วัน: 26 มีนาคม 2026

บรอมลีย์มุ่งมั่น Project Champions

บรอมลีย์มุ่งมั่น Project Champions หลังไร้พ่าย 21 นัด

ผู้จัดการทีมบรอมลีย์ แอนดี้ วูดแมน เผยว่าทีมของเขากำลังอัพเกรดแผนการจาก ‘Project 73’ เป็น บรอมลีย์ Project Champions หลังจากทำสถิติไร้พ่ายยาวนานถึง 21 นัดในลีกทู

บรอมลีย์ ทีมจ่าฝูงลีกทู กำลังไล่ล่าการเลื่อนชั้นอย่างมั่นใจ โดยเกินเป้าคะแนน 73 คะแนนที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นฤดูกาลแล้ว ก่อนเดินทางไปเยือนบาร์โรว์ ทีมบ๊วยของตารางในวันเสาร์นี้ วูดแมนได้บอกลูกทีมว่าต้องไม่ยอมแพ้กับแค่เลื่อนชั้นเท่านั้น แต่ต้องคว้าแชมป์ให้ได้

บรอมลีย์ Project Champions

“ตอนเริ่มฤดูกาล ผมตั้งเป้าหมายกับทุกคนในสโมสร ไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอล แต่รวมถึงเชฟและทุกคนในสโมสร” วูดแมน วัย 54 ปี เล่าในพอดแคสต์ BBC 72+ EFL “เราเรียกมันว่า ‘Project 73’ และเก็บเป็นความลับภายในสโมสร แต่พอเราเข้าใกล้ 73 คะแนนและยังเหลือแมตช์เยอะ ผมก็เริ่มเรียกในสโมสรว่า บรอมลีย์ Project Champions

บรอมลีย์ขึ้นนำตารางหลังชนะครอว์ลีย์ 3-1 เมื่อ 29 ธันวาคม และครองตำแหน่งจ่าฝูงมา 3 เดือนเต็ม “เราอยู่หัวตารางแล้ว จะมาเล่นแบบเกมต่อเกมทำไม? เราต้องการแชมป์ ถ้าพลาดก็ยังถือว่าฤดูกาลดีอยู่ แต่ผมอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในเป้าหมายนี้”

สัปดาห์ที่แล้ว วูดแมนท้าทายลูกทีมให้ชนะ 3 นัดติดในสัปดาห์นั้น ซึ่งทีมทำได้ ด้วยสกอร์ 1-0 ทุกนัด “เรามีอีกบล็อกแมตช์รออยู่ และเรารู้ว่าต้องทำอะไรเพื่อไปให้ถึงเป้า”

จากทีมกลางตารางสู่จ่าฝูง

หลังจบอันดับกลางๆ ในฤดูกาลแรกของ EFL เมื่อ 2024-25 ฤดูกาลนี้ทุกคนคาดว่าบรอมลีย์จะเน้นรักษาระดับ แต่ ‘เดอะ เรฟเว่นส์’ สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการไร้พ่ายเกือบ 4 เดือน นับตั้งแต่แพ้วอลซอล 3-1 เมื่อ 29 พฤศจิกายน ชนะ 14 เสมอ 7 ใน 21 นัด

“มันเป็นสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยม ไม่มีแรงกดดันจากภายนอกเพราะใครๆ ก็ไม่คาดหวัง แต่เรากดดันตัวเองเพราะใกล้จะทำได้แล้ว การพาบรอมลีย์ขึ้นลีกวันจะเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่” วูดแมนกล่าว

วูดแมนยังโต้แย้งเสียงวิจารณ์สไตล์เตะตรงๆ ของทีม โดยชี้ว่ามีแค่ 3 ทีมที่ยิงประตูได้มากกว่าในลีกทู “งบประมาณเราน้อยที่สุดในลีก เราดึงนักเตะแบบที่เหมาะกับสไตล์เรา ไม่ซับซ้อน เน้นครอสเข้าจากุ้งมุมทุกโอกาส มันได้ผล”

  • สถิติเด่น: ไร้พ่าย 21 นัด
  • เป้าหมายใหม่: บรอมลีย์ Project Champions
  • สไตล์การเล่น: เน้นประสิทธิภาพ ครอสเยอะ
  • งบน้อยแต่ยิงเยอะ: อันดับ 4 ประตูมากสุด

การเปลี่ยนจาก Project 73 สู่ บรอมลีย์ Project Champions แสดงให้เห็นความทะเยอทะยานของวูดแมนและทีม แฟนบอลบรอมลีย์ควรติดตามทุกนัด เพราะนี่อาจเป็นฤดูกาลประวัติศาสตร์

คุณคิดว่าบรอมลีย์จะคว้าแชมป์ลีกทูได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัพเดทฟุตบอลลีกทูกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อดีตข้าราชการเกษียณ ขึ้นเขาวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ หมดสติเสียชีวิต

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักเดินทางและนักท่องเที่ยวทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าเศร้าใจจากภาคใต้สุดแสนสวยของไทย โดยเฉพาะที่ อดีตข้าราชการเกษียณ ขึ้นเขาวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ หมดสติเสียชีวิต หลังเดินถึงยอด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เตือนใจให้เราต้องระมัดระวังสุขภาพในการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์นะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2567 (ตามข่าว) ทำให้หลายคนช็อกเพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนชอบออกกำลังกายและชมวิวสวยๆ

อดีตข้าราชการเกษียณ ขึ้นเขาวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ หมดสติเสียชีวิต หลังเดินถึงยอด

