วัน: 9 เมษายน 2026

ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ

ในวันที่ 9 เมษายน 2567 การแถลงนโยบายของรัฐบาลกลายเป็นเวทีร้อนระอุ เมื่อเกิด ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ ขึ้นในสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายนโยบายแล้วโยงไปถึงพรรคเพื่อไทยว่าเป็นพรรคอันดับ 2 ที่ “ขายวิญญาณ” เข้าร่วมรัฐบาล สร้างความไม่พอใจให้ฝั่งเพื่อไทยทันที

ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากนายณัฐพงษ์ อภิปรายโจมตีรัฐบาล โดยพูดถึงพรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 2 ในรัฐบาล โดยใช้คำว่า “ขายวิญญาณ” ทำให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลุกใช้สิทธิ์ทันที ขอให้ถอนคำพูดดังกล่าว เพราะการเข้าร่วมรัฐบาลเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตย

นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยตอบตกลงเข้าร่วมหลังพรรคอันดับ 1 เชิญมาร่วมหารือนโยบาย ซึ่งเป็นกลไกการเมืองปกติ ไม่ใช่การขายวิญญาณอย่างที่ถูกกล่าวหา คำพูดนี้จึงเป็นการใส่ร้ายที่ไม่เหมาะสมในสภา

ประธานสภา วินิจฉัยคำพูด “ขายวิญญาณ” ไม่เหมาะสม

นายโสภน ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยว่า คำว่า “ขายวิญญาณ” เป็นการกล่าวหาที่ร้ายแรง ใส่ร้ายผู้อื่น จึงขอให้นายณัฐพงษ์ เปลี่ยนคำพูดเพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น สุดท้าย “เท้ง” ยอมเปลี่ยนเป็น “ละทิ้งจุดยืนเดิม” ทำให้การอภิปรายเดินหน้าต่อได้

  • จุดโต้แย้งจากฝั่งประชาชน: นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.ประชาชน มองว่าถ้าต้องถอนทุกคำกล่าวหา สภาจะไม่เดินหน้าได้ ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ชี้ว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินคำพูดเหล่านี้
  • การประท้วงของจุลพันธ์: ยกข้อบังคับที่ 69 ห้ามเสียดสีใส่ร้าย ขอให้ประธานบังคับใช้เพื่อความราบรื่น
  • ผลลัพธ์: คำพูดถูกเปลี่ยน สภาเดินหน้าต่อ

ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ นี้ สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยและอื่นๆ แม้จะถูกมองว่าเป็น coalision ปกติ แต่ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการทรยศอุดมการณ์เดิม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแถลงนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่ง ส.ส. แต่ละพรรคต่างใช้เวทีนี้โจมตีกันอย่างดุเดือด บรรยากาศในสภาเต็มไปด้วยการลุกหารือและประท้วง ทำให้การประชุมล่าช้า แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยที่ให้ทุกฝ่ายแสดงจุดยืน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องบรรทัดฐานการใช้คำพูดในสภา หากคำร้ายแรงต้องถอนทุกครั้ง อาจทำให้การอภิปรายอิสระลดลง แต่ถ้าปล่อยไว้ ก็อาจนำไปสู่การโจมตีส่วนตัวมากเกินไป ประธานสภาจึงต้องวินิจฉัยอย่างสมดุล

จากมุมมองของผู้สังเกตการณ์ เหตุการณ์ ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกในเวทีการเมืองไทย โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาดของหลายฝ่าย พรรคเพื่อไทยถูกวิจารณ์หนักเรื่องการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล แต่ตัวแทนยืนยันว่าเพื่อประโยชน์ชาติและเสถียรภาพ

สุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนคำพูดของ “เท้ง” ถือเป็นการคลี่คลายสถานการณ์ได้ดี แต่ก็ทิ้งคำถามว่าบรรทัดฐานนี้จะถูกนำไปใช้อย่างไรในอนาคต คุณคิดว่าคำว่า “ขายวิญญาณ” ร้ายแรงเกินไปหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – แถลงนโยบาย ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณร่วมรัฐบาล ทำ “จุลพันธ์” จี้ถอนคำพูด

“เท้ง ณัฐพงษ์” แฉ 5 คลัสเตอร์การเมืองคุมได้หมด

“เท้ง ณัฐพงษ์” แฉ 5 คลัสเตอร์การเมือง คุมได้หมด แบ่งตามมุ้งการเมือง ทำประชาชนไร้ความหวัง เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลล่าสุด ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดโปงโครงสร้างอำนาจที่ซับซ้อนของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้ประชาชนหลายคนรู้สึกสิ้นหวังกับอนาคตของประเทศ

“เท้ง ณัฐพงษ์” แฉ 5 คลัสเตอร์การเมือง คุมได้หมด

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่รัฐสภา หลังจากนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายเสร็จ นายณัฐพงษ์ได้ลุกขึ้นอภิปรายทันที โดยชี้ว่ารัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพสูงสุดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะควบคุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จทั้งสภาฯ องค์กรอิสระ และแบ่งเป็น 5 คลัสเตอร์อำนาจตามมุ้งการเมืองต่างๆ ไม่ใช่คลัสเตอร์บริหารแผ่นดิน แต่เป็นการแบ่งสรรผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มอำนาจที่รวมตัวจัดตั้งรัฐบาล

