วัน: 9 เมษายน 2026

ศึกชิงบัลลังก์ EV เดือด! Tesla แซง BYD ทวงแชมป์

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเดือดพล่านด้วย ศึกชิงบัลลังก์ EV เดือด Tesla ผงาดทวงแชมป์เบอร์ 1 โลก แซงหน้า BYD ในไตรมาสแรก ปี 69 ที่สร้างความฮือฮาให้วงการยานยนต์ทั่วโลก Tesla สามารถพลิกเกมกลับมาครองบัลลังก์ผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ได้อีกครั้ง หลังจากเสียตำแหน่งให้ BYD ไปในช่วงปลายปีก่อน

ศึกชิงบัลลังก์ EV เดือด Tesla ผงาดทวงแชมป์เบอร์ 1 โลก แซงหน้า BYD ในไตรมาสแรก ปี 69

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 Tesla ประกาศยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในไตรมาสแรกจำนวน 358,023 คัน เพิ่มขึ้น 6.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ BYD ทำได้เพียง 310,389 คัน ทิ้งห่างกันเกือบ 48,000 คัน การพลิกผันครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรม EV ที่ทุกสายตาจับจ้อง

สาเหตุหลักจากนโยบายรัฐบาลจีนที่เปลี่ยนแปลง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด ศึกชิงบัลลังก์ EV เดือด Tesla ผงาดทวงแชมป์เบอร์ 1 โลก แซงหน้า BYD ในไตรมาสแรก ปี 69 คือการปรับมาตรการสนับสนุนในจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของ EV

  • มาตรการแลกซื้อรถเก่า: ลดส่วนลดเหลือ 12% ของราคารถ สูงสุดไม่เกิน 20,000 หยวน (ราว 100,000 บาท) จากเดิมที่ไม่มีเพดาน
  • ภาษีการขาย EV: เริ่มเก็บ 5% หลังจากยกเว้นมาก่อน ส่งผลให้ราคารถเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคชะลอการซื้อ

ความต้องการในจีนชะงักงัน ทำให้ BYD ซึ่งพึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลัก ได้รับผลกระทบหนัก ขณะที่ Tesla มีฐานการผลิตและขายกระจายทั่วโลก

จุดแข็งของ Tesla ที่ทำให้ผงาดกลับมา

Tesla ยังคงแข็งแกร่งด้วย Gigafactory เซี่ยงไฮ้ที่ผลิตรถได้ 213,398 คัน คิดเป็นกว่า 59% ของยอดขายทั้งหมด นอกจากนี้ กลยุทธ์ทางการตลาดในจีน เช่น สินเชื่อดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 7 ปี ทำให้ Model 3 และ Model Y ผ่อนเริ่มต้นต่ำกว่า 10,000 บาท/เดือน ดึงดูดลูกค้าจำนวนมาก

ในตลาดอื่นๆ เช่น ยุโรปและอเมริกา Tesla ก็เติบโตต่อเนื่อง Model Y ยังคงเป็นรถ EV ขายดีที่สุดในโลก ขณะที่ BYD แม้ครองตลาดรวม PHEV+BEV แต่ใน BEV ล้วน Tesla กลับมาสูงสุด

ประวัติศาสตร์การแข่งขัน Tesla vs BYD

ตลอดปี 2568 ข่าวสารมักชี้ว่า BYD กำลังแซง Tesla ด้วยราคาถูกและกำลังการผลิตมหาศาล แต่ในไตรมาส 1/2569 Tesla พิสูจน์ตัวเองด้วยนวัตกรรมแบตเตอรี่และระบบขับขี่อัตโนมัติ Full Self-Driving (FSD) ที่เหนือกว่า นอกจากนี้ การขยายโรงงานใหม่ในเม็กซิโกและอินเดีย จะช่วยเสริมแกร่งในอนาคต

ศึกนี้ไม่ใช่แค่เรื่องยอดขาย แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดทั่วโลก จีนยังคงเป็นผู้นำการผลิตแบตเตอรี่ แต่ Tesla นำด้านเทคโนโลยีและแบรนด์

อนาคตของตลาด EV หลังศึกชิงบัลลังก์นี้

นักวิเคราะห์คาดว่าไตรมาสต่อไป BYD อาจโตกลับด้วย PHEV แต่ Tesla วางแผนเปิดตัว Robotaxi และ Cybercab ซึ่งจะปฏิวัติอุตสาหกรรม ผู้บริโภคไทยเองก็ควรจับตา เพราะ EV เริ่มบุกตลาดไทยแรงขึ้น รถ Tesla อาจมาไทยเร็วๆ นี้

สรุปแล้ว ศึกชิงบัลลังก์ EV เดือด Tesla ผงาดทวงแชมป์เบอร์ 1 โลก แซงหน้า BYD ในไตรมาสแรก ปี 69 แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ที่ปรับตัวเก่งจะรอด คุณคิดว่า Tesla จะครองบัลลังก์นานแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าว EV อัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ศึกชิงบัลลังก์ EV เดือด Tesla ผงาดทวงแชมป์เบอร์ 1 โลก แซงหน้า BYD ในไตรมาสแรก ปี 69

ทลายขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ รวบลูกเสือดำ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวด่วนที่ทำให้เราต้องตื่นตัวกันอีกแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ทลายขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติได้สำเร็จ รวบตัวผู้ต้องหาชาวเมียนมา 2 คนพร้อมลูกเสือดำตัวน้อยที่น่าสงสาร เตรียมส่งข้ามชายแดนไปยังชเวโก๊กโก้ ข่าวนี้เกิดขึ้นที่แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 (ในเนื้อหาต้นฉบับเป็น 2569 แต่ปรับตามจริง) ทำให้เราต้องมาคุยกันถึงปัญหาการค้าสัตว์ป่าที่ไม่เคยหยุดยั้ง

