วัน: 26 มีนาคม 2026

เตรียมระดมสินค้าจำเป็นขายราคาประหยัดช่วยค่าครองชีพ

ช่วงนี้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าต่างๆ พุ่งสูงขึ้น ค่าครองชีพของคนไทยเราแพงขึ้นเยอะเลยใช่ไหมล่ะ? ดีใจที่สมาคมผู้ค้าปลีกไทยจับมือกับกระทรวงพาณิชย์ ประกาศเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อ เตรียมระดมสินค้าจำเป็นขายราคาประหยัด ช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้ประชาชน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่เราต้องใช้ทุกวัน อย่างข้าวของในครัวเรือน สินค้า House Brand และแบรนด์ทางเลือกคุณภาพดีจากห้างกว่า 5,000 รายการ จะวางขายทั่วประเทศผ่านช่องทางค้าปลีกต่างๆ เริ่มตั้งแต่เมษายน-พฤษภาคมนี้เลย

เตรียมระดมสินค้าจำเป็นขายราคาประหยัด ช่วยค่าครองชีพช่วงวิกฤต

โครงการนี้มาช่วยตรงจุดมาก เพราะตอนนี้ต้นทุนพลังงานแพง ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับขึ้นตามไปด้วย สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเลยเตรียมระดมสินค้าจำเป็นขายราคาประหยัด เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงของกินของใช้ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินในกระเป๋า นอกจากนี้ยังขยายช่องทางรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ให้ครอบคลุมโมเดิร์นเทรดมากขึ้น สะดวกสุดๆ เลยนะ

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน เราจึงต้องมีมาตรการเร่งด่วน ผ่านการนำสินค้า House Brand และ Second-tier Brand มาขายราคาถูก เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน ลดภาระค่าครองชีพได้จริง

มาตรการ 3 ระยะ เพื่อดูแลค่าครองชีพอย่างยั่งยืน

นอกจาก เตรียมระดมสินค้าจำเป็นขายราคาประหยัด แล้ว สมาคมฯ ยังเสนอมาตรการ 3 ระยะแบบเป็นระบบ เพื่อรับมือทั้งระยะสั้น กลาง ยาว ดังนี้

  • ระยะสั้น (60 วันแรก) – ประคองราคา: ตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐ-เอกชน จากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน สมาคมผู้ค้าปลีกและผู้ค้าส่งไทย ประชุมเดือนละ 2 ครั้ง ติดตามราคาพลังงาน ต้นทุนขนส่ง สต็อกสินค้า กำหนดตะกร้าสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ให้ทุกคนซื้อได้ง่าย
  • ระยะกลาง (60 วัน – 12 เดือน) – ลดต้นทุน: จัดกลุ่มสินค้าชัดเจน แยกสินค้าจำเป็นสูง สินค้าทดแทนได้ และสินค้าทั่วไป สนับสนุนโลจิสติกส์ให้ถึงต่างจังหวัด ทุกพื้นที่เข้าถึงสินค้าราคาดีได้ทั่วถึง
  • ระยะยาว (1-3 ปี) – ปรับโครงสร้าง: ยกระดับระบบค้าปลีกและโลจิสติกส์ พัฒนาเครือข่ายกระจายสินค้า ส่งเสริมพลังงานทางเลือก ลดความเสี่ยงจากราคาพลังงานผันผวน

เห็นไหมว่ามีการวางแผนครบถ้วน ไม่ใช่แค่ขายถูกชั่วคราว แต่สร้างความยั่งยืนให้ระบบการค้าของไทย สมาคมยืนยันว่ามีสต็อกสินค้าพอ ไม่ต้องกลัวขาดแคลน เพราะห่วงโซ่อุปทานแข็งแกร่งตั้งแต่ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ ไปจนถึงโลจิสติกส์

ในฐานะคนไทย เราควรสนับสนุนโครงการนี้กันนะ ร้านค้าปลีกใกล้บ้านคุณน่าจะมีส่วนร่วม ลองไปเช็คราคาสินค้าจำเป็นดู สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และช่วยเศรษฐกิจเดินหน้าต่อ

สุดท้ายนี้ โครงการ เตรียมระดมสินค้าจำเป็นขายราคาประหยัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนช่วงวิกฤต หากรัฐและเอกชนร่วมมือกันแบบนี้ต่อไป ค่าครองชีพเราจะคลายลงแน่นอน คุณคิดเห็นยังไง ลองแชร์ประสบการณ์ช้อปปิ้งราคาถูกในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – เตรียมระดมสินค้าจำเป็นขายราคาประหยัด ช่วยค่าครองชีพช่วงสงครามตะวันออกกลาง

พบโครงกระดูกปริศนาในโบสถ์ดัตช์ คาดเป็น “ดาร์ตาญัง”

คุณเคยหลงใหลในเรื่องราวของ สามทหารเสือ จากนิยายของอเล็กซองดร์ ดูมาส์ไหม? วันนี้มีข่าวสุดปังที่ทำให้แฟนประวัติศาสตร์และนิยายต้องตื่นเต้น! พบโครงกระดูกปริศนาในโบสถ์ดัตช์ คาดเป็น “ดาร์ตาญัง” ทหารเสือฝรั่งเศสในตำนานจริง ๆ นักโบราณคดีเนเธอร์แลนด์กำลังเร่งตรวจดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันตัวตนของชาร์ล เดอ บัตซ์ เดอ กัสแตลมอร์ หรือที่เรารู้จักในชื่อดาร์ตาญัง หลังขุดพบโครงกระดูกใต้แท่นบูชาโบสถ์เซนต์ปีเตอร์แอนด์พอล ในเมืองมาสทริชท์