คลัสเตอร์ที่ 1: มุ้งการเมืองย้ายพรรคสวมเสื้อภูมิใจไทย

คลัสเตอร์แรกคือกลุ่ม สส. ที่ย้ายมาจากพรรคอื่นๆ สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย ทำให้พรรคนี้กลายเป็นอันดับหนึ่งเรื่อง สส.ย้ายพรรคแล้วชนะเลือกตั้ง เช่น จากบ้านสงขลา ชลบุรี สุพรรณบุรี สะท้อนถึงคณะรัฐมนตรีที่มาจากดีลมุ้งเหล่านี้

คลัสเตอร์ที่ 2: พรรคอันดับ 2 ยอมขายวิญญาณ

คลัสเตอร์ที่สองคือพรรคการเมืองอันดับสองที่ร่วมรัฐบาล โดย “เท้ง ณัฐพงษ์” ชี้ว่าพรรคนี้ยอมละทิ้งจุดยืนเดิม ไม่มีอำนาจต่อรองกับภูมิใจไทย แม้ขู่ถอนตัว รัฐบาลก็ยังมั่นคงเพราะมีเสียงเกิน 290 เสียง สามารถดึงพรรคฝ่ายค้านมาแทนได้ทันที

คลัสเตอร์ที่ 3: พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ

คลัสเตอร์สามคือพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ กว่า 20 เสียง ที่ทำลายอำนาจต่อรองของพรรคอันดับสอง ทำให้ภูมิใจไทยสลับพรรคร่วมได้อิสระ

คลัสเตอร์ที่ 4: สว. และองค์กรอิสระ

คลัสเตอร์สี่คือ สว. และองค์กรอิสระที่ไม่ได้มาจากเลือกตั้ง เป็นไพ่โจ๊กเกอร์คุมเกม เช่น รับรองผลเลือกตั้งสุพรรณบุรีเขต 2 ไวๆ หรือคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ช่วยปกป้องพวกพ้อง

คลัสเตอร์ที่ 5: กลุ่มรักษาระเบียบเดิม

คลัสเตอร์สุดท้ายคือกลุ่มคนที่ต้องการรักษาสถานะเดิม ให้ความคุ้มครองรัฐบาล ส่งสัญญาณเชิญชวนมาร่วมค่าย

การแบ่ง 5 คลัสเตอร์นี้ทำให้ประชาชนไม่อยู่ในสมการ รัฐบาลเกิดจากดีลผลประโยชน์ ไม่มีเจตจำนงผลักดันนโยบายเพื่อชาติ นโยบาย 23 ข้อที่แถลงก็ไม่ให้ความหวัง ทิศทางไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สิทธิเสรีภาพประชาชน

นายณัฐพงษ์วิจารณ์ว่าปัญหาใหญ่คือวิกฤติภายใน รัฐบาลปกป้องพวกพ้องก่อนประชาชน เช่น วิกฤตน้ำมันไม่กำกับโรงกลั่น ฝุ่น PM2.5 ไม่ผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด ทุนเทา สแกมเมอร์ ความขัดแย้งเพื่อนบ้าน

ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ รัฐบาลทำอะไรก็ได้ ถ้ามีความกล้าหาญ แต่กลับรักษาระเบียบเก่า พรรคประชาชนจะอภิปรายต่อไป 2 วัน เพื่อชี้ทางสร้างอนาคตใหม่

หลังอภิปราย หัวหน้าพรรคเพื่อไทยประท้วงคำว่า “ขายวิญญาณ” จนนายณัฐพงษ์เปลี่ยนเป็น “ละทิ้งจุดยืนเดิม” ภายใต้การไกล่เกลี่ยของประธานรัฐสภา

ประเด็น “เท้ง ณัฐพงษ์” แฉ 5 คลัสเตอร์การเมืองนี้ สะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่อำนาจรวมศูนย์ ประชาชนไร้หวัง คุณคิดอย่างไรกับโครงสร้างอำนาจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่แท้จริง

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” แฉ 5 คลัสเตอร์การเมือง คุมได้หมด แบ่งตามมุ้งการเมือง ทำประชาชนไร้ความหวัง

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่งพลัส โหลดเป๋าตังด่วน

สวัสดีครับชาวบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกท่าน! มีข่าวดีสุดๆ มาอัปเดตกันเลยนะครับ สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่งพลัส ที่กำลังจะมาแบบจัดเต็ม ล่าสุดรัฐบาลประกาศเพิ่มสิทธิ์ให้ผู้ถือบัตรคนจนสามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้แล้ว คาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้ในเดือนพฤษภาคมนี้เลย รัฐช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้กลุ่มเปราะบางแบบตรงจุดสุดๆ วันนี้เราจะมาอธิบายรายละเอียดแบบละเอียดยิบ รวมถึงวิธีโหลดแอป “เป๋าตัง” และยืนยันตัวตนให้พร้อมรอรับสิทธิ์กันครับ

จากข้อมูลล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง บอกว่าหลังประชุมครม. วันที่ 11 เม.ย. จะเน้นเยียวยากลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง เกษตรกร ชาวประมงก่อน ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่งพลัส จะแยกเป็นมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะยาว จะเติมเงินบัตรสวัสดิการและเปิดให้ใช้ซื้อของจากร้านค้าที่เข้าร่วมคนละครึ่ง ชื่อโครงการใหม่ “ไทยช่วยไทย พลัส” ปลัดคลัง นายลวรณ แสงสนิท ยืนยันว่าอยู่ระหว่างออกแบบงบประมาณ คาดเปิดใช้พ.ค. 2565 นี้แน่นอน

เงื่อนไขผู้มีสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่งพลัส

ใครจะได้สิทธิ์บ้าง? มาดูเงื่อนไขง่ายๆ กันครับ เพื่อให้คุณเช็คตัวเองได้ทันที

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่ถูกระงับสิทธิหรือเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งทุกราคา (ระลอก 1-5)