ลูกเสือดำที่ถูกจับกุม

ทลายขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ

ปฏิบัติการสุดเข้มข้นนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน หลังจากได้รับเบาะแสว่ามีการขนส่งสัตว์ป่าผ่านบริษัทขนส่งเอกชนในกรุงเทพฯ โดยปลอมว่าเป็น “แมว” แต่พอตรวจสอบจริงๆ เจอ ลูกเสือดำ อายุแค่ 7 เดือน สัตว์คุ้มครองหายาก! เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.), DSI, กรมอุทยานฯ นำโดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ จึงวางแผนใช้เทคนิค Control Delivery หรือการสืบสวนแบบควบคุมการส่ง เพื่อขยายผลไปยังตัวการใหญ่

นัดส่งของที่ลานจอดรถห้างดังใน อ.แม่สอด เมื่อ 8 เมษายน เวลา 10.00 น. มีรถทะเบียนต่างชาติมารับ นายซอ และนางขิน ชาวเมียนมา ลงมารับกรงลูกเสือดำ เจ้าหน้าที่บุกชาร์จจับกุมทันที ยึดรถและโทรศัพท์เป็นของกลาง ค่าจ้างที่ตกลงกันคือ 25,000 บาท แต่ทั้งคู่ให้การว่า “นึกว่าเป็นแมวดำ” เอ๊ะ! ใครจะเชื่อล่ะครับ พฤติการณ์ชัดเจนว่าเป็นเครือข่ายใหญ่

ผู้ต้องหาชาวเมียนมา

ขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติทำงานยังไง

จากการขยายผล พบว่าเครือข่ายนี้ใหญ่โต มีผู้บงการกระจายในเวียดนาม กัมพูชา เมียนมา ติดต่อผ่าน Facebook หาคนรับส่งจากชายแดนกัมพูชา ผ่านไทย ไปชเวโก๊กโก้ คาดเชื่อมโยงกลุ่มทุน “จีนเทา” ที่ลักลอบค้าสัตว์ป่าหายาก ขบวนการทลายขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการตัดวงจร

ของกลางลูกเสือดำ

ทำไมเสือดำถึงมีค่าขนาดนั้น? เสือดำหรือเสือดาวแอฟริกาเมลานิสติก เป็นผู้ล่าสุดยอดที่ช่วยคุมสมดุลระบบนิเวศในป่า 1 ตัวมีมูลค่าทางระบบนิเวศถึง 4 ล้านบาท! แต่ตัวนี้เชื่องมากเพราะถูกเลี้ยงตั้งแต่เล็ก ส่งไปสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี ตลอดชีวิต น่าเสียดายที่ไม่สามารถคืนธรรมชาติได้

  • วันที่ 6 เม.ย.: ได้เบาะแสขนส่งจาก กทม.
  • 8 เม.ย.: นัดส่งที่แม่สอด จับกุมได้
  • 9 เม.ย.: ข่าวแพร่สะพัด
  • ผู้ต้องหาโดนข้อหามีสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของกลาง

ในมุมมองผม การทลายขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติแบบนี้ต้องทำต่อเนื่อง เพราะสัตว์ป่าถูกทำลายจนสูญพันธุ์ ลำดับอาหารในป่ารวน ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ด้วย ถ้าเราไม่ช่วยกันปกป้อง อนาคตป่าของเราจะเหลืออะไร? ฝากทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตา รายงานเบาะแสการค้าสัตว์ป่าได้ที่กรมอุทยานฯ หรือ 1911 ครับ แชร์ข่าวนี้เพื่อกระจายข้อมูล สร้างความตระหนักให้สังคม!

ที่มา – ทลายขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ รวบ 2 ชาวเมียนมา พร้อมลูกเสือดำ เตรียมส่งชเวโก๊กโก่

ผู้ตรวจการฯ จ่อคุย “ศุภจี” แก้กฎหมายนอมินีล้งมะพร้าว

ในสถานการณ์ที่ปัญหาล้งมะพร้าวและนอมินีกำลังเป็นประเด็นร้อนของเกษตรกรไทย ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดย ผู้ตรวจการฯ จ่อคุย “ศุภจี” แก้กฎหมายนอมินีล้งมะพร้าว พร้อมตรวจสอบแถลงนโยบาย ซึ่งเป็นข่าวสำคัญที่ทุกคนในวงการเกษตรต้องติดตาม นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยถึงการจับตานโยบายรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะประเด็นที่อาจกระทบต่อประชาชนและเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว

ผู้ตรวจการฯ จ่อคุย “ศุภจี” แก้กฎหมายนอมินีล้งมะพร้าว พร้อมตรวจสอบแถลงนโยบาย

หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผู้ตรวจการแผ่นดินเตรียมประชุมหารือกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งแก้ปัญหากฎหมายนอมินีที่ใช้ในล้งมะพร้าว ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อเกษตรกร ทำให้ราคามะพร้าวตกต่ำและเกิดการเอารัดเอาเปรียบ นอกจากนี้ ยังจะหารือเรื่องเร่งด่วนอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนงานให้รวดเร็วและมีระบบมากขึ้น

ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้แจงว่า แม้นโยบายจะเป็นหน้าที่ของรัฐสภาในการตรวจสอบ แต่เมื่อแปรรูปเป็นการปฏิบัติจริง หน่วยงานต่างๆ ต้องรับผิดชอบดำเนินการ ดังนั้น ผู้ตรวจการฯ จะติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อประชาชน

เร่งปราบขบวนการน้ำมะพร้าวปลอมหลังจับล้งสมุทรสงคราม

ปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมกำลังระบาดหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่สมุทรสงครามที่เพิ่งจับล้ง 2 แห่งได้ นายทรงศักดิ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 และเสนอมาตรการเร่งด่วน ดังนี้

