วัน: 17 มีนาคม 2026

ศบก. ขอคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงตะวันออกกลาง อิหร่านช่วยลูกเรือ

ศบก. ขอคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงตะวันออกกลาง อิหร่านประสานช่วย 3 ลูกเรือมยุรี นารี สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก ศูนย์บริหารสถานการณ์ (ศบก.) ออกคำเตือนด่วนให้คนไทยเร่งออกจากพื้นที่เสี่ยงเพื่อความปลอดภัย โดยล่าสุดอิหร่านแสดงความร่วมมือประสานช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนจากเรือมยุรี นารี ทำให้เป็นข่าวสำคัญที่คนไทยต้องติดตาม

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 17 มีนาคม 2569 ศบก. แถลงสถานการณ์ประจำวันที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าสถานการณ์ขยายตัวต่อเนื่อง มีการโจมตีทางอากาศระหว่างประเทศต่าง ๆ กาตาร์ ยูเออี และซาอุดีอาระเบีย สกัดขีปนาวุธและโดรนได้จำนวนมากที่มุ่งเป้าสนามบินและแหล่งน้ำมัน นอกจากนี้ เรือน้ำมันติดค้างช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก หลายประเทศประณามอิสราเอลที่บุกเลบานอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและพลัดถิ่นมากมาย ขณะที่ปฏิเสธเข้ากองกำลังสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบ

ศบก. ขอคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงตะวันออกกลาง อิหร่านประสานช่วย 3 ลูกเรือมยุรี นารี

จากความไม่แน่นอนดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด โดยติดตามข่าวจากช่องทางทางการ ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับสถานทูตและกงสุล เพื่อรับความช่วยเหลือทันท่วงที หากล่าช้าอาจเสี่ยงอันตราย

ศบก. ขอคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงตะวันออกกลาง อิหร่านประสานช่วย 3 ลูกเรือมยุรี นารี

ใช้กลไกอาเซียนรับมือผลกระทบ

ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเมื่อ 13 มีนาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศไทย เสนอใช้กลไกอาเซียนรับมือผลกระทบ เช่น ความตกลงความมั่นคงปิโตรเลียมระยะสั้น ลดผลจากขาดแคลนพลังงาน ระยะยาว เร่งพลังงานหมุนเวียน สายส่งไฟฟ้าอาเซียน ยกระดับการค้า การเงิน ขนส่ง ลดอุปสรรค สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ประธานอาเซียน ออกแถลงการณ์ย้ำความรุนแรง เรียกร้องเจรจาทางการทูต ยุติความรุนแรง ชี้ผลกระทบเศรษฐกิจ และเสริมกลไกอาเซียน

ศบก. ขอคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงตะวันออกกลาง อิหร่านประสานช่วย 3 ลูกเรือมยุรี นารี

ช่วยคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว 1,116 คน

ความคืบหน้า วันที่ 16 มี.ค. นายสีหศักดิ์ โทรขอบคุณรมว.ต่างประเทศบาห์เรนและยูเออี ที่ดูแลและอำนวยคนไทยกลับประเทศ รวมลูกเรือมยุรี นารี 20 คน แสดงห่วงใยสถานการณ์ หวังแก้สันติภาพ ไทยพร้อมช่วยทูต

อิหร่านอพยพ 2 รอบ 17 และ 25 มี.ค. สถานทูตประสานทางบกไปตุรกีขึ้นเครื่อง อาจมีรอบเพิ่ม ขอคนไทยติดตามช่องทางการและลงทะเบียนเร็ว ปัจจุบันช่วย 1,116 คนออกจากพื้นที่อันตรายสู่ไทยหรือประเทศที่สาม

อิหร่านประสานช่วย 3 ลูกเรือมยุรี นารี

จากการเจรจา อิหร่านแสดงความเสียใจ ประสานกองทัพเรือช่วยลูกเรือไทย 3 คน ไทยย้ำต้องการเจรจายุติขัดแย้ง ห่วงการเดินเรือผ่านฮอร์มุซ หวังปลอดภัยเพราะไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้ง

เคล็ดลับสำหรับคนไทยในพื้นที่:

  • ลงทะเบียนที่ สถานทูตไทย ทันที
  • เตรียม پاسポートและเงินสด
  • ติดตามข่าวจากกระทรวงต่างประเทศ
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม

สถานการณ์นี้สะท้อนความสำคัญของการทูตไทยที่แข็งแกร่ง ช่วยปกป้อง国民海外 หากคุณหรือญาติอยู่ในพื้นที่เสี่ยง กรุณาติดต่อสถานทูตไทยใกล้เคียงทันทีเพื่อรับความช่วยเหลือ และติดตามอัปเดตข่าวสารอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ที่มา – ศบก. ขอคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงตะวันออกกลาง อิหร่านประสานช่วย 3 ลูกเรือมยุรี นารี

อัลตร้าฟุตบอล: ภัยคุกคามหรือพลังดี?

ควันระเบิด, ดอกไม้ไฟ, หน้ากากอนามัย และการทะเลาะวิวาท – ยินดีต้อนรับสู่โลกของ อัลตร้าฟุตบอล! วัฒนธรรมแฟนบอลสุดเหนียวแน่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุโรป กำลังแผ่ขยายไปทั่วสนามฟุตบอลในสกอตแลนด์ โดยเฉพาะกลุ่มแฟนรุ่นใหม่ที่อยากแสดงตัวตนทั้งในและนอกสนาม

อัลตร้าฟุตบอล: ภัยคุกคามหรือพลังดี?

