วัน: 22 มีนาคม 2026

ฟุตบอลโลกติดต่อกัน ‘เกินฝันทั้งหมด’ – เดวิส์

ฟุตบอลโลกติดต่อกัน ‘เกินฝันทั้งหมด’ – เดวิส์

เบน เดวิส์ กองหลังตัวเก๋าของทีมชาติเวลส์ วัย 32 ปี ได้ออกมากล่าวอย่างสุดยอดความภาคภูมิใจว่า หากทีมเวลส์สามารถทะยานสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกติดต่อกันได้ จะเป็นสิ่งที่ “เกินฝันทั้งหมด” ของทุกคนในทีม แม้เจ้าตัวจะต้องพลาดลงสนามในนัดเพลย์ออฟรอบรองชนะเลิศกับบอสเนีย-ฮาร์เซโกวีนา ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ที่กรุงคาร์ดิฟฟ์ (เวลา 19:45 GMT) เนื่องจากบาดเจ็บข้อเท้าแตก จากเกมให้ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ฟุตบอลโลกติดต่อกัน ‘เกินฝันทั้งหมด’ – เดวิส์ และความหวังของมังกรแดง

เดวิส์ ซึ่งทำหน้าที่กัปตันทีมมาตลอดแคมเปญคัดบอลโลก รู้ดีถึงคุณค่าของโอกาสนี้ การที่เวลส์จะได้ไปฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ติดต่อกัน จะเป็นประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อนับรวมการไปรายการใหญ่ 4 สมัยในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ยุคการเขย่าหัวใจแฟนบอลด้วยการคว้าแชมป์ยูโร 2016 รองแชมป์เนชันส์ลีก และบอลโลก 2022 ที่กาตาร์

การบาดเจ็บที่เจ็บปวด แต่ใจยังสู้

แม้จะไม่ได้ลงสนาม แต่เดวิส์ยังคงเป็นกำลังใจสำคัญให้เพื่อนร่วมทีม เขาเชื่อมั่นในศักยภาพของนักเตะรุ่นน้องอย่างแฮร์รี่ วิลสัน ที่โค้ชโรเบิร์ต เพจ และเบลลามี่ ชื่นชมอย่างมากในการอ่านเกมและความสามารถในการจบสกอร์ คำกล่าวของเดวิส์ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่สะท้อนถึงจิตวิญญาณมังกรแดงที่ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะมาจากชาติเล็กๆ ในยุโรป แต่เวลส์พิสูจน์ตัวเองด้วยการรวมพลังและทีมเวิร์คที่เหนียวแน่น

ย้อนดูเส้นทางของเวลส์ในรอบคัดเลือก พวกเขาต้องฝ่าฟันคู่แข่งแกร่งหลายทีม ด้วยการเล่นแบบสมดุลทั้งเกมรับที่แข็งแกร่ง นำโดยเดวิส์และคู่หูแนวรับ และเกมรุกที่ดุดันจากสตาร์ดังอย่างแกเร็ธ เบลในอดีต ปัจจุบันทีมยังมีนักเตะจากพรีเมียร์ลีกมากมาย ทำให้มีประสบการณ์สูงในการรับมือแรงกดดัน

  • จุดแข็งของเวลส์: แนวรับเหนียวแน่นและทีมเวิร์คยอดเยี่ยม
  • อุปสรรค: การขาดกัปตันเดวิส์ในนัดสำคัญ
  • โอกาส: ถ้าชนะบอสเนีย จะได้ลุ้นนัดชิงกับผู้ชนะโครเอเชีย-โปแลนด์

ฟุตบอลโลกติดต่อกัน ‘เกินฝันทั้งหมด’ – เดวิส์ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้แฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะแฟนพันธุ์แท้ในไทยที่ชื่นชอบทีมชาติเล็กแต่เก่งกาจ การไปบอลโลก 2026 ที่สหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก จะเป็นเวทีใหม่ที่เวลส์พร้อมโชว์ศักยภาพอีกครั้ง นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าถ้าเวลส์ผ่านเพลย์ออฟได้ พวกเขาจะเป็นม้ามืดที่น่าจับตามองในทัวร์นาเมนต์ใหญ่

มุมมองอนาคตของทีมเวลส์

หลังจากยุคทองของเบล เวลส์กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยนักเตะหนุ่มไฟแรง การที่เดวิส์ยังคงพูดถึงความฝันนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยจางหาย แฟนบอลเวลส์ทั่วโลกต่างรอคอยนาทีประวัติศาสตร์นี้ หากคุณเป็นแฟนฟุตบอล อย่าพลาดติดตามนัดเพลย์ออฟที่กำลังจะมาถึง

