วัน: 10 เมษายน 2026

“ไอติม” อัด ครม.อนุทิน “รัฐบาลผู้รับเหมา” 5 พฤติกรรม

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแส “ไอติม” อัด ครม.อนุทิน คือ “รัฐบาลผู้รับเหมา” แจงยิบ 5 พฤติกรรมที่จะถูกขึ้นบัญชีดำ นะครับ ในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ไอติม” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้อภิปรายแบบแซ่บๆ สรุปภาพรวมนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชวนศรีนาคินทร์ เปรียบเทียบว่ารัฐบาลนี้เหมือน “ผู้รับเหมาที่จะโดนขึ้นบัญชีดำ” เลยทีเดียว ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่คนไทยกำลังลำบาก รัฐบาลควรแก้ปัญหาได้ตั้งแต่วันแรก แต่ดันทำเหมือนมือใหม่ซะงั้น!

“ไอติม” อัด ครม.อนุทิน คือ “รัฐบาลผู้รับเหมา” แจงยิบ 5 พฤติกรรมที่จะถูกขึ้นบัญชีดำ

ไอติมชี้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มืออาชีพ แต่มีพฤติกรรม 5 ข้อ เหมือนผู้รับเหมาที่ผิด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง จะโดนขึ้นบัญชีดำแน่ๆ มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

1. เบี้ยวสัญญา

พรรคภูมิใจไทยเคยโอ้อวดว่า “พูดแล้วทำ” แต่ตอนนี้เบี้ยวสัญญาตั้งแต่วันแรก เช่น ค่าไฟที่สัญญาลดเหลือ 3 บาท/หน่วย สำหรับ 200 หน่วยแรกทุกครัวเรือน แต่สุดท้ายลดให้แค่ครึ่งประเทศที่ใช้ไม่ถึง 200 หน่วย และไม่แม้แต่เขียนในนโยบาย! เรื่องรัฐธรรมนูญ ประชาชน 20 ล้านคนอยากได้ฉบับใหม่ แต่ไม่ยอมใส่ในแถลงนโยบายสักบรรทัด รัฐมนตรีมืออาชีพก็ตั้งแค่ 3 คนตามเอกสารส่ง กกต. แต่ประชาชนอยากได้มากกว่านั้น โดยเฉพาะกำหนดเพดานค่าการกลั่นน้ำมัน ไม่ใช่แค่นับคน!

2. ส่งงานล่าช้า

วิกฤตพลังงาน รัฐบาลตามหลังปัญหาตลอด น้ำมันขาด รอสัปดาห์กว่าจะสั่งรายงานสต๊อก ประชาชนเรียกตรวจกักตุน ดันหาว่าประชาชนกักเอง ภาษีลาภลอยศึกษาตั้งแต่ 2565 ยังไม่ทำ! ปล่อยราคาน้ำมันขึ้น 6 บาทคืนวันพุธ 25 มี.ค. 2569 ก่อนสภาปิด รอปกป้องตัวเอง แผนเยียวยา 2 สัปดาห์แล้วยังไม่มีเงินถึงมือคน วิกฤต PM2.5 ภาคเหนือรู้ล่วงหน้าเป็นเดือน ยังไม่เตรียมหน้ากากหรืองบดับไฟ!

3. ลดสเปก

นโยบายชอบห้อย “พลัส” แต่จริงๆ เป็นดอกจันทร์ซ่อนเงื่อน! ราคามะพร้าว 7-10 บาท/ลูก แต่จริง 3-5 บาท ล้งกลางกลายเป็นล้งชุมชน ปุ๋ยขาด-ขึ้นราคา แม้บอกควบคุม กองทุนประกันภัยพิบัติ สัญญาเบี้ย 1,000 บาท/ครัวเรือน เยียวยา 100,000 บาท แต่แถลงนโยบายไร้ตัวเลข ชาวบ้านไม่มั่นใจ!

4. โยนงาน

เหมือนพ่อค้าคนกลาง โยนวิกฤตชายแดนให้กองทัพ ฝุ่นให้ผู้ว่าราชการ น้ำท่วมหาดใหญ่ให้คณะกรรมการใหม่ๆ พัฒนาทุนมนุษย์โยนให้พรรคร่วม กระทรวงศึกษาถึงคนที่ 3 จากพรรคอื่น นายกฯ ต้องรับผิดชอบเอง ไม่ใช่คลัสเตอร์เพื่อการเมือง!

5. มีข้อครหาทุจริต

นายกฯ พูดสวยเรื่องโปร่งใส Super Licence แต่ตั้งรองนายกฯ พิพัฒน์ ดูวิกฤตพลังงาน ทั้งถือหุ้นน้ำมัน ผลประโยชน์ทับซ้อน! คดีโกง สว. 134 คนในสำนวนเดียว สว. ไม่ใช่พรรคนายก แต่ฐานอำนาจน่าสงสัย เลือกตั้งสุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทยคะแนนพลิก บาร์โค้ดตรวจได้ ขรก.มหาดไทยโยกย้าย!

ไอติมหวังว่ารัฐบาลจะปรับปรุง ฝ่ายค้านจะเฝ้าติดตาม ถ้าไม่เปลี่ยน สภาต้องขึ้นบัญชีดำ! “ไอติม” อัด ครม.อนุทิน คือ “รัฐบาลผู้รับเหมา” แจงยิบ 5 พฤติกรรมที่จะถูกขึ้นบัญชีดำ นี่แหละที่ทำให้คนสนใจ คุณคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำได้ดีกว่านี้มั้ย? ลองคอมเมนต์บอกความเห็นด้านล่างนะครับ แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันติดตามการเมืองไทยให้โปร่งใส!