แต่เบื้องหลังวัฒนธรรมย่อยที่ขับเคลื่อนด้วยโซเชียลมีเดียนี้ มีอะไรมากกว่าที่เห็นหรือ? ในยุคฟุตบอลที่เต็มไปด้วยธุรกิจมหึมา อัลตร้าฟุตบอล คือภัยร้ายที่ต้องกำจัด หรือพลังที่ช่วยฟื้นฟูความหลงใหลในกีฬาลูกหนัง? สารคดีชุดใหม่ 3 ตอนจาก BBC Scotland กำลังเจาะลึกปรากฏการณ์นี้พอดี โดยออกอากาศหลังเหตุการณ์ปะทะกันของแฟนเซลติกและเรนเจอร์สที่ไอบร็อกซ์ เพียงสัปดาห์เดียว ซึ่งตำรวจสกอตแลนด์เรียกว่า “น่าขยะแขยงและน่าอับอาย”

เหตุการณ์นี้เตือนใจถึงความท้าทายจากขอบเขตสุดโต่งของขบวนการอัลตร้า แม้กลุ่ม Old Firm Ultras จะปฏิเสธร่วมสารคดีเพื่อรักษาความลึกลับ แต่พฤติกรรมก้าวร้าวของพวกเขาทำให้ยากที่แฟนบอลทั่วไปจะโน้มน้าวว่าอัลตร้ามีด้านนุ่มนวล

ด้านบวกของอัลตร้าฟุตบอล

Blair McNally อินฟลูเอนเซอร์ที่ผลิตคอนเทนต์อัลตร้าทั่วสกอตแลนด์ บน TikTok ได้วิว 62 ล้าน และ YouTube 10 ล้าน “เด็กๆ จากโครเอเชียและญี่ปุ่นคอมเมนต์ว่า ‘อยากได้แบบนี้บ้าง’ วัฒนธรรมฟุตบอลสกอตฯ สุดยอด!” เขาบอก พวกเขานำพลังและ passion มาสู่สนาม

Manpreet Singh หัวหน้าอัลตร้า Partick Thistle เล่าว่าเริ่มจากช่วงโควิด ปี 2021 แฟนๆ รวมตัวดูเกมข้างสนามตอนเลื่อนอันดับ 1 แล้วฉลองด้วยพลุและเพลง สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จากนั้นพวกเขาสร้างแบนเนอร์ยักษ์เอง “อัลตร้าไม่ใช่แค่พวกอันธพาล แต่เป็น sub-culture ที่เราอยากเติบโต”

  • นำสีสัน เสียงดัง พลังงานมาสู่สนามที่เคยเงียบเหงา
  • สร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะวัยรุ่นหลังโควิด
  • ชิงชัยด้วยโชว์แบนเนอร์ ดรัม และพลุที่ยิ่งใหญ่กว่า

ด้านมืดที่ไม่อาจมองข้าม

แต่สารคดียังชี้ว่าอัลตร้ามักปะทะกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ชุมชน และแฟนบอลอื่นๆ David Kennedy เลขาฯ Scottish Police Federation บอกว่ากำลังเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบชุมชนเพราะตำรวจต้องไปเฝ้าสนามแทน เช่น เหตุปะทะกลางเมืองกลาสโกว์ปีที่แล้วที่นักช้อปหวาดกลัว

รากเหง้าจากอเมริกาใต้ อิตาลี โครเอเชีย ในยุค 60s มีความเกลียดชังอำนาจ ตำรวจ สื่อ มีกฎเกณฑ์และเกียรติยศในการปกป้อง “ดินแดน” สโมสร Karyn McCluskey นักจิตวิทยา บอกว่าเป็นเรื่อง “dying to belong” – ความอยากมีตัวตนและสังกัด เหมือนแก๊ง

แม้จะเปรียบยากระหว่างวัยรุ่น 7 คนกับกลองที่ Alloa กับกลุ่มใหญ่ของเซลติก-เรนเจอร์ส แต่ thread ร่วมคือความปรารถนานั้น สารคดีสรุปว่า สองอย่างเป็นจริงได้: อัลตร้านำความสนุก สีสัน แต่ก็นำปัญหาให้ตำรวจ

Sean McDonald พอดแคสต์ฮอสต์เตือน “ถ้ากวาดล้าง เราจะเสีย theatrics สีสัน passion แต่ต้องรับผิดชอบ ไม่หนีผล” Andy Smith ประธาน Scottish Football Supporters Association บอกว่าสโมสร ตำรวจ นักการเมืองยังงงๆ ต้องมีกฎชัด: อะไรทำได้ อะไรไม่ได้

สุดท้าย อัลตร้าฟุตบอล มาถาวรแล้ว – เป็นอนาคตของฟุตบอล แต่ต้องสมดุลระหว่าง passion กับความรับผิดชอบ คุณคิดยังไง ลองดูสารคดีแล้วมาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – Football Ultras: A menace or a force for good?

“วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน ชงแก้ปมน้ำมัน

ในสถานการณ์วิกฤติพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง รัฐบาลไทยกำลังเผชิญแรงกดดันหนักจากประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องค่าน้ำมันและการขาดแคลน ล่าสุด “วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน ชงข้อเสนอสำคัญเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลชัดเจนและความช่วยเหลือที่เป็นธรรม

“วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 ที่ทำการพรรค โดยท้วงติงการบริหารจัดการพลังงานของรัฐบาลอย่างหนัก ว่า ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เรียกประชุมด่วนแต่เชิญเพียงบริษัทน้ำมันรายใหญ่ 5-6 แห่ง เมื่อผู้ประกอบการเหล่านี้ยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอ รองนายกฯ และ รมว.คลังอย่างนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ก็เอามาชี้แจงสื่อทันที แต่กลับละเลยเสียงจากปั๊มน้ำมันขนาดเล็กที่ต้องแบกรับต้นทุนสูง

กลุ่มชาวนาที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็จำเป็นต้องใช้น้ำมันแต่ไม่สามารถนำแกลลอนไปเติมได้เพราะข้อจำกัด เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไปเหล่านี้ไม่เคยถูกรับฟัง รัฐบาลฟังเฉพาะบริษัทบิ๊กน้ำมันเท่านั้น ทำให้ปัญหายิ่งบานปลาย

