วัน: 26 มีนาคม 2026

กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล หลังขึ้นน้ำมัน 6 บาท

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อน ๆ ในวงการการเมืองไทย เมื่อ กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล ครั้งใหญ่ หลังจากที่รัฐบาลแอบประกาศขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท เมื่อคืนวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ออกมาโพสท่าทางไม่ไว้หน้าเลย สุดจัดหนักว่าการทำงานของรัฐบาลนี่แหละคือ “กำปั้นทุบดิน” ไม่รู้จักแก้ปัญหา รู้แต่การกิน!

กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล ไม่รู้จักการแก้ปัญหา

กัณวีร์บอกตรง ๆ ว่าปัญหาพลังงานมันกระทบทุกคนอยู่แล้ว เพราะมาจากวิกฤตโลก ไม่ใช่ปัญหาภายในประเทศ รัฐบาลมีหน้าที่ชะลอและแก้ไขผลกระทบให้ประชาชน ไม่ใช่มานั่งเป็นแค่ “หัวโขน” ฝ่ายบริหารแบบงง ๆ เอาใครมาก็นั่งได้หมด! เขายังย้ำว่าการชนะเลือกตั้งแบบไทย ๆ ที่รวมกลุ่มเก่า ๆ ชนะแบบไม่สะอาด มันไม่ได้แปลว่าบริหารประเทศศตวรรษที่ 21 ได้ดี มีเทคนิครัคส์ ข้อมูลเพียบ แต่สุดท้ายตัดสินใจแบบเดิม ๆ ที่เข้าถึงอำนาจเท่านั้นเอง

กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล หลังแอบขึ้นราคาน้ำมัน

ที่พีคสุดคือการสื่อสารมั่ว ๆ ของรัฐบาล ประกาศตรึงราคาได้ถึงวันไหน มีน้ำมันสำรองเท่าไหร่ ใช้กองทุนช่วยผู้ประกอบการ สุดท้ายประชาชนไม่มั่นใจ เลยตะเกียกตะกายตุนน้ำมัน แต่คนตุนจริง ๆ คือพวกนายทุนใหญ่! ผลคือขึ้นราคา 6 บาท เข้าทางทุกคน นี่แหละสูตรสำเร็จทางการเมือง แสวงหาประโยชน์จากวิกฤตโลก ทำท่าทางแก้ไม่ได้ แต่กินได้สบาย

กัณวีร์ชี้ว่าประชาชนตาสว่างแล้วกับผลเลือกตั้งและการแก้ปัญหาของรัฐบาล Soft Landing ไต่ราคาช้า ๆ ก็ไม่มี timeframe ชัดเจน ภาษีลอยตัวตามราคาโลก targeted timeframe ก็ไม่ได้ รวมถึง พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง 2516 ก็ล้าสมัยไปแล้ว นี่คือการแก้ปัญหาจริง ๆ เหรอ?

  • สื่อสารไร้ทิศทาง ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
  • ไม่ชะลอผลกระทบจากวิกฤตโลกให้ประชาชน
  • ทำงานแบบกำปั้นทุบดิน ไม่มีแผนระยะยาว
  • แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าแก้ปัญหา
  • ขาดความเป็นกลางและอิสรภาพในการตัดสินใจ

ปัญหาน้ำมันแพงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การจัดการของรัฐบาลชุดนี้ทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ ประชาชนต้องแบกรับภาระเพิ่ม โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนรายวัน ค่าน้ำมันขึ้น 6 บาท กระทบค่าครองชีพทั้งระบบ ส่งผลให้ราคาสินค้าทุกอย่างแพงตาม ธุรกิจขนาดเล็กเดือดร้อนหนัก

ในมุมมองของพรรคพลวัต พวกเขามีวิสัยทัศน์ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควรมีนโยบายที่โปร่งใส ชัดเจน เช่น การใช้กองทุนน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนพลังงานทางเลือก ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และสื่อสารให้ประชาชนมั่นใจ

สุดท้ายแล้ว กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าประชาชนต้องการผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่แค่นั่งเก้าอี้ คุณคิดว่าปัญหาน้ำมันแพงจะจบยังไง? รัฐบาลควรปรับตัวยังไงให้ดีขึ้น ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เราอยากฟังมุมมองจากทุกคน!