ที่มา – “ไอติม” อัด ครม.อนุทิน คือ “รัฐบาลผู้รับเหมา” แจงยิบ 5 พฤติกรรมที่จะถูกขึ้นบัญชีดำ

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ

ในวันที่ 10 เมษายน 2569 สำนักข่าว CNN รายงานข่าวสำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง นั่นคือ เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ โดยนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกเดินทางจากกรุงวอชิงตัน ดีซี ตรงไปยังกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเจรจาระดับสูง ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อยุติความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลางระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ

การเดินทางครั้งนี้ของ เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง แวนซ์ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนออกเดินทางว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจาด้วยความจริงใจ หากอิหร่านแสดงท่าทีที่ชัดเจนและไม่เล่นเกมหลอกลวง เขาเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า “อย่าเล่นเกม” หากอิหร่านพยายามยื้อเวลา หรือหลีกเลี่ยงข้อตกลง สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับและพร้อมใช้นโยบายที่แข็งกร้าวต่อไป

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ เตือนอิหร่านอย่าเล่นเกม

ก่อนขึ้นเครื่องบิน นายแวนซ์ย้ำจุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์ที่กำหนดกรอบการเจรจาไว้อย่างชัดเจน แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่เชื่อว่าการหารือครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นบวก โดยปากีสถานถูกเลือกเป็นสถานที่เจรจาเพราะบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียใต้และความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งสองฝ่าย สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก น้ำมันพุ่งสูง และความมั่นคงอาหาร ทำให้ทุกฝ่ายต้องการทางออก

บริบทของการเจรจานี้มาจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน โดยสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรหลักของอิสราเอล ได้สนับสนุนการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มตัวแทนอิหร่านในหลายประเทศ การเลือกปากีสถานเป็นเวที ยังสะท้อนถึงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ในการดึงประเทศมุสลิมที่มีอิทธิพลเข้ามาเป็นตัวกลาง เพื่อลดอคติและเพิ่มโอกาสสำเร็จ

ความสำคัญของการเจรจาครั้งนี้

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ ไม่เพียงนำทีมเจรจาเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนนโยบาย “America First” ที่ทรัมป์ยึดถือ โดยเน้นการยุติสงครามเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางทหารของสหรัฐฯ และป้องกันการขยายวง ถ้าการเจรจาสำเร็จ จะช่วยลดราคาน้ำมันโลก สร้างเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซีย และเปิดโอกาสทางการค้าสำหรับประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า

  • จุดเด่นของคณะเจรจาสหรัฐฯ: นำโดยแวนซ์ที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายและการเมือง
  • ข้อเรียกร้องหลัก: อิหร่านหยุดสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
  • บทบาทปากีสถาน: เป็นกลางและมีกองทัพที่แข็งแกร่ง
  • ความเสี่ยง: หากล้มเหลว อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงขึ้น
  • ผลกระทบต่อไทย: ลดราคาพลังงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเตือน “อย่าเล่นเกม” ของแวนซ์ เป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ มีข้อมูลข่าวกรองที่ชี้ว่าอิหร่านอาจเจรจาแบบสองหน้า ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประสบความสำเร็จในการเจรจากับเกาหลีเหนือมาแล้ว ทำให้ครั้งนี้มีความหวังสูง

การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการยุติสงคราม แต่เป็นการกำหนดอนาคตภูมิภาค หากอิหร่านตอบสนองเชิงบวก โลกจะได้เห็นสันติภาพที่ยั่งยืน แต่ถ้าปฏิเสธ สหรัฐฯ พร้อมมาตรการทางเศรษฐกิจและทหาร

ในมุมมองของผู้เขียน การเดินทางของ เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอเมริกาในการนำสันติภาพสู่โลก คาดว่าผลจะออกมาภายในสัปดาห์หน้า ติดตามอัปเดตข่าวสารต่างประเทศได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “เจดี แวนซ์” รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ เตือนอิหร่านอย่า “เล่นเกม”

สปัลเล็ตติ ขยายสัญญายูเวนตุส ท่ามกลางข่าวอิตาลี

สปัลเล็ตติ ขยายสัญญายูเวนตุส ท่ามกลางข่าวอิตาลี

ผู้จัดการทีมยูเวนตุส ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ได้เซ็นสัญญาใหม่ 2 ปีกับสโมสร ทำให้โอกาสกลับไปคุมทีมชาติอิตาลีแทบเป็นไปไม่ได้

สปัลเล็ตติ วัย 67 ปี ถูกจับตามองสำหรับตำแหน่งกุนซือทีมชาติอิตาลีที่ว่าง หลังจากเจนนาโร่ กัตตูโซ่ ลาออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากอิตาลีพลาดการเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ก่อนหน้านี้ สปัลเล็ตติเข้ามารับช่วงต่อที่ยูเวนตุส ในสัญญาระยะสั้นตั้งแต่เดือนตุลาคม หลังจากอิกอร์ ตูโดร์ ถูกไล่ออก

“ตั้งแต่ลูชาโน่เข้าร่วมครอบครัวยูเวนตุสที่ยิ่งใหญ่ เขาสร้างผลกระทบเชิงบวกทันทีต่อนักเตะทั้งทีม สโมสรทั้งหมด และชุมชนบิอานโกเนรี่ทั้งหมด” ดาเมียน คอมอลลี่ ซีอีโอยูเวนตุส กล่าวในแถลงการณ์