ในฐานะนักเขียนฟุตบอล ผมเชื่อว่าฟุตบอลโลกติดต่อกันจะไม่ใช่แค่เกินฝัน แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานใหม่สำหรับเวลส์ สนับสนุนทีมโดยการติดตามข่าวสารและเชียร์ให้สุดใจ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 มี.ค. 2569 เช็กราคาแต่ละปั๊ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวถนนทุกท่าน! วันนี้เรามีข้อมูลอัปเดต ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 มีนาคม 2569 เช็กราคาแต่ละปั๊ม “ดีเซล-โซฮอล์” ลิตรละกี่บาท มาฝากกันแบบสดๆ ร้อนๆ จากวันที่ 22 มีนาคม 2569 เลยนะครับ ไม่ว่าคุณจะใช้รถเก๋ง รถกระบะ หรือมอเตอร์ไซค์ ข้อมูลนี้สำคัญมากสำหรับการวางแผนเติมน้ำมันให้คุ้มค่า เรารวบรวมราคาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของปั๊มใหญ่ๆ อย่าง ปตท., บางจาก, เชลล์, พีที, และคาลเท็กซ์ มาดูกันเลยว่าราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล แต่ละปั๊มอยู่ที่เท่าไรบ้าง

ราคาน้ำมันปรับตัวทุกวันตามราคาน้ำมันดิบโลก สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และค่าเงินบาท ทำให้การเช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้เป็นเรื่องที่คนขับรถต้องทำประจำ โดยเฉพาะดีเซลที่รถบรรทุกและแท็กซี่ใช้เยอะ แก๊สโซฮอล์ที่ประหยัดสำหรับรถยนต์ทั่วไป มาดูรายละเอียดกันครับ

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 มีนาคม 2569 เช็กราคาแต่ละปั๊ม “ดีเซล-โซฮอล์” ลิตรละกี่บาท

ราคาน้ำมันปั๊ม “บางจาก” วันที่ 23 มี.ค. 2569

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 46.84 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 31.14 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO อยู่ที่ 24.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO อยู่ที่ 28.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV อยู่ที่ 32.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO อยู่ที่ 33.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ปตท.” วันที่ 23 มี.ค. 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 31.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 24.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 32.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 33.05 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 41.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 44.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 23 มี.ค. 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.90 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 33.78 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 33.90 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 31.44 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 23 มี.ค. 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 31.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 33.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 32.68 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 42.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 23 มี.ค. 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 49.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 33.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 32.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.05 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 31.14 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 46.84 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ได้เล็กน้อยครับ

จากข้อมูล ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 มีนาคม 2569 เช็กราคาแต่ละปั๊ม “ดีเซล-โซฮอล์” ลิตรละกี่บาท นี้ จะเห็นว่าราคาดีเซลเกรดมาตรฐานอยู่ที่ 31.14 บาท/ลิตร เกือบทุกปั๊ม แก๊สโซฮอล์ E85 ถูกที่สุดเพียง 24.79 บาท/ลิตร เหมาะสำหรับรถที่รองรับเอทานอลสูง ส่วนเกรดพรีเมียมอย่างวี-เพาเวอร์หรือไฮพรีเมียม จะอยู่ที่ 46-49 บาท/ลิตร ให้สมรรถนะดีกว่าแต่ราคาสูงตาม

เคล็ดลับเลือกน้ำมันและประหยัดค่าน้ำมัน

เพื่อให้การเติมน้ำมันคุ้มค่าที่สุด ลองเช็กรถคู่ใจว่าสเปกรองรับน้ำมันอะไร เช่น รถใหม่ๆ หลายรุ่นใช้ E20 หรือ E85 ได้ดีช่วยประหยัดเงิน นอกจากนี้ปัจจัยอย่างการขับขี่ ลมต้าน การจราจรก็มีผลต่อการกินน้ำมัน ลองตรวจแรงดันยางให้เหมาะ ขับด้วยรอบต่ำ และหลีกเลี่ยงการเร่งเบรกบ่อยๆ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยครับ

ในมุมมองของผม ราคาน้ำมันช่วงนี้ทรงตัวดี ถ้าไม่มีข่าวร้ายจากตะวันออกกลาง คงไม่ปรับขึ้นแรง แนะนำให้เติมที่ปั๊มใกล้บ้านแต่เช็กราคาเปรียบเทียบก่อน ถ้าอยากได้น้ำมันเกรดสูง ลองเชลล์หรือคาลเท็กซ์ที่เคลมว่าช่วยเครื่องยนต์ดีขึ้น

ติดตามอัปเดต ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ และเคล็ดลับรถยนต์อื่นๆ ได้ทุกวันที่นี่เลยครับ กดไลค์ แชร์ และสมัครแจ้งเตือนไม่พลาดข้อมูลดีๆ!

ที่มา – ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 มีนาคม 2569 เช็กราคาแต่ละปั๊ม “ดีเซล-โซฮอล์” ลิตรละกี่บาท

ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน

ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว

เกิดเหตุชกต่อยรุนแรงที่ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว ทำให้เด็กและเยาวชนชายหลายรายบาดเจ็บ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายโกมล พรมเพ็ง ออกมาแถลงและสั่งการเร่งด่วนเพื่อรับมือสถานการณ์นี้ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม มีการตรวจค้นจู่โจมเรือนนอนทั้ง 4 หอ หลังได้รับแจ้งว่ามีเด็กบางกลุ่มลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าไป โดยพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ยาเส้น และผลตรวจปัสสาวะบ่งชี้สารเสพติดอย่างกัญชา เมทแอมเฟตามีน และเค ในตัวเด็กบางราย การตรวจค้นนี้ทำโดยทีมเจ้าหน้าที่กรมพินิจ ร่วมกับตำรวจ สภ.บางพลี กว่า 30 นาย ทำให้เด็กกลุ่มที่เกี่ยวข้องเสียประโยชน์และเกิดความสงสัยว่ามี "สายข่าว" ในหมู่เด็กด้วยกัน

