วัน: 27 มีนาคม 2026

ฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออก แทนซาเนียดับ 20 ศพ

ฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออก สร้างความเสียหายรุนแรงในแทนซาเนีย ล่าสุดมีผู้เสียหายชีวิตอย่างน้อย 20 ราย รวมถึงเด็กเล็ก เจ้าหน้าที่เร่งเตือนประชาชนอพยพจากพื้นที่เสี่ยง สถานการณ์วิกฤตยังไม่คลี่คลายเพราะฝนตกหนักต่อเนื่อง

ฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออก แทนซาเนียดับแล้วอย่างน้อย 20 ศพ เสี่ยงเพิ่มอีก

ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 เกิดเหตุดินถล่มจากฝนตกหนักอย่างหนักในพื้นที่ตอนใต้ของแทนซาเนีย โดยเฉพาะในภูมิภาคอึมเบยา เขตรุงเว ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลังถูกดินถล่มทับ ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กอายุเพียง 1 ขวบครึ่งด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น และยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่กำลังได้รับการช่วยเหลือ

ฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออกครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางฤดูฝนที่ผิดปกติ หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของแทนซาเนียคาดการณ์ว่าฝนจะยังตกหนักต่อเนื่องอีกหลายวัน ทำให้ความเสี่ยงจากดินถล่มและน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้น ผู้ว่าการเขตได้ออกคำสั่งเร่งด่วนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอพยพออกจากที่อยู่อาศัยชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม

สาเหตุของฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออก

ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศแห่งภูมิภาคแถลงว่า ฤดูฝนช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคมปีนี้ มีโอกาสสูงถึง 45% ที่ปริมาณฝนจะเกินค่าเฉลี่ยปกติ ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศตั้งแต่อูกันดาไปจนถึงจิบูตี ปัจจัยหลักมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ฝนตกหนักและยาวนานกว่าปกติ พื้นที่ภูเขาที่ดินเปราะบางในแทนซาเนียจึงเสี่ยงต่อดินถล่มสูงมาก

ผลกระทบในประเทศใกล้เคียง

ไม่ใช่เฉพาะแทนซาเนียเท่านั้นที่เผชิญฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออก ในเคนยา มีรายงานผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมแล้ว 88 ราย ครอบคลุม 21 เขตการปกครอง แม่น้ำหลัก 2 สายเอ่อล้นตลิ่ง บังคับให้รัฐบาลระดมทหารช่วยกู้ภัยและอพยพประชาชนนับหมื่นราย ขณะที่เอธิโอเปียตอนใต้ มีผู้เสียชีวิตจากดินถล่มอย่างน้อย 80 รายตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พื้นที่เกษตรกรรมถูกทำลาย ส่งผลให้ผลผลิตพืชผลเสียหายหนัก เศรษฐกิจท้องถิ่นได้รับผลกระทบอย่างหนัก

  • แทนซาเนีย: ดินถล่มทับบ้าน 20 ศพ เตือนอพยพ
  • เคนยา: น้ำท่วม 88 ศพ 21 เขตเดือดร้อน
  • เอธิโอปีย: ดินถล่ม 80 ศพ เกษตรกรรมเสียหาย
  • อูกันดาและจิบูตี: เสี่ยงฝนเกินปกติ 45%

องค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศอย่างกาชาดและ UNICEF กำลังเร่งส่งความช่วยเหลือด้านอาหาร ยา และที่พักชั่วคราวให้ผู้ประสบภัย นอกจากนี้ รัฐบาลแต่ละประเทศยังเสริมสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

วิกฤตฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออกนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนอพยพส่วนตัวไว้เสมอ

ในมุมมองของเรา ภัยพิบัติเหล่านี้จะเกิดบ่อยขึ้นหากไม่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานป้องกันภัย เช่น เขื่อนกั้นดินและระบบตรวจจับฝน จะช่วยลดความสูญเสียได้มาก คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวภัยพิบัติล่าสุด!

ที่มา – ฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออก แทนซาเนียดับแล้วอย่างน้อย 20 ศพ เสี่ยงเพิ่มอีก

โรเบิร์ตสันยอมรับสกอตแลนด์ช่วยให้ไปต่อ

โรเบิร์ตสันยอมรับสกอตแลนด์ช่วยให้ไปต่อ

กัปตันทีมสกอตแลนด์ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ยอมรับว่า โรเบิร์ตสันยอมรับสกอตแลนด์ช่วยให้ไปต่อ ในฤดูกาลที่ยากลำบากกับลิเวอร์พูล และตอนนี้เขาตื่นเต้นกับการอุ่นเครื่องฟุตบอลโลก 2 นัดสำคัญ

ทีมชาติสกอตแลนด์กลับมารวมตัวกันอีกครั้งนับตั้งแต่คว้าตั๋วฟุตบอลโลก 2026 อย่างดราม่าด้วยชัยชนะ 4-2 เหนือเดนมาร์ก พวกเขาจะพบญี่ปุ่นที่แฮมป์เดนพาร์คในวันเสาร์ และไอวอรี่โคสต์ที่สนามฮิลล์ ดิกินสันของเอฟเวอร์ตันในวันอังคาร ซึ่งเป็น 2 ใน 3 นัดอุ่นเครื่องที่ยืนยันแล้วก่อนทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อน

โรเบิร์ตสันคาดหวังการทดสอบที่หนักหน่วง ขณะที่สตีฟ คลาร์กและนักเตะเร่งเตรียมพร้อมสำหรับรอบแบ่งกลุ่มกับเฮติ โมร็อกโก และบราซิลในฤดูร้อน แต่เขาบอกว่ามันเป็นความสุขที่ได้กลับมาร่วมทีมชาติ

แบ็คซ้ายคนนี้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาสูงสุดในการลุ้นตั๋วกับสกอตแลนด์ แต่ในสีเสื้อลิเวอร์พูล เขาเผชิญฤดูกาลที่ท้าทาย สูญเสียตำแหน่งตัวจริงให้มิลอส เคอร์เคซ

