วัน: 26 มีนาคม 2026

‘เหมือนถูกแทงท้อง’ Snoeijs เอ็นโดเมตริโอซิส

‘เหมือนถูกแทงท้อง’ – Snoeijs เอฟเวอร์ตันเล่าเอ็นโดเมตริโอซิส

Katja Snoeijs สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติเมื่อรู้สึกปวดแสบร้อนแบบแทงท้อง และต้องออกจากสนามในครึ่งแรกในการแข่งขันกับเวสต์แฮมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

“อาการเกร็งรอบโพรงมดลูกและท้องนั้นน่ากลัวมาก แม้แต่ปวดหลังก็ทำให้ยืนตัวตรงลำบาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการวิ่งหรือสปรินต์” เธอกล่าว

“มันเป็นช่วงเวลาที่อารมณ์พลุ่งพล่านมาก สำหรับนักฟุตบอลแล้ว การออกจากสนามนั้นยากลำบากเว้นแต่จะขาหักหรืออะไรทำนองนั้น”

การต้องถูกเปลี่ยนตัวเพราะปวดคือจุดเปลี่ยนสำหรับกองหน้าของเอฟเวอร์ตัน และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่การวินิจฉัย Snoeijs เอ็นโดเมตริโอซิส

โรคเอ็นโดเมตริโอซิสเป็นภาวะเรื้อรังที่มักเจ็บปวด เกิดจากเซลล์คล้ายเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตในส่วนอื่นของร่างกาย

มันทำให้ประจำเดือนหนักและปวดรุนแรง ซึ่งรบกวนชีวิตประจำวัน

โรคนี้พบบ่อยในผู้หญิง 1 ใน 10 คนในสหราชอาณาจักร แต่ใช้เวลาเฉลี่ย 8 ปี 10 เดือน ในการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

สำหรับ Snoeijs มันเร็วกว่า หลังเกมกับเวสต์แฮม เธอนัดพบสูตินรีแพทย์ แต่เหมือนผู้หญิงหลายคนที่เป็น Snoeijs เอ็นโดเมตริโอซิส เธอไม่ได้คำตอบที่ต้องการ

กลับมาที่จุดเริ่มต้น เธอหันไปหาแพทย์ประจำสโมสรเอฟเวอร์ตัน หลังการตรวจหลายครั้งยืนยันอาการตรงกับ Snoeijs เอ็นโดเมตริโอซิส แพทย์แนะนำให้ผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งเป็นวิธีวินิจฉัยที่แน่นอนเพียงวิธีเดียว

ก่อนหน้านั้น Snoeijs ซึ่งเกิดมาพร้อม รูในหัวใจและขาข้างหนึ่งยาวกว่า 6 ซม. พยายามอดทนกับความปวด

“ก่อนวินิจฉัย มันท้าทายมากเพราะฉันสงสัยตัวเองตลอด ‘นี่จริงเหรอ? อาการนี้ปกติไหม?'”

“คุณรู้ว่ามีปัญหา แต่เพราะชินกับการฝืนทน คุณเลยพยายามเพิกเฉยให้นานที่สุด”

หลังผ่าตัดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หญิงวัย 29 ปีรู้สึกดีขึ้นแล้ว

“การได้วินิจฉัยช่วยให้ฉันเข้าใจตัวเองดีขึ้น และจะช่วยให้เป็นนักฟุตบอลที่ดีกว่า” เธอกล่าว

Snoeijs เอ็นโดเมตริโอซิส

แม้การผ่าตัดจะช่วยวินิจฉัย Snoeijs เอ็นโดเมตริโอซิสและบรรเทาปวดบางส่วน แต่ไม่มีวิธีรักษาหายขาด และอาการคาดเดาไม่ได้

Snoeijs บอกว่าบางครั้งประจำเดือนผ่านไปไร้อาการ แต่บางครั้งปวดมาก

“ตอนแย่สุด เหมือนมีคนแทงท้องไม่หยุด” นักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์กล่าว

“หลังส่วนล่างปวดตึงและเจ็บ ฉันคลื่นไส้จนอยากอาเจียน”

นักกีฬาจัดการกับเอ็นโดเมตริโอซิสอย่างไร

นักกีฬาคนอื่นๆ ก็เล่าประสบการณ์คล้ายกัน

กัปตันทีมชาติอังกฤษ Leah Williamson ที่วินิจฉัย Snoeijs เอ็นโดเมตริโอซิสปี 2021 เคยกลัวพลาดยูโร 2022 เพราะบางครั้ง “ขยับตัวไม่ได้” จากปวด

Elinor Barker นักปั่น Team GB เหรียญโอลิมปิก 4 เส้นทางเกือบเลิกปั่นเพราะปวดจนนั่งจักรยานไม่ได้

Emma Cox CEO Endometriosis UK บอกว่าการฝืนทนของ Snoeijs เป็นเรื่องปกติ

“ผู้หญิงหลายคนถูกสอนว่าปวดประจำเดือนเป็นปกติ ไม่มีใครพูดถึงระดับปวดจริงๆ”

นักกีฬายิ่งเสี่ยงเพราะนิสัยอดทน

“ในหัวคุณยังสงสัย ‘ฉันเล่นต่อได้ไหม’ คุณไม่อยาก让ทีมผิดหวัง แต่การให้ 70-80% ก็แย่กว่าการพัก”

  • อาการทั่วไปของเอ็นโดเมตริโอซิส:
  • ปวดท้องน้อย
  • ประจำเดือนปวดรุนแรง
  • เลือดออกมาก
  • ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ปวดหลังเรื้อรัง

Snoeijs กลับมาซ้อมหลังผ่าตัด และอยากสร้างความตระหนัก โดยเฉพาะในกีฬาผู้หญิง

“มันกระทบผู้หญิง 1 ใน 10 ดังนั้นในทีม WSL ทุกทีมต้องมีคนที่เจออาการคล้ายๆ”

