วัน: 12 มีนาคม 2026

โค้ชสวีเดน พอตเตอร์ ต่อสัญญาถึง 2030

โค้ชสวีเดน พอตเตอร์ ต่อสัญญาถึง 2030

โค้ชสวีเดน พอตเตอร์ ต่อสัญญาถึง 2030 โดยระบุว่าตัวเองรู้สึก "ภูมิใจอย่างยิ่งและมีความรับผิดชอบสูง" ขณะที่ทีมชาติสวีเดนตั้งเป้าคุณสมบัติสำหรับฟุตบอลโลกฤดูร้อนนี้

Graham Potter วัย 50 ปี อดีตผู้จัดการทีมเวสต์แฮม, เชลซี และไบรท์ตัน เข้ามารับตำแหน่งแทน Jon Dahl Tomasson ที่ถูกไล่ออกในเดือนตุลาคม โดยเริ่มต้นด้วยสัญญาระยะสั้น เพื่อพลิกฟื้นแคมเปญที่กำลังย่ำแย่ของทีมชาติสวีเดน

สวีเดนยังมีโอกาสเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ที่กำลังจะเริ่มต้นในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ในเดือนมิถุนายน หากพวกเขาผ่านรอบเพลย์ออฟกับยูเครน และจากนั้นกับโปแลนด์หรือแอลเบเนียในช่วงปลายเดือนนี้

พอตเตอร์ถูกไล่ออกจากเวสต์แฮมในปลายเดือนกันยายน หลังจากเริ่มต้นฤดูกัลพรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าผิดหวัง

อย่างไรก็ตาม เขาถูกมองว่าเป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งโค้ชทีมชาติสวีเดนทันที หลังจากเคยพาทีม Ostersund จากลีกรอง 4 ขึ้นสู่ลีกสูงสุด และคว้าแชมป์คัพในประเทศปี 2017

"การได้ต่อยอดในบทบาทนี้มีความหมายมากสำหรับผม" พอตเตอร์กล่าวในแถลงการณ์จากสมาคมฟุตบอลสวีเดน

"ผมรู้สึกทั้งภูมิใจและรับผิดชอบอย่างมาก มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม และเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมที่จะทำสิ่งสำคัญในอนาคต"

"สวีเดนเป็นประเทศฟุตบอลที่มีประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจ ด้วยทีมที่เคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ใหญ่ และแข่งขันได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ซึ่งเราต้องการกลับไปสู่จุดนั้น"

โค้ชสวีเดน พอตเตอร์ ต่อสัญญาถึง 2030: ความหมายสำคัญต่อทีมชาติ

การตัดสินใจ โค้ชสวีเดน พอตเตอร์ ต่อสัญญาถึง 2030 ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลสวีเดน โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมกำลังเผชิญความท้าทายในการลุ้นตั๋วฟุตบอลโลก 2026 พอตเตอร์ซึ่งมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกและลีกสวีเดน จะช่วยเสริมความมั่นคงให้ทีมชาติ ทำให้สามารถวางแผนระยะยาวได้

ก่อนหน้านี้ พอตเตอร์แสดงให้เห็นศักยภาพในการพาลูกทีมเกินศักยภาพ เช่น ที่ไบรท์ตันที่เล่นฟุตบอลสวยงามและติดอันดับท็อปซิกซ์ หรือที่เชลซีที่แม้จะมีปัญหาก็ยังปรับตัวได้ดี ในสวีเดน เขาเข้ามาในช่วงวิกฤติหลังจากทีมแพ้หลายนัดสำคัญ ทำให้แฟนบอลหวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นอีกครั้ง

โค้ชสวีเดน พอตเตอร์ ต่อสัญญาถึง 2030 จะพลิกเกมอย่างไร?

ด้วยสัญญายาวถึงปี 2030 พอตเตอร์มีเวลาพอที่จะสร้างทีมเวอร์ชันใหม่ โดยเน้นพัฒนานักเตะเยาวชนและแท็คติกสมัยใหม่ สวีเดนมีประเพณีฟุตบอลแข็งแกร่งตั้งแต่ยุค Zlatan Ibrahimovic แต่หลังจากนั้นทีมชาติเงียบเหงา การต่อสัญญานี้จึงเป็นสัญญาณบวก

ในรอบเพลย์ออฟที่กำลังจะมาถึง การเผชิญหน้ากับยูเครนซึ่งมีผู้เล่นพรีเมียร์ลีกชั้นนำอย่าง Mudryk และโปแลนด์ที่มี Lewandowski จะเป็นบททดสอบใหญ่ หากผ่านได้ สวีเดนจะกลับมาทำให้แฟนบอลตื่นเต้นอีกครั้ง

  • ประสบการณ์พรีเมียร์ลีกของพอตเตอร์ช่วยพัฒนาแท็คติกทีมชาติ
  • สัญญายาวช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้เล่น
  • เป้าหมายฟุตบอลโลก 2026 และยูโร 2028

นอกจากนี้ พอตเตอร์ยังเน้นวัฒนธรรมทีม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลิกภาพนักเตะ ซึ่งเป็นจุดแข็งจากสมัย Ostersund ที่ทำให้ทีมเล็กกลายเป็นทีมใหญ่

สำหรับแฟนฟุตบอลไทยที่ชื่นชอบพอตเตอร์ตั้งแต่สมัยเชลซี การติดตามทีมสวีเดนจะน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะถ้าพวกเขาลุยฟุตบอลโลกบนแผ่นดินอเมริกา