รายละเอียดของเหตุการณ์ เมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยกระบี่พิทักษ์ประชาและกู้ภัยเทศบาล ต.กระบี่น้อย รีบรุดขึ้นไปช่วยเหลือหลังได้รับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวเป็นลมหมดสติบนยอดเขา วัดถ้ำเสือวิปัสสนา ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ สถานที่ดังกล่าวมีบันไดนาคกว่า 1,200 ขั้น ซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไปเพราะเป็นจุดสูงสุด ทีมกู้ภัยที่ชำนาญด้านกู้ภัยในที่สูงใช้เวลาร่วม 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่เกิดเหตุ

ผู้ประสบภัยคือ นายเสกสรรค์ ศรีสุธัญญาวงศ์ อายุ 68 ปี ชาว ต.หัวช้าง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการเกษียณ สภาพตอนนั้นหมดสติ หัวใจหยุดเต้น เจ้าหน้าที่รีบปั๊มหัวใจ CPR ทันที แต่สุดท้ายก็ช่วยชีวิตไม่สำเร็จ แพทย์จาก รพ.กระบี่ ตรวจยืนยันการเสียชีวิต และตำรวจ ร.ต.ท.ชาญวิทย์ แจ่มใส รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองกระบี่ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ภาพเหตุการณ์กู้ภัยบนยอดเขาวัดถ้ำเสือ

คำให้การจากภรรยาและสาเหตุเบื้องต้น

นางสุภาพร ศรีสุธัญญาวงศ์ อายุ 61 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ทั้งคู่เกษียณอายุราชการแล้ว ใช้ชีวิตท่องเที่ยวด้วยกันสองคนเพราะไม่มีลูก เคยขึ้นเขาหลายที่มาก่อน รวมถึงที่กระบี่แห่งนี้ด้วย ก่อนเกิดเหตุสามีไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน แต่ยอมรับว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน เมื่อเดินขึ้นถึงยอด สามีบอกว่าหน้ามืด คิดว่าเป็นลมจากความเหนื่อย แต่สุดท้ายหมดสติ ภรรยารอเจ้าหน้าที่ช่วยแต่ไม่ทัน ภรรยาไม่ติดใจสาเหตุการตาย ตำรวจจึงมอบศพให้ประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพภรรยาผู้เสียชีวิตและทีมกู้ภัย

วัดถ้ำเสือกระบี่คือสถานที่อย่างไร

วัดถ้ำเสือวิปัสสนา เป็นวัดชื่อดังใน จ.กระบี่ ที่มีบันไดนาค 1,237 ขั้น (ตามบางแหล่ง) นำไปสู่ยอดเขาที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่และวิวพาโนรามาสวยงาม เหมาะสำหรับคนชอบเดินป่า ปีนเขา และฝึกสมาธิ แต่ด้วยความชันและจำนวนขั้นมาก จึงเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว ที่นี่เปิดให้เข้าฟรี แต่ต้องใช้แรงเยอะมาก

เคล็ดลับป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยสำหรับนักท่องเที่ยว

จากเหตุการณ์ อดีตข้าราชการเกษียณ ขึ้นเขาวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ หมดสติเสียชีวิต หลังเดินถึงยอด ทำให้เราต้องมีคำเตือนดังนี้ครับ

  • ตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง: โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ ควรปรึกษาแพทย์และตรวจร่างกายล่วงหน้า
  • พกน้ำและของว่าง: ดื่มน้ำบ่อยๆ กินอาหารเบาๆ เพื่อรักษาน้ำตาลในเลือด
  • เดินช้าๆ พักบ่อย: อย่ารีบ ใช้เวลา 1-2 ชม. ขึ้นลง และฟังร่างกายตัวเอง
  • ไปเป็นกลุ่ม: อย่าไปคนเดียว โดยเฉพาะคู่รักสูงวัย ควรมีเพื่อนหรือแจ้งคนอื่น
  • เช็คอากาศ: หลีกเลี่ยงแดดร้อนหรือฝนตกที่ทำให้ลื่น

นอกจากนี้ ยังควรมีประกันการเดินทางที่ครอบคลุมกิจกรรมแอดเวนเจอร์ด้วยนะครับ

สุดท้ายนี้ เรื่องราวนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนใจว่า การท่องเที่ยวต้องมาก่อนสุขภาพเสมอ โดยเฉพาะในวัยเกษียณที่อยากผจญภัย ผมคิดว่าถ้าเราเตรียมตัวดี กระบี่และวัดถ้ำเสือยังคงเป็นจุดหมายในฝันได้ แต่ถ้าสุขภาพไม่พร้อม ก็เลือกท่องเที่ยวแบบชิลๆ ดีกว่าครับ คุณคิดเห็นยังไง ลองแชร์ประสบการณ์การขึ้นเขาหรือทริปกระบี่ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่รักการเดินทางด้วย!

ที่มา – อดีตข้าราชการเกษียณ ขึ้นเขาวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ หมดสติเสียชีวิต หลังเดินถึงยอด

กู้ภัยบุกจับ จงอางยักษ์ แอบซุกบ้าน เลขเด็ด 1/4/69

วันนี้เรามีเรื่องระทึกขวัญมาฝากกันอีกแล้ว! เมื่อทีม กู้ภัยบุกจับ จงอางยักษ์ ขนาดใหญ่ที่แอบซุกตัวอยู่ในบ้านประชาชน จังหวัดนครราชสีมา บรรดาคอหวยก็ไม่พลาดส่อง เลขเด็ด จากทะเบียนบ้านไปลุ้นโชคงวด 1/4/69 กันอย่างคึกคัก เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่บ้านเลขที่ 50/2 บ้านน้ำซับ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

กู้ภัยบุกจับ จงอางยักษ์ สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้าน

