วัน: 28 มีนาคม 2026

คนละครึ่งพลัสเฟส 2 อัปเดตล่าสุด ลุ้นเงื่อนไขใหม่

รอเลย! คนละครึ่งพลัสเฟส 2 กำลังมาแรง อัปเดตล่าสุดจากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันชัดเจนว่าจะกลับมาแน่นอน และพลัสมากขึ้นด้วยเงื่อนไขใหม่ที่ครอบคลุมกว่าเดิม ลุ้นรับเพิ่มวงเงิน 2,000 บาทหรือมากกว่านั้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เงินหมุนเวียนทั่วประเทศ ประชาชนเตรียมตัวเช็กคุณสมบัติและวิธีลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตังได้เลย

คนละครึ่งพลัสเฟส 2 มาแน่! เร่งผลักดันทันทีหลังรัฐบาลใหม่

ความคืบหน้า คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ชัดเจนมากขึ้น เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ ยืนยันว่านโยบายนี้ต้องเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เพราะเป็นสัญญาที่พรรคภูมิใจไทยให้ไว้กับประชาชน และเป็นโครงการเรือธงที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายให้เงินไหลเวียนในระบบ ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ รัฐบาลยังได้ภาษีคืนมาอย่างคุ้มค่า ถือเป็นวิน-วินสำหรับทุกฝ่าย

สำหรับไทม์ไลน์ นายอนุทินระบุว่ารัฐบาลใหม่จะเร่งผลักดันทันทีหลังแถลงนโยบาย โดยอ้างอิงจากผลสำรวจปีที่ผ่านมา ประชาชนพึงพอใจสูงและเรียกร้องให้มีต่อ โครงการนี้ไม่เกี่ยวข้องกับวิกฤตน้ำมันหรือตะวันออกกลาง แต่เป็นมาตรการเศรษฐกิจถาวรเพื่อความมั่นคง

จับตาคนละครึ่งพลัสเฟส 2 อัปเกรดใหม่ จัดเต็มครอบคลุมทุกกลุ่ม

ลุ้นหนัก! คนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะเพิ่มวงเงินเป็น 2,000 บาทหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “พลัสแน่นอน” รูปแบบใหม่จะชัดเจนและครอบคลุมยิ่งขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาเวอร์ชันอัปเกรด รวมถึงกลุ่มผู้เสียภาษีที่มาตรการเก่าไม่ครอบคลุม รอสรุปจากกระทรวงการคลังผ่านครม. แต่ย้ำว่าประชาชนชื่นชอบโครงการนี้มาก จะพลัสทั้งเงินและสิทธิประโยชน์

คุณสมบัติผู้มีสิทธิคนละครึ่งพลัสเฟส 2

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่ถูกระงับสิทธิหรือเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งเฟส 1-5

เงื่อนไขเหล่านี้คล้ายเฟสแรก แต่เฟส 2 อาจปรับให้กว้างขึ้น ลุ้นเลยว่าจะรวมกลุ่มใหม่ๆ อย่างไร

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ง่ายๆ ผ่านแอปเป๋าตัง

คาดว่าวิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ไม่ต่างจากเดิม ใช้แอปเป๋าตังทั้งหมด ดังนี้:

สำหรับผู้ไม่เคยรับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 (2565):

  1. อัปเดตแอปเป๋าตังเวอร์ชันล่าสุด เปิด G-Wallet
  2. กดแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”
  3. ยอมรับเงื่อนไขและยืนยันลงทะเบียน
  4. รอแจ้งผลทางแอปและ SMS ภายใน 3 วัน

สำหรับผู้เคยรับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5:

  1. อัปเดตแอปเป๋าตังและเปิด G-Wallet
  2. กดแบนเนอร์โครงการ
  3. ยอมรับเงื่อนไข ยืนยันสิทธิ
  4. แจ้งผลทางแอปทันที

ผู้รับสิทธิเฟสแรก (2568) อาจแค่กดยืนยัน รอประกาศอย่างเป็นทางการ หากพลัสเพิ่ม ประชาชนจะได้ใช้จ่ายร้านค้าที่ร่วมโครงการ สร้างรายได้ให้ SME ทั่วประเทศ

โครงการนี้พิสูจน์แล้วว่าช่วยเศรษฐกิจฐานรากได้ดี ในมุมมองผู้เขียน คนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะเป็นตัวหนักแน่นกระตุ้นการบริโภคหลังเลือกตั้ง รีบอัปเดตแอปเป๋าตัง เตรียมลงทะเบียนตั้งแต่เปิดรับสมัคร อย่าพลาดสิทธิพลัสใหม่!

ที่มา – “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” อัปเดตล่าสุด จับตาเงื่อนไขใหม่ ลุ้นเพิ่มวงเงิน ครอบคลุมขึ้น

คู่กองหลังตัวหลักของสกอตแลนด์คือคู่ไหน?

คู่กองหลังตัวหลักของสกอตแลนด์คือคู่ไหน?

ตั้งแต่ความรุ่งโรจน์ในเดือนพฤศจิกายน สตีฟ คลาร์ก ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากของกุนซือ ไม่มีแมตช์ให้ลงสนามเพื่อทดสอบไอเดีย แม้จะได้ดูผู้เล่นทุกสัปดาห์แต่ไม่มีโอกาสคุมทีม ในที่สุด เขาก็ได้รวมนักเตะเข้าค่ายอีกครั้ง พบญี่ปุ่นที่แฮมป์เดนวันเสาร์ และไอวอรี่โคสต์ที่ลิเวอร์พูลวันอังคาร หนึ่งในประเด็นสำคัญคือคู่กองหลังตัวหลักของสกอตแลนด์

ทั้งจากแผนการและสถานการณ์บังคับ คลาร์กเปลี่ยนคู่เซ็นเตอร์แบ็คทุกนัดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก เริ่มด้วยแกรนต์ แฮนลีย์ กับจอห์น ซูตตาร์ที่โคเปนเฮเกน แล้วสกอตต์ แม็คเคนน่ากับซูตตาร์พบเบลารุส กลับไปแฮนลีย์-ซูตตาร์พบกรีซ แม็คเคนน่า-แจ็ค เฮนดรี้พบเบลารุสที่บ้าน และแฮนลีย์-ซูตตาร์พบกรีซนอกบ้าน

คืนดังที่การันตีเข้ารอบฟุตบอลโลกพบเดนมาร์ก กะจะใช้ซูตตาร์-แม็คเคนน่า แต่ซูตตาร์เจ็บก่อนเตะ แฮนลีย์ลงแทน