ที่มา – “กัณวีร์” ซัดแรงรัฐบาล ไม่รู้จักการแก้ ทำงานแบบกำปั้นทุบดิน หลังแอบขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท

ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน ชายแดนไทย-กัมพูชา

ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน แนวชายแดนไทย–กัมพูชา กลายเป็นแนวคิดสุดชาญฉลาดในการปรับยุทธวิธีของหน่วยทหารพรานที่ 12 เพื่อฝ่าวิกฤตนี้ โดยลดการใช้น้ำมันลงอย่างเห็นผล ขณะเดียวกันยังคงคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง สกัด “กองทัพมด” ลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศ

ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน แนวชายแดนไทย–กัมพูชา

สถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับขึ้นลิตรละ 6 บาท สร้างผลกระทบหนักต่อประชาชนและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกองทัพบกที่ต้องปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือ พ.อ.พงศกร เสืองาม ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 (ชค.ทพ.12) หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา สั่งปรับรูปแบบการลาดตระเวนทันที เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2566

โดยมอบหมาย ร.อ.อาคม มงคลนำ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1201 จัดตั้ง “ชุดลาดตระเวนจักรยาน” ใช้จักรยานสองล้อแทนรถจักรยานยนต์ในการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และตั้งจุดตรวจจุดสกัด พื้นที่หลักรอบตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มักเกิดการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงไปกัมพูชาแบบ “กองทัพมด” ผ่านช่องทางธรรมชาติ

วิกฤตน้ำมันแพง บังคับให้ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นประกอบกับปัญหาขาดแคลนในบางพื้นที่ ส่งผลให้หน่วยทหารต้องเร่งลดการใช้เชื้อเพลิง ตามนโยบายรัฐบาลและกองทัพบก การปั่นจักรยานลาดตระเวนไม่เพียงช่วยประหยัดงบประมาณ แต่ยังตอบสนองภารกิจรักษาความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อได้เปรียบของยุทธวิธีทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน

การใช้จักรยานมีจุดเด่นหลายประการที่เหนือกว่ารถยนต์หรือจักรยานยนต์ ดังนี้:

  • เข้าถึงพื้นที่ยากลำบาก: สามารถทะลุซอกซอยแคบ เส้นทางธรรมชาติที่ยานพาหนะใหญ่เข้าไม่ได้
  • เงียบและคล่องตัว: ลดเสียงรบกวน เพิ่มโอกาสตรวจจับผู้กระทำผิดโดยไม่ถูก发觉
  • ประหยัดพลังงาน 100%: ไม่ต้องใช้น้ำมัน ลดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • เสริมสุขภาพกำลังพล: ช่วยให้ทหารฟิตและพร้อมรบมากขึ้น
ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน

นอกจากนี้ ยังบูรณาการกับมาตรการ “ซีลเข้มแนวชายแดน” ของกองทัพภาคที่ 1 ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนและสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท

ประชาชนในพื้นที่ชื่นชมแนวคิดนี้มาก เพราะไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการปรับตัวต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะรักษาอธิปไตยชาติได้เต็มประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังเรียกร้องให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการลักลอบทันที เพื่อความสงบเรียบร้อยยั่งยืน

แนวคิดทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน นี้ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของกองทัพไทยในการรับมือวิกฤตพลังงาน คุณคิดว่าวิธีนี้จะขยายไปยังหน่วยอื่นๆ ได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการประหยัดพลังงานกันเถอะ!

ที่มา – ทหารพราน ปรับยุทธวิธี ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง “ปั่นจักรยานลาดตระเวน” แนวชายแดนไทย–กัมพูชา

ไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร

ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญความยากลำบาก รัฐบาลกลับประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกประเภทพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร สร้างความเดือดร้อนให้กับคนทั้งประเทศ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ออกมาไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรอย่างดุเดือด โดยตั้งคำถามว่า “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขแบบใด” ที่ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระหนักหน่วงแบบนี้

ไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร

วันที่ 26 มีนาคม 2569 ไอติมโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเพจของตัวเอง หลังจากราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินปรับขึ้นสูงสุด 6 บาทต่อลิตร เขาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า การขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีคำตอบชัดเจนในหลายประเด็นสำคัญ เช่น ใครเป็นผู้กักตุนน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เรื่องภาษีลาภลอยยังไม่มีความคืบหน้า มาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ยังไม่เริ่มต้น และที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีไม่เคยชี้แจงในสภาแม้แต่คำเดียวตลอดวัน

สถานการณ์ตอนกลางดึกที่ปั๊มน้ำมันย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ คิวยาวเหยียดนาน 15 นาที แสดงให้เห็นถึงความตื่นตระหนกของประชาชน นอกจากนี้ ไอติมยังตั้งข้อสังเกตว่าทำไมสัปดาห์นี้สภาเปิดประชุมแค่วันเดียว โดยไม่ประชุมวันพฤหัสบดีตามปกติ เหมือนหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจาก ส.ส.

ไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร โดยไม่มีมาตรการช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ก็โพสต์วิจารณ์เช่นกัน โดยเปรียบเทียบว่ารัฐบาลเหมือนปล่อยน้ำจากเขื่อนท่วมบ้านประชาชนโดยไม่ช่วยเหลือ รัฐบาลแถลงมาตรการช่วยเหลือ 5 กลุ่ม แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง

  • กลุ่มเปราะบาง: เติมเงินบัตรสวัสดิการจากงบกลาง แต่ยังไม่อนุมัติทั้งที่เร่งด่วน
  • กลุ่มขนส่ง: รอกระทรวงค้อนรวบรวมข้อมูล กว่าจะเสร็จราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 50 บาท
  • กลุ่มเกษตรกร: ช่วยเรื่องราคาปุ๋ยแทนน้ำมัน แต่ปุ๋ยขึ้นราคาอยู่แล้ว เช่น ปุ๋ย 40-0-0 จาก 1,065 เป็น 1,140 บาท
  • กลุ่มประมง: ใช้ B20 ราคาถูกกว่า 5 บาท แต่ยังไม่มีเรือประมงได้รับจริง
  • กลุ่มผู้รับเหมาและอุตสาหกรรม: ปรับค่า K และซอฟต์โลน แต่ไร้รายละเอียด

การตัดสินใจขึ้นราคาหลังปิดสภา แสดงถึงการหนีการตรวจสอบ รัฐบาลนายอนุทินจัดการวิกฤตโดยไม่มีประชาชนในสมการ ผู้นำที่ดีต้องลดผลกระทบให้ประชาชน ไม่ปล่อยให้เผชิญปัญหาลำพัง

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ ค่าน้ำมันรถ ค่าขนส่งสินค้า สุดท้ายราคาสินค้าทุกอย่างจะแพงขึ้น เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยเดือดร้อนหนัก ประชาชนจำนวนมากต้องปรับลดรายจ่ายเพื่อรับมือ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกักตุนน้ำมันและภาษีนำเข้าน้ำมันที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข หากไม่ทำ วิกฤตจะยิ่งลุกลาม ส.ส.ฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงและออกมาตรการเยียวยาเร่งด่วน

ในมุมมองของเรา การไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรนี้เป็นการสะท้อนความไม่ไว้วางใจจากประชาชน รัฐบาลต้องรับผิดชอบและแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา

คุณคิดอย่างไรกับการขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้? รัฐบาลควรทำอย่างไรเพื่อช่วยประชาชน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงของประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – “ไอติม” ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขแบบใด

ญี่ปุ่นอุ้มประชาชน! ทุ่มงบกดราคาน้ำมัน ร่วงฮวบหลังพุ่งหนัก

ญี่ปุ่นอุ้มประชาชน! ทุ่มงบกดราคาน้ำมัน ร่วงฮวบหลังพุ่งหนัก กลายเป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานทั่วโลกกำลังผันผวนจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาตรการเด็ดขาดเพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินดิ่งลงอย่างน่าตกใจ

ญี่ปุ่นอุ้มประชาชน! ทุ่มงบกดราคาน้ำมัน ร่วงฮวบหลังพุ่งหนัก

หลังจากราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รัฐบาลญี่ปุ่นไม่รอช้า เร่งทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่ออุดหนุนราคา ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศลดลงมาอยู่ที่ 177.70 เยนต่อลิตร จากจุดสูงสุดที่ 190.80 เยนในสัปดาห์ก่อนหน้า ถือเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ ข้อมูลนี้มาจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น

รายละเอียดการลดราคาน้ำมันในญี่ปุ่น

มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูง รัฐบาลตั้งเป้าควบคุมราคาให้ใกล้เคียง 170 เยนต่อลิตร โดยในสัปดาห์นี้ให้เงินอุดหนุนสูงถึง 30.20 เยนต่อลิตร และจะเพิ่มเป็น 48.10 เยนต่อลิตรในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2022

  • น้ำมันเบนซิน: ลดลงเหลือ 177.70 เยน/ลิตร
  • น้ำมันดีเซล: ลดลง 12.40 เยน เหลือ 166 เยน/ลิตร
  • น้ำมันก๊าดครัวเรือน: ลดลง 154 เยน เหลือ 2,620 เยน/18 ลิตร

ผลกระทบเห็นได้ชัดเจนใน 46 จาก 47 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติใช้งบสำรองกว่า 794,800 ล้านเยน เพื่อเป็นกองทุนอุดหนุนพลังงาน โดยตรงจากวิกฤตสงครามอิหร่านที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

ผลกระทบและความยั่งยืนของมาตรการ

แม้มาตรการจะช่วยให้ราคาญี่ปุ่นอุ้มประชาชน ทุ่มงบกดราคาน้ำมันเห็นผลทันที แต่ทางการยังไม่กำหนดวันสิ้นสุดชัดเจน หากหยุดอุดหนุนกะทันหัน ราคาอาจเด้งกลับสูงอีก สร้างภาระให้ประชาชนและเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่กำลังฟื้นตัวจากโควิด