ได้รับแจ้งจากเจ้าของบ้านว่ามีงูขนาดใหญ่เลื้อยคลานเข้ามาอยู่ในบ้าน สร้างความตกใจกลัวสุดขีด ทีมกู้ภัยฮุก 31 จุดไทยสามัคคี รีบประสานงานกับทีมอสรพิษวิทยา รุดไปยังที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึง พวกเขาสำรวจรอบบ้านจนเจอ จงอางยักษ์ ตัวยาวกว่า 4 เมตร หลบซ่อนตามซอกมุม

เจ้าหน้าที่ใช้ความชำนาญ ล้อมจับอย่างระมัดระวัง ใช้เวลาไม่นานก็จับตัวร้ายได้สำเร็จ! ชาวบ้านและเพื่อนบ้านที่มุงดูต่างลุ้นระทึก นาทีนั้นเหมือนในหนังเลยทีเดียว หลังจับได้แล้ว ตรวจสอบพบว่างูตัวนี้สุขภาพดีสมบูรณ์ จึงนำใส่กระสอบ ขนย้ายไปปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ ห่างจากชุมชนเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

กู้ภัยบุกจับ จงอางยักษ์ แอบซุกในบ้าน

จงอางยักษ์ คืองูพันธุ์ดุร้ายอะไร

จงอางยักษ์ หรือ King Cobra เป็นงูพิษที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยาวได้ถึง 5 เมตร พิษร้ายแรง สามารถฆ่าคนได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ในไทยพบได้ตามป่าเขา ฤดูร้อนแบบนี้มักลงมาหาเหยื่อใกล้ชุมชน ถ้าเจออย่าตื่นตระหนก อยู่ห่างๆ แล้วแจ้งกู้ภัยทันที

  • ลักษณะ: หัวใหญ่ คอตั้งได้ พิษประสาท
  • ที่อยู่อาศัย: ป่าเขา ทุ่งนา
  • วิธีป้องกัน: รักษาความสะอาดบ้าน อย่าให้ขยะล้น

คอหวยส่องเลขเด็ด จากทะเบียนบ้านและเหตุการณ์

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว คอหวยแห่ส่อง เลขเด็ด ทะเบียนบ้านเลขที่ 50/2 บางคนตีเป็น 50 02 52 หรือตีจากวันที่ 26/3/69 เป็น 26 36 69 ลุ้นรางวัลงวด 1 เมษายน 2569 กันใหญ่ นอกจากนี้ ความยาวงู 4 เมตร ก็กลายเป็นเลข 4 44 ไปด้วย ใครที่ตามหาเลขเด็ดงูใหญ่ เรื่องนี้ห้ามพลาด!

เหตุการณ์ กู้ภัยบุกจับ จงอางยักษ์ แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในช่วงหน้าร้อน เพราะงูลงมาหาน้ำและอาหาร ชาวบ้านในพื้นที่ชนบทต้องระวังตัวเป็นพิเศษ หากเจอสัตว์ป่าประเภทนี้ อย่าพยายามจับเองเด็ดขาด เพราะเสี่ยงอันตรายสูง ทางที่ดีคือโทรแจ้งหน่วยกู้ภัยใกล้บ้านทันที

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับป้องกันบ้านจากงู เช่น ปิดประตูหน้าต่างให้มิด ติดตาข่ายกันงู หรือใช้ยาฆ่างูที่ปลอดภัย สำหรับคอหวย การตีเลขจากเหตุการณ์จริงแบบนี้สนุกดี แต่จำไว้ว่า หวยเป็นการเสี่ยงโชค อย่าลงทุนเกินตัวนะ

ส่วนตัวผมคิดว่า เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ถ้าเราดูแลป่าให้ดี สัตว์ป่าก็ไม่ต้องลงมาในชุมชน ลองนึกภาพถ้าทุกคนช่วยกันอนุรักษ์ สิ่งเหล่านี้คงเกิดน้อยลง

คุณล่ะเคยเจอเหตุการณ์งูเข้าบ้านบ้างไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมส่องเลขเด็ดไปลุ้นโชคด้วย สนับสนุนด้วยการกดไลค์ แชร์ และติดตามบล็อกเพื่อข่าวเลขเด็ดอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – กู้ภัยบุกจับ “จงอางยักษ์” แอบซุกในบ้าน คอหวยไม่ลืมส่อง “เลขเด็ด” ลุ้นโชค 1/4/69

ฮอดจ์กินสันล้อเวสต์แฮมเวิลด์ 2029 ลอนดอน

ฮอดจ์กินสันล้อเวสต์แฮม ด้วยการแซวว่าทีมชาติอังกฤษจะคว้าเหรียญรางวัลมากกว่าเวสต์แฮมที่ได้ตลอดประวัติศาสตร์ หากสนามลอนดอน สเตเดี้ยมเป็นเจ้าภาพชิงแชมป์กรีฑาโลก 2029 ที่กรุงลอนดอน นักวิ่งชื่อดังวัย 22 ปีรายนี้โพสต์แซวผ่าน X หลังมีข่าวว่าเวสต์แฮมอาจขัดขวางการเสนอตัวเจ้าภาพ

เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศสนับสนุนการเสนอตัวของลอนดอนในการเป็นเจ้าภาพชิงแชมป์กรีฑาโลก 2029 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 นอกจากนี้ยังสนับสนุนการเสนอตัวชิงแชมป์พาราลิมปิกกรีฑาด้วย หากประสบความสำเร็จ ชิงแชมป์จะกลับมาที่ลอนดอน สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นบ้านของเวสต์แฮม แต่ตามรายงาน เวสต์แฮมยังไม่ยอมให้ใช้สนาม

