วัน: 28 มีนาคม 2026

เปิด 35 ชื่อโผครม.อนุทิน 2 ทูลเกล้า 30 มี.ค.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวการเมืองสุดฮอตมาอัพเดทให้ฟังกันแบบเรียลไทม์เลยครับ ครม.อนุทิน 2 กำลังจะทูลเกล้าฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคมนี้แล้ว รายงานล่าสุดจากพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าผ่านด่านตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 35 รายชื่อเรียบร้อย แม้จะมีดราม่านิดหน่อยเรื่องนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แต่พรรคเพื่อไทยส่งตัวสำรองมา 3 คน คือ นายนิกร โสมกลาง, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และนางสาวขัตติยา สวัสดิผล สุดท้ายเคาะ “นิกร” เสียบแทนที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วน “เดียร์ ขัตติยา” กับ “วิสุทธิ์” วืดไปแบบน่าเสียดาย

การตรวจสอบครั้งนี้เข้มข้นมาก เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา หน่วยงานอรหันต์ทั้งหลายได้สแกนประวัติและคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรีทุกคน ไม่มีปัญหาเว้นแค่นามสาวสุดาวรรณคนเดียว ทำให้ต้องปรับโผใหม่ พรรคเพื่อไทยแอคชั่นไว ส่งรายชื่อสำรองมาทันที และทั้งสามคนผ่านฉลุย! นี่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความร่วมมือระหว่างพรรครัฐบาลในการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้

วันจันทร์ที่ 30 มี.ค. นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะประชุมสุดท้ายกับหน่วยตรวจสอบ หากไม่มีอะไรสะดุด ก็จะนำรายชื่อทั้ง 35 คนขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนราชการทันที ครม.ชุดนี้คาดว่าจะมีทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ผสมกัน เน้นคนมีประสบการณ์จากพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วม

35 รายชื่อโผครม.อนุทิน 2

มาดูรายชื่อเต็มๆ กันเลยครับ จัดเรียงตามลำดับที่รายงานมา จะแบ่งเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้อ่านง่าย

นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีในครม.อนุทิน 2

  • 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
  • 4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • 5. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
  • 6. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • 7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • 8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลัก

  • 9. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 10. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 12. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 13. พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • 15. นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (แทนสุดาวรรณ)
  • 16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีช่วยอีกหลายท่าน เช่น ในกระทรวงคมนาคม เกษตรฯ ดิจิทัลฯ มหาดไทย ฯลฯ รวมทั้งหมด 35 ชื่อครบถ้วน รายชื่อนี้สะท้อนถึงการกระจายพอร์ตให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างลงตัว พรรคภูมิใจไทยได้หลักๆ หลายกระทรวงสำคัญ

ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้คาดว่าจะโฟกัสประเด็นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การเกษตร และดิจิทัล เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตต่างๆ ตัวอย่างเช่น นายอนุทินยังคงคุมมหาดไทย นายพิพัฒน์คมนาคมต่อเนื่อง หวังขับเคลื่อนโครงการใหญ่ๆ ได้เร็ว

ส่วนตัวผมมองว่าโผนี้แข็งแกร่ง มีทั้งทหาร นักการเมืองรุ่นเก๋า และคนรุ่นใหม่ หวังว่าจะไม่มีดราม่าคุณสมบัติเพิ่ม และเริ่มงานทันทีหลังทูลเกล้าฯ สำเร็จ คุณคิดยังไงกับ ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้? ชอบใคร หรือคาดหวังนโยบายอะไรบ้าง คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – เปิด 35 ชื่อโผ “ครม.อนุทิน 2” เตรียมทูลเกล้าฯ 30 มี.ค. ชัดแล้ว “นิกร” แทน “สุดาวรรณ”

ไข่ไก่ขึ้นราคา แม่ค้ายังไม่กล้าปรับราคาขาย หวั่นต้นทุนสูง

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องใกล้ตัวที่กำลังเป็นข่าวดัง นั่นคือ ไข่ไก่ขึ้นราคา แต่ทำไมแม่ค้าถึงยังไม่กล้าปรับราคาขายตามล่ะ? กลัวลูกค้าหายเหรอ? หรือแบกรับภาระต้นทุนเองไม่ไหว? เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงที่ตลาดสดบ่อนไก่ จ.นครสวรรค์ มาฟังกันเลยค่ะ

ไข่ไก่ขึ้นราคา

ล่าสุดวันที่ 28 มีนาคม 2569 เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประกาศปรับราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม เพิ่มขึ้นฟองละ 20 สตางค์ หรือแผงละ 6 บาทเลยทีเดียว ส่งผลให้ต้นทุนไข่ไก่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องแบบไม่หยุดยั้ง สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบอาหารไก่ที่แพงขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพดและกากถั่วเหลืองที่นำเข้าจากต่างประเทศ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าปรับปรุงฟาร์มที่สูงขึ้นตามเศรษฐกิจ ทำให้ผู้เลี้ยงไก่ต้องปรับราคาเพื่อความอยู่รอด

แต่ที่แปลกคือ แม้ต้นทุนจะ ไข่ไก่ขึ้นราคา แล้ว แม่ค้าปลีกในตลาดยังคงยึดราคาเดิมไว้แบบเดิมๆ ไม่ยอมขึ้นตาม กลัวกระทบกำลังซื้อของลูกค้าประจำ โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพกำลังสูงแบบนี้

แม่ค้ายังไม่กล้าปรับราคาขายท่ามกลางไข่ไก่ขึ้นราคา

จากการลงพื้นที่สำรวจที่ตลาดสดบ่อนไก่ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พบว่าแม่ค้าส่วนใหญ่ยังขายในราคาเดิม แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น 2 รอบแล้วก็ตาม นางเทียน อิ่มมาก แม่ค้าขายไข่ไก่ชื่อดังในตลาด เล่าว่า “ตอนนี้ต้นทุนขึ้นแล้ว แต่ยังไม่กล้าปรับราคาขายค่ะ กลัวลูกค้าจะหายหมด ถ้าขึ้นตามต้นทุนจริงๆ ลูกค้าประจำคงย้ายไปซื้อที่อื่น เราก็เลยขายราคาเดิมไปก่อน อาศัยขายvolume เยอะๆ ชดเชย แม้กำไรจะบางเหนียว”

ราคาขายปัจจุบันของนางเทียนมีดังนี้

  • ไข่ไก่เบอร์ 0: แผงละ 135 บาท (ไซส์ใหญ่ สวย)
  • ไข่ไก่เบอร์ 1: แผงละ 125 บาท
  • ไข่ไก่เบอร์ 2: แผงละ 120 บาท
  • ไข่ไก่เบอร์ 3: แผงละ 115 บาท
  • ไข่ไก่เบอร์ 4: แผงละ 110 บาท (ไซส์เล็ก)

กำไรต่อแผงเหลือแค่ 2-5 บาทเท่านั้น! ถ้า ไข่ไก่ขึ้นราคา แบบนี้ต่อไป แม่ค้าอาจต้องยอมปรับราคาขายในที่สุด เพราะแบกต้นทุนระยะยาวไม่ไหวจริงๆ ค่ะ

สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่ที่นครสวรรค์นะคะ แต่เริ่มแพร่หลายทั่วประเทศ ผู้เลี้ยงไก่ไข่เผชิญปัญหาหลายด้าน เช่น โรคระบาดในไก่ ราคาน้ำมันแพงที่กระทบค่าขนส่ง และเงินเฟ้อที่ทำให้ทุกอย่างแพงขึ้น ไข่ไก่เป็นแหล่งโปรตีนราคาถูกของคนไทย ถ้าราคาขึ้นต่อเนื่อง ค่าอาหารครัวเรือนจะพุ่งแน่นอน โดยเฉพาะครอบครัวรายได้น้อยที่ใช่ไข่ต้ม ไข่เจียวเป็นหลัก

แล้วเราจะรับมือยังไงดี? ลองเปลี่ยนมาซื้อไข่ขนาดเล็กหรือเบอร์ 4 ที่ราคาถูกกว่าแต่คุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกัน หรือหันไปใช้วัตถุโปรตีนทางเลือกอย่างเต้าหู้ ถั่ว หรือปลากระป๋องชั่วคราว สำหรับแม่ค้าท่านไหนที่กำลังเจอปัญหา ลองเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อขอเครดิต หรือขายแบบออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายดูนะคะ

สุดท้ายนี้ ต้องชื่นชมแม่ค้าทุกคนที่ยังคิดถึงลูกค้าก่อนตัวเอง แม้ ไข่ไก่ขึ้นราคา แต่ยังยอมขาดทุนเพื่อรักษาลูกค้า สุดยอดมาก! คุณล่ะคะ เจอปัญหานี้มั้ย? หรือมีเคล็ดลับลดต้นทุนยังไง แชร์กันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะคะ ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและราคาสินค้าอัปเดตทุกวันที่นี่ด้วย!

ที่มา – ไข่ไก่ขึ้นราคา แม่ค้ายังไม่กล้าปรับราคาขาย หวั่นแบกรับภาระต้นทุนระยะยาวไม่ไหว

น้ำมันแพง! ส่องรถไฟฟ้าราคาประหยัดในงานมอเตอร์โชว์

น้ำมันแพง! ส่องรถไฟฟ้าราคาประหยัดในงานมอเตอร์โชว์ กันเถอะเพื่อนๆ ในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งทะลุฟ้าแบบนี้ การหันมาใช้รถไฟฟ้า (EV) ถือเป็นทางเลือกสุดฉลาด โดยเฉพาะในงาน Bangkok International Motor Show 2026 (ครั้งที่ 47) ที่ค่ายรถจีนขนทัพรถ EV ราคาไม่ถึงล้านมาถล่มตลาดแบบจัดหนัก! วันนี้เราจะพาไปส่องรุ่นเด็ดๆ ที่อัปเกรดแบตเตอรี่ ชาร์จไว ระยะทางไกล และราคาโดนใจ รับรองว่าดูจบแล้วอยากจองแน่นอน

น้ำมันแพง! ส่องรถไฟฟ้าราคาประหยัดในงานมอเตอร์โชว์: BYD ATTO 1 & ATTO 2

เริ่มต้นด้วย BYD ที่ส่ง ATTO 1 และ ATTO 2 มาจับตลาดแมสราคาถูกสุดๆ ATTO 1 ใช้แบตเตอรี่ 38.8 kWh มอเตอร์ 55 kW วิ่งไกล 380 กม. (NEDC) ส่วน ATTO 2 แรงกว่า แบต 51.13 kWh LFP มอเตอร์ 177 แรงม้า วิ่ง 410 กม. ชาร์จเร็ว DC ได้ทั้งคู่ ราคาในงาน ATTO 1 เริ่ม 429,900 บาท (Dynamic/Premium) ATTO 2 429,000-593,000 บาท SUV เล็กสุดคุ้ม!