ชงข้อเสนอรัฐบาลจาก “วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน

นายวีระยุทธ ยังปูดปัญหาเครือข่ายบ้านใหญ่แย่งชิงน้ำมันหน้าปั๊ม โดยเฉพาะในหลายจังหวัดที่ประชาชนตัวเล็กต้องต่อคิวยาวแต่เติมไม่ได้ สักพักเครือข่ายธุรกิจบ้านใหญ่ก็แซงคิวเข้าไปเติมได้ทันที นี่คือบทพิสูจน์การทำงานของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ที่ดูแลศบก. และมีธุรกิจครอบครัวในอุตสาหกรรมน้ำมัน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนตัวเล็กหรือเอื้อกลุ่มทุนใหญ่

ด้านนายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอมาตรการเร่งด่วน 3 ประการ จากการลงพื้นที่สำรวจทั่วประเทศ ดังนี้

  • ประชาชนขาดแคลนน้ำมันเติม ต้องแจ้งข้อมูลชัดเจนว่าจะเติมที่ไหนได้บ้าง
  • ผู้ประกอบการน้ำมันรายย่อยถูกจำกัดโควตา ต้องปรับเพิ่ม
  • เตรียมรับมือราคาสินค้าผันผวน และลดค่าไฟสำหรับกลุ่มเปราะบางทันที

นอกจากนี้ ยังชงประกาศโควตารับซื้อไฟฟ้าเพิ่มจากโซลาร์เซลล์ ลดการผลิตจากแอลพีจี โครงการ demand response จ่ายค่าชดเชยให้โรงงานลดใช้ไฟช่วงพีค เพื่อทุเลาภาระประชาชน

วิกฤติน้ำมันครั้งนี้ไม่เพียงทดสอบความสามารถรัฐบาล แต่ยังสะท้อนโครงสร้างอำนาจที่เอื้อกลุ่มทุนใหญ่ สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลไทยนำเข้าน้ำมันแพงขึ้น 20-30% รัฐบาลต้องออกมาตรการล็อคราคา ลดภาษีน้ำมันชั่วคราว และกระจายน้ำมันสู่ปั๊มรายย่อยให้ทั่วถึง

พรรคประชาชนยืนยันว่าจะติดตามและผลักดันให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างโปร่งใส เพื่อประชาชนทุกคนไม่ใช่แค่บ้านใหญ่

คุณคิดอย่างไรกับปัญหานี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัปเดตข่าวพลังงานเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ สนับสนุนให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชนมากขึ้น!

ที่มา – “วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน ชงข้อเสนอรัฐบาล ประชาชนต้องรู้ข้อมูลชัดเจน

รัฐบาลเดินหน้าตรวจเข้มคุณภาพน้ำ แก้ปัญหามลพิษแม่น้ำกก-สาย

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องปัญหาที่หลายคนในภาคเหนือกำลังกังวล นั่นคือ มลพิษข้ามพรมแดน ในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ที่ไหลมาจากเมียนมา รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ แต่กำลังเดินหน้าตรวจเข้มคุณภาพน้ำ อย่างจริงจัง เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมของเรา

จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่าคณะรัฐมนตรีรับทราบผลการพิจารณาแนวทางแก้ปัญหานี้แล้ว โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหัวหอกหลัก ปัญหาหลักมาจากการทำเหมืองทองคำและแรร์เอิร์ธในรัฐฉานของเมียนมา ที่ใช้สารเคมีร้ายๆ อย่างสารหนู แคดเมียม และปรอท ทำให้โลหะหนักไหลลงแม่น้ำ ส่งผลกระทบข้ามพรมแดนมาถึงไทย

ตรวจเข้มคุณภาพน้ำ แม่น้ำกกและแม่น้ำสายอย่างไร?

รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกันแบบเต็มสูบเลยครับ โดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษ ที่วางแผนตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดินแบบต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เป็นต้นมา ตรวจน้ำเดือนละ 2 ครั้ง ตะกอนดินเดือนละ 1 ครั้ง ข้อมูลทั้งหมดอัพเดทบนเว็บไซต์กรมฯ และทำสื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน รวมถึงแจกชุดทดสอบสารหนูเบื้องต้นให้ใช้เองได้ด้วย

มาตรการตรวจเข้มคุณภาพน้ำในระดับต่างๆ

  • กรมควบคุมมลพิษ: ตรวจโลหะหนักในน้ำและตะกอนอย่างละเอียด
  • กระทรวงสาธารณสุข: เฝ้าระวังสุขภาพประชาชน คัดกรองความเสี่ยง พัฒนาระบบรายงานเชิงรุก
  • กรมอนามัย: ตรวจน้ำประปาหมู่บ้าน พบส่วนใหญ่ยังปลอดภัย แต่แนะนำใช้น้ำอย่างระวัง

นอกจากนี้ การประปาส่วนภูมิภาคยังเฝ้าดูน้ำดิบและน้ำประปาใกล้ชิด แจกน้ำสะอาดให้ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยง และวางแผนอัพเกรดระบบประปาระยะยาวด้วย

ดูแลสุขภาพและภาคเกษตรอย่างไรบ้าง

ฝั่งสาธารณสุข กระทรวงฯ จัดตรวจสุขภาพฟรีและคัดกรองในพื้นที่ริมน้ำ ส่วนเกษตรและประมง กรมการข้าว กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ตรวจตะกอนดิน สัตว์น้ำ ผลผลิต ดีใจที่ตอนนี้ยังไม่พบโลหะหนักเกินมาตรฐานอาหาร แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังต่อไปนะครับ

ด้านงบประมาณ ก็ไม่ขาดแคลน กรมควบคุมมลพิษขอรับงบกลาง และตั้งงบเฉพาะปี 2569-2570 คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงเหนืออนุมัติแผน 14 โครงการ วงเงิน 188.36 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ

ประสานงานข้ามพรมแดนกับเมียนมา

ที่สำคัญคือการเจรจากับเมียนมา รัฐบาลไทยผลักดันประชุมทั้งระดับเทคนิคและรัฐต่อรัฐ ตกลงตั้งคณะทำงานวิชาการร่วม แลกเปลี่ยนข้อมูลตรวจวัดคุณภาพน้ำ และอาจลงพื้นที่สำรวจร่วมกัน กำลังร่างข้อเสนออย่างเป็นทางการไปแล้ว