ต้นเดือนนี้ เดลี่เมล์ รายงานว่าเวสต์แฮมยืนยันมีสิทธิ์ตามสัญญาว่าแมตช์ฟุตบอลต้องมาก่อนในฤดูกาลพรีเมียร์ลีก BBC Sport ติดต่อเวสต์แฮมเพื่อขอความเห็นแล้ว ชิงแชมป์กรีฑาโลกมักจัดในเดือนสิงหาคมหรือกันยายน ซึ่งชนกับตารางฟุตบอลอังกฤษพอดี

ฮอดจ์กินสันล้อเวสต์แฮมอย่างไร

หลังเห็นโพสต์ใน X ที่คาดเดาว่าสถานการณ์ของเวสต์แฮมอาจทำให้ลอนดอนพลาดการเป็นเจ้าภาพ ฮอดจ์กินสันซึ่งเป็นแชมป์โอลิมปิก 800 ม. ก็ตอบแซวแบบขำๆ ว่า “ทีม GB จะนำเหรียญกลับมาที่สนามนั้นมากกว่าเวสต์แฮมที่เคยได้ตลอดประวัติศาสตร์ทั้งหมด” คำพูดนี้กลายเป็นไวรัลทันทีในหมู่นักกีฬาและแฟนกรีฑา

ความสำเร็จล่าสุดของฮอดจ์กินสัน

ฮอดจ์กินสันซึ่งเชียร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งคว้าแชมป์ชิงแชมป์กรีฑาโลกในร่ม 800 ม. ที่โปแลนด์เมื่อสัปดาห์ก่อนแบบขาดลอย เธอเป็นดาวรุ่งที่กำลังมาแรงในวงการกรีฑาโลก และคำแซวนี้แสดงให้เห็นบุคลิกสนุกสนานของเธอ

สถานะของเวสต์แฮมในฤดูกาลนี้

เวสต์แฮมมีประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ใหญ่ 9 รายการ รวมถึงเอฟเอ คัพ 3 สมัย และยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก 2022-23 แต่ฤดูกาลนี้ฟอร์มตก อยู่อันดับตกชั้นพรีเมียร์ลีก ห่างจากทีมรอดตกชั้นแค่ 1 คะแนน ทำให้แฟนๆ บางส่วนหัวเราะกับคำแซวของฮอดจ์กินสัน

ประวัติลอนดอน สเตเดี้ยมกับกรีฑา

สนามลอนดอน สเตเดี้ยมจุได้ 62,500 ที่นั่ง สร้างสำหรับโอลิมปิก 2012 เป็นของลอนดอน เลกาซี ดีเวล็อปเมนต์ คอร์ปอเรชั่น (LLDC) เวสต์แฮมย้ายจากอัพตัน พาร์คมาในปี 2016 จ่ายค่าเช่า LLDC 2.5 ล้านปอนด์ต่อปีตามสัญญา 99 ปี

สนามยังคงจัดการแข่งขันกรีฑาต่อเนื่อง เช่น ชิงแชมป์กรีฑาโลก 2017 และไดมอนด์ ลีก ทำให้เหมาะสมกับการเป็นเจ้าภาพเวิลด์ 2029 หากเวสต์แฮมยอม

  • เวสต์แฮม ยูไนเต็ด: ทีมพรีเมียร์ลีกที่กำลังดิ้นรน
  • กรีฑา: กีฬาที่ลอนดอนถนัดจากโอลิมปิก 2012
  • ชิงแชมป์กรีฑาโลก 2029: โอกาสฟื้นฟูชื่อเสียงสนาม

เหตุการณ์นี้สะท้อนความขัดแย้งระหว่างฟุตบอลกับกรีฑาในอังกฤษ การเสนอตัวเวิลด์ 2029 สำคัญเพราะจะนำนักท่องเที่ยวและรายได้มหาศาลมาสู่ลอนดอน ในมุมมองผม คำแซวของฮอดจ์กินสันไม่เพียงขำขัน แต่ยังกระตุ้นให้เวสต์แฮมคิดทบทวน ลองแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวกีฬาอัปเดต!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ไผ่” แฉปุ๋ยยูเรียใกล้วิกฤต จี้รัฐแก้ด่วน

สถานการณ์ปุ๋ยยูเรียในไทยกำลังตึงเครียดสุดๆ เมื่อ “ไผ่ ลิกค์” ส.ส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ออกมาแฉปุ๋ยยูเรียใกล้วิกฤต เสี่ยงขาดแคลนก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้พอดี เกษตรกรนับล้านรายอาจเดือดร้อนหนักหากรัฐบาลไม่รีบแก้ปัญหา วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันให้ชัดๆ ว่าปัญหานี้คืออะไร และจะกระทบยังไงกับพี่น้องชาวนา

ข้อมูลปริมาณปุ๋ยยูเรียคงเหลือ

“ไผ่” แฉปุ๋ยยูเรียใกล้วิกฤต เกิดอะไรขึ้นบ้าง

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 17.20 น. นายไผ่ ลิกค์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมรูปภาพข้อมูลปริมาณปุ๋ยคงเหลือของผู้นำเข้าและผู้ผลิต ณ วันที่ 10 มีนาคม (รวบรวม 17 มีนาคม) เขาย้ำชัดว่า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เราต้องบอกให้เกษตรกรเตรียมตัว ใครที่บอกว่าปุ๋ยมีพอ มันเป็นเรื่องไม่จริง” โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย (40-0-0) ที่ใช้กับนาข้าวหลังต้นข้าวเริ่มโต ก่อนสงกรานต์น่าจะไม่พอแล้ว

ไผ่ ลิกค์ กราบขอร้องรัฐบาลให้เอาความจริงออกมาพูดและแก้ปัญหาด่วน อย่าปล่อยให้เกษตรกรเสี่ยงหมดตัว ฝากถึง “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งจัดการ ก่อนจะซ้ำรอยวิกฤตน้ำมันที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเป็นเรื่องปุ๋ย ผลกระทบจะรุนแรงกว่ามากเพราะเกษตรกรลงทุนไปแล้วทั้งฤดู