“ถ้ารู้สึกผิดปกติ จงเชื่อตัวเองและขอความช่วยเหลือ บางครั้งการปกป้องตัวเองสำคัญกว่า”

“ฉันมีเอ็นโดเมตริโอซิส แต่ฉันมากกว่านั้น คุณยังเล่นฟุตบอลอาชีพได้ ชีวิตปกติไม่กระทบทั้งหมด”

เอ็นโดเมตริโอซิสคืออะไร

อาการแตกต่างแต่ละคน แต่รุนแรงได้ ปวดอุ้งเชิงกราน ประจำเดือนรบกวนชีวิต เลือดออกหนัก ปวดหลังหรือปวดเซ็กส์

อาการคล้ายโรคอื่น เลยวินิจฉัยช้า Endometriosis UK บอก 80% ที่ขอความช่วยเหลือ อาการไม่ได้รับการเชื่อ

“หลายคนถูกบอกว่าปั้นเรื่อง หรือตรวจผิด” Cox กล่าว

มีนาคมเป็นเดือนรณรงค์เอ็นโดเมตริโอซิสใน UK

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ประสบการณ์ของ Snoeijs แสดงให้เห็นว่า Snoeijs เอ็นโดเมตริโอซิสไม่ใช่จุดจบของอาชีพ หากได้รับการวินิจฉัยและจัดการถูกต้อง นักกีฬาสามารถกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ อย่ารอช้า ปรึกษาแพทย์สูตินรีเพื่อตรวจวินิจฉัยทันที ชีวิตที่ดีกว่ากำลังรออยู่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

DSI พบคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนสระบุรี 3 แห่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวรอบวัน วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส DSI พบคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนสระบุรี 3 แห่ง ซึ่งเป็นการลักลอบจัดเก็บและจำหน่ายน้ำมันดีเซลกับเบนซินรวมกว่า 29,000 ลิตร โดยไม่ได้ขออนุญาตตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่เตรียมส่งดำเนินคดีเต็มที่เลยครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนทั่วโลก

DSI พบคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนสระบุรี 3 แห่ง

ตามรายงานเมื่อวันที่ 24-25 มีนาคม 2567 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน หน่วยงานปกครอง และตำรวจ บูรณาการกำลังตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อปราบปรามการกักตุนและลักลอบค้าขายที่ผิดกฎหมาย โดยครอบคลุม 16 จังหวัด รวม 35 จุดตรวจ

จุดเด่นที่ทุกคนให้ความสนใจคือ DSI พบคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนสระบุรี 3 แห่ง คอกเหล่านี้ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดสระบุรี ลักลอบรับซื้อน้ำมันเถื่อนมาจัดเก็บในถังต๊อก แล้วนำไปจำหน่ายต่อโดยไม่แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปริมาณน้ำมันที่ตรวจพบสูงถึง 29,000 ลิตร ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2523 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนสระบุรี

คอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนเหล่านี้คือสถานที่ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้รับน้ำมันที่ลักลอบนำเข้าแบบผิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาต ไม่มีระบบตรวจสอบสต็อกที่ได้มาตรฐาน ทำให้เสี่ยงต่อการปนเปื้อน คุณภาพต่ำ และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุระเบิดได้ง่าย การตรวจพบครั้งนี้มาจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 และ 2 ที่ลงพื้นที่ภาคกลางและตะวันออก

นอกจากสระบุรีแล้ว การตรวจสอบในพื้นที่อื่นๆ ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน ลองมาดูสรุปกันครับ

  • ภาคกลางและตะวันออก: ตรวจคลังใหญ่ในอยุธยาและชลบุรี พบระบบคอมพิวเตอร์ได้มาตรฐาน แต่สระบุรีเจอคอกเถื่อน
  • ภาคอีสาน: ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ตรวจจ็อบเบอร์และโรงเอทานอล ทุกอย่างปกติ ราคาชัดเจน ไม่กักตุน
  • ภาคเหนือ: เชียงราย ลำปาง พิจิตร กำแพงเพชร ตาก วัดสต็อกถังกับบัญชี ไม่พบผิดปกติ
  • ภาคใต้: สงขลา สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ตรวจราคาคลัง สถานีบริการ ระบบอัตโนมัติ+เชิงลึก รับฟังข้อเสนอจากผู้ประกอบการ

DSI ย้ำว่าจะบูรณาการต่อเนื่อง เพื่อให้การกระจายน้ำมันเป็นธรรม โปร่งใส ป้องกันปัญหาความมั่นคงพลังงาน

ทำไมเรื่อง DSI พบคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนสระบุรี 3 แห่ง ถึงสำคัญ? เพราะน้ำมันเถื่อนไม่เพียงทำลายรายได้รัฐ แต่ยังเสี่ยงต่อผู้บริโภคที่อาจได้น้ำมันคุณภาพต่ำ เปลืองเครื่องยนต์ แถมยังสนับสนุนขบวนการผิดกฎหมาย ถ้าปล่อยไว้ อาจกระทบราคาน้ำมันทั้งระบบได้ครับ

จากมุมมองผู้เขียน คิดว่าการตรวจสอบแบบนี้ต้องทำต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลติดตามสต็อกแบบเรียลไทม์ จะช่วยลดช่องโหว่ได้มาก คุณล่ะคิดเห็นยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์โพสต์นี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ ติดตามข่าวอัปเดตการดำเนินคดีคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนสระบุรีได้ที่นี่!

