วัน: 9 เมษายน 2026

รวบสาวหลอกยืมรถ จยย. ญาติ-คนรู้จัก จำนำ 5 คันรวด

เหตุการณ์ รวบสาวหลอกยืมรถ จยย. ญาติ-คนรู้จัก จำนำ 5 คันรวด หาเงินจ่ายหนี้นอกระบบ สร้างความฮือฮาในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อตำรวจกองปราบปรามบุกจับผู้ต้องหาวัย 39 ปี ที่หลอกยืมรถจักรยานยนต์จากคนใกล้ชิดไปจำนำเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินดอกเบี้ยโหด

รวบสาวหลอกยืมรถ จยย. ญาติ-คนรู้จัก จำนำ 5 คันรวด หาเงินจ่ายหนี้นอกระบบ

วันที่ 9 เมษายน 2567 ตำรวจกองปราบปราม กองกำกับการ 6 นำโดย พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป. ได้ลงพื้นที่ชุมชนโชคสมานคุณ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อติดตามจับกุม น.ส.มัณฑนา อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสงขลา ลงวันที่ 21 มกราคม 2567 ในข้อหาลักทรัพย์

สืบเนื่องจาก น.ส.มัณฑนา ได้หลอกยืมรถจักรยานยนต์จากญาติและคนรู้จักอย่างน้อย 5 คัน แล้วนำไปจำนำในพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ คันละประมาณ 4,000-5,000 บาท เพื่อนำเงินมาจ่ายดอกเบี้ยหนี้นอกระบบ หรือที่เรียกกันว่า “พวกหมวกกันน็อก” ซึ่งเป็นเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยสูง

สาเหตุที่นำไปสู่การรวบสาวหลอกยืมรถ จยย. ญาติ-คนรู้จัก

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนติดหนี้นอกระบบมานาน หมุนเงินไม่ทันดอกเบี้ยที่แพงหูฉี่ ทำให้ต้องใช้วิธีหลอกยืมรถจากคนใกล้ชิดไปจำนำ แม้จะรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้ญาติและเพื่อนเดือดร้อน ตัดขาดความสัมพันธ์ แต่ก็จำใจทำเพราะไม่รู้จะหาเงินจากไหน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปัญหาจากหนี้นอกระบบในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ที่เป็นแหล่งค้าขายใหญ่ ผู้คนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อเงินกู้นอกระบบ ส่งผลให้เกิดอาชญากรรมรอง เช่น การโกง การลักทรัพย์ เพื่อนำเงินมาใช้หนี้

  • หลอกยืมรถจากญาติและคนรู้จัก 5 คัน
  • จำนำที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่
  • เงินจำนำคันละ 4-5 พันบาท
  • นำเงินไปจ่ายดอกเบี้ยหนี้นอกระบบ
  • ย้ายหนีเจ้าหนี้มาอยู่บ้านเช่าในชุมชนโชคสมานคุณ

หลังจับกุม ตำรวจกองปราบปรามได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทเรียนจากกรณีนี้: หลีกเลี่ยงหนี้นอกระบบอย่างไร

กรณี รวบสาวหลอกยืมรถ จยย. ญาติ-คนรู้จัก จำนำ 5 คันรวด หาเงินจ่ายหนี้นอกระบบ เป็นอุทาหรณ์ชัดเจนสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจยากลำบาก หากติดปัญหาการเงิน อย่าพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงกว่า 15% ต่อเดือน ซึ่งผิดกฎหมาย

แนะนำทางเลือกที่ดีกว่า เช่น

  • กู้สินเชื่อจากธนาคารหรือแอปพลิเคชันที่ถูกกฎหมาย
  • ปรึกษาสถาบันช่วยเหลือทางการเงิน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ สคบ.
  • ปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย ลดรายจ่ายไม่จำเป็น
  • หางานเสริมหรือขายของออนไลน์เพื่อเพิ่มรายได้

หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญปัญหาหนี้สิน แนะนำให้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐทันที อย่าปล่อยให้ปัญหาบานปลายจนต้องกระทำผิดกฎหมาย

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์นี้เตือนใจว่า ความสัมพันธ์ในครอบครัวและมิตรภาพมีค่ามากกว่าหนี้สินชั่วคราว หากเราวางแผนการเงินดี รอทางออกที่ถูกต้อง ปัญหาจะคลี่คลายได้โดยไม่ต้องทำร้ายใคร

CTA: แชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ ระวังหนี้นอกระบบ และติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตจากเรา!

ที่มา – รวบสาวหลอกยืมรถ จยย. ญาติ-คนรู้จัก จำนำ 5 คันรวด หาเงินจ่ายหนี้นอกระบบ

วีระยุทธ ซัดเทคโนแครต ปิดตาธิปไตย ก๊อปนโยบาย

ในวงการการเมืองไทยที่ร้อนระอุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ออกโรงวีระยุทธ ซัดเทคโนแครต ของพรรคภูมิใจไทยอย่างจัง โดยชี้ว่ารัฐบาลชุดนี้คือระบอบปิดตาธิปไตย ที่บ้านใหญ่กับเทคโนแครตปิดตาข้างหนึ่งให้กันเอง ส่งผลกระทบต่อประชาชนเต็มๆ ล่าสุดในการอภิปรายนโยบายที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 วีระยุทธยังเย้ยอีกว่าถ้าก๊อปนโยบายพรรคประชาชนทั้งที ก็ก๊อปให้หมดไปเลย โดยเฉพาะเรื่องมั่นคงทางพลังงานที่รัฐบาลมองข้าม