ถ้าคุณตรงตามนี้ แสดงว่ามีสิทธิ์แน่นอน! โครงการนี้จะช่วยให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าที่เข้าร่วมคนละครึ่งได้ โดยรัฐช่วยจ่ายส่วนหนึ่ง ลดภาระค่าครองชีพในยุคเศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ได้ดีมากครับ

วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง

ขั้นตอนหลักๆ คือต้องโหลดแอปเป๋าตังก่อนเลยนะครับ เพราะเป็นช่องทางเดียวในการลงทะเบียนและรับสิทธิ์ มาดูวิธีกันแบบ step by step

  1. ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง” จาก App Store หรือ Google Play Store
  2. เปิดแอปแล้วให้ความยินยอมจัดการข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตน
  3. เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปทั้งหน้าและหลัง
  4. กรอกเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรเพื่อรับ OTP
  5. ใส่ OTP 6 หลักที่ส่งมา
  6. กรอกข้อมูลบัตรประชาชนให้ครบถ้วน
  7. เลือกวิธียืนยันตัวตน (มี 2 แบบหลัก)

ยืนยันตัวตนด้วยบัญชี Krungthai NEXT สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่งพลัส

ถ้ามีบัญชี Krungthai NEXT อยู่แล้ว ง่ายมาก

  • เข้าสู่ระบบ Krungthai NEXT ด้วย PIN
  • กดดำเนินการในแอปเป๋าตัง
  • กรอก OTP ที่ส่งไปเบอร์ผูกบัญชี
  • ตั้งรหัส PIN ใหม่และยืนยัน (ต้องใช้บัตรประชาชนเดียวกัน)

ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า

แบบนี้สะดวกสุดสำหรับคนไม่มีบัญชีธนาคาร

  • เตรียมใบหน้าให้พร้อมสแกน
  • สแกนใบหน้า (ข้ามได้ถ้ากล้องเสีย)
  • ตั้งและยืนยัน PIN
  • เปิดใช้งานสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ
  • ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน
  • รอระบบตรวจสอบ จะเห็นข้อความ “กำลังตรวจสอบข้อมูล”
  • สำเร็จแล้วจะมี wallet card ให้สมัครใช้

หลังยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว รอประกาศวันลงทะเบียนรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่งพลัส จากรัฐบาล (คาดเวลา 06.00-22.00 น.) ผลจะแจ้งในแอปเป๋าตังทันที อย่าลืมเช็คแจ้งเตือนนะครับ

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ร้านค้าปลีกจะได้ยอดขายเพิ่ม ผู้บริโภคอย่างเราก็ประหยัดเงินได้ ถ้าคุณเป็นเกษตรกรหรือกลุ่มขนส่ง ก็เตรียมตัวรับเยียวยาเพิ่มเติมได้เลย อย่ารอช้า ดาวน์โหลดแอปไว้ก่อนดีที่สุด!

ประโยชน์และเคล็ดลับรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่งพลัส

สิทธิ์นี้ไม่ใช่แค่ลดราคาสินค้า แต่รัฐจะ match จ่าย 50% เหมือนคนละครึ่งเดิม สูงสุด 200 บาท/วัน สามารถซื้อของกินของใช้จำเป็นได้ ช่วยครอบครัวคนจนได้เยอะมาก โดยเฉพาะช่วงราคาน้ำมันแพงแบบนี้ เคล็ดลับคือ ยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่นๆ เตรียมเบอร์มือถือที่ใช้งานได้จริง และอัปเดตแอปตลอด ถ้ามีปัญหา ติดต่อ call center เป๋าตัง 02-289-4300 ครับ

สรุปแล้ว บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่งพลัส เป็นโอกาสทองสำหรับพี่น้องประชาชน รีบเตรียมตัว ดาวน์โหลด “เป๋าตัง” ยืนยันตัวตนรอรับสิทธิ์เลยครับ จะได้ช้อปปิ้งอย่างสบายใจ ลดภาระค่าใช้จ่ายในบ้านได้จริง มุมมองผมคือ รัฐบาลคิดถูกแล้วที่ช่วยกลุ่มฐานรากก่อน สุดยอดเลย!

เรียปร้องขอลงมือทำเลยวันนี้! โหลดแอปเป๋าตัง ยืนยันตัวตน แล้วแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร่วมกันรับสิทธิ์คนละครึ่งพลัสไปด้วยกันนะครับ

ที่มา – บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มสิทธิคนละครึ่งพลัส แนะโหลด “เป๋าตัง” ยืนยันตัวตนรอ

จีนจี้สหรัฐฯ สอบปม “นักวิจัยชิป” พลัดตกตึกตาย

จีนจี้สหรัฐฯ สอบปม “นักวิจัยชิป” พลัดตกตึกเสียชีวิต หลังถูก FBI สอบสวนอย่างหนัก เหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างสองมหาอำนาจ ทางการจีนออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ เร่งรัดสอบสวนหาสาเหตุการตายของนายหวัง ต้านห่าว นักวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ชาวจีนจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งพลัดตกจากอาคารในวิทยาเขตเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา เพียงไม่กี่วันหลังจากถูกเจ้าหน้าที่ FBI เรียกตัวไปสอบสวนในลักษณะที่จีนมองว่าเป็นการคุกคาม

