วัน: 17 มีนาคม 2026

วูล์ฟส์พลิกเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2

สวัสดีครับเพื่อนๆ แฟนบอลพรีเมียร์ลีก! วันนี้เรามาพูดถึงแมตช์สุดมันส์ที่ วูล์ฟส์พลิกเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2 กันเถอะ ทีมบ๊วยของลีกอย่างวูล์ฟส์ที่กำลังดิ้นรนหนัก เกือบจะแพ้ยับเยินแต่พลิกเกมกลับมาสุดระทึก!

วูล์ฟส์พลิกเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2: ภาพรวมแมตช์สุดเข้มข้น

แมตช์นี้เกิดขึ้นที่สนามของเบรนท์ฟอร์ด วูล์ฟส์ออกสตาร์ทไม่ดีเลย โดนนำก่อน 0-2 ในครึ่งแรก ทำให้แฟนๆ ใจหายใจคว่ำ แต่ช่วงครึ่งหลัง วูล์ฟส์ปรับแผนได้ดีขึ้น และที่สำคัญคือการส่ง Tolu Arokodare ลงมาเป็นตัวสำรอง เขายิงประตูตีเสมอได้อย่างรวดเร็วหลังจากลงสนามไม่นาน ช่วยให้ทีมเสมอ 2-2 ไปในที่สุด นี่คือแต้มสำคัญสำหรับวูล์ฟส์ที่กำลังรั้งบ๊วยตาราง!

โมเมนต์สำคัญในเกมวูล์ฟส์พลิกเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2

  • นาที 10: เบรนท์ฟอร์ดนำ 1-0 จากลูกยิงของกองหน้าตัวเก่ง
  • นาที 35: ประตูที่สองของเจ้าถิ่น 0-2 วูล์ฟส์ดูสิ้นหวัง
  • นาที 60: Arokodare ลงสนามและยิงตีไขว้ 1-2
  • นาที 75: ประตูตีเสมอสุดสวย 2-2 วูล์ฟส์รอดตาย!

การพลิกเสมอครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณนักสู้ของวูล์ฟส์ แม้จะเป็นทีมบ๊วยแต่ผู้เล่นทุกคนทุ่มสุดตัว โดยเฉพาะ Arokodare ที่เพิ่งลงมาแต่สร้างความแตกต่างได้ทันที เขาไม่เพียงยิงประตู แต่ยังช่วยในเกมรับด้วย

ทำไมวูล์ฟส์พลิกเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2 ถึงสำคัญ?

สำหรับวูล์ฟส์ที่แพ้มาเยอะ แต้มนี้คือลมหายใจผ่อนคลาย ลดช่องว่างจากทีมอื่น และเพิ่มความมั่นใจให้กองหลังที่รั่วไหล มันยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนตัวสำรองของโค้ชมีประสิทธิภาพ เบรนท์ฟอร์ดเองก็เสียแต้มแบบไม่น่าเชื่อเพราะเล่นดีในครึ่งแรก

สถิติแมตช์บอกเลยว่าสนุก: วูล์ฟส์ครองบอล 45% ยิง 12 ครั้ง เบรนท์ฟอร์ด 55% ยิง 15 ครั้ง แต่ประสิทธิภาพของวูล์ฟส์ดีกว่าในช่วงท้ายเกม นี่คือบทเรียนว่าฟุตบอลไม่มีอะไรแน่นอน!

นักเตะเด่นในเกมนี้

  • Tolu Arokodare: ผู้ฮีโร่ตัวจริง ยิง 1 ประตู สร้างโอกาส 2 ครั้ง
  • กองกลางวูล์ฟส์: ช่วยเชื่อมเกมได้ดีหลังครึ่งเวลา
  • แนวรับเบรนท์ฟอร์ด: เสียสองประตูรวดในครึ่งหลัง

พูดแบบเป็นกันเองนะครับ แมตช์นี้มันส์มาก เหมือนหนัง 액션เลย จากตามหลังสองลูก พลิกเสมอได้แบบนี้ แฟนวูล์ฟส์ต้องภูมิใจแน่ๆ ส่วนเบรนท์ฟอร์ดก็ต้องปรับเกมรับด่วน

ถ้าดูสถิติฤดูกาล วูล์ฟส์แพ้เยอะแต่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น การ วูล์ฟส์พลิกเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2 อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัว หวังว่าจะชนะนัดต่อไป!

คุณคิดยังไงกับแมตช์นี้? คอมเมนต์บอกหน่อยสิ หรือแชร์ประสบการณ์ดูบอลพรีเมียร์ลีกของคุณ ติดตามข่าวสารฟุตบอลอัปเดตทุกวันที่นี่นะครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ไม่เสียใจอะไรเลย – มาร์ติน เรนเจอร์ส

ไม่เสียใจอะไรเลย – มาร์ติน เรนเจอร์ส

รัสเซลล์ มาร์ติน ไม่มีความเสียใจใดๆ จากช่วงเวลาวุ่นวายในฐานะโค้ชหัวหน้าทีมเรนเจอร์ส แต่ยอมรับว่า “ไม่ได้ทำได้ดีพอ”

มาร์ติน วัย 40 ปี ถูกไล่ออกจากเรนเจอร์สหลังจากลงแข่ง 8 นัดแรกในสกอตติช พรีเมียร์ชิป โดยทีมรั้งอันดับ 8 ของตาราง

เขาคว้าชัยชนะ 5 นัด เสมอ 6 และแพ้ 6 จากทั้งหมด มีเพียงชัยชนะ 1 นัดในลีกเท่านั้น โดยนัดเสมอนัดที่ 5 ในพรีเมียร์ชิปกับฟอลเคิร์กคือนัดสุดท้ายที่เขาคุมทีม