ปมเขม่นระแวงนำไปสู่การยกพวกตีกัน

จากปมดังกล่าว ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว ระหว่างเด็ก 2 กลุ่ม โดยเด็กผู้ก่อเหตุ 6 รายจากทั้งหมด 20 รายที่รวมตัว ใช้อาวุธช้อนดัดแปลงแทงเด็กอีกกลุ่ม 7 รายที่ถูกสงสัยว่าเป็นผู้แจ้งข่าว ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี โรงพยาบาลบางบ่อ และโรงพยาบาลสมุทรปราการ อาการไม่สาหัส

นายโกมล กล่าวว่าสถานการณ์ควบคุมได้ตั้งแต่เวลา 13.45 น. และได้สั่งคัดแยกเด็กกลุ่มเสี่ยงไปยังหออื่น รวมถึงควบคุมตัวผู้กระทำผิดฝากขังที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ พร้อมให้สอบสวนวินัยและดำเนินคดีตามอายุ หากเกิน 18 ปีลงโทษตามกฎหมายผู้ใหญ่

มาตรการป้องกันหลังเหตุวุ่นวาย

เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ กรมพินิจสั่งประชุมด่วนจัดทำแผนตรวจค้นเพิ่มเติม โดยเฉพาะพื้นที่นอกเรือนนอนที่ยังไม่ได้ตรวจในคืนนั้น นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำความปลอดภัยชีวิตเด็กในความดูแล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกรม

  • ตรวจค้นจู่โจมซ้ำในเวลากลางวัน
  • คัดแยกเด็กกลุ่มเสี่ยง
  • สอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิด
  • บันทึกข้อมูลเพื่อป้องกันล่วงหน้า

เหตุการณ์ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว สะท้อนปัญหาการลักลอบสิ่งของต้องห้ามและความขัดแย้งภายในศูนย์ฝึก ซึ่งอาจเกิดจากระบบการดูแลที่ต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น ผู้ปกครองและสังคมควรตระหนักถึงความสำคัญของการฟื้นฟูเยาวชนให้กลับตัวได้จริง โดยไม่ปล่อยให้ปัญหาสะสมจนนำไปสู่ความรุนแรง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ปัญหานี้ชี้ให้เห็นว่าการตรวจค้นเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีโปรแกรมบำบัดจิตใจและกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อลดความระแวงและสร้างความสามัคคี หากไม่แก้ที่ต้นเหตุ อาจเกิดเหตุซ้ำร้ายแรงกว่านี้ได้

ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาเยาวชนในศูนย์ฝึกได้ที่บล็อกของเรา เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม

ที่มา – ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว

“เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นลงโทษ “งูเห่า”หนักสุด

“เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่ “งูเห่า”ควรได้รับ เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อพรรคประชาชนเตรียมเคลียร์ใจกันหลังเกิดเหตุการณ์ ส.ส.สุริยา วงศ์อารีย์ ส.ส.อุดรธานี โหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการทรยศพรรคชัดๆ แฟนข่าวการเมืองอย่างเราคงอดสงสัยไม่ได้ว่าพรรคจะรับมือยังไง

“เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่ “งูเห่า”ควรได้รับ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่ทำการพรรค เวลา 13.00 น. โดยยืนยันว่าพรรคจะลงโทษ ส.ส.งูเห่านี้อย่างเด็ดขาดและหนักที่สุดเท่าที่กฎหมายและระเบียบพรรคอนุญาต “การซื้อเสียงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเราจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้น” เท้ง ณัฐพงษ์ กล่าวอย่างมั่นใจ

ทีมบริหารพรรคกำลังสื่อสารกับ ส.ส. และสมาชิกทุกคน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีข้อมูลชุดเดียวกันเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ พรรคยืนยันว่าจะมีการประชุม ส.ส. เพื่อตัดสินรูปแบบบทลงโทษที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการไล่ออกจากพรรคหรือมาตรการอื่นๆ ที่รุนแรงที่สุด

ตรวจสอบย้อนหลัง ส.ส.งูเห่าไม่ผ่านกระบวนการ?

เท้ง ณัฐพงษ์ ชี้แจงว่าพรรคมีระบบรับฟังความเห็นผ่านคณะกรรมการสรรหา และกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นจนจบ กรณี ส.ส.สุริยา ไม่มีร้องเรียนเข้ามาในช่วงเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน แม้จะมีข่าวลือว่าพรรครับรู้เรื่องการซื้อเสียง แต่เท้งยืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิด และจะเคลียร์ให้ชัดเจนเพื่อลงโทษให้หนักที่สุด

ก่อนวันโหวต เท้งเคยยืนยันว่าจะไม่มีงูเห่า เพราะรัฐบาลมีเสถียรภาพ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำลายความเชื่อมั่น เขาตั้งคำถามว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ในฐานะหัวหน้าพรรค เขาต้องเชื่อมั่น ส.ส. เพื่อไม่ให้เสียความสัมพันธ์ภายในพรรค