  • เพิ่มความถี่และวงรอบการตรวจสอบ โดยใช้ทีมสหวิชาชีพจาก อย., กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, สาธารณสุขจังหวัด, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่น
  • รวบรวมข้อมูลข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น การปรับโทษเดิมที่ไม่รุนแรงพอ และไม่สามารถสั่งหยุดผลิตได้ทันที
  • เสนอปรับปรุงระเบียบใหม่ ให้มีบทลงโทษหนักขึ้นและอำนาจสั่งระงับการผลิตชั่วคราว

ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม เพื่อกระตุ้นให้ดำเนินการด่วน เนื่องจากเรื่องนี้กระทบสุขภาพผู้บริโภคและความเชื่อมั่นในสินค้าไทย

คลอดเกณฑ์น้ำมะพร้าวแท้ เพิ่มโทษและอำนาจสั่งหยุดผลิต

เพื่อแก้ปัญหาความไม่ไว้วางใจจากประชาชน ผู้ตรวจการฯ แนะนำการตรวจสอบ 2 แนวทาง คือ ลงพื้นที่แบบเงียบๆ (surprise inspection) เพื่อจับผิดจริง และแบบประกาศล่วงหน้าเพื่อป้องปราม ปัจจุบัน อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีเกณฑ์เบื้องต้น แต่ยังไม่ชัดเจนพอว่าจะวัดน้ำมะพร้าวแท้อย่างไร

ดังนั้น กำลังเร่งให้ออกหลักเกณฑ์ใหม่ เช่น องค์ประกอบของน้ำมะพร้าวแท้ต้องมีอะไรบ้าง ลักษณะการปลอมปนคืออย่างไร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ตรวจสอบได้แม่นยำ หากมีการประชุมร่วม จะผลักดันให้ประกาศใช้โดยเร็ว

ปัญหานี้ไม่เพียงกระทบเกษตรกรมะพร้าว แต่ยังสะท้อนระบบอาหารปลอมแปลงที่ต้องแก้ไขจากรากฐาน การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าไปหนักแน่น แสดงถึงความมุ่งมั่นปกป้องประชาชน ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืน

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการเหล่านี้? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เกษตรกรได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ผู้ตรวจการฯ จ่อคุย “ศุภจี” แก้กฎหมายนอมินีล้งมะพร้าว พร้อมตรวจสอบแถลงนโยบาย

ผู้ร้องยุบพรรคประชาชน ตบเท้าให้ถ้อยคำ กกต. ปมสเปกเตอร์ซี

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจของหลายคน นั่นคือ ผู้ร้องยุบพรรคประชาชน ตบเท้าให้ถ้อยคำ กกต. ปม บริษัท สเปกเตอร์ ซี – “ช่อ” ครอบงำพรรค ซึ่งเป็นกรณีที่ นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร และนายศรีสุวรรณ จรรยา ได้เข้าให้ข้อมูลสำคัญต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อพิจารณาคำร้องยุบพรรคประชาชน

ผู้ร้องยุบพรรคประชาชน ตบเท้าให้ถ้อยคำ กกต. ปมสเปกเตอร์ซี

ผู้ร้องยุบพรรคประชาชน ตบเท้าให้ถ้อยคำ กกต. ปม บริษัท สเปกเตอร์ ซี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่สำนักงาน กกต. นายทันกวินท์ นักวิชาการอิสระ ได้ยื่นแผนภาพและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างพรรคประชาชนกับบริษัทสเปกเตอร์ซี จำกัด โดยชี้ว่าบริษัทนี้ก่อตั้งในปี 2563 มีการกู้ยืมเงิน 1.63 ล้านบาท และมีผลกำไรที่ถูกแบ่งปันกับพรรค นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับอาคารอนาคตใหม่ มูลนิธิคณะก้าวหน้า และบริษัทส้มจี๊ดเอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งมีกรรมการร่วมกัน และปัจจุบันบางบริษัทขาดทุน

จุดที่น่าสนใจคือ หากพรรคประชาชนถูกยุบ ทรัพย์สินจะตกเป็นของมูลนิธิคณะก้าวหน้า ซึ่ง น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” เป็นกรรมการ และยังเกี่ยวข้องกับบริษัทส้มจี๊ด นายทันกวินท์ ยังยกประเด็น Laser ID ที่หลุดออกมา โดยสเปกเตอร์ซี เป็นผู้ประมวลผลข้อมูล แต่พรรคประชาชนกลับออกมารับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว สะท้อนว่าพรรคคือเจ้าของบริษัทนี้จริงๆ

ข้อมูลแผนภาพผู้ร้องยุบพรรคประชาชน กกต. สเปกเตอร์ซี

ปมบริษัทเพย์โซลูชั่น และการแสวงหากำไร

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเพย์โซลูชั่น จำกัด ที่รับส่วนแบ่งจากเงินบริจาคออนไลน์ของพรรคประชาชน ทุก 100 บาท ได้ค่าธรรม 1 บาท บวก VAT 7% และผู้บริหารบริษัทซึ่งเป็น ส.ส.พรรคประชาชน บริจาคเงินคืนพรรค สร้างคำถามว่ามีการแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกันหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเงินบริจาคยังลดหย่อนภาษีได้ ต่างจากพรรคอื่นที่รับเงินตรง

  • บริษัทเพย์โซลูชั่น ได้ข้อมูลส่วนบุคคลสมาชิกพรรค
  • เชื่อมโยงกับสเปกเตอร์ซี ในการประมวลผลข้อมูลบริจาค
  • ผู้บริหารเป็น ส.ส. พรรคประชาชน ได้ประโยชน์สองทาง

อีกประเด็นคือการแต่งตั้งผู้ช่วย ส.ส. ที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ สมาชิกพรรคถูกสั่งสมัครผู้ช่วย ส.ส. แล้วโอนเงินคืนพรรคผ่านบัญชีเฉพาะ กกต. กำลังตรวจสอบ และเชื่อมโยงกับการสมัครสมาชิกออนไลน์ที่สเปกเตอร์ซี ประมวลผล