ทีมเรนเจอร์สของมาร์ตินยังตกรอบแชมเปียนส์ลีกแบบน่าอายด้วยสกอร์รวม 9-3 จากคลับบรูจ หลังจากเคยชนะปานาธิไนคอสและวิคตอเรีย พลเซนในรอบคัดเลือกก่อนหน้า

“ไม่เสียใจอะไรเลย” มาร์ตินให้สัมภาษณ์กับ BBC Radio 5 Live’s Monday Night Club

มีวิดีโอไฮไลท์: เรนเจอร์สชนะสตุ๊ดต์ มิร์เรนแบบฉิวเฉียด (15/03/26) สามารถดูได้ที่ iPlayer

“ผมรู้สึกหงุดหงิดมากในฐานะโค้ช ผู้จัดการ และผู้นำ แต่สุดท้ายแล้ว มันคือความผิดของผู้จัดการเสมอ เป็นความผิดของผม”

“เป็นความผิดของผมที่ไม่ได้ทำได้ดีพอ ผมเรียนรู้จากมันและจะดีขึ้นแน่นอน มันสร้าง性格ให้ผม”

ไม่เสียใจอะไรเลย – มาร์ติน เรนเจอร์ส

มาร์ตินเป็นโค้ชหัวหน้าแรกที่เจ้าของใหม่ของเรนเจอร์สแต่งตั้งเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว และดูแลการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในทีม

หลังจากเขาออกไป ทีมเรนเจอร์สภายใต้แดนนี่ โรห์ล ไต่ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของพรีเมียร์ชิป ตามเซลติกแค่ 1 คะแนน และตามหัวตารางฮาร์ทส์ 3 คะแนน เหลือ 8 นัด

มาร์ตินชี้ว่า “การเปลี่ยนแปลงน้อยลงและช้าลง” อาจจะดีกว่า และบอกใบ้ว่า缺乏ความสามัคคีในช่วงเริ่มต้น

“มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย” อดีตโค้ชเอ็มเคดอนส์ สวอนซี ซิตี้ และเซาแธมป์ตัน กล่าว

“ผมเข้ามาในสโมสรตอนเจ้าของใหม่เพิ่งอยู่ได้ 2 สัปดาห์ มีผู้อำนวยการฟุตบอลใหม่ ผู้บริหารสูงสุด หัวหน้าด้านสมรรถนะ โค้ชหัวหน้าใหม่ และนักเตะใหม่ 14 คน”

“ผมพยายามเน้นว่ามันอาจต้องใช้เวลา นั่นคือความผิดของผมเพราะประวัติศาสตร์และประเพณีที่นี่ไม่มีเวลา”

“ผมอยากมีเวลาในการสร้างบางอย่าง และรู้สึกว่านั่นคือสิ่งที่สโมสรต้องการ เจ้าของตัดสินใจต่างออกไป”

เอ็มมานูเอล เฟอร์นันเดซ แนวรับจากปีเตอร์บะระ และไมกี้ มัวร์ ปีกจากท็อตแน่มที่ยืมมา เป็นนักเตะที่มาร์ตินเซ็นสัญญา และกลายเป็นตัวหลักภายใต้โรห์ล ทำประตูสม่ำเสมอ

“ไม่แปลกใจเลยที่เขาทำได้ดี” มาร์ตินพูดถึงมัวร์ วัย 18 ที่มีพรสวรรค์อันน่าทึ่ง

“นักเตะอย่างมานี เฟอร์นันเดซ จากลีกวันปีเตอร์บะระมาอยู่เรนเจอร์ส เล่นต่อหน้าฝูงชนขนาดนั้น มันต่างกันหมด แต่เขาทำได้ยอดเยี่ยม”

บทเรียนจาก ไม่เสียใจอะไรเลย – มาร์ติน เรนเจอร์ส

การคุมทีมเรนเจอร์สของรัสเซลล์ มาร์ติน แม้จะจบไม่สวย แต่เขาเลือกมองในแง่บวกด้วยคำว่า ไม่เสียใจอะไรเลย – มาร์ติน เรนเจอร์ส นี่แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของโค้ชที่ยอมรับผิดและพร้อมก้าวต่อ ในสกอตติช พรีเมียร์ชิปที่แข่งขันดุเดือด การเปลี่ยนโค้ชบ่อยครั้งเป็นเรื่องปกติ แต่การปรับตัวเข้ากับทีมใหญ่เช่นเรนเจอร์สต้องใช้เวลา

นักเตะที่เขานำเข้ามายังพิสูจน์ตัวเองได้ภายใต้โค้ชคนใหม่ แสดงว่าการเลือกคนของมาร์ตินไม่ผิดพลาด นอกจากนี้ การตกรอบแชมเปียนส์ลีกยังเป็นบทเรียนราคาแพง แต่ช่วยให้ทีมพัฒนาในระยะยาว

สำหรับแฟนเรนเจอร์ส การฟังมาร์ตินพูดแบบนี้ช่วยคลายความเกลียดชัง และมองไปข้างหน้า ทีมกำลังลุ้นแชมป์กับเซลติกและฮาร์ทส์ นี่คือโอกาสทอง

คุณคิดอย่างไรกับคำพูด ไม่เสียใจอะไรเลย – มาร์ติน เรนเจอร์ส? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวฟุตบอลสกอตแลนด์เพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์อ้าง เตรียมเผยชื่อประเทศช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่อทรัมป์อ้าง เตรียมเผยชื่อประเทศ ที่จะช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็วๆ นี้ หลังจากอิหร่านประกาศปิดกั้นเส้นทางสำคัญนี้ ส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว โดยระบุว่าจะประกาศรายชื่อประเทศพันธมิตรที่ตกลงส่งเรือรบมาช่วยเปิดช่องทางดังกล่าวในไม่ช้า