ในมุมมองของผม การตัดสินใจนี้ฉลาดมาก เพราะสวีเดนต้องการความต่อเนื่อง และพอตเตอร์คือคนที่เหมาะสมที่สุด ลองติดตามดูว่าพวกเขาจะสร้างปาฏิหาริย์ได้หรือไม่ คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ตำรวจไซเบอร์ รวบแก๊งขายปืนเถื่อนทางออนไลน์

เหตุการณ์ล่าสุดที่สร้างความฮือฮาในแวดวงข่าวอาชญากรรมคือ ตำรวจไซเบอร์ รวบแก๊งขายปืนเถื่อนทางออนไลน์ ได้สำเร็จ สมาชิกแก๊งสารภาพว่าทำมานานหลายปีแล้ว การจับกุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่หยุดยั้งการแพร่กระจายอาวุธเถื่อนเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนออนไลน์

ตำรวจไซเบอร์ รวบแก๊งขายปืนเถื่อนทางออนไลน์

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการสถานีตำรวจไซเบอร์ (ผบช.สอท.) ร่วมกับทีมงาน พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.3 ได้สนธิกำลังกับกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 บุกจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ได้แก่ นายธวัชชัย แพงเพ็ง อายุ 35 ปี, นายธนภัทร พิทักษ์จันทร์กูล อายุ 41 ปี และนายอภิสิทธิ์ ศิริประพันธ์ อายุ 26 ปี

ขั้นตอนการล่อซื้อและจับกุม

ทุกอย่างเริ่มต้นจากการตรวจพบโพสต์ในเฟซบุ๊กที่ประกาศขายอาวุธปืน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อปืนสั้น 9 มม. กระบอกละ 12,000 บาท นัดส่งของที่ปั๊มน้ำมันใน ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อถึงเวลานัด นายธวัชชัยขับรถมารับ นายธนภัทรและนายอภิสิทธิ์คอยเฝ้าระวังดูต้นทาง ส่งสัญญาณหากมีตำรวจเข้ามา แต่สุดท้ายถูกจับกุมคาที่พร้อมปืนของกลาง 1 กระบอก

จากการสอบสวน นายธวัชชัยรับสารภาพว่าสั่งปืนเถื่อนมาจากเว็บไซต์ออนไลน์ในราคาถูกเพียง 6,700 บาท แล้วนำมาขายต่อผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กเพื่อกำไร โดยมีเพื่อนคอยช่วยเหลือมานานหลายปี แสดงให้เห็นถึงเครือข่ายที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกออนไลน์

ของกลางที่ยึดได้จำนวนมาก

หลังจับกุม ชุดสืบสวนบุกค้นห้องพักอพาร์ตเมนต์ของนายธวัชชัยในอ.เมืองขอนแก่น พบอาวุธปืนเพิ่มอีก 7 กระบอก และกระสุนรวม 153 นัด โดยรายละเอียดของกลางมีดังนี้:

  • อาวุธลูกซอง 1 กระบอก
  • อาวุธปืนขนาด 9 มม. 2 กระบอก
  • อาวุธปืนขนาด .38 1 กระบอก
  • อาวุธปืนสั้นดัดแปลงไม่ทราบขนาด 1 กระบอก
  • อาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก
  • อาวุธปืนยาวไม่ทราบขนาด 1 กระบอก
  • กระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 153 นัด

ทั้งหมดนี้ถือเป็นปืนเถื่อนที่ผิดกฎหมายโดยสิ้นเชิง

ข้อหาที่ดำเนินคดี

ผู้ต้องหาทั้งสามถูกแจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ได้แก่

  • ร่วมกันพยายามจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ร่วมกันมีอาวุธปืนและกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร

เหตุการณ์ ตำรวจไซเบอร์ รวบแก๊งขายปืนเถื่อนทางออนไลน์ ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของการค้าอาวุธผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจนำไปสู่อาชญากรรมรุนแรงได้ง่าย

บทเรียนและคำเตือนสำหรับประชาชน

ในยุคดิจิทัล การขายของเถื่อนออนไลน์เป็นปัญหาใหญ่ ตำรวจไซเบอร์ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถติดตามและจับกุมได้อย่างรวดเร็ว หากคุณพบโพสต์น่าสงสัย เช่น การขายปืน วัตถุระเบิด หรือสิ่งผิดกฎหมาย อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางของตำรวจ เช่น สายด่วน 1155 หรือแอป Thi-Police เพื่อช่วยกันปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับในการป้องกันตัวเอง เช่น ตรวจสอบผู้ขายให้ดี หลีกเลี่ยงกลุ่มลับที่ขายของผิดกฎหมาย และรายงานทันทีหากสงสัย การกระทำดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงในสังคมได้อย่างมาก

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และย้ำเตือนว่ากฎหมายไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใคร แม้จะซ่อนตัวในโลกออนไลน์ก็ตาม หากคุณสนใจข่าวอาชญากรรมอื่นๆ หรืออยากรู้วิธีป้องกันตัวจากภัยไซเบอร์ ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ กันนะครับ!