แก้ปัญหางูเห่าต้องแก้ที่รัฐธรรมนูญ

นอกจากลงโทษบุคคล เท้ง ณัฐพงษ์ ยังชี้ว่าปัญหางูเห่ามาจากระบบการเมืองที่บิดเบี้ยว รัฐธรรมนูญปัจจุบันเปิดช่องให้ ส.ส. ขายตัวได้ง่าย พรรคต้องเข้มงวดการตรวจสอบภายในมากขึ้น แต่ที่สำคัญคือต้องแก้ รธน. และกติกาการเมืองให้โปร่งใส หวังว่ารัฐบาลใหม่จะผลักดันตามเจตจำนงประชาชน ไม่ครอบงำองค์กรอิสระ

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ปัญหาพรรคประชาชน แต่เป็นบาดแผลของการเมืองไทยทั้งระบบ งูเห่าคือ ส.ส.ที่ทรยศประชาชนและพรรคหลังได้รับเลือกตั้ง มักเกิดจากการซื้อตัวด้วยเงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ ในอดีตเคยมีกรณีดังๆ มากมายที่ทำให้นักการเมืองเสียชื่อเสียง

พรรคประชาชนกำลังแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการรับมือ ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างที่ดีให้พรรคอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีกระแสเรียกร้องจากประชาชนให้มีกฎหมายปราบงูเห่าให้ชัดเจน เช่น ห้ามเปลี่ยนพรรคหลังเลือกตั้ง หรือลงโทษทางอาญา

  • บทลงโทษที่เป็นไปได้: ไล่ออกจากพรรค, สูญเสียสิทธิสมัครเลือกตั้ง, ฟ้องร้องคดีซื้อเสียง
  • มาตรการป้องกัน: ระบบสรรหาเข้มงวด, อบรมจริยธรรม ส.ส.
  • การแก้ระบบ: แก้ รธน.มาตราเลือกตั้ง, เสริมอำนาจพรรคควบคุม ส.ส.

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ “เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่ “งูเห่า”ควรได้รับ นี้เป็นสัญญาณบวกว่าการเมืองไทยกำลังเปลี่ยนแปลง ประชาชนควรติดตามใกล้ชิด เพราะอาจนำไปสู่การปฏิรูประบบใหญ่ หากคุณเป็นคนรักการเมือง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ว่าคิดว่าควรลงโทษยังไง หรือติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาด!

สุดท้ายแล้ว การเมืองที่ดีต้องไร้การทรยศ หวังว่าพรรคประชาชนจะเป็นผู้นำในการกำจัดงูเห่าออกจากระบบไทย

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่ “งูเห่า”ควรได้รับ

พรรคประชาชนลุยสร้างอาสาส้มทั่วประเทศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่สนใจการเมืองไทย! วันนี้เรามีข่าวเด็ดจาก พรรคประชาชน ที่กำลัง พรรคประชาชน ลุยสร้างอาสาส้มทั่วประเทศ ให้เวลารัฐบาลทำงานก่อนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ กันแบบเต็มสูบเลยนะครับ เป็นกลยุทธ์เจ๋งที่ทำให้การเมืองใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น มาฟังรายละเอียดกันเลย

พรรคประชาชน ลุยสร้างอาสาส้มทั่วประเทศ ให้เวลารัฐบาลทำงานก่อนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ทำการพรรคประชาชนประจำเขตบางแค กรุงเทพฯ มีการจัดกิจกรรมพบปะอาสาส้มครั้งสำคัญ โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นตัวนำร่องเองเลยครับ กิจกรรมนี้มุ่งสร้างเครือข่ายอาสาส้มให้แข็งแกร่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าสูงมาก คือครบทุกหมู่บ้านกว่า 75,000 หมู่บ้านทั่วไทย! เริ่มจากกรุงเทพฯ ที่เป็นฐานเสียงหลักของพรรค เพราะที่นี่ประชาชนให้การตอบรับดีเยี่ยม

อาสาส้มคืออะไร? คืออาสาสมัครสีส้มของพรรคประชาชนนั่นเองครับ หน้าที่หลักคือเป็นหูเป็นตาในพื้นที่ แจ้งปัญหาชีวิตประจำวัน และช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งประชุมเฉยๆ การเมืองแบบพรรคประชาชนคือ ‘ทำงานเพื่อประชาชนสูงสุด’ อย่างน้อยตอนเลือกตั้งก็มีอาสากระจายเฝ้าคูหา ปกป้องคะแนนเสียงให้คุณทุกคนได้มั่นใจ

เครือข่ายอาสาส้มช่วยพัฒนานโยบายอย่างไร

เครือข่ายนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่ช่วยเก็บข้อมูลปัญหาจริงจากพื้นดิน ปัจจุบันมีอาสาส้มกว่า 4,000 คนทั่วประเทศ ที่ออกสำรวจวิกฤตพลังงานมาแล้ว สัปดาห์หน้าพรรคจะสรุปข้อมูล ส่งตรงให้รัฐบาลดูว่าประชาชนเดือดร้อนยังไง พร้อมยื่นญัตติด่วนในสภาเลยครับ นอกจากพลังงาน อาสายังช่วยสำรวจปัญหาอื่นๆ เช่น น้ำท่วมในต่างจังหวัด ค่าครองชีพสูงในเมืองใหญ่ หรือการศึกษาไม่ทั่วถึง ทำให้พรรคมีนโยบายที่ตรงจุดจริงๆ

  • ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน: 75,000 แห่งทั่วไทย เริ่มนำร่อง กทม.
  • เฝ้าระวังเลือกตั้ง: ปกป้องสิทธิประชาชน
  • สำรวจปัญหาพื้นที่: ส่งข้อมูลนโยบายและตรวจสอบรัฐ
  • ขับเคลื่อนท้องถิ่น: เปลี่ยนแปลง从小ไปใหญ่

พร้อมลุยเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และ สก.

นอกจากอาสาส้มแล้ว พรรคยังพร้อมสุดๆ สำหรับสนามเลือกตั้งผู้ผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ยืนยันส่งผู้สมัครครบทุกเขตทั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก. นโยบายพร้อมเปิดตัวเร็วๆ นี้เลยครับ ฝากความหวังไว้กับพรรคประชาชนได้เลย แคนดิเดตคุณภาพ ส.ส. 33 เขตของพรรคก็แข็งแกร่ง เชื่อว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดให้คนกรุง

การตรวจสอบรัฐบาล: ให้เวลาแต่ไม่ลดครา

สำหรับเรื่องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคขอให้เวลารัฐบาลทำงานสักระยะตามปฏิทินการเมือง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนิ่งนอนใจนะครับ! จะเดินหน้าตรวจสอบเต็มสูบผ่านกระทู้ถาม ญัตติด่วน กรรมาธิการต่างๆ และพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย เพราะอภิปรายไม่ไว้วางใจยื่นได้ปีละครั้ง ถ้ามีประเด็นใหญ่บุกมา พรรคพร้อมลุยทันที ไม่เคยลดระดับการตรวจสอบเลยสักนิด

มุมมองของผมนะครับ การเคลื่อนไหวแบบนี้ของพรรคประชาชนแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่ต่อสู้เพื่อตำแหน่ง แต่สร้างระบบที่ยั่งยืนผ่านเครือข่ายอาสา ทำให้การเมืองไทยมีหวังมากขึ้น ถ้าคุณเบื่อการเมืองเก่าๆ ที่ห่างไกลประชาชน ลองมองพรรคนี้ดูสิ

CTA: สนใจอยากเป็นอาสาส้มไหม? อยากช่วยเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นตัวเอง? ติดต่อพรรคประชาชนได้เลยวันนี้ หรือติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – พรรคประชาชน ลุยสร้างอาสาส้มทั่วประเทศ ให้เวลารัฐบาลทำงานก่อนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายกฯ ปรับมาตรการน้ำมันสำรอง มีผลทันทีวันนี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวอัปเดตสำคัญเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทุกคนกำลังกังวลกันเลยนะครับ นายกฯ ปรับมาตรการน้ำมันสำรอง แล้วครับ! โดยออกคำสั่งให้นายทุนผู้ค้าน้ำมันนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการประชาชนและผู้ประกอบการได้ทันที เพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนที่อาจเกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง ดีใจแทนทุกคนที่ไม่ต้องลุ้นราคาน้ำมันพุ่งอีกต่อไป

สถานการณ์โลกตอนนี้ตึงเครียดมาก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนหนัก ไทยเราก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย เพราะนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากภูมิภาคนั้น รัฐบาลเลยต้องออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้ปั๊มน้ำมันแห้งหรือคิวยาวเหยียดแบบที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ

นายกฯ ปรับมาตรการน้ำมันสำรอง อย่างไรบ้าง?

ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเพิ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ /2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 โดยนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ลงนามเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569

สาระสำคัญคือ นายกฯ ปรับมาตรการน้ำมันสำรอง โดยแก้ไขเพิ่มเติมจากคำสั่งเดิมที่ 2/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 ให้ผู้ค้าน้ำมันนำน้ำมันสำรองออกมาแจกจ่ายได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว อาศัยอำนาจจากพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516

รายละเอียดคำสั่งนายกฯ ปรับมาตรการน้ำมันสำรอง

มาดูข้อความสำคัญกันครับ:

  • ข้อ 1: คำสั่งนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือพูดง่ายๆ คือมีผลทันทีวันนี้เลย!
  • ข้อ 2: ยกเลิกความในข้อ 4 และข้อ 5 ของคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569

ข้อ 4 และ 5 เดิมน่าจะเป็นข้อจำกัดการใช้น้ำมันสำรอง เช่น ต้องเก็บไว้ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น แต่ตอนนี้ปลดล็อกแล้ว ผู้ค้าสามารถนำออกมาเติมปั๊มได้เลย ช่วยให้供水 chain ไม่สะดุด

คลิกดูต้นฉบับราชกิจจานุเบกษาได้ที่นี่

ทำไมรัฐบาลถึงต้องปรับมาตรการน้ำมันสำรองตอนนี้?