จีนจี้สหรัฐฯ สอบปม “นักวิจัยชิป” พลัดตกตึกเสียชีวิต หลังถูก FBI สอบสวนอย่างหนัก

สื่อชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง CBS News รายงานว่านายหวัง ต้านห่าว เสียชีวิตจากการตกจากตึกสูงในมหาวิทยาลัยมิชิแกน ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยกำลังตรวจสอบว่าอาจเป็นการฆ่าตัวตายหรือไม่ แต่ฝั่งจีนกลับชี้ว่าการสอบสวนของ FBI ที่กดดันหนักหน่วงก่อนหน้านั้นคือต้นเหตุหลัก นายหลิว เผิงหยู่ โฆษกสถานทูตจีนประจำสหรัฐฯ กล่าวกับ BBC ว่าจีนรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง และได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปยังหน่วยงานสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยหลายครั้ง พร้อมเตือนนักศึกษาชาวจีนในสหรัฐฯ ให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น

รายละเอียดชีวิตและงานวิจัยของนายหวัง ต้านห่าว

จากข้อมูลบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมิชิแกน นายหวัง ต้านห่าว ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัยในภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ โดยเชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์ หรือชิปเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยี 핵심ที่สหรัฐฯ และจีนกำลังแข่งขันกันดุเดือดในปัจจุบัน การวิจัยชิปนี้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่สหรัฐฯ พยายามควบคุมไม่ให้เทคโนโลยีไหลออกไปยังจีน ผ่านกฎหมายและการตรวจสอบเข้มงวด

กระทรวงการต่างประเทศไทยจีนระบุชัดว่านักวิจัยรายนี้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองหลังถูก "สอบสวนในเชิงคุกคาม" ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสร้างบรรยากาศหวาดกลัวต่อการแลกเปลี่ยนวิชาการระหว่างสองประเทศ นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย ย้ำว่าจะปกป้องสิทธิพลเมืองจีนในต่างแดนอย่างถึงที่สุด

ไม่ใช่ครั้งแรก: กรณีนักวิชาการจีนในสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดัน

เหตุการณ์จีนจี้สหรัฐฯ สอบปม “นักวิจัยชิป” พลัดตกตึกเสียชีวิต หลังถูก FBI สอบสวนอย่างหนัก นี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ย้อนไปปี 2024 เจน หวู นักประสาทวิทยาชาวจีน-อเมริกันจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ก็จบชีวิตตัวเองหลังถูกตรวจสอบนานหลายปีเรื่องความสัมพันธ์กับจีน สหรัฐฯ ยกระดับการสอดส่องนักศึกษาและนักวิจัยชาวจีน โดยอ้างความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะสมัยทรัมป์ที่ออกคำสั่งแบนวีซ่านักวิจัยเชื่อมโยงกองทัพจีน และเพิกถอนวีซ่าสาขาเทคโนโลยี敏感 แม้ภายหลังจะผ่อนคลายบ้างจากข้อตกลงการค้า

  • สงครามชิป US-China: สหรัฐฯ ควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงไปจีน ส่งผลกระทบ Huawei และ SMIC
  • China Initiative: โครงการ DOJ สหรัฐฯ ไล่ล่า "สายลับจีน" ในมหาวิทยาลัย แต่ถูกวิจารณ์ว่าเหยียดเชื้อชาติ
  • ผลกระทบ: นักวิจัยจีนลดลงในสหรัฐฯ การแลกเปลี่ยนวิชาการชะงัก
  • ตัวอย่างอื่น: Anming Hu นักวิจัยถูกจับข้อหาโกหกวีซ่า แต่ศาลยกฟ้อง

ความตึงเครียดนี้มาจากการแข่งขันเทคโนโลยี โดยสหรัฐฯ กลัวจีนแย่งตำแหน่งผู้นำชิปโลก จีนตอบโต้ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเองผ่าน Made in China 2025 สร้างแรงกดดันให้ทั้งสองฝ่าย

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าความมั่นคงแห่งชาติกำลังบดบังเสรีภาพวิชาการ อาจนำไปสู่ brain drain กลับจีน สหรัฐฯ ควรสอบสวนโปร่งใสเพื่อคลายความสงสัย คุณคิดอย่างไรกับจีนจี้สหรัฐฯ สอบปมนี้? มันจะส่งผลต่อความสัมพันธ์สองประเทศอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อติดตามข่าวอัปเดต!

ที่มา – จีนจี้สหรัฐฯ สอบปม “นักวิจัยชิป” พลัดตกตึกเสียชีวิต หลังถูก FBI สอบสวนอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นล่าสุดในฉนวนกาซา ทำให้โลกต้องหันมองถึงความเสี่ยงอันตรายของนักข่าวที่รายงานข่าวจากพื้นที่สงคราม นายโมฮัมเหม็ด วิชาห์ ผู้สื่อข่าวจากอัลจาซีรา มูบาเชอร์ เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าเมื่อวันที่ 8 เมษายน หลังจากโดรนของกองทัพอิสราเอลโจมตีรถยนต์ที่เขานั่งอยู่บริเวณเชค อัจลิน ทางตะวันตกของกาซา

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา: รายละเอียดเหตุการณ์

สำนักข่าวอัลจาซีราและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์ยืนยันข่าวร้ายนี้ทันที ภาพเหตุการณ์ที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นซากรถที่ถูกทำลายยับเยิน ควันลอยคละคลุ้ง ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากรีบเข้ามาช่วยเหลือและขนส่งร่างของนายวิชาห์ไปยังโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ท่ามกลางความโศกเศร้าของเพื่อนร่วมงานและประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัย

เครือข่ายอัลจาซีราออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง โดยระบุว่า "นี่คืออาชญากรรมที่น่ารังเกียจ การสังหารผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการมุ่งเป้าเพื่อข่มขู่สื่อมวลชนไม่ให้รายงานความจริง" อัลจาซีราประกาศว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายเต็มที่เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับนักข่าวที่เสียชีวิต