ข้อมูลปริมาณปุ๋ยยูเรียที่เหลือน้อยน่าตกใจ

  • ปริมาณปุ๋ยยูเรียคงเหลือในคลังผู้นำเข้าและผู้ผลิต ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมาก
  • รวบรวมข้อมูล ณ 10 มี.ค. 2569 แสดงแนวโน้มขาดแคลนชัดเจน
  • ช่วงที่ต้องการสูงสุดคือหลังต้นข้าวงอก ตรงกับก่อนสงกรานต์พอดี
  • หากไม่นำเข้าด่วน เกษตรกรจะไม่มีทางเลือกอื่น

ผลกระทบจากปุ๋ยยูเรียใกล้วิกฤต ต่อเกษตรกรไทย

ปุ๋ยยูเรียคือหัวใจสำคัญของการปลูกข้าวในไทย เพราะมีไนโตรเจนสูง ช่วยให้ต้นข้าวเติบโตแข็งแรง ผลผลิตดี หากขาดแคลนในช่วงวิกฤต 2-3 สัปดาห์ก่อนสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงใส่ปุ๋ยครั้งสำคัญ ชาวนาจะสูญเสียผลผลิตอย่างน้อย 20-30% ทำให้รายได้หายวับทั้งปี ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ขาดปุ๋ย แต่ยังทำให้ราคาพุ่งกระฉูด เกษตรกรรายย่อยที่ทุนน้อยจะล้มละลายกันเป็นแถว

ย้อนดูสาเหตุหลัก มาจากปัญหาการนำเข้าที่ติดขัด ราคาวัตถุดิบแพงขึ้นทั่วโลก สงครามและปัญหาซัพพลายเชน ทำให้ไทยที่พึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยยูเรียกว่า 80% เสี่ยงวิกฤต นอกจากนี้ การจัดการสต็อกของหน่วยงานรัฐยังไม่โปร่งใส ทำให้ข้อมูลขัดแย้งกัน

จี้รัฐแก้ด่วน ก่อนซ้ำรอยวิกฤตน้ำมัน

ไผ่ ลิกค์ ชี้ว่ารัฐบาลต้องเร่งนำเข้าปุ๋ยเพิ่ม โปร่งใสข้อมูลสต็อก และช่วยเหลือเกษตรกรด้วยเงินอุดหนุนราคา อย่าปล่อยให้พูดสวนกันไปมาเหมือนวิกฤตน้ำมันปีก่อน ที่ประชาชนเดือดร้อนหนัก เขายังแซวว่านายกฯ ไม่ได้ใช้กระทรวงเกษตรฯ เลย อาจเพราะพรรคตัวเองไม่ได้ร่วมรัฐ แต่พวกเขายังห่วงประชาชนอยู่

  • เร่งนำเข้าปุ๋ยยูเรียด่วนเพื่อสต็อกก่อนสงกรานต์
  • เปิดเผยข้อมูลปริมาณปุ๋ยจริงให้เกษตรกรรู้
  • ควบคุมราคาไม่ให้พุ่งสูงเกินเอื้อม
  • ตั้งกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรฉุกเฉิน

ในมุมมองของเรา ปัญหาปุ๋ยยูเรียใกล้วิกฤตนี้เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐต้องให้ความสำคัญกับภาคเกษตรมากขึ้น เกษตรกรคือกำลังหลักของเศรษฐกิจไทย 60% ของประชากร ถ้าพวกเขาล้ม GDP ประเทศจะสะเทือนแน่

คำแนะนำสำหรับเกษตรกร: รีบสำรวจปุ๋ยในพื้นที่ ลองใช้ปุ๋ยทางเลือกอย่างปุ๋ยชีวภาพหรือสูตรอื่น หากจำเป็นยืมเงินทุนหมุนเวียนแต่คำนวณให้ดี และติดตามข่าวจาก ส.ส. ไผ่ ลิกค์ ต่อไป

คุณคิดว่าปัญหานี้จะคลี่คลายทันก่อนสงกรานต์ไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และกดแชร์บทความนี้ให้เกษตรกรคนอื่นๆ ได้เตรียมตัวด้วย สนับสนุนการเกษตรไทยให้ยั่งยืน!

ที่มา – “ไผ่” แฉปุ๋ยยูเรียใกล้วิกฤต เสี่ยงขาดก่อนสงกรานต์ จี้รัฐแก้ด่วน ก่อนซ้ำรอยน้ำมัน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน เมษายน 2569 สิทธิอะไรบ้าง

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนกันนะคะ วันนี้เรามีข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาแจ้งให้ทราบกันแบบชัดๆ เลยค่ะ กับ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน เดือนเมษายน 2569 ได้รับสิทธิค่าอะไรบ้าง จากกรมบัญชีกลางโดยตรง ใครที่กำลังรอเช็กสิทธิ์รีบมาดูกันเลย เพราะเดือนนี้มีข่าวดีจากครม.มาด้วยนะคะ จะได้วางแผนใช้สิทธิให้คุ้มค่าที่สุด

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน เดือนเมษายน 2569 ได้รับสิทธิค่าอะไรบ้าง

นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง ได้ออกมาอัปเดตข้อมูลสำหรับผู้ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ว่าทุกคนสามารถใช้สิทธิผ่าน บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ได้เลย ในเดือนเมษายน 2569 หรือปี 2569 เดือนที่ 4 นี้ มีสิทธิประโยชน์หลักๆ ดังนี้ค่ะ