ที่มา – “ตำรวจไซเบอร์” รวบแก๊งขาย “ปืนเถื่อน” ทางออนไลน์ สารภาพทำมานานหลายปีแล้ว

ภาวนาให้เป็นข่าวดี พบความเคลื่อนไหว บนเรือมยุรี ช่างเครื่อง

เหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้า มยุรี นารี สัญชาติไทยถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความตื่นตระหนกให้กับครอบครัวลูกเรือเป็นอย่างมาก ล่าสุดมีข่าวดีที่ทำให้ทุกคน ภาวนาให้เป็นข่าวดี พบความเคลื่อนไหว บนเรือมยุรี ช่างเครื่อง ยังมีสัญญาณชีวิต หลังจากกองทัพเรือโอมานช่วยเหลือลูกเรือได้ 20 คน แต่ยังสูญหาย 3 ราย รวมถึงช่างเครื่องที่เพื่อนเผยพิกัดสุดท้าย

ภาวนาให้เป็นข่าวดี พบความเคลื่อนไหว บนเรือมยุรี ช่างเครื่อง

จากรายงานเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 “กัน จอมพลัง” ได้เร่งประสานงานกับกองทัพเรือไทย เพื่อช่วยเหลือลูกเรือที่ยังสูญหาย ครอบครัวของผู้สูญหายทั้ง 3 รายต่างติดต่อขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะครอบครัวของนายชวลิต ไชยวงศ์ ช่างเครื่องที่ทำงานอยู่บริเวณห้องเครื่อง ซึ่งเป็นจุดที่เรือถูกโจมตีโดยตรง ข่าวสารที่สับสนในช่วงแรก เช่น มีรายงานว่าลูกเรือ 23 คนรอด บางแห่งบอก 3 คนเสียชีวิต หรือถูกช่วยไปตุรกี ทำให้ทุกคนต้องการข้อมูลที่ชัดเจนจากกองทัพเรือ

กัน จอมพลัง เผยว่าตนได้รวบรวมข้อมูลจากลูกเรือที่รอดชีวิต โดยหนึ่งในนั้นระบุว่านายชวลิตอยู่ที่ห้องเครื่องตอนเกิดเหตุ ข้อมูลนี้ถูกส่งต่อให้กองทัพเรือเพื่อประสานกับฝั่งโอมาน ล่าสุดมีรายงาน พบความเคลื่อนไหว บนเรือมยุรี เช่น ได้ยินเสียงและสัญญาณ ซึ่งจุดประกายความหวังว่าผู้สูญหายอาจยังปลอดภัย ครอบครัวจึงพยายามส่งข้อความทุกช่องทางเพื่อให้คนบนเรือรู้ว่ามีคนรออยู่

พิกัดสุดท้ายของช่างเครื่องจากเพื่อนรอดชีวิต

เพื่อนลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับพิกัดสุดท้ายของช่างเครื่อง ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางอันตรายที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางการเมือง โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจนำไปสู่การโจมตีเรือสินค้า เรือมยุรี นารี เคยผ่านเส้นทางนี้หลายครั้ง และลูกเรืออย่างช่างเครื่องต้องเข้าเวรยามตลอด

คำให้การจากคุณบิว แฟนสาวช่างเครื่อง

คุณบิว วัย 35 ปี แฟนสาวของนายชวลิต ไชยวงศ์ เล่าว่าทราบข่าวเมื่อวาน แต่ภาวนาให้แฟนอยู่ในกลุ่ม 20 คนที่รอด แฟนเคยเล่าถึงอันตราย เช่น เห็นการยิงกันใกล้หัวเรือ หรือต้องแกล้งทิ้งสมอเพื่อหลบ คืนสุดท้ายที่เข้าเวรยามก็ขาดการติดต่อ ตอนนี้เธอติดต่อกัน จอมพลังเพื่อขอความช่วยเหลือ และยังมีความหวัง “ตอนนี้ยังมีความหวัง ขอให้เขารอดปลอดภัย กลับมาบ้านเท่านั้นเอง”

ปกติการติดต่อทำได้ทุกวัน แต่เวรยามอาจไม่พกโทรศัพท์ การออกเรือครั้งละ 7-8 เดือนใกล้ครบกำหนดกลับ บริษัทบอกให้รอ แต่ครอบครัวอยากรู้ว่าเขายังมีชีวิต

  • ข้อมูลจากลูกเรือรอด: ช่างเครื่องอยู่ห้องเครื่อง
  • ความเคลื่อนไหวล่าสุด: ได้ยินเสียงบนเรือ
  • การประสานงาน: ส่งข้อมูลให้กองทัพเรือโอมาน
  • ครอบครัว: 2 ครอบครัวจะไปพบกัน จอมพลังพรุ่งนี้

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญต่อการขนส่งน้ำมันโลก 80% ของน้ำมันตะวันออกกลางผ่านที่นี่ ทำให้เสี่ยงต่อการโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธหรือรัฐที่ขัดแย้ง เหตุการณ์นี้เตือนใจถึงความเสี่ยงของลูกเรือไทยที่ต้องเดินเรือไกล

นอกจากนี้ กัน จอมพลังยังวางแผนให้ครอบครัวไปประสานกองทัพเรือโดยตรงพรุ่งนี้ เพื่อข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด ทุกคนกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

ในสถานการณ์เช่นนี้ ความหวังคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ขอให้เป็นข่าวดีสำหรับลูกเรือทั้ง 3 ราย หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแชร์หรือแจ้งทางการได้ทันที ติดตามอัปเดตข่าวเรือมยุรีและเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซกับเราต่อไป เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ภาวนาให้เป็นข่าวดี พบความเคลื่อนไหว บนเรือมยุรีฯ เพื่อนเผยพิกัดสุดท้าย “ช่างเครื่อง”

ปลัด มท. พิจารณา ขรก. WFH ไม่กระทบบริการประชาชน

ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปลัด มท. พิจารณา ขรก. WFH ไม่กระทบงานบริการประชาชน กลายเป็นมาตรการเร่งด่วนที่กระทรวงมหาดไทยออกมาแจ้งให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการ เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและลดภาระงบประมาณแผ่นดิน โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนไว้ได้อย่างเต็มที่