ทรัมป์อ้าง เตรียมเผยชื่อประเทศ ที่จะช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็วๆ นี้

“มีอยู่ 2-3 ประเทศ ซึ่งเราจะประกาศรายชื่อในเร็วๆ นี้” ทรัมป์กล่าวอย่างมั่นใจ “มีบางประเทศที่ก้าวออกมาเสนอตัวตั้งแต่อแรกเลย” แม้จะยอมรับว่าพันธมิตรหลายรายปฏิเสธข้อเสนอไปแล้ว แต่ทรัมป์ยังแสดงความประหลาดใจที่ประเทศอื่นๆ ดูไม่กระตือรือร้น โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่นที่พึ่งพาน้ำมันผ่านช่องแคบนี้อย่างหนัก “พวกเขาควรขอบคุณเราด้วยซ้ำ” เขาโต้กลับ

ก่อนหน้านี้ ช่องแคบฮอร์มุซถูกอิหร่านปิดกั้นตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569 หลังถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตี สร้างวิกฤตพลังงานทั่วโลก ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของทุกประเทศเพิ่มสูงขึ้น

ช่องแคบฮอร์มุซคืออะไร และทำไมสำคัญขนาดนี้?

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางทะเลแคบๆ กว้างเพียง 33 กม. ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน ถือเป็น “หลอดเลือดใหญ่” ของน้ำมันโลก โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันผ่านวันละหลายล้านบาร์เรล คิดเป็น 20-30% ของการค้าพลังงานทั่วโลก หากปิดกั้นนาน จะทำให้อุปทานน้ำมันขาดแคลน ส่งผลต่ออุตสาหกรรม การขนส่ง และราคาสินค้าทุกประเภท

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและโลก

สำหรับประเทศไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% วิกฤตนี้กระทบโดยตรง ค่าน้ำมันดีเซลและเบนซินอาจพุ่งสูง ส่งผลให้ค่าขนส่ง ค่าอาหาร และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอย่างซาอุฯ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

  • ราคาน้ำมันโลกพุ่ง: จาก 80 เหลือ 150+ ดอลลาร์
  • หุ้นตก: ดัชนีดาวโจนส์ร่วง 5%
  • เงินเฟ้อ: คาดเพิ่ม 2-3% ในหลายประเทศ
  • ไทยกระทบ: ค่าเงินบาทอ่อน ค่าก๊าซหุงต้มแพง

ทรัมป์พยายามกดดันพันธมิตรนาโต้และชาติเอเชียให้ช่วย แต่ได้รับการตอบรับน้อย สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดในยุคนี้

ทรัมป์จะทำได้จริงหรือ? มุมมองอนาคต

หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าการที่ทรัมป์อ้างเตรียมเผยชื่อประเทศดังกล่าว อาจเป็นกลยุทธ์กดดันอิหร่านและพันธมิตร แต่หากไม่มีกำลังทหารเพียงพอ วิกฤตอาจยืดเยื้อ สหรัฐฯ อาจต้องพึ่งพาเรือบรรทุกน้ำมันทางอากาศหรือเส้นทางอื่น หาก 2-3 ชาติที่ทรัมป์พูดถึงคืออังกฤษ ออสเตรเลีย หรืออินเดีย ก็พอจะช่วยได้บ้าง แต่ยังไม่ชัดเจน

ในมุมเศรษฐกิจ ไทยควรกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน หันไป LNG หรือพลังงานทดแทนมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซ

คุณคิดว่าประเทศไหนจะเป็นชาติที่ทรัมป์เผยชื่อ? หรือวิกฤตนี้จะคลี่คลายอย่างไร? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวอัปเดต!

ที่มา – ทรัมป์อ้าง เตรียมเผยชื่อประเทศ ที่จะช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็วๆ นี้

ธีอาโก้และรายันได้รับการเรียกตัวครั้งแรกทีมชาติบราซิล

ธีอาโก้และรายันได้รับการเรียกตัวครั้งแรกทีมชาติบราซิล

นักเตะกองหน้าจากเบรนท์ฟอร์ด อิกอร์ ธีอาโก้ และปีกจากบอร์นมัธ รายัน ได้รับการเรียกตัวครั้งแรกเข้าทีมชาติบราซิล สำหรับเกมกระชับมิตรกับฝรั่งเศสและโครเอเชียในช่วงปลายเดือนนี้

อดีตกองหน้านอริช ซิตี้ กาเบรียล ซาร่า ก็ได้รับการคัดเลือกครั้งแรกเช่นกัน แต่ขาดดาวยิงระดับตำนานอย่างเนย์มาร์ที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์

“ผมยังไม่เรียกตัวเขาเพราะยังไม่พร้อม 100%” โค้ชคาร์โล อันเชล็อตติ กล่าวถึงดาวยิงวัย 34 ปี ที่ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติตั้งแต่ตุลาคม 2023

“แต่สำหรับทีมชุดสุดท้ายไปเวิลด์คัพ นั่นเป็นเรื่องอีกเรื่อง”

ทีมชาติบราซิลจะพบฝรั่งเศสในวันอังคารที่ 26 มีนาคม ที่บอสตัน ก่อนจะเจอโครเอเชียในวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม ที่ออร์แลนโด ซึ่งเป็นแมตช์สุดท้ายก่อนที่อันเชล็อตติจะประกาศรายชื่อเวิลด์คัพ

ธีอาโก้และรายันได้รับการเรียกตัวครั้งแรกทีมชาติบราซิล

ธีอาโก้ วัย 24 ปี เป็นดาวยิงอันดับสองของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ด้วย 19 ประตู ตามหลังเออร์ลิง ฮาลันด์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ 22 ประตูเท่านั้น ประตูของเขาช่วยให้เบรนท์ฟอร์ดรั้งที่ 7 ของตาราง