ที่มา – DSI พบคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนสระบุรี 3 แห่ง ต๊อกดีเซล-เบนซิน รวมกว่า 29,000 ลิตร

มติ ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวลดภาษีน้ำมัน เติมเงินบัตรคนจน

สวัสดีครับทุกท่าน ในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและผู้ประกอบการอย่างหนัก รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ล่าสุดมี มติ ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน-เติมเงิน 100 บาทเข้าบัตรคนจน เพื่อเยียวยาเร่งด่วน ช่วยลดภาระให้พี่น้องชาวไทยทุกคน วันนี้เราจะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ

มติ ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน-เติมเงิน 100 บาทเข้าบัตรคนจน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ที่ประชุมเห็นชอบ 7 มาตรการหลัก เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบการ SME เกษตรกร และภาคประมงเป็นหลักครับ

รายละเอียด 7 มาตรการเยียวยาเร่งด่วน

มาดูกันทีละข้อเลยว่า มติ ครม.นัดพิเศษ นี้จะช่วยอะไรบ้าง:

  • 1. ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน: ครม.ไฟเขียวให้กระทรวงการคลังกลับไปพิจารณาปรับลดภาษีนี้ตามความเหมาะสมทั้งวิธีและระยะเวลา คาดว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันถูกลง ลดภาระค่าพลังงานให้ทุกคน
  • 2. เติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: เพิ่มจาก 300 บาท เป็น 400 บาทต่อเดือนต่อคน (เติมเพิ่ม 100 บาท) สำหรับผู้ถือบัตร 13.3 ล้านคน ใช้งบกลาง 1,300 ล้านบาท นำร่อง 1 เดือนก่อน แล้วประเมินต่อ ช่วยค่าอุปโภคบริโภคได้ทันที
  • 3. ช่วยเหลือกลุ่มขนส่ง: ครอบคลุมรถบรรทุก มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง โดยปลัดกระทรวงพลังงานจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม
  • 4. สนับสนุนภาคเกษตร: ใช้โครงการธงเขียวช่วยค่าปุ๋ย ลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมปุ๋ยทางเลือก ลดการนำเข้าปุ๋ยเคมี ช่วยเกษตรกรยั่งยืนยิ่งขึ้น
  • 5. เยียวยาภาคประมง: สนับสนุนใช้น้ำมัน B20 ซึ่งถูกกว่าน้ำมันปกติ 5-6 บาทต่อลิตร ช่วยลดต้นทุนเรือประมง ลดภาระชาวประมง
  • 6. ช่วยคู่สัญญาภาครัฐและก่อสร้าง: ขยายเวลาตรวจรับงาน ปรับค่าปรับให้เหมาะสม ชดเชยค่า K โดยสำนักงบประมาณ เพื่อไม่ให้งานล่าช้าจากขาดน้ำมัน
  • 7. Soft Loan SME 1 หมื่นล้าน: ธนาคารออมสินพร้อมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 10,000 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง SME ทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะรายย่อยหรือซัพพลายเชน

มาตรการเหล่านี้เป็นการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวน โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลรักษาการ ปลัดคลังยืนยันว่างบประมาณพร้อมใช้เพื่อประชาชน รายรับรัฐที่ลดจากภาษีจะให้กรมสรรพสามิตคำนวณต่อไป

ผลกระทบและประโยชน์ที่คาดหวัง

สำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการ การเติมเงินเพิ่ม 100 บาท จะช่วยซื้อของใช้จำเป็นได้มากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการ SME และเกษตรกร จะลดต้นทุนได้ชัดเจน อย่างน้ำมัน B20 สำหรับประมง หรือ soft loan ที่เข้าถึงง่าย แต่ต้องติดตามว่ามาตรการจะยืดเยื้อหรือไม่ หากราคาน้ำมันยังสูงต่อเนื่อง

ในมุมมองของผม มาตรการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเยียวยาแบบตรงจุด แต่รัฐบาลควรมีแผนระยะยาว เช่น ส่งเสริมพลังงานทดแทน เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำซาก คุณล่ะคิดว่ามาตการเหล่านี้เพียงพอหรือยัง? ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังเดือดร้อนจากราคาน้ำมันกันนะครับ จะได้ช่วยกันกดดันให้รัฐช่วยเหลือต่อเนื่อง!

ที่มา – มติ ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน-เติมเงิน 100 บาทเข้าบัตรคนจน

ชาติเจ้าบ้านทั้ง 4 ชาติเคยลงฟุตบอลโลกพร้อมกันหรือไม่

ชาติเจ้าบ้านทั้ง 4 ชาติเคยลงฟุตบอลโลกพร้อมกันหรือไม่

ฟุตบอลโลก 2026 เกือบจะได้เห็นสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์

หลังจากที่อังกฤษคว้าตั๋วเข้ารอบด้วยแคมเปญที่สมบูรณ์แบบ และสกอตแลนด์เข้ารอบฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 28 ปี เวลส์และไอร์แลนด์เหนือก็เข้าสู่รอบเพลย์ออฟ

อย่างไรก็ตาม การกวาดตั๋วของชาติเจ้าบ้านทั้ง 4 ชาติในรอบสุดท้ายจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ เพราะเวลส์และไอร์แลนด์เหนือถูกจับสลากอยู่ในเส้นทางยุโรปเดียวกัน

นั่นหมายความว่า แม้ทั้งสองทีมจะชนะรอบรองชนะเลิศ พวกเขาก็จะต้องเจอกันในรอบชิงตั๋วเดียวสำหรับทัวร์นาเมนต์ที่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ

ไอร์แลนด์เหนือต้องไปเยือนอิตาลีในรอบรอง ส่วนเวลส์จะเล่นในบ้านกับบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาเพื่อลุ้นเข้ารอบชิงกรุ๊ปเอ

แล้ว ชาติเจ้าบ้านทั้ง 4 ชาติเคยลงฟุตบอลโลกพร้อมกันหรือไม่ ล่ะ?