“มันช่วยให้ผมไปต่อในบางช่วงของฤดูกาล มันต้องเป็นแบบนั้น” โรเบิร์ตสันกล่าว “ผมพูดได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูกาล”

โรเบิร์ตสันยอมรับสกอตแลนด์ช่วยให้ไปต่อ

กัปตันทีมเคยพูดถึงความสนิทสนมในทีมสกอตแลนด์ ที่เหมือนบรรยากาศสโมสรฟุตบอล แต่มีด้านลบคือการแยกย้ายกัน 4 เดือนหลังคืนมหัศจรรย์เหนือเดนมาร์ก

“คืนพิเศษนั้นกับเดนมาร์ก เราปาร์ตี้กันเต็มที่ แต่แล้วทุกคนแยกย้ายไป 4 เดือน มันแปลกดี” เขากล่าว “ใบหน้าทุกคนตอนรวมทีมวันจันทร์เต็มไปด้วยความสุข ทุกคนตื่นเต้นที่ได้กลับมา”

“ผมกับกุนซือเน้นสร้างบรรยากาศนี้ สต๊าฟอยากมาร่วมงาน นักเตะทุ่มเทเพื่อให้ฟิตสำหรับสกอตแลนด์ มันจะกระตุ้นคนนอกทีมให้อยากเข้ามาแข่งขันชิง 26 ที่ในฟุตบอลโลก”

ผลเพลย์ออฟย้ำความยิ่งใหญ่ของสกอตแลนด์

โรเบิร์ตสันคาดแฟนบอลแฮมป์เดนจะคึกคักในวันเสาร์ แต่ดีใจที่เล่นอุ่นเครื่องแทนเพลย์ออฟตื่นเต้น

ไอร์แลนด์เหนือ เวลส์ และไอร์แลนด์ Republic พลาดฟุตบอลโลกในสหรัฐฯ เม็กซิโก แคนาดา ทำให้เขาเห็นค่าการเข้ารอบอัตโนมัติมากขึ้น

“ตอนแรกผมคิดว่ามันแสดงให้เห็นว่าการลุ้นตั๋วฟุตบอลโลกยากแค่ไหน” เขากล่าว “หวังว่ามันจะเตือนคนในประเทศว่าสิ่งที่ทีมและสต๊าฟทำมันพิเศษจริงๆ การจบหัวกลุ่มยาก ถ้าพลาดต้องเพลย์ออฟ”

“เมื่อคืนผมดีใจที่เรามีอุ่นเครื่องวันเสาร์ ไม่ต้องลงสนามเมื่อวาน ตอนนี้มองไปที่ฟุตบอลโลก ทุกคนสนุกกับความสำเร็จและหวังไปต่อ”

นับถอยหลังสู่รอบสุดท้ายด้วย 2 นัดกับทีมนอกยุโรป ซึ่งหายากและเขาตื่นเต้น รวมถึงคาดว่าจะถูกทดสอบจริง

“นัดสำคัญเหล่านี้สุดยอด เป็นโอกาสเห็นผู้เล่นทั้งทีม กุนซือเก่งเรื่องใช้นัดอุ่นเครื่อง เราอยากเข้าฟุตบอลโลกด้วยโมเมนตัม”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

โรเบิร์ตสันยอมรับสกอตแลนด์ช่วยให้ไปต่อ เป็นแรงบันดาลใจให้แฟนบอลสกอตติชทุกคน ทีมชาติไม่ใช่แค่ที่หลบภัย แต่เป็นพลังขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จใหญ่ อย่าพลาดติดตามนัดอุ่นเครื่องเพื่อเห็นโมเมนตัมสู่ฟุตบอลโลก 2026!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รายได้สูงสุดและค่าจ้างพุ่ง – วิเคราะห์การเงิน Wrexham

รายได้สูงสุดและค่าจ้างพุ่ง – วิเคราะห์การเงิน Wrexham

พลังการสร้างรายได้ของWrexhamภายใต้เจ้าของฮอลลีวูดอย่าง Ryan Reynolds และ Rob McElhenney ได้รับการยืนยันอีกครั้ง หลังจากบัญชีใหม่เผยรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ตัวเลขการเงินล่าสุดแสดงว่ารายได้ของสโมสรเพิ่มขึ้นเกือบ 25% สู่ 33.3 ล้านปอนด์ ขณะที่ยังอยู่ในลีกวัน

นี่คือรายได้สูงสุดนับตั้งแต่ Reynolds และ McElhenney เข้าควบคุมสโมสรในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 และเชื่อว่าเป็นสถิติสำหรับสโมสรในลีกระดับสามที่ไม่ได้รับเงินชดเชยจากพรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตาม บัญชีใหม่สำหรับฤดูกาล 2024-25 ที่ทีมของ Phil Parkinson เลื่อนชั้นสู่แชมเปียนชิพ ก็เผยค่าจ้างพุ่งขึ้น 73.6% จากปีก่อน สู่ 19.95 ล้านปอนด์

ซึ่งทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมากสู่ 14.85 ล้านปอนด์ แม้จะยังอยู่ในขอบเขตกฎการเงิน

แม้สโมสรจะไม่ได้รายได้โดยตรงจากสารคดี Welcome to Wrexham แต่ซีรีส์นี้ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเติบโต โดยเฉพาะสปอนเซอร์ที่เพิ่มกว่า 4 ล้านปอนด์ สู่ 17.34 ล้านปอนด์

BBC Sport Wales วิเคราะห์ประเด็นสำคัญจากWrexhamล่าสุด

รายได้สูงสุดและค่าจ้างพุ่ง – วิเคราะห์การเงิน Wrexham

รายได้ 33.3 ล้านปอนด์ เพิ่มมหาศาลจาก 1.48 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2020-21 ที่ Reynolds และ McElhenney เข้าควบคุม

เพื่อเปรียบเทียบ สูงกว่า Charlton Athletic ที่เลื่อนชั้นตาม Wrexham เกือบ 3 เท่า (11.2 ล้านปอนด์)