ปลัด มท. พิจารณา ขรก. WFH ไม่กระทบงานบริการประชาชน

วันที่ 12 มีนาคม 2567 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกหนังสือแจ้งไปยังกรมต่างๆ รัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ ให้พิจารณาอนุญาตให้ข้าราชการปฏิบัติงานจากที่บ้านหรือ Work From Home (WFH) ตามความเหมาะสม ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 20 กันยายน 2565 โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน เช่น การออกเอกสาร การรับเรื่องร้องเรียน หรือบริการสาธารณะอื่นๆ

มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามมติครม. วันที่ 10 มีนาคม 2567 เรื่องการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อรับมือผลกระทบจากราคาน้ำมันและก๊าซที่ผันผวนสูง ปลัดมหาดไทยย้ำว่าการ WFH จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารราชการ ลดค่าเดินทาง และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

มาตรการประหยัดพลังงานควบคู่ WFH

นอกจากการพิจารณา WFH แล้ว ยังมีแนวทางอื่นๆ ที่หน่วยงานต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างต้นแบบการประหยัดพลังงาน ดังนี้

  • ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส และปิดประตู-หน้าต่างไม่ให้เปิดทิ้งไว้
  • ตรวจสอบปิดเครื่องปรับอากาศ ไฟส่องสว่างหลังเลิกงาน รวมถึงช่วงพักเที่ยง
  • ตั้งคอมพิวเตอร์ให้เข้าสู่โหมดสแตนด์บายเมื่อไม่ใช้งาน
  • ลดการใช้กระดาษ โดย改ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์
  • งดเดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นกรณีจำเป็นสุดๆ ให้ใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์แทน
  • รณรงค์ให้ใช้บันไดแทนลิฟต์

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยประหยัดงบประมาณ แต่ยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลด้านสิ่งแวดล้อม

บทบาทผู้ว่าราชการจังหวัดในการกำกับดูแล

ปลัดมหาดไทยได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจในการกำกับติดตามหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมถึงประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมกับแต่ละจังหวัด และสร้างการรับรู้ให้เจ้าหน้าที่กับประชาชน "ผมได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานราชการทุกระดับในจังหวัดอย่างใกล้ชิด" ปลัดกล่าว

ประโยชน์ของ WFH สำหรับข้าราชการและประชาชน

การ WFH ไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน ลดเวลาเดินทาง และช่วยลดการแพร่กระจายโรค โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีสนับสนุนการประชุมออนไลน์ได้เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต้องวางแผนให้ดี เพื่อให้บริการประชาชนยังคงรวดเร็ว เช่น ตั้งจุดบริการเคลื่อนที่หรือระบบออนไลน์เสริม

ในมุมมองของผู้เขียน มาตรการนี้เป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวของภาครัฐสู่ digital transformation ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน หากทุกหน่วยงานปฏิบัติจริงจัง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล และเป็นตัวอย่างที่ดีให้เอกชนและประชาชนทั่วไป

คุณล่ะคิดอย่างไรกับมาตรการ ปลัด มท. พิจารณา ขรก. WFH ไม่กระทบงานบริการประชาชน นี้? มีประสบการณ์ WFH ในราชการบ้างไหม แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้กันนะคะ

ที่มา – ปลัด มท. แจ้งกรม-รัฐวิสาหกิจ-ผู้ว่าฯ พิจารณา ขรก. WFH ไม่กระทบงานบริการประชาชน

มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้อง สอบฮั้ว สว. 229 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวการเมืองสุดร้อนที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาอยู่เลย นั่นคือ มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้อง สอบฮั้ว สว. 229 คน จากคณะอนุกรรมการชี้ขาดคณะที่ 36 ของ กกต. แถม DSI ยังออกมาชี้แจงว่ามันไม่กระทบคดีอาญาอั้งยี่และฟอกเงินของ สว. ด้วยนะครับ งงกันมั้ยล่ะ? มาฟังรายละเอียดกันแบบชิลๆ กันเลยดีกว่า จะได้ไม่งง!

มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้อง สอบฮั้ว สว. 229 คน

เรื่องนี้เกิดขึ้นวันที่ 12 มี.ค. 2567 เวลา 17.00 น. ที่สำนักงาน กกต. คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อดีตรองอธิบดี DSI เป็นประธาน ได้ประชุมกันแล้วมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้องทั้งหมด! โดยเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ไม่มีมูลความผิดในการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 นั่นเองครับ

แต่เดี๋ยวก่อน เสียงข้างน้อย 2 ท่านเห็นต่างนะ บอกว่าควรชี้มูลความผิด 134 คน จากกลุ่ม สว. ปัจจุบัน 138 คน มันกลับทิศจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ที่เคยสรุปว่ามีความผิด 229 ราย ประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบัน 138 ราย กับ ส.ส. กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และเครือข่ายอีก 91 ราย คณะนี้เป็นทีมร่วม กกต. กับ DSI มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาฯ กกต. เป็นประธานด้วย

กระบวนการต่อไปหลังมีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้อง สอบฮั้ว สว. 229 คน

ตอนนี้ยังไม่จบครับ สำนวนยังไม่ส่งถึง กกต. ชุดใหญ่ ต้องใช้เวลา 7 วันในการบรรจุวาระประชุม ซึ่งประชุมทุกจันทร์-อังคาร คาดไม่ทันสัปดาห์หน้าแน่นอน กกต. ชุดใหญ่จะต้องพิจารณาทั้งสองความเห็น คณะ 26 ที่ชี้ผิด กับคณะ 36 ที่ตีตก จะเปรียบเทียบพฤติการณ์ เหตุผลต่างกันยังไง คณะ 26 อุทธรณ์ไม่ได้ ต้องรอบอร์ดใหญ่ตัดสินเท่านั้น

  • กลุ่มผู้ถูกกล่าวหา: สว. ปัจจุบัน 138 ราย
  • กลุ่มอื่นๆ: ส.ส. กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค เครือข่าย 91 ราย
  • ประเด็นหลัก: พฤติการณ์ฮั้วเลือกตั้ง สว. 2567

เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ การเลือก สว. 2567 ดราม่าตั้งแต่ต้น ถูกกล่าวหาว่ามีการรวมกลุ่มฮั้วเพื่อชิงที่นั่งวุฒิฯ จนเกิดคดีรุมเร้าตอนนี้มติคณะเล็กตีตก แต่ยังต้องรอคำตัดสินสุดท้ายจาก กกต. ชุดใหญ่ มันเหมือนละครการเมืองน้ำดีเลยนะ!