ชาติเจ้าบ้านทั้ง 4 ชาติเคยลงฟุตบอลโลกพร้อมกันหรือไม่

ฟุตบอลโลกปี 1958 ที่สวีเดน เป็นครั้งล่าสุดและครั้งเดียวที่ชาติเจ้าบ้านทั้ง 4 ชาติลงแข่งฟุตบอลโลกเดียวกัน

การคัดเลือกในสมัยนั้นเรียบง่ายกว่ามาก มีโควต้าอัตโนมัติ 9 ทีมสำหรับชาติยุโรป 27 ทีมที่แข่งขัน

สกอตแลนด์ ไอร์แลนด์เหนือ และอังกฤษ ครองกลุ่มของตัวเอง แต่เวลส์จบรองหัวหน้าชุด แล้วถูกสุ่มให้เล่นเพลย์ออฟกับอิสราเอล

เวลส์ชนะ 4-0 สองนัดรวม เข้าฟุตบอลโลกครั้งแรก

ทัวร์นาเมนต์ไม่เป็นใจสำหรับอังกฤษและสกอตแลนด์

อังกฤษอยู่ในกลุ่มกับสหภาพโซเวียต ออสเตรีย และแชมป์บราซิล จอดที่รอบแบ่งกลุ่ม

กองทัพทาร์ตันของสกอตแลนด์ก็ตกรอบแรก แพ้ฝรั่งเศสและปารากวาย เสมอยูโกสลาเวีย

แต่เวลส์และไอร์แลนด์เหนือทำได้ดีกว่า เข้าถึงรอบ 8 ทีม ไอร์แลนด์เหนือแพ้ฝรั่งเศส เวลส์แพ้บราซิลที่มีเปเล่ตอนอายุ 17 ปี

บราซิลชนะเจ้าภาพสวีเดน 5-2 ในรอบชิง เปเล่ยิง 2 ลูก เปิดตัวแจ่ม

ฌุสต์ ฟงแตงของฝรั่งเศสยิง 13 ประตู สถิติยังอยู่

ชาติเจ้าบ้านทั้ง 4 ไม่เคยลงฟุตบอลโลกหญิงพร้อมกัน

ชาติเจ้าบ้านทั้ง 4 ชาติเคยลงฟุตบอลโลกพร้อมกันครั้งเดียว

นี่คือครั้งประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลชาวบริติชจดจำ

ลงแข่งฟุตบอลโลวกี่สมัย?

อังกฤษลง 19 สมัย ครองจูส์ ริเมต์ที่บ้านในปี 1966

สกอตแลนด์คัดเลือกได้ 10 ครั้ง แต่ลงจริง 9 สมัย ข้ามปี 1950 หลังจบรองแชมป์โฮมแชมเปียนชิพ แต่สมาคมปฏิเสธเพราะอยากไปในฐานะแชมป์บริติช

สกอตแลนด์ไม่เคยผ่านรอบแบ่งกลุ่ม ชนะแค่ 4 จาก 23 นัด

เวลส์เข้าสู่รอบ 8 ทีมปี 1958 รอถึง 2022 ที่กาตาร์ จบท้ายกลุ่ม

ไอร์แลนด์เหนือเข้าสามสมัย 1958 1982 1986 ปี 1982 ทีมบิลลี่ บิงแฮมสร้างเซอร์ไพรส์ ชนะเจ้าภาพสเปน 1-0 เข้ารอบน็อคเอาต์ แต่ปี 1986 จอดกลุ่ม

ชาติเจ้าบ้านอยู่ในกลุ่มไหน?

ทีมทอมัส ทูเคิ่ลของอังกฤษเปิดสนามที่ดัลลัส 17 มิ.ย. แล้วเจอกานาและปานามาในกรุ๊ปแอล

สกอตแลนด์ลงฟุตบอลโลกชายครั้งแรกใน 28 ปี เจอเฮติ 13 มิ.ย. ที่บอสตันหรือนิวยอร์ก แล้วโมร็อกโกและบราซิลในกรุ๊ปซี

ผู้ชนะเพลย์ออฟเวลส์หรือไอร์แลนด์เหนือ เข้ากรุ๊ปบี กับแคนาดา กาตาร์ สวิตเซอร์แลนด์

บทความนี้จากทีม Ask Me Anything ของ BBC Sport

คำถามอื่นๆ ที่ตอบแล้ว

คุณคิดว่า ชาติเจ้าบ้านทั้ง 4 ชาติเคยลงฟุตบอลโลกพร้อมกันหรือไม่ จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เซนต์ มิรเรน คงแม็คไลช์คุมทีมต่อ – ข่าวลือ

เซนต์ มิรเรน คงแม็คไลช์คุมทีมต่อ – ข่าวลือฟุตบอลสกอตติชล่าสุด

วันนี้เรามีข่าวลือฟุตบอลสกอตติชที่น่าสนใจมาแจกแจงให้แฟนๆ ได้ติดตามกัน โดยเฉพาะเรื่อง เซนต์ มิรเรน คงแม็คไลช์คุมทีมต่อ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการลูกหนังสกอตแลนด์ ทีมเซนต์ มิรเรนกำลังเตรียมที่จะให้ เคร็ก แม็คไลช์ ผู้จัดการทีมชั่วคราว ทำหน้าที่ต่อไปจนจบฤดูกาลนี้ หลังจากที่เป้าหมายหลักอย่าง คาร์ล โรบินสัน ไม่สามารถเข้ามารับตำแหน่งได้ทันที นอกจากนี้ โทนี่ โดเชอร์ตี้ อดีตผู้จัดการทีมดันดี จะเข้ามาช่วยเหลือด้วย ทำให้ทีมมีเสถียรภาพมากขึ้นใน 7 นัดสุดท้าย

เซนต์ มิรเรน คงแม็คไลช์คุมทีมต่อ กลยุทธ์ฉลาดหรือเสี่ยง?