การตอบโต้จากกองทัพอิสราเอล

ในทางตรงกันข้าม โฆษกกองทัพอิสราเอลโต้แย้งว่านายวิชาห์เป็นสมาชิกของกลุ่มฮามาส โดยอ้างข้อมูลว่าเขาเคยเป็นผู้บัญชาการระดับสูงในหน่วยขีปนาวุธต่อต้านรถถัง อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลยังไม่ให้คำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้ เมื่อถูกสอบถามโดยเอเอฟพี

เหตุการณ์ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ ตั้งแต่ตุลาคม 2023 แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงกล่าวหากันเรื่องการละเมิด และอิสราเอลยังคงโจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับฮามาส

สถิติที่น่าตกใจ: นักข่าวในกาซาตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์

องค์กรนักข่าวข้ามพรมแดน (RSF) และคณะกรรมการคุ้มครองสื่อมวลชน (CPJ) รายงานว่านับตั้งแต่สงครามปะทุในเดือนตุลาคม 2023 มีนักข่าวและบุคลากรสื่อในกาซาถูกสังหารกว่า 220 ราย โดยอย่างน้อย 70 รายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ นี่คือตัวเลขสูงสุดในประวัติศาสตร์การรายงานข่าวสงคราม

  • อัลจาซีราเสียผู้สื่อข่าวไปหลายรายในช่วงนี้
  • กาซากลายเป็นจุดอันตรายที่สุดสำหรับนักข่าว
  • การโจมตีสื่อถูกมองว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพในการรายงาน
  • องค์กรระหว่างประเทศเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระ

ความสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงกระทบต่อครอบครัวของนายวิชาห์เท่านั้น แต่ยังเป็นการตีตราถึงเสรีภาพสื่อในพื้นที่ขัดแย้ง ผู้สื่อข่าวเหล่านี้คือดวงตาของโลกที่ช่วยให้เราทราบความจริงจากกาซา

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องนักข่าวระหว่างประเทศ โลกต้องรวมตัวกันกดดันให้มีการสอบสวนที่โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 9 เม.ย. 2569 ล่าสุด

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 9 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุดมาแล้วนะครับ วันนี้ราคาทองปรับตัวลดลงถึง 600 บาท จากการประกาศของสมาคมค้าทองคำ ทำเอานักลงทุนทองคำหลายคนต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด สำหรับทองรูปพรรณขายออกบาทละ 72,700 บาท และทองคำแท่งขายออกบาทละ 71,900 บาท ถ้าคุณกำลังมองหา ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 9 เมษายน 2569 หรือราคาย่อยๆ อย่าง 1 สลึง 2 สลึง เรารวบรวมข้อมูลครบถ้วนให้ที่นี่เลย

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 9 เมษายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 9 เมษายน 2569 โดยราคาทองปรับลดลง 600 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 71,700 บาท ขายออกบาทละ 71,900 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 70,266.60 บาท ขายออกบาทละ 72,700 บาท นี่คือข้อมูล ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 9 เมษายน 2569 ที่หลายคนค้นหา โดยอ้างอิงน้ำหนักมาตรฐาน ทองคำแท่ง 1 บาท = 15.244 กรัม ทองรูปพรรณ 1 บาท = 15.16 กรัม

  • ทองคำแท่ง 1 บาท รับซื้อ 71,700 บาท
  • ทองคำแท่ง 1 บาท ขายออก 71,900 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท รับซื้อ 70,266.60 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท ขายออก 72,700 บาท

ราคาทองวันนี้ 2 สลึง (50 สตางค์)

สำหรับ ราคาทอง 2 สลึงวันนี้ หรือ 50 สตางค์ น้ำหนักทองคำแท่ง 7.622 กรัม ทองรูปพรรณ 7.58 กรัม

  • ทองคำแท่ง 2 สลึง รับซื้อ 35,850 บาท
  • ทองคำแท่ง 2 สลึง ขายออก 35,950 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 สลึง รับซื้อ 35,133.30 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 สลึง ขายออก 36,350 บาท

ราคาทอง 1 สลึงวันนี้

ราคาทอง 1 สลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 3.811 กรัม ทองรูปพรรณ 3.79 กรัม

  • ทองคำแท่ง 1 สลึง รับซื้อ 17,925 บาท
  • ทองคำแท่ง 1 สลึง ขายออก 17,975 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 สลึง รับซื้อ 17,566.65 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 สลึง ขายออก 18,175 บาท

ราคาทองครึ่งสลึงวันนี้

ทองครึ่งสลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 1.905 กรัม ทองรูปพรรณ 1.89 กรัม

  • ทองคำแท่งครึ่งสลึง รับซื้อ 8,962.50 บาท
  • ทองคำแท่งครึ่งสลึง ขายออก 8,987.50 บาท
  • ทองรูปพรรณครึ่งสลึง รับซื้อ 8,783.33 บาท
  • ทองรูปพรรณครึ่งสลึง ขายออก 9,087.50 บาท

หมายเหตุ: ราคายังไม่รวมค่ากำเหน็จ และอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศล่าสุด กรุณาตรวจสอบกับร้านทองใกล้บ้านอีกครั้งครับ

อัปเดตเพิ่มเติม หลังเปิดตลาดถึง 10.30 น. ราคาปรับขึ้นลงรวม 4 ครั้ง ล่าสุดครั้งที่ 4 เวลา 10.16 น. ทองคำแท่งรับซื้อ 71,450 บาท ขาย 71,650 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 70,024.04 บาท ขาย 72,450 บาท