สรุปแล้ว รัฐบาลให้ความสำคัญสุดๆ กับการตรวจเข้มคุณภาพน้ำ เพื่อคุ้มครองสิทธิชุมชนและสุขภาพทุกคน การแก้ปัญหานี้ต้องทั้งในประเทศและร่วมมือเพื่อนบ้านถึงจะยั่งยืน

ในมุมผมคิดว่าปัญหาข้ามพรมแดนแบบนี้เป็นบทเรียนสำคัญ ว่าสิ่งแวดล้อมไม่แบ่งเขตแดน คุณล่ะคิดยังไง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวอัพเดทเพิ่มเติมจากเราได้เลยครับ จะได้ช่วยกันเฝ้าระวังและปกป้องแม่น้ำของเรา!

ที่มา – รัฐบาลเดินหน้าตรวจเข้มคุณภาพน้ำ แก้ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย

นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์

คดีสุดสะเทือนขวัญที่ทั่วโลกจับตามอง นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ หลังแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย ได้ปิดฉากลงแล้ว ด้วยคำตัดสินจากศาลรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ที่ประกาศว่าคูรี ริชินส์ วัย 35 ปี มีความผิดฐานฆาตกรรมสามีของเธอด้วยยาเฟนทานิล เพื่อหวังครอบครองเงินประกันและมรดกมหาศาล พฤติกรรมที่ทั้งอำมหิตและหน้าด้าน ทำให้คดีนี้กลายเป็นข่าวใหญ่

นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ หลังแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย

คณะลูกขุนใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงในการพิจารณา ก่อนตัดสินคูรี ริชินส์ มีความผิดจริง เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา สามีของเธอชื่อเอริก ริชินส์ เสียชีวิตในเดือนมีนาคม 2022 จากการถูกวางยาเฟนทานิลเกินขนาดในเครื่องดื่ม อัยการนำพยานกว่า 40 ปากขึ้นให้การ รวมถึงผู้ขายยาที่สารภาพว่าขายเฟนทานิลให้จำเลย

หลักฐานชี้ชัดว่าคูรีมีหนี้สินพอกพูนหลายล้านดอลลาร์ เธอแอบทำประกันชีวิตสามีหลายฉบับ และแอบคบชู้กับชายอื่น วางแผนใช้ชีวิตด้วยกัน อัยการเขตซัมมิท เคาน์ตี้ กล่าวในศาลว่า “เธอต้องการทิ้งเอริก แต่ไม่ต้องการทิ้งเงินของเขา” คูรีคาดหวังมรดกกว่า 4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 130 ล้านบาท

การพยายามฆ่าซ้ำซากและข้อสงสัยของสามี

ก่อนเกิดเหตุ คูรีเคยลองวางยาในแซนด์วิชให้สามีครั้งหนึ่ง เอริกเกือบตายแต่รอดมาได้ ครั้งต่อมาเธอเพิ่มปริมาณ จนศาลตัดสินว่าผิดฐานพยายามฆ่าด้วย เอริกเริ่มสงสัยภรรยา หลังล้มป่วยหนักวันวาเลนไทน์ 2022 เขาบอกเพื่อนสนิทว่า “ผมเชื่อว่าถูกวางยา และเมียผมพยายามฆ่าผม”

สิ่งที่ทำให้คดีนักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ หลังแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย โด่งดังทั่วโลก คือการกระทำหลังสามีตาย คูรีตีพิมพ์หนังสือเด็ก “Are You With Me?” เกี่ยวกับการรับมือความสูญเสีย เธอให้สัมภาษณ์ว่าสำหรับลูก 3 คนและครอบครัวอื่นๆ อุทิศให้เอริกว่า “สามีที่น่าทึ่ง พ่อที่วิเศษ” ก่อนถูกจับอีก 2 เดือน

คืน 4 มีนาคม 2022 คูรีโทรแจ้งตำรวจดึกๆ ว่าสามีนอนแน่นิ่ง ชงวอดก้าให้เขาที่เตียง แล้วไปปลอบลูกฝันร้าย กลับมาเจอร่างเย็นเฉียบ ชันสูตรพบเฟนทานิลในร่างกาย 5 เท่าปริมาณฆ่าทันที มีข้อความสั่งยา “ของแรงๆ แบบไมเคิล แจ็กสันใช้” คูรีปฏิเสธ แต่ลูกขุนตัดสินผิด โทษจำคุก 25 ปีถึงตลอดชีวิต

  • หนี้สินล้นตัว: หลายล้านดอลลาร์ กดดันให้วางแผนฆ่า
  • คบชู้ลับๆ: มีแผนหนีไปกับชู้รัก
  • ประกันชีวิตหลายฉบับ: หวังเงินก้อนโต
  • หนังสือเด็ก Irony: สร้างภาพลักษณ์หลังฆ่า

คดีนี้สะท้อนด้านมืดของมนุษย์ ความโลภที่นำไปสู่การฆ่า นอกจากหลักฐานแน่นหนา พยานหลักยังเผยวิธีการซ่อนเร้นของเธอ ทำให้ลูกขุนตัดสินเร็ว คูรีพยายามสร้างภาพแม่ดี พ่อที่สูญเสีย แต่สุดท้ายโดนเปิดโปง

วิเคราะห์เพิ่มเติม คดีนักเขียนวางยาฆ่าสามีนี้เตือนให้ระวังคนใกล้ชิด โดยเฉพาะคู่สมรสที่มีปัญหาการเงิน ยาเสพติดอย่างเฟนทานิลกลายเป็นเครื่องมือฆ่า สังคมควรตื่นตัวกับ opioid crisis ในสหรัฐฯ ที่ทำให้เกิดคดีคล้ายๆ กัน