แม้แต่ปีก่อน ในลีกทู Wrexham ยังมีรายได้สูงกว่า 20 จาก 24 สโมสรแชมเปียนชิพ

สหราชอาณาจักรคิดเป็น 40.5% ของรายได้ เพิ่ม 24.7% ส่วนโลกภายนอก (หลักๆ อเมริกาเหนือ) 57.7% จากความสำเร็จของ Welcome to Wrexham ฤดูกาลที่ 5

ทัวร์ preseason ในสหรัฐฯ (เจอ Bournemouth, Chelsea) และทริปหญิงในฮ่องกง ช่วยเพิ่มการรับรู้

ทุกช่องทางรายได้เติบโต:

  • ค้าปลีก: 5.07 ล้านปอนด์ (+13.7%)
  • สปอนเซอร์: 17.34 ล้านปอนด์ (+31.5%)
  • วันแข่ง: 5.96 ล้านปอนด์ (+18.8%)
  • ถ่ายทอด: 3.41 ล้านปอนด์ (+12.4%)

คาดปีสิ้นสุดมิถุนายน 2026 รายได้ 46-50 ล้านปอนด์ แม้สนามลดความจุชั่วคราว

การเลื่อนชั้นต้องใช้เงิน

Wrexham จบรองแชมป์ลีกวัน 2024-25 เลื่อนชั้นครั้งที่ 3 ติด

พนักงานเพิ่มจาก 255 เป็น 313 คน การซื้อตัวผู้เล่นผลักค่าจ้างพุ่ง

เซ็น Mo Faal (West Brom), Ollie Rathbone (Rotherham), Seb Revan (Aston Villa) และมกราคม Jay Rodriguez, Sam Smith, Ryan Longman

ค่าจ้างรวมโบนัสพุ่ง 73.6% สู่ 19.95 ล้านปอนด์ ขาดทุนจาก 2 ล้านเป็น 14.85 ล้านปอนด์

แต่รวมโบนัสเลื่อนชั้นและขาดทุนพิเศษ 3.76 ล้านจากธนาคาร Argentex (คาดได้คืนบางส่วน) และค่าบริการ 2.62 ล้านให้ Maximum Effort (Reynolds) และ 1.37 ล้าน More Better (McElhenney)

เตรียมพร้อมอนาคต

Wrexham วางแผนขยายสนาม Stok Cae Ras Kop Stand ใหม่จุ 7,500 ที่นั่ง รวม 18,000+ เสร็จต้น 2027 ค่าใช้จ่าย 69.3 ล้านปอนด์ ได้ทุนรัฐ 17.35 ล้าน

จะรองรับทีมชาติเวลส์และยูฟ่าแมตช์

เน้นอะคาเดมี่เยาวชนและศูนย์ฝึกถาวร

หานักลงทุน: Allyn family และ Apollo Sports Capital (ASC) ช่วยก่อสร้างและชำระหนี้ 27.5 ล้านปอนด์

ปัจจุบันไร้หนี้ผู้ถือหุ้น พร้อมหาพันธมิตรเพิ่ม

ไม่กังวล PSR: สูญเสียรวม 17.55 ล้าน 3 ปี ห้องเหลือ 24 ล้านในแชมเปียนชิพ

ทางข้างหน้า

ทีมหญิงชนะ Adran Trophy ครั้งแรก ลุ้นแชมป์ Adran Premier แชมเปียนส์ลีก

ทีมชายเซ็น 13 คน เน็ตสปেনด์ 30 ล้านปอนด์ สูงระดับยุโรป จ่าตารางที่ 7 ลุ้นเพลย์ออฟ

จาก National League สู่แชมเปียนชิพใน 5 ปี เป้า พรีเมียร์ลีกใกล้ความจริง

การเงินแข็งแกร่งแบบนี้ Wrexham พร้อมพุ่งต่อ คุณคิดว่าพวกเขาจะไปถึงไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เอเบอร์ดีนขายกองกลางเฮลต์เน นิลเซน

เอเบอร์ดีนขายกองกลางเฮลต์เน นิลเซน ไปยังสโมสรเอฟเค เฮาเกซุนด์ ในลีกรองของนอร์เวย์เรียบร้อยแล้ว นักเตะวัย 34 ปีรายนี้ขออำลาทีมเพื่อกลับบ้านเกิด ใกล้ชิดครอบครัวมากขึ้น และหันไปประกอบอาชีพโค้ชควบคู่กับการเล่นฟุตบอล

ผู้จัดการทีมเอเบอร์ดีน สตีเฟ่น ร็อบินสัน ได้แสดงความเคารพต่อเฮลต์เน นิลเซน ในฐานะนักเตะมืออาชีพที่ยอดเยี่ยม แม้จะอยู่ด้วยกันในช่วงสั้นๆ ร็อบินสันยังยืนยันว่าทีมจะหากองหลังใหม่มาเสริมทัพ เพื่อชดเชยการเสีย นิลเซน ที่เคยลงเล่นแทนในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค

เฮลต์เน นิลเซน เป็นหนึ่งในนักเตะแรกๆ ที่จิมมี่ เธลิน ผู้จัดการทีมคนก่อนของเอเบอร์ดีน ดึงมาจากเอลฟส์บอร์ก ในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 เขาได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในฤดูกาลที่แล้วที่สนามพิททอดรี เริ่มต้นด้วยการช่วยทีมทำสถิติชนะติดต่อกันยาวนานที่สุดในฤดูกาล และปิดท้ายด้วยการคว้าแชมป์สกอตติช คัพ แม้จะพลาดนัดชิงดำกับเซลติกเพราะบาดเจ็บที่ตา

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ นิลเซน ได้รับโอกาสน้อยลง เนื่องจากเอเบอร์ดีนฟอร์มตก และเธลินถูกปลดจากตำแหน่ง เขาลงสนามไป 23 นัด ส่วนใหญ่เป็นตัวสำรอง