ปิดตาธิปไตย: ระบอบผสมบ้านใหญ่-เทคโนแครตที่วีระยุทธซัด

วีระยุทธเปรียบเทียบการเขียนนโยบายรัฐบาลเหมือนนักเรียนทำรายงานค้างไว้ แล้วมาเติมเรื่องความขัดแย้งตะวันออกกลางแค่อันย่อหน้าเพื่อให้ดูมีสาระ รัฐบาลยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาประชาชน โดยเฉพาะราคาน้ำมันแพงที่กระทบชีวิตโดยตรง เขาเสนอว่ารัฐบาลควรมีนโยบายเชิงรุก โดยภารกิจใหญ่คือเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งหมายถึงพลังงานเพียงพอ ต่อเนื่อง และราคาไม่แพงเกินเอื้อม ไหนๆ นโยบายก็ลอกพรรคประชาชนมาเยอะแล้ว ก๊อปธีมใหญ่เรื่องนี้ไปด้วย จะได้ครบเครื่อง

วีระยุทธ ซัดเทคโนแครต “ศุภจี-เอกนิติ” ยอมบ้านใหญ่

รัฐบาลอนุทิน 2 ตามคำวีระยุทธ คือการรวมพลังระหว่างบ้านใหญ่ (นักการเมืองท้องถิ่นผู้มีอิทธิพล) กับเทคโนแครต (นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์อย่างนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีพาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติภัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง) แต่ละฝ่ายปิดตาข้างหนึ่งเพื่ออยู่ร่วมกันได้ นี่คือที่มาของคำว่าปิดตาธิปไตย ซึ่งทำให้เราไม่ได้ประโยชน์จากจุดแข็งทั้งสองฝ่าย

  • บ้านใหญ่: ใจถึง พึ่งได้ กล้าได้กล้าเสีย ถ้ารัฐบาลบ้านใหญ่ล้วนๆ เจอน้ำมันแพงคงสั่งลดภาษีสรรพสามิต 7 บาทไปแล้ว
  • แต่พอผสมเทคโนแครต: บ้านใหญ่กลัวโดนหาว่ารัฐถังแตก เลยทำแค่ง่ายๆ ลดราคาหน้าโรงกลั่น 1-2 บาท
  • เทคโนแครตยอมบ้านใหญ่: ปล่อยให้มีโครงการน่ากังวลอย่างแลนด์บริดจ์และโมโต้จีพี ที่เจาะจงจังหวัดแค่ 2 แห่ง ถ้าคิดตามหลักวิชาการไม่คุ้มทุนแน่นอน ถ้าศุภจีและเอกนิติยืนยันว่าคุ้ม ก็ออกมาพูดได้ แต่การปิดตาแบบนี้ทำให้โครงการแบบนี้เกิดอีกเพียบ

ผลคือเราไม่ได้รัฐบาลกล้าได้กล้าเสียแบบบ้านใหญ่ล้วน แต่ก็ไม่ใช่เทคโนแครตล้วนที่ยึดหลักการ สุดท้ายประชาชนคือผู้เสียหาย

ตัวอย่างชัดๆ: วิกฤตน้ำมันกักตุนจากปิดตาธิปไตย

กรณีน้ำมันกักตุนลักลอบทางเรือ 57 ล้านลิตร และรถบรรทุก 11,000 คันไม่ส่งปั๊ม แสดงให้เห็นปัญหาชัดเจน นายกรัฐมนตรีหนุนคนมีผลประโยชน์ทับซ้อนมานั่งหัวโต๊ะช่วงตรึงราคา เทคโนแครตไม่ท้วงอะไร ไม่ผลักดันเปิดเผยข้อมูล GPS ติดตามรถ-เรือแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ระบบรั่วไหลเพราะปิดตาธิปไตยหลอมรวมสองฝ่ายเข้าด้วยกัน

สถานการณ์พลังงานไทยตอนนี้ย่ำแย่ ราคาน้ำมันผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลควรเร่งลดการพึ่งพานำเข้า สร้างแหล่งพลังงานในประเทศ เช่น พลังงานหมุนเวียน นิวเคลียร์ หรือสำรวจก๊าซใหม่ๆ พรรคประชาชนมีนโยบายพร้อมแล้ว รัฐบาลก๊อปมาใช้สิ จะได้แก้ปัญหาได้จริง

นอกจากนี้ การเมืองไทยมักมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้บ่อยๆ ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น การตรวจสอบที่โปร่งใสจึงสำคัญที่สุด วีระยุทธชี้ถูกจุดว่ารัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจ ไม่ใช่ปิดตาแลกอำนาจ

สรุป insight: ระบอบปิดตาธิปไตยนี้อาจดูอยู่รอดได้ แต่ยั่งยืนไหม? ประเทศไทยต้องการผู้นำที่ใส่ประชาชนก่อนอำนาจส่วนตัว คุณเห็นด้วยกับวีระยุทธไหม? ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “วีระยุทธ” ซัดเทคโนแครตภูมิใจไทยร่วมกับบ้านใหญ่ปิดตาธิปไตย เย้ยจะก๊อปนโยบายก็ก๊อปให้หมด

PMCU ผนึก MuvMi บริการรับ-ส่งฟรีสงกรานต์ 2569

เทศกาลสงกรานต์ 2569 นี้ ย่านใจกลางกรุงเทพฯ อย่างสยาม สามย่าน และบริเวณใกล้เคียง จะคึกคักสุดๆ ไปด้วยกิจกรรมเล่นน้ำสาดสนุกสนาน สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ หรือ PMCU ได้จับมือกับ MuvMi แอปเรียกรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า สร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่หลวงด้วยบริการรับ-ส่งฟรี! ทำให้คุณไปเล่นน้ำได้แบบไร้กังวลเรื่องการเดินทาง เชื่อมต่อแลนด์มาร์กสำคัญทั้งหมดในย่านเดียว

สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ผนึก MuvMi บริการสุดพิเศษสงกรานต์ 2569

บริการนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 12-15 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 15.00-20.00 น. ทุกวัน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนกรุงหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็สามารถใช้บริการฟรีได้ง่ายๆ ผ่านแอป MuvMi เพียงดาวน์โหลดและเลือกเส้นทางที่กำหนด ก็ไปถึงจุดเล่นน้ำได้ทันใจ ไม่ต้องเสียเงินค่าเดินทางเพิ่มในช่วงเทศกาลราคาแพง

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่ช่วยเรื่องเดินทาง แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของ PMCU ในการพัฒนาย่านสยามให้เป็น ย่านกิจกรรมของทุกคน รองรับทั้ง locals และ tourists ให้สนุกได้ครบจบในที่เดียว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ร้านค้าในย่านคึกคัก ผู้ประกอบการได้ประโยชน์เต็มๆ จากนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ

ไฮไลต์บริการ สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ผนึก MuvMi

นอกจากตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าแล้ว ยังมี MuvBus รถบัสไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น นั่งสบาย เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ได้ ลดความแออัดในช่วงสงกรานต์ บริการครอบคลุมเส้นทางสำคัญ ดังนี้:

  • สยามสแควร์: จุดเริ่มต้นเล่นน้ำคลาสสิก สาดน้ำกันมันส์
  • สามย่าน: โซนกินเที่ยวชิลล์ๆ หลังเล่นน้ำเหนื่อย
  • บรรทัดทอง: กิจกรรมสนุกๆ รออยู่
  • จามจุรีสแควร์: ช้อปปิ้งและพักผ่อน
  • Chamchuri Beach Club: เติมน้ำฟรี พักคลายร้อนใจกลางเมือง

คุณสามารถเริ่มจากโซนสยาม-บรรทัดทอง เล่นน้ำให้เพลิน แล้วนั่ง MuvMi หรือ MuvBus ไปพระราม 4 เติมพลังอาหารอร่อย หรือแวะ Chamchuri Beach Club นั่งชิลล์ ดื่มน้ำเย็นๆ ฟรี ทุกอย่างเชื่อมต่อกันแบบ seamless ตลอดทั้งวัน

ประโยชน์ของบริการรับ-ส่งฟรีจาก PMCU x MuvMi

นอกจากประหยัดเงินแล้ว ยังส่งเสริม shared mobility ลดรถส่วนตัว ลดปัญหาการจราจรติดขัดในวันสงกรานต์ ช่วยลดมลพิษจากรถยนต์ ด้วยยานพาหนะไฟฟ้า 100% เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับยุค New Normal ที่เน้น sustainability

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ย่านนี้มีที่พัก โรงแรม ร้านอาหารหลากหลาย ครบครัน เดินทางสะดวกเพราะมีบริการฟรี รับรองจะประทับใจกลับไปบอกต่อ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายสงกรานต์อันดับต้นๆ ของโลก

หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวสงกรานต์ 2569 ลองดาวน์โหลดแอป MuvMi ไว้เลย ตั้งแต่วันนี้ อย่าลืมเช็คเส้นทางและเวลาให้ดี เพื่อความสนุกเต็มที่

บริการนี้ไม่เพียงช่วยให้คุณสนุกกับสงกรานต์ แต่ยังเป็นตัวอย่างของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ลองใช้แล้วคุณจะติดใจ!

เรียกใช้เลยวันนี้ สาดน้ำให้สุด ไร้กังวลเรื่องเดินทาง!

ที่มา – สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ผนึก MuvMi บริการรับ-ส่งฟรีเล่นสงกรานต์ 2569

ช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ

ทุกคนคงต้อง ช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ กันถ้วนหน้าเลยนะครับ เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ทำให้ชาวต่างชาติสูญเสียทรัพย์สินมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท แถมยังมีรถหรูและทองคำเพียบหายไปด้วย วันนี้เราจะมาอัปเดตรายละเอียดให้ฟังแบบเป็นกันเองกันเลย

ช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ

เรื่องนี้เริ่มจากเจ้าหน้าที่มาเลเซียบุกจับผู้ต้องหา 6 ราย รวมถึง ตำรวจระดับสูง ที่ทำตัวเป็นหัวโจกประสานงานขบวนการเลยทีเดียว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฟาดิล มาร์ซุส ได้แถลงข่าวว่า กลุ่มคนร้ายแอบอ้างเป็นตำรวจบุกปล้นบ้านเหยื่อในย่านเกปง เช้ามืดวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา เหยื่อเป็นชาวต่างชาติผู้มีฐานะดี ชาวจีน 2 คน (ชาย 1 หญิง 1) และหญิงชาวอินโดนีเซีย อายุ 29-52 ปี

ทรัพย์สินที่ถูกปล้นไปนั้นโหดร้ายมาก รถหรู 3 คันอย่าง Toyota Alphard, Rolls-Royce, Bentley หายวับ รวมถึงตู้เซฟที่มีเงินสด 24,200 ริงกิตมาเลเซีย และ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ แถมเครื่องประดับ ทองคำแท่ง และของมีค่าอื่นๆ อีกเพียบ มูลค่ารวมเกือบ 40 ล้านบาทไทย!