เพื่อนๆ รู้ไหมครับ สงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปัญหาในทะเลแดงที่เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี ทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันติดขัด ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ถ้าไม่เตรียมพร้อม ราคาน้ำมันในประเทศอาจแตะ 50 บาทต่อลิตรได้ง่ายๆ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมีน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ราว 2-3 เดือน แต่ผู้ค้าปลีกอย่าง ปตท. ชลบุรี หรือบางจาก ก็มีสต็อกส่วนตัว การ นายกฯ ปรับมาตรการน้ำมันสำรอง ครั้งนี้ช่วยให้สต็อกเหล่านั้นหมุนเวียนได้เร็ว ลดความเสี่ยงขาดแคลน

ผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ

  • ประชาชน: เติมน้ำมันได้ปกติ ไม่ต้องกลัวคิวหรือปิดปั๊ม ราคาอาจนิ่งหรือขึ้นไม่เกิน 1-2 บาท
  • ผู้ประกอบการ: ขนส่งสินค้า ล็อกติสติกส์ ไม่สะดุด ช่วยรักษา Chain Supply
  • เศรษฐกิจ: ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ คาด GDP เติบโตดีขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด หากจำเป็นอาจลดภาษีน้ำมันชั่วคราวด้วยนะครับ

คำแนะนำสำหรับทุกคนในช่วงนี้

ถึงจะมีมาตรการใหม่ แต่เพื่อนๆ ก็ควรเตรียมตัวไว้บ้าง:

  • ตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อม เพื่อประหยัดน้ำมัน
  • ใช้รถสาธารณะหรือ EV ถ้าเป็นไปได้
  • ติดตามข่าวจากกรมธุรกิจพลังงาน
  • อย่าตื่นตระหนก ซื้อตุนเยอะเกินไป

ส่วนตัวผมคิดว่า นายกฯ ปรับมาตรการน้ำมันสำรอง ครั้งนี้ตอบโจทย์ดีมาก รัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวในการรับมือวิกฤต สุดยอดเลยครับ! ถ้าคุณมีประสบการณ์เติมน้ำมันช่วงนี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้กันนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสำคัญ

ที่มา – นายกฯ ปรับมาตรการ ออกคำสั่งให้ผู้ค้านำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการได้ มีผลทันทีวันนี้

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69 เป็นข่าวที่ชาวไทยตอนบนต้องให้ความสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ การมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงกะทันหันอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่างๆ ที่เราต้องเตรียมรับมือให้ดี วันนี้เราจะมาอัปเดตพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้าอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกคนวางแผนชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69

ตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 22-23 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน แต่จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยสาเหตุหลักมาจากความกดอากาศต่ำที่เกิดจากความร้อนปกคลุมทั่วบริเวณ ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้มาร่วมเสริมให้เกิดพายุฝนแบบกะทันหัน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจึงเสี่ยงสูงที่สุด

รายละเอียดพยากรณ์อากาศช่วง 22-28 มี.ค. 69

หลังจากวันที่ 22-23 มี.ค. 69 แล้ว ในช่วง 24-28 มี.ค. 69 อากาศจะยังคงร้อนโดยทั่วไป มีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ลมใต้และตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนลง ทำให้ฝนน้อยลงแต่ความร้อนยังคงพีค ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย อากาศร้อนตอนกลางวัน ลมตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนปกคลุมอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ในที่ฝนจะสูงกว่า

  • ภาคเหนือ: ร้อนจัด มีฝนฟ้าคะนอง ลมแรง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
  • ภาคกลาง: อากาศร้อน ฟ้าหลัว ฝนบางแห่ง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ลมอ่อนลงแต่ยังร้อน
  • ภาคใต้: ฝนน้อย คลื่น 1 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69 โดยเน้นย้ำให้ประชาชนระวังอันตรายจากฟ้าผ่า ลมพัดแรงที่อาจทำให้ต้นไม้หัก ป้ายโฆษณาล้ม หรือหลังคาพัง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคง ห้ามเล่นกีฬากลางแจ้งหรือเดินทางโดยไม่จำเป็นในช่วงบ่ายถึงเย็น

สำหรับเกษตรกร ควรเสริมโครงสร้างเรือนกระจก ไม้ผลต่างๆ ให้แข็งแรง เตรียมถังน้ำหรือระบบระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมผลผลิต ดูแลสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในที่ปลอดภัย และพักผ่อนในช่วงร้อนจัดเพื่อป้องกันฮีทสตร็อก ดื่มน้ำมากๆ สวมเสื้อผ้าสีอ่อนระบายอากาศดี ใช้ครีมกันแดด และติดตามข่าวสารจากแอปกรมอุตุฯ