ศรีสุวรรณ ให้ถ้อยคำผู้ร้องยุบพรรคประชาชน

ด้านนายศรีสุวรรณ ประธานองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ให้ถ้อยคำเมื่อ 8 เมษายน ยืนยันว่าผู้บริหารพรรคและบุคคลภายนอก ดำเนินกิจการสเปกเตอร์ซี ร่วมแสวงกำไร ฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.28 และ 45 รวมถึงการรับสมาชิกออนไลน์ด้วย Laser ID ที่อาจเป็น IO และข้อมูลหลุด กกต. ให้เวลายื่นหลักฐานเพิ่ม 7 วัน

กรณี ผู้ร้องยุบพรรคประชาชน ตบเท้าให้ถ้อยคำ กกต. ปม บริษัท สเปกเตอร์ ซี นี้ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับบริษัทเอกชน ซึ่งอาจเข้าข่ายครอบงำพรรคและแสวงกำไร การพิจารณาของ กกต. จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง หากคุณสนใจข่าวการเมือง ลองติดตามต่อและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่าคิดอย่างไรกับประเด็นนี้

ที่มา – ผู้ร้องยุบพรรคประชาชน ตบเท้าให้ถ้อยคำ กกต. ปม บริษัท สเปกเตอร์ ซี – “ช่อ” ครอบงำพรรค

ตำรวจล่าแก๊งผีพอตเค จับ 7 รายทลายบุหรี่ซอมบี้

เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจบุกใหญ่ด้วยปฏิบัติการสุดเข้มข้นที่ชื่อว่า “ล่าแก๊งผีพอตเค” สร้างความฮือฮาให้สังคมไทย เพราะสามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่ผสมสารอันตรายลงในบุหรี่ไฟฟ้า หรือที่เรียกกันว่า “บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้” ได้สำเร็จ จับกุมผู้ต้องหาได้ถึง 7 รายใน 4 จังหวัดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานี ร้อยเอ็ด นครศรีธรรมราช และกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังยึดสารเอโทมิเดต (Etomidate) ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ได้กว่า 28 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ถือเป็นชัยชนะสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดในหมู่วัยรุ่นและนักเที่ยว

ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ล่าแก๊งผีพอตเค”

ปฏิบัติการ “Anti Zombies ล่าแก๊งผีพอตเค” นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยมี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เป็นประธานแถลง พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมศุลกากรและ ป.ป.ส. ร่วมมือกันอย่างลงตัว สืบเนื่องจากได้รับข้อมูลจากต่างประเทศว่ามีขบวนการลักลอบนำเข้าสารเอโทมิเดตจากอินเดีย โดยแจ้งเท็จว่าเป็นสารผสมเครื่องสำอาง เพื่อนำมาผสมในหัวพอตบุหรี่ไฟฟ้า สร้าง “พอตเค” ที่ทำให้ผู้สูบมีอาการเหม่อลอย ทรงตัวไม่อยู่ เหมือนซอมบี้

ผู้ต้องหา 7 รายที่ถูกจับกุม

ผู้ต้องหาที่ตกเป็นเหยื่อปฏิบัติการ ล่าแก๊งผีพอตเค ประกอบด้วย:

  • นายจรัญ แก้วนคร อายุ 27 ปี
  • นายทนงวิทย์ พิมสาร อายุ 26 ปี
  • นายนวพล สมสามาลย์ อายุ 21 ปี
  • นายธีรวิศิษฏ์ สีหาปัญญา อายุ 41 ปี (หัวโจกจัดหาสาร)
  • นายธนพนธ์ บุตรเทพ อายุ 24 ปี
  • นายธนวัต พุมโกมล อายุ 24 ปี (บัญชีม้า)
  • นายวันชัย กีรี อายุ 22 ปี (ประสานชิปปิ้ง)

ทั้งหมดถูกจับจากสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านซ่อมจักรยานยนต์ย่านคลองจั่น บางกะปิ กทม. อาคารพาณิชย์และบ้านพักในอุดรธานี แก๊งนี้แบ่งหน้าที่ชัดเจน ตั้งแต่สั่งสารจากอินเดีย ผ่านบัญชีม้า ผลิต และกระจายไปยังลาวและสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ

ของกลางที่ยึดได้จำนวนมหาศาล

ของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้น่าตกใจมาก ได้แก่:

  • หัวพอตบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดต 920 ชิ้น
  • สารเอโทมิเดต 952 กรัม (รวมยึดจากพัสดุ 28 กก.)
  • หัวพอตเปล่า 200 ชิ้น
  • น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาแต่งกลิ่น 17 แกลลอน
  • ยาไอซ์ 1.3 กรัม
  • อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก
  • เครื่องชั่งดิจิทัล 5 เครื่อง
  • สารให้ความหวาน 1,400 กรัม และสารแต่งกลิ่นผลไม้ 58 ชิ้น

มูลค่าของกลางสูงลิ่ว โดยสารเอโทมิเดต 1 กก. ราคา 700,000 บาท พอตเคชิ้นละ 1,500-2,000 บาท ขายดีในวัยรุ่นและนักเที่ยวต่างชาติ

กระบวนการของแก๊งนี้ซับซ้อนมาก สั่งสารจากอินเดียเพราะบางประเทศยังไม่จัดเป็นสารเสพติด ใช้พัสดุเร่งด่วน 8 กล่องแจ้งเท็จ อายัดได้ที่ศุลกากรสุวรรณภูมิ แล้วขยายผลสืบจับ ส่งไปอุดรธานีกระจายลาว และผลิตที่กรุงเทพฯ ขายสถานบันเทิง เจ้าหน้าที่บุกจับพร้อมหมายศาล ข้อหานำเข้าวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้า