ญี่ปุ่นซึ่งนำเข้าน้ำมันกว่า 90% ของการบริโภค จึงไวต่อความผันผวนราคาโลก มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยครัวเรือนทั่วไป แต่ยังสนับสนุนภาคธุรกิจ เช่น ขนส่งและอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบหนัก หากเปรียบเทียบกับไทย เราอาจเรียนรู้ได้ โดยรัฐบาลไทยก็มีกองทุนน้ำมันเพื่อคลายกดดันราคา

นอกจากนี้ การลงทุนในพลังงานทดแทนอย่างไฟฟ้าและไฮโดรเจนของญี่ปุ่นยังเป็นทางยาวที่ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ประชาชนญี่ปุ่นต่างโล่งใจกับการลดราคาครั้งนี้

สุดท้าย ญี่ปุ่นอุ้มประชาชนด้วยการทุ่มงบกดราคาน้ำมันนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของนโยบายรัฐที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง คุณคิดว่าประเทศไทยควรมีมาตรการคล้ายๆ นี้ไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – ญี่ปุ่นอุ้มประชาชน! ทุ่มงบกดราคาน้ำมัน ร่วงฮวบหลังพุ่งหนัก

ลุ้นรวย ส่องทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ อนุทิน เสี่ยงโชคงวด 1/4/69

ลุ้นรวย ส่องทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ อนุทิน เสี่ยงโชคงวด 1/4/69 เรียกเสียงฮือฮาจากคอหวยทั่วประเทศ! หลังจากที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวยี่ห้อ BYD รุ่น SEALION 7 สีเทาเข้ม ป้ายแดงสด เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐสภาเมื่อวานนี้ (25 มี.ค. 2569) ชาวบ้านที่เห็นต่างพากันส่องเลขทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปเสี่ยงโชคหวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 ตามความเชื่อที่ว่าเลขทะเบียนของคนใหญ่คนโตมักให้โชค

ลุ้นรวย ส่องทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ อนุทิน เสี่ยงโชคงวด 1/4/69

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 25 มี.ค. 2569 เวลา 09.20 น. นายกฯ อนุทิน ขับรถไฟฟ้า BYD SEALION 7 ซึ่งเป็นรถ C-SUV สไตล์สปอร์ตคูเป้ มาที่อาคารรัฐสภา เพื่อเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระสำคัญคือการพิจารณาญัตติด่วนรับมือวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง สุดท้ายช่วงกลางดึก คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ก็มีมติลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกประเภทปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตรในวันนี้ (26 มี.ค. 2569)

ในยามที่ราคาน้ำมันแพงขึ้นแบบนี้ การที่นายกฯ เลือกใช้รถไฟฟ้าส่วนตัว ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า รถ BYD SEALION 7 นี้มีจุดเด่นเรื่องสมรรถนะสูง แบตเตอรี่อึด วิ่งไกลได้กว่า 500 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดีไซน์สปอร์ตหรูหรา สีเทาเข้มดูเท่ 맞้ากับบุคลิกนายกฯ อนุทินที่ดูทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ส่องเลขเด็ดทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ อนุทิน ฎ 9798

สำหรับคอหวยตัวยง เลขทะเบียนป้ายแดง ฎ 9798 คือเลขเด็ดที่ไม่ควรพลาด! เลขท้าย 2 ตัว 98, 3 ตัว 979, 798 หรือตีเป็นคู่ 97-98 ก็ลุ้นได้ นอกจากนี้ ตัวอักษร ฎ ก็เอาไปตีความได้ตามสูตรส่วนตัวของแต่ละคน ความเชื่อเรื่องเลขทะเบียนผู้นำรัฐบาลให้โชคมีมานาน เช่น ทะเบียนรถนายกฯ คนก่อนๆ ที่เคยออกงวดจริงมาแล้วหลายงวด

  • เลขท้าย 2 ตัว: 98, 79
  • เลขท้าย 3 ตัว: 979, 798, 497
  • เลขวิ่งบน-ล่าง: 9, 7, 8
  • เลขกำลังวัน: รวมเลขทะเบียน 9+7+9+8=33 → 3+3=6
  • เลขพิเศษจากวันเกิดนายกฯ อนุทิน: 28 พ.ค. 2503 → 28, 05

นอกจากเลขทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ แล้ว ยังมีกระแสเลขเด็ดอื่นๆ งวดนี้ เช่น เลขจากฝันแม่น้ำหนึ่ง, หวยใบ้บนดิน, หรือเลขจากวัดดังทั่วไทย แต่สำหรับลุ้นรวย ส่องทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ อนุทิน เสี่ยงโชคงวด 1/4/69 นี้ ถือเป็นกระแสแรงที่สุดในขณะนี้ เพราะเป็นเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ จากรัฐสภา