เอเบอร์ดีนขายกองกลางเฮลต์เน นิลเซน: สาเหตุและผลกระทบ

เฮลต์เน นิลเซน กล่าวขอบคุณเอเบอร์ดีนอย่างมาก “การเริ่มต้นฤดูกาลที่แล้ว และการเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าสกอตติช คัพ ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าทึ่ง” นิลเซน กล่าว “ภาพในเดือนพฤษภาคม เป็นสิ่งที่ครอบครัวและผมจะไม่มีวันลืม ฤดูกาลนี้ผิดหวัง แต่ผมมั่นใจว่ากับการนำของสตีเฟ่น ทีมจะจบฤดูกาลอย่างแข็งแกร่ง และสร้างโมเมนตัมสำหรับฤดูกาลหน้า”

การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่เอเบอร์ดีนกำลังปรับตัวภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ การเอเบอร์ดีนขายกองกลางเฮลต์เน นิลเซน ไม่เพียงทำให้ทีมเสียผู้เล่นที่ไว้ใจได้ แต่ยังสะท้อนถึงความท้าทายในการรักษานักเตะต่างชาติให้อยู่กับทีม ในพรีเมียร์ชิปสกอตติชที่การแข่งขันดุเดือด

ประวัติและผลงานของเฮลต์เน นิลเซนที่เอเบอร์ดีน

ก่อนมาอยู่กับเอเบอร์ดีน นิลเซน มีประสบการณ์ในลีกนอร์เวย์และสวีเดน เขาเคยเล่นกับทีมชั้นนำหลายทีม และพิสูจน์ตัวเองในฐานะมิดฟิลด์ที่ครบเครื่อง ทั้ง防守และรุก ในฤดูกาล 2024-25 เขาเป็นกำลังสำคัญในช่วงต้นฤดูกาลที่ทีมทำผลงานร้อนแรง ช่วยให้เอเบอร์ดีนมีลุ้นแชมป์ แต่ฟอร์มที่ตกลงในช่วงหลัง ทำให้โอกาสของเขาลดน้อยลง

สำหรับแฟนบอลเอเบอร์ดีน การจากไปของนิลเซนเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่เข้าใจได้เพราะอายุและความต้องการส่วนตัว นอกจากนี้ ทีมยังมีแผนเสริมทัพ โดยเฉพาะแนวรับ เพื่อให้พร้อมสำหรับนัดสำคัญที่เหลือ

  • ผลงานฤดูกาลที่แล้ว: ช่วยทีมชนะสกอตติช คัพ
  • ฤดูกาลนี้: ลง 23 นัด ส่วนใหญ่สำรอง
  • จุดเด่น: มืออาชีพ สามารถเล่นหลายตำแหน่ง

ข่าวเอเบอร์ดีนขายกองกลางเฮลต์เน นิลเซน ยังเชื่อมโยงกับหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เช่น เอเบอร์ดีน, พรีเมียร์ชิปสกอตติช, ฟุตบอลสกอตติช และ ฟุตบอล

ในมุมมองของผู้เขียน การย้ายครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำหรับเอเบอร์ดีนในการวางแผนระยะยาว หากทีมต้องการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่างเซลติกและเรนเจอร์ส ต้องรักษานักเตะหลักไว้ให้ได้ ลองติดตามข่าวสารฟุตบอลสกอตติชเพิ่มเติมจากเรา เพื่อไม่พลาดอัพเดทล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อินเตอร์ ไมอามี ตั้งชื่ออัฒจันทร์เพื่อเมสซี่

อินเตอร์ ไมอามี ตั้งชื่ออัฒจันทร์เพื่อเมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยักษ์ชาวอาร์เจนตินา ได้รับเกียรติอย่างสูงจากสโมสรอินเตอร์ ไมอามี ปัจจุบันของเขา ด้วยการตั้งชื่ออัฒจันทร์ในสนามเหย้าตามชื่อของเขา นี่คือข่าวร้อนที่แฟนบอลทั่วโลกกำลังพูดถึง!

เมสซี่ วัย 38 ปี ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ได้ย้ายมาร่วมทีมเมเจอร์ลีก สหรัฐ (MLS) ในปี 2023 หลังจากสร้างชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ในยุโรปกับบาร์เซโลนาและปารีส แซงต์-แชร์กแมง เขากลายเป็นดาวยิงสูงสุดของสโมสรด้วยสถิติ 82 ประตู และแอสซิสต์สูงสุด 53 ครั้ง สโมสรจากฟลอริดาแห่งนี้ตัดสินใจมอบเกียรติยศให้ผู้เล่นที่ยังคงลงสนามอยู่ โดยอัฒจันทร์นี้ตั้งอยู่ในสนามที่มีความจุ 26,700 ที่นั่ง

อินเตอร์ ไมอามี ตั้งชื่ออัฒจันทร์เพื่อเมสซี่: ความหมายที่ลึกซึ้ง

สโมสรอินเตอร์ ไมอามี กล่าวว่า “โดยปกติแล้ว การให้เกียรติจะมองย้อนอดีต มันเกิดจากความทรงจำและความคิดถึง แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป มันเกิดจากปัจจุบัน จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น จากความรู้สึกทุกครั้งที่ลีโอ ก้าวลงสู่สนาม การยกย่องไม่ใช่การปิดบท แต่เป็นการตระหนักว่าเรากำลังได้เห็นสิ่งที่ไม่เหมือนใคร”

นี่เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ล่าสุดที่เมสซี่ได้รับเกียรติเช่นนี้ โดยนิวเวลส์ โอลด์บอยส์ สโมสรเยาวชนที่เขาเคยเล่นสมัยเด็ก ได้ทำเช่นเดียวกันในเดือนมิถุนายน 2025 เมสซี่ซึ่งเป็นกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ยังคงสร้างประวัติศาสตร์ใน MLS ด้วยการเป็นผู้เล่นคนแรกที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมติดต่อกันสองฤดูกาล