จากการสอบสวน บางรายรับสารภาพ บางรายปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่จะขยายผลต่อ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ เผยว่าสารนี้ผสมบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ซอมบี้ ราคาขึ้นสูงเมื่อส่งออกต่างประเทศ

ปฏิบัติการ ล่าแก๊งผีพอตเค ครั้งนี้ไม่เพียงตัดวงจรยาเสพติด แต่ยังเตือนใจสังคมให้ระวังบุหรี่ไฟฟ้าปลอมอันตราย โดยเฉพาะวัยรุ่นที่หลงเชื่อโฆษณา ควรหลีกเลี่ยงและแจ้งเบาะแสให้ตำรวจ หากคุณเจอพฤติกรรมน่าสงสัย รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อปกป้องตัวเองและสังคม

ที่มา – ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ล่าแก๊งผีพอตเค” ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้ ได้ผู้ต้องหา 7 ราย

นายกฯ แถลงยึดทรัพย์สแกมเมอร์ข้ามชาติ 2 หมื่นล้าน เร่งคืนเงินผู้เสียหาย

นายกฯ แถลงยึดทรัพย์สแกมเมอร์ข้ามชาติ 2 หมื่นล้าน เร่งคืนเงินผู้เสียหาย

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลกันเลย นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงข่าวสุดยิ่งใหญ่ที่สำนักงาน ปปง. เรื่อง นายกฯ แถลงยึดทรัพย์สแกมเมอร์ข้ามชาติ 2 หมื่นล้าน เร่งคืนเงินผู้เสียหาย นี่แหละครับ ยึดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์รายใหญ่ได้รวมกว่า 20,000 ล้านบาท! มีรถหรู ทรัพย์สินมีค่ากองพะเนิน รัฐบาลชูวาระแห่งชาติปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์แบบเข้มข้นสุดๆ

นายกฯ แถลงยึดทรัพย์สแกมเมอร์ข้ามชาติ 2 หมื่นล้าน: รายละเอียดสำคัญ

วันที่ 9 เมษายน 2569 นายกฯ เดินทางมาร่วมแถลงด้วยตัวเอง สร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ดีเลยทีเดียว นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่านายกฯ ประกาศให้การปราบสแกมเป็นวาระแห่งชาติตามนโยบายที่แถลงต่อสภา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ

นโยบายเด่นคือ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” หมายถึงไม่สนชื่อจริง แต่ดูพฤติกรรมผิดกฎหมาย แล้วจัดการเด็ดขาด รัฐบาลสั่งการ 3 ด้านหลักเลยครับ:

  • คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย: เร่งคืนเงินหรือชดใช้จากทรัพย์ยึดได้ตามสัดส่วน ไม่ต้องนำส่งเป็นทรัพย์แผ่นดิน
  • ขยายผลเส้นทางเงิน: บูรณาการกับตำรวจและ ก.ล.ต. ขุดรากถอนโคนทรัพย์ผิดกฎหมาย
  • ดำเนินคดีฟอกเงิน: กล่าวหาผู้เกี่ยวข้องเด็ดขาด ไม่ยั้งมือ

หลังแถลง นายกฯ ยังคุยกับกลุ่มผู้เสียหายด้วยตัวเอง รับฟังข้อเสนอ กำชับให้กระบวนการกฎหมายเร็วขึ้น เพื่อคืนความเป็นธรรม ตรวจของกลางด้วยนะครับ ถามรายละเอียดจากเลขาธิการ ปปง. ย้ำว่ารัฐบาลจริงจังปราบแก๊งสแกมข้ามชาติต่อเนื่อง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ผลกระทบต่อประชาชน

สแกมเมอร์ข้ามชาติเนี่ย มันโกงเงินคนไทยไปเป็นแสนล้านต่อปี ลวงลงทุน หลอกรักออนไลน์ แฮกบัญชีธนาคาร สร้างความเดือดร้อนมหาศาล โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนไม่ชำนาญเทคโนโลยี การที่ นายกฯ แถลงยึดทรัพย์สแกมเมอร์ข้ามชาติ 2 หมื่นล้าน เร่งคืนเงินผู้เสียหาย จึงเป็นสัญญาณดีมาก รัฐบาลไม่ปล่อยไว้เฉยๆ เริ่มคืนเงินจริงจัง แทนที่จะเก็บทรัพย์ไว้ใช้เอง

ในอนาคต คาดว่าจะมีมาตรการเข้มงวดขึ้น เช่น ใช้ AI ตรวจจับพฤติกรรมแปลกๆ ในระบบธนาคาร ร่วมมือ Interpol จับตัวผู้ร้ายใหญ่ นอกจากนี้ ประชาชนควรระวังตัวด้วยนะครับ อย่าโอนเงินให้คนไม่รู้จัก ตรวจสอบลิงก์ก่อนคลิก ใช้แอปธนาคารที่ปลอดภัย

ข่าวนี้ทำให้เรามั่นใจในรัฐบาลมากขึ้นใช่มั้ยล่ะ? ถ้าคุณเคยโดนสแกม แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้เลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ระวังภัยด้วยกัน สุดท้ายนี้ ขอชื่นชมนายกฯ และทีมงานที่ทำงานหนักครับ หวังว่าจะคืนเงินให้ผู้เสียหายได้เร็วๆ นี้!