สิทธิที่โอนเข้าวันที่ 1 เมษายน 2569

ส่วนใหญ่แล้วสิทธิหลักจะเข้าวันที่ 1 ของเดือนนะคะ เป็นวงเงินที่ใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าเดินทาง โดยไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมไปเดือนหน้า ต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนี้เท่านั้น รายละเอียดมีดังนี้

  • วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค: เดิม 300 บาทต่อคนต่อเดือน แต่ล่าสุดครม.เห็นชอบเติมเพิ่มอีก 100 บาท ทำให้เดือนนี้ได้ 400 บาทต่อคน ใช้ซื้อของกินของใช้ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ เช่น เซเว่น, ลอตัส, บิ๊กซี, ตลาดสดที่มีเครื่องรู้อิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ของธนาคารกรุงไทย
  • วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม: 80 บาทต่อคน ทุก 3 เดือน (ครอบคลุมเมษายน – มิถุนายน 2569) ซื้อได้ที่ร้านค้าแกลอนที่ร่วมโครงการ
  • วงเงินค่าเดินทาง: 750 บาทต่อคนต่อเดือน ใช้กับระบบขนส่งสาธารณะ เช่น บขส., รถไฟ, ขสมก., MRT, BTS, รถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วม ช่วยลดภาระค่าโดยสารได้เยอะเลยค่ะ

สิทธิที่โอนเข้าวันที่ 20 เมษายน 2569

สำหรับกลุ่มพิเศษคือผู้ที่เป็นคนพิการและมีบัตรประจำตัวคนพิการ จะได้รับ

  • เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมเบี้ยความพิการ: 200 บาทต่อเดือน (นอกจากเบี้ยปกติ 800 บาทที่โอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์เลข 13 หลัก หรือบัญชีผู้รับมอบอำนาจ)

เงินส่วนนี้จะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกกับพร้อมเพย์โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกังวลนะคะ

นอกจากสิทธิปกติแล้ว ยังมีข่าวดีจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่าครม.เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบเร่งด่วน 7 เรื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หนึ่งในนั้นคือการเติมเงินซื้อสินค้าเพิ่ม 100 บาทต่อคนต่อเดือน จาก 300 เป็น 400 บาท เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป ช่วยให้ครอบครัวที่เดือดร้อนมีเงินซื้อของจำเป็นเพิ่มขึ้นค่ะ

แล้วเพื่อนๆ จะเช็กยอดสิทธิเหล่านี้ได้ยังไงล่ะ? ง่ายมากเลยค่ะ สามารถเช็กได้ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตุง” (ถ้าดาวน์โหลดได้) หรือไปที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย กดเช็กยอดบัตรสวัสดิการ หรือเว็บไซต์ www.moi.go.th แล้วล็อกอินด้วยบัตรประชาชน ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนหรือสงสัยสิทธิ์ สามารถโทรสายด่วน 02-109-2345 ได้ตลอด 24 ชม. นะคะ

สิทธิเหล่านี้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนกว่า 14 ล้านคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังผันผวน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร พลังงาน และการเดินทางได้จริง แนะนำให้ใช้ให้คุ้ม เช่น ซื้อของสดที่ตลาดใกล้บ้านเพื่อประหยัดค่าเดินทาง หรือรวมเที่ยวเดินทางให้ได้ 750 บาทเต็มๆ ค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนที่ได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้สิทธิกันให้เต็มที่นะคะ ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะเลย ถ้ายังไม่แน่ใจรีบเช็กยอดวันนี้เลย อย่าปล่อยให้สิทธิ์หลุดมือ!

ที่มา – บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน เดือนเมษายน 2569 ได้รับสิทธิค่าอะไรบ้าง

อัปเดตราคาทองวันนี้ 26 มี.ค. 69 ปรับลง 1,500

อัปเดตราคาทองวันนี้ 26 มี.ค. 69 จากสมาคมค้าทองคำ หลังปิดตลาดเวลา 17.30 น. ราคาทองปรับลง 1,500 บาท โดยทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 69,000 บาท และทองรูปพรรณขายออก 69,800 บาท นักลงทุนทองคำต่างจับตาการเคลื่อนไหวที่ผันผวนในวันนี้

อัปเดตราคาทองวันนี้ 26 มี.ค. 69

วันที่ 26 มีนาคม 2569 สมาคมค้าทองคำได้รายงานการเปลี่ยนแปลงราคาทองคำตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เปิดตลาดจนถึงปิดตลาด มีการปรับราคาขึ้นลงถึง 39 ครั้ง สุทธิเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 1,500 บาท แม้การปรับครั้งสุดท้ายจะเป็นการลดลง แต่โดยรวมแล้วราคาทองยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ

อัปเดตราคาทองวันนี้ 26 มี.ค. 69: ทองคำแท่ง 96.5%

สำหรับทองคำแท่ง 96.5% ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ ล่าสุดรับซื้อที่ 68,800 บาท และขายออกที่ 69,000 บาท ราคานี้สะท้อนถึงความต้องการที่ยังสูง แม้จะมีการปรับลงในช่วงท้ายตลาด นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มระยะสั้น เนื่องจากราคาอาจผันผวนจากข่าวเศรษฐกิจสหรัฐ

  • รับซื้อ: 68,800 บาท
  • ขายออก: 69,000 บาท

ราคาทองรูปพรรณ 96.5%

ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อ 67,416.52 บาท ขายออก 69,800 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมทองเป็นเครื่องประดับหรือลงทุนระยะยาว ราคาขายออกสูงกว่าทองแท่งเล็กน้อยเนื่องจากค่ากำเหน็จ