เหตุผลที่อินเตอร์ ไมอามี ตั้งชื่ออัฒจันทร์เพื่อเมสซี่

การมาถึงของเมสซี่ที่สโมสรซึ่งมีเดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษเป็นเจ้าของร่วม ได้ยกระดับชื่อเสียงของลีก MLS และสถานะของอินเตอร์ ไมอามีอย่างมหาศาล นอกจากนี้ยังนำความสำเร็จมาสู่ทีม เช่น แชมป์ลีกส์ คัพ, ซูเปอร์ซัพพอร์เตอร์ส ชีลด์ และเอ็มแอลเอส คัพ เมสซี่ผู้ครองบัลลงดอร์ 8 สมัย ได้เปลี่ยนโฉมหน้าฟุตบอลอเมริกาให้กลายเป็นที่สนใจของโลก

อัฒจันทร์เมสซี่ไม่ใช่แค่ชื่อเรียก แต่เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ที่กำลังดำเนินอยู่ แฟนบอลที่ได้นั่งในอัฒจันทร์นี้จะได้สัมผัสพลังจาก ‘ลีโอ’ ทุกนัด การตัดสินใจของอินเตอร์ ไมอามี แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้า โดยไม่รอให้ตำนานจบลงก่อนจึงค่อยให้เกียรติ

ผลกระทบของเมสซี่ต่ออินเตอร์ ไมอามีและ MLS

ตั้งแต่เมสซี่ย้ายมา สโมสรขายตั๋วได้หมดเกลี้ยงในทุกนัด รายได้พุ่งสูง และแฟนบอลใหม่ๆ จากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามา สถิติการยิงประตูและแอสซิสต์ของเขาทำลายทุก纪录ใน MLS ทำให้ทีมก้าวสู่ความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่คือตัวอย่างของ ‘The Messi Effect’ ที่เปลี่ยนวงการฟุตบอลอเมริกา

  • ยิง 82 ประตู: สูงสุดตลอดกาลของสโมสร
  • แอสซิสต์ 53 ครั้ง: สูงสุดเช่นกัน
  • รางวัล MVP MLS สองสมัยติด
  • แชมป์ 3 รายการใหญ่

ในฐานะแฟนฟุตบอล เราคิดว่าการตั้งชื่ออัฒจันทร์เพื่อเมสซี่ เป็นการเคารพที่สมควรแล้ว และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานที่ยาวนาน คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารฟุตบอลล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เอเบอร์ดีนขายกองกลาง Heltne Nilsen

เอเบอร์ดีนขายกองกลาง Heltne Nilsen กลับนอร์เวย์

เอเบอร์ดีนขายกองกลาง Heltne Nilsen ไปยังสโมสร FK Haugesund ในลีกรองนอร์เวย์เรียบร้อยแล้ว นักเตะวัย 34 ปีรายนี้ขออำลาทีมเพื่อกลับไปบ้านเกิด ใกล้ชิดครอบครัวมากขึ้น และเริ่มต้นเส้นทางโค้ชควบคู่กับการเล่นฟุตบอล

สตีเฟน ร็อบินสัน ผู้จัดการทีมเอเบอร์ดีน ชมเชย Heltne Nilsen ว่าเป็นนักเตะมืออาชีพที่ยอดเยี่ยม แม้จะอยู่ด้วยกันไม่นาน ร็อบินสันยังยืนยันว่าสโมสรจะหากองหลังใหม่มาเสริมทีม เพื่อชดเชยการจากไปของ Nilsen ที่เคยลงเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค

เอเบอร์ดีนขายกองกลาง Heltne Nilsen: พื้นหลังและผลงาน

Sivert Heltne Nilsen เป็นหนึ่งในผู้เล่นแรก ๆ ที่ จิมมี เธลิน อดีตนายใหญ่เอเบอร์ดีน ดึงมาจากเอลฟส์บอร์กในซัมเมอร์ 2024 เขาเคยร่วมงานกับเธลินมาก่อน และกลายเป็นตัวหลักในฤดูกาลที่แล้วที่พิทโทรี่

ฤดูกาลที่แล้ว Nilsen ช่วยทีมทำสถิติเริ่มต้นฤดูกาลได้ดีที่สุด และปิดท้ายด้วยแชมป์สกอตติช คัพ แม้จะพลาดนัดชิงชนะเลิศกับเซลติกเพราะบาดเจ็บที่ตา แต่เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้น

ผลงานซีซั่นนี้ของ Heltne Nilsen ก่อนที่เอเบอร์ดีนจะขาย

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้ Nilsen ได้ลงเล่นน้อยลง ทีมฟอร์มตก และเธลินถูกปลดจากตำแหน่ง เขาลงสนามไป 23 นัด ส่วนใหญ่เป็นตัวสำรอง

Nilsen กล่าวขอบคุณสโมสรว่า “ผมรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับเวลาที่เอเบอร์ดีน การเริ่มต้นฤดูกาลที่แล้วและการคว้าแชมป์สกอตติช คัพ เป็นสิ่งที่น่าทึ่ง บรรยากาศในเดือนพฤษภาคมคือสิ่งที่ครอบครัวผมจะไม่มีวันลืม ฤดูกาลนี้ผิดหวัง แต่ผมมั่นใจว่ากับการนำของสตีเฟน ทีมจะจบฤดูกาลอย่างแข็งแกร่ง”

การตัดสินใจของเอเบอร์ดีนขายกองกลาง Heltne Nilsen แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของสโมสรในการปล่อยตัวนักเตะที่ต้องการกลับบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขามีบทบาทสำรองในฤดูกาลนี้ สโมสรจะใช้เงินก้อนนี้เสริมทัพ โดยเฉพาะแนวรับที่ขาดแคลน

ผลกระทบต่อเอเบอร์ดีนหลังขาย Heltne Nilsen

เอเบอร์ดีนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ร็อบินสันเพิ่งเข้ามาคุมทีม และต้องการสร้างทีมที่แข็งแกร่งสำหรับ Scottish Premiership การเสีย Nilsen ซึ่งเคยช่วยในหลายตำแหน่ง อาจเป็นจุดอ่อน แต่ก็เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ขึ้นมา