“ทุกคนเห็นชัดเจนทันทีว่าลูชาโน่คือคนที่เหมาะสมในการนำทีมก้าวไปข้างหน้า”

สปัลเล็ตติ ขยายสัญญายูเวนตุส: ประวัติและผลงาน

อดีตกุนซือโรมาและอินเตอร์ มิลานอย่างสปัลเล็ตติ นำนาโปลีคว้าแชมป์เซเรีย อา สมัยแรกในรอบ 33 ปี เมื่อปี 2023 ก่อนย้ายไปคุมทีมชาติอิตาลีในช่วงซัมเมอร์นั้น

ทีมชาติอิตาลีภายใต้สปัลเล็ตติตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูโร 2024 และถูกปลดในเดือนมิถุนายน 2025 หลังแพ้挪เวย์ 0-3 ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก

เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เขาเคยประกาศว่านาโปลีจะเป็นสโมสรอิตาลีสุดท้ายที่เขาคุม แต่ตอนนี้ สปัลเล็ตติ ขยายสัญญายูเวนตุส ทำให้ภาพเปลี่ยนไป

ปัจจุบันยูเวนตุสอยู่อันดับ 5 ตารางเซเรีย อา มี 57 คะแนน ห่างจากโควตาแชมเปียนส์ลีกแค่ 1 คะแนน เหลือ 7 นัด

ผลกระทบจากการตัดสินใจสปัลเล็ตติ ขยายสัญญายูเวนตุส

การตัดสินใจนี้ไม่เพียงปิดประตูทีมชาติอิตาลี แต่ยังช่วยเสริมความมั่นคงให้ยูเวนตุสในฤดูกาลที่เหลือ พวกเขากำลังลุ้นท็อป 4 อย่างสูสี โดยสปัลเล็ตตินำทีมฟื้นตัวจากปัญหาเดิม

เซเรีย อาในฤดูกาลนี้ดุเดือด อินเตอร์นำเป็นจ่าฝูง นาโปลีตามมาใกล้ๆ ยูเวนตุสต้องพึ่งฟอร์มของสปัลเล็ตติในการลุ้นทุกรายการ

  • ยูเวนตุส: อันดับ 5, 57 แต้ม
  • ใกล้ชปล. แค่ 1 คะแนน
  • สปัลเล็ตติ: ประสบการณ์จากนาโปลี, อิตาลี
  • ทีมชาติอิตาลี: ไร้กุนซือใหม่

แฟนบิอานโกเนรี่ดีใจมาก เพราะสปัลเล็ตติพิสูจน์ตัวเองแล้วด้วยแทคติกการเล่นที่ดุดันและเน้นเกมรุก

ในมุมกว้างขึ้น การ สปัลเล็ตติ ขยายสัญญายูเวนตุส สะท้อนถึงความทะเยอทะยานของสโมสรเก่าแก่ที่อยากกลับมาประจำการในเวทียุโรปอีกครั้ง หลังจากช่วงที่ผ่านมาเจอปัญหาทั้งในและนอกสนาม

สำหรับทีมชาติอิตาลี คงต้องมองหาตัวเลือกใหม่ เช่น มาร์เซโล่ ลิปปี้ หรือกุนซือรุ่นใหม่ที่พร้อมรับศึกฟุตบอลโลก 2026

นอกจากนี้ สปัลเล็ตติยังเคยพูดถึงความผูกพันกับนาโปลี แต่ยูเวนตุสคือโอกาสใหม่ที่ท้าทายกว่า ด้วยประวัติศาสตร์และแรงกดดันที่มากกว่า

ฤดูกาลนี้ ยูเวนตุสชนะมา 10 จาก 15 นัดล่าสุดภายใต้สปัลเล็ตติ แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ของเขาในการปรับทีม

สุดท้าย การตัดสินใจนี้น่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับยูเวนตุส คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลเซเรีย อาเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ. คาดอากาศร้อนจัด

ข่าวช็อกวงการตำรวจบุรีรัมย์ เมื่อผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ. คาดอากาศร้อนจัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในภาคอีสานที่กำลังเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ทำให้หลายคนกังวลถึงสุขภาพของเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละที่ต้องทำงานหนัก

ผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ. คาดอากาศร้อนจัด

วันที่ 10 เมษายน 2569 รถพยาบาลโรงพยาบาลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รีบนำตัว พ.ต.อ.พงศกร พลยางนอก ผู้กำกับการสถานีตำรวจนาโพธิ์ ซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 57 ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ หลังจากที่ท่านหมดสติในห้องนอนบ้านพักโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่ท่านกำลังเตรียมตัวเดินทางไปประชุมที่ภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อวางแผนดูแลความเรียบร้อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พลขับรถประจำตำแหน่งเล่าว่า ได้ไปรอรับผกก.ที่บ้านพักใกล้สภ.นาโพธิ์ เพื่อพาไปประชุม แต่รอนานผิดปกติ ไม่เห็นออกมา และโทรศัพท์ไม่รับสาย ด้วยเวลาจำกัด จึงเปิดประตูเข้าไปตรวจดู พบว่าผกก.นอนหมดสติในห้องนอนทันที จึงรีบโทรแจ้งโรงพยาบาลนาโพธิ์ และนำส่งอย่างเร่งด่วน โดยระหว่างทางต้องแวะโรงพยาบาลคูเมืองเพราะเครื่องมือในรถไม่พอ ระยะทางรวมกว่า 90 กิโลเมตร กว่าจะถึงโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์

พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ไปรอรับและดูอาการตั้งแต่ต้นทาง แพทย์ตรวจพบปัญหาหัวใจ ต้องผ่าตัดบายพาสอย่างเร่งด่วน ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่สาเหตุยังรอวินิจฉัย เบื้องต้นคาดจากอากาศร้อนจัดประกอบกับการทำงานหนัก

ผลกระทบจากอากาศร้อนและคำแนะนำป้องกัน

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ โดยเฉพาะบุรีรัมย์ที่อุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียส อากาศร้อนจัดสามารถก่อให้เกิดภาวะช็อกฮีทได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือเครียดสูงอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผกก.สภ.นาโพธิ์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความขยัน แต่สุขภาพต้องมาก่อน

  • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักช่วงเที่ยงวัน
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อนระบายอากาศดี
  • สังเกตอาการเวียนหัว คลื่นไส้ หายใจลำบาก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะก่อนปฏิบัติหน้าที่สำคัญ

นอกจากนี้ ในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะต้องดูแลประชาชนจำนวนมาก ข่าวผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสตินี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี

ข้อมูลล่าสุด แพทย์ยืนยันว่าผกก.อาการดีขึ้นแล้ว และมีแนวโน้มฟื้นตัวเต็มที่ สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ในเร็ววัน หวังว่าจะเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวบุรีรัมย์

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านที่กำลังเผชิญอากาศร้อนจัด ดูแลตัวเองให้ดี หากมีอาการผิดปกติรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ.ไม่ให้เกิดขึ้น ติดตามข่าวสารสุขภาพและเหตุการณ์ท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – ผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ. คาดอากาศร้อนจัด

การกลับมาของ Green Brigade ช่วยลุ้นแชมป์ – O’Neill

การกลับมาของ Green Brigade ช่วยลุ้นแชมป์ – O’Neill

การกลับมาของ Green Brigade หลังจากถูกพักการใช้สิทธิ์ จะเป็น “ตัวหนุนกำลังใจ” ให้เซลติกในการลุ้นแชมป์ช่วงสำคัญของฤดูกาล โค้ชมาร์ติน โอ’นีล กล่าว

โอ’นีลรู้สึกว่าแฟนบอลเซลติก “คอยหนุนเราไว้” ขณะที่ทีมทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมที่ดันดี และกลุ่ม Green Brigade จะกลับมาที่เซลติก พาร์คเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน สำหรับเกมเยือนเซนต์ มิร์เรนในวันเสาร์นี้

การแบนเริ่มต้น 6 นัดถูกตั้งขึ้นกับราว 200 คน หลังเกิด “พฤติกรรมรุนแรงและข่มขู่” ในเกมเหย้าต้านฟอลเคิร์กเมื่อเดือนตุลาคม และการแบนถูกขยายในเดือนธันวาคมเพราะ “เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย”

“ในแง่การสนับสนุน ในแง่การเชียร์ที่ดังก้อง ยินดีที่เห็นพวกเขากลับมา” โอ’นีลกล่าว

การกลับมาของ Green Brigade

“ผมคิดว่านั่นจะเป็นการหนุนกำลังใจ การสนับสนุนที่เรได้รับจากดันดีสุดยอดมาก”

“ผมคิดว่าพวกเขา cอยหนุนเราไว้ตลอดเกม พวกเขาไม่ได้วิจารณ์เราหนักตอนโดนจุดโทษ มันอาจจะทำให้กำลังใจตก แต่พวกเขาคอยหนุนไว้”

โอ’นีลพูดในขณะที่สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ประกาศให้มาร์ก แบล็คเบิร์น ที่ปรึกษากีฬา เป็นหัวหน้าคณะตรวจสอบความวุ่นวายหลังเกม Scottish Cup รอบรองชนะเลิศระหว่างเรนเจอร์สกับเซลติกในเดือนมีนาคม

ความตึงเครียดเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มแฟนเซลติกบางส่วนกับบอร์ดบริหาร เรื่องเช่นการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ การแต่งตั้งผู้จัดการทีม และความปลอดภัยของผู้ชม

มีการหารือระหว่าง Green Brigade กับสโมสร และเซลติกแจ้งก่อนหน้านี้ว่ากลุ่มที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยของ Glasgow City Council ยินยอมให้ยกเลิกการพัก

“ผมคิดว่ากฎระเบียบด้านความปลอดภัยได้รับการจัดการแล้ว” โอ’นีลกล่าว “เราต้องดูว่ามันเป็นอย่างไร และดูว่าปลายฤดูกาลจะเป็นยังไง มาคุยกันจริงจังตอนจบฤดูกาลเถอะ”

สถานการณ์ลุ้นแชมป์ปัจจุบัน

เซลติก แชมป์เก่า นำเข้าสู่เกมวันเสาร์นี้ โดยตามหลังฮาร์ทส์ของ มิดโลเธียน 3 แต้ม และตามเรนเจอร์ส 2 แต้ม

ฮาร์ทส์ถูกจับให้มาเยือนเซลติก พาร์คในวันสุดท้ายของฤดูกาล หลังประกาศโปรแกรมหลังแยกกลุ่ม Scottish Premiership แต่โอ’นีลกล่าวว่า “มันยังไกลมากสำหรับเรา” ที่จะคิดถึงเกมนั้นว่าจะเป็นตัวตัดสินแชมป์