ผู้ต้องหาในคดีช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ

ตำรวจที่โดนจับคือตัวประสานงานหลัก มีประวัติคดียาเสพติดมาก่อน และถูกสั่งพักงานทันที ผู้ต้องหาอีก 2 รายเป็นบอดี้การ์ดที่มีใบอนุญาตปืน เป็นคนจัดหาอาวุธให้แก๊ง หนึ่งในนั้นตรวจพบแอมเฟตามีนในตัวด้วย การจับกุมเริ่มจาก 3 รายแรกคืนวันที่ 5 เมษายน ของกลางเพียบ ปืนพก 2 กระบอก รถ 5 คัน เงินสดหลายสกุล 13,056 ริงกิต โทรศัพท์ 8 เครื่อง บัตรผ่านความปลอดภัย 2 ใบ จากนั้นขยายผลจับเพิ่มอีก 3 ราย อายุ 31-51 ปี

  • ปืนพกและอาวุธที่ใช้ข่มขู่
  • รถยนต์ของกลาง 5 คัน
  • เงินสดและทรัพย์สินมูลค่าสูง
  • อุปกรณ์แอบอ้างตำรวจ

ตอนก่อเหตุ ใช้ปืนปลอมข่มขู่เหยื่อ ทำเอาทุกคนหวาดกลัวสุดๆ ตอนนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัว 7 วัน สอบสวนภายใต้กฎหมายอาญามาตรา 395, 397 (ปล้นเป็นแก๊ง ใช้ความรุนแรง) และมาตรา 170 (แอบอ้างเจ้าหน้าที่) ถ้าผิดจริง โทษหนักจำคุกสูงสุด 20 ปี แถมเฆี่ยนและปรับ!

เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยในมาเลเซีย โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยในย่านหรู กรุงกัวลาลัมเปอร์เคยเป็นเมืองท่องเที่ยวน่าอยู่ แต่ข่าวแบบนี้ก็ทำให้ภาพลักษณ์เสียหายไปเยอะ เราเห็นแล้วว่าตำรวจบ้านใกล้เรือนเคียงยังมีปัญหาภายในได้ ถ้าคุณกำลังวางแผนไปเที่ยวหรือทำธุรกิจที่นั่น ควรระวังตัวให้มากขึ้น ตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยบ้าน และอย่าไว้ใจคนแปลกหน้าที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ง่ายๆ

จากสถิติอาชญากรรมในมาเลเซียช่วงหลังๆ พบว่าคดีปล้นชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐีเอเชียที่ย้ายมาอยู่ที่นั่นเพราะภาษีถูก แต่แก๊งอาชญากรก็จ้องตีตาใส่เช่นกัน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ตำรวจขยายผลจับกุมได้รวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมยังทำงานได้

สำหรับชาวไทยที่สนใจข่าวต่างประเทศแบบนี้ ลองคิดดูนะครับว่าโลกวันนี้เชื่อมโยงกันมาก การปล้นแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่มาเลเซีย แต่ทั่วโลกมี ถ้าคุณมีทรัพย์สินเยอะ ควรลงทุนในประกันภัยและระบบ CCTV สมัยใหม่ สุดท้ายแล้ว ความระแวดระวังคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

ติดตามข่าวอัปเดตคดีนี้และข่าวต่างประเทศอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะครับ!

ที่มา – ช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ สูญกว่า 40 ล้านบาท ลักรถหรู-ทองคำเพียบ

“สมชัย” ยื่นหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล

ในเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ “สมชัย” ยื่นหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล อ้างเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้นำหลักฐานสำคัญมาประกาศต่อสาธารณะ สร้างคำถามใหญ่ต่อความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่เป็นประเด็นที่กระทบต่อความลับของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 53 ล้านคน

“สมชัย” ยื่นหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล อ้างเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญไอทีสองท่าน ได้แก่ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธุ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี blockchain ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พวกเขาเดินทางมายื่นหลักฐานใหม่ในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนำไปเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังแจ้งให้ กกต. ตรวจสอบข้อมูลรั่วไหลที่อาจทำให้ผลการเลือกตั้งไม่เป็นความลับตามรัฐธรรมนูญ

ที่มาของหลักฐานการรั่วไหล

นายสมชัย กล่าวด้วยความตกใจว่า ข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านคน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับตรวจสอบการลงคะแนน ได้รั่วไหลออกมา กกต. เคยยืนยันว่าข้อมูลทั้งสามส่วนหลัก ได้แก่

  • บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว
  • ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
  • บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ถูกแยกเก็บอย่างมิดชิด ไม่มีทางรวมกันได้ แต่ตอนนี้บัญชีรายชื่อจากกรมการปกครองรั่วไหลแล้ว ทำให้การเลือกตั้งอาจไม่เป็นความลับอีกต่อไป

นายธนารัตน์ เผยว่า การรั่วไหลเกิดตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีการเจาะระบบกรมการปกครอง ข้อมูล 52.9 ล้านรายชื่อถูกนำไปขายในตลาดมืดพร้อมโค้ดเจาะระบบ ในราคาเพียง 200 บาท หลักฐานชัดเจนมาก พวกเขาจึงยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อใช้ในคดีบาร์โค้ด ข้อมูลนี้เข้าถึงยากสำหรับคนทั่วไป แต่ตอนนี้ใครๆ ก็ซื้อได้ และรั่วไหลมานานกว่า 3 สัปดาห์ ก่อนที่กรมการปกครองจะแก้ไขเมื่อ 14 กุมภาพันธ์