DSI ชี้ ไม่มีผลต่อคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.

นอกจากนี้ DSI ยังย้ำชัดเลยครับว่า มติ มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้อง สอบฮั้ว สว. 229 คน นี้ ไม่มีผลต่อสำนวนคดีอาญาเรื่องอั้งยี่และฟอกเงินของ สว. ที่ DSI กำลังสอบสวนอยู่ เพราะถูกอัยการคดีพิเศษตีกลับมาให้รวมสำนวนกับ กกต. เกี่ยวกับ 7 กลุ่มบุคคล

กฎหมายคนละฉบับกันนะครับ คดีฮั้วเลือกตั้งเป็นของ กกต. ใช้ พ.ร.บ. เลือกตั้ง แต่คดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน DSI ต้องทำตามคำสั่งอัยการให้ครบถ้วน รวบรวมหลักฐานทั้งหมด รอชี้ขาดจาก กกต. ด้วย DSI จะไม่หยุดแค่นี้แน่นอน!

มาดู background สั้นๆ กันหน่อย อั้งยี่คือการรวมกลุ่มลับเพื่อกระทำผิดกฎหมาย ส่วนฟอกเงินคือซักเงินสกปรกให้สะอาด คดีนี้เชื่อมโยงกับการเลือก สว. ที่มีเงินไหลเวียนมหาศาล จน DSI เข้าตรวจสอบแบบจริงจัง

วิเคราะห์สถานการณ์: จะจบยังไง?

ผมวิเคราะห์ดูแล้วครับ เรื่องนี้ยังเดือดต่อเนื่องแน่ เพราะแม้คณะ 36 จะตีตก แต่ กกต. ชุดใหญ่อาจเห็นต่าง และ DSI คดีอาญาแยกทางไปเลย ประชาชนอย่างเราก็ต้องจับตา ว่าสุดท้าย สว. กลุ่มนี้จะรอดหรือโดนสอบจริงๆ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็น SEO การเมืองไทยที่ฮิต เช่น “ฮั้วเลือกตั้ง สว. 2567” “คดี DSI สว.” “กกต. ตีตกคำร้อง” เพื่อนๆ ค้นหาเพิ่มได้นะ จะได้อัพเดทข้อมูลล่าสุด

สรุปคือ อย่าเพิ่งเชื่อมติชั่วคราว รอ กกต. ชุดใหญ่และ DSI ให้จบ ความยุติธรรมต้องโปร่งใส! คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยสิครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ จะได้ช่วยกันติดตามข่าวการเมืองไทยให้โปร่งใสขึ้น

ที่มา – มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้อง สอบฮั้ว สว. 229 คน – DSI ชี้ ไม่มีผลต่อคดีอาญาอั้งยี่ ฟอกเงิน

“ชนนพัฒฐ์” รับกังวลสู้คดีชั้นศาล

ข่าวการเมืองล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากคือ “ชนนพัฒฐ์” รับกังวลสู้คดีชั้นศาล หลังจากที่ศาลตัดสินให้ประกันตัวชั่วคราว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา จากพรรคกล้าธรรม ได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาถึงความรู้สึกและแผนการต่อสู้ในคดีนี้ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนจับตามอง โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการเงินในปี 2562 ที่ถูกตั้งคำถามจากสังคม

“ชนนพัฒฐ์” รับกังวลสู้คดีชั้นศาล

หลังจากได้รับการประกันตัว นายชนนพัฒฐ์ ได้ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง โดยยอมรับว่ามีความกังวลใจในการสู้คดีชั้นศาล แต่เขายืนยันว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่เพื่อลบล้างข้อครหาทั้งปวง “ผมตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง แม้จะกังวลบ้าง แต่ช่วงเวลาที่อยู่ในห้องเวรทำให้ผมตระหนักถึงความสง่างามของการเป็น ส.ส.” เขากล่าว

ประเด็นสำคัญที่นายชนนพัฒฐ์ เน้นย้ำคือเรื่องการออกหมายเรียกก่อนเปิดประชุมสภาฯ ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งศาลที่ให้รายงานตัวภายใน 7 วัน เขาได้เข้ารายงานตัวต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทันที โดยไม่โทษใคร และได้แจ้งให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทราบถึงเจตนาที่จะพิสูจน์ตัวเองด้วยพยานหลักฐาน

พร้อมแจงเส้นเงินปี 62 ใน “ชนนพัฒฐ์” รับกังวลสู้คดีชั้นศาล

หนึ่งในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจมากที่สุดคือเส้นทางการเงินปี 2562 นายชนนพัฒฐ์ มั่นใจว่าจะชี้แจงได้ทุกข้อสงสัย และเตรียมใจรับการซักถามในสภาฯ อย่างเข้มแข็ง “ผมพร้อมตอบคำถามทุกประการ และจะชี้แจงความจริงอย่างตรงไปตรงมา” เขาระบุ โดยเน้นว่าความกังวลหลักคือผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่สงขลา