สุดท้าย คดีนี้เป็นบทเรียนราคาแพง อย่าให้ความโลภครอบงำ ควรตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติในครอบครัว หากคุณสนใจคดีจริง สนับสนุนด้วยการแชร์บทความนี้ และติดตามข่าวอาชญากรรมเพิ่มเติมเพื่อป้องกันตัวเอง

ที่มา – นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ หลังแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย

วัลเวร์ดเธ่: จากล้มเหลวที่อาร์เซนอลสู่ตำนานเรอัล

วัลเวร์ดเธ่: จากล้มเหลวที่อาร์เซนอลสู่ตำนานเรอัล

หลายปีมาแล้วที่ เฟเด วัลเวร์ดเธ่ คือฮีโร่เงียบของเรอัล มาดริด ผู้เล่นที่วิ่งแทนทุกคน เติมเต็มช่องว่างเสมอ

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่สนามเบอร์นาเบว กองกลางวัย 27 ปีรายนี้กลายเป็นจุดสนใจของทุกสำนักข่าว หลังจากแฮตทริกสุดงดงามทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามหลัง 3-0 และต้องปีนภูเขาที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในเลกสองของแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่เอติฮัด สเตเดี้ยมวันอังคารนี้

แฮตทริกแรกในอาชีพของเขา ไม่ว่าจะกับเรอัลหรืออุรุกวัย จบลงด้วยการเฉลิมฉลองรอบสนามแบบประยุกต์ และลูกบอลที่เซ็นชื่อให้ลูกชายคนเล็ก บautiสต้า ในลานจอดรถของสนาม ขณะถ่ายรูปครอบครัวกับลูกทั้งสองและภรรยา มินา โบนีโน่

ความทรงจำที่ยาวนาน一生 แต่ถูกสร้างมาจากหลายปีของการต่อสู้

วัลเวร์ดเธ่: จากล้มเหลวที่อาร์เซนอลสู่ตำนานเรอัล คือเรื่องราวการเดินทางของนักเตะอุรุกวัยที่เปลี่ยนความสงสัยตัวเองให้กลายเป็นตำนาน

จาก ‘นกน้อย’ สู่สัญลักษณ์จิตวิญญาณของเรอัล

บทบาทของวัลเวร์ดเธ่ในเกมแรกกับซิตี้ เป็นการตัดสินใจสำคัญที่สุดของโค้ช อัลวาโร่ อาร์เบโลอา

ในการรับมือเจเรมี่ โดกู เขาคือเพื่อนสนิทของเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปกป้องแบ็คขวาโดยไม่เสียอิสระในการบุกไปข้างหน้า แผนเกมอาศัยลูกยาวจากนายทวารติโบต์ กูร์ตัวส์ ไปยังฝั่งขวา ที่วัลเวร์ดเธ่จะโจมตีช่องว่างหลังไลน์สูงของซิตี้

ประตูแรกมาจากรูปแบบนั้นพอดี กูร์ตัวส์เปิดยาว วัลเวร์ดเธ่ชนะจังหวะดวลกับนิโค โอ’ไรล์ลี่ บุกเข้าหน้าเขตโทษและยิงเข้าประตู ซิตี้ต้องระวังวินิซิอุสที่เงียบเชียบ แต่เรอัลเปิดเกมผ่านวัลเวร์ดเธ่ทางอีกฝั่ง

สำหรับอาร์เบโลอา นี่ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โค้ชยกวัลเวร์ดเธ่เป็นตัวแทนจิตวิญญาณของเรอัล มาดริด เปรียบเทียบกับฆวน โกเมซ – ฆวนิโต้ – ซึ่งที่เบอร์นาเบวคือการยกย่องสูงสุด

10 ปีกับเรอัล วัลเวร์ดเธ่ลงสนามเกือบ 300 นัด คว้า 11 ถ้วยใหญ่ รวมแชมเปียนส์ลีก 2 สมัย

เขาเติบโตในมอนเตวิเดโอ ย่านลา ยูนิオン พ่อเป็นยามคาสิโน แม่ทำความสะอาดบ้านและขายเสื้อผ้าเพื่อเลี้ยงครอบครัว รองเท้าฟุตบอลคู่แรกมือสอง ซ่อมปลายเท้าให้ทน

โค้ชเยาวชนเรียกเขาว่า ‘พาฆาริโต้’ (นกน้อย) เพราะเด็กน้อยเด้งดึ๋งไปทั่วกับลูกบอล

พ่อชื่อฆูลิโอไม่ชอบชื่อนั้น เขาเห็นลูกเป็นนักสู้ จึงหล่อหลอมจิตใจ

“พ่อสอนว่าการต่อสู้อยู่ในสายเลือด” วัลเวร์ดเธ่กล่าว “แม้ปัจจุบันพ่อยังผลักดัน บอกให้ยิงมากขึ้น พัฒนาต่อไป”

วัลเวร์ดเธ่: จากล้มเหลวที่อาร์เซนอลสู่ตำนานเรอัล

จากไม่ประทับใจอาร์เซนอล สู่สายตาเรอัล มาดริด

การสนับสนุนมาจากครอบครัว พ่อแม่และพี่ชายทั้งสามคือแฟนคลับตัวยง

“ผมเห็นพวกเขาทำงานหนัก” วัลเวร์ดเธ่เล่า “ลำบากมาก พ่อแม่ทำทุกอย่างเพื่อให้ผมเล่นฟุตบอล”

แม่โดริสเป็นศูนย์กลางอารมณ์ จัดทดสอบครั้งแรกกับเปนารอล เขาหยุดเรียนมัธยมเพื่อฟุตบอล เรียนจบประถมเท่านั้น ครอบครัวตัดสินใจร่วมกัน

ในซ้อมเขาเงียบขี้อาย นักวิ่งไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในวันนี้ไม่ได้เกิดง่ายๆ วัยรุ่นเขาเกลียดวิ่ง คิดว่าฝีเท้าพอ

“ผมคิดว่าตัวเองมีของมาราโดน่า” เขายอมรับทีหลัง แล้ววันหนึ่งโค้ชถอดเพราะไม่ตามบอล เขาเปลี่ยน