ฟุตบอลกระชับมิตร: สกอตแลนด์ vs ญี่ปุ่น

แฮมป์เดน พาร์ค, กลาสโกว์

เสาร์ที่ 28 มี.ค. 17:00 GMT

ถ่ายทอดสด BBC Scotland, BBC iPlayer, BBC Sport; ฟัง BBC Radio Scotland & BBC Sounds; ติดตามออนไลน์

ตอนนี้ใกล้เดือนมิถุนายนพบเฮติที่บอสตัน คู่กองหลังตัวหลักของสกอตแลนด์จะเป็นยังไง? แฮนลีย์พลาด 6 นัดฮิเบอร์เนียนจากเจ็บต้นเดือนกุมภา เป็นสำรองไม่ได้ลงสุดสัปดาห์

ซูตตาร์สำรองเรนเจอร์ส 2 นัดล่าสุด ลงนาที 105 ศึกสกอตติชคัพกับเซลติก ไม่ค่อยดีนัก

ในทีมปัจจุบัน คลาร์กมีเฮนดรี้ลงทุกนัดซาอุฯ พบรอนัลโด้, เบนเซม่า, โทนี่, ลาคาเซ็ตต์ แม็คเคนน่าตัวเก่งดินาโม ซาเกร็บ โดม ไฮแอมลงสกอตแลนด์นัดเดียวเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนี้อันดับ 7 แชมเปี้ยนชิพกับเร็กซ์แฮม เคร็ก ฮัลเค็ตต์ตัวหลักฮาร์ทส์ตกหล่นเซอร์ไพรส์

‘คลาร์กไม่มองข้ามจุดอ่อน’

คลาร์กคงลงสู่พื้นหลังเข้ารอบฟุตบอลโลก แม้สำเร็จแต่เขารู้จุดที่ต้องแก้

ถ้าเดนมาร์กยิงเพิ่ม 1 ลูกกับเบลารุส สกอตแลนด์คงเพลย์ออฟ เดนมาร์กยิง 34 ลูก นัดเดนมาร์กที่แฮมป์เดนสุดยอด แต่ 3 นัดสุดท้ายเสีย 6 ลูก ต่างจากคลีนชีตโคเปนเฮเกน

ชนะเบลารุส 2-1 คลาร์กโกรธมาก ร็อบертสันบอกไม่รู้สึกเหมือนชนะ แม็คเคนน่าบอกทีมผิดหวัง แอดัมส์เห็นด้วยแฟนบุ๊ก แม็คกินน์เรียกครึ่งแรก “ห่วยแตก” เบลารุสยิง 22 ลูก สกอตแลนด์ 12

นัดกรีซตาม 0-3 โชคดีไม่ 4-5 กอร์ดอนเซฟ 7 กรีซยิง 18 สกอตแลนด์พลิกยิง 2

แม้นัดเดนมาร์ก เดนมาร์กครองลูก 19-10, โจมตี 33-18, มุม 9-2, สัมผัสบ็อกซ์ 40-14 แต่เดนมาร์กได้เพลย์ออฟ สกอตแลนด์ตรงดิ่งฟุตบอลโลก

คลาร์กจะวิเคราะห์ทุกอย่าง โดยเฉพาะแนวรับที่ต้องดีขึ้น

คู่กองหลังตัวหลักของสกอตแลนด์คือคู่ไหน?

เคร็ก เลวีนเลือกซูตตาร์-แม็คเคนน่า ขวา-ซ้าย “ซูตตาร์ไม่เด็ก มีประสบการณ์ สงบดี คู่สมดุล รู้ใจกัน ซูตตาร์กับเฮนดรี้เล่นบอลดีสุด ไฮแอมดีเพราะเร็กซ์แฮมรวย แฮนลีย์ไม่เร็วแต่ไม่พลาด โดนด่าเกินจริง ฮัลเค็ตต์ฟิตสุดใน 4-5 ปี”

วิลลี่ มิลเลอร์ก็ซูตตาร์-แม็คเคนน่า “เร็ว คุณภาพพอ ถ้าสูงต้องคู่นี้ แต่แฮนลีย์ดุเดือดในกรอบ จริงๆแล้วขึ้นกับนัด”

วันเสาร์เริ่มนับถอยหลังสหรัฐ ญี่ปุ่นชนะโบลิเวีย กาน่า บราซิล คลาร์กพาศกอตแลนด์มาถึงจุดนี้ได้ดี แต่แนวรับต้องพัฒนา

วิเคราะห์คู่กองหลังตัวหลักของสกอตแลนด์

  • ซูตตาร์-แม็คเคนน่า: สมดุล เร็ว เล่นบอลดี
  • แฮนลีย์-ซูตตาร์: มั่นคงแต่ช้า
  • เฮนดรี้: ฟอร์มร้อน พบยอดนักเตะ

คุณคิดคู่กองหลังตัวหลักของสกอตแลนด์ควรเป็นคู่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัพเดทฟุตบอลโลก!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

แมนซิตี้แทนที่กัปตันซิลวาได้อย่างไร

แมนซิตี้แทนที่กัปตันซิลวาได้อย่างไร หากเขาย้ายทีม?

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจสูญเสียผู้จัดการทีมและกัปตันทีมในฤดูกาลหน้า เมื่ออนาคตของทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เบอร์นาร์โด้ ซิลวา ยังไม่แน่นอนหลังจบฤดูร้อนนี้

กวาร์ดิโอล่าพาทีมประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในช่วงเวลาที่เขาคุมทีม และกองกลางซิลวา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเขา อยู่เคียงข้างมาตลอด

เมื่อกัปตันทีมก้าวขึ้นบันไดที่เวมบลีย์ สเตเดี้ยม หลังชัยชนะเหนืออาร์เซนอล ในนัดชิงคาราบาว คัพ เมื่อวันอาทิตย์ เขายกถ้วยใบที่ 18 ตั้งแต่ย้ายจากโมนาโกมาเข้าร่วมสโมสรในปี 2017

ซิลวาอาจไม่ใช่ตำนานระดับเควิน เดอ บรอยน์, เซร์คิโอ อเกวโร่, วินเซนต์ กอมปานี หรือ ดาวิด ซิลวา แต่ความสำเร็จของเขาจะเทียบชั้นพวกเขาเมื่อจากลาเอติฮัด สเตเดี้ยม

‘ติดต่อได้ ฉลาด และน่ารัก’

มีความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกันอย่างชัดเจนระหว่างกวาร์ดิโอล่าและซิลวา ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขาได้สวมปลอกแขนกัปตันในฤดูกาลนี้ หลังเดอ บรอยน์ย้ายออก