การใช้รถไฟฟ้าของนายกฯ ยังสะท้อนนโยบายรัฐบาลที่ผลักดัน EV ในไทยให้มากขึ้น มีแผนติดตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ ลดภาษีนำเข้า และอุดหนุนผู้ผลิตรถไฟฟ้า BYD เองก็เป็นแบรนด์จีนที่มาแรงในไทย ขายดีอันดับต้นๆ ด้วยราคาคุ้มค่า คุณภาพมาตรฐานสากล

สุดท้ายนี้ คอหวยทุกท่านที่กำลังลุ้นรวย ส่องทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ อนุทิน เสี่ยงโชคงวด 1/4/69 จงเล่นหวยอย่างมีสติ ซื้อถูกกฎหมายเท่านั้นนะครับ เลขเด็ดนี้ ฎ 9798 อาจเป็นของคุณก็ได้! ติดตามอัปเดตเลขเด็ดงวดใหม่ๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเรา อย่าพลาดโอกาสรวยไป

ที่มา – ลุ้นรวย ส่องทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ อนุทิน เสี่ยงโชคงวด 1/4/69

อั้นไม่ไหว! เรือคลองแสนแสบขึ้น 2 บาท

สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งกำลังสร้างผลกระทบต่อระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ อั้นไม่ไหว เรือคลองแสนแสบ ขึ้น 2 บาท ถ้าราคาน้ำมันดีเซลพุ่งไม่หยุด เล็งปรับขึ้นอีก ซึ่งเป็นข่าวร้อนที่ผู้ใช้บริการต้องรู้ทัน บริษัทครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ดำเนินการเรือคลองแสนแสบ ได้ประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ทำให้อัตราใหม่อยู่ที่ 13-23 บาท ตามระยะทาง

อั้นไม่ไหว เรือคลองแสนแสบ ขึ้น 2 บาท ถ้าราคาน้ำมันดีเซลพุ่งไม่หยุด เล็งปรับขึ้นอีก

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ได้แจ้งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซล B7 พุ่งสูงถึง 38.94 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 6 บาทรวดเดียว ส่งผลให้ต้นทุนการเดินเรือระหว่างวัดศรีบุญเรือง-สะพานผ่านฟ้าลีลาศ แพงขึ้นอย่างหนัก ผู้ประกอบการแบกรับไม่ไหว จึงต้องปรับราคาตามกลไกที่กำหนดไว้

การปรับขึ้นครั้งนี้ยังไม่ใช่จุดจบ เพราะบริษัทจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 6 เมษายน 2569 หากราคาน้ำมันยังเกิน 35 บาท อาจต้องขึ้นอีกตามตาราง เช่น ช่วง 35.01-37.00 บาท ขึ้นเพิ่ม 1 บาทต่อระยะ

รายละเอียดอัตราค่าโดยสารเรือคลองแสนแสบใหม่

  • ระยะทางใกล้: จาก 11 บาท เป็น 13 บาท
  • ระยะทางกลาง: จาก 16 บาท เป็น 18 บาท
  • ระยะทางไกล: จาก 21 บาท เป็น 23 บาท
  • ปรับตามราคาน้ำมันดีเซลช่วง 33.01-35.00 บาทต่อลิตร

แม้ราคาจริงจะทะลุ 38.94 บาทแล้ว แต่การปรับ 2 บาทนี้ถือเป็นการบรรเทาเบื้องต้น เพื่อไม่ให้กระทบผู้โดยสารมากเกินไป นายเชาวลิต ย้ำว่า “น้ำมันขึ้น ต้นทุนก็ต้องขึ้น เราให้บริการมา 40 ปี ไม่เคยเจอน้ำมันกระโดดขนาดนี้” และยืนยันว่าหากน้ำมันลง จะลดราคาทันที

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและทางเลือกอื่นๆ

เรือคลองแสนแสบเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนกรุงที่ต้องการหลีกเลี่ยงรถติด โดยเฉพาะเส้นทางจากบางน้ำผึ้ง ผ่านประตูน้ำ ไปยังราชดำเนิน แต่ด้วยค่าโดยสารที่สูงขึ้น ผู้โดยสารอาจหันไปใช้ขนส่งอื่น เช่น

  • BTS หรือ MRT: ค่าโดยสารคงที่ แต่ต้องต่อรถ
  • รถเมล์ NGV: ราคายังถูก แต่เสี่ยงติดจราจร
  • จักรยานหรือเดิน: สำหรับระยะใกล้ สุขภาพดีและประหยัด

สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างต้นทุนพลังงานที่กระทบขนส่งสาธารณะทั้งระบบ ผู้โดยสารควรติดตามราคาน้ำมันประจำวันและวางแผนการเดินทางให้ดี

ประวัติและความสำคัญของเรือคลองแสนแสบ

เรือคลองแสนแสบให้บริการมานานกว่า 40 ปี เป็นหนึ่งในระบบขนส่งน้ำที่ช่วยลดความแออัดในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีเรือวิ่งวันละหลายร้อยเที่ยว รองรับผู้โดยสารนับหมื่นคน ด้วยราคาถูกและรวดเร็วแม้ฝนตก