  • ผลงานฤดูกาลที่แล้ว: ช่วยคว้าแชมป์ Scottish Cup
  • ฤดูกาลนี้: ลง 23 นัด ส่วนใหญ่สำรอง
  • เหตุผลย้าย: ใกล้ครอบครัวและเริ่มโค้ช
  • แผนสโมสร: หากองหลังใหม่

แฟนบอลเอเบอร์ดีนคงเสียดายนักเตะที่ทุ่มเท แต่เข้าใจการตัดสินใจนี้ Scottish Premiership ยังคงดุเดือด และเอเบอร์ดีนต้องรีบเสริมทัพเพื่อลุ้นท็อปซิกซ์

ในมุมมองผู้เขียน การย้ายครั้งนี้เป็นบทเรียนว่าฟุตบอลสมัยใหม่ นักเตะต่างชาติอาจเลือกครอบครัวเหนือชื่อเสียง สโมสรควรมีแผนสำรองให้ดี ติดตามข่าวฟุตบอลสกอตติชและพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

บายฟิลด์เคาะประตูผู้จัดการผิวดำไม่หยุด

บายฟิลด์เคาะประตูผู้จัดการผิวดำไม่หยุดยั้ง! Darren Byfield หัวหน้าโค้ชของ Walsall วัย 49 ปี ประกาศชัดเจนว่าจะ “เคาะประตูดังขึ้นเรื่อยๆ” เพื่อเพิ่มจำนวนผู้จัดการทีมผิวดำในวงการฟุตบอลอังกฤษ

ปัจจุบัน Byfield เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมผิวดำเพียง 2 คนใน English Football League (EFL) ร่วมกับ Colin Kazim-Richards ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ช Crawley Town ใน League Two เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนที่ Byfield จะเข้ามารับช่วงต่อจาก Mat Sadler เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่สนาม Pallet-Track Bescot Stadium วงการ EFL เคยไม่มีผู้จัดการทีมผิวดำเลยหลังจาก Darren Moore ถูก Port Vale ใน League One ไล่ออกเมื่อปลายเดือนธันวาคม

ในพรีเมียร์ลีก มีผู้จัดการทีมผิวดำเพียง 2 คน คือ Nuno Espirito Santo ของ West Ham United และ Liam Rosenior ของ Chelsea “ยังมีไม่พอ” Byfield กล่าวกับ BBC Radio WM โดยที่เขารับงานนี้จนจบฤดูกาล “สิ่งที่ทำได้คือเคาะประตู และเคาะดังขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมาจากการทำงานหนัก”

บายฟิลด์เคาะประตูผู้จัดการผิวดำ

การวิจัยปี 2024 จาก Black Footballers Partnership (BFP) ชี้ว่า แม้ผู้เล่นผิวดำจะ chiếm 25% ของใบอนุญาตโค้ช UEFA แต่ในปี 2022-2023 พวกเขามีส่วนในตำแหน่งผู้จัดการทีมเพียง 4% ในอังกฤษ รายงานศึกษาอาชีพนอกสนามของอดีตนักเตะ 3,500 คนจากพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนชิปช่วง 1990-2010 พบว่านักเตะผิวขาวมีโอกาสเป็นผู้จัดการทีมมากกว่า 50%

Delroy Corinaldi ผู้อำนวยการ BFP กล่าวว่า “อาชีพผู้จัดการทีมเหมือนเกมงูและบันได แต่สำหรับอดีตผู้เล่นผิวดำคืองูทั้งนั้นไม่มีบันได” เมื่อกันยายนที่แล้ว หลัง Nuno ถูก Nottingham Forest ไล่ออก พรีเมียร์ลีกไม่มีผู้จัดการทีมผิวดำเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีนาคม-สิงหาคม 2023 Kick It Out เตือนว่าฟุตบอลอังกฤษเสี่ยงสูญเสียรุ่นโค้ชผิวดำ-เอเชีย-ผสม

ต่อมา Nuno กลับมาที่ West Ham และ Chelsea ดึง Liam Rosenior จาก Strasbourg ด้วยสัญญา 5.5 ปี FA เปิดตัว Football Leadership Diversity Code ในปี 2020 มีสโมสร 50 แห่งเข้าร่วมรวม 19 จากพรีเมียร์ลีก แต่ความคืบหน้ายังช้ากว่าคาด

ประสบการณ์นอกลีกหล่อหลอมบายฟิลด์

เส้นทางของ Byfield เริ่มจากฟุตบอลนอกลีกกับ Redditch United, Stratford Town, Walsall Wood และ Alvechurch สภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างปกป้องช่วยหล่อหลอมตัวตนโค้ชของเขา “ต้องฝึกสัปดาห์ละครั้งบนสนาม 1 ใน 3 ไม่สามารถถ่ายทอดไอเดียได้เต็มที่ แต่ช่วยให้ฉันเติบโต ทำผิดพลาดได้โดยไม่ถูกโหมโรง”

จากนั้นเขารู้ชัดว่าต้องการเล่นอย่างไร นักเตะแบบไหน และพื้นฐานที่จำเป็น ปัจจุบัน National League ไม่มีผู้จัดการทีมผิวดำหลัง Sam Cox ถูก Wealdstone ไล่ออกในกุมภาพันธ์ ก่อนเข้าร่วม Walsall ในปี 2023 Byfield เคยคุม Crawley ชั่วคราว 2 นัด

“การเป็นผู้ช่วยและชั่วคราวต้องสื่อสารง่ายๆ ชัดเจน ท้าทายผู้เล่นให้มี mindet ชนะ ไม่ใช่ตะคอกด่า แต่ encourage และชี้ถูกผิด”

จะตีกลองรัวต่อไป

อนาคตของ Byfield ที่ Walsall หลังจบฤดูกาลยังไม่แน่นอน แต่ Walsall ยังลุ้นเลื่อนชั้น League One ห่างเพลย์ออฟแค่ 2 คะแนน เหลือ 7 นัด นอกสนาม เขาตั้งใจส่องสปอตไลต์ให้ผู้เล่นผิวดำมีโอกาสเท่าเทียม

