ในสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่กำลังร้อนระอุ ทรัมป์เผยอิหร่าน “อยากทำข้อตกลงใจจะขาด” เพียงแต่ไม่กล้าพูด ออกมาแบบชัดเจน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยความเห็นนี้ระหว่างงานระดมทุนของพรรครีพับลิกันในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่ว่า อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากทั้งภายในประเทศและภายนอก โดยเฉพาะจากนโยบายกดดันสูงสุดของสหรัฐ
ทรัมป์เผยอิหร่าน “อยากทำข้อตกลงใจจะขาด” เพียงแต่ไม่กล้าพูด
ทรัมป์ระบุว่าฝ่ายอิหร่านต้องการทำข้อตกลงกับสหรัฐอย่างมาก แต่ไม่กล้าแสดงออก เนื่องจากเกรงกลัวว่าจะถูกกำจัดโดยกลุ่มหัวรุนแรงในประเทศตัวเอง หรือแม้กระทั่งโดยฝีมือของสหรัฐฯ “พวกเขาต้องการข้อตกลงใจจะขาด แต่ไม่กล้าพูด” ทรัมป์กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย
ทำเนียบขาวยืนยันการเจรจายังไม่ล้มเหลว
ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวได้ออกมาประกาศว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังไม่ถึงทางตัน แม้ว่าอิหร่านจะยังไม่ตอบรับแผนเสนอ 15 ข้อที่สหรัฐยื่นเพื่อยุติสงครามและลดความตึงเครียดในทันที สหรัฐกำลังผลักดันให้มีการประชุมในปากีสถาน เพื่อหารือแนวทางลดความขัดแย้ง ซึ่งถือเป็นช่องทางตัวกลางที่เป็นกลาง
ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศไทยอิหร่าน ยอมรับว่ามีการสื่อสารผ่านตัวกลางระหว่างสองประเทศ แต่ย้ำว่ายังไม่ใช่การเจรจาอย่างเป็นทางการ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ ที่ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามรักษาหน้าตาและอำนาจภายใน
พื้นหลังความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะหลังจากสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในสมัยทรัมป์ นโยบาย “แรงกดดันสูงสุด” ทำให้อิหร่านเผชิญ санкцииทางเศรษฐกิจหนักหน่วง ส่งผลให้เศรษฐกิจภายในพังทลายและประชาชนออกมาประท้วง
- การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน
- การลอบสังหารนายพลโซเลมานี
- การขยายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายเดินมาถึงจุดที่ต้องหาทางออก แต่ความกลัวทางการเมืองทำให้การเจรจายากลำบาก
ผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง
หาก ทรัมป์เผยอิหร่าน “อยากทำข้อตกลงใจจะขาด” เพียงแต่ไม่กล้าพูด เป็นจริง สถานการณ์อาจคลี่คลายได้ แต่หากล้มเหลว อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งจะกระทบประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิรัก ซาอุดีอาระเบีย และอิสราเอลอย่างรุนแรง น้ำมันโลกอาจพุ่งสูง และเศรษฐกิจโลกชะงัก
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สหรัฐกำลังใช้กลยุทธ์ “แครอทและไม้ตี” โดยเสนอทางออกแต่พร้อมใช้กำลังทหารหากจำเป็น ขณะที่อิหร่านพยายามรักษาอำนาจผ่านพันธมิตรอย่างรัสเซียและจีน
นอกจากนี้ การเลือกตั้งสหรัฐที่กำลังใกล้เข้ามาอาจเป็นปัจจัยสำคัญ หากทรัมป์ชนะ เขาอาจยืนกรานนโยบายเดิม แต่หากเปลี่ยนประธานาธิบดี อาจมีการเปลี่ยนท่าที
สรุปแล้ว สถานการณ์นี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่คำพูดของทรัมป์ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างในการเจรจา หากทั้งสองฝ่ายกล้าที่จะก้าวข้ามความกลัว
คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!
ที่มา – ทรัมป์เผยอิหร่าน “อยากทำข้อตกลงใจจะขาด” เพียงแต่ไม่กล้าพูด



