อย่างไรก็ตาม วิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นบททดสอบ หากรัฐบาลมีมาตรการควบคุมราคาพลังงานหรืออุดหนุนขนส่งสาธารณะ จะช่วยบรรเทาภาระได้มาก

ในมุมมองของเรา การปรับขึ้นค่าโดยสารเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผู้ประกอบการควรสื่อสารโปร่งใสและมีโปรโมชั่น เช่น ตั๋วรายเดือนสำหรับนักเรียน-ผู้สูงอายุ ชาวกรุงเทพฯ ลองปรับแผนการเดินทางดูไหม? แชร์ประสบการณ์ใช้เรือคลองแสนแสบในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อั้นไม่ไหว เรือคลองแสนแสบ ขึ้น 2 บาท ถ้าราคาน้ำมันดีเซลพุ่งไม่หยุด เล็งปรับขึ้นอีก

“ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น

“ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างผู้นำประเทศที่ถูกชาติตะวันตกจับตา นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส เดินทางถึงกรุงเปียงยางอย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาในเวทีการเมืองโลก

“ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น

การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่านายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ออกต้อนรับนายลูคาเชนโกอย่างยิ่งใหญ่ ณ จัตุรัสคิมอิลซุง ท่ามกลางฝูงชนที่โบกธงและตะโกนเชียร์ สร้างภาพลักษณ์ของมิตรภาพอันแนบแน่นระหว่างสองชาติ

กิจกรรมหลักระหว่างการเยือน

  • เยือนวังสุริยะกึมซูซาน เพื่อเคารพศพคิม อิลซุง และคิม จองอิล พร้อมวางช่อดอกไม้ในนามประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย
  • ร่วมวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ปลดแอก เพื่อรำลึกทหารโซเวียตผู้เสียสละในสงครามปลดแอกเกาหลีจากญี่ปุ่นปี 1945
  • หารือเรื่องกระชับความร่วมมือทวิภาคี โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยี

การกระทำเหล่านี้ไม่เพียงย้ำถึงรากฐานทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นสัญญาณของการขยายอิทธิพลกลุ่มพันธมิตรรัสเซีย ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความขัดแย้งในยูเครน

บริบททาง geopolitics ของ “ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก

เบลารุสและเกาหลีเหนือต่างเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับรัสเซีย โดยเกาหลีเหนือถูกกล่าวหาว่าส่งอาวุธ ขีปนาวุธ ลูกปืนใหญ่ และกำลังพลไปช่วยรัสเซียในภูมิภาคเคิร์สก์ ขณะที่เบลารุสอนุญาตให้รัสเซียใช้ดินแดนเป็นฐานบุกยูเครนตั้งแต่ปี 2022 การเยือน “ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก จึงเป็นการเสริมสร้างแกนนำต่อต้านนาโต้และชาติตะวันตก

นักวิเคราะห์ชี้ว่า เกาหลีเหนือได้ประโยชน์จากการลดการพึ่งพาจีน โดยแลกกับความช่วยเหลือจากรัสเซีย เช่น เงินทุน เทคโนโลยีทหาร อาหาร และพลังงาน หลังจากปูตินเยือนเปียงยางเมื่อปีก่อน สร้างโมเมนตัมใหม่ให้ความสัมพันธ์สามฝ่าย

ประเด็นสิทธิมนุษยชนและการคว่ำบาตร

แม้จะอบอุ่น แต่ทั้งสองชาติยังเผชิญแรงกดดันจากตะวันตก เกาหลีเหนือถูกวิจารณ์เรื่องการทรมาน บังคับใช้แรงงาน และละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนลูคาเชนโกถูกกล่าวหาการปราบปรามฝ่ายค้านหลังเลือกตั้ง 2020 แม้จะปล่อยนักโทษการเมืองกว่า 250 รายตามแรงกดสหรัฐฯ แต่ยังมีผู้ถูกคุมขังจำนวนมาก

การเยือนครั้งนี้ยิ่งทำให้ชาติตะวันตกกังวลถึงการขยายเครือข่ายของกลุ่มประเทศที่ท้าทายระเบียบโลกเดิม ส่งผลต่อการคว่ำบาตรที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การเยือน “ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของชาติเหล่านี้ในยุคสงครามเย็นใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทาง geopolitics มากขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุด!