BYD ATTO 1 และ ATTO 2 ในงานมอเตอร์โชว์

สเปกเด่น BYD ATTO ที่ทำให้ประหยัดสุดๆ

  • ระยะทางจริงใกล้เคียง NEDC ใช้งานในเมืองสบาย
  • ชาร์จไว รองรับ DC มาตรฐาน BYD
  • ราคาต่ำกว่า 5 แสน ผ่อนสบาย

ภายใน BYD ATTO

GWM ORA 5 EV และ JAECOO 5 EV: SUV ไฟฟ้าสายเดินทางไกล

GWM ORA 5 EV B-SUV ใหม่ แบต 58.3 kWh วิ่ง 520 กม. (NEDC) ชาร์จ DC Fast + V2L 6 kW แคมป์ปิ้งเพลิน ราคา 629,000-699,000 บาท ส่วน JAECOO 5 EV จาก OMODA แบต LFP 58.9 kWh 211 แรงม้า วิ่ง 461 กม. ราคาเริ่ม 579,000 บาท ตัวถังพรีเมียม ออปชันแน่น!

GWM ORA 5 EVJAECOO 5 EV

ทำไมต้องเลือก SUV EV ราคาประหยัดเหล่านี้?

ทั้งคู่ชาร์จไว ระยะทางโหด เหมาะครอบครัวไทยที่น้ำมันแพงแบบนี้

Changan NEVO Q05: ชาร์จ 3C เร็วสุดในคลาส

Changan NEVO Q05 B-SUV BEV มอเตอร์ 163 แรงม้า Standard แบต 40.3 kWh วิ่ง 370-405 กม. Long Range 51.9 kWh 462-475 กม. จุดเด่น 3C Fast Charge 30-80% ใน 15 นาที! ชาร์จ 10 นาทีวิ่ง 100 กม. V2L 3.3 kW ราคาคาด 62x,xxx-75x,xxx บาท ช่วงล่าง FSD นุ่มๆ เบรกดิสก์ 4 ล้อ

Changan NEVO Q05

Geely EX2 และ NIO Firefly: Hatchback สนุก ขับหลัง RWD

Geely EX2 Hatchback RWD 116 แรงม้า แบต 39.4 kWh 395 กม. (NEDC) ชาร์จ DC 70 kW 30-80% 25 นาที V2L มี NIO Firefly (น้องหิ่งห้อย) Premium City Car RWD 143 แรงม้า แบต 42.1 kWh 400 กม. Battery Swap ไวสุด ราคา 799,000 บาท โปร Wall Charger + ประกันชั้น 1

Geely EX2NIO Firefly

สรุปแล้ว น้ำมันแพง! ส่องรถไฟฟ้าราคาประหยัดในงานมอเตอร์โชว์ ทำให้เห็นว่าปี 2026 EV จีนจะครองตลาดด้วยราคาต่ำกว่า 8 แสน ระยะทาง 400+ กม. ชาร์จไว V2L ครบ หากกำลังมองรถใหม่ รีบไปงานนี้เลย! ลองเทียบสเปกแล้วเลือกคันที่ใช่ อนาคตคือ EV แน่นอน

CTA: ไปจองที่บูธเลย สิทธิพิเศษเพียบ!

ที่มา – น้ำมันแพง! ส่องรถไฟฟ้าราคาประหยัดในงานมอเตอร์โชว์

“โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่าน คิวบาเป็นรายต่อไป

เหตุการณ์ล่าสุดที่สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองและการลงทุนทั่วโลก เมื่อ“โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรงว่าคิวบาเป็นรายต่อไป คำพูดนี้ไม่เพียงทำให้สื่อโลกต้องตีหัวข้อใหญ่ แต่ยังสะท้อนนโยบายต่างประเทศแบบแข็งกร้าวของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชายคนนี้

“โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรง คิวบาเป็นรายต่อไป

ในงาน Future Investment Initiative (FII) Institute Summit ที่ไมอามีเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยต่อหน้านักลงทุนชั้นนำจากทั่วโลก เขาย้ำชัดว่ากองทัพสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมา 4 สัปดาห์แล้ว โดยบอกว่าทุกเป้าหมายทางทหารถูกทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทรัมป์ดูมั่นใจเต็มเปี่ยม ราวกับว่าทุกอย่างจบลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของอเมริกา

แต่แล้วช่วงหนึ่งของการพูด จู่ๆ ทรัมป์ก็หลุดคำพูดสุดสะเทือนขวัญออกมา เขากล่าวว่า “และคิวบาคือรายต่อไป… แต่แกล้งทำเป็นว่าผมไม่ได้พูดนะ… สื่ออย่ารายงานเรื่องนี้… คิวบาคือรายต่อไป” คำว่า “Cuba is next” นี้ถูกบันทึกไว้หมด แม้เจ้าตัวจะพยายามบอกให้สื่อเงียบก็ตาม สิ่งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เพิ่งจับกุมนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพันธมิตรสนิทของคิวบา ทำให้หลายคนมองว่านี่คือสัญญาณว่าสหรัฐฯ กำลังหันเป้าไปลาตินอเมริกาเต็มตัว

“โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่าน ท่ามกลางข่าวร้ายฐานทัพถูกโจมตี

ที่น่าตกใจคือ การคุยโวเรื่องความสำเร็จของสงครามอิหร่าน เกิดขึ้นขณะที่สถานการณ์จริงกลับตรงข้าม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่าฐานทัพอากาศปรินซ์ สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน สร้างความเสียหายหนักให้เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงหลายลำ มีทหารบาดเจ็บไม่น้อย แหล่งข่าวนิรนามยืนยันว่ามีทหารเจ็บหนักหลายราย แต่ยังไม่ชัดเจนเรื่องจำนวน