นอกจากนี้ ฝนฟ้าคะนองในฤดูร้อนมักมาพร้อมฟ้าผ่า ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงอันดับต้นๆ ในไทย สถิติพบว่าทุกปีมีผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าหลายราย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท การมี กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69 ล่วงหน้าอย่างนี้ช่วยให้เราป้องกันได้ทัน ลมกระโชกแรงความเร็ว 30-50 กม./ชม. สามารถทำให้รถล้มหรืออุบัติเหตุจราจรได้ ฉะนั้นขับขี่ระมัดระวัง สวมหมวกกันน็อกเสมอ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สภาพอากาศแบบนี้เป็นผลจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้พายุรุนแรงขึ้น ไทยตอนบนจึงเจอบ่อยครั้ง แนะนำติดตั้งระบบเตือนภัยส่วนตัว เช่น สายฝนอัตโนมัติสำหรับฟาร์ม หรือแอปแจ้งเตือนด่วน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม เตรียมร่ม เสื้อกันฝน และติดตามอัปเดตพยากรณ์อากาศทุกวันจากเว็บไซต์ของเรา เพื่อชีวิตที่ปลอดภัยในช่วงอากาศแปรปรวนนี้ หากมีคำถามเพิ่มเติม แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69

“วิสุทธิ์” เชื่อ หาก “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนแทนได้

การเมืองไทยในช่วงจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลเตรียมส่งรายชื่อว่าที่รัฐมนตรี 8 คนให้พรรคภูมิใจไทย ล่าสุด “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้แสดงความมั่นใจในประเด็นนี้ โดยเชื่อว่ารายชื่อที่เสนอไปจะไม่มีปัญหาใหญ่โต แม้บางชื่อจะมีประเด็นคดีติดตัว

“วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้

จากข้อมูลเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 นายวิสุทธิ์ เปิดเผยว่าพรรคกำลังรอความชัดเจนในการแจ้งรายชื่อทั้ง 8 คนในงานสัมมนาพรรคที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่สมาชิกพรรคจะได้ทราบรายชื่อจริงๆ หลังจากที่มีข่าวลือและรายชื่อปลอมหลุดออกมาหลายรอบในโซเชียลมีเดีย

ประเด็นร้อนที่หลายคนกังวลคือชื่อของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. แต่ น.ส.สุดาวรรณ กำลังเผชิญปัญหาคดีบุกรุกที่ดินของรัฐบริเวณหาดสวนยา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา จะเป็นอย่างไร

นายวิสุทธิ์ ยืนยันว่าไม่แน่ใจว่าปัญหานี้จะกระทบต่อการรับตำแหน่งหรือไม่ แต่หากเกิดปัญหาจริง พรรคก็พร้อมส่งชื่อบุคคลในเครือข่ายของ น.ส.สุดาวรรณ มาดำรงตำแหน่งแทนได้ทันที โดยระบุว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการวางแผนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีบุคลากรที่พร้อมรอคิวอยู่แล้ว

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงกระแสภายในพรรคต่อรายชื่อที่เสนอ นายวิสุทธิ์ มองว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่จะมีความเห็นต่างกัน บางคนพอใจ บางคนไม่ แต่ทุกคนต้องเคารพมติพรรค และเชื่อว่าจะไม่เกิดแรงกระเพื่อมใดๆ ในพรรค โดยเฉพาะในกลุ่ม ส.ส. ส่วนใหญ่

โควตารัฐมนตรีเพื่อไทยและบทบาทของนิวเจน

ที่น่าสนใจคือ รายชื่อที่หลุดออกมามี ส.ส.รุ่นใหม่ หรือกลุ่มนิวเจนของพรรคเพื่อไทย ได้รับโควตาหลายที่นั่ง นายวิสุทธิ์ ให้ความเห็นว่า อาจเป็นเพราะกลุ่มนี้มีความสามารถสูงกว่า “คนเก่าๆ มืออาจไม่ถึง” แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับมติพรรค ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร

  • พรรคเพื่อไทยส่งโควตา 8 ที่นั่งให้พรรคภูมิใจไทยตรวจสอบ
  • รอประกาศอย่างเป็นทางการในสัมมนา 24 มี.ค.
  • กรณีสุดาวรรณ: มีคดี DSI แต่พร้อมแผนสำรอง
  • ไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค
  • นิวเจนได้โอกาสแสดงศักยภาพ

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยในการเตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคทางกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่พบบ่อยในการเมืองไทย โดยเฉพาะคดีเก่าจากหน่วยงานรัฐที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจจากนายวิสุทธิ์ ทำให้แฟนๆ พรรคเพื่อไทยโล่งใจ และจับตาดูการประชุมพรรคในวันดังกล่าว

สำหรับคดีหาดสวนยา เป็นคดีบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งเกิดขึ้นมานาน และยังอยู่ในขั้นสอบสวน หากศาลยังไม่ตัดสินขาด น.ส.สุดาวรรณ อาจยังมีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งได้ตามกฎหมาย แต่เพื่อความปลอดภัย พรรคเลือกมีแผน B ไว้แล้ว

สุดท้ายนี้ “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้ เป็นตัวอย่างของความเป็นมืออาชีพในการเมืองไทยที่พรรคใหญ่ต้องมี พรรคเพื่อไทยแสดงศักยภาพในการปรับตัวได้ดี ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้าม คุณคิดว่ารายชื่อสุดท้ายจะเป็นอย่างไร? หรือสุดาวรรณจะรอดพ้นปัญหาคดีได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดกับเรา!

