย! ที่วัดท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ศิลปินชื่อดังและเซียนพระเครื่องชื่อดังนำคณะทำบุญใหญ่ กราบไหว้รูปหล่อคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม อุบาสิกาผู้ทรงศีล บรรลุธรรมขั้นสูงที่มีชื่อเสียงด้านพลังจิตอภิญญา งานนี้ไม่ใช่แค่ทำบุญธรรมดา แต่ยังมีพิธีขอโชคลาภ ล้วงไหมงคลได้ ฮือฮาเลขเด็ด 693 ที่ทุกคนตื่นเต้น จดรัวๆ เพื่อเอาไปเสี่ยงโชคหวยงวดนี้กันเลยทีเดียว

ศิลปินชื่อดังทำบุญวัดท่าผา

ฮือฮาเลขเด็ด 693 จากพิธีล้วงไหมงคล

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ศาลาเรือนไทยวัดท่าผา โดยมี นายวันชัย สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง, อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ, และ นายสัญญา พรนารายณ์ อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง นำคณะศิษย์มากราบไหว้ขอพรจากรูปหล่อแม่บุญเรือน พวกเขานำน้ำดื่มจำนวน 5,004 ขวด มอบให้พระมหารุ่งธรรม ญาณสิทธิ เจ้าอาวาส เพื่อแจกให้สาธุชนในงานวันชาตกาล 132 ปีของแม่บุญเรือนในวันถัดไป (10 มี.ค. 2569)

บรรยากาศคึกคักสุดๆ อ.ธนิสร์โชว์เป่าขลุ่ยขับกล่อมถวาย สัญญา พรนารายณ์ ขับร้องเพลงฮิต “สัญญาเมื่อสายัณห์” ถวายเป็นสังฆทาน มีการเป่าถวายสังข์แสดงความเคารพ ประชาชนนำผลไม้ พวงมาลัยมาร่วมกราบไหว้แน่นขนัด จากนั้น สัญญา พรนารายณ์ เดินเข้าไปด้านหลังรูปหล่อ ทำพิธีกู่โชคลาภจากโอ่งกู่ และล้วงไหมงคลออกมา ได้ เลขเด็ด 693 ชัดเจน! ทุกคนฮือฮา จดเลขกันรัวๆ นำไปลุ้นหวยงวดหน้าแน่นอน

ล้วงไหมงคลได้เลขเด็ด 693

ทำไมวัดท่าผาและแม่บุญเรือนถึงดังเรื่องเลขเด็ด

วัดท่าผาเป็นวัดดังในราชบุรี ที่มีศิษยานุศิษย์มากมาย โดยเฉพาะคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ผู้มีพลังจิตอภิญญา เลื่องลือเรื่องช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ศรัทธาจากทั่วประเทศต่างมาขอพรโชคลาภ

ประวัติคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ผู้ทรงศีลบรรลุธรรม

คุณแม่บุญเรือน เกิดวันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2437 ที่คลองสามวา อ.มีนบุรี จ.พระนคร (ปัจจุบันอยุธยา) ครอบครัวยากจน บิดา นายยิ้ม กลิ่นผกา มารดา นางสวน กลิ่นผกา ท่านประกอบอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า หมอนวดรักษาโรคฟรี และหมอตำแยแผนโบราณ ชื่อเสียงเลื่องลือ

รูปหล่อแม่บุญเรือน

ด้วยความเลื่อมใสพุทธศาสนา ท่านฟังพระสวดมนต์ที่วัดสัมพันธวงศ์บ่อยๆ ฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐาน จนใกล้ชิดพระพุทธศาสนา สุดท้ายลาสามีบวชเป็นชีปฏิบัติธรรมที่วัดนั้น ด้วยความพากเพียร ท่านมรณภาพเมื่อ 7 กันยายน พ.ศ. 2507 สิริอายุ 70 ปี

  • ชีวิตวัยเด็ก: ช่วยพ่อแม่ เรียนรู้การนวดและทำคลอด
  • เข้าสู่ธรรมะ: ฟังธรรมวัดสัมพันธวงศ์ ฝึกวิปัสสนา
  • บวชเป็นชี: ปฏิบัติจนบรรลุธรรม มีพลังจิตช่วยเหลือผู้อื่น
  • มรณภาพ: 2507 อายุ 70 ปี ศิษย์มากมาย

การมาทำบุญของศิลปินดังครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำความศรัทธาในแม่บุญเรือน ไม่แปลกใจที่ได้ ฮือฮาเลขเด็ด 693 ออกมา ใครที่กำลังหาเลขเด็ดงวดนี้ ลองตามดูนะ!