ทำไมราคาทองถึงผันผวน? วันนี้ได้รับอิทธิพลจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น และราคาทองโลกที่ปรับตัวลดลงจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีเกินคาด หากคุณเป็นนักลงทุนทองคำ ช่วงราคาลดแบบนี้อาจเป็นโอกาสซื้อสะสม แต่ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะครับ

เปรียบเทียบกับวันก่อนหน้า ราคาทองเมื่อวานยังสูงกว่านี้เล็กน้อย การลดลง 600 บาทถือเป็นการปรับฐานที่นักลงทุนต้องระวัง โดยเฉพาะผู้ที่ถือทองรูปพรรณไว้เพราะมีค่ากำเหน็จ

เคล็ดลับการลงทุนทอง: 1. อย่าตื่นตระหนกกับการผันผวนระยะสั้น 2. กระจายการลงทุน 3. ติดตามราคาทองประจำวันจากสมาคมค้าทองคำ 4. พิจารณาซื้อทองคำแท่งหากไม่ต้องการดีไซน์

หากคุณสนใจ ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 9 เมษายน 2569 เพื่อวางแผนการซื้อขาย สามารถเช็คอัปเดตได้ทุกวันบนเว็บไซต์ของเรา หรือดาวน์โหลดแอปติดตามราคาทองเพื่อความสะดวก ตอนนี้เป็นจังหวะดีที่จะเริ่มลงทุนทองหรือไม่? ลองวิเคราะห์ดูครับ!

ที่มา – ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 9 เมษายน 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

อ้างอิงจาก สมาคมค้าทองคำ

การไฟฟ้าฯ ประกาศไฟดับ 10 เมษายน 2569 พื้นที่กรุงเทพ-สมุทรปราการ

การไฟฟ้าฯ ประกาศไฟดับ 10 เมษายน 2569 พื้นที่กรุงเทพ-สมุทรปราการ บางจุด เพื่อบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากคุณอาศัยหรือทำงานในพื้นที่เหล่านี้ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมล่วงหน้า เพราะการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จำเป็นต้องงดจ่ายไฟชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน

การไฟฟ้าฯ ประกาศไฟดับ 10 เมษายน 2569 พื้นที่กรุงเทพ-สมุทรปราการ: สาเหตุและความสำคัญ

การดับไฟครั้งนี้เกิดจากการพัฒนาและบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมปกติที่กฟน. ดำเนินการเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการให้ดีขึ้น สาเหตุหลักคือการเปลี่ยนเพิ่มขนาดหม้อแปลงหรือปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าในบางจุด เพื่อรองรับความต้องการ用电ที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และสมุทรปราการที่เป็นย่านชุมชนและอุตสาหกรรมหนาแน่น การบำรุงรักษานี้จะช่วยลดปัญหาฟ้าผ่าลงได้ และป้องกันไฟฟ้าขัดข้องในระยะยาว

พื้นที่ไฟดับในสมุทรปราการ 10 เมษายน 2569

  • ถนนไทยประกัน ซอยแยก 33 (กจ./ฟขพ เปลี่ยนเพิ่มขนาดหม้อแปลง) ตั้งแต่เวลา 08.30 – 13.00 น.

ผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้ควรตรวจสอบตารางเวลาให้ชัดเจน เพราะการดับไฟจะกินเวลากว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งอาจกระทบต่อการทำงานหรือกิจวัตรประจำวัน

พื้นที่ไฟดับในกรุงเทพฯ 10 เมษายน 2569

  • ถนนหทัยราษฎร์ ซอยสนามแบตมินตัน และบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่เวลา 08.30 – 12.00 น.
  • ถนนบางขุนเทียน – ชายทะเล บริเวณซอยเทียนทะเล 28 (ดับเฉพาะจุด) ตั้งแต่เวลา 09.00 – 13.00 น.
  • ริมถนนเจริญกรุง บริเวณหน้าโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่กรุงเทพ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 13.00 น.

นอกจากนี้ ยังมีจุดอื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบแบบไม่คาดคิด หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกฟน. ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

คำแนะนำเตรียมตัวรับมือไฟดับ 10 เมษายน 2569

เพื่อลดความเดือดร้อน การไฟฟ้าฯ ประกาศไฟดับ 10 เมษายน 2569 พื้นที่กรุงเทพ-สมุทรปราการ ครั้งนี้ ควรทำดังนี้: ชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เต็ม เช่น โทรศัพท์ โน้ตบุ๊ก และพัดลมไฟฟ้า เตรียมไฟฉาย เทียน หรือเครื่องปั่นไฟสำรองหากจำเป็น โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ในช่วงนั้น และวางแผนงานที่ต้องใช้ไฟ เช่น งานทำอาหารหรือซักผ้าให้เสร็จก่อนเวลา

นอกจากนี้ หากคุณประกอบธุรกิจ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร หรือโรงงาน ควรแจ้งลูกค้าล่วงหน้าและมีแผนสำรอง เช่น ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า สำหรับครัวเรือนทั่วไป การดับไฟชั่วคราวนี้เป็นโอกาสดีที่จะตรวจสอบระบบไฟฟ้าบ้านตัวเอง เช่น ปลั๊กไฟหลวมหรือสายไฟชำรุด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การบำรุงรักษาแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกฟน. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนในกรุงเทพฯ และสมุทรปราการได้รับบริการที่เสถียรยิ่งขึ้น แม้จะไม่สะดวกในวันนั้น แต่ผลประโยชน์ระยะยาวนั้นคุ้มค่าแน่นอน

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติม: ติดตามกำหนดการไฟดับล่าสุดจากเว็บไซต์กฟน. และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ในพื้นที่ เพื่อช่วยกันเตรียมตัว!