กวาร์ดิโอล่าเคยบอกรักซิลวาในช่วงต้นฤดูกาล โดยบอกว่ามี ‘จุดอ่อน’ ต่อนักเตะวัย 31 ปี และชื่นชมว่าเขาอยู่เคียงข้างเสมอ แม้ในช่วงยากลำบากฤดูกาลที่แล้วที่จบอันดับสามพรีเมียร์ลีกและไม่คว้าแชมป์ใหญ่ครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ

ซิลวาให้สัมภาษณ์ BBC Sport ในเดือนธันวาคม ว่ากวาร์ดิโอล่าเป็นอิทธิพลสำคัญต่ออาชีพของเขา และเจ้านายมี ‘ความรักพิเศษ’ ต่อเขาหลังเล่นด้วยกัน 9 ปีและคว้าแชมป์มากมาย

กองกลางโปรตุเกสใกล้ลงสนามให้ซิตี้ครบ 450 นัดในทุกรายการ และทุกรายการอยู่ใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอล่า – ไม่มีใครถูกเลือกมากเท่า

ฤดูกาลนี้เขายิง 3 ประตู แอสซิสต์ 5 แต่คุณสมบัติผู้นำและความน่าเชื่อถือที่กวาร์ดิโอล่าชื่นชอบ โดยซิลวาลงเล่นพรีเมียร์ลีกมากที่สุดในทีม

ความขยันของเขาทำให้วิ่งไกลสุดในทีม 304.9 กม. และพาบอล 5,094 เมตร ซึ่งไม่มีใครในทีมเทียบได้

จากนักเตะพรีเมียร์ลีกที่ลงเกิน 1,200 นาที มีเพียง 4 คนที่วิ่งต่อ 90 นาทีมากกว่า 12.17 กม. ของซิลวา

แม้ถูกไล่ออกเพราะฟาวล์หนักใส่เรอัล มาดริด ในแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งทำให้พลิกเกมไม่ได้ แต่กวาร์ดิโอล่าไม่โทษ โดยบอกว่าเป็น ‘สัญชาตญาณ’

อดีตกองกลางซิตี้ ไมเคิล บราวน์ ชมว่าเป็น ‘นักเตะยอดเยี่ยม’ และฟอร์มกับอาร์เซนอล ‘ติดต่อได้ ฉลาด และน่ารัก’

เขาบอก City TV: “เขาทำให้ทุกอย่างมีชีวิตชีวา – เมื่อทุกอย่างตาย เขาสร้างโอกาส ซิลวาไม่ใช่คนทำอะไรพิเศษเสมอ แต่เขาอยู่ตรงนั้น เป็นนักเตะทีมเวิร์คและคนที่อยากเลือกเสมอ”

แมนซิตี้แทนที่กัปตันซิลวาได้หรือไม่

สัญญาซิลวาจบสิ้นฤดูกาลนี้ ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจะอยู่หรือไป

เดือนกันยายน เขาบอกว่ารู้ ‘แน่ชัด’ ว่าจะทำอะไรเมื่อสัญญาหมด แต่ไม่เปิดเผย

ยังไม่ต่อสัญญา และมีข่าวลือกับบาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส และสโมสรอเมริกา

ซิตี้สนใจเอลเลียต แอนเดอร์สัน จากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในซัมเมอร์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นไม่ว่าซิลวาจะไปหรือไม่

แต่ แมนซิตี้แทนที่กัปตันซิลวา อย่างไร เมื่อบทบาทนี้อาจปิดฉาก?

“คุณไม่แทนที่เขาได้ เขาอยู่ทุกที่ ไม่มีตำแหน่งตายตัว” ชอน ไรท์-ฟิลลิปส์ อดีตปีกซิตี้กล่าว

สเต็ฟ ฮูตัน อดีตกัปตันหญิงซิตี้ บอก: “ไม่มีใครทำแบบเขาได้ ซิลวาเป็นผู้นำต่างจากกอมปานีหรือเฟอร์นันดินโญ่”

“เขาแสดงผ่านฟอร์มและนำทีมด้วยความทุ่มเททุกนัด ไม่ว่าจะเล่นตำแหน่งไหน”

วิเคราะห์แท็คติค: โค้ชในสนามของซิตี้

โดยUmir Irfan ผู้สื่อข่าวแท็คติกฟุตบอล

ตอนนี้ซิลวาเป็นตัวหลักที่เปลี่ยนไม่ได้ ประสบการณ์ ความเข้าใจแท็คติก และความยืดหยุ่นทำให้เขาเป็น ‘โค้ชในสนาม’ ของกวาร์ดิโอล่า สามารถปรับบทบาทเพื่อเปลี่ยนแท็คติกนัดต่อนัด

บทบาทสำคัญคือช่วยสร้างเกม แม้แนวรับใหม่เก่ง แต่ในลีกที่แมนมาร์กมากขึ้น ซิลวามักลงลึกมาก

กับลีดส์ เขากับโรดรี้ลงมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก ทำให้เซ็นเตอร์ตัวจริงหลุดจากโซนกดดัน และช่วยทีมขึ้นบอล

นอกบอล เขาสำคัญต่อการฟื้นตัวครึ่งหลังฤดูกาล กับลิเวอร์พูล เขาตัดเส้นส่งบอลไปเวอร์กิล ฟาน ไดค์ บังคับให้บอลไปอิบราฮิม่า โกนาเต้ เซ็นเตอร์ที่อ่อนกว่า

ฟิล โฟเด้น กดโกนาเต้ ขณะที่ซิลวาตัดสินใจกดมิดฟิลด์ลิเวอร์พูลได้ฉลาด

ลิเวอร์พูลปรับโดยให้กราเวนเบิร์ชลงมาเป็นแบ็กสาม แต่ซิลวาปรับการกดทันที

รายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้สำคัญมาก กวาร์ดิโอล่าบอกในพฤศจิกายน: “เขาไม่ยิงมากหรือแอสซิสต์ แต่ให้สิ่งที่สถิติไม่บอก และมีค่ามาก”

“เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดที่ผมเคยคุม”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การ แมนซิตี้แทนที่กัปตันซิลวา เป็นคำถามใหญ่ หากเขาย้าย ทีมต้องหาคนที่มีความเป็นผู้นำ ความยืดหยุ่น และความเข้าใจแท็คติกแบบเดียวกัน คุณคิดว่าแมนซิตี้ควรทำอย่างไรเพื่อรักษาความสำเร็จต่อไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อินโดนีเซียแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี ชาติแรกอาเซียน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวใหญ่จากเพื่อนบ้านอาเซียนเลยนะ อินโดนีเซียแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี แล้วล่ะ! ห้ามเด็กๆ เปิดบัญชีใช้ TikTok, YouTube, Facebook, Instagram และอื่นๆ อีกเพียบ เป็นชาติแรกในอาเซียนที่กล้าทำแบบนี้ เพื่อปกป้องน้องๆ จากเนื้อหาอันตราย การ bully ออนไลน์ หรือแม้แต่ติดงอมแงมหน้าจอ ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ยล่ะ?

อินโดนีเซียแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี

มาตรการนี้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2567 โดยรัฐบาลอินโดนีเซียออกกฎห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น TikTok ที่เด็กรุ่นใหม่ชอบเต้นๆ, YouTube ที่ดูคลิปเพลินๆ หรือแม้แต่ Roblox ที่เล่นเกมออนไลน์สนุกสุดๆ รัฐบาลอยากดึงอำนาจคืนจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี เพื่อให้เด็กปลอดภัยมากขึ้น

เป้าหมายหลักคือป้องกันความเสี่ยงต่างๆ เช่น เนื้อหาลามก, การหลอกลวง, cyberbullying และปัญหาสุขภาพจิตจากโซเชียลที่มากเกินไป อินโดนีเซียเป็นชาติแรกในอาเซียนที่ทำแบบนี้ ตามรอยออสเตรเลียที่เคยเริ่มก่อนหน้า

แพลตฟอร์มที่ได้รับผลกระทบจากอินโดนีเซียแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี

  • TikTok
  • YouTube
  • Facebook
  • Instagram
  • Threads
  • X (Twitter เดิม)
  • Bigo Live
  • Roblox

นางเมทยา ฮาฟิด รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารและดิจิทัล บอกว่า X เริ่มปิดบัญชีเด็กแล้ว ส่วน Roblox กำลังพัฒนาโหมดออฟไลน์สำหรับเด็กต่ำกว่า 13 ปี รัฐบาลยังไม่บอกวิธีตรวจอายุยังไง แต่เน้นให้แพลตฟอร์มเร่งปฏิบัติตาม คาดกระทบเด็ก 70 ล้านคนจากประชากร 280 ล้านคนเลยนะ!

กระแสตอบรับและความท้าทาย

เด็กๆ บางคนอย่างเด็กหญิง 13 ปีในจาการ์ตาบอกว่าครึ่งๆ กลางๆ เข้าใจเหตุผลแต่เสียดายความสนุก ส่วนผู้ปกครองส่วนใหญ่เชียร์ เพราะเห็นลูกติดจอหนักมาก ดิเอนา หรยาณา ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเด็กออนไลน์ ชี้ว่าโซเชียลกระทบสุขภาพจิต ทำให้เครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้าได้ แต่ถ้าใช้ถูกทางก็ดีได้ ผู้ปกครองและโรงเรียนต้องช่วยกันแนะนำ

การบังคับใช้ไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐมนตรียอมรับว่าควบคุมยาก แต่จำเป็นต้องทำเพื่ออนาคตเด็ก

ประเทศอื่นๆ ที่สนใจอินโดนีเซียแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี

  • ออสเตรเลีย (เริ่มก่อน)
  • สเปน
  • ฝรั่งเศส
  • สหราชอาณาจักร

หลายประเทศเริ่มมองหามาตรการคล้ายๆ กัน เพราะกังวลผลกระทบระยะยาวต่อเยาวชน

ในมุมมองของผม นี่เป็นก้าวดีเลยนะ โดยเฉพาะในยุคที่เด็กไทยก็ติด TikTok YouTube ไม่แพ้กัน บางทีไทยเราก็ควรมีกฎคล้ายๆ นี้มั้ย? เพื่อให้เด็กมีเวลาว่างเล่นกีฬา อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ แทนการ scroll feed ไม่รู้จบ แต่ก็ต้องสมดุลนะ อย่าห้ามจนเด็กเบื่อโลกดิจิทัลไปเลย

สุดท้ายแล้ว ผู้ปกครองอย่างเราต้องเป็นตัวกรองหลัก คุยกับลูก สอนใช้โซเชียลอย่างรับผิดชอบ คุณล่ะคิดยังไงกับ อินโดนีเซียแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี ? ดีหรือไม่ดี คอมเมนต์บอกกันหน่อย แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ผู้ปกครองด้วยนะ จะได้ช่วยกันปกป้องเด็กๆ!

ที่มา – อินโดนีเซียเริ่มแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี ใช้ไม่ได้ทั้ง TikTok-YouTube ชาติแรกในอาเซียน

นายกฯ ยันไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย พลังงานพอ

ในสถานการณ์ที่โลกกำลังจับตาเศรษฐกิจเอเชีย นายกรัฐมนตรีไทยได้ออกมาสร้างความมั่นใจให้กับสื่อต่างประเทศ โดยยืนยันชัดเจนว่า ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องวิกฤตพลังงาน แต่ไทยยังมีพลังงานเพียงพอที่จะรองรับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง

ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย นายกฯ ตอบสื่อต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 12.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำถามจากสื่อต่างประเทศที่ถามถึงประเด็นที่นายกฯ เคยกล่าวไว้ว่าประเทศไทยจะไม่เป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” แต่ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน นายกฯ ตอบอย่างหนักแน่นว่า “เรายังโอเคอยู่ครับ เราไม่ได้ป่วย”

คำตอบนี้สะท้อนถึงความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย ที่แม้จะมีปัญหาพลังงานบ้าง แต่รัฐบาลได้บริหารจัดการให้มีพลังงานเพียงพอ ไม่เพียงแค่อุตสาหกรรมเดิม แต่ยังรองรับการขยายตัวใหม่ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่กำลังมาแรง

นักลงทุนต่างชาต้ายังเชื่อมั่นในไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย

เมื่อสื่อถามต่อว่านายกฯ มีข้อความอะไรถึงนักลงทุนต่างชาติหรือไม่ นายกฯ ย้ำว่า “พวกเขาทั้งหมดยังคงมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยครับ โครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างของเรายังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไป” และเมื่อถูกย้ำถึงวิกฤตพลังงาน นายกฯ ยังชี้แจงว่า “ใช่ครับ แต่เรามีพลังงานเพียงพอที่จะรองรับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด และยังมีศักยภาพที่ดียิ่งกว่าสำหรับนักลงทุนด้วย”

ประเด็นนี้สำคัญมากในยุคที่นักลงทุนกำลังมองหาที่ตั้งฐานผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยมีข้อได้เปรียบหลายประการที่ทำให้ ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย จริงๆ