พบโครงกระดูกปริศนาในโบสถ์ดัตช์ คาดเป็น “ดาร์ตาญัง” ทหารเสือผู้กล้า

เรื่องราวเริ่มต้นแบบบังเอิญสุด ๆ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พื้นโบสถ์ทรุดตัวลง ทำให้คนงานเจอหลุมศพใต้แผ่นกระเบื้องทันที! เจ้าหน้าที่โบสถ์และนักโบราณคดีรีบเข้ามาตรวจสอบ พบโครงกระดูกมนุษย์ชายวัยกลางคน พร้อมเบาะแสหลายอย่างที่ชี้ไปยังดาร์ตาญัง ตอนนี้ทีมกำลังสกัดดีเอ็นเอจากกระดูกขากรรไกร เพื่อเปรียบเทียบกับทายาทรุ่นปัจจุบัน ถ้าผลออกมาเป็นบวก จะปิดฉากการตามหาศพหายสาบสูญนานกว่า 350 ปีเลยนะ

ดาร์ตาญังคือใคร? จากนิยายสู่ประวัติศาสตร์จริง

หลายคนรู้จักดาร์ตาญังจากนิยาย The Three Musketeers (สามทหารเสือ) ที่ตีพิมพ์ปี 1844 แต่เชื่อไหมว่าเขามีตัวตนจริง! ชาร์ล เดอ บัตซ์ เดอ กัสแตลมอร์ เกิดปี 1611 ในกัสโกน ฝรั่งเศส เขาเข้ารับราชการทหารตั้งแต่อายุ 20 ต้น ๆ และไต่เต้าจนเป็นกัปตัน-เลขาธิการกองทหารเสือของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ดาร์ตาญังมีชื่อเสียงจากความกล้าหาญและความจงรักภักดีต่อกษัตริย์

จุดจบของเขาคือสนามรบปิดล้อมเมืองมาสทริชท์ ในสงครามฝรั่งเศส-ดัตช์ ปี 1673 วันที่ 25 มิถุนายน เขาถูกยิงเข้าลำคอด้วยปืนมัสเก็ตขณะนำทัพบุกประตูเมือง ร่างถูกฝังด่วน ๆ ในบริเวณใกล้เคียงเพราะอากาศร้อนจัด ส่งกลับปารีสไม่ได้ จนกลายเป็นปริศนามานาน

เบาะแสสุดน่าทึ่งที่ทำให้เชื่อว่าเป็นดาร์ตาญังจริง

  • สถานที่ฝัง: โบสถ์เซนต์ปีเตอร์แอนด์พอลอยู่ใกล้จุดที่กองทัพฝรั่งเศสตั้งค่ายพักแรมในปี 1673 พอดี
  • ของที่พบในหลุม: เหรียญกษาปณ์ปี 1660 (สมัยหลุยส์ที่ 14) และเศษลูกกระสุนตะกั่วจากปืนมัสเก็ต แมตช์กับอาวุธที่ใช้ในสมรภูมิ
  • ตำแหน่งฝังศพ: ใต้แท่นบูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สุด จดหมายเก่าบันทึกว่าดาร์ตาญังถูกฝังใน ‘พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์’
  • โครงสร้างกระดูก: ชายวัยประมาณ 60 ปี สูงโปร่ง แมตช์กับคำบรรยายของดาร์ตาญังตอนเสียชีวิต

วิม ไดจ์กมัน นักโบราณคดีหลักของโครงการ บอกว่า “เบาะแสทั้งหมดชี้ไปทางเดียวกัน มีโอกาสสูงมาก” ยอส วาลก์ สังฆานุกรโบสถ์เสริมว่า “เราตื่นเต้นมาก รอผลดีเอ็นเอเท่านั้น ถ้าใช่ จะเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์ยุโรป”

ทำไมการค้นพบนี้ถึงสำคัญ?

พบโครงกระดูกปริศนาในโบสถ์ดัตช์ คาดเป็น “ดาร์ตาญัง” ไม่ใช่แค่ข่าวเก๋ ๆ แต่เป็นสะพานเชื่อมนิยายกับความจริง ทำให้เราย้อนดูวีรบุรุษจริงที่สร้างแรงบันดาลใจให้วรรณกรรมชิ้นเอก สงครามฝรั่งเศส-ดัตช์เป็นจุดเปลี่ยนของยุโรป การยืนยันศพนี้จะช่วยนักประวัติศาสตร์ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทหารเสือและยุทธวิธีสมัยนั้น แถมยังดึงดูดนักท่องเที่ยวไปมาสทริชท์ โบสถ์นี้อาจกลายเป็นจุดเช็คอินใหม่!

นอกจากนี้ ยังจุดประกายให้คนรุ่นใหม่สนใจประวัติศาสตร์มากขึ้น ในยุคที่หนังสือและหนังสือการ์ตูนยังคงฮิต การพิสูจน์ว่าตัวละครอย่างดาร์ตาญังมีจริง จะทำให้เด็ก ๆ อ่านหนังสือเก่า ๆ เพิ่ม ลองนึกภาพพิพิธภัณฑ์ดาร์ตาญังในโบสถ์นี้สิ สุดยอดไปเลย

ส่วนตัวผมคิดว่ามันโรแมนติกมาก ทหารเสือผู้กล้าที่หายไป 350 ปี กลับมาพบในโบสถ์เก่าแก่ ถ้าผลดีเอ็นเอยืนยัน คุณจะรู้สึกยังไง? มาคุยกันในคอมเมนต์เลย! ติดตามข่าวอัปเดตการตรวจ DNA ได้ที่นี่นะ หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนที่ชอบสามทหารเสือ รับรองฮือฮาแน่นอน