  • รับซื้อ: 67,416.52 บาท
  • ขายออก: 69,800 บาท

ราคาขายออกทองรูปพรรณแบ่งตามน้ำหนัก

ราคาทองรูปพรรณขายออกตามน้ำหนักต่างๆ (สำหรับประมาณการ กรุณาตรวจสอบกับร้านค้าจริง)

  • ครึ่งสลึง: 9,425.00 บาท
  • 1 สลึง: 18,050 บาท
  • 2 สลึง: 35,300 บาท
  • 1 บาท: 69,800 บาท
  • 2 บาท: 139,600 บาท
  • 5 บาท: 349,000 บาท

การปรับตัวของราคาทองในวันนี้อัปเดตราคาทองวันนี้ 26 มี.ค. 69 เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโลกที่ผันผวน ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงจากข้อมูลเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด และความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า นอกจากนี้ นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ หาก Fed ลดดอกเบี้ย ราคาทองมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อ

สำหรับนักลงทุนไทย แนะนำให้ติดตามราคาทองประจำวันผ่านสมาคมค้าทองคำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคาในประเทศผูกติดกับตลาดโลกและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น หากคุณกำลังพิจารณาซื้อทองคำแท่งหรือรูปพรรณในช่วงนี้ อาจเป็นจังหวะดีสำหรับการสะสม เนื่องจากราคายังไม่ทะลุจุดสูงสุดปีก่อน

เคล็ดลับการลงทุนทองคำ: อย่าลงทุนเกินตัว กระจายพอร์ตการลงทุน และศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนซื้อขาย นอกจากนี้ ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาคุณภาพ

สรุปแล้ว แม้ปิดตลาดจะปรับลง แต่แนวโน้มโดยรวมยังเป็นบวก หากคุณสนใจลงทุนทองคำ แนะนำให้ติดตามอัปเดตราคาทองวันนี้ 26 มี.ค. 69 และวันถัดไปอย่างใกล้ชิด หรือปรึกษาที่ปรึกษาการเงินเพื่อวางแผนที่เหมาะสม ขอให้การลงทุนของคุณประสบความสำเร็จ!

อ้างอิง: สมาคมค้าทองคำ

ที่มา – อัปเดตราคาทองวันนี้ 26 มี.ค. 69 ปิดตลาดปรับลง 1,500 ทองคำแท่งขายออก 69,000 บาท

วิกฤตโรงกลั่นเอเชีย ค่าการกลั่นติดลบ กลับบวกยาก

ในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกอย่างหนัก วิกฤตโรงกลั่นเอเชีย ค่าการกลั่นติดลบ กลายเป็นประเด็นร้อนที่นักลงทุนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงานต้องจับตา ถึงแม้ราคาน้ำมันดิบจะพุ่งสูง แต่กำไรของโรงกลั่นในภูมิภาคเอเชียกลับเข้าสู่ภาวะขาดทุน จากค่าการกลั่นที่อ้างอิงดัชนีสิงคโปร์ (Singapore GRM) ซึ่งเคยพุ่งสูงในช่วงต้นเดือนมีนาคม แต่ตอนนี้ติดลบหนัก

วิกฤตโรงกลั่นเอเชีย ค่าการกลั่นติดลบ

สาเหตุหลักมาจาก “พายุเพอร์เฟกต์” ในอุตสาหกรรมโรงกลั่น สงครามทำให้การขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ส่งผลให้ซัพพลายน้ำมันขาดตอน โรงกลั่นในสิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องลดกำลังการผลิตลง ค่าระวางเรือพุ่งสูงถึง 842% จากค่าธรรมเนียมความเสี่ยงสงคราม (War Risk Premium) ทำให้ต้นทุนนำเข้าน้ำมันดิบแพงมหาศาล

ตัวอย่างชัดเจนคือ ค่าขนส่งเรือ Aframax ขนาดกลางที่กระโดดจาก 2.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 9.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เรือต้องปรับเส้นทางเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เพิ่มเวลาและต้นทุนเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ค่าการกลั่นสิงคโปร์ที่รายงานติดลบยังไม่รวมค่าขนส่งเข้าไป ทำให้โรงกลั่นขาดทุนหนักกว่าที่เห็น

ผลกระทบต่อโรงกลั่นในอินเดียและสิงคโปร์

ไม่ใช่แค่สิงคโปร์ โรงกลั่นในอินเดียที่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ก็กำลัง “กระอัก” กับต้นทุนโลจิสติกส์ที่พุ่งปรี๊ด แม้โรงกลั่นที่มีเทคโนโลยีซับซ้อน (Complex Refinery) จะหันไปใช้น้ำมันจากแหล่งอื่น แต่ส่วนต่างกำไรก็ยังถูกบีบจนเหลือน้อยมาก

  • ดีมานด์อ่อนตัว: ราคาน้ำมันสำเร็จรูปสูงเกินไป ส่งผลกระทบภาคการบินและอุตสาหกรรม ทำให้ส่วนต่างราคาแคบลง
  • Panic Buying ชั่วคราว: ในช่วงแรกของสงคราม ค่าการกลั่นพุ่งสูง แต่ตอนนี้ตลาดเข้าสู่ภาวะกดดันเชิงโครงสร้าง
  • ต้นทุนขนส่งพุ่ง: ไม่รวมใน GRM แต่กระทบกำไรจริง

วิกฤตโรงกลั่นเอเชีย ค่าการกลั่นติดลบ ในมุมมองนักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์จากแหล่งข่าววงในอุตสาหกรรมชี้ว่า วิกฤตโรงกลั่นเอเชีย ค่าการกลั่นติดลบ จะยืดเยื้อ หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางไม่คลี่คลาย ระยะใกล้ค่าการกลั่นกลับมาบวกทำได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อดีมานด์จริงลดลงจากราคาน้ำมันที่สูงลิ่ว

สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบเอเชียเท่านั้น แต่ยังลามมาถึงประเทศไทย ที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ โรงกลั่นไทยอย่าง PTT และ IRPC อาจเผชิญแรงกดดันต้นทุนเช่นกัน ผู้บริโภคควรเตรียมใจกับราคาน้ำมันที่อาจผันผวนต่อเนื่อง

อนาคตของค่าการกลั่น: กลับบวกได้เมื่อไหร่?