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานจาก The Wall Street Journal และภาพถ่ายดาวเทียมที่หลุดบนโซเชียลมีเดีย แสดงร่องรอยความเสียหายชัดเจน U.S. Central Command ยังรายงานว่าตั้งแต่เริ่มขัดแย้ง มีทหารสหรัฐฯ บาดเจ็บกว่า 300 นายแล้ว นี่ทำให้คำพูดของทรัมป์ดูขัดแย้งกับความเป็นจริงอย่างมาก

ผลกระทบจากการปราศรัยของทรัมป์ต่อนักลงทุนและนโยบายสหรัฐฯ

การปราศรัยครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่กระทบตลาดลงทุนด้วย นักลงทุนที่มาร่วมงานต่างตกใจกับคำว่า “คิวบาเป็นรายต่อไป” เพราะคิวบาเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ตึงเครียดกับสหรัฐฯ มานาน หากทรัมป์กลับมาสู่อำนาจจริง อาจมีการคว่ำบาตรหนักหรือแม้แต่ปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมัน พลังงาน และหุ้นในภูมิภาคลาตินอเมริกา

  • ความสำเร็จสงครามอิหร่าน: ทรัมป์อ้างว่าบรรลุเป้า แต่ข้อมูลบาดเจ็บและโจมตีฐานทัพขัดแย้ง
  • จับกุมมาดูโร: ก้าวสำคัญที่นำไปสู่เป้าคิวบา
  • สัญญาณนโยบาย: จากตะวันออกกลางสู่ลาตินอเมริกา สะท้อนแนวคิด “America First” แบบสุดโต่ง
  • ปฏิกิริยาสื่อ: แม้ทรัมป์บอกอย่ารายงาน แต่ข่าวแพร่กระจายไว

นอกจากนี้ คำพูดยังจุดประเด็น辩論ในสื่ออเมริกัน บางคนมองว่าเป็นกลยุทธ์หาเสียงเพื่อฐานเสียงอนุรักษ์นิยมที่เกลียดคิวบาและเวเนซุเอลา ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามบอกว่าเสี่ยงก่อสงครามใหม่ สถานการณ์โลกที่ตึงเครียดจากยูเครน อิสราเอล ทำให้คำพูดนี้ยิ่งหนักแน่น

อนาคตคิวบาและบทบาททรัมป์ในเวทีโลก

คิวบาเคยถูกทรัมป์กดดันหนักสมัยประธานาธิบดี ล้มเหลวข้อตกลงโอบามา หาก “คิวบาเป็นรายต่อไป” จริง อาจหมายถึงการสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามหรือปฏิบัติการลับ แต่ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่ยังไม่จบสนิท สหรัฐฯ อาจเหนื่อยล้า นักวิเคราะห์ชี้ว่านี่คือการส่งสัญญาณต่อศัตรูเก่า

การปราศรัยครั้งนี้ยังสะท้อนสไตล์ทรัมป์ที่ตรงไปตรงมา บางครั้งหลุดคำแรง ซึ่งเป็นเสน่ห์และจุดอ่อนไปพร้อมกัน นักลงทุนบางรายมองบวกเพราะชัดเจน แต่บางคนกลัวความไม่แน่นอน

สุดท้ายแล้ว “โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรง คิวบาเป็นรายต่อไป อาจเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในนโยบายสหรัฐฯ คุณคิดว่าคิวบาจะกลายเป็นเป้าหมายจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศจากเราต่อไปเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – “โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรง คิวบาเป็นรายต่อไป

“ศุภโชติ” ซัดรัฐบาลวิ่งไล่ตามวิกฤติอยู่ตลอดเวลา

“ศุภโชติ” ซัดรัฐบาลวิ่งไล่ตามวิกฤติอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนหลายคนให้ความสนใจ หลังจากนายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการบริหารจัดการวิกฤติน้ำมันของรัฐบาล โดยชี้ว่ารัฐไม่ได้ควบคุมสถานการณ์ แต่กลับต้องวิ่งไล่ตามปัญหาอยู่ตลอด พร้อมโยนภาระหนักหน่วงให้ประชาชนแบกรับ

“ศุภโชติ” ซัดรัฐบาลวิ่งไล่ตามวิกฤติอยู่ตลอดเวลา

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 หลังจากนายศุภโชติฟังสัมภาษณ์ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง (ศบก.) ผ่านรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ เขารู้สึกว่ายิ่งฟังยิ่งทำให้ประชาชนตั้งคำถามหนักขึ้นว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ แทนที่จะบริหารวิกฤติ กลับกลายเป็นการอธิบายความล้มเหลวแบบวันต่อวัน

ประเด็นแรกที่รับไม่ได้: รู้เรื่องขึ้นราคาน้ำมันตอนกลางคืน

ประเด็นแรกที่นายศุภโชติวิจารณ์อย่างหนักคือ นายพิพัฒน์บอกว่าเพิ่งรู้เรื่องการปรับราคาน้ำมันขึ้น 6 บาทในตอนกลางคืน คำพูดนี้เหมือนผลักภาระออกจากตัวเอง ทั้งที่ตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 การตัดสินใจเช่นนี้ต้องเสนอให้รัฐบาลรับทราบและอนุมัติ ในช่วงวิกฤติ ราคาน้ำมันสิงคโปร์ขยับขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลใช้นโยบายตรึงราคามาตลอด 15 วันแรก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กองทุนจะขาดทุนหนักและราคาดีดขึ้นแรง ถ้าประเมินไม่ออก นี่ไม่ใช่แค่ผิดพลาด แต่คือความไร้ประสิทธิภาพชัดๆ