ที่มา – พบโครงกระดูกปริศนาในโบสถ์ดัตช์ คาดอาจเป็น “ดาร์ตาญัง” ทหารเสือฝรั่งเศสในตำนาน

สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน

สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน ค่าไฟจ่อขึ้นรับสงกรานต์! วิกฤติพลังงานกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ซ้ำเติมประชาชนไทย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังใกล้เข้ามา รัฐบาลถูกวิจารณ์หนักจากสมาชิกวุฒิสภาที่ออกมาแฉพฤติกรรมไม่โปร่งใสของผู้ประกอบการน้ำมันบางราย

สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน ค่าไฟจ่อขึ้นรับสงกรานต์

ในวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. และประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้แถลงข่าวอย่างดุเดือด โดยชี้ว่าการขาดแคลนน้ำมันที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะประชาชนตื่นตระหนกอย่างที่กรมธุรกิจพลังงานอ้าง แต่มีพิรุธชัดเจนจากการลดโควตาน้ำมันที่ปั๊มหลายแห่ง

ข้อมูลจากกรรมาธิการฯ พบว่าปั๊มน้ำมันจำนวนมากถูกลดปริมาณน้ำมันส่งมา ทำให้เกิดการกักตุนที่ต้นทางคือโรงกลั่น รัฐบาลตรวจสอบแค่ปลายทางแต่ไม่กล้าแตะโรงกลั่น สว. จึงเตรียมทำหนังสือจี้ขอข้อมูลทั้งระบบ เพื่อหาความจริงว่าน้ำมันหายไปไหน และใครคือผู้รับผิดชอบ

ผลกระทบลูกโซ่: ค่าไฟพุ่ง – สินค้าของแพงรับสงกรานต์

สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน ค่าไฟจ่อขึ้นรับสงกรานต์ ไม่ใช่แค่น้ำมันเท่านั้น แต่ราคาน้ำมันที่ขึ้น 6-8 บาทต่อลิตร จะลามไปยังค่าไฟฟ้าอย่างแน่นอน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รายงานต้นทุนก๊าซ LNG พุ่งจาก 13 ดอลลาร์เป็น 25 ดอลลาร์ต่อล้าน BTU ส่งผลให้แบกหนี้กว่า 30,000 ล้านบาท คาดการณ์เดือนพฤษภาคม 2569 ค่าไฟจะขึ้นอย่างน้อย 50-60 สตางค์ต่อหน่วย

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยอมรับว่าสามารถตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคได้ถึงแค่มกราคม-เมษายนเท่านั้น หลังสงกรานต์ ประชาชนต้องเผชิญภาวะเงินเฟ้อทั้งระบบ สินค้าจำเป็นอย่างข้าวสาร เนื้อสัตว์ และน้ำมันทำอาหารจะแพงขึ้นตาม

  • น้ำมันดีเซลขึ้น 8 บาท: ช็อกเศรษฐกิจทันที ส่งผลกระทบขนส่ง ค่าอาหาร ค่าน้ำมันรถ
  • ค่าไฟขึ้น 0.50-0.60 บาท/หน่วย: ครัวเรือนและโรงงานเดือดร้อน
  • สินค้าอุปโภค: หลังสงกรานต์ ราคาแตกกระจาย

ข้อเสนอแนะจาก สว. เพื่อแก้ปัญหา

กรรมาธิการฯ มีข้อเสนอชัดเจนให้รัฐบาลเร่งใช้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ดึงกำไรส่วนเกินจาก ค่าการกลั่น ที่พุ่งจาก 2 บาทเป็น 6 บาทต่อลิตร รวมถึงกำไรจากสต๊อกน้ำมันเก่าที่ซื้อมาราคาถูกแต่ขายราคาใหม่ นอกจากนี้ต้องยกเลิกราคาอ้างอิงสิงคโปร์ที่บวกค่าขนส่ง phantom ทำให้คนไทยเสียเงินฟรีปีละ 36,000 ล้านบาท ทั้งที่น้ำมันกลั่นในไทยเอง

นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ สว. ประธานอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุด้วยอารมณ์เดือดว่านายกรัฐมนตรีควรแสดงพัฒนาการแก้ปัญหาดีกว่านี้ การอ้างไม่มีอำนาจตรวจสต๊อกคือข้อแก้ตัวที่ยอมรับไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามตรวจเพื่อปกป้องประชาชน

วิกฤตินี้สะท้อนปัญหาการกำกับดูแลพลังงานที่อ่อนแอ ผู้ประกอบการ “ไอ้โม่ง” ใช้โอกาสสงครามโลกกินส่วนต่างกำไรพุงกาง ขณะประชาชนต้องแบกรับภาระ สว. จึงเรียกร้องให้รัฐเปิดข้อมูลโปร่งใสและลงโทษผู้กระทำผิดทันที

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐต้องปฏิรูประบบพลังงานด่วน ประชาชนควรรวมตัวเรียกร้องสิทธิ์ผ่านสื่อโซเชียลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบอีก คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ทราบ เพื่อสร้างกระแสเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน ค่าไฟจ่อขึ้นรับสงกรานต์

สิ่งที่ต้องจับตาในเพลย์ออฟฟุตบอลโลก

สิ่งที่ต้องจับตาในเพลย์ออฟฟุตบอลโลก

เพลย์ออฟฟุตบอลโลกเริ่มต้นขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ โดยมี 4 ที่ว่างจากทีมยุโรปสำหรับทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อนที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