“มีผู้เล่นผิวดำมากมายแต่โค้ชและผู้จัดการน้อย ไม่ขอรับฟรี แต่ขอให้มองเท่าเทียม รู้จักคนที่มี pro licence แต่หางานสัมภาษณ์ไม่ได้ สิ่งนี้ต้องเปลี่ยน ฉันจะบายฟิลด์เคาะประตูผู้จัดการผิวดำต่อไป ถ้าช่วยให้คนกลุ่มน้อยเห็นหน้าผิวดำในม้านั่งสำรองแล้ว encourage ได้ ยิ่งดี”

  • League Two
  • Walsall
  • Football

มุมมองนี้ชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างในฟุตบอลอังกฤษ คุณคิดว่าอะไรจะช่วยเพิ่มผู้จัดการทีมผิวดำได้บ้าง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สาวถูกหวยรางวัลที่1 กลับขอเลขเด็ดตาทองงิ้วราย

ในโลกของการเสี่ยงโชคที่เต็มไปด้วยความเชื่อและศรัทธา มีเรื่องราวน่าติดตามมากมาย โดยเฉพาะ สาวเคยถูกหวยรางวัลที่ 1 กลับมาขอ “เลขเด็ดงวดนี้” จาก “ตาทองงิ้วราย” ไปเสี่ยงโชค ที่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งกลายเป็นข่าวฮือฮาในหมู่นักเสี่ยงดวงทั่วประเทศ

สาวเคยถูกหวยรางวัลที่ 1 กลับมาขอเลขเด็ดงวดนี้จากตาทองงิ้วราย

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดสว่างอารมณ์ หมู่บ้านแคแถว ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม แม้ราคาน้ำมันจะแพงแค่ไหน แต่บรรดานักเสี่ยงโชคก็ยังพากันมุ่งหน้ามาที่นี่ไม่ย่อท้อ เพราะวัดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้โชคลาภมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระเงินพระทอง, ตาทองงิ้วราย, ท้าวเวสสุวรรณโณ, ท้าวเทพหิรัญพนาสูร, พ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าปทุมมา, กุมารทองน้องเก้าเลิฟเลิฟ, พ่อปู่ฤาษี, และเจ้าพ่อกวนอูทรงม้าออกศึก ล้วนแต่เคยให้โชคใหญ่กับผู้ที่มากราบไหว้

วัดสว่างอารมณ์ ตาทองงิ้วราย

ศาลาการเปรียญเป็นจุดเด่นที่มีพระเงินพระทองและหุ่นปั้นตาทองงิ้วราย นักเสี่ยงโชคแห่กันมาจำนวนมาก ใครมาก็ต้องกราบพระเงินพระทองก่อน แล้วแวะตาทองงิ้วรายเพื่อดูเลขในอ่างน้ำมนต์ บางคนเขย่าเซียมซี บางคนล้วงไข่ในตะขวง ขึ้นอยู่กับวิธีที่ศรัทธา

สาวเคยถูกหวยรางวัลที่ 1 กลับมาขอ “เลขเด็ดงวดนี้” จาก “ตาทองงิ้วราย” ไปเสี่ยงโชค

น.ส.บ้วย แซ่เอี้ยว อายุ 50 ปี พนักงานบัญชีจากบางขุนเทียน กทม. คือพระเอกของเรื่องนี้ เธอเคยถูกรางวัลที่ 1 งวด 17 มกราคม 2568 จากเลขที่ขอจากตาทองงิ้วราย รับเงิน 6 ล้านบาท! เธอยังโชว์ลอตเตอรี่ในโทรศัพท์ยืนยันถูกจริง

น.ส.บ้วย ถูกรางวัลที่ 1

น.ส.บ้วยสมัครเป็นลูกหลานตาทองมานานปีกว่า หลังถูกหวยใหญ่ เธอถวายสร้อยทอง ไถ่ชีวิตโค 2 ตัวถวายพระราชกุศลให้เกษตรกรยากจน เธอมาทุกงวดก่อนหวยออก เพราะเชื่อว่าตาทองศักดิ์สิทธิ์จริง ถูกบ่อยเลยต้องมาเยี่ยมบ่อย ครั้งนี้ก็มาขอเลขเด็ดงวดนี้เหมือนเดิม

หลังกราบพระเงินพระทอง พี่ชายของเธอเขย่าเซียมซี ได้ไม้ 14, 1, 9 ส่วนเธอเพ่งอ่างน้ำมนต์ ตีเลขเป็น 195 และ 85 ก่อนกลับเธอยังสัญญาว่า ถ้าถูกใหญ่ จะซื้อทองถวาย ไถ่โคกระบือเพิ่ม

วัดสว่างอารมณ์ไม่ได้มีแค่ตาทองงิ้วรายเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่ให้เลขเด็ดมาหลายงวด นักเสี่ยงโชคหลายคนเล่าว่าถูกหวยรัฐบาล รางวัลที่ 1 รองลงมา จนกลายเป็นวัดฮิตสำหรับคอหวย

  • พระเงินพระทอง: ขอพรเรื่องเงินทอง
  • ตาทองงิ้วราย: เลขเด็ดจากอ่างน้ำมนต์และเซียมซี
  • ท้าวเวสสุวรรณ: ค้าขายร่ำรวย
  • กุมารทองน้องเก้าเลิฟเลิฟ: โชคลาภเล็กน้อยแต่บ่อย

หากคุณกำลังมองหาเลขเด็ดงวด 1 เมษายน 2569 ลองไปวัดสว่างอารมณ์ดู สิ่งสำคัญคือศรัทธาและเมตตาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่าลืมไหว้พระเงินพระทองก่อน แล้วไปขอพรตาทอง อาจได้โชคใหญ่แบบน.ส.บ้วย!

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคควรเล่นอย่างมีสติ อย่าลงทุนเกินตัว เพราะหวยเป็นเกมแห่งโอกาส แต่ศรัทธาช่วยเสริมดวงได้จริงสำหรับหลายคน

ลองไปขอพรกันดูนะคะ ใครได้เลขเด็ดมาบอกต่อด้วย!