ประเด็นที่สอง: ไม่มีมาตรการช่วยเหลือล่วงหน้า

“ศุภโชติ” ซัดรัฐบาลวิ่งไล่ตามวิกฤติอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทคืนเดียว แต่ไม่มีมาตรการช่วยประชาชนล่วงหน้า ถ้าประเมินดีจริง ควรเตรียมไว้ก่อน ไม่ใช่ขึ้นราคาก่อนแล้วค่อยลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท และยังต้องรอ กกต. อนุมัติเพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ ทุกอย่างกลับหัวกลับหาง ควรประสาน กกต. และเตรียมเครื่องมือก่อน ไม่ใช่ให้ประชาชนรับกระแทกก่อนแล้วไล่แก้ นี่แหละที่ทำให้วิกฤติหนักขึ้น ยังสงสัยว่ารัฐบาลจงใจปล่อยให้เกิดคืนหมาหอนให้พ่อค้าหัวหมอกักตุนหรือเปล่า

  • ขึ้นราคาน้ำมันกะทันหันโดยไม่เตือน
  • ไม่มีแผนช่วยเหลือล่วงหน้า
  • โยนความผิดให้ประชาชนตื่นตระหนก

ประเด็นภาษีลาภลอย: ปกป้องนายทุนมากกว่าประชาชน

อีกประเด็นสำคัญ พรรคประชาชนเสนอเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นตั้งแต่วันแรกของวิกฤติ เพราะโรงกลั่นได้กำไรสูงผิดปกติจากความปั่นป่วนโลก รัฐควรออก พ.ร.ก. เก็บภาษีทันที เอาเงินอุดกองทุนน้ำมัน ช่วยประชาชนไม่ต้องแบกค่าน้ำมันแพง ลดภาระเกษตรกร ขนส่ง แต่รัฐบาลยืดเวลา 1 สัปดาห์ ขอรับบริจาคจากโรงกลั่นก่อน ให้เวลานายทุนตัดสินใจ ทำให้ประชาชนจ่ายแพงเพิ่ม แย้งสุดๆ กระทรวงการคลังศึกษาจบแล้ว ยังรออะไร? ถ้าไม่กล้าแตะนายทุนพลังงาน ก็ออก พ.ร.ก. ได้ถ้ามีเจตจำนง

ส่วนเรื่องไอ้โม่ง นายพิพัฒน์ยืนยันไม่มี แต่ยอมรับจับรถขนน้ำมันข้ามแดนที่แม่สอดจริง แล้วจะบอกไม่มีขบวนการฉวยโอกาสได้ยังไง? รัฐบาลโยนผิดประชาชนตื่นตระหนกกักตุน แต่ไม่ตรวจรถข้ามแดนไปเมียนมา ลาว กัมพูชา ที่สำแดงปลอมเป็นน้ำมันใช้แล้ว รีบสรุปไม่มีไอ้โม่งไม่ได้

โดยรวม นายศุภโชติมองว่านายพิพัฒน์ไม่ได้คลี่คลาย แต่แก้ตัวให้ตัวเอง นายทุน กล่าวหาประชาชน ตัดพ้อว่าถูกหาว่ามีส่วนได้เสียกับพลังงาน และใครมาทำก็เหมือนกัน ถ้างั้นลองให้คนอื่นที่ไม่เกี่ยวพันมาทำดูสิ จะได้รู้ว่าต่างกันหรือไม่ สรุปคือถ้ากำกับวิกฤติยังมองว่าปกติ ถึงเวลาที่คุณพิพัฒน์ควรลาออกจาก ผอ.ศบก. และรองนายกฝ่ายพลังงาน เพื่อให้คนเก่งกว่ามารับผิดชอบ

วิกฤติน้ำมันครั้งนี้สะท้อนปัญหาการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาล ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก คุณคิดว่ารัฐบาลควรทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างแท้จริง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – “ศุภโชติ” ซัดรัฐบาลวิ่งไล่ตามวิกฤติอยู่ตลอดเวลา ซ้ำโยนภาระกลับมาที่ประชาชน

เปิดไทม์ไลน์วัน-เวลา ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก 77 จังหวัด ทั้ง 2 ครั้งปี 2569

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางวันเที่ยงวัน เงาของเราหรือต้นไม้กลับหายวับไป เหลือแค่เงาสั้นๆ ตรงหัวเท้า? นั่นคือปรากฏการณ์สุดมหัศจรรย์ ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก นั่นเอง! และสำหรับปี 2569 นี้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้โพสต์ข้อมูลล่าสุด เปิดไทม์ไลน์วัน-เวลา ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก 77 จังหวัดของไทย ทั้ง 2 ครั้งในปี 2569 มาให้เราทุกคนได้เตรียมตัวสังเกตกันแล้ว

เปิดไทม์ไลน์วัน-เวลา ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก 77 จังหวัดของไทย ทั้ง 2 ครั้งในปี 2569

ทุกปี ดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ตำแหน่งตั้งฉากเหนือศีรษะของพื้นที่ต่างๆ ในไทย 2 ครั้ง ทำให้ในช่วงเวลานั้น วัตถุกลางแจ้งจะดูเหมือนไร้เงา เพราะเงาตกตรงด้านใต้พอดี ครั้งแรกเริ่มจากใต้สุดของประเทศ ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 12.19 น. จากนั้นไล่ขึ้นเหนือเรื่อยๆ จนถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.17 น.