ในระยะสั้น ดูยากที่จะเห็น GRM กลับเป็นบวก เว้นแต่สงครามจะสงบศึกและค่าระวางเรือลดลง โรงกลั่นต้องปรับตัวด้วยการกระจายแหล่งนำเข้าและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ภาพรวมยังน่ากังวล

มุมมองส่วนตัว: วิกฤตโรงกลั่นเอเชีย ค่าการกลั่นติดลบ เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และพิจารณาหุ้นโรงกลั่นที่แข็งแกร่งที่สุด หากคุณสนใจข่าวสารพลังงาน ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์บทความนี้หากเห็นว่ามีประโยชน์!

ที่มา – วิกฤตโรงกลั่นเอเชีย ค่าการกลั่น “ติดลบ” ระยะใกล้กลับมาบวกทำได้ยาก

“กระบะดำ” จอดขวางตู้จ่ายน้ำมันข้ามคืน

เหตุการณ์วุ่นวายที่ปั๊มน้ำมันกลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ“กระบะดำ” จอดขวางหน้าตู้จ่ายน้ำมันข้ามคืน สร้างความเดือดร้อนให้ลูกค้าที่มาจอดเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ไม่ได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ปั๊ม ปตท. สาขาอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา

“กระบะดำ” จอดขวางหน้าตู้จ่ายน้ำมันข้ามคืน

รถกระบะ 4 ประตูสีดำทะเบียน จ.มหาสารคาม ขับเข้ามาจอดตั้งแต่เวลา 19.00 น. คนขับเป็นชายวัย 50 ปี จากอ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม อ้างว่าไฟเตือนน้ำมันกระพริบ อยากเติมดีเซลแต่ปั๊มหมดสต็อก พนักงานแจ้งว่ารถส่งดีเซลมาบ่ายพรุ่งนี้ แต่เขายังจอดขวางอยู่ ล็อคเบรกมือแล้วเดินหายไป จนเช้ามารายงานว่ายังจอดนิ่งสนิท

ทางปั๊มต้องโพสต์เฟซบุ๊กขอให้เจ้าของรถมาเคลื่อนย้ายด่วน เพราะลูกค้าเติมแก๊สโซฮอล์ 95 ไม่ได้ ส่งผลกระทบการบริการ ลูกค้าคิวยาวเหยียด โดยเฉพาะดีเซลที่หมดและกำลังรอส่ง 14.00-15.00 น. คิวยาว 500 เมตรตั้งแต่ 11.00 น.

น้องท็อป พนักงานปั๊มเล่าทุกขั้นตอน

นายธนะสิน ตันตุลา หรือน้องท็อป อายุ 20 ปี พนักงานหัวจ่าย เล่าว่า ลูกค้าถามดีเซลจะมาเมื่อไหร่ พนักงานตอบแล้วแต่เขายังจอด พอลงรถก็หายไป คงจองคิว เช้าจึงโพสต์ตามหา 09.00 น. เจ้าของรถมาพร้อมตำรวจ สภ.เพ็ญ อธิบายว่ามาทำบุญวัดในอ.เพ็ญ ไฟเตือนน้ำมันระหว่างทาง หาปั๊มดีเซลไม่ได้เลยจอดรอ

ทางปั๊มใจดี เติมน้ำมันฉุกเฉิน 1,000 บาท ที่ไว้สำหรับรถกู้ภัย ตำรวจ รถพยาบาล ให้เขาไป เขาขอบคุณมาก ล่าสุด 12.00 น. รถขยับออกแล้ว ปั๊มกลับมาให้บริการปกติ ยกเว้นดีเซลที่รอส่ง

  • สาเหตุ: ไฟเตือนน้ำมัน + ดีเซลขาดตลาด
  • ผลกระทบ: คิวยาว ลูกค้าเดือดร้อน
  • การแก้ไข: โพสต์ออนไลน์ + เติมน้ำมันฉุกเฉิน
  • สถานการณ์น้ำมัน: ขนส่งปกติ 7,000-10,000 ลิตร/วัน แต่ประชาชนแตกตื่นจากข่าวสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันขึ้น แห่เติมเต็มถังแม้ถังเกือบเต็ม

ข้อควรระวังเมื่อเติมน้ำมัน

น้องท็อปฝากว่า ถ้าน้ำมันหมด จอดที่ลานจอด ไม่จอดขวางหัวจ่าย ปั๊มจำกัดเติมดีเซล/แก๊สโซฮอล์ส่วนตัวคันละ 1,000 บาท หรือแกลลอนดีเซลได้ แก๊สโซฮอล์แกลลอนละ 500 บาท เพื่อปันส่วนให้ทุกคน

เหตุการณ์“กระบะดำ” จอดขวางหน้าตู้จ่ายน้ำมันข้ามคืนนี้ สะท้อนปัญหาความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกเรื่องน้ำมัน ทางปั๊มขอให้ลูกค้าอดทน รอคิวให้ถูกที่ถูกทาง

คุณเคยเจอรถจอดขวางปั๊มแบบนี้ไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ นะครับ!

ที่มา – “กระบะดำ” จอดขวางหน้าตู้จ่ายน้ำมันข้ามคืน อ้างรอเข้าคิว ล่าสุดขยับรถออกแล้ว