การเชื่อมโยงข้อมูลที่อันตราย

นายธรรม์ธีร์ ยืนยันว่าข้อมูลนี้ถูกใช้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งจนจบ เมื่อรวมกับ QR code และบาร์โค้ดบนบัตรที่สื่อถ่ายไว้ รวมถึงกระดาษจดลำดับเลขผู้มีสิทธิที่กรรมการหน่วยเลือกตั้งแจก (เปรียบเสมือนต้นขั้ว) หากมิจฉาชีพจับคู่ข้อมูลทั้งหมด จะรู้ได้ทันทีว่าผู้ใดเลือกใคร

ตามระเบียบ กกต. กระดาษจดลำดับและเหล็กเสียบถือเป็นวัสดุทั่วไป ไม่ได้เก็บอย่างเข้มงวด จึงเสี่ยงถูกขโมยไปใช้ประโยชน์ สร้างความเสียหายให้ประชาชน 53 ล้านคน พวกเขาจึงเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่าวัสดุเหล่านี้อยู่ครบหรือไม่

ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับคดีบาร์โค้ดที่ยังรอศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน หากข้อมูลรวมกันจริง อาจพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใสและไม่เป็นความลับตามมาตรา 101 ของรัฐธรรมนูญ

การรั่วไหลครั้งนี้เปิดโปงช่องโหว่ด้าน cybersecurity ของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะข้อมูล sensitive อย่างรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งควรปกป้องสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้ blockchain เพิ่มความมั่นคงในอนาคต เพื่อป้องกันการโจมตีแบบนี้

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับจะทำลายความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย ประชาชนควรติดตามคดีนี้ใกล้ชิด และเรียกร้องให้หน่วยงานปรับปรุงระบบโดยด่วน หากคุณเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็อย่าลืมตรวจสอบสิทธิตัวเองและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้ดี!

ที่มา – “สมชัย” ยื่นหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล อ้างเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

ศึกหนีตกชั้น SPFL ใครจะรอด

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนบอลสกอตติช! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์กันดีกว่า นั่นคือ ศึกหนีตกชั้น SPFL ใครจะรอด พรีเมียร์ลีกสกอตติชกำลังเดือดสุดๆ ทีมอย่าง Kilmarnock, Dundee, St Mirren, Aberdeen และ Livingston กำลังลุ้นสุดตัวเพื่ออยู่รอดในลีกสูงสุด ฤดูกาลนี้มันตึงเครียดมาก บรรยากาศเหมือนสุนัขไล่กัดกันเลยล่ะ!

ศึกหนีตกชั้น SPFL ใครจะรอด

ในตอนนี้ ทีมที่กำลังเสี่ยงตกชั้นมีหลายราย โดยเฉพาะ Kilmarnock ที่ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ แต่ยังมีลุ้น Dundee ก็สู้ไม่ถอย St Mirren กับ Aberdeen ที่เคยเก่งกาจแต่ฤดูกาลนี้ดร็อป ส่วน Livingston ดูเหมือนจะห่างไกลสุด แต่ก็ยังไม่ตายสนิทนะ ทุกทีมต้องสู้ในช่วงท้ายฤดูกาล โดยเฉพาะหลัง split แล้ว จะมีกี่ทีมที่รอดพ้น?

วิเคราะห์ทีละทีมในศึกหนีตกชั้น SPFL

  • Kilmarnock: ทีมนี้มีกองหน้าที่คม ฟอร์มเหย้าดี ถ้าคุมเกมได้น่าจะรอดสบาย
  • Dundee: ลุ้นหนัก แต่ผู้เล่นใหม่ช่วยได้เยอะ ถ้าชนะในบ้านบ่อยๆ มีหวัง
  • St Mirren: กองกลางแน่น แต่แนวรับรั่ว ต้องแก้ด่วน
  • Aberdeen: ชื่อชั้นสูง แต่ฟอร์มไม่คงที่ ผู้จัดการทีมต้องปรับแท็คติก
  • Livingston: ดูท่าจะยาก แต่ฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าชนะ streak อาจพลิกเกม

นอกจากนี้ ผู้จัดการทีมแต่ละคนก็มีบทบาทสำคัญ เช่น Derek McInnes ของ Kilmarnock ที่มีประสบการณ์ หรือ Neil Lennon ของ Aberdeen ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง สควอตทีมไหนดีสุด? คงต้องยกให้ Aberdeen แต่ฟอร์มต้องตามมา

อีกประเด็นร้อนคือเรื่องแฟนบอลเยือน! หลัง split โควต้าแฟนเยือนน้อย ส่งผลต่อทีมหนีตกชั้นยังไง? มันอาจทำให้เกมเหย้าของทีมใหญ่ได้เปรียบมากขึ้น ส่งผลถึงทั้งหัวตารางและท้ายตารางเลยนะ

ศึกหนีตกชั้น SPFL ใครจะรอด มันไม่ใช่แค่เรื่องแต้ม แต่เป็นเรื่องจิตใจ ความมุ่งมั่น และกลยุทธ์ด้วย ฤดูกาลนี้สกอตติชลีกน่าติดตามสุดๆ

ส่วนตัวผมคิดว่า Kilmarnock กับ St Mirren น่าจะรอดสบายที่สุด Dundee ลุ้นหนัก Aberdeen ถ้าฟื้นได้ทันก็รอด แต่ Livingston คงต้องรอปาฏิหาริย์ คุณคิดยังไง? มาคุยกันในคอมเมนต์ได้เลย! ถ้าอยากรู้ลึกกว่านี้ ฟังพอดแคสต์ Scottish Football Podcast เต็มๆ สิ รับรองได้ข้อมูลเพียบ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