ก่อนเรอัลจะโผล่ มีโอกาสอื่น อายุ 16 ฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่アาร์เซนอลที่ลอนดอน

สำหรับเด็กมอนเตวิเดโอ มันเหนือจริง: สิ่งอำนวยความสะดวก ดาวพรีเมียร์ลีก ความยิ่งใหญ่

เขาไม่พูดอังกฤษ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายทวารหนุ่มอาร์เซนอลช่วยแปล เขาคิดว่านี่คือสโมสรของเขา แต่ไม่ผ่าน

ระหว่างแชมป์ใต้ทวีปอเมริกา ยู-17 ที่ปารากวัย สองสเก๊าต์เรอัลมาหาที่โรงแรม

วัลเวร์ดเธ่เช็ดน้ำตาหลังแพ้决赛 ฟังข้อเสนอ แม่ผลักดันให้ย้าย แม้ประธานเปนารอลอยากให้อยู่ต่อ มันคือโอกาสที่ครอบครัวรอคอย

ย้ายมาดริดช็อกอีกครั้ง ในล็อกเกอร์กัสติญ่า เขาเห็นเข็มขัดกุชชี่ กระเป๋าเงินดีไซเนอร์ นาฬิกาแพง แล้วมองตัวเอง เสื้อยืดถูกๆ

“ตอนนั้นผมรู้” เขากล่าว “ที่นี่ผมเป็นใครก็ไม่รู้”

หลังซีซั่นกัสติญ่า ยืมเดปอร์ติโบ ลา กอรูญ่า ปีในกาลิเซียเปลี่ยนชีวิต เรียนรู้อยู่คนเดียวรับมือวิจารณ์ โตเป็นนักเตะและคน

มีอุปสรรค หลุดทีมชาติชุดใหญ่เวิลด์คัพ 2018 เป็นจุดต่ำสุด กลับบ้านอับอาย รู้สึกผิดต่อครอบครัวเพื่อน

เดือนแรกๆที่เรอัลเต็มไปด้วยความสงสัย กลัวพลาดทำให้ลังเล

มินา โบนีโน่ ช่วยเขา “ถ้าอยู่เรอัลต้องมีเหตุผล หยุดซ่อน 享受ฟุตบอลเหมือนเด็ก”

ค่อยๆ กลับมาด้วยนักจิตวิทยา โค้ชเมนทัล และความมั่นใจจากฆูเลน โลเปเตกี ที่ให้เดบิวต์

การทดลองเล่นแบ็คขวาและการฟื้นตัว

ซีซั่น 2021-22 เขามีบทบาทชี้ขาดแชมเปียนส์ลีก

ราวเวลานั้น มินากับลูกคนสองใกล้คลอด หมอบอกเสี่ยงสูง ลูกอาจไม่รอด

วัลเวร์ดเธ่ถอนตัวทางอารมณ์ แข็งแกร่งต่อสาธารณะ ลำบากลับบ้าน

หลายสัปดาห์ต่อมา สแกนดีขึ้น บautiสต้าคลอดสุขภาพดี มิ.ย. 2023

สมัยชาบี อลอนโซ่ เขาลำบากหาตำแหน่ง บางครั้งเล่นแบ็คขวา เขาเคยระบาย “ผมไม่ได้เกิดมาเป็นแบ็คขวา”

ดูเหมือนโฟกัสที่กึ่งกลางมากกว่าตัวกัปตัน

อาร์เบโลอากลับมาใส่กลาง ให้บิน สู่ผู้เล่นที่เห็นวันพุธ

เรื่องราวของวัลเวร์ดเธ่: จากล้มเหลวที่อาร์เซนอลสู่ตำนานเรอัล สอนเราว่าความพยายามและครอบครัวคือกุญแจสู่ความสำเร็จ คุณคิดยังไงกับเส้นทางของเขา? แชร์ความเห็นด้านล่างและติดตามอัปเดตฟุตบอลเพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมด้านพลังงานเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาตรการเด็ดขาดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ โดย“อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569 เผยซื้อน้ำมันดิบแองโกลา-สหรัฐฯ เพิ่ม เพื่อให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการ

“อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569 เผยซื้อน้ำมันดิบแองโกลา-สหรัฐฯ เพิ่ม

วันที่ 17 มีนาคม 2569 หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอรรถพล ได้ให้สัมภาษณ์ย้ำว่าน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตมีเพียงพอ กำลังการกลั่นอยู่ที่ 100% แต่ปัญหาหลักคือการขนส่งที่อาจล่าช้าในช่วง高峰เทศกาล สำหรับแผนรับมือสงกรานต์ 2569 ได้สั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งเพิ่มกำลังผลิต บางแห่งเกิน 100% เพื่อป้องกันการขาดแคลน

ย้ำไม่ต้องแตกตื่น อย่ากักตุนน้ำมัน

รมว.พลังงาน เน้นย้ำว่าสิ่งที่อยากขอร้องประชาชนคือ ไม่อยากให้แตกตื่นว่าน้ำมันจะหมดจากประเทศไทย เพราะปัญหาอยู่ที่การขนส่งเท่านั้น ไม่ใช่การขาดแคลนจากต้นทาง หากมีการกักตุนจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง แนะนำให้เติมน้ำมันตามปกติเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง

การซื้อน้ำมันดิบเพิ่มจากแหล่งใหม่

นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาซื้อน้ำมันดิบเพิ่มจากหลายประเทศ ล่าสุดตกลงซื้อจากแองโกลาเกือบ 2 ล้านบาร์เรล และจากสหรัฐอเมริกากว่า 6 แสนบาร์เรล ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไทยได้อย่างดี ในขณะที่การซื้อจากรัสเซียเป็นไปตามตลาดเสรี ผ่าน ปตท. โดยราคาตามตลาด ไม่ใช่ราคาพิเศษ