ทีมของโอ’นีลมีผลต่างประตูที่ด้อยกว่าเจ้าตำแหน่งแชมป์ทั้งคู่ แต่ชาวไอร์แลนด์เหนือกล่าวว่า “ตอนนี้มันสายเกินไป” ที่จะคิดเรื่องนั้น และ “ผมแค่ดีใจที่จะชนะเกม”

ในขณะเดียวกัน โอ’นีลเปิดเผยว่าจูเลียน อาราจูโญ่ แบ็คขวายืมตัว เจ็บกล้ามเนื้อขาหนีบซ้ำหลังกลับบอร์นมัธรักษา และจะพลาดส่วนที่เหลือของฤดูกาล – และอาจพลาดฟุตบอลโลกกับเม็กซิโก

แบ็คขวาอีกคน คอลบี้ ดอนอวน ก็เจ็บกล้ามเนื้อขาหนีบเช่นกัน จะพักราว 2 สัปดาห์ แต่แอนดรูว์ จอห์นสตัน ดาวเตะทีมชาติแคนาดาอาจกลับมาในสุดสัปดาห์หน้า เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตุลาคม

ผลกระทบต่อทีมเซลติก

การกลับมาของ Green Brigade ไม่เพียงแต่จะเพิ่มเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้อง แต่ยังเป็นสัญญาณของความสามัคคีระหว่างแฟนบอลและสโมสร ในช่วงที่เซลติกกำลังลุ้นแชมป์ Scottish Premiership อย่างดุเดือด กลุ่มนี้ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการแสดงโชว์ตู้อันน่าตื่นเต้น จะช่วยสร้างบรรยากาศสุดมันส์ที่เซลติก พาร์ค

จากประสบการณ์ในเกมที่ดันดี แฟนบอลแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือแรงผลักดันสำคัญ โอ’นีลเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนแบบนี้จะช่วยให้ทีมพลิกเกมได้แม้สถานการณ์ย่ำแย่ นอกจากนี้ ปัญหาความปลอดภัยที่เคยเป็นประเด็นก็ได้รับการแก้ไขแล้ว ทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจมากขึ้น

สำหรับแฟนเซลติก การกลับมาของ Green Brigade คือข่าวดีที่รอคอย และอาจเป็นจุดเปลี่ยนในเส้นทางลุ้นแชมป์ ทีมต้องโฟกัสที่ชัยชนะในแต่ละนัด โดยไม่สนใจผลต่างประตูมากนัก

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การมีแฟนบอลที่เหนียวแน่นแบบนี้คือข้อได้เปรียบที่คู่แข่งเทียบไม่ได้ โดยเฉพาะในเกมบิ๊กแมตช์กับเรนเจอร์สหรือฮาร์ทส์

สุดท้ายนี้ แฟนบอลเซลติกควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเชียร์ที่ดังที่สุดในวันเสาร์นี้ เพราะ การกลับมาของ Green Brigade อาจเป็นกุญแจสู่ถ้วยแชมป์! คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ถนนพหลโยธินรถเริ่มแน่น สงกรานต์ 2569

ถนนพหลโยธินรถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ 2569 แล้วนะครับ! ช่วงเย็นวันที่ 10 เมษายน 2569 บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาเริ่มคึกคักมาก โดยเฉพาะถนนพหลโยธินขาออก ช่วงคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ที่รถแน่นขนัดเต็มพื้นที่เลยทีเดียว ประชาชนจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลต่างพากันมุ่งหน้าสู่บ้านเกิดในต่างจังหวัด เพื่อฉลองเทศกาลสงกรานต์อย่างสนุกสนาน

ถนนพหลโยธินรถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ 2569

จากข้อมูลที่ได้รับ เมื่อเวลา 18.00 น. ปริมาณรถบนถนนพหลโยธินช่วงตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง มีรถติดยาวเหยียด เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรลงพื้นที่เต็มสูบ พ.ต.ท. สิงหา เฟื่องแก้ว สารวัตรจราจร สภ.คลองหลวง ร่วมกับ ร.ต.ต. ธนพงษ์ เผ้าหอม รองสารวัตรทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง และทีมงานจาก สภ.คลองหลวง กับตำรวจทางหลวงอยุธยา ออกอำนวยความสะดวก จัดการจราจรให้คล่องตัว ช่วยให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย

ถนนพหลโยธินรถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ 2569

คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำหรับผู้เดินทางสงกรานต์ 2569

ร.ต.ต. ธนพงษ์ เผ้าหอม ได้ให้ข้อมูลสำคัญว่า ปีนี้ประชาชนเริ่มเดินทางตั้งแต่เย็นๆ ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มุ่งหน้าภาคเหนือและอีสาน ใช้มอเตอร์เวย์ M6 ได้แล้ว ตั้งแต่ กม.54 ขาออก และ กม.56 ขาเข้า แต่ห้ามรถบรรทุกเด็ดขาด! นอกจากนี้ เนื่องจากรถสะสมเยอะ แนะนำให้ขับรถด้วยความเร็วเหมาะสม เคารพกฎจราจร ตรวจเช็ครถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกบนถนนพหลโยธิน

ถนนพหลโยธินรถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ 2569 แบบนี้ คาดว่าช่วงวันหยุดยาวจะยิ่งหนึบแน่น กรมทางหลวงและเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือ แต่ผู้ขับขี่ก็ต้องช่วยกันด้วยนะครับ สำหรับ tips เดินทางปลอดภัยสงกรานต์:

  • ตรวจสภาพรถ: ยาง ลมเบรก น้ำมันเครื่อง ไฟหน้า
  • พักรถทุก 2 ชม. อย่าขับต่อเนื่องนานๆ
  • หลีกเลี่ยงเล่นน้ำขณะขับรถ เน้นเล่นที่ปลายทาง
  • ใช้แอปเช็คจราจรอย่าง Google Maps หรือกรมทางหลวง
  • เตรียมน้ำดื่ม อาหารว่าง และยาแก้เมารถ
รถติดบนถนนพหลโยธินช่วงสงกรานต์

นอกจากถนนพหลโยธิน สายหลักอื่นๆ อย่างถนนมิตรภาพ บางนา-ตราด ก็เริ่มแน่นเช่นกัน สงกรานต์ 2569 ปีนี้คาดมีคนเดินทางกว่า 20 ล้านคัน เศรษฐกิจคึกคักแต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน อย่าลืมสวมหมวกกันน็อกสำหรับเด็กๆ และดื่มน้ำเยอะๆ กันด้วยนะ

สุดท้าย ถ้าคุณกำลังวางแผนเดินทาง ลองเช็คสภาพอากาศและเส้นทางล่วงหน้า เพื่อให้ถึงบ้านได้แบบชิลๆ สุขสันต์วันสงกรานต์ ปลอดภัยทุกเส้นทาง!

ที่มา – ถนนพหลโยธินรถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ 2569

“อัครเดช” หนุน รัฐบาลอนุทิน สู้วิกฤตพลังงาน ฝากสูตร “4 ตรง”

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจถดถอย “อัครเดช” หนุน รัฐบาลอนุทิน สู้วิกฤตพลังงาน ฝากสูตร “4 ตรง” แก้เศรษฐกิจ-อุ้มกลุ่มเปราะบาง กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะจากปากของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ที่ลุกขึ้นอภิปรายในรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569

“อัครเดช” หนุน รัฐบาลอนุทิน สู้วิกฤตพลังงาน ฝากสูตร “4 ตรง” แก้เศรษฐกิจ-อุ้มกลุ่มเปราะบาง

นายอัครเดช ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ได้เลือกที่จะเข้ามาบริหารท่ามกลางวิกฤต แต่เมื่อประชาชนมอบความไว้วางใจ ก็ต้องทุ่มเททำหน้าที่ให้ดีที่สุด เขาเปรียบเทียบอย่างน่าสนใจว่า “คนเรานั้นเลือกเกิดไม่ได้ ฉันใดนั้น การเป็นรัฐบาลก็เลือกที่จะเป็นไม่ได้” ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายที่รัฐบาลต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบหลังโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจ และล่าสุดคือวิกฤตพลังงานที่ทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเกษตรกรและแรงงานรายได้น้อย

จากนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา มี 5 นโยบายหลักครอบคลุมเศรษฐกิจ การเกษตร และการท่องเที่ยว นายอัครเดชจึงฝากหลักการ “4 ตรง” เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพสูงสุด นี่คือสูตรลับที่เขามั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด

สูตร “4 ตรง” จาก “อัครเดช” หนุน รัฐบาลอนุทิน สู้วิกฤตพลังงาน

  • ตรงเป้า: คัดกรองกลุ่มเดือดร้อนที่สุด เช่น กลุ่มเปราะบาง เกษตรกร และผู้ใช้แรงงานรายได้น้อย ที่กำลังถูกวิกฤตพลังงานบีบคั้น ต้องช่วยเหลือคนที่ต้องการมากที่สุดก่อน
  • ตรงจุด: แก้ปัญหาให้ตรงความต้องการจริง เช่น ลดต้นทุนการผลิต ยกระดับราคาพืชผลเกษตร ทำให้เกษตรกรไม่ต้องขาดทุนจากน้ำมันแพงแต่ผลผลิตราคาตก
  • ตรงเวลา: มาตรการต้องรวดเร็ว ทันท่วงที เพราะวิกฤตพลังงานกำลังกระทบประชาชนเดี๋ยวนี้ อย่ารอช้าเดี๋ยวสถานการณ์ยิ่งแย่
  • ตรงไปตรงมา: ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีการคอร์รัปชัน เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือผู้เดือดร้อนจริงๆ

นายอัครเดช เน้นย้ำว่า “วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจากวิกฤตพลังงาน ท่านต้องคัดเป้าหมายว่ากลุ่มไหนเดือดร้อนที่สุดก็นำกลุ่มนั้นมาดูแลก่อน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นแต่ราคาพืชผลต่ำลง” คำพูดนี้ชัดเจนและเข้าถึงใจประชาชนที่กำลังลำบาก

นอกจากนี้ เขายังให้กำลังใจคณะรัฐมนตรีในการขับเคลื่อน 5 นโยบายหลักให้เกิดผลจริง และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะปราศจากการทุจริต สูตร “4 ตรง” นี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่ทุกกระทรวงควรนำไปใช้ทันที เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

วิกฤตพลังงานครั้งนี้มาจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ส่งผลให้ต้นทุนทุกอย่างแพงขึ้น โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรมาก รัฐบาลอนุทินจึงต้องเร่งมาตรการลดราคาพลังงานชั่วคราวควบคู่กับพัฒนาพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียนจากชีวมวลที่ไทยมีศักยภาพสูง นอกจากนี้ การอุ้มกลุ่มเปราะบางด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือเงินอุดหนุนตรง จะช่วยให้ประชาชนมีกำลังซื้อ เพิ่มการหมุนเวียนในเศรษฐกิจ

ในมุมมองของผม สูตร “4 ตรง” ที่ “อัครเดช” ฝากไว้เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง หากรัฐบาลนำไปใช้จริง จะเห็นผลชัดเจนภายในปีนี้ โดยเฉพาะการช่วยเกษตรกรที่เป็นฐานรากของชาติ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อีกด้วย

คุณคิดอย่างไรกับสูตร “4 ตรง” นี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญนะครับ เชื่อว่านโยบายดีๆ แบบนี้จะช่วยให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตไปได้!

ที่มา – “อัครเดช” หนุน รัฐบาลอนุทิน สู้วิกฤตพลังงาน ฝากสูตร “4 ตรง” แก้เศรษฐกิจ-อุ้มกลุ่มเปราะบาง

พนิดา ซัดรัฐบาลเมินประชามติ 21.6 ล้านเสียง

ในวันที่ 10 เมษายน 2569 น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1 พรรคประชาชน ได้ออกมาอภิปรายอย่างดุเดือดในการประชุมร่วมรัฐสภา วาระแถลงนโยบายรัฐบาล โดยตรงดิ่งไปที่ประเด็นสำคัญคือ พนิดา ซัดรัฐบาลเมินประชามติ 21.6 ล้านเสียง ที่ประชาชนชัดเจนว่าต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ทันที พรรคประชาชนยืนยันไม่ฝากความหวังกับรัฐบาล แต่จะเดินหน้าเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเอง

พนิดา ซัดรัฐบาลเมินประชามติ 21.6 ล้านเสียง

หลังการเลือกตั้งและประชามติเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผลออกมาชัดเจน ประชาชนกว่า 21.6 ล้านคนลงคะแนนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทิ้งกติกาเดิมจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ถูกวิจารณ์หนัก น.ส.พนิดา ย้ำว่าจำนวนนี้มากกว่าคะแนนพรรคประชาชนถึงสองเท่า และเหนือกว่าคะแนนเห็นชอบเดิม 5 ล้านเสียง แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เสียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเสียงจากทุกภาคส่วน รวมถึงผู้สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลด้วย

แต่ที่น่าเสียดายคือ รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้แม้แต่คำเดียวในแถลงนโยบาย น.ส.พนิดาชี้ว่านี่คือหลักฐานว่ารัฐบาลและองคาพยพได้รับประโยชน์โดยตรงจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้อำนาจมหาศาลแก่กลุ่มคนเดิมๆ

พนิดา ซัดรัฐบาลเมินประชามติ 21.6 ล้านเสียง ชี้กลุ่มประโยชน์ทับซ้อน

น.ส.พนิดาวิเคราะห์โครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว โดยยกตัวอย่างกลุ่มที่ได้ประโยชน์:

  • สว.และองค์กรตรวจสอบ: สว.ที่มาจากเครือข่ายเดียวกันเลือกศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ทำให้ตรวจสอบกันเอง
  • กกต.: จัดการเลือกตั้งแบบไม่โปร่งใส แต่ไม่สามารถถอดถอนได้เพราะรัฐธรรมนูญไม่ให้ประชาชนมีอำนาจ
  • สตง.: มีอำนาจตรวจเงินแผ่นดินแต่ไม่รับผิดชอบเหตุตึกถล่ม ตรวจสอบกันเองไม่ได้ผล
  • ศาลรัฐธรรมนูญ: 9 ตุลาการตัดสินยุบพรรค ตัดสิทธินักการเมืองที่มาจากเลือกตั้ง ขณะปกป้องคณะรัฐประหาร
  • รัฐบาล: กำหนดบริการสาธารณะเอง ประชาชนเหลือแค่รอรับ ไม่มีสิทธิเรียกร้องเต็มที่

ทั้งหมดนี้เป็น “คนสีเดียวกัน” ที่ไม่ฟังเสียงประชาชน ชอบขัดหลักการ และเมินความเห็นสาธารณะ นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลเมินประชามติ 21.6 ล้านเสียง

พรรคประชาชนเดินหน้าเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา

ไม่รอรัฐบาล พรรคประชาชนลงมือทันที นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เสนอร่างแก้ไขรายมาตราแล้ว โดยมุ่งที่มา อำนาจ และการถอดถอนองค์กรอิสระ หลังกกต.จัดการเลือกตั้งจนดัชนีโปร่งใสตกต่ำ น.ส.พนิดาขอเชิญชวน ส.ส.ที่เคยเห็นด้วยให้โหวตสนับสนุน

นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงอนาคตรัฐธรรมนูญ จะดึงร่างเดิมกลับมาพิจารณาภายิน 60 วัน? ครม.จะเสนอร่างใหม่ประกบร่างพรรคเพื่อไทยหรือไม่? ท้าทายให้รัฐบาลกล้าขึ้นมาชี้แจงว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะมีเนื้อหาอย่างไร

ความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญไทย

รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจคสช. ทำให้การเมืองไทยติดขัด การแก้ไขรายมาตราเป็นทางออกที่เป็นไปได้ โดยไม่ต้องรอร่างใหญ่ทั้งฉบับ ช่วยลดจุดอ่อนเรื่ององค์กรอิสระที่ล้นอำนาจ เปิดทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น หากรัฐบาลยังเมิน จะยิ่งเสียความน่าเชื่อถือ

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ประชามติ 21.6 ล้านเสียงคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน รัฐบาลควรรับฟังและลงมือทำทันที มิเช่นนั้นพรรคฝ่ายค้านอย่างประชาชนจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเอง

CTA: คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่กันเถอะ!

ที่มา – “พนิดา” ซัดรัฐบาลเมินประชามติ 21.6 ล้านเสียง ลั่นปชน.เดินหน้าเสนอร่างแก้ไขรายมาตรา

ที่ปรึกษานำตรวจสอบความวุ่นวาย Old Firm

ที่ปรึกษานำตรวจสอบความวุ่นวาย Old Firm คือข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ช่วงนี้ โดย Mark Blackbourne ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ赛事กีฬาจะเป็นหัวหน้าทีมตรวจสอบของ Scottish FA (สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์) เกี่ยวกับเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นหลังเกม Scottish Cup รอบรองชนะเลิศ (quarter-final) ระหว่าง Rangers และ Celtic เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เกมนี้จบลงด้วยการเสมอ 0-0 หลังต่อเวลาพิเศษ และเซลติกชนะจุดโทษ ส่งผลให้เกิดภาพน่าเกลียดเมื่อแฟนบอลบุกสนาม Ibrox ทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ นี่เป็นการพบกันครั้งที่สองติดต่อกันของสองทีมยักษ์ใหญ่ที่ Ibrox ในทุกรายการ แต่ครั้งนี้มีแฟนเซลติกมากกว่าเดิมมาก เพราะกฎ Scottish Cup ให้โควต้าตั๋วเซลติกเกือบ 7,500 ที่นั่ง หรือทั้งยืนทั้งอัฒจันทร์ เทียบกับเกมลีกก่อนหน้าที่มีแค่ 2,500 คน

ที่ปรึกษานำตรวจสอบความวุ่นวาย Old Firm เริ่มต้นอย่างไร

การตรวจสอบนี้เริ่มต้นหลังการประชุมระหว่าง Mark Blackbourne สโมสรทั้งสอง ตำรวจนครบาลสกอตแลนด์ และ SFA โดยณ วันที่ 30 มีนาคม มีผู้ถูกจับกุมรวม 13 รายจากเหตุการณ์นี้ และทั้งสองทีมยังมีนัดพบกันอีกครั้งในพรีเมียร์ลีกที่ Celtic Park วันที่ 10 พฤษภาคมนี้

SFA อธิบายว่า Mark Blackbourne เป็นที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ยาวนานในการจัดการแมตช์ใหญ่ระดับสโมสรและทีมชาติภายใต้ UEFA และ FIFA เขาจะตรวจสอบทุกอย่างตั้งแต่ก่อนเกม ระหว่างเกม และหลังเกม ทั้งในสนาม Ibrox และพื้นที่รอบๆ เพื่อหาข้อเท็จจริง คำนวณบทเรียน และให้คำแนะนำป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในเกมเสี่ยงสูงอื่นๆ

ประวัติความวุ่นวายโอลด์เฟิร์มและบทบาทที่ปรึกษานำตรวจสอบความวุ่นวาย Old Firm

โอลด์เฟิร์ม หรือการแข่งขันระหว่าง Rangers กับ Celtic เป็นหนึ่งในเดอร์บี้ที่ดุเดือดที่สุดในโลกฟุตบอล มีประวัติความรุนแรงจากแฟนบอลมานับไม่ถ้วน ตั้งแต่การปะทะกันนอกสนาม ยุยง racism ไปจนถึงบุกสนามแบบล่าสุด เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ SFA หวังว่าการตรวจสอบโดยที่ปรึกษานำตรวจสอบความวุ่นวาย Old Firm จะนำไปสู่มาตรการเข้มงวดกว่าเดิม เช่น เพิ่มกำลังตำรวจ ควบคุมโควต้าแฟนเยือน หรือปรับปรุงระบบความปลอดภัย

  • จำนวนผู้ถูกจับ: 13 ราย ณ 30 มี.ค.
  • แฟนเซลติก: เกือบ 7,500 คน ในเกมคัพ
  • เกมลีกก่อนหน้า: 2,500 คน เสมอ 2-2
  • นัดต่อไป: 10 พ.ค. ที่ Celtic Park

นอกจากนี้ ยังมีข่าวเกี่ยวข้อง เช่น การจับกุมเพิ่มอีก 2 ราย สโมสรทั้งสองออกแถลง反应 และหัวหน้าตำรวจวิจารณ์ทั้ง Rangers Celtic ที่ควบคุมแฟนไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นปัญหาโครงสร้างที่ต้องแก้ไข

ในมุมกว้าง โอลด์เฟิร์มไม่ใช่แค่เกมฟุตบอล แต่เป็นสงครามวัฒนธรรมระหว่างโปรเตสแตนต์ (Rangers) และคาทอลิก (Celtic) ในสกอตแลนด์ ทำให้อารมณ์แฟนร้อนแรงเสมอ การมีที่ปรึกษานำตรวจสอบความวุ่นวาย Old Firm จึงสำคัญมาก เพื่อรักษาความปลอดภัยและภาพลักษณ์ฟุตบอลสกอตแลนด์

สำหรับแฟนบอลไทยที่ชื่นชอบพรีเมียร์ลีกสกอตติช ควรติดตามผลการตรวจสอบนี้ เพราะอาจกระทบตารางและบรรยากาศนัดต่อไป หากคุณมีประสบการณ์เดอร์บี้คลั่งในไทย ลองแชร์ในคอมเมนต์ได้นะ

ความเห็นส่วนตัว: การตรวจสอบครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยน หาก SFA กล้าปรับใช้คำแนะนำจริงจัง ฟุตบอลโอลด์เฟิร์มจะสนุกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ชวนแฟนๆ ติดตามอัปเดตจากเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