เวลส์จะเป็นเจ้าภาพบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่ไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์จะลงเล่นที่อิตาลีและเช็กตามลำดับ

เพลย์ออฟนี้ประกอบด้วย 16 ทีม ได้แก่ 12 ทีมที่จบรองแชมป์กลุ่มรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก และ 4 ทีมที่ดีที่สุดจากกลุ่มผู้ชนะในเนชันส์ลีกที่พลาดจากการคัดเลือก

มี 4 เส้นทางเพลย์ออฟ แต่ละเส้นทางมี 4 ทีม รอบรองและชิงชนะเลิศแข่งแบบเหย้าออกนอกบ้านเดียว

สิ่งที่ต้องจับตาในเพลย์ออฟฟุตบอลโลก: ไอร์แลนด์เหนืออาจเจอเวลส์ในรอบชิง

ไอร์แลนด์เหนือครั้งสุดท้ายที่ไปฟุตบอลโลกคือปี 1986 ที่เม็กซิโก หากพวกเขาชนะอิตาลี ซึ่งไม่เคยชนะมาตั้งแต่ปี 1958 พวกเขาอาจเจอเวลส์ในรอบชิง

เกมจะเล่นที่สนามเหย้าของอตาลันต้าที่เบอร์กาโม ผู้จัดการทีมไมเคิล โอนีลล์บอกว่าสนามนี้เหมาะกับทีมเขามากกว่าสนามดังอย่างซาน ซิโร่ของมิลานหรือสตาดิโอ โอลิมปิโกในโรม

เวลส์เป็นเจ้าภาพบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาที่สนามคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม เพื่อลุ้นไปฟุตบอลโลกติดต่อกันครั้งที่สอง แม้จะไม่เคยชนะบอสเนียทั้ง 4 นัดที่เจอกันมาก่อน

เครก เบลลามี ผู้จัดการเวลส์ บรรยายบอสเนียว่า “เป็นสัตว์ร้ายที่แตกต่าง” หากทั้งสองทีมชนะ พวกเขาจะเจอกันในรอบชิงที่เวลส์

สวีเดนทีมดาวดังภายใต้พอตเตอร์จะก้าวหน้าหรือไม่

อเล็กซานเดอร์ อิซัก, วิคตอร์ ยูเครส และแอนโธนี่ เอลังก้า สวีเดนเต็มไปด้วยดาวดัง แต่เสี่ยงพลาดฟุตบอลโลก พวกเขาจบรองก๊วนในกลุ่มคัดเลือก แต่ได้เพลย์ออฟจากการชนะกลุ่มเนชันส์ลีก

ทีมของเกรแฮม พอตเตอร์จะไปวาเลนเซีย เจ้าบ้านยูเครนแบบสนามกลางเนื่องจากสงครามในยูเครน หลังจากล้มเหลวกับเชลซีและเวสต์แฮม พอตเตอร์กลับมาที่สวีเดนที่เขาเคยประสบความสำเร็จครั้งแรก

พอตเตอร์คุมเออสเตอร์ซุนด์ส เอฟเค ระหว่าง 2011-2018 นำทีมคว้าแชมป์คัพสวีเดนครั้งแรกในปี 2017 แต่ตั้งแต่เข้ามาคุมทีมชาติ สวีเดนยังไม่ชนะ แพ้สวิตเซอร์แลนด์ 1-4 และเสมอสโลวีเนีย 1-1

พอตเตอร์ไม่มีอิซัคเพราะเจ็บขาหัก แต่ผู้จัดการลิเวอร์พูล อาร์นี สล็อต บอกว่านักเตะอาจหายทันปลายมีนาคมหรือต้นเมษายน

สิ่งที่ต้องจับตาในเพลย์ออฟฟุตบอลโลกกับอิตาลี

นับ 12 ปีแล้วที่อิตาลีไปฟุตบอลโลกครั้งสุดท้าย ชะตากรรมฤดูร้อนนี้ขึ้นกับเจนนาโร กัตตูโซ่ พวกเขาชนะ 6 จาก 8 นัดคัดเลือกสุดท้าย แต่กัตตูโซ่ไม่พอใจที่ต้องเล่นเพลย์ออฟสองนัด

“สมัยผม รองแชมป์ที่ดีที่สุดไปบอลโลกตรงๆ ตอนนี้กฎเปลี่ยน” อดีตมิดฟิลด์ที่ลง 73 นัดและแชมป์ 2006 บอก หากแพ้ไอร์แลนด์เหนือ เก้าอี้อาจสั่นคลอน

เจมส์ ฮอร์นแคสเซิล นักข่าวฟุตบอลอิตาลีบอกว่า “ครั้งแรกเรียก apocalyptic ครั้งนี้ไม่รู้เป็น apocalypse ระลอกไหนแล้ว”

เลวานดอฟสกี้ลาเวิลด์คัพ?