คดีนี้เกิดจากอะไร? จากข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบบัญชีธนาคารและธุรกรรมทางการเงินที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย DSI จึงเข้าไปตรวจสอบหลังศาลมีคำสั่ง ส.ส.คนนี้ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรเขตสงขลา ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้ง แต่ข้อกล่าวหานี้ทำให้ภาพลักษณ์สั่นคลอน

บทเรียนจากกรณี “ชนนพัฒฐ์” รับกังวลสู้คดีชั้นศาล

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสในวงการการเมืองไทย นักการเมืองทุกคนควรมีหลักฐานชัดเจนเพื่อรับมือกับข้อครหา นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างว่ากระบวนการยุติธรรมต้องเป็นธรรมและรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงโดยไม่จำเป็น

  • จุดเด่นของการรับมือ: เข้าสู่กระบวนการทันที ไม่หลบหนี
  • แผนชี้แจง: เตรียมเอกสารเส้นเงินปี 2562 ครบถ้วน
  • ทัศนคติ: อดทนต่อการซักถามในสภา
  • ผลกระทบ: เน้นดูแลความรู้สึกประชาชนพื้นที่

นอกจากนี้ ในแง่กฎหมาย การประกันตัวแสดงว่าศาลเห็นว่ายังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะกักตัว สิ่งนี้ช่วยให้นายชนนพัฒฐ์ สามารถปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ต่อไปได้ โดยเขาสัญญาว่าจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง

สำหรับพรรคกล้าธรรม กรณีนี้อาจเป็นบททดสอบสำคัญในการรักษาฐานเสียง โดยเฉพาะในภาคใต้ที่การเมืองมีความเข้มข้น สังคมไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ความจริงที่ชัดเจน

สุดท้ายแล้ว กรณี “ชนนพัฒฐ์” รับกังวลสู้คดีชั้นศาล สอนให้เรารู้ว่าการพิสูจน์ศักดิ์ศรีต้องอาศัยความกล้าหาญและหลักฐาน หากคุณสนใจข่าวการเมืองล่าสุด แนะนำให้ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ และแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “ชนนพัฒฐ์” รับกังวลสู้คดีชั้นศาล พร้อมแจงเส้นเงินปี 62 ขอพิสูจน์ศักดิ์ศรีหลังประกันตัว

พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้ายกำลังเป็นอย่างไร

พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้ายกำลังเป็นอย่างไร

สถานการณ์ตึงเครียดที่หัวจบและลุ้นระทึกที่ท้ายตาราง

เหลืออีกไม่ถึง 10 นัด พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้ายกำลังเข้มข้น เรามาดูกันว่าการลุ้นแชมป์ การแย่งตั๋วยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และศึกหนีตกชั้นกำลังเป็นอย่างไรบ้าง

ที่จุดสูงสุด อาร์เซนอล นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 7 แต้ม แต่เล่นไปมากกว่า 1 นัด

ดูจากโปรแกรมที่เหลือ เกมเมอร์มีโปรแกรมที่ง่ายกว่าเล็กน้อยบนกระดาษ แม้ว่าจะมี 8 นัดที่เหลือ รวมถึงนัดสำคัญที่อาจตัดสินแชมป์ที่เอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 19 เมษายน

นอกจากนั้น สี่ในห้านัดถัดไปของ อาร์เซนอล เป็นเกมเหย้าต้านทีมกลางตาราง ขณะที่สี่ในห้านัดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเกมเยือน รวมถึงนัดเยือน เชลซี

พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้าย: การลุ้นแชมป์

บางคนสงสัยในความสามารถของ อาร์เซนอล ที่จะคว้าแชมป์ แต่ชัดเจนว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ใช่ทีมที่น่ากลัวเหมือนฤดูกาลก่อนๆ

ภายใต้เป๊ป กวาร์ดิโอลา พวกเขามีคะแนนหลัง 29 นัดน้อยกว่าแค่สองฤดูกาล คือฤดูกาลแรก 2016-17 (58 คะแนน) และฤดูกาลที่แล้ว (48 คะแนน) ฤดูกาลนี้ได้ 60 คะแนน

จากตัวเลข expected goals ทั้งสองทีมไม่โดดเด่นเท่าแชมป์เก่าๆ ไม่ว่าจะเพราะจุดอ่อนของตัวเองหรือลีกที่แข็งแกร่งขึ้น ทำให้มีโอกาสพลิกผันใน พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้าย

ข่าวดีสำหรับแฟนอาร์เซนอลคือ ทีมที่โดดเด่นที่สุดในแง่ส่วนต่างประตูต่อนัด (ไม่รวมลูกโทษ) ชนะลีก 3 จาก 4 ฤดูกาลหลัง ยกเว้นตอนที่แมนซิตี้แซงเมื่อสองปีก่อน

การลุ้นตั๋วยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

อันดับ 5 น่าจะได้เล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง มีเพียง 3 แต้มระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แอสตัน วิลล่า เชลซี และ ลิเวอร์พูล ทีมหนึ่งน่าจะร่วง

แอสตัน วิลล่า มีโปรแกรมง่ายที่สุดในกลุ่ม หลังเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สุดสัปดาห์นี้ พวกเขาจะเจอทีมท้ายตาราง 4 จาก 6 นัดถัดไป แม้การเจอทีมหนีตกชั้นอาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบเสมอไป

ลิเวอร์พูล อยู่นอกท็อป 5 ชั่วคราว มีโอกาสสร้างโมเมนตัมกับทีมกลางตาราง ก่อนเดือนพฤษภาคาที่ต้องเจอคู่แข่งลุ้น UCL สามทีมติด

สองเดือนก่อน แอสตัน วิลล่า เกือบแน่นอนท็อป 5 นำห่าง 8 แต้ม แต่บาดเจ็บและลูกยิงไกลที่เคยช่วยลดลง ทำให้คู่แข่งไล่ทัน