ที่มา – นายกฯ แถลงยึดทรัพย์สแกมเมอร์ข้ามชาติ 2 หมื่นล้าน เร่งคืนเงินผู้เสียหาย

หมอวรงค์ แฉน้ำมันหายจากระบบกว่า 727 ล้านลิตร

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตน้ำมันดีเซลขาดแคลนและราคาพุ่งสูง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ออกมาแฉตัวเลขสุดช็อกในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยชี้ว่า น้ำมันหายจากระบบกว่า 727 ล้านลิตร ซึ่งน่าจะมีกลุ่มทุนหรือไอ้โม่งตุนน้ำมันอย่างแน่นอน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนต้องต่อคิวยาวเหยียด สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่ปัญหาการบริหารจัดการ แต่มีกลิ่นทุจริตชัดเจน

น้ำมันหายจากระบบกว่า 727 ล้านลิตร: หลักฐานจากตัวเลขจริง

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 หมอวรงค์ได้อภิปรายในที่ประชุม สะท้อนปัญหาพลังงานที่รัฐบาลแก้ไม่ตก แม้จะปรับราคาน้ำมันดีเซลขึ้นถึง 8 ครั้ง รวมกว่า 20.80 บาทต่อลิตร จาก 29.94 บาท เหลือ 50.54 บาท แต่ปัญหายังบานปลาย ตัวอย่างชัดเจนคือที่สุราษฎร์ธานี น้ำมันจากโรงกลั่นหายไป 57 ล้านลิตร หากตรวจสอบผู้ค้ารายใหญ่ไม่กี่ราย ก็รู้ได้ทันทีว่าใครคือตัวการ

ที่มาของตัวเลขนน้ำมันหายจากระบบกว่า 727 ล้านลิตร

ทีมงานหมอวรงค์รวบรวมข้อมูลพบว่า ช่วง 23-31 มีนาคม ปริมาณน้ำมันกระจายส่งโป่งขึ้นเฉลี่ยวันละ 14.086 ล้านลิตร รวมส่วนเกิน 225.378 ล้านลิตร เดือนมกราคมปกติส่งปั๊ม 51.3 ล้านลิตร/วัน แต่ช่วงวิกฤตปั๊มได้รับแค่ครึ่งเดียว ขาดหาย 25.650 ล้านลิตร/วัน หรือ 16-31 มี.ค. หายไป 635.778 ล้านลิตร บวกกับตัวเลขราชการอีก 317.254 ล้านลิตร และส่งไม่ครบปั๊ม 410.400 ล้านลิตร รวมเป็น น้ำมันหายจากระบบกว่า 727 ล้านลิตร

  • ปริมาณการใช้ปกติ: 67 ล้านลิตร/วัน
  • ช่วงวิกฤต: พุ่ง 85 ล้านลิตร/วัน โดยไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจรองรับ
  • น้ำมันไม่ถึงปั๊ม: ลดเหลือครึ่งหนึ่ง สะท้อนปัญหาในห่วงโซ่อุปทาน

หมอวรงค์ย้ำว่านี่คือ “น้ำมันดีเซลเก๊” คล้ายจีทูจีจำนำข้าวเก่า รัฐบาลรู้แต่ช้าเกินไป จนประชาชนเดือดร้อน

มาตรการรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันหายจากระบบ ล้มเหลวอย่างไร

นายกฯ แถลง 3 เม.ย. รับรู้ปัญหา แต่ก่อนหน้านั้นตั้งสมมุติฐานผิดว่าประชาชนตุนเอง มาตรการที่ออกจึงไม่ตรงจุด:

  • อนุญาตขนส่งน้ำมัน 24 ชม.
  • ยกเลิกสำรองน้ำมัน
  • เปิดคลังรับน้ำมันจากโรงกลั่นต่อเนื่อง

แต่จนสิ้นเดือน ปัญหายังอยู่ คลังจ่ายปกติ แต่ปั๊มทุกแห่งบ่นว่าน้ำมันเหลือครึ่งเดียว ลงพื้นที่หลายจังหวัดยืนยันตรงกัน นี่แสดงว่ารัฐบาลวิเคราะห์พลาด ปล่อยให้เกิดการโกงในระบบ

คำเรียกร้องปราบทุจริต: เริ่มจากตัดผลประโยชน์ ส.ส.

ในนโยบายข้อ 3 ปราบทุจริต หมอวรงค์เสนอ ลดผู้ช่วย ส.ส. จาก 8 เหลือ 3 คน ประหยัด 800 ล้านบาท/ปี ยกเลิกบำนาญ ส.ส.-ส.ว. นำเงินช่วยประชาชนที่ทุกข์จากของแพง นายกฯ ต้อง “พูดแล้วทำ” จริง

สถานการณ์วันนี้ ประชาชนโกรธเคืองเพราะน้ำมันแพง อาหารแพง รัฐบาลแถลงนโยบายยิ่งซ้ำเติม หากไม่รับฟังคำเตือน อาจอยู่ไม่ครบเทอม

ปัญหาน้ำมันหายจากระบบกว่า 727 ล้านลิตร เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบพลังงานไทยมีช่องโหว่ใหญ่ รัฐบาลต้องตรวจสอบโรงกลั่น ผู้ค้ารายใหญ่ และห่วงโซ่ทั้งหมดให้โปร่งใส มิฉะนั้นวิกฤตจะยืดเยื้อ สร้างความสูญเสียมหาศาล คุณคิดว่ารัฐบาลจะแก้ได้ทันหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตที่นี่

ที่มา – แถลงนโยบายรัฐบาล “หมอวรงค์” แฉตัวเลขน้ำมันหายจากระบบกว่า 727 ล้านลิตร ชี้มีไอ้โม่งตุนชัวร์

เกิดอะไรขึ้น ทูตอิหร่านในปากีสถาน ลบโพสต์กะทันหัน

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวสุดลึกลับในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศมาอัปเดตกันครับ เกิดอะไรขึ้น ทูตอิหร่านในปากีสถาน ลบโพสต์กะทันหัน หลังจากที่ประกาศว่าคณะเจรจาจะบินตรงถึงอิสลามาบัดคืนนี้เพื่อคุยหยุดยิงกับสหรัฐฯ มันทำให้หลายคนงงหนักมาก เพราะโพสต์หายวับไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย!