การประปาฯ แจ้งน้ำไม่ไหล 10 เมษายน 2569 เช็กเลยกระทบพื้นที่ใดบ้าง

การประปาฯ แจ้งน้ำไม่ไหล 10 เมษายน 2569 ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เนื่องจากการบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบท่อประปา หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ควรเตรียมน้ำสำรองไว้ให้เพียงพอเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงค่ำคืนและเช้าวันที่ 10 เมษายน 2569 การแจ้งล่วงหน้าจากการประปานครหลวง (กปน.) นี้ช่วยให้ประชาชนวางแผนได้ทันท่วงที

การประปาฯ แจ้งน้ำไม่ไหล 10 เมษายน 2569 เช็กเลยกระทบพื้นที่ใดบ้าง

กปน. ได้ประกาศหยุดจ่ายน้ำและน้ำไหลอ่อนชั่วคราวเพื่อดำเนินการต่างๆ เช่น Step Test, ตัดบรรจบท่อ, ปรับปรุงแรงดัน, และซ่อมบำรุงสถานีสูบน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่ค่ำวันที่ 9 เมษายน 2569 จนถึงเช้าวันที่ 10 เมษายน 2569 รวมถึงบางจุดในช่วงกลางวัน ด้านล่างคือรายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

1. แยกประตูน้ำ ถนนเพชรบุรีตัดราชปรารภ

  • เวลา: 20.00 น. 9 เม.ย. – 03.00 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test ท่อ 300 AC)
  • กระทบ: ถนนเพชรบุรีตัดราชปรารภ, ซอยราชปรารภ 1, ซอยเพชรบุรี 15, 17

พื้นที่ใจกลางเมืองนี้มักคึกคัก ผู้อยู่อาศัยควรตุนน้ำไว้สำหรับการใช้งานยามค่ำ

2. เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ถนนวิทยุ

  • เวลา: 21.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ติดตั้งมาตรวัดน้ำ ท่อ 300 PVC)
  • กระทบ: ถนนเพลินจิตแยกชิดลมถึงเพลินจิต, ถนนวิทยุถึงคลองแสนแสบ, ซอยชิดลม, ซอยสมคิด

ย่านช้อปปิ้งหรูหรานี้อาจกระทบโรงแรมและคอนโดหลายแห่ง

3. ตรงข้ามร้านอาหารพัดโบก ถนนสามัคคี

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ปิดประตูน้ำท่อประธาน 900 PVC)
  • กระทบ: ถนนสามัคคีฝั่งเลขคี่ซอย 19 ถึงประชาชื่น, ฝั่งเลขคู่ทางพิเศษศรีรัชถึงประชาชื่น (น้ำไหลอ่อน-ไม่ไหล)

4. สถานีสูบจ่ายน้ำสามเสน 4

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ซ่อมบำรุงอุปกรณ์)
  • ไม่มีพื้นที่กระทบโดยตรง

5. ถนนรามคำแหง

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ตัดบรรจบท่อ 300 AC)
  • กระทบ: ถนนรามคำแหง ซอย 60/4 ถึงธนาคาร UOB

6. กรุงเทพกรีฑา

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ตัดบรรจบท่อ 300 ST)
  • กระทบ: กรุงเทพกรีฑา 31-41

7. ริมถนนบางบอน 3 ตรงข้ามซอยร่มไทร

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test 300 PVC)
  • กระทบ: ริมถนนบางบอน 3 ตรงข้ามซอยร่มไทรถึงโรงเรียนกรพิทักษ์

8. ลาดกระบัง 3

  • เวลา: 22.00 น. 9 เม.ย. – 05.00 น. 10 เม.ย. 69 (ตัดบรรจบท่อ 300 PVC)
  • กระทบ: ลาดกระบัง ปากซอย 3

9. ริมถนนบรมราชาธิราช ใกล้ปากซอยอัศวพิเชษฐ์

  • เวลา: 22.30 น. 9 เม.ย. – 02.30 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test 300 PVC)
  • กระทบ: กาญจนาภิเษก ตั้งแต่บรมราชาธิราชถึงคลองมหาสวัสดิ์

10. ริมถนนวัชรพล ใกล้ห้าแยกวัชรพล

  • เวลา: 23.00 น. 9 เม.ย. – 03.00 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test 400 PVC)
  • กระทบ: ถ.วัชรพล, สุขาภิบาล 5, มบ.สกุลธร, นาราสิริ, ชัยพฤกษ์, The Front วัชรพล ฯลฯ

11. หน้าคอนโดไนท์บริดจ์ ถ.พหลโยธิน

  • เวลา: 23.00 น. 9 เม.ย. – 03.00 น. 10 เม.ย. 69 (Step Test 300 PVC)
  • กระทบ: ถ.พหลโยธินฝั่งขาออก, แจ้งวัฒนะ, ชุมชนริมคลอง

12. สถานีสูบจ่ายน้ำมหาสวัสดิ์

  • เวลา: 01.00-01.30 น. (หยุดสูบชั่วคราวเพื่อ กฟน. ซ่อมไฟ)
  • กระทบ: นนทบุรีหลายอำเภอ เช่น ไทรน้อย, บางบัวทอง (น้ำไหลอ่อน)

13. ริมสวนสาธารณะ ถ.บางขุนนนท์

  • เวลา: 10.00-16.00 น. (ตัดบรรจบท่อ 300 PVC)
  • กระทบ: ถ.บางขุนนนท์, ซ.18,20

14. หมู่บ้านมหานครนิเวศน์ ถนนวิภาวดี 64

  • เวลา: 10.00-16.00 น. (ท่อแตกรั่ว 150 PVC)
  • กระทบ: วิภาวดีรังสิต 64, มบ.มหานครนิเวศน์ ฯลฯ