ศึกหนีตกชั้นในพรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้าย

วูล์ฟส์ และ เบิร์นลี่ย์ เกือบตกชั้นแล้ว เหลือที่ว่างหนึ่งสำหรับ ลีดส์ ท็อตแน่ม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ เวสต์แฮม

  • ลีดส์ มีคะแนนนำและโปรแกรมง่ายสุด เพียงนัดเดียวกับท็อป 6 (แมนยู 13 เมษายน) และเหย้าทั้งสองทีมท้ายตาราง
  • เวสต์แฮม อยู่ในโซนตกชั้นและโปรแกรมยากสุด

แฟน ท็อตแน่ม และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ต้องกังวลเพราะฟอร์ม เวสต์แฮม ดีขึ้นมากภายใต้นูโน่ เอสปิริโต ซานโต ล่าสุด 8 นัดได้ 14 คะแนน (มากกว่า 4 ทีม) และ expected goal difference สูงกว่าทีมอื่นๆ แสดงว่าฟอร์มจริงไม่ใช่โชค

แม้โปรแกรมและสถิติจะบอกใบ้ แต่ พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้าย จะมีพลิกผันมากมายก่อนจบฤดูกาล

คุณคิดว่าใครจะคว้าแชมป์และทีมไหนจะรอดตกชั้น? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัพเดท พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้าย กับเราต่อไป!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

โผ อนุทิน 2 จัดเต็ม 35 ชื่อ ดึงมืออาชีพ

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกคน! วันนี้เรามีข่าวฮอตฮิตมาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะ เรื่อง โผ อนุทิน 2 ที่กำลังเป็นกระแสแรงมากๆ ในวงการเมืองไทย พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จัดหนักจัดเต็ม กวาดไป 14 กระทรวง รวมถึง 26 ตำแหน่งใหญ่โต นี่คือโผครม.ชุดใหม่ที่ทุกคนรอคอย วันที่ 12 มีนาคม 2569 ข่าวลือเริ่มชัดเจนแล้วล่ะ!

โผ อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำ ดึงมืออาชีพคุมกระทรวงสำคัญ

ไฮไลท์ของ โผ อนุทิน 2 เลยคือการดึงตัวแม่เหล้ามืออาชีพมาคุมตำแหน่งเศรษฐกิจหลักๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ไม่มีรัฐมนตรีช่วยมารบกวนด้วยนะ มาดูกัน:

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ – รองนายกฯ และ รมว.คลัง
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ – รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์
  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว – รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ (บัวแก้ว)
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ – รองนายกฯ

ส่วนนายอนุทินเองก็รับบทนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่ง รมว.มหาดไทย แถมมีรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยอีก 4 คนด้วยกัน ได้แก่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ทีมเวิร์คแน่นเปรี๊ยะ!

โผ อนุทิน 2 ในส่วนความมั่นคงและคมนาคม

มาดูฝั่งความมั่นคงกันบ้าง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ “บิ๊กดุล” ขยับขึ้นเป็น รมว.กลาโหม ส่วน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ หรือ “บิ๊กรุทธ” ต่อยอดใน รมว.ยุติธรรม กระทรวงคมนาคมยังคงเป็นของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการเหมือนเดิม มีรัฐมนตรีช่วยอย่างนายสรรเพชญ บุญญามณี (ส.ส.สงขลา) เพื่อโควตาภาคใต้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์

รายชื่อรัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆ ในโผ อนุทิน 2

นอกจากนี้ยังมีตัวเด่นอีกเพียบ:

  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: นายไชยนก ชิดชอบ (รมว.) และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย (รมช.)
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา: นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: นายสุชาติ ชมกลิ่น
  • กระทรวงพลังงาน: นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
  • กระทรวงวัฒนธรรม: นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์
  • กระทรวงสาธารณสุข: นายพัฒนา พร้อมพัฒน์
  • กระทรวงอุตสาหกรรม: นายวราวุธ ศิลปอาชา

รวมๆ แล้วมีรายชื่อเสนอมากกว่า 35 ชื่อเลย เพื่อสำรองกรณีใครไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจาก 18 หน่วยงาน รอประกาศอย่างเป็นทางการได้เลย!

พิเศษสุดทางฝ่ายนิติบัญญัติ นายโสภณ ซารัมย์ กำลังจะผงาดเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นรองประธานคนที่ 1 นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล (เพื่อไทย) รองคนที่ 2 และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เป็นวิปรัฐบาล โผนี้ครบเครื่องจริงๆ

ส่วนตัวผมมองว่า โผ อนุทิน 2 ชุดนี้เน้นคุณภาพสูง ดึงมือโปรมาคุมจุดยุทธศาสตร์ คงช่วยให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าได้แข็งแกร่ง ลุ้นผ่านด่านตรวจสอบทุกขั้นตอนนะเพื่อนๆ คุณคิดเห็นยังไงกับโผนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย!