สำหรับกรณีสหรัฐฯ ยกเว้นให้ซื้อน้ำมันรัสเซียบางส่วน เป็นเพียงน้ำมันที่บรรทุกเรือแล้ว และมีระยะเวลา 30 วัน พร้อมความเสี่ยงเรื่องการโอนเงิน แต่ไทยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งนั้นเพราะมีแหล่งอื่นเพียงพอ

สถานีบริการจำกัดเติมน้ำมัน 500 บาทต่อครั้ง

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการจำกัดเติมน้ำมันไม่เกิน 500 บาทต่อครั้งที่บางสถานี นายอรรถพล ชี้แจงว่าเป็นการบริหารจัดการของเจ้าของสถานีเอง ไม่ใช่คำสั่งจากกระทรวง เพราะรอบการขนส่งอาจไม่ทัน หากกระทรวงสั่งบังคับอาจทำให้เกิดปัญหามากขึ้น

  • น้ำมันดิบต้นทางเพียงพอ 100%
  • โรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตเกิน 100% ในบางแห่ง
  • ซื้อเพิ่มจากแองโกลา 2 ล้านบาร์เรล
  • ซื้อเพิ่มจากสหรัฐฯ 6 แสนบาร์เรล
  • ขอความร่วมมืออย่ากักตุน

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนที่รอบคอบของกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้ช่วงสงกรานต์ 2569 ประชาชนเดินทางได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันหมด นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงและการสื่อสารที่ชัดเจนกับประชาชนเป็นกุญแจสำคัญ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน สงกรานต์ปีนี้จะเป็นเทศกาลที่สนุกสนานและปลอดภัย

ติดตามข่าวสารพลังงานและมาตรการรัฐบาลเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569 เผยซื้อน้ำมันดิบแองโกลา-สหรัฐฯ เพิ่ม

น้ำมันหมด เบนซิน-ดีเซล เหลือแต่เกรดพรีเมียม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องสถานการณ์น้ำมันที่กำลังวุ่นวายในพื้นที่พิษณุโลกกันดีกว่าครับ ปัญหาน้ำมันหมด เบนซิน-ดีเซล เหลือแต่เกรดพรีเมียมกำลังทำให้ชาวบ้านและผู้ใช้รถใช้ถนนปวดหัวสุดๆ เลยนะครับ หลายปั๊มในอำเภอเมืองพิษณุโลก น้ำมันเบนซินและดีเซลหมดเกลี้ยง เหลือแค่เกรดพรีเมียมราคาแพงลิตรละ 46.59 บาท ชาวบ้านเลยจำใจต้องเติมเพราะกลัวรถตายกลางทาง ไม่มีทางเลือกอื่นเลย

น้ำมันหมด เบนซิน-ดีเซล เหลือแต่เกรดพรีเมียม

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าหลายสถานีบริการน้ำมันในตัวเมืองพิษณุโลก เริ่มมีดีเซลกลับมาบ้าง แต่เบนซินทุกเกรดยังขาดแคลนหนักมาก เหลือแต่เบนซินพรีเมียมเท่านั้น พนักงานปั๊มเล่าว่าเมื่อคืนรถขนส่งนำดีเซลมาแค่ 3,000 ลิตร ไม่มีเบนซินมาส่งเลย ปั๊มเลยต้องจำกัดการเติมคันละ 300 บาทเท่านั้น งดใส่แกลลอนและห้ามวนเติม ถ้าหมดก็ไม่รู้จะมีมาเมื่อไหร่ สถานการณ์แบบน้ำมันหมด เบนซิน-ดีเซล เหลือแต่เกรดพรีเมียมนี้ ทำให้ทุกคนต้องลุ้นกันตัวโก่ง

ชาวบ้านเจอปัญหายังไงบ้าง

สอบถามชาวบ้านจากอำเภอบางกระทุ่มที่ขับรถมาเกือบ 50 กิโลเมตรเพื่อหาน้ำมันเติม พอมาถึงก็เจอแถวยาวเหยียด รอคิวนาน สุดท้ายวนไปปั๊มอื่นๆ ก็ยังไม่มีดีเซลหรือเบนซินธรรมดา ได้แต่พรีเมียมราคาเกือบ 47 บาทต่อลิตร เลยซื้อไป 2 ลิตรใส่แกลลอนไปเติมมอเตอร์ไซค์ที่บ้าน ส่วนผู้ขับรถสองแถวสายพิษณุโลก-บางระกำ บอกว่าเติมได้แค่ 300 บาท วิ่งได้ 2 เที่ยวเอง ถ้าเต็มถังปกติวิ่งได้ทั้งวัน ตอนนี้ต้องระแวงตลอด กลัวน้ำมันหมดกลางทาง ส่งผลกระทบต่อรายได้และการเดินทางของทุกคนชัดเจน

สาเหตุที่อาจทำให้เกิดปัญหานี้

ปัญหาน้ำมันหมด เบนซิน-ดีเซล เหลือแต่เกรดพรีเมียมอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ความต้องการน้ำมันที่พุ่งสูงในช่วงนี้ การขนส่งล่าช้า หรือปัญหา supply chain จากผู้ผลิตและโรงกลั่น ปกติในไทยเรามักเจอสถานการณ์แบบนี้ช่วงราคาน้ำมันผันผวน หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างน้ำท่วมหรือปัญหาโลจิสติกส์ ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ควรเช็คราคาน้ำมันล่าสุดก่อนออกเดินทางเสมอ

  • ตรวจสอบสต็อกน้ำมันที่ปั๊มใกล้บ้านผ่านแอปหรือเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงาน
  • วางแผนเส้นทาง หลีกเลี่ยงการเดินทางไกลถ้าไม่จำเป็น
  • ประหยัดน้ำมันด้วยการขับขี่นุ่มนวล ตรวจสภาพรถให้พร้อม
  • พิจารณาใช้รถสาธารณะหรือแบ่งปันรถกับเพื่อนๆ
  • ติดตามข่าวราคาน้ำมันวันนี้จากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันวันนี้ 17 มีนาคม 2569 ดีเซลและเบนซินปรับตัวยังไงบ้าง ลองเช็คราคาน้ำมันล่าสุดได้เลยครับ สถานการณ์แบบนี้อาจทำให้ราคาขึ้นหรือเกิดการกักตุนได้ ทุกคนควรระมัดระวัง

สรุปแล้ว ปัญหาน้ำมันขาดแคลนแบบนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงมากเกินไปอาจเป็นจุดอ่อนของเรา แนะนำให้หันมาใช้พลังงานทางเลือกอย่างไฟฟ้าหรือไฮโดรเจนในอนาคตครับ เพื่อไม่ให้เจอปัญหาแบบนี้อีก ถ้าคุณมีประสบการณ์เจอน้ำมันหมด เบนซิน-ดีเซล เหลือแต่เกรดพรีเมียมแบบนี้ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ จะได้ช่วยกันหาทางออก!