15. ซอยอุดมเดช 6

  • เวลา: 10.00-16.00 น. (ตัดบรรจบท่อ 150 PVC)
  • กระทบ: สุขุมวิท, ซอยโรงนม, มิตรไมตรี

การบำรุงรักษานี้จำเป็นเพื่อคุณภาพน้ำที่ดีขึ้นในระยะยาว แนะนำให้เช็คเว็บไซต์ กปน. เป็นประจำและเตรียมน้ำดื่ม น้ำใช้ให้พร้อม หากน้ำไม่กลับมาไหลตามกำหนด สามารถแจ้ง กปน. โทร 1125 ได้ทันที

ข้อมูลจาก การประปานครหลวง

ที่มา – การประปาฯ แจ้งน้ำไม่ไหล 10 เมษายน 2569 เช็กเลยกระทบพื้นที่ใดบ้าง

เรนเจอร์สกลัวนาเดรีพลาดช่วงที่เหลือฤดูกาล

เรนเจอร์สกลัวนาเดรีพลาดช่วงที่เหลือฤดูกาล

สาวก เรนเจอร์ส ใจหายใจคว่ำ เมื่อมีข่าวลือหนาหูว่า ไรอัน นาเดรี ดาวเตะคนสำคัญอาจต้องพลาดลงสนามช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้เลยทีเดียว หลังจากที่เจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งแรกของแมตช์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สโมสรกำลังรอผลการตรวจสแกนเพื่อประเมินความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ ซึ่งบางคนในทีมถึงกับหวาดกลัวว่า เรนเจอร์สกลัวนาเดรีพลาดช่วงที่เหลือฤดูกาล จริงๆ แล้วนะครับ

เรนเจอร์สกลัวนาเดรีพลาดช่วงที่เหลือฤดูกาล

สถานการณ์นี้สร้างความกังวลให้แฟนบอล เรนเจอร์ส เป็นอย่างมาก เพราะนาเดรีคือกำลังหลักในแนวรับที่ไว้ใจได้ การบาดเจ็บครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อฟอร์มทีมในช่วงโค้งสุดท้ายของพรีเมียร์ชิปสกอตแลนด์ โดยเฉพาะการลุ้นแชมป์กับคู่ปรับตลอดกาลอย่างเซลติก ถ้าผลสแกนออกมาแย่จริง ทีมอาจต้องปรับแผนใหญ่เพื่อรับมือกับวิกฤตแนวรับ

สถานการณ์บาดเจ็บของนาเดรีและแนวรับเรนเจอร์ส

ไม่ใช่แค่นาเดรีเท่านั้น แต่แนวรับของเรนเจอร์สยังมีปัญหาอีกหลายจุด คริส บอยด์ อดีตฮีโร่ไอบร็อกซ์ แนะนำให้ใช้เอ็มมานูเอล เฟอร์นันเดซ และนัสเซอร์ ดจิกา เป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็คหลักจนจบฤดูกาล เพราะจอห์น ซอตตาร์ มั่นใจพังทลายไปแล้ว สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า เรนเจอร์สกลัวนาเดรีพลาดช่วงที่เหลือฤดูกาล และต้องหาทางแก้ไขด่วน

ข้ามฟากมาที่เซลติก ทีมแชมป์เก่ากำลังวางแผนเสริมทัพใหญ่ในซัมเมอร์นี้ โดยเล็งถึง 7 นักเตะ รวมถึงมิเกล ชายวา มิดฟิลด์จากฮิเบอร์เนียน และโอซาน คาบัค อดีตกองหลังลิเวอร์พูลที่กำลังจะหมดสัญญากับฮอฟเฟนไฮม์ นอกจากนี้ โคลบี้ ดอนาแวน กองหลังขวายังต้องรอผลสแกนเข่า ขณะที่อัลิสแตร์ จอห์นสตัน และจูเลียน อาราจูโญ่ ก็บาดเจ็บอยู่เช่นกัน ทำให้แนวรับเซลติกอ่อนแอชั่วคราว

เฮิร์ทส์ ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีทางปล่อยคลาว디오 บราก้า หัวหอกเนื้อหอมให้เซลติกในซัมเมอร์นี้ พวกเขาต้องการเก็บตัวหลักวัย 26 ปีไว้ต่ออีกฤดูกาล แม้จะมีข่าวลือจากหลายทีม สวนทางกับอัลฟี่ ออสบอร์น มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 17 ปีของเฮิร์ทส์ ที่ลีดส์ ยูไนเต็ด พร้อมสู้กับคริสตัล พาเลซ เพื่อคว้าตัวด้วยค่าชดเชยไม่แพง

ที่เอบอร์ดีน สตีเฟ่น ร็อบินสัน กุนซืออยากต่อสัญญาใหม่กับฟินด์เลย์ มาร์แชลล์ มิดฟิลด์วัย 19 ปีทันที หลังเจ้าหนูยิงได้ 13 ประตูระหว่างยืมตัวที่อาร์โบรธในฤดูกาลนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับทีมดอนส์

  • สรุปข่าวลือสำคัญ:
  • เรนเจอร์ส: นาเดรีรอสแกน, คู่ CB ใหม่เฟอร์นันเดซ-ดจิกา
  • เซลติก: เล็ง 7 เป้าหมาย, ดอนาแวนบาดเจ็บ
  • เฮิร์ทส์: ยับยั้งบราก้า, ออสบอร์นโดนลีดส์จ้อง
  • เอบอร์ดีน: ต่อสัญญามาร์แชลล์