  • โครงสร้างพื้นฐานครบครัน: เช่น ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง, สนามบินสุวรรณภูมิที่ขยายแล้ว, และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม EEC (Eastern Economic Corridor)
  • พลังงานมั่นคง: มีสัญญา LNG ระยะยาว, โครงการโซลาร์ฟาร์ม, ลมทะเล และนิวเคลียร์ขนาดเล็กในอนาคต รองรับโรงงานใหญ่ๆ ได้สบาย
  • แรงงานคุณภาพ: ไทยมีวิศวกรและช่างฝีมือจำนวนมาก พร้อม upskill สำหรับอุตสาหกรรม 4.0
  • นโยบายดึงดูด: BOI ให้สิทธิประโยชน์ภาษี, Visa ยาวสำหรับนักลงทุน, และ Thailand 4.0 ที่มุ่ง Innovation

จากตัวเลขล่าสุด การลงทุนต่างชาติในไทยปี 2568 สูงขึ้น 15% โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น จีน และสหรัฐฯ ที่มองไทยเป็นฮับ EV และเซมิคอนดักเตอร์ แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเชื่อมั่นจริง ไม่ใช่แค่คำพูด

วิกฤตพลังงานไทย จริงหรือแค่ข่าวลือ?

แม้จะมีข่าวขาดแคลนก๊าซบางช่วงจากปัญหาโลก เช่น สงครามยูเครนที่กระทบ supply chain แต่รัฐบาลไทยได้กระจายความเสี่ยง โดยเพิ่ม import จากหลายแหล่ง และเร่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน คาดว่าภายใน 2570 ไทยจะมี RE 30% ของพลังงานทั้งหมด ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานถูกลงและยั่งยืน

เปรียบเทียบกับเพื่อนบ้าน ไทยมีอัตราการเติบโต GDP สูงกว่าเวียดนามในบางภาคส่วน และโครงสร้างพื้นฐานดีกว่าอินโดนีเซีย ทำให้ไทยยังเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ

ในมุมมองของผู้เขียน การตอบโต้ของนายกฯ ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่น แต่ยังเป็น strategic communication ที่ดี แสดง leadership ในยามวิกฤต สะท้อนว่าไทยพร้อมแข่งขันในเวทีโลก

สุดท้าย คุณคิดว่าไทยจะก้าวข้ามวิกฤตพลังงานได้อย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวเศรษฐกิจไทยจากเราเพื่ออัพเดทล่าสุด!

ที่มา – นายกฯ ตอบสื่อต่างประเทศ ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ยันมีพลังงานเพียงพอรองรับภาคอุตสาหกรรม

“นายกฯ” ระบุ น้ำมันไม่หาย ตัวเลขรับ-ส่งใกล้เคียงกัน มั่นใจมีเพียงพอ

“นายกฯ” ระบุ น้ำมันไม่หาย ตัวเลขรับ-ส่งใกล้เคียงกัน มั่นใจมีเพียงพอ เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันโลกที่กำลังส่งผลกระทบต่อประเทศไทย รัฐบาลยืนยันว่าปริมาณน้ำมันในระบบมีเพียงพอ ไม่มีการกักตุนหรือหายไปไหน โดยใช้ตัวเลขจริงจากแดชบอร์ดติดตามการรับ-ส่งน้ำมัน ตั้งแต่โรงกลั่น คลังสินค้า จนถึงปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ

“นายกฯ” ระบุ น้ำมันไม่หาย ตัวเลขรับ-ส่งใกล้เคียงกัน มั่นใจมีเพียงพอ

วันที่ 28 มี.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์หลังเข้าร่วมงาน Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” โดยย้ำว่ารัฐบาลมั่นใจเต็มที่ในปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชน เพราะมีระบบติดตามที่ชัดเจน ผ่านแดชบอร์ดที่แสดงข้อมูลน้ำมันออกจากโรงกลั่นไปคลัง จากคลังไปจ๊อบเบอร์ (ผู้ค้าส่ง) และจากจ๊อบเบอร์ไปยังปั๊มน้ำมันกว่า 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยยืนยันว่าไม่มีใครกักตุนน้ำมันแน่นอน

สถานการณ์น้ำมันดีขึ้น ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดรายงาน

นายกรัฐมนตรีเผยว่าจากการประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อวานนี้ สถานการณ์โดยรวมดีขึ้นมาก มีน้ำมันบริการประชาชนเพียงพอ และได้สั่งการให้ผู้ว่าฯ ดูแลสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้บางจังหวัดอาจยังมีปัญหาเล็กน้อย แต่ตัวเลขรับ-ส่งน้ำมันจากโรงกลั่นไปยังผู้รับทั่วประเทศใกล้เคียงกัน สูญเสียเพียงส่วนน้อยจากการขนส่งเท่านั้น ดังนั้น น้ำมันไม่หาย อย่างที่หลายคนกังวล

สำหรับคำถามเรื่องการขึ้นราคาน้ำมันครั้งละ 6 บาท นายกฯ ชี้แจงว่าราคาต้องอ้างอิงตลาดโลก รัฐบาลไม่ได้ขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการกำไรมหาศาล แต่ใช้กลไกกองทุนน้ำมันน้ำมันช่วยพยุงราคา หากลดราคาต่ำเกินไป จะเกิดปัญหาน้ำมันไหลออกนอกประเทศ เช่น รถขนส่งจากมาเลเซียแห่มาฉีดน้ำมันไทยเพราะราคาถูกกว่า ส่งผลให้คนไทยเข้าถึงยากขึ้น

  • ราคาน้ำมันไทยถูกกว่ามาเลเซีย ทำให้รถต่างชาติมาฉีดเต็มถัง
  • รัฐบาลปรับราคาให้สมดุล เพื่อป้องกันการไหลออก
  • กองทุนน้ำมันลดภาระจาก 24 บาทเหลือ 16 บาทต่อลิตร

กองทุนน้ำมันช่วยเหลือประชาชนกลุ่มอื่น

ปัจจุบันรัฐบาลตรึงพยุงราคาที่ 16 บาทต่อลิตร จากเดิม 24 บาท โดยไทยใช้น้ำมันวันละ 60 ล้านลิตร ทำให้กองทุนได้เงินเข้าอุ้มราว 1,500 ล้านบาทต่อวัน จากการประหยัดของประชาชน เงินส่วนนี้จะนำไปช่วยเหลือกลุ่มขนส่ง ประมง เกษตรกร และกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม แทนการอุ้มราคาน้ำมันอย่างเดียว ซึ่งไม่ยั่งยืนในระยะยาว