เจ้าตัวย้ายมาร่วมทีมจากคลับบรูชด้วยค่าตัวสถิติสโมสร 30 ล้านปอนด์ในเดือนกรกฎาคม 2024 แต่ฤดูกาลแรกทำประตูไม่ได้เพราะบาดเจ็บ เล่นได้แค่ 8 นัด

รายัน วัย 19 ปี ย้ายมาบอร์นมัธในเดือนมกราคมด้วยค่าตัว 24.7 ล้านปอนด์จากวาสโก ดา กาม่า และยิงได้ 2 ประตูในพรีเมียร์ลีก

ซาร่า วัย 26 ปี ออกจากนอริชในแชมเปี้ยนชิปไปกาลาตาซาไรในเดือนกรกฎาคม 2024 และคว้าแชมป์ซูเปอร์ลีกตุรกีในฤดูกาลแรก

ลีโอ เปเรร่า กองหลังฟลาเมงโกวัย 30 ปี เป็นชื่อใหม่รายที่สี่ ขณะที่เอ็นดริคกองหน้ากลับมาหลังจากลงเล่นให้ทีมชาติ 14 นัดครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว

ดาวรุ่งวัย 19 ปี ย้ายไปลียงแบบยืมตัวจากเรอัล มาดริดครึ่งฤดูกาลหลัง และยิงแฮตทริกใส่เม็ตซ์ในนัดที่สอง

รายชื่อนักเตะทีมชาติบราซิล

ผู้รักษาประตู: อลิสซอน (ลิเวอร์พูล), เบนโต้ (อัล-นัสร), เอเดอร์ซอน (เฟนร์บาห์เช่)

กองหลัง: อเล็กซ์ ซานโดร (ฟลาเมงโก), เบรเมอร์ (ยูเวนตุส), ดานิโล (ฟลาเมงโก), ดักลาส ซานโตส (เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก), กาเบรียล มะกาลายェส (อาร์เซนอล), อิบาเนซ (อัล-อห์ลี), ลีโอ เปเรร่า (ฟลาเมงโก), มาร์กินญอส (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง), เวสลีย์ (โรมา)

กองกลาง: อันเดรย์ ซานโตส (เชลซี), คาเซมิโร (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), ดานิโล (โบตาโฟโก), ฟาบินโญ (อัล-อิตติฮัด), กาเบรียล ซาร่า (กาลาตาซาไร)

กองหน้า: เอ็นดริค (ลียง), กาเบรียล มาร์ติเนลลี (อาร์เซนอล), อิกอร์ ธีอาโก้ (เบรนท์ฟอร์ด), ชูเอา เปโดร (เชลซี), ลุยซ์ เฮนริเก้ (เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก), มาเทอุส คุนญา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), ราฟินญา (บาร์เซโลนา), รายัน (บอร์นมัธ), วินิซิอุส จูเนียร์ (เรอัล มาดริด)

ทีมชาติบราซิล แชมป์ 5 สมัย จะเริ่มศึกเวิลด์คัพพบโมร็อกโกในนิวเจอร์ซีย์วันที่ 13 มิถุนายน และอยู่ในกลุ่มซีกับเฮติและสกอตแลนด์

การเรียกตัว ธีอาโก้และรายันได้รับการเรียกตัวครั้งแรกทีมชาติบราซิล ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการมองไปข้างหน้าของโค้ชอันเชล็อตติ ที่ผสมผสานดาวรุ่งเข้ากับตัวเก๋า ธีอาโก้ที่ฟอร์มร้อนแรงในพรีเมียร์ลีกน่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในอนาคต ขณะที่รายันวัยทีนก็มีแววเป็นปีกจอมเลื้อย

แฟนบอลบราซิลน่าจะตื่นเต้นกับชุดนี้ แม้ไม่มีเนย์มาร์ แต่ก็มีศักยภาพลุ้นแชมป์เวิลด์คัพได้สบาย คุณคิดอย่างไรกับรายชื่อชุดนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลโลกเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

‘ไม่เสียใจอะไรเลย’ – มาร์ติน เรนเจอร์ส

‘ไม่เสียใจอะไรเลย’ – มาร์ติน เรนเจอร์ส

โดย Andy Campbell จาก BBC Scotland เผยแพร่เมื่อ 3 นาทีที่แล้ว

รัสเซลล์ มาร์ติน ไม่มีวันเสียใจกับช่วงเวลาวุ่นวายในการคุมทีมเรนเจอร์สในฐานะเฮดโค้ช แต่ยอมรับว่า “ทำได้ไม่ดีพอ”

มาร์ติน วัย 40 ปี ถูกไล่ออกจากตำแหน่งโดยเรนเจอร์สหลังจากลงแข่ง Scottish Premiership 8 นัดแรก โดยทีมรั้งอันดับ 8 ของตาราง

เขาคุมทีมชนะ 5 เสมอ 6 แพ้ 6 นัดรวมทุกรายการ มีชัยชนะในลีกเพียงนัดเดียวเท่านั้น โดยนัดเสมอนัดที่ 5 ในพรีเมียร์ชิพกับฟอลเคิร์กคือนัดสุดท้ายของเขา

ทีมเรนเจอร์สภายใต้มาร์ตินยังตกรอบแชมเปียนส์ลีกแบบน่าอายด้วยสกอร์รวม 9-3 ต่อคลับบรูจ หลังจากเคยชนะปานาธิไนกอสและวิคตอเรีย พลเซนในรอบคัดเลือกก่อนหน้า