ส่วนครั้งที่สอง จะเริ่มจากทางเหนือไล่ลงใต้ สิ้นสุดที่ใต้สุดในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน วันและเวลาจะแตกต่างกันไปตามละติจูดของแต่ละจังหวัด ทำให้ทั้ง 77 จังหวัดมีกำหนดการไม่เหมือนกัน

เข้าใจปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก 77 จังหวัด

ปรากฏการณ์นี้เกิดจากลักษณะโลกที่เป็นทรงกลมและแกนหมุนเอียงทำมุม 23.5 องศากับระนาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์ “ดูเหมือน” เคลื่อนที่ระหว่างเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ (23.5° เหนือ) และทรอปิกออฟแคปริคอร์น (23.5° ใต้) ปีละ 2 รอบ ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน ละติจูด 5°-20° เหนือ จึงได้รับผลกระทบเต็มๆ ทุกจังหวัด

  • ครั้งที่ 1: เมษายน-พฤษภาคม ใต้ขึ้นเหนือ
  • ครั้งที่ 2: กรกฎาคม-กันยายน เหนือลงใต้
  • เวลาเกิด: ราว 12.00-12.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น
  • เงาตกใต้: สังเกตง่ายด้วยไม้แทงพื้นหรือหลอดดูดน้ำ

แม้จะได้รับรังสีดวงอาทิตย์เต็มเปี่ยม แต่ไม่ใช่วันร้อนสุดเสมอไป เพราะปัจจัยอย่างเมฆ ฝน มรสุม ความร้อนสะสม และลมจะมีผลต่ออุณหภูมิ เช่น ปีที่ฝนตกหนัก วันตั้งฉากอาจไม่ร้อนจัด

วิธีสังเกตดวงอาทิตย์ตั้งฉากด้วยตัวเอง

ไม่ต้องมีกล้องโทรทรรศน์! แค่ทำตามนี้:

  1. เลือกวันที่ตรงกับจังหวัดคุณจากไทม์ไลน์
  2. หาพื้นเรียบโล่งแจ้ง ใช้ไม้ยาว 1 เมตรแทงพื้นตั้งฉาก
  3. รอเวลาที่กำหนด ถ้าเงาของปลายไม้ตรงกลางฐานไม้เป๊ะๆ หรือวัตถุไร้เงาพ้นตัว แสดงว่าตั้งฉากแล้ว
  4. ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน แชร์ลงโซเชียล!

ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงสนุก แต่ยังช่วยยืนยันทฤษฎีโลกกลมแบบวิทยาศาสตร์ ชาวโบราณใช้กำหนดฤดูกาลและทิศทาง ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ใช้ปรับเครื่องมือวัดละติจูดด้วย

น่าเสียดายที่ข้อมูลไทม์ไลน์เต็มๆ 77 จังหวัดไม่ได้ลงรายละเอียดทุกแห่งในโพสต์ แต่คุณสามารถติดตามเพจ NARIT เพื่อดาวน์โหลดตาราง PDF หรือแอปคำนวณได้ ตัวอย่างเช่น กรุงเทพฯ ครั้งแรกราว 18 เมษายน 12.24 น. (ประมาณการจากลำดับ)

เปิดไทม์ไลน์วัน-เวลา ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก 77 จังหวัดของไทย ทั้ง 2 ครั้งในปี 2569 เป็นโอกาสทองให้คนไทยรักวิทยาศาสตร์ได้สัมผัสจักรวาลใกล้ตัว ในยุคที่เราติดจอทั้งวัน ลองออกไปยืนกลางแดดดูเงาตัวเองสักครั้ง จะรู้สึกมหัศจรรย์แค่ไหน เชิญชวนทุกท่านจดวันของคุณ เตรียมกล้อง และแชร์ภาพสวยๆ ในคอมเมนต์บล็อกนี้เลยนะ อย่าลืมดูแลตัวเองจากแสง UV ด้วย!

ที่มา – เปิดไทม์ไลน์วัน-เวลา ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก 77 จังหวัดของไทย ทั้ง 2 ครั้งในปี 2569

เผยอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า พูดไม่ได้

ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่าที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับไมค์ ฟินเคอ นักบินอวกาศมากประสบการณ์ของนาซ่า เขาป่วยด้วยอาการพูดไม่ได้เฉียบพลัน จนทำให้ภารกิจต้องยุติก่อนกำหนด แม้แพทย์จะตรวจอย่างละเอียดแต่ยังหาสาเหตุไม่ได้ เหตุการณ์นี้สร้างความฮือฮาเพราะเกิดขึ้นบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) และส่งผลกระทบต่อทั้งทีม

อาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า

อาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่าของไมค์ ฟินเคอเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม ขณะที่เขากำลังรับประทานอาหารเพื่อเตรียมตัวสำหรับภารกิจเดินอวกาศ (spacewalk) ในวันรุ่งขึ้น ฟินเคอซึ่งมีประสบการณ์บินอวกาศมาแล้ว 4 ครั้ง เล่าว่าอาการนี้มาแบบไม่มีสัญญาณเตือน เขาจู่ๆ ก็พูดไม่ได้เลย โดยไม่มีอาการปวดหรืออาการอื่นร่วมด้วย ทำให้เพื่อนร่วมทีมตื่นตระหนกและรีบช่วยเหลือทันที

อาการดังกล่าวกินเวลาเพียง 20 นาที ก่อนที่ฟินเคอจะกลับมาพูดได้ปกติ และจนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยเกิดซ้ำอีก แต่เหตุการณ์นี้ร้ายแรงพอที่จะยกเลิกภารกิจเดินอวกาศครั้งที่ 10 ของเขา ซึ่งเป็นครั้งแรกของเพื่อนร่วมทีมด้วย

สาเหตุของอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า ยังเป็นปริศนา

หลังเกิดเหตุ ทีมบน ISS ใช้เครื่องอัลตราซาวด์ตรวจเบื้องต้น และติดต่อแพทย์บนพื้นดินทันที ฟินเคอถูกส่งกลับโลกก่อนกำหนดด้วยยาน SpaceX Crew Dragon เมื่อ 15 มกราคม เร็วกว่ากำหนด 1 เดือน และเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลทันที แม้จะตรวจละเอียดหลายครั้ง NASA ก็ยังไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนของอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่านี้