ที่มา – “ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น

“ศุลกากรช่องจอม” คุมเข้มตรวจน้ำมันอีสานใต้

ช่วงวิกฤติน้ำมันราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายคนกังวลเรื่องการขาดแคลนหรือลักลอบส่งออก ศุลกากรช่องจอม จึงออกมาตรการคุมเข้มต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับสรรพสามิตสุรินทร์ ลุยตรวจการขนส่งน้ำมันในพื้นที่อีสานใต้อย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกไปยังชายแดนกัมพูชาและลาว ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนใน 3 จังหวัดหลักคือ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา

ศุลกากรช่องจอม ตรวจการขนส่งน้ำมันอีสานใต้

จากคำสั่งการโดยตรงของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รองอธิบดี น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ และผู้อำนวยการศุลกากรภาค 2 น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ทำให้ ศุลกากรช่องจอม ที่รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนสำคัญ เพิ่มการเฝ้าระวังเต็มรูปแบบ ด่านนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์เพราะเชื่อมต่อถนนหลักไปอีสานเหนือและพรมแดนเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเส้นทางเสี่ยงต่อการลักลอบ

ศุลกากรช่องจอม บูรณาการตรวจเข้มถนนสายหลัก

วันที่ 26 มีนาคม 2567 นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่าร่วมกับ น.ส.ณัฏฐิญา มีสูงเนิน สรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์ จัดกำลังพลและรถตรวจการณ์ลาดตระเวนบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 ทั้งขาขึ้นไปอีสานเหนือ ขาลงอีสานใต้ รวมถึงสถานีบริการน้ำมันต่างๆ การตรวจนี้ครอบคลุมการกดดันและป้องปรามเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิด

ศุลกากรช่องจอม ลาดตระเวนตรวจน้ำมัน

ผลการตรวจสอบของศุลกากรช่องจอม ไม่พบความผิดปกติ

จากการสุ่มตรวจรถบรรทุกน้ำมัน พบว่ายังคงวิ่งตามเส้นทางปกติ ขอตรวจเอกสารและซีลต่างๆ ไม่พบการออกนอกเส้นทาง ส่วนขาลงอีสานใต้ ยืนยันว่าน้ำมันส่งครบตามปริมาณกำหนด นอกจากนี้ยังสุ่มตรวจสถานีเติมน้ำมันที่ขึ้นป้าย “อยู่ระหว่างการขนส่ง” ซึ่งมีประชาชนแวะใช้บริการจำนวนมาก พบว่าปริมาณจริงตรงกับแทงค์สำรองในระบบทุกแห่ง

  • ตรวจเอกสารขนส่งและซีลรถบรรทุก: ครบถ้วน ไม่ผิดปกติ
  • ตรวจปริมาณน้ำมันส่งปลายทาง: ส่งครบตามใบสั่ง
  • สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมัน: ปริมาณตรงตามบันทึก
  • ลาดตระเวนถนนสาย 24: ไม่พบรถน่าสงสัย

ศุลกากรช่องจอม สุ่มตรวจสถานีน้ำมัน

นายประสิทธิ์ ยืนยันชัดเจนว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความอุ่นใจให้พี่น้องประชาชน นอกจากน้ำมันแล้ว ยังปราบปรามสินค้าผิดกฎอื่นๆ ตามนโยบายรัฐบาล เช่น เครื่องสำอางลักลอบไม่มี อย. สินค้าไม่มี มอก. และละเมิดลิขสิทธิ์ ในเดือนมีนาคมจับกุมหลายคดี มูลค่าความเสียหายเกิน 10 ล้านบาท

ศุลกากรช่องจอม จับกุมสินค้าผิดกฎ

มาตรการของ ศุลกากรช่องจอม นี้มีความสำคัญมากในสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะช่วยรักษาเสถียรภาพอุปทานน้ำมัน ลดความเสี่ยงราคาพุ่งจากลักลอบส่งออก โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่เคยมีปัญหาในอดีต การบูรณาการระหว่างหน่วยงานยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ประชาชน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การคุมเข้มเช่นนี้ไม่เพียงป้องกันการสูญเสียรายได้ของชาติ แต่ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงน้ำมันในราคาที่เหมาะสม โดยไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลน หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ราคาน้ำมันถูกกว่า ความเข้มงวดนี้จึงเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนประชาชนในอีสานใต้และทั่วประเทศ มั่นใจในมาตรการของ ศุลกากรช่องจอม หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น รถบรรทุกน้ำมันผิดปกติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ด่านศุลกากรช่องจอมหรือสายด่วนกรมศุลกากร 1164 เพื่อร่วมกันรักษาทรัพยากรของชาติ

ที่มา – “ศุลกากรช่องจอม” คุมเข้มต่อเนื่อง ตรวจการขนส่งน้ำมันอีสานใต้ ป้องกันลักลอบส่งออก