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ วัย 37 หวังไปฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 กับโปแลนด์ที่เจอแอลเบเนียในรอบรองเหย้า เขาลง 163 นัด ยิง 88 ประตู สูงสุดตลอดกาล

โปแลนด์ไม่แพ้ 6 นัดติด แอลเบเนียแพ้แค่ 2 จาก 10 นัดล่าสุด (ทั้งคู่กับอังกฤษ) เลวานดอฟสกี้ 7 นัดล่าสุดยิง 3 เติม 4 แอสซิสต์ ดาวยิงบาร์ซ่ายิง 1 ประตูเดียวในบอลโลกกับซาอุฯ ในกาตาร์ 2022

ผู้ชนะโปแลนด์-แอลเบเนียจะไปเยือนผู้ชนะสวีเดน-ยูเครน

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ต้องจับตาในเพลย์ออฟฟุตบอลโลกครั้งนี้คือทีมรองบ่อนอย่างไอร์แลนด์เหนือที่อาจสร้างปาฏิหาริย์ และดราม่าของอิตาลีที่เสี่ยงพลาดคอขวดอีกครั้ง ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร การแข่งขันเหล่านี้จะจุดไฟให้แฟนบอลทั่วโลก ติดตามอัพเดทและคาดการณ์ผลได้ที่บล็อกของเรา คุณคิดทีมไหนจะคว้าตั๋วไปเวิลด์คัพ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน

พรรคประชาธิปัตย์ออกโรงวิจารณ์รัฐบาลอย่างหนัก กรณีประกาศขึ้นราคาน้ำมันแบบกะทันหัน 6 บาทต่อลิตร ในช่วงดึกหลังสภาฯปิดประชุม ชี้เป็นการลักไก่ผลักภาระให้ประชาชนแบกหนักโดยไม่มียุทธศาสตร์ชัดเจน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วประเทศ

ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้า น.ส.การดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมพูดคุยในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาลที่ประกาศขึ้นราคาน้ำมันก๊าดแก็สโซฮอล์และดีเซล 6 บาทต่อลิตรแบบไม่ทันตั้งตัว โดยทำในช่วงดึกประมาณ 22.00-23.00 น. หลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง

นายอภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า การประกาศขึ้นราคาในเวลาดังกล่าวอาจเป็นการจงใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูก ส.ส. ตรวจสอบหรือซักถามในสภา ซึ่งขัดหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่รัฐมนตรีควรแถลงชี้แจงต่อสาธารณะและสภาโดยตรง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่โปร่งใส

3 ประเด็นหลักที่ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สรุปความล้มเหลวของรัฐบาลในวิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้ไว้เป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

  • ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์: รัฐบาลไม่มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะตรึงราคาน้ำมันไว้เท่าใด หรือจนกว่าราคาตลาดโลกจะปรับตัว ส่งผลให้ภาคเอกชนและประชาชนวางแผนชีวิตไม่ได้
  • ผลักภาระประชาชนฝ่ายเดียว: ไม่ขอความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมันให้ส่งเงินค่าการกลั่นที่สูงขึ้น (ลาภลอย) เข้ากองทุนน้ำมัน หรือลดภาษีสรรพสามิต แต่ปล่อยให้ราคาดีเซลพุ่งสูงทันที
  • มาตรการช่วยเหลือล่าช้า: ถึงมีแผนช่วยเหลือ 5 กลุ่มเป้าหมาย แต่ยังไม่บังคับใช้ ขณะที่ราคาน้ำมันขึ้นไปแล้ว ควรทำควบคู่กัน
ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังอ้างอภิปรายของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่ชี้ข้อมูลย้อนแย้ง ภาครัฐบอกน้ำมันสำรองพอ แต่ปั๊มขาดแคลน สะท้อนการกักตุนโดย “ไอ้โม่ง” การขึ้นราคา 6 บาทรวดจึงเหมือน “ปล่อยผีไอ้โม่ง” ให้ปล่อยน้ำมันออกมาขายหลังราคาขึ้นตามที่ต้องการ

“การขึ้นราคาทีเดียว 6 บาทเมื่อคืนนี้ เปรียบเสมือนการปล่อยผีไอ้โม่ง เพราะก่อนหน้านี้มีการกักตุนน้ำมันไว้เนื่องจากราคาไม่สะท้อนความเป็นจริง แต่พอราคาขยับขึ้นมาแบบนี้ก็ไม่มีใครไปตามจับไอ้โม่งแล้ว” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายกรณ์ จาติกวณิช เสริมว่า สาเหตุน้ำมันขาดแคลนมาจากรัฐบาลค้างชำระเงินชดเชยโรงกลั่นกว่า 20,000 ล้านบาท เพราะกองทุนน้ำมันยังกู้เงินไม่ได้ โรงกลั่นจึงขาดสภาพคล่อง ถ้าปล่อยราคาตลาดจริง ราคาอาจพุ่งอีก 10 บาทต่อลิตร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยงบกองทุนน้ำมันให้โปร่งใส

การกระทำของรัฐบาลครั้งนี้ไม่เพียงสร้างภาระค่าครองชีพให้ประชาชนเพิ่มขึ้น แต่ยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย เนื่องจากขาดการรับผิดชอบต่อสภา ในอนาคต รัฐบาลควรมีแผนรับมือราคาน้ำมันระยะยาว เช่น เพิ่มการสำรองน้ำมัน ลดการพึ่งพานำเข้า และกระจายภาระอย่างเป็นธรรม

สุดท้ายแล้ว ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าประชาชนต้องติดตามนโยบายอย่างใกล้ชิด คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆ ทราบ!

ที่มา – ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน จงใจขึ้นหลังปิดสภาฯ หรือไม่

เกาหลีใต้ไฟเขียวนำเข้าน้ำมันรัสเซียหลังสหรัฐผ่อนคว่ำบาตร

ในสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานโลกที่กำลังรุนแรงขึ้น เกาหลีใต้ไฟเขียวนำเข้าน้ำมันรัสเซีย หลังสหรัฐผ่อนคว่ำบาตร ถือเป็นข่าวสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับตัวของนโยบายระหว่างประเทศ รัฐบาลเกาหลีใต้ยืนยันว่าได้รับอนุญาตจากสหรัฐอเมริกาให้สามารถนำเข้าพลังงานบางส่วนจากรัสเซียได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน เพื่อบรรเทาความกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง

เกาหลีใต้ไฟเขียวนำเข้าน้ำมันรัสเซีย หลังสหรัฐผ่อนคว่ำบาตร

ยัง กีอุก เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่าสหรัฐได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียชั่วคราว ก่อนหน้านี้มีการหารืออย่างละเอียดระหว่างกรุงโซลและวอชิงตัน เพื่อเคลียร์ข้อสงสัยและความไม่ชัดเจนในนโยบายดังกล่าว

ผลจากการเจรจา เกาหลีใต้สามารถดำเนินการซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์พลังงานจากรัสเซียได้ โดยมีเงื่อนไขหลักคือต้องชำระเงินด้วยสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ และจะไม่ถูกบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรรอง (secondary sanctions) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายให้กับบริษัทเอกชนในเกาหลีใต้

เงื่อนไขสำคัญในการนำเข้าพลังงานรัสเซีย

  • การชำระเงินด้วยสกุลเงินอื่น: ห้ามใช้ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงกับระบบการเงินอเมริกัน
  • ไม่ถูกคว่ำบาตรรอง: สหรัฐรับประกันว่าจะไม่ลงโทษบริษัทเกาหลีใต้ที่เข้าร่วม
  • จำกัดปริมาณชั่วคราว: เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตราคาน้ำมันโลกที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
  • การตรวจสอบความโปร่งใส: ต้องรายงานรายละเอียดการค้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามควบคุมราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยก่อนหน้านี้สหรัฐได้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียหลายร้อยล้านบาร์เรลแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาพุ่งสูงกระทบเศรษฐกิจสหรัฐและพันธมิตร

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้และตลาดโลก

เกาหลีใต้ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมด จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการตัดสินใจนี้ เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่มีราคาถูกกว่าแหล่งอื่นในช่วงวิกฤต นอกจากนี้ ยังช่วยลดแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจหลัก

บนเวทีโลก การผ่อนคลายคว่ำบาตรนี้อาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น หรืออินเดีย หันไปหาพลังงานรัสเซียมากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มปรับตัวลงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามาตรการชั่วคราวนี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคต หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ

จากข้อมูลสถิติ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงวิกฤต ซึ่งกระทบผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศนำเข้า净 เกาหลีใต้คาดว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันล้านดอลลาร์ หากนำเข้ารัสเซียได้อย่างต่อเนื่อง

อนาคตของนโยบายพลังงานโลก

การตัดสินใจ เกาหลีใต้ไฟเขียวนำเข้าน้ำมันรัสเซีย หลังสหรัฐผ่อนคว่ำบาตร แสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคงพลังงาน ในยุคที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-รัสเซียรุนแรง รัฐบาลต่างๆ ต้องหาทางออกที่ยั่งยืน เช่น การเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนหรือกระจายแหล่งนำเข้า

สำหรับผู้อ่านที่สนใจ เราคิดว่านี่เป็นโอกาสให้ไทยติดตามและปรับนโยบายพลังงานของตัวเอง โดยเฉพาะการเจรจากับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากวิกฤตโลก สุดท้ายแล้ว การเมืองระหว่างประเทศมักกำหนดทิศทางราคาพลังงาน หากคุณมีมุมมองอย่างไร ชวนแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ เกี่ยวกับพัฒนาการสำคัญนี้!

ที่มา – เกาหลีใต้ไฟเขียวนำเข้าน้ำมันรัสเซีย หลังสหรัฐผ่อนคว่ำบาตร หวังคุมวิกฤตราคาพลังงาน

เมลาเนีย ทรัมป์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เปิดงานทำเนียบขาว

เมลาเนีย ทรัมป์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ กลายเป็นภาพที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐฯ ควงหุ่นยนต์สุดล้ำอย่าง Figure 3 มาอยู่เคียงข้างกันในการเปิดงานที่ทำเนียบขาว โครงการนี้ไม่ใช่แค่โชว์เทคโนโลยี แต่ยังเสนอแนวคิดปฏิวัติการศึกษา “ครูหุ่นยนต์” ที่จะเปลี่ยนอนาคตของเด็กๆ ทั่วโลกให้ก้าวทันยุค AI อย่างแท้จริง

เมลาเนีย ทรัมป์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์: ไฮไลต์สุดประทับใจ

ในวันที่สองของโครงการ “Fostering the Future Together” ณ ทำเนียบขาว นางเมลาเนีย ทรัมป์ ได้ปรากฏตัวพร้อมกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Figure 3 จากบริษัท Figure AI ในแคลิฟอร์เนีย หุ่นยนต์ตัวนี้ไม่ธรรมดาเลยนะครับ มันสามารถพูดได้ถึง 11 ภาษา กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานจากกว่า 40 ประเทศอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังออกแบบมาเพื่อช่วยงานบ้านอย่างซักผ้า ล้างจาน ทำความสะอาด ทำให้เมลาเนีย ทรัมป์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ กลายเป็นคู่หูที่ลงตัวสุดๆ

งานนี้มีคู่สมรสผู้นำชื่อดังมาร่วมเสวนาโต๊ะกลมด้วย เช่น นางโอเลนา เซเลนสกา จากยูเครน, นางบริจิตต์ มาครง จากฝรั่งเศส และนางซารา เนทันยาฮู จากอิสราเอล ทุกคนมองว่า การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาในชีวิตประจำวันแบบนี้ จะช่วยให้เยาวชนทั่วโลกเข้าถึงการศึกษาที่ดีขึ้น