นาซ่ากำลังทบทวนข้อมูลสุขภาพของนักบินอวกาศคนอื่นๆ เพื่อหาความเชื่อมโยง ฟินเคอยังปกปิดรายละเอียดเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวตามนโยบายนาซ่า

ประวัติและการตอบสนองของทีม

ไมค์ ฟินเคอ วัย 59 ปี เป็นอดีตนายทหารอากาศสหรัฐฯ และนักบินอวกาศรุ่นเก๋า เขาเคยปฏิบัติภารกิจบน ISS หลายครั้ง ภารกิจล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Polaris Dawn ซึ่งเป็นภารกิจเอกชนโดยจาเร็ด ไอแซคแมน ผู้ก่อตั้ง Shift4 Payments

  • วันที่ 7 ม.ค.: เกิดอาการพูดไม่ได้ขณะกินข้าว
  • เพื่อนร่วมทีม 6 คนช่วยเหลือทันที
  • ยกเลิก spacewalk ที่จะเกิดขึ้น
  • 4 ลูกเรือกลับโลกก่อนกำหนด
  • นาซ่าริวิวสุขภาพนักบินทั้งหมด

ฟินเคอรู้สึกผิดที่ทำให้ภารกิจล้ม แต่ได้รับกำลังใจจากทีม โดยไอแซคแมนบอกว่า “นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่เป็นเรื่องของอวกาศ” เขายังมองโลกในแง่ดี หวังกลับไปอวกาศอีก

ความเสี่ยงในอวกาศที่อาจเกี่ยวข้อง

แม้สาเหตุยังไม่แน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจเกิดจากปัจจัยในอวกาศ เช่น ผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงต่ำ (microgravity) ที่ส่งผลต่อระบบประสาท การเปลี่ยนแปลงความดันในหัว การแผ่รังสี หรือแม้กระทั่งความเครียดจากการเตรียมภารกิจ นักบินอวกาศต้องเผชิญความเสี่ยงเหล่านี้เสมอ ทำให้การแพทย์อวกาศเป็นเรื่องสำคัญ

เหตุการณ์นี้ถือเป็น “การอพยพทางการแพทย์จาก ISS ครั้งแรก” ของนาซ่า สร้างบทเรียนใหม่ให้กับภารกิจอนาคต เช่น Artemis หรือการตั้งฐานดวงจันทร์

ในมุมมองของเรา อาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่านี้เตือนใจว่าอวกาศยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่ร่างกายมนุษย์ยังปรับตัวไม่ทัน คุณคิดว่าสาเหตุจริงๆ คืออะไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอวกาศอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – เผยอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า ที่ต้องยุติภารกิจก่อนกำหนด เหตุอยู่ดีๆ พูดไม่ได้ แพทย์ยังไม่พบสาเหตุ

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวเมืองหลวงอิหร่าน เมื่อเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา ควันดำพวยพุ่งปกคลุมท้องฟ้า ขณะที่อิสราเอลออกมายืนยันรับผิดชอบการโจมตีเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลอิหร่าน

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน

ตามรายงานจากสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวในพื้นที่กรุงเตหะรานได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นอย่างน้อย 10 ครั้งติดต่อกัน กลุ่มควันดำลอยสูงเหนือเมืองหลวง สร้างความโกลาหลให้กับประชาชนที่กำลังหลับใหล เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ร้าวลึกในตะวันออกกลาง

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน: ลำดับเหตุการณ์

เช้ามืดวันนั้น เสียงระเบิดแรกดังขึ้นราว 4 โมงเช้า ตามด้วยการระเบิดต่อเนื่องในย่านต่างๆ ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณศูนย์กลางรัฐบาล โรงงานอุตสาหกรรม และฐานทัพทหาร รัฐบาลอิหร่านยังไม่ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ แต่ภาพและวิดีโอจากโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นความเสียหายหนักหน่วง รถยนต์ถูกไฟคลอก อาคารพังทลาย และผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำส่งโรงพยาบาล

กองทัพอิสราเอลได้ออกแถลงการณ์อย่างรวดเร็ว โดยระบุว่า “ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของรัฐบาลอิหร่านในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเตหะราน” เพื่อตอบโต้การกระทำของอิหร่านที่สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่อต้านอิสราเอล แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่เชื่อว่าเป้าหมายหลักคือศูนย์บัญชาการนิวเคลียร์และคลังอาวุธ

บริบทของความขัดแย้ง

เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามที่ยืดเยื้อมาเกือบ 1 เดือนแล้ว เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านดำเนินมานานหลายสิบปี โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานที่อิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรง นอกจากนี้ อิหร่านยังถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มฮามาสและฮิซบุลลาห์ในการโจมตีอิสราเอล

  • ผลกระทบทางทหาร: การโจมตีทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน ส่งผลให้กำลังทหารอ่อนแอลง
  • ผลกระทบต่อประชาชน: ชาวเตหะรานต้องอพยพจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนด้านมนุษยธรรม
  • ผลกระทบเศรษฐกิจ: ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
  • ผลกระทบภูมิภาค: ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิรัก ซีเรีย และเลบานอน เริ่มเตรียมรับมือการลุกลาม

นอกจากนี้ เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ยังจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้จากอิหร่าน ซึ่งขู่ว่าจะยิงขีปนาวุธถล่มเทลอาวิว สถานการณ์โลกจึงยิ่งร้อนระอุ พลเมืองอิสราเอลและอิหร่านต่างหวาดกลัวสงครามเต็มรูปแบบ