การตัดสินใจ เซนต์ มิรเรน คงแม็คไลช์คุมทีมต่อ ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลทีมนี้ เพราะแม็คไลช์แสดงศักยภาพได้ดีในช่วงที่ทำหน้าที่ชั่วคราว แต่ก็มีคำถามว่ามันจะช่วยให้ทีมรอดจากการลุ้นตกชั้นได้หรือไม่? จากรายงานของ Daily Record ชี้ว่าทีมกำลังมั่นใจในตัวเขา และหวังว่าจะพาทีมไปสู่ผลงานที่ดีขึ้น

ข่าวลืออื่นๆ ใน Scottish Premiership

นอกจากเรื่องเซนต์ มิรเรนแล้ว ยังมีข่าวลือย้ายทีมที่น่าจับตา เช่น แรนเจอร์ส ที่มีเซ็นเตอร์แบ็คสองคนอย่างนัสเซอร์ ดจิก้า และเอ็มมานูเอล เฟอร์นันเดซ ถูกจับตามองจากหลายทีม ดจิก้าอาจกลับไปเรดสตาร์ เบลเกรด หลังแรนเจอร์สไม่ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญา 8 ล้านปอนด์ให้วูล์ฟแฮมป์ตัน ขณะที่เฟอร์นันเดซดึงดูดอาร์เซนอล, เชลซี, เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม, ดอร์ทมุนด์ และเลเวอร์คูเซ่น ทำให้แรนเจอร์สอาจได้ค่าตัวสถิติสโมสร

  • เซลติก: โรบбі คีน กุนซือเฟเรนซ์วาโรส กลายเป็นตัวเต็งคุมทีมเซลติก จากการวางโดยเจ้ามือรับแทงในอังกฤษ นอกจากนี้ บอร์นมัธพร้อมขายจูเลียน อาราจูโอะ แบ็คขวายืมตัวมาแบบถาวร และฟาเรส เฆดเจมี่ ปีกจากฟโรซิโนเน่ อาจย้ายมาได้ง่ายขึ้น
  • แรนเจอร์ส: วูล์ฟส์นำหน้าเซลติกและแรนเจอร์สในการคว้าซิลาส อันเดอร์เซ่น มิดฟิลด์แฮッケ่น
  • อื่นๆ: มาร์โค มัทเทรซซี่ เชื่อเจนาโร่ กัตตูโซ่ จะมาคุมแรนเจอร์สในอนาคต แองจ์ พอสเตโคกลู จะรับงานใหม่เฉพาะต้นฤดูกาล

ข่าวลือเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงตลาดซื้อขายที่คึกคักในสกอตติช พรีเมียร์ชิพ โดยเฉพาะทีมใหญ่ๆ อย่างแรนเจอร์สและเซลติก ที่กำลังปรับทัพเพื่อลุ้นแชมป์ฤดูกาลหน้า นักเตะดาวรุ่งอย่างอัลฟี่ ออสบอร์น จากฮาร์ทส์ ก็ถูกอาร์เซนอลและแมนฯ ซิตี้จับตา

สำหรับทีมชาติสกอตแลนด์ นาธาน แพตเตอร์สัน กำลังโฟกัสเวิลด์คัพ แม้ลงนัดน้อยที่เอฟเวอร์ตัน ดาเซน มาเอดะ จากเซลติก ตื่นเต้นดวลทีมเมทที่แฮมป์เดน ข่าวอื่นๆ อย่างรูปปั้นจิม เคร็ก ในโกแวน หรือแรนเจอร์สพร้อมลงทุน VAR เพิ่มเพื่อยกระดับกรรมการ

สรุปแล้ว เซนต์ มิรเรน คงแม็คไลช์คุมทีมต่อ เป็นจุดเริ่มต้นของข่าวลือร้อนๆ ที่แฟนบอลสกอตติชไม่ควรพลาด มันสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลที่นี่ที่รวดเร็วและน่าติดตาม

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลสกอตติชเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ออสเตรเลียสั่งแบน “นักท่องเที่ยวอิหร่าน” นาน 6 เดือน แม้มีวีซ่าถูกต้อง

ออสเตรเลียสั่งแบน “นักท่องเที่ยวอิหร่าน” นาน 6 เดือน แม้มีวีซ่าถูกต้อง สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อรัฐบาลออสเตรเลียประกาศมาตรการเข้มงวดเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ โดยห้ามชาวอิหร่านที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวไม่ให้เข้าประเทศชั่วคราวนานครึ่งปี แม้วีซ่าจะถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม มาตรการนี้จุดประเด็นถกเถียงรุนแรงทั้งในและต่างประเทศ

ออสเตรเลียสั่งแบน “นักท่องเที่ยวอิหร่าน” นาน 6 เดือน แม้มีวีซ่าถูกต้อง

รัฐบาลออสเตรเลียภายใต้การนำของพรรคแรงงาน ได้ออกมาตรการช็อกวงการท่องเที่ยวและการย้ายถิ่นฐาน โดยสั่งระงับสิทธิ์ชาวอิหร่านผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยว subclass 600 ไม่ให้เดินทางเข้าประเทศเป็นเวลา 6 เดือนเต็ม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายโทนี เบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าการตัดสินใจนี้เกิดจากความกังวลเรื่องการลี้ภัยแฝง โดยนักท่องเที่ยวบางรายอาจใช้วีซ่าเพื่อขอพำนักถาวรแทนการท่องเที่ยวจริง ๆ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

เหตุผลหลักที่รัฐบาลอ้างคือ ต้องการเวลาประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อให้กระบวนการตัดสินใจพำนักถาวรเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดจากการจองตั๋วเครื่องบินแล้วไม่ยอมกลับบ้าน มาตรการนี้มีข้อยกเว้นสำหรับคู่สมรสและบุตรของพลเมืองออสเตรเลีย รวมถึงกรณีพิเศษสำหรับบิดามารดา แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ถือวีซ่าชาวอิหร่านกว่า 6,800 รายที่วางแผนเดินทาง