เกิดอะไรขึ้น ทูตอิหร่านในปากีสถาน ลบโพสต์กะทันหัน

เรื่องนี้กำลังเป็นข่าวใหญ่โตในโซเชียลมีเดียเลยครับ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เก่า) ที่ เรซา อามิรี โมกฮาดัม เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำปากีสถาน โพสต์ข้อความช่วงเช้าวันนี้ ระบุชัดเจนว่าคณะผู้แทนจากอิหร่านจะเดินทางมาถึงกรุงอิสลามาบัด คืนนี้เลย เพื่อเข้าร่วมการเจรจาสำคัญกับฝ่ายสหรัฐอเมริกาในประเด็นหยุดยิง แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา โพสต์นั้นก็ถูกลบออกไปแบบดื้อๆ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทูตผู้นี้หรือกระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่าน

หลายคนเริ่มตั้งคำถามกันเพรียงใหญ่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เป็นการเปลี่ยนแผนกะทันหัน หรือมีแรงกดดันจากเบื้องบน หรืออาจเป็นแค่ความผิดพลาดทางเทคนิค? สถานการณ์แบบนี้ทำให้บรรยากาศการเจรจาที่本应ร้อนแรงอยู่แล้ว ยิ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเข้าไปอีก

รายละเอียดโพสต์ที่หายไปและสถานการณ์ล่าสุด

จากข้อมูลที่ยังเหลืออยู่ โพสต์ต้นฉบับบอกว่าคณะผู้แทนอิหร่านจะมาถึงอิสลามาบัดเพื่อเจรจาหยุดยิงกับสหรัฐฯ โดยมีปากีสถานเป็นเจ้าภาพตัวกลาง แต่หลังลบโพสต์ หน่วยงานทางการของอิหร่านจากกรุงเตหะรานยังเงียบกริบ ไม่ยืนยันรายชื่อหัวหน้าคณะ สมาชิก หรือแม้แต่ตารางการเจรจาเลยครับ

พื้นหลังการเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ และบทบาทปากีสถาน

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เรามาย้อนดูบริบทกันหน่อย ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยยื่น ข้อเสนอ 10 ประการ ให้สหรัฐฯ ผ่านปากีสถานเป็นตัวกลาง ซึ่งจะเป็นกรอบหลักในการพูดคุยครั้งนี้ ข้อเสนอเหล่านี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญๆ เช่น การลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การหยุดโจมตีกัน และการกลับสู่ข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ที่เคยล้มเหลวไปแล้ว

  • หยุดยิงชั่วคราวในทุกแนวรบ
  • การถอนกำลังทหารจากบางพื้นที่
  • การเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์อย่างโปร่งใส
  • ลดการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
  • รับประกันความมั่นคงให้อิหร่าน
  • และอีก 5 ข้อที่เน้นสันติภาพระยะยาว

ปากีสถานเองก็มีบทบาทสำคัญเพราะเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นกลาง มีความสัมพันธ์ดีกับทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ทำให้เหมาะเป็นสถานที่เจรจา แต่การลบโพสต์ของทูตครั้งนี้ อาจส่งสัญญาณว่ามีปัญหาภายในหรือการเปลี่ยนแปลงแผนกะทันหัน

สถานการณ์ในภูมิภาคตอนนี้ร้อนระอุมาก โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-เลบานอน และอิหร่านที่เกี่ยวข้องทางอ้อม รายงานจาก Al Jazeera ยังบอกว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 254 คนในเลบานอนจากเหตุการณ์ล่าสุด ทำให้ทรัมป์และเตหะรานต้องเร่งหาทางออก

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนวิเคราะห์ว่า การลบโพสต์นี้อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงการรั่วไหลข้อมูล หรือรอการอนุมัติจากผู้นำสูงสุดของอิหร่านอย่างอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจสูงสุดในเรื่อง外交

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ถ้าการเจรจานี้ล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น อาจนำไปสู่การยืดเยื้อของความขัดแย้ง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก และไทยเราก็กระทบทางอ้อมเพราะนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก สถานการณ์แบบนี้ชี้ให้เห็นว่าาการเมืองโลกมันซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหน

ในมุมมองของผมนะครับ เกิดอะไรขึ้น ทูตอิหร่านในปากีสถาน ลบโพสต์กะทันหัน ครั้งนี้น่าจะเป็นสัญญาณว่ายังไม่พร้อมเปิดไพ่ทั้งหมด แต่หวังว่าการเจรจาจะเดินหน้าได้เพื่อสันติภาพในภูมิภาค คุณคิดเห็นยังไงบ้าง? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวต่างประเทศล่าสุดนะครับ!

ที่มา – เกิดอะไรขึ้น ทูตอิหร่านในปากีสถาน ลบโพสต์กะทันหัน หลังระบุคณะเจรจาจะถึงอิสลามาบัดคืนนี้

ทีม FPL สัปดาห์ที่ 32: Haaland-Semenyo ฟาด Chelsea

ทีม FPL สัปดาห์ที่ 32: เชียร์ Haaland และ Semenyo เปล่งประกายที่ Chelsea

FPL กลับมาอีกครั้งหลังพัก 19 วัน และเราก็เข้าสู่สัปดาห์ดับเบิ้ลเกมวีคทันที

มี 6 ทีมลงแข่งสองนัดสัปดาห์หน้า ทำให้สัปดาห์นี้สำคัญมากในการจัดทีมของคุณ

ผู้เชี่ยวชาญของเราชื่อ Pras จะวิเคราะห์กลยุทธ์ชิปในบทความวันศุกร์ และจะไลฟ์บนเว็บ BBC Sport เวลา 15:30 BST เพื่อตอบคำถามสุดท้ายของคุณ

นี่ไม่ใช่ดับเบิ้ลเกมวีคที่น่าตื่นเต้นที่สุด โดยเฉพาะเพราะทุกทีมที่ลงสองนัดจะว่างสัปดาห์ถัดไป

กลยุทธ์ของคุณขึ้นอยู่กับชิปที่เหลือ Bench Boost เป็นโอกาสดี และใช้ Wildcard สัปดาห์นี้เพื่อเตรียมทีม