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

สหประชาชาติเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงทันที สหภาพยุโรปประณามการโจมตีพลเรือน ขณะที่สหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอลเต็มที่ โดยประธานาธิบดีประกาศว่า “เราจะปกป้องพันธมิตรของเรา” จีนและรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรอิหร่าน ก็ออกมาตำหนิอิสราเอลว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของสงคราม หากอิหร่านตอบโต้รุนแรง อาจลุกลามเป็นวิกฤตโลก นักวิเคราะห์เศรษฐกิจเตือนว่าราคาพลังงานอาจทะยานถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมัน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของสันติภาพในตะวันออกกลาง การเจรจาคือทางออกเดียว แต่ดูเหมือนจะห่างไกลยิ่งนัก ชาวไทยควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันและเศรษฐกิจของเราได้ ลองแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามเพื่อรับข่าวอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ควันดำพวยพุ่ง อิสราเอลรับโจมตีเป้าหมายรัฐบาลอิหร่าน

ญาติรอรับร่าง “แรงงานไทย” เสียชีวิตในอิสราเอล กลับชัยภูมิ

ญาติรอรับร่าง “แรงงานไทย” เสียชีวิตในอิสราเอล กลับถึงบ้านเกิด จ.ชัยภูมิ แล้ว เป็นข่าวเศร้าที่สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและสังคมไทย เมื่อร่างของนายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ได้ถูกนำกลับมาถึงบ้านเกิดที่จังหวัดชัยภูมิเรียบร้อยแล้ว ญาติและผู้มารอรับต่างโศกเศร้า เตรียมจัดพิธีทางศาสนาต่อไป

ญาติรอรับร่าง “แรงงานไทย” เสียชีวิตในอิสราเอล กลับถึงบ้านเกิด จ.ชัยภูมิ แล้ว

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. ร่างของนายชัยวัฒน์ แววนิล ได้เดินทางมาถึงจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยรถตู้สีขาวของบริษัทสุริยา หีบศพ คลองหลวง ทะเบียน ฮน 2620 กทม. มีนายปัญญา ฤกษ์ใหญ่ แรงงานจังหวัดชัยภูมิ นำทีมเจ้าหน้าที่ พ.ต.อ.พงษ์สุข คงปัญโญ ผกก.สภ.คอนสาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน แม่ ภรรยา และญาติต่างรอรับด้วยความเศร้าโศก

กำหนดการพิธีศพและการช่วยเหลือครอบครัว

เช้าวันที่ 28 มีนาคม 2569 ครอบครัวและญาติจะทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และเย็นวันเดียวกันจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมคืนแรก โดยนายปัญญาและทีม 5 เสือแรงงานจังหวัดชัยภูมิ เป็นเจ้าภาพ หลังพิธี เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยชี้แจงเรื่องการเยียวยาและช่วยเหลือต่างๆ รวมถึงเงินประกันจากต่างประเทศที่อาจล่าช้าเนื่องจากขั้นตอนแปลเอกสาร

นางพูนศรี แววนิล แม่ผู้เสียชีวิต กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยเหลือ และดีใจที่ได้ลูกชายกลับมาทำพิธีทางศาสนา หลังรอหลายวัน พิธีฌาปนกิจกำหนดวันที่ 30 มีนาคม 2569

สถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอลและบทเรียนที่ได้

เหตุการณ์นี้เกิดจากความขัดแย้งในอิสราเอลที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยจำนวนมาก แรงงานไทยไปทำงานในภาคเกษตรและก่อสร้างกว่า 30,000 คน เผชิญความเสี่ยงสูง รัฐบาลไทยได้เร่งช่วยเหลือทั้งการอพยพและเยียวยา แต่ครอบครัวยังต้องเผชิญความสูญเสียที่ไม่อาจทดแทนได้

  • การช่วยเหลือทันที: รัฐจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น
  • เงินประกัน: ต้องรอขั้นตอนจากต่างประเทศ
  • การสนับสนุนทางใจ: จากหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชน

ญาติรอรับร่าง “แรงงานไทย” เสียชีวิตในอิสราเอล กลับถึงบ้านเกิด จ.ชัยภูมิ แล้ว แสดงให้เห็นถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง สร้างความตระหนักถึงความปลอดภัยของแรงงานไทยในต่างแดน ควรมีการเตรียมความพร้อมมากขึ้น เช่น การประกันภัยที่ครอบคลุมและช่องทางสื่อสารฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายกันเกิดขึ้นบ่อยครั้งในตะวันออกกลาง แนะนำให้แรงงานตรวจสอบข้อมูลก่อนไปทำงาน และครอบครัวควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด รัฐบาลควรผลักดัน MOU กับประเทศปลายทางให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของแรงงานไทยที่ออกไปหาเลี้ยงชีพในต่างประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยงจากสงครามและความไม่แน่นอนทางการเมือง ญาติรอรับร่าง “แรงงานไทย” เสียชีวิตในอิสราเอล กลับถึงบ้านเกิด จ.ชัยภูมิ แล้ว จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตื่นตัว

หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังวางแผนไปทำงานต่างประเทศ อย่าลืมศึกษาข้อมูลความเสี่ยงและเตรียมเอกสารประกันให้ครบถ้วน สามารถติดต่อกรมการจัดหางานเพื่อขอคำปรึกษาได้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย

ที่มา – ญาติรอรับร่าง “แรงงานไทย” เสียชีวิตในอิสราเอล กลับถึงบ้านเกิด จ.ชัยภูมิ แล้ว