ที่มา – การไฟฟ้าฯ ประกาศไฟดับ 10 เมษายน 2569 พื้นที่กรุงเทพ-สมุทรปราการ

เช็กด่วน! ปิดสะพานประตูน้ำ 10 เดือน สายสีส้ม 5 ทางเลี่ยง

เช็กด่วนเลยครับ! ปิดสะพานข้ามแยกประตูน้ำ 10 เดือน เริ่มตั้งแต่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อเร่งสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รฟม. ออกมาแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนแล้วนะ โดยจะปิดสะพานตลอด 24 ชั่วโมง นานเต็มๆ 10 เดือน จนถึง 11 กุมภาพันธ์ 2570 ถนนเพชรบุรีที่รถเยอะอยู่แล้ว จะยิ่งแน่นเอาการแน่ๆ แต่ไม่ต้องห่วง รฟม. แนะนำ 5 เส้นทางเลี่ยง ช่วยลดปัญหารถติดได้เยอะเลย มาดูรายละเอียดกันครับ

ปิดสะพานข้ามแยกประตูน้ำ 10 เดือน เพื่ออะไร?

นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการ รฟม. บอกว่าต้องรื้อเชิงสะพาน แผ่นพื้น เสา 1 ช่วง และเสาเข็ม เพื่อให้อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินผ่านได้ จากนั้นจะเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง แล้วสร้างคืนเหมือนเดิม งานนี้จำเป็นมากสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่กำลังลุยสุดตัวครับ โครงการนี้จะช่วยเชื่อมบางขุนนนท์ไปศูนย์วัฒนธรรมฯ ยาว 17.4 กม. มีสถานี 9 แห่ง ลดเวลาเดินทางได้เหลือครึ่งเดียว แถมลดรถบนถนนเพชรบุรี พหลโยธิน รัชดาภิเษก ด้วย

ช่วงแรกที่ปิด จะใช้เฉพาะทางราบตามสัญญาณไฟจราจร ขาเข้า 2 เลน ขาออก 3 เลน รฟม. คุยกับ บช.น. สนข. กทม. แล้ว เพื่อปรับไฟจราจรให้เหมาะสม ใช้ระบบประเมินคิวยาว ลดสะสมรถได้ดีขึ้น

เริ่มปิดสะพานข้ามแยกประตูน้ำ 10 เดือน เมื่อไหร่ เช็กช่องจราจรได้เลย

  • เริ่มปิด: 24 เม.ย. 2569 เวลา 22.00 น. ตลอด 24 ชม.
  • สิ้นสุด: 11 ก.พ. 2570
  • ช่องทาง: ทางราบเท่านั้น ขาเข้า 2 เลน ขาออก 3 เลน

ใครที่ผ่านแถวนี้อบอุ่นใจได้ เพราะมีทีมควบคุมจราจรจาก บช.น. และ สน.ท้องที่ คอยดูแล แนะนำเช็กแอพจราจรอย่าง Google Maps หรือแอพกรมทางหลวงอย่าง realtime ก่อนออกเดินทางทุกวันเลยนะครับ

เช็ก 5 เส้นทางเลี่ยงช่วงปิดสะพานข้ามแยกประตูน้ำ 10 เดือน

รฟม. คัดเส้นทางเลี่ยงมาให้ 5 เส้น ช่วยไป-กลับฝั่งตะวันออกกรุงเทพฯ ได้สะดวก ลองดูครับ

1. เส้นทางพิเศษศรีรัช ด่านยมราช
จากถนนนครสวรรค์: เลี้ยวขวาแยกนางเลิ้ง เข้าพิษณุโลก > ซ้ายแยกยมราช > ขึ้นศรีรัช > ลงพระราม 9 > ขวาเพชรอุทัย > ซ้ายเพชรบุรี เหมาะสำหรับรถเร็ว

2. เส้นทางถนนศรีอยุธยา
จากนครสวรรค์: ขวานางเลิ้ง เข้าพิษณุโลก > ซ้ายอุรุพงษ์ เข้าพระราม 6 > ขวาศรีอยุธยา > จตุรทิศ พระราม 9 > ขวาแยกพระราม 9-ประดิษฐ์มนูธรรม เส้นนี้หลีกรถหนาแน่นได้ดี

3. เส้นทางถนนราชดำเนินนอก
จากราชดำเนินนอก: ขวาหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า เข้าศรีอยุธยา > ซ้ายวัดเบญจมบพิตร เข้าพระราม 5 > ขวาราชวิถี > ผ่านชัยฯ ดินแดง พระราม 9 > ขวาแยกพระราม 9-ประดิษฐ์มนูธรรม

4. เส้นทางถนนบริพัตร
จากบริพัตร: ซ้ายเจริญกรุง > ซ้ายหมอมี เข้ามิตรพันธ์ > วงเวียน 22 ก.ค. ไมตรีจิตต์ > พระราม 4 > ซ้ายกล้วยน้ำไท สุขุมวิท 42 > เอกมัย เส้นใต้ดีสำหรับขาไปตะวันออก

5. เส้นทางถนนบำรุงเมือง – พระราม 1
จากบำรุงเมือง: ตรงบำรุงเมือง-พระราม 1 > เพลินจิต > ซ้ายเพลินจิต เข้าวิทยุ > เพชรบุรี เส้นใจกลางชิลๆ

นอกจากนี้ โครงการสายสีส้มตอนนี้ก้าวหน้า 26.72% แล้ว (โยธา 29.19% ระบบ 7.86%) ส่วนช่วงต่อไปศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี 48.73% ใกล้เสร็จแล้วครับ สายนี้จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ไปอีกขั้น ลด PM2.5 ลดอุบัติเหตุ ประหยัดเวลา

เคล็ดลับจากผม: ถ้าไม่จำเป็น ใช้ BTS MRT แทนรถส่วนตัวดีที่สุด หรือ Waze เช็กรถ real-time เผื่อเวลาเดินทาง 30-60 นาที แนะนำวางแผนล่วงหน้า หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน รฟม. ขอโทษในความไม่สะดวก สอบถามได้ 06-3217-6532 ครับ

สรุปแล้ว ปิดสะพานข้ามแยกประตูน้ำ 10 เดือน เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาใหญ่ ลองใช้ 5 ทางเลี่ยงนี้ เดินทางชิลๆ ได้เลย ใครมีประสบการณ์แชร์กันบ้างนะ!