ที่มา – น้ำมันหมด เบนซิน-ดีเซล เหลือแต่เกรดพรีเมียม คนจำใจเติมเพราะไม่มีทางเลือก

สว.สำรอง ซัด กกต. เร่งรีบคดีฮั้ว สว. ผิดปกติ

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ สว.สำรอง ซัด กกต. เรื่องการเร่งรีบตัดสินคดีฮั้ว สว. ที่ดูผิดปกติสุดๆ จนหลายคนตั้งคำถามว่ามีเจตนาฟอกขาวให้นักการเมืองก่อนนั่ง ครม. ใหม่หรือเปล่า? เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2567 ที่สำนักงาน กกต. โดยกลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท. คำรบ ปัญญาแก้ว ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต. 7 คน กล้าหาญตัดสินคดีบนหลักฐานจริงๆ ไม่ใช่ตามกระแสการเมือง

สว.สำรอง ซัด กกต. เร่งรีบคดีฮั้ว สว. ผิดปกติ

คดีฮั้ว สว. หรือคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. เป็นประเด็นที่ยืดเยื้อมานาน โดยเฉพาะสำนวนชุดสืบสวนที่ 26 ที่มีหลักฐานชัดเจน แต่กลับมีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 มติ 5 ต่อ 2 ยกคำร้องทั้งหมด สว.สำรอง จึงออกมา สว.สำรอง ซัด กกต. ว่าทำไมถึงเร่งรีบผิดปกติในช่วงนี้ โดยเฉพาะตอนที่กำลังฟอร์มทีม ครม. ใหม่ มีนักการเมือง 13 คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และคนแรกคือ นายกรัฐมนตรีเลยทีเดียว

พล.ต.ท. คำรบ เน้นย้ำว่า กกต. ต้องยึดหลักฐานจากชุดสืบสวน ไม่ใช่ผลจากอนุชุด 36 ที่มีปัญหาความเป็นกลาง เช่น ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ที่มีภาพต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล แบบไม่จำเป็น สร้างข้อสงสัยหนัก ตามระเบียบ กกต. ข้อ 75 วรรคสาม หากมีเหตุสงสัยไม่เป็นกลาง กกต. ต้องจัดการ แต่กลับนิ่งเฉย นี่คือการละเว้นหน้าที่ชัดๆ

ทำไม สว.สำรอง ซัด กกต. ถึงกังวลเรื่อง timing?

ที่มาของความกังวลคือ กกต. เคยล่าช้าแต่ตอนนี้เร่งตัดสินทันทีทั้งที่ DSI ส่งข้อมูลมาแต่ไม่รับ อ้างไม่พอ แล้วยกฟ้อง นี่อาจเข้าข่ายละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ โทษติดคุก 10 ปีได้เลย สว.สำรอง มองว่าการเร่งตอนนี้เพื่อรับใช้การเมือง โดยเฉพาะโยนหินถามทางจากอนุชุด 36 และ กกต. ชี้แจงแบบไม่รับไม่ปฏิเสธ

  • พฤติกรรมไม่เป็นกลาง: อนุกรรมการเข้าหาการเมือง เช่น กรณี ร.ต.อ.ปิยะ
  • นักการเมือง 13 คน: รวมนายกฯ จะได้นั่ง ครม. ใหม่
  • การเร่งรีบผิดปกติ: จากล่าช้ามาเป็นรีบตัดสินวันสองวัน
  • ละเว้นข้อมูล DSI: ไม่รับหลักฐานสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็น กกต. ออกชี้แจงแบบคลุมเครือ ทำให้ สว.สำรอง กังวลว่าจะลู่ตามอิทธิพลจากผู้มีอำนาจที่เป็นผู้ถูกหาคดี ถ้า กกต. ลุยไฟจริง ประชาชนต้องจับตาให้ดี

背景คดีฮั้ว สว. และความสำคัญ

คดีนี้เริ่มจากเลือกตั้ง สว. ที่มีข้อครหาฮั้วประมูล มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสถาบันเลือกตั้ง ถ้า กกต. ตัดสินไม่โปร่งใส จะกระทบประชาธิปไตยไทยทั้งระบบ กลุ่ม สว.สำรอง ที่เคยเป็น สว. ตัวจริง จึงออกมาเรียกร้องให้ยึดเกียรติยศและความกล้าหาญ อย่าปล่อยให้การเมืองครอบงำ

ในมุมมองของผม การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้ง ครม. ใหม่ ทุกฝ่ายต้องรักษาความสะอาด ถ้า สว.สำรอง ซัด กกต. แบบนี้แล้วยังไม่ตื่นตัว คงมีเรื่องให้พูดอีกยาว ประชาชนอย่างเราควรติดตามใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการตัดสินคดีต้องโปร่งใส 100% ถ้าคุณเห็นด้วย ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้เพื่อให้ประเด็นนี้ดังขึ้นนะครับ อย่าให้การเมืองสกปรกมาทำลายความเชื่อมั่นของเรา!

ที่มา – สว.สำรอง ซัด กกต. เร่งรีบคดีฮั้ว สว. ผิดปกติ จงใจฟอกขาวให้นักการเมือง ก่อนนั่ง ครม. หรือไม่