นายกฯญี่ปุ่น เตรียมบินพบทรัมป์ ย้ำความร่วมมือความมั่นคง-เศรษฐกิจ จับตาท่าทีตะวันออกกลาง
วันที่ 18 มีนาคม 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เพื่อพบปะหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ 2 ในการประชุมสุดยอดผู้นำ โดย นายกฯญี่ปุ่น เตรียมบินพบทรัมป์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกนับตั้งแต่เธอขึ้นดำรงตำแหน่ง
นายกฯญี่ปุ่น เตรียมบินพบทรัมป์
การเดินทางครั้งนี้มีกำหนดออกจากญี่ปุ่นในช่วงเย็นวันพุธ และจะเน้นย้ำความสำคัญของพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งมายาวนาน โดยทั้งสองฝ่ายจะหารือเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ทั้งปัญหาจีนในทะเลจีนใต้ เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ และความขัดแย้งในยูเครน
นายกฯญี่ปุ่น เตรียมบินพบทรัมป์ เพื่อย้ำวาระสำคัญ
วาระหลักในการหารือ ได้แก่ การผลักดันความมั่นคงร่วมกัน เช่น การเพิ่มขีดความสามารถของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (JSDF) ร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเพื่อรับมือภัยคุกคามจากจีนและรัสเซีย นอกจากนี้ ยังครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ เช่น การลงทุนของบริษัทญี่ปุ่นในสหรัฐฯ ภายใต้ข้อตกลงทวิภาคี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า
- ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ: เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุหายาก (rare earths) ลดการพึ่งพาจีน
- การลงทุน: ญี่ปุ่นลงทุนกว่า 1 ล้านล้านเยนในโรงงานชิปสหรัฐฯ
- เทคโนโลยี: ร่วมมือพัฒนา AI และควอนตัมคอมพิวติ้ง
- พลังงาน: หารือเรื่องพลังงานนิวเคลียร์และก๊าซธรรมชาติ
ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในเอเชียแปซิฟิก โดยมีข้อตกลงด้านความมั่นคงตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้สหรัฐฯ มีฐานทัพกว่า 50,000 นายในญี่ปุ่น การเยือนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
จับตาท่าทีตะวันออกกลางในการหารือ
ขณะที่ นายกฯญี่ปุ่น เตรียมบินพบทรัมป์ นักวิเคราะห์ยังจับตาท่าทีของญี่ปุ่นต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่ตึงเครียดจากอิหร่าน ทรัมป์เรียกร้องให้พันธมิตรส่งเรือรบช่วยรักษาความปลอดภัยเส้นทางค้าพลังงาน ซึ่งญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันกว่า 90% ทางทะเล ทาคาอิจิยืนยันว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ pacifist ของญี่ปุ่น โดยไม่ประเมินกฎหมายของปฏิบัติการสหรัฐฯ ในที่ประชุมนี้
ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเคยส่งเรือลาดตระเวนไปยังอ่าวโอมานในภารกิจคล้ายกัน แต่จำกัดบทบาทไม่ใช่ทางทหารเต็มรูปแบบ สถานการณ์ปัจจุบันอาจนำไปสู่การตัดสินใจใหม่ หากทรัมป์กดดันหนัก
นอกจากนี้ การเยือนยังสะท้อนยุทธศาสตร์ของทรัมป์ “America First” ที่ต้องการให้ญี่ปุ่นแบกรับภาระด้านความมั่นคงมากขึ้น เช่น เพิ่มงบกลาโหมเป็น 2% ของ GDP ซึ่งญี่ปุ่นกำลังมุ่งสู่เป้าหมายนั้น
โดยรวมแล้ว การพบปะครั้งนี้ไม่เพียงเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ยังส่งผลต่อสมดุลอำนาจในอินโด-แปซิฟิกและตะวันออกกลาง ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพโลก
ความเห็น: การเยือนของนายกฯญี่ปุ่นครั้งนี้จะช่วยยืนยันบทบาทผู้นำของญี่ปุ่นในเวทีโลก สร้างความมั่นใจให้พันธมิตร และลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ คุณคิดว่าญี่ปุ่นควรส่งเรือรบไปฮอร์มุซหรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตจากเรา!
ที่มา – นายกฯญี่ปุ่น เตรียมบินพบทรัมป์ ย้ำความร่วมมือความมั่นคง-เศรษฐกิจ จับตาท่าทีตะวันออกกลาง