เสียงวิจารณ์ถล่มหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน

ทันทีที่ข่าวประกาศ กลุ่มปกป้องสิทธิผู้ลี้ภัยอย่าง Asylum Seeker Resource Centre ออกแถลงการณ์ประณามว่านี่คือ “การทรยศต่อชุมชนชาวอิหร่าน” และเป็นความล้มเหลวทางศีลธรรมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อชาวอิหร่านหลายคนกำลังหนีภัยจากการกดขี่ในประเทศบ้านเกิด รัฐบาลกลับปิดประตูต้อนรับพวกเขา

นายซาลี สเต็กกัล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิสระ 警告ว่ามาตรการนี้อาจทำลายความเชื่อมั่นในระบบวีซ่าของออสเตรเลีย สร้างบรรทัดฐานอันตรายที่อาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติตามเชื้อชาติ ส่วนพรรคกรีนวิจารณ์รัฐบาลว่าปากว่าตาขนัว อ้างสนับสนุนชาวอิหร่านแต่ปฏิบัติขัดแย้งสิ้นเชิง

บริบทล่าสุดก่อนการแบน

ที่น่าสนใจคือ มาตรการนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังออสเตรเลียเพิ่งอนุมัติวีซ่ามนุษยธรรมให้กับนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน 7 คนที่ขอลี้ภัยเมื่อต้นเดือน สะท้อนความขัดแย้งในนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ ออสเตรเลียสั่งแบน “นักท่องเที่ยวอิหร่าน” นาน 6 เดือน แม้มีวีซ่าถูกต้อง เฉพาะพลเมืองอิหร่านเท่านั้น ไม่กระทบประเทศอื่น

  • ผลกระทบหลัก: ผู้ถือวีซ่า 6,800 รายต้องเลื่อนแผนท่องเที่ยว
  • ข้อยกเว้น: คู่สมรส บุตร และบิดามารดาพลเมืองออสเตรเลีย
  • เสียงคัดค้าน: กลุ่มสิทธิมนุษยชน สส.ฝ่ายค้าน และพรรคกรีน
  • เหตุผลรัฐบาล: ป้องกันการลี้ภัยแฝงและรักษาความมั่นคง

นโยบายนี้ยังเชื่อมโยงกับปัญหาการย้ายถิ่นฐานทั่วโลก โดยออสเตรเลียเคยเผชิญวิกฤตเรือลี้ภัยจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อลดแรงกดดันจากฝ่ายขวาในประเทศ ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังใกล้เข้ามา

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายแบบนี้แม้จะจำเป็นเพื่อความมั่นคง แต่ก็เสี่ยงสร้างภาพลักษณ์เชิงลบต่อออสเตรเลียในฐานะประเทศเปิดกว้าง หากคุณกำลังวางแผนท่องเที่ยวออสเตรเลีย แนะนำให้ตรวจสอบข่าวสารล่าสุดและเตรียมแผนสำรอง หากสนใจข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – ออสเตรเลียสั่งแบน “นักท่องเที่ยวอิหร่าน” นาน 6 เดือน แม้มีวีซ่าถูกต้อง

GISTDA เผยจุดความร้อนไทย 2,018 จุด ป่าอนุรักษ์มากสุด

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงฤดูแล้งแบบนี้ ปัญหาไฟป่าและจุดความร้อนกำลังเป็นที่กังวลของคนไทยทั้งประเทศ ล่าสุด GISTDA เผยจุดความร้อนในไทยยังสูงต่อเนื่อง 2,018 จุด พบมากสุดในป่าอนุรักษ์ ซึ่งข้อมูลนี้มาจากดาวเทียมชั้นนำ ทำให้เราต้องตื่นตัวกับสถานการณ์นี้มากขึ้น

GISTDA เผยจุดความร้อนในไทยยังสูงต่อเนื่อง 2,018 จุด พบมากสุดในป่าอนุรักษ์

ตามรายงานจากแฟนเพจ GISTDA หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ระบุว่าข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS เมื่อวันก่อนหน้า (25 มี.ค. 2569) พบจุดความร้อนในประเทศไทยสูงถึง 2,018 จุด โดยกระจายตัวในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในเขตป่าไม้ที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศ

จุดความร้อนเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเกิดไฟไหม้หรือการเผาไหม้ที่รุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหมอกควัน PM2.5 สะสม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง GISTDA ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการตรวจจับแบบเรียลไทม์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตอบสนองได้ทันท่วงที

การกระจายจุดความร้อนในประเทศไทย

ข้อมูลละเอียดเผยให้เห็นว่าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้รับผลกระทบหนักสุด โดยสรุปดังนี้

  • ป่าอนุรักษ์: 918 จุด (มากที่สุด)
  • ป่าสงวนแห่งชาติ: 809 จุด
  • เขต สปก. (สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม): 114 จุด
  • พื้นที่เกษตร: 99 จุด
  • พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ: 68 จุด
  • พื้นที่ริมทางหลวง: 10 จุด

เห็นได้ชัดว่าป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษกลับกลายเป็นจุดเสี่ยงสูงสุด สาเหตุหลักน่าจะมาจากไฟป่าที่ลุกลามจากความแห้งแล้งและการเผาโดยมนุษย์

สถานการณ์จุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน

ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น ประเทศเพื่อนบ้านก็เผชิญปัญหาคล้ายกัน โดยเมียนมาเป็นชาติที่มีจุดความร้อนมากที่สุด ดังนี้

  • เมียนมา: 6,352 จุด
  • ลาว: 2,213 จุด
  • กัมพูชา: 651 จุด
  • เวียดนาม: 592 จุด
  • มาเลเซีย: 182 จุด