ที่มา – เช็กด่วน! ปิดสะพานข้ามแยกประตูน้ำ 10 เดือน สร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เช็ก 5 ทางเลี่ยง

ป.ป.ช. ส่งสำนวนคดี 44 สส.ก้าวไกล ศาลฎีกา

ป.ป.ช. ใช้รถตู้ 3 คัน ขนเอกสาร 10 ลัง ส่งสำนวนคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ให้ศาลฎีกาแล้ว เป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนจับตามองในแวดวงการเมืองไทยวันนี้เลยนะครับ เมื่อเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เดินทางมาถึงศาลฎีกาพร้อมเอกสารกองโต เรียกได้ว่าจัดเต็มเพื่อยื่นคดีผิดจริยธรรมร้ายแรงต่อ สส. 44 คนจากพรรคก้าวไกล ที่เคยเสนอร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือที่รู้จักกันในชื่อกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ป.ป.ช. ใช้รถตู้ 3 คัน ขนเอกสาร 10 ลัง ส่งสำนวนคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ให้ศาลฎีกาแล้ว

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. นำรถตู้มาถึงถึง 3 คัน บรรทุกสำนวนคดีจำนวน 10 ลังใหญ่ ขนาดที่ต้องใช้รถเข็นช่วยกันลากเข้าไปในอาคารศาล มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่ศาลมาร่วมตรวจนับอย่างละเอียด ถี่ถ้วน ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จะเดินทางเข้าไปยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ

ภาพรถตู้จอดเรียงรายและลังเอกสารที่กองพะเนิน กลายเป็นภาพที่สะท้อนถึงความรอบคอบและจริงจังของ ป.ป.ช. ในการดำเนินคดีนี้ ซึ่งถือเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ สส. หลายสิบคน และอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเมืองไทยในอนาคต

พื้นหลังของคดี ป.ป.ช. ใช้รถตู้ 3 คัน ขนเอกสาร 10 ลัง

คดีนี้ย้อนกลับไปเมื่อปี 2564 หรือ พ.ศ. 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้รวบรวมรายชื่อ สส. ในพรรคจำนวน 44 คน (ไม่ครบทุกคนในพรรค) เพื่อยื่นเสนอชุดร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน จำนวน 5 ฉบับ โดยหนึ่งในนั้นคือร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นประเด็น敏感ที่ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม

ป.ป.ช. มองว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงของ สส. ตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากอาจขัดต่อหลักการปกป้องสถาบันหลักของชาติ จึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีจริยธรรม เพื่อวินิจฉัยและลงโทษ หากศาลรับคำร้องและมีคำสั่ง สส. เหล่านี้อาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

10 สส. พรรคประชาชนที่ยังคงถูกจับตา

ที่น่าสนใจคือ ในจำนวน 44 สส. ดังกล่าว มีถึง 10 คนที่ปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่ง สส. ในพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคที่สืบต่อจากพรรคก้าวไกล โดยแบ่งเป็น:

  • สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน:
  • 1. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
  • 2. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค
  • 3. นายรังสิมันต์ โรม
  • 4. นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง
  • 5. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
  • 6. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม
  • 7. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
  • 8. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
  • สส.แบบแบ่งเขต 2 คน:
  • นายธีรัจชัย พันธุมาศ
  • นายเท่าภิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

บุคคลเหล่านี้เป็นแกนนำสำคัญของพรรค หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อพรรคประชาชนและการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตแน่นอน

ผลกระทบและการลุ้นผลคดี

คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องจริยธรรม แต่ยังสะท้อนถึงความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนการปฏิรูปสถาบัน กับฝ่ายที่ยึดมั่นในประเพณีเดิม การแก้ 112 เคยเป็นวาระใหญ่ของเยาวชนและนักเคลื่อนไหว แต่ถูกมองว่าเกินเลยในสายตาของ ป.ป.ช. และผู้พิทักษ์สถาบัน ตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องศาลฎีกาว่าจะรับคำร้องหรือไม่ และหากรับแล้ว จะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. 10 คนหรือไม่

ในมุมมองของผม คดีนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญต่อเสรีภาพในการเสนอกฎหมายของ สส. ถ้าศาลตีความกว้างเกินไป อาจทำให้ สส. กลัวไม่กล้าเสนอร่างกฎหมายที่ sensitive แต่ถ้าศาลตีความแคบ จะช่วยรักษาสมดุลการเมืองได้ อย่างไรก็ตาม เราในฐานะประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลจะกำหนดทิศทางการเมืองไทยไปอีกนาน

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตทุกวันกับเรา คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับคดีนี้!

ที่มา – ป.ป.ช. ใช้รถตู้ 3 คัน ขนเอกสาร 10 ลัง ส่งสำนวนคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ให้ศาลฎีกาแล้ว