นายกฯ ยังย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ค้ากำไรให้เอกชน แต่เน้นสมดุลราคาให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด ทุกฝ่ายต้องร่วมมือประหยัดน้ำมัน เช่น ลดการใช้รถส่วนตัว ส่งเสริมพลังงานทางเลือก เพื่อรับมือวิกฤตโลกที่ไม่แน่นอน

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึง ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องต่อคิวเติมน้ำมัน เพราะระบบติดตามเข้มข้น และน้ำมันจะเข้าถึงปั๊มกว่า 1 หมื่นแห่งภายในสิ้นสัปดาห์นี้ตามคำสั่งนายกฯ

สรุปแล้ว การชี้แจงของนายกรัฐมนตรีช่วยคลายกังวลได้มาก “นายกฯ” ระบุ น้ำมันไม่หาย ตัวเลขรับ-ส่งใกล้เคียงกัน มั่นใจมีเพียงพอ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของรัฐบาล หากคุณมีประสบการณ์เติมน้ำมันช่วงนี้ แชร์ในคอมเมนต์ได้เลย หรือติดตามข่าวอัปเดตราคาน้ำมันเพื่อวางแผนการใช้รถให้ดี!

ที่มา – “นายกฯ” ระบุ น้ำมันไม่หาย ตัวเลขรับ-ส่งใกล้เคียงกัน มั่นใจมีเพียงพอ

“อนุทิน” ลั่นคนละครึ่งพลัสมาแน่ จัดเต็ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีมาบอกสำหรับคนที่กำลังรอคอยมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐบาลเลยนะครับ ล่าสุด “อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้ หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 ทำให้หลายคนตื่นเต้นกันมาก เพราะโครงการนี้เคยช่วยเหลือประชาชนได้อย่างดีในอดีต

“อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้

ในงานแถลงข่าว นายอนุทินย้ำชัดเจนว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ใกล้เสร็จสิ้น จะทูลเกล้าฯ ต้นสัปดาห์หน้า และที่สำคัญคือโครงการ “อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้ จะเดินหน้าเต็มสูบแน่นอน ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตน้ำมันหรือตะวันออกกลาง แต่เป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทยที่ให้สัญญากับประชาชนไว้ตั้งแต่เลือกตั้ง

คนละครึ่งพลัสคืออะไร? ทำไมถึงฮิตขนาดนี้

หลายคนอาจยังจำโครงการคนละครึ่งเฟสเก่าๆ ได้ มันคือมาตรการที่รัฐช่วยจ่ายเงินให้ประชาชนนำไปซื้อของกินของใช้ ร้านค้าปลีกรับประโยชน์เต็มๆ เงินหมุนเวียนในชุมชน ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ จากข้อมูลปีที่แล้ว ประชาชนพึงพอใจสูงมาก เรียกร้องให้มีต่อเพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง รัฐยังได้ภาษี VAT กลับคืนแบบวิน-วินทุกฝ่าย

สำหรับเวอร์ชั่น “พลัส” นี้ อนุทินบอกว่าจัดเต็มกว่าเดิม! อาจได้เงิน 2,000 บาท หรือมากกว่านั้น รูปแบบชัดเจน ครอบคลุมมากขึ้น แม้แต่กลุ่มผู้เสียภาษีที่เคยบ่นว่าถูกละเลยจาก 7 มาตรการก่อนหน้า ก็มีโอกาสได้รับด้วย รอกระทรวงการคลังสรุปรายละเอียดอีกสักพัก

กำหนดการเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส

หลังรัฐบาลใหม่เข้ามา จะเร่งผลักดันทันที ชงครม.ผ่านเร็วๆ นี้ ไม่มีพลิกผัน เพราะเป็นสัญญาประชาคม อนุทินย้ำว่าโครงการนี้พิสูจน์แล้วว่าประชาชนชื่นชอบ ไม่รั่วไหล ช่วยให้เงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย 100% ถ้าถึงคิวคุณแล้ว ลุ้นเลยครับ!

  • ประโยชน์หลัก: ลดค่าครองชีพ กระตุ้นซื้อขายท้องถิ่น
  • ครอบคลุม: ประชาชนทั่วไปและผู้เสียภาษี
  • จำนวนเงิน: พลัสจากเดิม อาจ 2,000+ บาท
  • เวลา: รัฐบาลใหม่ เร่งด่วน

นอกจากนี้ อนุทินยังพูดถึงโผ ครม. ว่าทุกคนผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยจาก สลค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีปัญหาอะไร รัฐบาลชุดนี้พร้อมลุยนโยบายช่วยประชาชนทันที

ในมุมมองของผม โครงการนี้เจ๋งมากครับ เพราะไม่ใช่แค่แจกเงิน แต่สร้างวงจรเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ร้านเล็กๆ ในชุมชนได้ลูกค้า ประชาชนประหยัดได้ ของกินถูกขึ้น ถ้าคุณเคยใช้คนละครึ่งเก่า คงรู้ว่าสะดวกแค่ไหน ผ่านแอปเป๋าตังค์ สแกนจ่ายปุ๊บ ได้เลย

แต่ก็อยากให้รัฐเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนกว่านี้ เช่น ใครได้บ้าง ลงทะเบียนยังไง วงเงินเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้พลาด ลุ้นกันต่อไปนะครับ!

คำแนะนำ: เตรียมโทรศัพท์และเป๋าตังค์ไว้เลย ติดตามข่าวอัปเดตจากช่องทาง官方 และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดสิทธิ์ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้

เมื่อฟุตบอลหันมาใช้ลูกโทษเพื่อยุติระบบโหดร้าย

เมื่อฟุตบอลหันมาใช้ลูกโทษเพื่อยุติระบบโหดร้าย

เผยแพร่เมื่อ 5 นาทีที่แล้ว

โดย Phil Jones, BBC Sporting Witness และ Sonia Oxley, BBC Sport

มาร์ติน เคลลี่ จำได้ดีว่าตัวเองอยากมีเก้าอี้ปีนเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในสนามเพื่อดูให้ชัดเจนขึ้น

การยิงจุดโทษอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากให้บดบังด้วยหัวคนอื่น

ในคืนที่อบอุ่นวันที่ 5 สิงหาคม 1970 ที่สนาม Boothferry Park ในฮัลล์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดดาวดังเสมอ 1-1 กับฮัลล์ ซิตี้ ทีมระดับดิวิชันสองในนัดถ้วยรางวัล หลังหมดเวลาเอ็กซ์ตร้าไทม์

หกสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ผู้กำหนดกฎฟุตบอลตัดสินใจยุติการโยนเหรียญตัดสินผู้ชนะ หันมาใช้ผู้เล่น 5 คนจากแต่ละทีมยิงลูกโทษจากระยะ 11 หลา เผชิญหน้ากับผู้รักษาประตูเพียงคนเดียว