“ไม่เสียใจอะไรเลย” มาร์ตินให้สัมภาษณ์กับ BBC Radio 5 Live’s Monday Night Club

‘ไม่เสียใจอะไรเลย’ – มาร์ติน เรนเจอร์ส

“ผมรู้สึกหงุดหงิดมากในฐานะโค้ช ผู้จัดการทีม และผู้นำ แต่สุดท้ายแล้ว มันคือความผิดของผู้จัดการทีมเสมอ เป็นความผิดของผม”

“เป็นความผิดของผมที่ทำได้ไม่ดีพอ ผมเรียนรู้จากมัน และจะดีขึ้นแน่นอน มันเป็นการสร้างบุคลากร”

การเปลี่ยนแปลงมากมายในยุคใหม่

มาร์ตินเป็นเฮดโค้ชคนแรกที่เจ้าของใหม่ของเรนเจอร์สนัดหมายในช่วงซัมเมอร์ และดูแลการปรับโครงสร้างใหญ่ในช่วงโอนตลาด

ตั้งแต่เขาออกไป ทีมเรนเจอร์สภายใต้แดนนี่ โรห์ล ไต่ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของพรีเมียร์ชิพ ห่างเซลติก 1 คะแนน และนำโดยฮาร์ทส์ 3 คะแนน เหลือ 8 นัด

มาร์ตินชี้ว่า “การเปลี่ยนแปลงน้อยลงและช้าลง” อาจจะดีกว่า และบอกใบ้ถึงปัญหา “ความสามัคคี” ในช่วงเริ่มต้น

“มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย” อดีตโค้ช MK โดนส์ สวอนซี ซิตี้ และเซาแธมป์ตัน กล่าว

“ผมเข้ามาคุมทีมในช่วงที่เจ้าของใหม่เพิ่งเข้ามาได้แค่ 2 สัปดาห์ มีผู้อำนวยการฟุตบอลใหม่ ผู้บริหารสูงสุด หัวหน้าฝ่ายฟิตเนส เฮดโค้ชใหม่ และผู้เล่นใหม่ 14 คน”

“ผมพยายามเน้นว่ามันอาจต้องใช้เวลา นั่นคือความผิดของผมเพราะประวัติศาสตร์และประเพณีของสโมสรไม่มีเวลาให้”

“ผมอยากมีเวลาในการสร้างทีม และรู้สึกว่านั่นคือสิ่งที่สโมสรต้องการ เจ้าของตัดสินใจต่างออกไป”

แนวรับเอ็มมานูเอล เฟอร์นันเดซ จากปีเตอร์บะระ และปีกตัวยืมไมกี้ มัวร์ จากท็อตแน่ม ถูกเซ็นสัญญาโดยมาร์ติน และกลายเป็นตัวหลักภายใต้โรห์ล มีส่วนร่วมทำประตูอย่างสม่ำเสมอ

“ไม่แปลกใจเลยที่เขาทำได้ดี” มาร์ตินกล่าวถึงมัวร์ วัย 18 ปี ผู้มีพรสวรรค์อันน่าทึ่ง

“ดูคนอย่างมานี เฟอร์นันเดซ จากปีเตอร์บะระ ลีกวัน มาอยู่เรนเจอร์ส เล่นต่อหน้าฝูงชนขนาดนั้น มันต่างกันสิ้นเชิง เขาทำได้ยอดเยี่ยม”

หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ ‘ไม่เสียใจอะไรเลย’ – มาร์ติน เรนเจอร์ส

ยุคของรัสเซลล์ มาร์ตินที่เรนเจอร์สอาจจะสั้นแต่เต็มไปด้วยบทเรียน การยอมรับผิดและไม่เสียใจแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ แม้ผลงานจะไม่เป็นดังหวัง แต่ผู้เล่นที่เขานำเข้ามากลับช่วยทีมพลิกฟื้นภายใต้โค้ชคนใหม่ นี่คือตัวอย่างของฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วใน Scottish Premiership

สำหรับแฟนบอลเรนเจอร์สและคนรักฟุตบอลสกอตติช ‘ไม่เสียใจอะไรเลย’ – มาร์ติน เรนเจอร์ส เป็นคำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจ คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของสโมสร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวสารฟุตบอลลีกสกอตแลนด์เพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คิวบาวิกฤตพลังงานทรุด ไฟดับทั่วประเทศอีกรอบ กระทบประชาชน 11 ล้านคน

คิวบาวิกฤตพลังงานทรุด ไฟดับทั่วประเทศอีกรอบ กระทบประชาชน 11 ล้านคน สถานการณ์ในคิวบากำลังย่ำแย่ลงทุกวัน เมื่อเกิดเหตุไฟดับทั่วประเทศครั้งใหญ่ในวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. 2569 ส่งผลกระทบต่อประชากรเกือบทั้งประเทศกว่า 11 ล้านคน รัฐบาลต้องเร่งประกาศมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้นเพื่อรับมือกับวิกฤตนี้

คิวบาวิกฤตพลังงานทรุด ไฟดับทั่วประเทศอีกรอบ กระทบประชาชน 11 ล้านคน

จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ เจ้าหน้าที่คิวบาแจ้งว่า ระบบไฟฟ้าตัดขาดอย่างสมบูรณ์ทั่วทั้งเกาะ ทำให้ประชาชนต้องเผชิญความมืดมิดและความเดือดร้อนหนัก กระทรวงพลังงานและเหมืองแร่โพสต์ผ่าน X ว่าหน่วยผลิตไฟฟ้าที่ยังทำงานปกติไม่ได้มีปัญหา แต่โครงข่ายทั้งระบบล่มสลาย สถานการณ์นี้เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 เดือน ถือเป็นสัญญาณอันตรายของวิกฤตพลังงานที่ทวีความรุนแรง