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิกฤตไฟป่าระดับภูมิภาค ซึ่งอาจทำให้หมอกควันข้ามพรมแดนมาถึงไทย สร้างผลกระทบต่ออากาศคุณภาพในภาคเหนือและอีสาน

จุดความร้อนคืออะไร และส่งผลกระทบอย่างไร

จุดความร้อน (Hotspot) คือตำแหน่งที่ดาวเทียมตรวจพบความร้อนผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากไฟป่า การเผาตอซังขยะ หรืออุตสาหกรรม แต่ในบริบทนี้ส่วนใหญ่มาจากไฟป่าและการเกษตรแบบดั้งเดิมที่เผาเพื่อเตรียมดิน ส่งผลร้ายดังนี้

  • สุขภาพ: PM2.5 สูง เพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ หอบหืด มะเร็งปอด
  • สิ่งแวดล้อม: ทำลายป่าไม้ สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ดินเสื่อมโทรม
  • เศรษฐกิจ: ค่าใช้จ่ายดับไฟ สูญเสียผลผลิตเกษตร ท่องเที่ยวลดลง

GISTDA มีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลนี้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วยให้กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และหน่วยดับไฟป่า วางแผนได้ดีขึ้น

แนวทางป้องกันและแก้ไข

เพื่อลดปัญหานี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ เช่น

  • งดเว้นการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะในป่า
  • รายงานจุดความร้อนทันทีทางสายด่วน 191 หรือแอป Fire Hotline
  • รัฐบาลเพิ่มงบประมาณด้านเทคโนโลยีดาวเทียมและเฮลิคอปเตอร์ดับไฟ
  • ชุมชนสร้างแนวกันไฟและปลูกต้นไม้ฟื้นฟู

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังรุนแรงขึ้น เราต้องปรับตัวจากเกษตรเผาไหม้ไปสู่ระบบสมัยใหม่ เช่น ไถกลบหรือใช้เครื่องจักร

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข้อมูลอัปเดตจาก GISTDA อย่างใกล้ชิด แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก และช่วยกันปกป้องป่าไม้ไทย หากมีจุดความร้อนในพื้นที่ รายงานทันทีเพื่อช่วยชีวิตสัตว์ป่าและระบบนิเวศครับ!

ที่มา – GISTDA เผยจุดความร้อนในไทยยังสูงต่อเนื่อง 2,018 จุด พบมากสุดในป่าอนุรักษ์

สตีฟ คลาร์ก ขยายสัญญาอีก 4 ปี?

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนฟุตบอลสกอตแลนด์ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เกี่ยวกับประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลสกอตติช ที่กำลังเป็นที่พูดถึงสุดๆ นั่นคือ สตีฟ คลาร์ก ขยายสัญญาอีก 4 ปี หรือเปล่า? แล้วยังมีเรื่อง St Mirren หาผู้จัดการทีมคนใหม่ และข่าวสัญญาใหม่ของเจมส์ ทาเวอร์เนียร์ กัปตันเรนเจอร์สด้วยนะ มาจากพอดแคสต์ Scottish Football Podcast ที่มี Charlotte Cohen, Mark Nelson, John Walker และ Rory Loy มานั่งคุยกันแบบจุใจ 31 นาทีเต็ม!

สตีฟ คลาร์ก ขยายสัญญาอีก 4 ปี?

สตีฟ คลาร์ก ผู้จัดการทีมชาติสกอตแลนด์ ทำผลงานได้ดีมาตลอด โดยเฉพาะการพาทีมเข้ารอบยูโร 2024 แบบมีลุ้น แต่ตอนนี้สัญญากำลังจะหมด แล้วสหพันธ์ฟุตบอลสกอตแลนด์ (SFA) จะต่อสัญญาให้อีก 4 ปีเลยไหม? ในพอดแคสต์เขาคุยกันว่าควรต่อตอนนี้เลยหรือรอผลงานหลังยูโรก่อน คลาร์กพาทีมชนะหลายนัดใหญ่ แต่แฟนๆ บางคนก็กังวลเรื่องฟอร์มล่าสุดที่ไม่ค่อยเป๊ะ

ข้อดีของการขยายสัญญา: ความต่อเนื่อง คลาร์กเข้าใจนักเตะดี รู้วิธีสร้างทีมที่สู้ได้กับยักษ์ใหญ่ ข้อเสีย: ถ้าผลงานตก อาจเสียโอกาสหาโค้ชใหม่ มันเป็นคำถามที่แฟนๆ ต้องคิดหนักจริงๆ

St Mirren และการหาผู้จัดการทีมคนใหม่

St Mirren กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังจากแยกทางกับผู้จัดการทีมเก่า ตอนนี้ใครจะมาแทน? ชื่อที่ถูกพูดถึงมีหลายคน ทั้งโค้ชจากลีกล่างหรือแม้แต่จากต่างประเทศ พอดแคสต์วิเคราะห์ว่าทีมต้องการคนที่เล่นเกมรับแน่น แต่ก็ต้องมีลูกทีมบุกได้บ้าง เพราะฤดูกาลหน้าจะแข่งหนักขึ้น

  • ตัวเลือกหลัก: โค้ชจาก Hearts หรือ Aberdeen?
  • ปัญหาหลัก: งบประมาณจำกัด ต้องหาคนที่คุมทีมเยาวชนได้
  • โอกาสทีม: ถ้าหาผู้จัดการดี อาจลุ้นท็อป 6 อีกครั้ง

เจมส์ ทาเวอร์เนียร์ สัญญาใหม่กับเรนเจอร์ส

ทาเวอร์เนียร์ กัปตันเรนเจอร์สที่ยิงฟรีคิกสวยๆ ได้บ่อยครั้ง กำลังจะได้สัญญาใหม่หรือเปล่า? เขายิงประตูเยอะสุดในลีกมาหลายฤดูกาล แต่ข่าวลือจากซาอุฯ ก็มีมาเรื่อยๆ เรนเจอร์สอยากรั้งไว้เพราะเขาเป็นหัวใจทีม แต่เงินเดือนอาจสูงเกินไป

ในพอดแคสต์ Rory Loy บอกว่าถ้าทาเวอร์เนียร์อยู่ต่อ เรนเจอร์สจะแกร่งขึ้นเยอะ โดยเฉพาะในยูโรป้า ลีก

สรุปแล้ว ประเด็น สตีฟ คลาร์ก ขยายสัญญาอีก 4 ปี นี่แหละที่ฮอตสุด เพราะมันกระทบทีมชาติโดยตรง แฟนๆ สกอตแลนด์อย่างเราคงลุ้นกันตัวโก่ง! ถ้าคุณเป็น SFA คุณจะต่อสัญญาไหม? ลองฟังพอดแคสต์เต็มๆ ดูสิ สนุกมาก มีมุมมองหลากหลาย

ส่วนตัวผมคิดว่า คลาร์กสมควรได้ต่อ เพราะเขาสร้างประวัติศาสตร์ให้สกอตแลนด์แล้ว แต่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องผลงานนะ อย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตล่าสุด และคอมเมนต์บอกหน่อยว่าคุณคิดยังไง!

ฟังตอนนี้เลย แล้วมาคุยกันในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่

“สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่ เป็นประเด็นร้อนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูง โดยเฉพาะการปรับขึ้นราคาน้ำมันถึง 2 ครั้งใน 3 วัน รวมกว่า 8 บาทต่อลิตร ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก

แม้คุณหญิงสุดารัตน์จะเข้าใจความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องปรับราคาน้ำมันให้ใกล้เคียงต้นทุนจริง แต่สิ่งที่ติดใจคือ วิธีการดำเนินการที่ยังไม่โปร่งใส เธอย้อนถามตรงๆ ว่า การขึ้นราคาครั้งนี้เป็นการ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่? โดยเฉพาะการไม่ตรวจสอบสต็อกน้ำมันก่อนประกาศขึ้นราคา ซึ่งอาจเปิดช่องให้นายทุนขูดรีดประชาชน

“สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่

ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างชัดเจนในโพสต์ของหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ที่ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องหลายประการในการบริหารจัดการราคาน้ำมันครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงกระทบค่าครองชีพ แต่ยังอาจเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางกลุ่ม

1. ทำไมไม่ลดภาษีและค่าการตลาดก่อน?

ก่อนขึ้นราคา รัฐบาลควรพิจารณางดเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และลดค่าการตลาดก่อน ซึ่งรวมกันกว่า 10 บาทต่อลิตร หากทำได้ ประชาชนจะได้ค่าน้ำมันถูกลงทันที โดยไม่ต้องผลักภาระทั้งหมดมาที่ผู้บริโภค การใช้น้ำมันกองทุนฯ อุ้มราคาในระยะสั้น กลับกลายเป็นการกู้เงินอนาคตของประชาชน เมื่อราคาน้ำมันโลกลง ประชาชนก็ยังต้องจ่ายแพงเพื่อชดเชยกองทุน สุดท้ายใครได้ประโยชน์?

2. ไม่ตรวจสอบสต็อกน้ำมันก่อนขึ้นราคา?

น้ำมันที่ขายในตลาดตอนนี้คือสต็อกเก่า ต้นทุนเดิม แต่กลับขึ้นราคา 8 บาทต่อลิตร หากคำนวณจากน้ำมันสำรองการค้า 1,500 ล้านลิตร จะได้ส่วนต่างถึง 12,000 ล้านบาท เข้ากระเป๋านายทุน! นี่คือการขูดรีดประชาชนชัดๆ หรือไม่? “สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่ จึงเป็นคำถามที่รัฐบาลต้องตอบ

3. มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่าช้า

รัฐบาลควรออกมาตรการ Targeted Subsidy ทันที เช่น คูปองส่วนลดน้ำมันให้เกษตรกร ชาวประมง SME รถขนส่ง วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ และแท็กซี่ กลุ่มเหล่านี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันแพง การช่วยเหลือเฉพาะเจาะจงจะยั่งยืนกว่าการแจกกระจายแบบเหมาเข่ง

4. ขบวนการกักตุนน้ำมันรอดตัว?

มีข้อสังเกตกลุ่ม “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมันในช่วงก่อนหน้า เมื่อขึ้นราคาทันที การสืบสวนผู้กระทำผิดก็ยากขึ้น นี่คือการปิดจ๊อบให้พวกเขาหรือ? คุณหญิงสุดารัตน์เรียกร้องให้ตรวจสอบให้โปร่งใส เพื่อไม่ให้ประชาชนเป็นเหยื่อ

5. ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคอย่างไร?

ต้นทุนพลังงานพุ่ง รัฐบาลมีแผนชัดเจนแค่ไหนในการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค? หากปล่อยไป ราคาอาหาร ของใช้ จะทะยานตาม สร้างข้าวยากหมากแพงหนักขึ้น ต้องมีมาตรการรูปธรรม เช่น ตรวจสอบราคาเข้มงวด

ข้อเสนอทั้งหมดนี้มาจากความห่วงใยประชาชนที่กำลังแบกภาระหนัก หากรัฐบาลปรับปรุงให้โปร่งใสและคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก วิกฤตครั้งนี้จะคลี่คลายได้เร็วขึ้น ในมุมมองของผู้เขียน การตั้งคำถามแบบนี้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบที่ดีขึ้น สุดท้าย ประชาชนควรติดตามและมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และช่วยแพร่กระจายเพื่อให้เสียงประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – “สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่