ส่วนตัวผมคิดว่าการทำบุญแบบนี้ไม่ใช่แค่ได้เลข แต่ยังสะสมบุญ สร้างจิตใจสงบ ซึ่งเป็นโชคลาภที่แท้จริง ลองไปวัดท่าผา กราบแม่บุญเรือน ทำบุญ แล้วลุ้นเลขเด็ดไปด้วยกัน สนุกและได้บุญแน่นอน! ถ้าชอบเรื่องเลขเด็ดหวย รีบติดตามบล็อกเราไว้เลยนะ

ที่มา – ฮือฮาเลขเด็ด 693 ศิลปินชื่อดัง เซียนพระ นำคณะทำบุญวัดท่าผา ราชบุรี กราบไหว้แม่บุญเรือน

อิหร่านท้าชนสหรัฐ ช่องแคบฮอร์มุซ รอรับกองเรือ

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่อ อิหร่านท้าชนสหรัฐ ช่องแคบฮอร์มุซ กลายเป็นจุด hotspot ล่าสุด โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศอย่างท้าทายว่ากองทัพอิหร่านพร้อม “รอรับ” กองเรือรบสหรัฐที่กำลังมุ่งหน้ามายังพื้นที่นี้ และชี้ว่าชะตากรรมของสงครามอยู่ในมือของเตหะรานเท่านั้น

อิหร่านท้าชนสหรัฐ ช่องแคบฮอร์มุซ: คำขู่ที่สั่นสะเทือนโลก

พลตรีอาลี โมฮัมหมัด นาอีนี โฆษก IRGC ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อรัฐในเช้าวันอังคาร โดยระบุชัดเจนว่ากองทัพอิหร่านกำลังเฝ้ารอการมาถึงของกองเรือสหรัฐ โดยเฉพาะเรือบรรทุกเครื่องบินยักษ์ USS Gerald R. Ford ที่เป็นสัญลักษณ์ของกองทัพเรือสหรัฐ คำพูดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐออกมาแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ เรื่องมาตรการปกป้องเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ช่องแคบฮอร์มุซคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นประตูสู่ทะเลอาหรับและอ่าวเปอร์เซีย กว้างเพียง 21 ไมล์ แต่ขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก หรือราว 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากเกิดการปิดกั้นหรือปะทะกันที่นี่ ราคาน้ำมันโลกจะพุ่งทะยานทันที สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทยที่พึ่งพาเส้นทางนี้

  • ขนส่งน้ำมัน 21 ล้านบาร์เรล/วัน
  • คิดเป็น 20-30% ของการค้าทางทะเลทั้งหมด
  • จุดยุทธศาสตร์ที่อิหร่านควบคุมฝั่งหนึ่ง
  • ประวัติศาสตร์การเผชิญหน้า เช่น Tanker War ในยุค 80s

อิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบนี้หลายครั้งในอดีต และครั้งนี้ดูเหมือนจริงจังกว่าที่เคย ด้วยการประกาศ อิหร่านท้าชนสหรัฐ ช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเปิดเผย

背景ของความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐ

ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐย่ำแย่มาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 สหรัฐเคยโจมตีอิหร่านทางอ้อมผ่านอิรัก และล่าสุดคือการถอนตัวจากสนธิสัญญานิวเคลียร์ JCPOA รวมถึงการสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ความตึงเครียดพุ่งสูงหลังเหตุโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักและการตอบโต้ทางอากาศ

ทรัมป์ย้ำว่าจะปกป้องเสรีภาพการเดินเรือ แต่ IRGC มองว่านี่คือการรุกล้ำดินแดนของตน อิหร่านมีขีปนาวุธ ทอร์ปิโด เรือเร็ว และโดรนจำนวนมากที่พร้อมโจมตีในพื้นที่แคบๆ นี้

ผลกระทบหากอิหร่านท้าชนสหรัฐ ช่องแคบฮอร์มุซ จริง

หากเกิดการปะทะ:

  • ราคาน้ำมันพุ่ง: อาจแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลก
  • เศรษฐกิจไทยกระทบ: ค่าน้ำมันแพง สินค้าอุปโภคบริโภคปรับขึ้น
  • สงครามขยายวง: อาจลุกลามไปอิสราเอล ซาอุฯ และชาติอื่นๆ
  • หุ้นตลาดตก: ดัชนีทั่วโลกผันผวน

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของภูมิภาค โดยอิหร่านมีข้อได้เปรียบด้าน home turf แต่สหรัฐเหนือกว่าด้านเทคโนโลยี

ในมุมมองของผม สถานการณ์ อิหร่านท้าชนสหรัฐ ช่องแคบฮอร์มุซ นี้เป็นการ poker bluff จากเตหะรานเพื่อกดดันสหรัฐในการเจรจา แต่หากสหรัฐส่งกองเรือเต็มรูปแบบ อาจนำไปสู่ escalation ที่ไม่มีใครอยากเห็น โลกควรเร่งหาทาง дипломатииเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะ

ติดตามสถานการณ์ล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา คุณคิดว่าสงครามจะเกิดจริงไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – อิหร่านท้าชนสหรัฐ! ประกาศ “รอรับกองเรือสหรัฐฯ” ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ชี้ชะตาสงครามอยู่ในมือเตหะราน