ข่าวลือเหล่านี้ทำให้ตลาดนักเตะสกอตแลนด์ร้อนระอุ โดยเฉพาะในลีกพรีเมียร์ชิปที่การแข่งขันดุเดือด การบาดเจ็บของนาเดรีอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเรนเจอร์สในการลุ้นแชมป์

ในมุมมองของผม แฟนบอลเรนเจอร์สควรเตรียมใจไว้บ้าง แต่ทีมมีตัวสำรองดีพอที่จะสู้ต่อได้ ถ้าคุณเป็นสาวกไอบร็อกซ์ ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยนะครับ หรือแสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่าคิดว่านาเดรีจะหายทันมั้ย?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“อนุทิน”สวน“เสรีพิศุทธ์” ครม. มีแต่ลูกเทพไม่มีลูกมาร

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยดราม่าร้อนๆ วันนี้เรามีเรื่องฮาๆ มาอัปเดตกันกับเหตุการณ์ล่าสุดที่ “อนุทิน”สวน“เสรีพิศุทธ์” ครม. มีแต่ลูกเทพไม่มีลูกมาร ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตพูดถึงกันสนั่นโซเชียล!

“อนุทิน”สวน“เสรีพิศุทธ์” ครม. มีแต่ลูกเทพไม่มีลูกมาร

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจช่วงเช้า ก็เจอสื่อมวลชนรุมล้อมทันที เจ้าหน้าที่แจ้งว่าพี่ใหญ่จะให้สัมภาษณ์ที่ห้องโถง แต่สุดท้าย “อนุทิน” สับขาหลอก เดินอ้อมผ่านวงสื่อตรงไปที่รถเลย สั้นๆ แค่ว่า “ต้องรีบไปแถลงที่ ปปง.” ชุลมุนกันนิดๆ แต่ฮาสุดๆ

สื่อไม่ยอมแพ้ ถามถึงดราม่าที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายในสภา พาดพิงว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้มีแต่ “ลูกเทพ” จะทำงานจริงจังได้เหรอ? คำตอบจาก “อนุทิน” มาแบบอารมณ์ดีสุดๆ “ก็ลูกเทพ ไม่มีลูกมาร” โอ้ย มุกนี้แซ่บมาก! ทำให้บรรยากาศคลายความตึงเครียดทันที ชาวเน็ตแชร์กันรัวๆ

บริบทเบื้องหลัง “อนุทิน”สวน“เสรีพิศุทธ์” ครม. มีแต่ลูกเทพไม่มีลูกมาร

ย้อนดูบริบท พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ชอบสไตล์ตรงไปตรงมา อภิปรายแรงๆ มาตลอด ส่วน “อนุทิน” ก็เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า จากพรรคภูมิใจไทย ที่ขึ้นแท่นนายกฯ หลังการเลือกตั้งล่าสุด คำว่า “ลูกเทพ” อาจหมายถึงบุคคลที่ถูกมองว่ามีแบ็คกราวด์ดีๆ แต่ “อนุทิน” สวนกลับแบบกวนๆ ว่าไม่มี “ลูกมาร” หรือคนชั่วร้ายผสม แสดงถึงความมั่นใจในทีมงานชุดนี้

นอกจากนี้ สื่อยังถามถึงความสัมพันธ์กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พรรคกล้าธรรม ที่เพิ่งทักทายกันในสภา ว่ายังเป็นเพื่อนดีกันอยู่มั้ย? แต่ “อนุทิน” ไม่ตอบตรงๆ หันไปบอกสื่อว่า “Car Pool” เพราะชวนนายอรรษิษฐ์ สัมพันธ์รัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นั่งรถยนต์ไฟฟ้าไปด้วยกัน แบบกรีนๆ สไตล์นายกฯ สมัยใหม่!

  • เหตุการณ์เกิดที่รัฐสภา 9 เม.ย. 2569
  • “อนุทิน” เลี่ยงสัมภาษณ์ แต่สวนมุกฮาเรื่อง “ลูกเทพ”
  • ชวนปลัด มท. Car Pool ด้วยรถ EV
  • เชื่อมโยงดราม่าอภิปรายของ “เสรีพิศุทธ์”

เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่ผสมผสานระหว่างดราม่าและอารมณ์ขัน นายกฯ “อนุทิน” แสดงให้เห็นถึงสไตล์การรับมือสื่อที่คล่องแคล่ว ไม่เครียดกับคำวิจารณ์ แต่ตอบโต้ด้วยมุกตลกที่จดจำง่าย ทำให้ภาพลักษณ์ดูเข้าถึงง่ายขึ้น

ในมุมกว้างขึ้น คำพูดนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความสามัคคีใน ครม. ชุดปัจจุบัน ที่ถูกมองว่ามีบุคลากรคุณภาพสูง แม้จะมีเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน แต่ “อนุทิน” ยืนยันว่าไม่มีปัญหาภายใน ทีมนี้พร้อมลุยงานพัฒนาประเทศต่อไป

สำหรับแฟนข่าวการเมืองอย่างเราๆ คงต้องจับตาดูต่อไปว่านโยบายของ ครม. ชุด “ลูกเทพ” นี้จะออกมาอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องมหาดไทยและเศรษฐกิจที่กำลังร้อนแรง

คุณคิดยังไงกับมุกนี้? ลูกเทพหรือลูกมารกันแน่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกดราม่าร้อน!

ที่มา – “อนุทิน”สวน“เสรีพิศุทธ์” ครม. มีแต่ลูกเทพไม่มีลูกมาร