"โอ้โห" เด็กชายวัย 11 ปี แฟนฮัลล์ ซิตี้อย่างเคลลี่ คิดในใจ "นั่นจอร์จ เบสต์ หนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาจะยิงลูกโทษลูกแรกในการยิงจุดโทษครั้งแรกของโลก"

นั่นคือสิ่งที่คุ้มค่ากับการดู

ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าวิธีใหม่ในการตัดสินนัดเสมอจะกลายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้แฟนๆ ผู้เล่น และผู้จัดการทีมบางคนแทบดูไม่ได้เพราะตื่นเต้น

เมื่อฟุตบอลหันมาใช้ลูกโทษเพื่อยุติระบบโหดร้าย

ก่อนหน้านี้ นัดถ้วยหรือน็อคเอาต์ที่เสมอจะแก้ด้วยการแข่งใหม่ โยนเหรียญ หรือจับฉลาก

ในยูโร 1968 อิตาลีเข้ารอบชิงชนะเลิศหลังเดาเหรียญหัว-ก้อยถูก หลังเสมอโซเวียต 0-0 นัดชิงกับยูโกสลาฟเซล 1-1 แล้วแข่งใหม่ชนะ 2-0 สองวันต่อมา

สำหรับคนที่ไม่ชอบวิธีเก่า จุดแตกหักคือสี่เดือนหลังจากนั้น เมื่อกัปตันอิสราเอลจับกระดาษเขียน ‘ไม่’ จากหมวกโซเบรโร่ ทำให้แพ้บัลแกเรีย 1-1 ในรอบรองชนะเลิศโอลิมปิก 1968 บรรดาผู้บริหารฟุตบอลอิสราเอลโกรธมาก

โยเซฟ ดาแกน เจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอลอิสราเอล บอกว่าต้องมีวิธีที่ดีกว่า – หรืออย่างน้อยก็เกี่ยวกับทักษะมากกว่าโชค

ดาแกนและไมเคิล อัลม็อก (ต่อมาเป็นประธานสมาคม) คิดค้นไอเดียการยิงจุดโทษ แล้วส่งข้อเสนออย่างเป็นทางการไปฟีฟ่าในปี 1969 ตีพิมพ์ในนิตยสารของสหพันธ์

ในจดหมาย อัลม็อกเสนอ "หยุดการตัดสินด้วยจับฉลาก ซึ่งเป็นระบบที่ไร้ศีลธรรมและโหดร้ายต่อทีมแพ้ ไม่สง่างามต่อผู้ชนะ"

เขาเสนอให้ยิง 5 ลูกต่อทีม ถ้ายังเสมอให้ยิงต่อจนทีมหนึ่งพลาดอีกทีมทำได้

ข้อเสนอถกเถียงหนักก่อนถูกรับรองโดย IFAB (International Football Association Board) ในที่ประชุมประจำปีที่อินเวอร์เนสส์ 27 มิถุนายน 1970

นอกจากจับฉลาก โยนเหรียญ แข่งใหม่ ยังมีวิธีอื่นๆ เช่น แบ่งแชมป์ นับลูกเตะมุม และเคยมีเวอร์ชันยิงจุดโทษในรายการเล็กๆ

ฟีฟ่าตอบ BBC Sport ว่าไม่มีบันทึกยืนยันหรือปฏิเสธว่านัด Watney Cup คือครั้งแรก แต่พิพิธภัณฑ์ฟุตบอลแห่งชาติอังกฤษยืนยันว่าเป็นครั้งแรกในอังกฤษ

รายการใหญ่เช่นเอฟเอคัพยังใช้แข่งใหม่จนกระทั่งสองฤดูกาลก่อน ถึงปี 1990-91 ถึงใช้อีก เอ็กซ์ตร้าไทม์แล้วยิงจุดโทษ

นัดประวัติศาสตร์: ฮัลล์ ซิตี้ vs แมนฯ ยูไนเต็ด

"ฉันไม่อยากเชื่อ ฮัลล์ ซิตี้ ที่รักของฉันเจอจอร์จ เบสต์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และเดนิส ลอว์ เหมือนมีเมสซี่ โรนัลโด้ เอ็มบัปเป้ในทีมเดียว" เคลลี่เล่ากับรายการ Sporting Witness ของบีบีซี

แฟรงกี้ แบงส์ อดีตนักเตะฮัลล์ บอก "นัดใหญ่ เจอแมนยูที่เพิ่งคว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพสองปีก่อน บรรยากาศสุดมันส์ ผู้เล่นแมนยูคือฮีโร่ของเรา บนกระดาษเราไม่มีทางชนะ แต่เราอยากพิสูจน์ว่าท้าชนทีมที่ดีที่สุดในโลกได้"

และพวกเขาทำได้ นำ 1-0 จากคริส ชิลตัน นาที 11 ลอว์ตีเสมอนาที 78 ส่งเข้าอีก 30 นาที ผู้เล่นรู้ว่ากำลังสร้างประวัติศาสตร์

"เทอร์รี่ นีลล์ ผู้จัดการ-นักเตะ ขออาสา บางคนลังเล บางคนกล้าบอก ‘ฉันยิงได้’ " แบงส์ที่ไม่ได้ลงแต่ไปดูบอก "ไม่มีใครอยากเป็นคนพลาด โดยเฉพาะคนแรก"

แต่เบสต์ยินดีเป็นคนแรกที่ทำได้ ยิงขวาลูกต่ำมุมซ้าย

นีลล์เป็นผู้จัดการ-นักเตะคนแรกที่ทำได้ ช่วยเสมอ 3-3

"ยังไงก็ได้ เสียงเชียร์ดังสนั่น" แบงส์บอก

แต่แล้วลอว์ยิงต่ำโดนอิแอน แมคเค็คนี่เซฟได้ ทำให้ลอว์เป็นคนแรกที่พลาด แมคเค็คนี่เป็นผู้รักษาคนแรกที่เซฟได้

เคน วากสตาฟฟ์พลาดให้ฮัลล์ วิลลี่ มอร์แกนทำได้ให้ยูไนเต็ด ฮัลล์ต้องทำลูกสุดท้าย

แล้วแมคเค็คนี่เป็นผู้รักษาคนแรกที่ยิง "อย่ามาเลย" เคลลี่คิด แม่เขาและสเต็ปนี่ย์ผู้รักษายูไนเต็ดยังตกใจ ถามว่า "ทำอะไรอยู่ตรงนี้" เคลลี่เอามือกุมหน้า