สาเหตุหลักจากโครงข่ายไฟฟ้าเก่าแก่และเสื่อมโทรม

โครงข่ายไฟฟ้าของคิวบาเสื่อมสภาพมานานหลายปี เนื่องจากขาดการบำรุงรักษา รัฐบาลโทษสหรัฐฯ ที่คว่ำบาตร โดยเฉพาะหลังจับกุมนิโกลัส มาดูโร จากเวเนซุเอลา ทำให้ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดนัลด์ ทรัมป์ ยังขู่ว่าจะเก็บภาษีประเทศที่ส่งน้ำมันให้คิวบา พร้อมเสนอให้ปล่อยนักโทษการเมืองเพื่อแลกกับการยกเลิกคว่ำบาตร

ศาสตราจารย์วิลเลียม เลอกรานด์ จากมหาวิทยาลัยอเมริกัน วิเคราะห์ว่า โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าใช้งานเกินอายุขัยมาก ช่างเทคนิคต้องใช้ ‘เวทมนตร์’ ในการประคองระบบให้ทำงานต่อไป หากไม่ลดการใช้พลังงานลงมากและหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน อาจนำไปสู่เศรษฐกิจล่มสลาย ความวุ่นวายสังคม และการอพยพครั้งใหญ่

มาตรการรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาลคิวบา

รัฐบาลประกาศมาตรการฉุกเฉิน เช่น ลดชั่วโมงเรียน เลื่อนงานวัฒนธรรม-กีฬา ลดบริการขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาลหลายแห่งให้บริการจำกัด ขยะสะสมเพราะรถขยะขาดเชื้อเพลิง ประชาชนทั่วฮาวานาต้องเผชิญคำถาม ‘ไฟจะดับเมื่อไหร่ ดับนานเท่าไหร่’ กลางคืนเมืองมืดสนิท เห็นดาวชัดเจน

  • ไฟดับทั่วประเทศครั้งที่ 3 ใน 4 เดือน
  • กระทบประชาชน 11 ล้านคน
  • โครงข่ายไฟฟ้าเก่าแก่เสื่อมโทรม
  • ขาดแคลนเชื้อเพลิงจากคว่ำบาตรสหรัฐฯ
  • มาตรการประหยัด: ลดเรียน ลดขนส่ง ลดบริการโรงพยาบาล

นายดั๊ก มาโดรี ผู้เชี่ยวชาญอินเทอร์เน็ต ระบุกับ CNN ว่าการใช้อินเทอร์เน็ตเหลือแค่ 1 ใน 3 ของปกติ สถานการณ์นี้สะท้อนวิกฤตพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์คิวบา

วิกฤตนี้ไม่เพียงกระทบชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน หากคิวบาหารือกับนานาชาติเพื่อแก้ปัญหาได้เร็ว ประชาชนอาจไม่ต้องทุกข์ยากนานขนาดนี้ คุณคิดว่าคิวบาจะฟื้นตัวได้อย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – คิวบาวิกฤตพลังงานทรุด ไฟดับทั่วประเทศอีกรอบ กระทบประชาชน 11 ล้านคน

เบลลิงแฮมและเอ็มบัปเป้ กลับคืนทัพ เรอัล พบแมนซิตี้

เบลลิงแฮมและเอ็มบัปเป้ กลับคืนทัพ เรอัล พบแมนซิตี้

ข่าวดีของแฟนบอล เรอัล มาดริด เมื่อ เบลลิงแฮมและเอ็มบัปเป้ กลับมาลงสนาม ในนัดสำคัญศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ที่จะบุกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คืนวันอังคารนี้ ดาวดังทั้งสองรายที่ได้รับบาดเจ็บมานาน ได้รับการยืนยันจากสโมสรว่าพร้อมกลับมาช่วยทีมแล้ว สร้างความฮือฮาให้แฟนๆ ทั่วโลก

คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส วัย 27 ปี ประสบปัญหาบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม และไม่อยู่ในทีมตั้งแต่เกมลาลีกานัดเจอโอซาซูน่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ทำให้พลาดโอกาสลงสนามหลายนัดสำคัญ

ส่วนจู๊ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 22 ปี ได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า เพียง 10 นาทีแรกในเกมลีกกับราอีโอ บาเยกาโน่ เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ จนต้องออกจากสนามด้วยน้ำตาคลอเบ้า แพทย์คาดว่าจะพัก 4 สัปดาห์ แต่บาดเจ็บรุนแรงกว่าที่คิด ทำให้ต้องใช้เวลาฟื้นฟูมากขึ้น สร้างความกังวลเรื่องการติดทีมชาติอังกฤษ ในเกมกระชับมิตรกับอุรุกวัยและญี่ปุ่น เดือนนี้

เบลลิงแฮมและเอ็มบัปเป้ กลับมาลงสนาม เรอัล พบแมนซิตี้

การกลับมาของทั้งคู่ถือเป็นจังหวะสำคัญ เพราะเรอัล มาดริดครองความได้เปรียบหลังจากถล่มแมนฯ ซิตี้ 3-0ในนัดแรกที่เบร์นาเบว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ทำแฮตทริกในครึ่งแรก แม้จะมีจังหวะที่จานลุยจิ ดอนนารุมมา นายทวารแมนฯ ซิตี้ เซฟจุดโทษของวินิซิอุส จูเนียร์ ได้ แต่ชัยชนะกว้างขวางนี้ทำให้เรอัลมีโอกาสเข้ารอบสูง

ผลกระทบจากการกลับมาของเบลลิงแฮมและเอ็มบัปเป้

เอ็มบัปเป้ จะช่วยเพิ่มพลังในแนวรุก ขณะที่เบลลิงแฮม จะกลับมาควบคุมแดนกลาง ทำให้ทีมสมบูรณ์แบบมากขึ้น แฟนๆ คาดหวังว่าจะเห็นฟอร์มสุดยอดจากทั้งคู่ ในการแก้เกมที่เอติฮัด สเตเดี้ยม

  • ประวัติการพบกัน: แมนฯ ซิตี้เคยเขี่ยเรอัลตกรอบ แต่ปีนี้เรอัลแกร่งกว่า
  • ฟอร์มล่าสุด: เรอัลไม่แพ้ในลีก 5 นัดติด
  • นักเตะเจ็บอื่นๆ: ไม่มีรายงานเพิ่มเติม

นอกจากนี้ การแข่งขันนี้น่าจะเป็นการประลองสุดเข้มข้นระหว่างสองทีมยักษ์ใหญ่ยุโรป โดยเรอัลนำโดยคาร์โล อันเชล็อตติ ที่มีประสบการณ์ในCL ล้นเหลือ

วิเคราะห์โอกาสเข้ารอบของเรอัล มาดริด

ด้วยสกอร์นำ 3-0 และกำลังสำคัญกลับมา เบลลิงแฮมและเอ็มบัปเป้ กลับมาลงสนาม จะทำให้แมนฯ ซิตี้ต้องเปิดเกมบุกหนัก ซึ่งอาจเปิดช่องให้เรอัลโต้กลับได้ นี่คือโอกาสทองในการลุ้นแชมป์สมัยที่ 15

สำหรับแฟนบอลไทย สามารถติดตามถ่ายทอดสดได้ทางช่องต่างๆ หรือแอปสตรีมมิงชั้นนำ อย่าพลาด!

ในมุมมองของผม การกลับมาของดาวดังคู่นี้ไม่เพียงเพิ่มขวัญกำลังใจ แต่ยังเปลี่ยนเกมทั้งหมด แฟนเรอัลควรตื่นเต้นสุดๆ กับนัดนี้ ลุ้นให้ทีมรักเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เลย

ติดตามข่าวฟุตบอลยูโรปแบบเรียลไทม์ และอัปเดตผลบอลทุกนัดได้ที่เว็บเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เป็นโอกาสที่จะเขียนชื่อเราในประวัติศาสตร์

เป็นโอกาสที่จะเขียนชื่อเราในประวัติศาสตร์

โดย Andy Gray นักข่าว BBC Sport NI เผยแพร่เมื่อ 4 นาทีที่แล้ว

ไมเคิล โอนีลล์ กล่าวว่าการเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกจะเป็น “สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทีมไอร์แลนด์เหนือเคยทำมา”

ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือจะเดินทางไปอิตาลีในรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟวันที่ 26 มีนาคม และพวกเขาเป็นรองขาดลอยต่อทีมของเจนาโร กัตตูโซ่

หากพวกเขาสามารถสร้างปาฏิหาริย์เอาชนะอิตาลี แชมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัยที่พลาดตกรอบ 2 สมัยล่าสุด ก็จะได้เจอเวลส์หรือบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาในรอบชิงชนะเลิศ

รางวัลใหญ่คือการติดอยู่ในกลุ่มบีของฟุตบอลโลก ร่วมกับเจ้าภาพแคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ และกาตาร์

จะเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่สำหรับไอร์แลนด์เหนือที่หวนคืนฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 40 ปี และโอนีลล์ตระหนักดีถึงเรื่องนี้

“หากทีมนี้ทำได้ มันจะยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับทุกสิ่งที่ทีมไอร์แลนด์เหนือเคยทำมา การผ่านสองนัดเยือนเพื่อไปฟุตบอลโลก” เขาบอกกับ BBC Sport NI

เป็นโอกาสที่จะเขียนชื่อของเราในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไอร์แลนด์เหนือ พวกเราจะทำทุกอย่างเพื่อคว้ามันมา

เป็นโอกาสที่จะเขียนชื่อของเราในประวัติศาสตร์

โอนีลล์รู้ดีว่าไม่มีคอนอร์ แบรดลีย์แนวรับลิเวอร์พูลเพราะบาดเจ็บเข่าจากเกมพรีเมียร์ลีกกับอาร์เซนอลในเดือนมกราคม

แดน บัลลาร์ดแนวรับซันเดอร์แลนด์ก็ยังสงสัยหลังเจ็บกล้ามเนื้อขาฉีกจากเกมแพ้ไบรท์ตัน แต่ยังติดทีม 28 คนของโอนีลล์

เมื่อถูกถามถึงความท้าทายจากเจ้าภาพในเบอร์กาโม โอนีลล์ตอบว่า “พวกเขาคืออิตาลีไงล่ะ?”

“จะเป็นเกมที่ยากมาก ไม่มีข้อสงสัย” เขากล่าวในการแถลงข่าว

“เราต้องก้าวขึ้นมา ในทีมเรามีนักเตะ 13 คนจากแชมเปี้ยนชิพ 4 คนจากพรีเมียร์ลีก ที่เหลือลีกวันหรือที่อื่น มันเป็นก้าวใหญ่ แต่เราเคยทำได้ในอดีต”

“อย่างเกมกับเยอรมนีที่แพ้ 3-1 แต่เราทำได้ดี เราต้องทำอีกครั้ง”

โอนีลล์รับหลายงาน: เชื่อมั่นทีมพร้อมเสมอ

ผ่านไป 4 สัปดาห์แล้วที่โอนีลล์ประกาศรับงานคุมแบล็กเบิร์น โรเวอร์สเพื่อช่วยทีมหนีตกชั้นควบคู่กับไอร์แลนด์เหนือ

เขายืนยันว่าจัดการได้เพราะสภาพแวดล้อมสโมสรช่วยให้โค้ชชิ่งเฉียบคม และเตรียมทีมอิตาลีเสร็จก่อนไปเอวูดพาร์ค

คนคัดค้านมองว่าเป็นสิ่งรบกวนก่อนเกมใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

โอนีลล์ย้ำว่าไม่ได้ทิ้งไอร์แลนด์เหนือ มีสัญญากับ IFA อีก 2 ปี และจะอยู่เว้นแต่แบล็กเบิร์นกับ IFA ตกลงกัน

“ตอนนี้โฟกัสเพลย์ออฟฟุตบอลโลกและเกมเหลือของแบล็กเบิร์น”

โอนีลล์ชนะ 3 เสมอ 1 ใน 7 เกมกับโรเวอร์ส ทีมอยู่นอกโซนตกชั้น 3 แต้ม เหลือ 8 นัด 4 คะแนนจากเลสเตอร์อันดับ 23

“เป้าหมายคือพาแบล็กเบิร์นปลอดภัย แต่มันสูสีมาก”

หากเข้ารอบฟุตบอลโลกและเกมสุดท้ายกับโรเวอร์สคือ 2 พฤษภา โอนีลล์บอกว่าโฟกัสปัจจุบัน และรับประกันว่าการเตรียมทีมดีที่สุด

“ไว้วางใจฉัน ถ้าเราผ่านสองนัดไปฟุตบอลโลก เราจะพร้อม”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:

การผจญภัยครั้งนี้ของไอร์แลนด์เหนือคือ เป็นโอกาสที่จะเขียนชื่อของเราในประวัติศาสตร์ อย่างแท้จริง แฟนบอลชาวไทยที่ชื่นชอบฟุตบอลยุโรปอย่าพลาด ติดตามอัปเดตและเชียร์ทีมรองบ่อนสร้างประวัติศาสตร์ได้ที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ชาวลาวเข้าคิวรอเติมน้ำมันนานนับชั่วโมง วิกฤตเชื้อเพลิงรุนแรงขึ้น

ชาวลาวเข้าคิวรอเติมน้ำมันนานนับชั่วโมง วิกฤตเชื้อเพลิงรุนแรงขึ้น สถานการณ์วิกฤตขาดแคลนน้ำมันในลาวกำลังทวีความรุนแรง หลังจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้การขนส่งน้ำมันดิบหยุดชะงัก ชาวลาวจำนวนมากต้องยืนรอคิวยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมันหลายชั่วโมงเพื่อหวังเติมน้ำมันให้รถของตัวเอง

ชาวลาวเข้าคิวรอเติมน้ำมันนานนับชั่วโมง วิกฤตเชื้อเพลิงรุนแรงขึ้น

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ประชาชนในกรุงเวียงจันทน์ต้องเผชิญกับภาพแถวยาวตามปั๊มน้ำมันทั่วเมือง สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้เส้นทางการขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงและการนำเข้าของลาวติดขัด

ลาวพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากไทยเกือบทั้งหมด เมื่อไทยประกาศระงับส่งออกชั่วคราวเพื่อสำรองใช้ในประเทศ สถานการณ์ในลาวยิ่งเลวร้าย ปั๊มน้ำมันกว่า 40% จากทั้งหมด 2,538 แห่งทั่วประเทศต้องปิดบริการ ขณะที่ในเวียงจันทน์มีปั๊มกว่า 15 แห่งติดป้าย “น้ำมันหมด” แล้ว

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของชาวลาว

ปั๊มที่ยังเปิดให้บริการต้องจำกัดปริมาณการเติม ชาวบ้านต้องรอคิวนานถึง 2 ชั่วโมง บางคนอย่างครูวัย 29 ปี เล่าว่า “ปั๊มใกล้บ้าน 3 แห่งไม่มีน้ำมันเลย แม้มีเงินแต่ซื้อไม่ได้” คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็เดือดร้อนหนัก “ถ้าหาน้ำมันไม่ได้ ต้องหยุดวิ่งงาน 2-3 วัน”

  • ราคาน้ำมันดีเซลพุ่ง 50% เป็น 31,560 กีบต่อลิตร (ราว 47.49 บาท)
  • ลาวติดอันดับ 2 โลกที่มีราคาน้ำมันเบนซินพรีเมียมแพงขึ้นมากที่สุด
  • เกิดการซื้อตื่นตระหนก น้ำมันหมดเกลี้ยงในไม่กี่ชั่วโมง

ไทยช่วยเหลือโดยส่งน้ำมันฉุกเฉิน 12 ล้านลิตร แต่ก็ถูกแห่ซื้อจนหมดอย่างรวดเร็ว รัฐบาลลาวออกมาตรการเข้ม ห้ามเติมน้ำมันใส่ขวดหรือภาชนะ ห้ามประชุมแบบพบหน้า ส่งเสริมใช้รถไฟฟ้าแทน

วิกฤตนี้เริ่มจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ รัฐบาลเตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ทำให้ตลาดพลังงานโลกสั่นคลอน ลาวที่ไม่มีแหล่งน้ำมันของตัวเองจึงได้รับผลกระทบเต็มๆ

สถานการณ์ชาวลาวเข้าคิวรอเติมน้ำมันนานนับชั่วโมงนี้ สะท้อนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากสงครามยืดเยื้อ อาจกระทบประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและเวียดนามด้วย

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าทุกประเทศควรเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ลาวกำลังรณรงค์เรื่องนี้แล้ว แต่ต้องเร่งมือให้ทัน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – ชาวลาวเข้าคิวรอเติมน้ำมันนานนับชั่วโมง วิกฤตเชื้อเพลิงรุนแรงขึ้น