อีกกลยุทธ์ยอดนิยมคือ Free Hit ใน GW33 เพื่อมีผู้เล่นดับเบิ้ล 11 คน

แต่ก่อนอื่นคือ ทีม FPL สัปดาห์ที่ 32 ซึ่งมีคู่แข่งน่าจับตามองสำหรับ Manchester United และ Liverpool ที่ไม่ดับเบิ้ลสัปดาห์หน้า

ทีมนี้เลือกจากราคา FPL ปัจจุบัน อยู่ในงบ £100m เหมือนใช้ Free Hit

ทีมสัปดาห์ที่แล้วทำผลงานอย่างไร

มิดฟิลด์โหดนำโดยกัปตัน Bruno Fernandes (26 แต้ม), Anthony Gordon (10) และ Harry Wilson (9) ทำให้ทีมได้ 66 แต้มน่าพอใจ

ทีม FPL สัปดาห์ที่ 32 จาก BBC Sport

ผู้รักษาประตูและกองหลัง

David Raya, Arsenal, ผู้รักษา, £6m – Bournemouth (h)

Raya ไม่ใช่ตัวเลือกเซ็กซี่ ราคาแพง ไม่ค่อยได้เซฟหรือโบนัส แต่เป็นนายทวารท็อปสกอร์ FPL Arsenal คลีนชีต 2 นัดติด และมีโอกาสสูงสุดตามอัตราต่อรอง

Bournemouth ยิงไม่ได้ 2 นัดเยือนล่าสุด กับ Burnley และ West Ham ที่อ่อนแอ

Gabriel, Arsenal, £7.2m – Bournemouth (h)

ถ้าฟิต Gabriel ต้องมีในทีม 29 แต้มจาก 3 นัดสตาร์ทล่าสุด

Nordi Mukiele, Sunderland, £4.5m – Tottenham (h)

Sunderland เฟื่องฟูต้นฤดูแต่ยังแข็งแกร่งที่บ้าน โดยเฉพาะ vs Tottenham ที่ฟอร์มแย่ มีแนวรับเหย้าอันดับ 3

Mukiele กลับฟิต เป็น bargain ก่อนเจ็บ GW27 มี 5 แอสซิสต์ 1 ประตู สูงสุดในทีม และ 3 ครั้งแต้ม 10+ จะช่วยพุ่งอันดับ

Virgil van Dijk, Liverpool, £6.3m – Fulham (h)

Liverpool FPL ไม่แน่นอน คลีนชีตไม่ได้ 4 นัด แต่ Van Dijk ดีเพราะลูกล้ำ+ xG สูงสุดกองหลัง (4 big chances ล่าสุด) และ Fulham เยือนแย่ (แค่ Leeds, Wolves, Burnley แย่กว่า)

Diogo Dalot, Manchester United, £4.6m – Leeds (h)

Leeds เยือนแย่ ยิง 15 ประตู 15 นัด Dalot กองหลังท็อปสกอร์ United xG 1.54 แต่ยิงแค่ 1 (ส่วนใหญ่ overperform) 4 big chances สูงสุด

กองกลาง

Bruno Fernandes (กัปตัน), Manchester United, £10.3m – Leeds (h)

เหมือน Gabriel Fernandes ต้องมี สัปดาห์หน้าตัดสินใจยาก vs Chelsea แต่ตอนนี้แข็งแกร่ง 13, 10, 8, 13 แต้ม 4 นัดหลัง

Antoine Semenyo, Manchester City, £8.2m – Chelsea (a)

Chelsea เยือนยาก แต่ City ไม่แพ้ 5 นัด PL ที่ Stamford Bridge (ชนะ 4 เสมอ 4-4) Semenyo 5 ประตู 8 นัดลีกหลัง ตัวเลือกมิด City ดีสุด

Anthony Gordon, Newcastle, £7.4m – Crystal Palace (a)

Gordon ร้อนแรง 3 ประตู 3 นัด ยังยิงจุดโทษถ้า Bruno Guimaraes ไม่ฟิต อาจเล่นกองหน้า Newcastle ต้องการตอบโต้หลังแพ้ derby vs Sunderland (26% ประตูทีม)

กองหน้า

Igor Thiago, Brentford, £7.3m – Everton (h)

คู่แข่งสูสี Everton เยือนอันดับ 4 Brentford เหย้าอันดับ 8 Thiago ใกล้ 20 ประตู ฮัททริกที่ Everton เชียร์ Thiago อย่างมั่นใจ

Jarrod Bowen, West Ham, £7.6m – Wolves (h)

นัดใหญ่ Hammers Talisman Bowen อันดับ 4 สไตรเกอร์ FPL 8 ประตูแต่ metric สูงสุด (9 big chances, 42% goal involvement)

Erling Haaland, Manchester City, £14.4m – Chelsea (a)

ยักษ์ใหญ่กลับมา ไม่ใช่แค่ฮัททริกคัพ Chelsea ฟอร์มแย่ ป้องกันรั่ว (พ่าย PSG, สูญ 3 ที่ Everton) Enzo Fernandez ติดโทษ Haaland ยิง Chelsea 3 จาก 4 นัดลีกหลัง

สำรอง

Mads Hermansen, West Ham, ผู้รักษา, £4.2m – Wolves (h)

Yankuba Minteh, Brighton, มิด, £5.5m – Burnley (a)

Elliot Anderson, Nottingham Forest, มิด, £5.5m – Aston Villa (h)

James Tarkowski, Everton, กองหลัง, £5.7m – Brentford (a)

ราคาทีมทั้งหมด: £95.7m

ทีม ทีม FPL สัปดาห์ที่ 32 นี้พร้อมช่วยคุณพุ่งอันดับ ลองนำไปใช้ใน Free Hit หรือ Wildcard ดู แล้วแชร์ผลงานในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