ที่มา – “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้

พรรคประชาชน จับตาว่าที่รัฐมนตรีมีคดีติดตัว

พรรคประชาชน จับตาว่าที่รัฐมนตรีมีคดีติดตัว เป็นประเด็นร้อนในวงการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อ “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะรอให้โฉมหน้ารัฐมนตรีชัดเจนก่อนดำเนินการตรวจสอบจริยธรรม โดยเฉพาะว่าที่รัฐมนตรีหลายคนที่มีคดีความติดตัว ซึ่งอาจขัดต่อคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ พรรคฝ่ายค้านอย่างประชาชนพร้อมลุยเต็มที่เพื่อความโปร่งใสในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่

พรรคประชาชน จับตาว่าที่รัฐมนตรีมีคดีติดตัว

ในวันที่ 22 มีนาคม 2567 นายรังสิมันต์ โรม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าที่รัฐมนตรีบางคนมีประวัติคดีความติดตัว โดยยืนยันว่าพรรคจะรอความชัดเจนของรายชื่อคณะรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีเสนอต่อพระมหากษัตริย์ก่อน จากนั้นจึงจะประชุมหารือเพื่อตัดสินใจยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง

ประเด็นนี้สำคัญมากเพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 160 กำหนดคุณสมบัติรัฐมนตรีชัดเจน ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น มีคดีอาญาร้ายแรงที่อยู่ระหว่างพิจารณา หรือเคยต้องโทษจำคุก หากพบว่ามีปัญหา พรรคฝ่ายค้านสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ทันที พรรคประชาชน จับตาว่าที่รัฐมนตรีมีคดีติดตัว อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การใช้อำนาจในทางมิชอบ

อุบไต๋เรื่องยื่นจริยธรรม รอโฉมหน้า ครม. ชัดเจน

นายรังสิมันต์ เน้นย้ำว่าต้องรอรายชื่อที่ชัดเจนและตำแหน่งที่แต่ละคนจะนั่งก่อน เพราะปัจจุบันยังเป็นข่าวลือและการคาดเดาเท่านั้น เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว พรรคจะรวบรวมข้อมูลทั้งคดีเก่า คำพิพากษา และพฤติกรรมอื่นๆ ที่อาจเข้าข่ายขัดจริยธรรมนักการเมือง การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทฝ่ายค้านที่เข้มแข็งของพรรคประชาชน ซึ่งก่อตั้งมาเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐบาล

จ่อฟัน “งูเห่า” สุริยา ในที่ประชุมพรรค 24 มี.ค.

นอกจากประเด็นรัฐมนตรีแล้ว พรรคยังกำลังเร่งตรวจสอบนายสุริยา วงศ์อารีย์ ส.ส.อุดรธานี เขต 7 ที่ถูกตั้งฉายาว่า “งูเห่า” หรือ “งูเห่าพรรคส้ม” หลังจากสวนมติพรรคโหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งขัดต่อมติพรรคประชาชนที่ยืนหยัดในหลักการ ปัจจุบันพรรคกำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งคลิปวิดีโอ เสียงโหวต และคำให้การจากส.ส.ด้วยกัน

ในการประชุมพรรควันที่ 24 มีนาคมนี้ จะมีการพิจารณาดำเนินการทางวินัยอย่างจริงจัง อาจถึงขั้นเพิกถอนสิทธิ์สมัคร ส.ส. หรือขับออกจากพรรค ซึ่งจะเป็นมาตรการที่ชัดเจนเพื่อรักษาวินัยพรรคและความน่าเชื่อถือต่อประชาชน

  • ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี: รอรายชื่อชัดเจนก่อนยื่นจริยธรรม
  • รวบรวมหลักฐานงูเห่า: คลิปโหวตและคำให้การ
  • ประชุมพรรค 24 มี.ค.: ตัดสินใจฟัน สุริยา วงศ์อารีย์
  • บทบาทฝ่ายค้าน: ตรวจสอบเพื่อประชาธิปไตยโปร่งใส

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่เข้มข้น โดยพรรคประชาชนกำลังแสดงศักยภาพในการเป็นฝ่ายค้านหลัก หลังจากที่เคยถูกยุบพรรคก้าวไกล แต่สมาชิกยังคงสู้ต่อภายใต้นามใหม่ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ เช่น การจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรีที่อาจเอื้อพรรคร่วมรัฐบาลมากเกินไป หรือคดีค้างเก่าของนักการเมืองชื่อดังที่อาจถูกเพิกเฉย

ในมุมมองของผู้เขียน การตรวจสอบเช่นนี้จำเป็นยิ่ง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐมนตรีทุกคนมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่ใช่แค่มีเส้นสายหรืออิทธิพล หากปล่อยผ่าน อาจนำไปสู่ปัญหาการทุจริตในอนาคต พรรคประชาชน จับตาว่าที่รัฐมนตรีมีคดีติดตัว ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้การเมืองไทย

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่นี่ และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง คุณคิดว่าพรรคจะยื่นจริยธรรมกี่คน และสุริยาจะรอดไหม? การเมืองไทยกำลังน่าติดตามมาก!

ที่มา – พรรคประชาชน จับตาว่าที่รัฐมนตรีมีคดีติดตัว อุบไต๋ยื่นจริยธรรม จ่อฟันงูเห่า 24 มี.ค. นี้