แมคเค็คนี่ยิงแรง… โดนคานบน เขากลายเป็นผู้รักษาคนแรกที่พลาด

"ฉันยังยืนยันว่าแมคเค็คนี่เลือกถูก – เขาซ้ายดี มีกล้า ฉันแทงให้เขา" แบงส์บอก "การพลาดนั้นตามหลอกหลอนเขาตลอดชีวิต"

แน่นอน มีลอว์และแมคเค็คนี่อีกมาก สถิติบอก 24% ของลูกยิงจุดโทษพลาด

ตัดสินรายการใหญ่ วorld Cup ชิงชนะเลิศสามครั้ง (1994, 2006, 2022)

ถ้วยใหญ่แรกคือยูโร 1976 ลูกชิพดังของปาเนนก้า

ทีมชายอังกฤษเจ็บปวดแพ้ 7 ครั้งในทัวร์นาเมนต์ใหญ่

สองวันก่อน เวลส์ตกรอบคัดบอลโลกเพราะยิงจุดโทษแพ้บอสเนีย

ก่อนคืนนั้นในฮัลล์ ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นยังไง 10 ลูกผ่านไป พวกเขารู้แล้ว

"ทุกการยิงคือความทรมาน" เคลลี่บอก และกว่าหกทศวรรษต่อมา ยังคงเป็นแบบนั้น

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การยิงจุดโทษกลายเป็นส่วนสำคัญของฟุตบอลสมัยใหม่ ทดแทนระบบโหดร้ายเก่าได้ดี คุณเคยพลาดลูกโทษสำคัญไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สงกรานต์นี้มีน้ำมัน! ขอช่วยประหยัด จ่อคนละครึ่งพลัส

สวัสดีครับทุกคน! ช่วงนี้หลายคนคงกังวลเรื่องน้ำมันแพงใช่ไหมครับ โดยเฉพาะใกล้เทศกาล สงกรานต์นี้มีน้ำมัน พอให้กลับบ้านแน่นอน แต่รัฐบาลขอร้องให้เราช่วยกันประหยัดหน่อยนะครับ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันชัดเจนในเวที Meet the Press ว่าไม่ต้องกลัวขาดแคลน แต่ถ้าทุกครอบครัวช่วยลดใช้ 1 ลิตรต่อวัน เราจะเซฟเงินได้มหาศาลเลย!

ก่อนอื่นมาดูมาตรการช่วยค่าครองชีพกันก่อน รัฐบาลโฟกัสผู้มีรายได้น้อย ลิสต์สินค้าควบคุม 66 รายการแล้ว ใกล้ 71 จะครบเร็วๆ นี้ สินค้าโครงการไทยช่วยไทย ร้านธงฟ้า ราคาถูกกว่าตลาด 25% เริ่ม 1 เมษายนเลยครับ นอกจากนี้ ครม. เห็นชอบมาตรการเร่งด่วน ลดภาษีสรรพสามิต ชดเชยน้ำมันขนส่ง ช่วยเกษตรกรเรื่องปุ๋ย พลังงานประมง และสินเชื่อ SME แต่รอรัฐบาลใหม่นะ

ขอประชาชนร่วมลดค่าใช้จ่าย จ่อออกมาตรการ “คนละครึ่งพลัส”

นายกฯ ขอให้เราปรับวิถีชีวิตประหยัดพลังงาน ถ้า 10 ล้านครอบครัว ลดคนละ 1 ลิตรต่อวัน ไทยประหยัดนำเข้า 10 ล้านลิตร รัฐเซฟชดเชย 200 ล้านบาท (20 บาท/ลิตร) ประชาชนเซฟ 400 ล้านบาท (40 บาท/ลิตร) รวมเซฟ 600 ล้านบาทต่อวัน! เงินตรงนี้เอาไปออก คนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจทันที ช่วยค่าครองชีพในวิกฤตน้ำมัน เรามาช่วยกันเถอะครับ ผ่านไปได้แน่

  • ลดใช้รถส่วนตัว ใช้ขนส่งสาธารณะ
  • Carpool กับเพื่อนๆ ทางเดียวกัน
  • ปิดเครื่องยนต์ตอนจอดรอ
  • ตรวจรถให้ประหยัดน้ำมัน

สงกรานต์นี้มีน้ำมัน ไม่ต้องกลัวกลับไม่ถึงบ้าน

ย้ำอีกที สงกรานต์นี้มีน้ำมัน ชัวร์! นายกฯ ประชุมผู้ว่าฯ 77 จังหวัด ไล่จี้ทุกพื้นที่ ให้ผู้ว่าควบคุมปั๊มหลัก ไม่ให้ขาด อย่าเติมแกลลอน 200-300 ลิตรต่อคัน ใช้ปกติได้ เราใช้น้ำมันปกติ 67 ล้านลิตร/วัน แต่ช่วงวิกฤตพุ่ง 80 ล้าน กำลังกลั่น 77 ล้านพอ แต่หยุดขายลาว 5 ล้านลิตร สต็อกเพิ่มจาก 62 เป็น 100 วันแล้ว ถ้าประหยัดอีก สำรองยิ่งเยอะ

จ็อบเบอร์ขายชุมชนราคาใกล้เคียงปั๊ม ไม่ต้องแย่งแล้ว รัฐมีอำนาจบริหารสต็อคน้ำมันทุกหยดของ ปตท. โรงกลั่น ตามกฎหมาย อย่าตกใจข่าวลือ สอดส่องแจ้งเบาะแสได้เลยครับ

สงกรานต์นี้มีน้ำมัน แต่ประหยัดช่วยชาติ

สรุปนะครับ การผลิตพอ บริหารดี สงกรานต์ปลอดภัย แต่ช่วยกันลดใช้ รัฐช่วยเราได้มากขึ้น ใช้ Carpool สนุกกว่า คุยเพลิน ไม่เปลืองน้ำมัน กลับบ้านถึงแน่นอน!

สุดท้าย ผมคิดว่ารัฐบาลทำเต็มที่แล้ว เหลือแค่เราช่วยกัน ถ้าทุกคนตระหนัก จะผ่านวิกฤตนี้สบายๆ ลองเริ่มวันนี้เลยครับ คำนวณดู ถ้าครอบครัวคุณลด 1 ลิตร/วัน เดือนนึงเซฟ 1,200 บาท เอาไปซื้อของสงกรานต์กี่ถัง? มาช่วยกันประหยัดเพื่อชาติและเงินในกระเป๋าตัวเองนะ!

ที่มา – สงกรานต์นี้มีน้ำมัน แต่ขอประชาชนร่วมประหยัด จ่อออกมาตรการ “คนละครึ่งพลัส”