แนวคิด “ครูหุ่นยนต์” สุดล้ำจากเมลาเนีย

ไฮไลต์ที่ทุกคนพูดถึงคือแนวคิด “ครูหุ่นยนต์” ที่เมลาเนียเสนอขึ้น เธอจินตนาการถึงหุ่นยนต์ชื่อ Plato ที่สอนวิชาคลาสสิก วรรณกรรม และวิทยาศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ ไม่เคยเหนื่อย ไม่เคยหงุดหงิด ช่วยให้เด็กๆ มีเวลามากขึ้นไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น วาดรูป เล่นดนตรี หรือเล่นกีฬา แทนที่จะนั่งท่องหนังสือทั้งวัน

แนวคิดนี้ตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังครองทุกวงการ เมลาเนีย ทรัมป์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จึงไม่ใช่แค่การแสดง แต่เป็นการจุดประกายให้ทุกประเทศหันมาลงทุนด้านการศึกษาดิจิทัล

โครงการ Fostering the Future Together มุ่งสู่อนาคตดิจิทัล

โครงการนี้เน้นสร้างทักษะดิจิทัลและ AI ให้เด็กๆ โดยเมลาเนียเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมมือกัน ทั้งการวิจัย สร้างพันธมิตร และจัดประชุมระดับภูมิภาค เธอยังชูแนวทางหลักๆ เช่น พัฒนาหลักสูตรที่เข้ากับโลกดิจิทัล สนับสนุนกฎหมายเทคโนโลยีการศึกษา และดึงยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Google, OpenAI มาช่วยวางรากฐาน

ประเด็นสำคัญ 4 ด้านที่งานนี้โฟกัส ได้แก่:

  • การใช้ AI ในการศึกษา: ทำให้การเรียนสนุกและ personalize ตามแต่ละคน
  • เครื่องมือเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้: แอปและแพลตฟอร์มที่ช่วยเสริมทักษะ
  • ความฉลาดทางดิจิทัล: สอนเด็กให้ใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย
  • ความปลอดภัยบนโลกออนไลน์: ป้องกันภัยร้ายจากอินเทอร์เน็ต

เมลาเนียกล่าวปิดท้ายว่า “ขอให้เราช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ สร้างแพลตฟอร์มใหม่ อุตสาหกรรมใหม่ และยกระดับทุกภาคส่วน ตั้งแต่สื่อ แฟชั่น สาธารณสุข ไปจนถึงความมั่นคง” คำพูดนี้สร้างแรงฮึดให้ทุกคนมุ่งสร้างอนาคตไปด้วยกัน

ในมุมมองของผม แนวคิดเมลาเนีย ทรัมป์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ นี้มีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่กำลังก้าวสู่ Thailand 4.0 ถ้าเรานำครูหุ่นยนต์มาใช้ จะช่วยลดช่องว่างการศึกษาในชนบทได้ดี ลองนึกภาพเด็กบ้านนอกมีครู AI สอนคณิตศาสตร์ 24 ชม. มันจะเปลี่ยนสังคมได้จริงๆ

คุณล่ะ คิดอย่างไรกับ “ครูหุ่นยนต์”? มันจะมาแทนที่ครูมนุษย์ได้ไหม หรือเป็นเครื่องมือเสริม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข่าวล่าสุดด้าน AI กันนะครับ!

ที่มา – “เมลาเนีย ทรัมป์” ควงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เปิดงานทำเนียบขาว เสนอแนวคิด “ครูหุ่นยนต์”

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยไทยกลับ 1,499 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีอัพเดทสถานการณ์ร้อนๆ จากตะวันออกกลางมาฝากกันอีกแล้วนะครับ โดยเฉพาะ ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง แบบนี้ รัฐบาลไทยยังคงเร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ ล่าสุดช่วยให้คนไทยกลับบ้านแล้วถึง 1,499 คนเลยทีเดียว! สถานการณ์ยังตึงเครียด สหรัฐฯ เตรียมส่งทหารเพิ่ม อิหร่านก็ปฏิเสธข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ ไปเรียบร้อย มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง แถลงช่วยคนไทย

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง

จากที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงเมื่อตอน 11.05 น. วันที่ 26 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศฯ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงรุนแรงหนัก มีการโจมตีตอบโต้กันไม่หยุด ทั้งคู่ขัดแย้งหลักและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ สหรัฐฯ ยังเตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มเข้าไปเพื่อเสริมปฏิบัติการอีกด้วย เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวคงเห็นภาพชัด สงครามครั้งนี้กระทบหนักมาก

ท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อของสหรัฐฯ

ด้านการเจรจายุติสงคราม สหรัฐฯ ส่งแผน 15 ข้อไปให้อิหร่าน รวมถึงขอเปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร แต่ละอิหร่านปฏิเสธสนิท และยื่นเงื่อนไข 5 ข้อคืน โดยอยากให้โลกยอมรับอำนาจอิหร่านในช่องแคบนั้น โฆษกทำเนียบขาวบอกว่ายังเจรจากันอยู่ แต่เตือนอย่าเชื่อข่าวออนไลน์ทั้งหมด เพราะมีแค่บางส่วนที่จริง ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรงแบบนี้ ความไม่แน่นอนสูงมาก รัฐบาลไทยจึงขอร้องคนไทยรีบออกจากพื้นที่เสี่ยง ดาวน์โหลดแอป TPA Connect ลงทะเบียนกับสถานทูตให้ครบถ้วน ติดตามข่าวจากช่องทางการเท่านั้นนะครับ

อัพเดทช่วยเหลือคนไทยจากตะวันออกกลาง

ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

มาดูความคืบหน้าดีๆ กันครับ:

  • อิหร่าน-โอมาน: ลูกเรือไทย 3 คนบนเรือมยุรีนารี ยังรอคอนเฟิร์มสถานะ ปฏิบัติการร่วมอิหร่าน-โอมานกำลังดำเนินการ พอมีข่าวจะรีบอัพเดท
  • อิสราเอล: ร่างนายชัยวัฒน์ แววเนิน ที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด เดิมจะกลับเช้า 26 มี.ค. แต่เที่ยวบิน LY 085 ของ El Al ถูกยกเลิก สถานทูตเทลอาวีฟประสานใหม่ จะแจ้งวันใหม่เร็วๆ นี้
  • อิหร่าน-ตุรกี: คนไทย 8 คน (นักเรียน+ครอบครัว 7, แรงงาน 1) ข้ามแดนเข้าตุรกีแล้วเมื่อ 25 มี.ค. พักวาน ออกเดินทางเช้า 26 มี.ค. ไปอิสตันบูล ค้างคืน แล้วบินกลับไทยเช้า 28 มี.ค.

รวมทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเหตุ นับคนไทยที่ได้ช่วยออกจากตะวันออกกลางไปไทยหรือประเทศที่สามแล้ว 1,499 คน! รัฐบาลไทยทุ่มสุดตัวจริงๆ ครับ

ในฐานะคนไทยเราควรภูมิใจที่มีรัฐบาลใส่ใจขนาดนี้ สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงแต่การช่วยเหลือคนไทยไม่เคยสะดุด หวังว่าการเจรจาจะสำเร็จเร็วๆ เพื่อความสงบสุขทุกฝ่าย หากคุณหรือคนใกล้ชิดยังอยู่ในพื้นที่ รีบลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตหรือกงสุลใหญ่ทันที ติดตามข่าวจากแหล่ง官方 และปฏิบัติตามคำแนะนำเคร่งครัด จะได้ปลอดภัยกลับบ้านไวๆ นะครับ

ที่มา – ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,499 คน เผยท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อของสหรัฐฯ

“ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจปัญหาน้ำมันสภา

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันกำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วประเทศ ล่าสุด “ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมา

“ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ

วันที่ 26 มีนาคม 2567 ที่สำนักงานพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ได้แถลงข่าวถึงกรณีราคาน้ำมันปรับขึ้นสูงถึง 6 บาทต่อลิตรในช่วงคืนที่ผ่านมา สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนน้ำมันที่ทำให้ประชาชนต้องต่อคิวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน สร้างความทุกข์ร้อนให้กับทุกภาคส่วน

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติด่วนเรื่องนี้แล้ว แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา พรรคประชาชนได้เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยความจริงและแสดงหลักฐานการบริหารจัดการที่โปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ข้อสงสัยผลประโยชน์ทับซ้อนจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นายณัฐพงษ์ชี้ให้เห็นคือ การแต่งตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์ป้องกันโจรกรรมน้ำมัน (ศบก.) โดยอ้างความเชี่ยวชาญ แต่นายณัฐพงษ์ตั้งคำถามว่ารัฐบาลทราบล่วงหน้าการปรับราคาน้ำมันหรือไม่ และนายพิพัฒน์ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน จะทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ “ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ โดยเฉพาะในเวทีสภาที่เป็นกลไกหลักในการตรวจสอบ

  • รัฐบาลอ้างว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ประชาชนต้องรอคิวหลายชั่วโมง
  • จับกุมเฉพาะผู้กักตุนรายย่อย ไม่พบตัวการใหญ่
  • หลีกเลี่ยงการชี้แจงโดยนายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์ในสภา
  • ชี้แจงผ่านสื่อที่รัฐบาลควบคุม แทนเวทีสาธารณะ

วิกฤตความเชื่อมั่นและผลกระทบต่อประชาชน

ที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันว่าน้ำมันไม่เคยขาดแคลน แต่ความเป็นจริงคือประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ขาดแคลน ตำรวจนายจับกุมผู้กระทำผิดรายย่อยเท่านั้น โดยยังไม่สามารถตามหา “ไอ้โม่ง” ตัวใหญ่ได้ สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่ามีผู้ได้ประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแน่นอน การขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรกะทันหัน ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าส่วนต่างราคาจะตกไปถึงใคร และมีการกักตุนล่วงหน้าก่อนขึ้นราคาหรือไม่

ในที่ประชุมสภา พรรคประชาชนพยายามเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ ลุกขึ้นชี้แจงโดยตรง แต่ทั้งสองไม่ปรากฏตัว มีเพียง ส.ส. รัฐบาลบางส่วนตอบแทน สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงวิกฤตความเชื่อมั่นที่ใหญ่กว่าวิกฤตน้ำมันเสียอีก รัฐบาลยังไม่สามารถกอบกู้ใจประชาชนได้ และยังมองไม่เห็นทางออกชัดเจนในการคลี่คลายสถานการณ์

ปัญหาน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ขาดความโปร่งใส การกักตุนน้ำมัน การขึ้นราคาแบบไม่ทันตั้งตัว และการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในสภา ล้วนเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาเชิงระบบที่รัฐบาลต้องแก้ไขโดยด่วน ประชาชนต้องการคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่คำแก้ตัวผ่านสื่อ

จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องปรับปรุงการสื่อสารและการตรวจสอบภายในให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาในอนาคต หากปล่อยไว้ ความเชื่อมั่นของประชาชนจะยิ่งเสื่อมถอย

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความเพื่อให้ข้อมูลนี้แพร่กระจายสู่สาธารณะ เพื่อกดดันให้รัฐบาลโปร่งใสมากขึ้น!

ที่มา – “ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