ราคาน้ำมันย้อนหลัง มี.ค. 2569 ปรับ 5 ครั้ง ดีเซลขึ้น 9 บ.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวขับรถทุกท่าน! วันนี้เรามาเจาะลึก ราคาน้ำมันย้อนหลัง มีนาคม 2569 กันแบบละเอียดยิบเลยนะครับ เดือนนี้ราคาน้ำมันปรับขึ้นถึง 5 ครั้งแล้ว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่พุ่งขึ้นสูงสุด 9 บาทต่อลิตร ส่วนเบนซิน 95 ก็ไม่น้อยหน้า ขึ้นไป 10 บาทเต็มๆ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันของเราชาวไทยพุ่งปรี๊ดไปเลย มาดูกันครับว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และจะวางแผนยังไงให้รอดพ้นจากราคาน้ำมันแพง

ทุกการปรับราคาในเดือนมีนาคม 2569 มาจากมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่ลดอัตราชดเชยลง เพื่อรักษาสมดุลกองทุน โดยได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวนจากปัจจัย geopolitical และความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่ดีใจหน่อยนะครับ แม้ราคาจะขึ้น แต่ยังไม่ถึงจุดพีคเท่าปี 2565 อยู่ดี

ราคาน้ำมันย้อนหลัง มีนาคม 2569: สรุปการปรับ 5 ครั้ง

เรารวบรวมข้อมูล ราคาน้ำมันย้อนหลัง มีนาคม 2569 มาให้ดูแบบชัดๆ ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม จนถึง 26 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการปรับครั้งล่าสุดที่ขึ้นทุกประเภท 6 บาทต่อลิตร มาดูรายละเอียดกันเลย

ราคาน้ำมันวันที่ 10 มีนาคม 2569

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 45.64 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 29.94 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97: 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO: 25.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO: 27.84 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV: 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO: 31.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันวันที่ 18 มีนาคม 2569

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 46.14 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 30.44 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97: 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO: 23.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO: 27.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV: 31.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO: 32.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันวันที่ 21 มีนาคม 2569

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 46.84 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 31.14 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97: 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO: 24.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO: 28.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV: 32.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO: 33.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันวันที่ 24 มีนาคม 2569

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 48.84 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 32.94 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97: 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO: 26.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO: 30.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV: 34.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO: 35.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันวันที่ 26 มีนาคม 2569 (ปรับขึ้นล่าสุด)

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 56.84 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 38.94 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97: 57.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO: 26.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO: 36.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV: 40.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO: 41.05 บาท/ลิตร

เห็นได้ชัดเลยครับว่าราคาน้ำมันดีเซล S พุ่งจาก 29.94 บาท ขึ้นมาเป็น 38.94 บาท รวมขึ้น 9 บาทเต็ม ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95S EVO จาก 31.05 กลายเป็น 41.05 บาท ขึ้น 10 บาทตรงๆ แต่ถ้าเทียบกับวันที่ 14 มิถุนายน 2565 ที่เบนซิน 95 เคยพีคที่ 45.15 บาท และดีเซล 34.94 บาท ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้นะครับ

ผลกระทบและเคล็ดลับรับมือราคาน้ำมันแพง

การปรับ ราคาน้ำมันย้อนหลัง มีนาคม 2569 ครั้งนี้กระทบผู้ใช้รถกระบะและรถบรรทุกหนักสุด เพราะใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก ค่าเดินทาง ค่าขนส่งสินค้าจึงสูงขึ้นตามไปด้วย สำหรับรถเก๋งทั่วไป แนะนำลองเปลี่ยนมาใช้แก๊สโซฮอล์ E20 หรือ E85 ที่ราคาถูกกว่าและประหยัดงบได้เยอะ โดยเฉพาะ E85 ที่วันที่ 26 ยังอยู่ที่ 26.79 บาทเท่าเดิม

เคล็ดลับจากเรา: 1) เติมน้ำมันช่วงเช้าหรือดึกที่บางปั๊มมีโปร 2) ขับขี่ประหยัดน้ำมัน รักษาความเร็วคงที่ 3) วางแผนเส้นทางด้วยแอพนำทางเพื่อลดระยะทาง และ 4) ติดตามข่าวกบน. ทุกวัน เพราะราคาอาจปรับลงได้ถ้าน้ำมันโลกอ่อนตัว

สรุปแล้ว เดือนมีนาคม 2569 เป็นเดือนที่ท้าทายสำหรับชาวขับขี่ แต่ด้วยข้อมูลราคาน้ำมันย้อนหลังนี้ คุณสามารถวางแผนได้ดีขึ้น ถือว่าราคายังไม่น่ากลัวเท่าปีโควิด ลุ้นกันต่อว่าอนาคตจะเป็นยังไง คุณคิดเห็นยังไงกับการปรับราคาครั้งนี้? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ!

หมายเหตุ: ราคาขายปลีกในกรุงเทพฯ ไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น

ที่มา – เปิดราคาน้ำมันย้อนหลัง เดือนมีนาคม 2569 ปรับไปแล้ว 5 ครั้ง ดีเซลขึ้น 9 บาท เบนซิน 10 บาท