ที่มา – โผ “อนุทิน 2” จัดเต็ม 35 ชื่อ ดึงมืออาชีพคุมคลัง-พาณิชย์-บัวแก้ว “โสภณ” ผงาดประธานสภาฯ

ทำไม Aberdeen ถึงเลือก Robinson ตอนนี้

‘ซ่อนตัวอยู่ตรงหน้า’ – ทำไม Aberdeen ถึงเลือก Robinson ตอนนี้

ทำไม Aberdeen ถึงเลือก Robinson ตอนนี้? คำถามที่แฟนบอลทุกคนกำลังสงสัย หลังจากทีม “ดอนส์” ตัดสินใจเจรจากับ สตีเฟ่น ร็อบินสัน กุนซือสตาร์ท มิร์เรน อย่างกะทันหัน ดูเหมือนคำตอบจะชัดเจนคือ “พอแล้วกับความย่ำแย่!” การปิดฉากการทวงแชมป์สกอตติช คัพ แบบน่าอายต่อ ดันเฟิร์มลีน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คือจุดต่ำสุดล่าสุดในวงโคจรตกต่ำยาวนาน 16 เดือน แม้ฤดูกาลที่แล้วจะคว้าแชมป์ถ้วยใบนั้นมาได้ แต่ก็ไม่อาจกลบเกลื่อนได้

Aberdeen กำลังมุ่งหน้าลงเหวมาช้านาน หลังจาก จิมมี่ เธลิน ลาออกในเดือนมกราคม พวกเขาพูดคุยกับตัวเลือกอย่าง ไอริค ฮอร์เนแลนด์ และ ซานดรอ ชวาร์ซ นานแสนนาน ก่อนจะเร่งรีบดึง ร็อบินสัน เข้ามา ภายใต้การนำของผู้อำนวยการกีฬา ลูทซ์ ฟานเนนสติล เดิมทีบอกว่าจะรอถึงซัมเมอร์ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป พวกเขาเปิดเผยว่ากำลังเจรจากับ ร็อบินสัน แล้ว โดยจ่ายค่าฉีกสัญญาเรียบร้อย เหลือแค่เซ็นสัญญาเท่านั้น

“สำหรับผม เขาคือตัวเลือกแรกๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตรงหน้าเลย” วิลลี่ มิลเลอร์ ตำนานเอฟซี กล่าวกับบีบีซี สกอตแลนด์ “น่าประหลาดใจที่ใช้เวลานานขนาดนี้กว่าจะเห็นคนที่อยู่ใกล้ๆ ตัว ถ้า ร็อบินสัน ตกลง มันคือการตัดสินใจที่ดี”

ทำไม Aberdeen ถึงเลือก Robinson ตอนนี้

“น่ากลัวมาก” ปีเตอร์ เลเว่น ผู้จัดการชั่วคราว กล่าวหลังแพ้คัพ “โกรธมาก ผมปกป้องไม่ได้แล้ว เรากำลังเดือดร้อน” คำพูดตรงไปตรงมาจากกุนซือ แต่ใครจะตำหนิได้? ทุกครั้งที่มีแสงสว่าง 희망 Aberdeen ก็สะดุดล้มเอง จบอันดับ 8 พรีเมียร์ชิพ จาก 29 นัดชนะแค่ 8 ตกรอบลีก คัพ เดือนกันยา การผจญภัยในคอนเฟอเรนซ์ ลีก ก็ไร้รสชาติ ก่อนล้ม ดันเฟิร์มลีน ทีมระดับทูร์

“การตกรอบสกอตติช คัพ แบบนี้ unacceptable สุดๆ” มิลเลอร์อธิบาย “การดึงกุนซือถาวรเข้ามาตอนนี้ถูกต้องแล้ว และน่าจะช้ากว่าที่ควร เพื่อชี้เข็มทิศไปทางบวก และหลีกเลี่ยงการลุ้นหนีตกชั้น”

Robinson จะนำอะไรมาสู่ Pittodrie ในสถานการณ์ทำไม Aberdeen ถึงเลือก Robinson ตอนนี้

มากมายจากใบสมัคร! สตาร์ท มิร์เรน ท็อปซิกซ์ 3 ฤดูกาลติด กลับสู่ยูโรป ลีก คัพ และรอง决赛สกอตติช คัพ ก่อนเจอเซลติก อดีตมิดฟิลด์ไอร์แลนด์เหนือ รู้จักพรีเมียร์ชิพดี 2 รองชนะเลิศคัพกับ เมเธอร์เวลล์ ก่อนย้ายไปเพสลีย์ แสดง overachieve ชัดเจน แต่จังหวะแปลก สตาร์ท มิร์เรน ตาม Aberdeen 5 แต้ม ชนะแค่ 3 จาก 17 นัดหลังซิวลีก คัพ

Robinson ได้ประโยชน์อะไร

จังหวะดีสำหรับเขา เข้ามาตอนทีมต่ำสุด คาดหวังขึ้นอย่างเดียว หนีจากทีมที่ห่างเพลย์ออฟแค่ 3 แต้ม แต่รู้สึกผิดที่ทิ้งเรือร้าว? โอกาสใหญ่ ทรัพยากรเยอะ แต่โครงสร้างใหม่กับ ฟานเนนสติล ท้าทาย สร้างความสัมพันธ์ใหม่แบบที่ทำกับสตาร์ท มิร์เรน มันก้าวกระโดด แต่เขาเคยพลิกความเห็นแฟนที่เพสลีย์ได้

แฟน Aberdeen พูดอะไร

  • Craig: ไม่ฮือฮาแบบโค้ชต่างชาติ แต่จำเป็น! หลังจากนุ่มนวลมานาน ต้องการนักสู้แบบ ร็อบินสัน
  • Chris: ไม่เอาดีกว่า อยู่กับ เลเว่น ดีกว่า ถาม Jens Berthel Askou ยัง?
  • Bruce: ในที่สุด! ต้องการ man-manager แกร่ง ร็อบินสัน overachieve มานาน
  • Baz: ดูสิ้นหวัง ทำไมไม่ดึงจากฟอลเคิร์กหรือเมเธอร์เวลล์

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การตัดสินใจทำไม Aberdeen ถึงเลือก Robinson ตอนนี้ คือก้าวสำคัญ คุณคิดว่ามันจะพลิกทีมได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลสกอตติชล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