ที่มา – สาวเคยถูกหวยรางวัลที่ 1 กลับมาขอ “เลขเด็ดงวดนี้” จาก “ตาทองงิ้วราย” ไปเสี่ยงโชค

พริษฐ์เรียกร้องนายกฯเปลี่ยนพิพัฒน์เคลียร์ผลทับซ้อน

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางคือ “พริษฐ์” เรียกร้อง นายกฯ เปลี่ยนตัว “พิพัฒน์” เคลียร์ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ในช่วงวิกฤตพลังงานที่ประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนหลังจากติดตามการสัมภาษณ์ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567

“พริษฐ์” เรียกร้อง นายกฯ เปลี่ยนตัว “พิพัฒน์” เคลียร์ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

นายพริษฐ์ยืนยันความเห็นเดิมที่เคยอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบหลักเรื่องวิกฤตพลังงาน จากนายพิพัฒน์เป็นบุคคลอื่น เพื่อล้างข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่กำลังเป็นประเด็นร้อน สาเหตุหลักมาจากคำให้สัมภาษณ์ของนายพิพัฒน์เอง ที่เล่าว่านายกรัฐมนตรีเคยเรียกประชุมกลุ่มย่อยเรื่องการขึ้นราคาน้ำมัน โดยไม่มีผู้ประกอบการเข้าร่วม เพราะกลัวว่าผู้ประกอบการจะรู้ข้อมูลล่วงหน้าแล้วปิดปั๊มหรือกักตุนน้ำมัน

แต่ปัญหาคือ “ช้างในห้อง” หรือตัวนายพิพัฒน์เองที่ยังคงมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจน้ำมัน โดยเฉพาะบริษัท PTG Energy Public Company Limited ซึ่งเป็นเครือข่ายธุรกิจของครอบครัว นี่คือเหตุผลหลักที่นายพริษฐ์ชี้ให้เห็น:

ความเชื่อมโยงทางธุรกิจของนายพิพัฒน์กับ PTG Energy

  • นายพิพัฒน์ยังถือหุ้น 5% ในบริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 25% ใน PTG Energy โดยมีน้องชายเป็นกรรมการและผู้บริหาร
  • ตลอดการสัมภาษณ์ นายพิพัฒน์ใช้คำว่า “เรา” หรือ “พวกเรา” เมื่อพูดถึงการดำเนินงานของ PTG Energy แม้จะพยายามปฏิเสธความเกี่ยวข้องในการบริหาร
  • PTG Energy ถือครองห่วงโซ่อุปทานน้ำมันแทบทุกขั้นตอน แม้ไม่มีโรงกลั่นเอง แต่มีหุ้นในบริษัทต่างๆ ดังนี้

การถือหุ้นในผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่หรือคลังน้ำมัน (มาตรา 7):

  • บริษัท 1: PTG ถือหุ้น 70.50%
  • บริษัท 2: PTG ถือหุ้น 40%

ผู้ค้าน้ำมันรายย่อยหรือจ็อบเบอร์ (มาตรา 10): อย่างน้อย 6 บริษัท

  • บริษัท 1: PTG ถือหุ้น 100%
  • บริษัท 2: PTG ถือหุ้น 99.98%
  • บริษัท 3: PTG ถือหุ้น 99.98%
  • บริษัท 4: PTG ถือหุ้น 99.98%
  • บริษัท 5: PTG ถือหุ้น 99.97%
  • บริษัท 6: PTG ถือหุ้น 99.97%

ผู้ขนส่งน้ำมัน (มาตรา 12): อย่างน้อย 4 บริษัท

  • บริษัท 1: PTG ถือหุ้น 100%
  • บริษัท 2: รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น 25%
  • บริษัท 3: รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้นทางอ้อม 25%
  • บริษัท 4: รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้นทางอ้อม 19%

ยิ่งไปกว่านั้น หนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่ PTG ถือหุ้น เป็นโรงกลั่นน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบายรัฐบาลที่เสนอเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล เช่น B10 หรือ B20

ทำไมต้องเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบ?

นายพริษฐ์ย้ำว่าไม่ได้กล่าวหาว่ามีการกระทำผิดจริง แต่สถานการณ์นี้เปิดช่องให้เก็งกำไรได้มหาศาล หากผู้กำหนดนโยบายรู้ข้อมูลล่วงหน้าและมีเครือข่ายธุรกิจกว้างขวางในอุตสาหกรรมน้ำมัน สิ่งนี้ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในความโปร่งใสของรัฐบาล โดยเฉพาะในวิกฤตพลังงานที่ราคาน้ำมันผันผวน กองทุนน้ำมันขาดแคลน และประชาชนต้องแบกรับภาระ

วิกฤตพลังงานครั้งนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น ราคาน้ำมันดิบโลกสูงขึ้น สงครามยูเครน-รัสเซีย และนโยบายภายในที่ยังไม่ชัดเจน การที่ผู้รับผิดชอบหลักอย่างนายพิพัฒน์ ซึ่งเป็นประธานศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาพลังงาน (ศบก.) มีผลประโยชน์ทับซ้อน ยิ่งทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นกลาง นายพริษฐ์เสนอทางออกชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีควรเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ หรือนายพิพัฒน์ถอนตัวเองเพื่อเคลียร์ข้อครหา

ประเด็น “พริษฐ์” เรียกร้อง นายกฯ เปลี่ยนตัว “พิพัฒน์” เคลียร์ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน สะท้อนปัญหาใหญ่ของการเมืองไทย คือการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หากรัฐบาลไม่ดำเนินการ อาจนำไปสู่การขาดความน่าเชื่อถือและการประท้วงจากประชาชนที่เดือดร้อน

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลียร์ข้อครหาแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การแก้ไขวิกฤตพลังงานเดินหน้าอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ คุณคิดว่ารัฐบาลควรเปลี่ยนตัวจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – “พริษฐ์” เรียกร้อง นายกฯ เปลี่ยนตัว “พิพัฒน์” เคลียร์ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน