วัน: 10 เมษายน 2026

“ประเสริฐ” ยันผ่านตรวจคุณสมบัติ รมต. ไม่เกี่ยว MOU ป.ป.ช.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ“ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขึ้นชี้แจงอย่างชัดเจนในรัฐสภา หลังจากถูก ส.ส.ฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับ MOU สแกนม่านตาในสมัยเป็นรัฐมนตรีดีอี และเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก เพราะสะท้อนถึงความโปร่งใสของผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล

“ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 10 เมษายน 2567 ที่รัฐสภา นายประเสริฐได้ให้ข้อมูลอย่างละเอียด โดยยืนยันว่าตนเองผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี จึงไม่มีปัญหาใดๆ ในการดำรงตำแหน่ง นอกจากนี้ยังปัดข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ MOU สแกนม่านตาที่เชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมข้ามชาติจากแก๊งสแกมเมอร์ โดยชี้แจงว่า MOU ดังกล่าวเป็นความร่วมมือทางดิจิทัลเพื่อขยายเศรษฐกิจดิจิทัลเท่านั้น และการสแกนม่านตาเกิดขึ้นหลังลงนาม MOU แล้ว ตนไม่เคยมีส่วนรู้เห็นหรือรับผลประโยชน์ใดๆ

MOU นี้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายกฎหมายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อย่างครบถ้วน ไม่มีการผูกมัดให้ราชการเสียหาย ปัจจุบัน MOU ถูกยกเลิกไปแล้ว นายประเสริฐยังย้ำว่าไม่รู้จักกลุ่มบริษัทที่ลงนาม และการเข้าพบ DSI เป็นเพียงในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา

ชี้แจงกรณี MOU สแกนม่านตาและ ป.ป.ช. อย่างละเอียด

สำหรับประเด็นที่ ส.ส. รังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วง โดยชี้ว่ามีข่าวส่งเรื่อง ป.ป.ช. แล้ว และสงสัยว่าทำไมนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดีอีคนปัจจุบันถึงยกเลิก MOU และสแกนม่านตาไปพร้อมกัน นายประเสริฐตอบว่า ตนไม่เคยถูก ป.ป.ช. กล่าวหาในชั้นใดๆ และเรื่องที่นายไชยชนกตัดสินใจนั้น ต้องไปถามนายไชยชนกเอง ตนไม่สามารถตอบแทนได้ การชี้แจงนี้ช่วยคลายข้อกังขาได้มาก

  • ผ่านการสกรีนคุณสมบัติครบถ้วน: จากหลายหน่วยงานรัฐ
  • ไม่เกี่ยวข้องกับสแกนม่านตา: เกิดหลัง MOU และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของข้อตกลง
  • MOU ถูกยกเลิกแล้ว: ไม่มีผลผูกพัน
  • ไม่รับผลประโยชน์: ไม่รู้จักคู่สัญญา
  • สถานะกับ DSI: พยานไม่ใช่ผู้ต้องหา

ประเด็นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีประเสริฐเตรียมข้อมูลมาดี และตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่โปร่งใส คำถามสำคัญคือ ในระบบการเมืองไทย ป.ป.ช. มีบทบาทอย่างไรในการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินและพฤติกรรมของนักการเมือง หากมีมูลก็จะชี้มูลความผิด แต่ในกรณีนี้ยังไม่มีข้อกล่าวหาชัดเจน

นอกจากนี้ MOU สแกนม่านตายังเชื่อมโยงกับปัญหาสแกมออนไลน์ที่กำลังรุนแรงในไทย การร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกอย่างสแกนม่านตาเพื่อยืนยันตัวตน เป็นแนวทางที่หลายประเทศใช้ป้องกันอาชญากรรม แต่กรณีนี้ถูกตั้งคำถามเพราะคู่กรณีมีประวัติไม่ดี สุดท้ายการยกเลิก MOU ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

มุมมองต่อเหตุการณ์นี้

“ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช. เป็นการชี้แจงที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลใหม่ให้ดูมั่นคงยิ่งขึ้น ในยุคที่ประชาชนเรียกร้องความโปร่งใสสูง การตอบคำถามในสภาแบบนี้เป็นสิ่งที่ควรชื่นชม หากฝ่ายค้านมีข้อมูลเพิ่มเติม ก็ควรนำเสนออย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

คุณคิดอย่างไรกับการชี้แจงครั้งนี้? มันคลายกังวลได้หรือยัง? มาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช.

“อรรถวิชช์” แฉยับวิกฤตน้ำมัน จับพิรุธกักตุน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับประเด็นร้อนแรงที่กำลังเป็นกระแส “อรรถวิชช์ แฉยับวิกฤตน้ำมัน” นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกมาแฉแบบจัดเต็มในที่ประชุมอภิปรายนโยบายพลังงานของรัฐบาล วันที่ 10 เมษายน 2569 ชี้ให้เห็นปัญหาวิกฤตราคาน้ำมันที่ประชาชนอย่างเรากำลังเจอหนักๆ มันไม่ใช่แค่ราคาแพงธรรมดา แต่มีพิรุธซ่อนอยู่เพียบ โดยเฉพาะขบวนการกักตุนน้ำมันและโยกกำไรเข้าห้องกระเป๋าโรงกลั่นใหญ่ๆ ถ้าคุณกำลังบ่นว่ารถติดน้ำมันแพง มาฟังกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

อรรถวิชช์ แฉยับวิกฤตน้ำมัน จับพิรุธขบวนการกักตุน โยกกำไรเข้ากระเป๋าโรงกลั่น

คุณอรรถวิชช์ชำแหละโครงสร้างพลังงานไทยแบบละเอียดยิบ โดยบอกว่าวิกฤตนี้มาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ การกักตุน การขาดแคลน และ ราคาไม่เป็นธรรม อย่างรุนแรง โดยเฉพาะกรณีลดค่าการกลั่น 2 บาทต่อลิตรเมื่อ 9 เมษายน แต่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มไม่ลดสักเม็ด! เพราะปรับค่าการตลาดจาก 1.50 บาท พุ่งไป 10.50 บาทเลย เหมือน “เตะหมูเข้าปากหมา” โยกเงินจากช่องหนึ่งไปอีกช่อง เพื่อรักษากำไรให้กลุ่มทุนโรงกลั่น น้ำมันไทยยังอิงราคาตลาดสิงคโปร์ทั้งที่เป็นสต็อกเก่า ต้นทุนต่ำแท้ๆ

พิรุธการกักตุนน้ำมันนอกระบบ

ส่วนเรื่องกักตุน คุณอรรถวิชช์แฉข้อมูลเชิงลึกว่ามีผู้ประกอบการหัวหมอ ซุกน้ำมันไว้ในเรือหรือพื้นที่นอกระบบแถวชายฝั่งสุราษฎร์ธานี สงขลา ทำให้สต็อกในระบบไม่ตรงกับจริง เก็งกำไรส่วนต่างแบบชิลๆ รัฐบาลควรฟิกซ์ราคาน้ำมันปลายทางทั้งขายส่งขายปลีกทันที เพื่อตัดแรงจูงใจพวกนี้

  • ปัญหาหลัก 3 ข้อ:
  • การกักตุนน้ำมันนอกระบบ หลบเลี่ยงตรวจสอบ
  • ปรับค่าการตลาดทดแทนค่าการกลั่น โยกกำไรโรงกลั่น
  • ราคาอิงสิงคโปร์เก่า ไม่สะท้อนต้นทุนจริง ประชาชนจ่ายแพง

คุณอรรถวิชช์เสนอให้เก็บ “ภาษีลาภลอย (Windfall Tax)” ดึงกำไรเกินคืนสู่รัฐ นอกจากนี้ยังเตือนเรื่องขาดแคลนเดือนพฤษภาคม ถ้าช่องแคบฮอร์มุซปิด ต้องให้กระทรวงต่างประเทศเจรจาซื้อน้ำมันตรงจากอิหร่าน เหมือนอินเดียทำ และถ้ากู้เงินชดเชยโรงกลั่น ต้องชดเฉพาะต้นทุนจริง ห้ามรวมกำไรเด็ดขาด มิฉะนั้นประชาชนเสียภาษีฟรี

ข้อเสนอเด็ดขาดจากอรรถวิชช์

คุณอรรถวิชช์เคยประสาน รมว.พาณิชย์ให้ใช้กฎหมายราคาสินค้าและบริการคุมราคา แต่บอกไม่มีอำนาจ (ทั้งที่ทำได้นะ) หรือให้ครม.อนุมัติ ฝากความหวังนายกฯ อนุทิน และ รมว.พลังงาน ใช้ พ.ร.ก.แก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมัน กำหนดราคาขายปลีกชัดเจน เพื่ออยู่เคียงข้างประชาชนจริงๆ

ปัญหานี้กระทบทุกคนเลยครับ ไม่ว่าจะขับรถส่วนตัว ส่งของ หรือธุรกิจขนาดเล็ก ราคาน้ำมันแพงทำให้ค่าครองชีพพุ่ง ถ้ารัฐบาลไม่แก้เด็ดขาด วิกฤตจะยิ่งหนัก ในมุมผมเห็นด้วยสุดๆ กับที่คุณอรรถวิชช์แฉ เพราะมันคือการเอาเปรียบประชาชนชัดๆ ควรมีภาษีลาภลอยและฟิกซ์ราคาจริงจัง

คำแนะนำสำหรับคุณ: ตอนนี้ลองเช็คสต็อกน้ำมันใกล้บ้าน และสนับสนุนนโยบายที่เป็นธรรม ถ้าอยากช่วยผลักดัน แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้เลยครับ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณเจอปัญหาอะไรบ้าง เรามาช่วยกันกดดันรัฐบาลให้แก้ปัญหา “อรรถวิชช์ แฉยับวิกฤตน้ำมัน” ให้จบสวย!

ที่มา – “อรรถวิชช์” แฉยับวิกฤตน้ำมัน จับพิรุธขบวนการกักตุน โยกกำไรเข้ากระเป๋าโรงกลั่น

กวาร์ดิโอล่าอยากให้ซิลวาอยู่ต่อแมนซิตี้

กวาร์ดิโอล่าอยากให้ซิลวาอยู่ต่อแมนซิตี้

เปป กวาร์ดิโอลา อยากให้กัปตันทีม เบอร์นาร์โด ซิลวา "จบอาชีพ" กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ยืนยันว่าการตัดสินใจอยู่ที่ตัวนักเตะเอง

สัปดาห์ที่แล้ว ผู้ช่วยของซิตี้ เปป ลินเดอร์ส เคยบอกใบ้ว่าช่วง 9 ปีของซิลวากับทีมจะจบลงในซัมเมอร์นี้ โดยพูดว่า "ทุกเรื่องราวดีต้องมีจุดจบ"

สัญญาของดาวเตะวัย 31 ปี จะหมดลงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ และมีข่าวลือย้ายไป บาร์เซโลนา จ่าตารางลาลีกา, ยูเวนตุส ในเซเรีย อา และทีมในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์

แต่กวาร์ดิโอลา ชี้ว่าความหวังที่ซิลวาจะอยู่ต่อยังไม่หมด เพราะดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสยังไม่แจ้งการตัดสินใจอนาคต

กวาร์ดิโอล่าอยากให้ซิลวาอยู่ต่อแมนซิตี้

"ผมหงุดหงิดกับเบอร์นาร์โดมาก เพราะเดือนที่แล้วผมบอกว่า ‘ถ้าตัดสินใจแล้วต้องบอกผมเป็นคนแรกนะ’ แต่เขายังไม่บอกผมเลย" กวาร์ดิโอลากล่าว

"ผมคิดว่าต้องเป็นตัวเบอร์นาร์โดเองที่ตัดสินใจ ผมไม่รู้ว่าเขาตัดสินใจแล้วหรือยัง ผมพูดเล่นๆ ว่า ‘บอกผมสิ ผมสมควรรู้’ แต่เขาไม่บอก ผมเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

ลินเดอร์สให้ความเห็นหลังเกมที่ซิตี้ถล่ม ลิเวอร์พูล 4-0 ในรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว โดยกวาร์ดิโอลาโดนแบนข้างสนามไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้

"คุณไม่มีวันหานักเตะคนใหม่มาแทนแบบเดียวกันได้ เพราะไม่มีใครเหมือนเขา" ลินเดอร์สกล่าว

"แต่ทุกเรื่องราวดีต้องมีจุดจบ ผมหวังว่าเขาจะสนุกกับเดือนสุดท้ายๆ เหลือแค่ 6 สัปดาห์ และจากไปอย่างสวยงาม"

ซิลวา ย้ายจากโมนาโกมาร่วมทีมในปี 2017 และเพิ่งลงสนามนัดที่ 450 ในเกมคาราบาว คัพ ถล่ม อาร์เซนอล เมื่อเดือนที่แล้ว

ดาวเตะวัย 31 ปี ได้รับแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว หลังเควิน เดอ บรอยน์ ย้ายออก

เหตุผลที่กวาร์ดิโอล่าอยากให้ซิลวาอยู่ต่อแมนซิตี้

"เขาไม่ใช่คนที่ตัวสูงที่สุด แข็งแรงที่สุด หรือยิง 50 ประตูหรือแอสซิสต์ 50 ครั้งต่อฤดูกาล" กวาร์ดิโอลากล่าว

"พวกนี้คือคนที่โดดเด่นและทุกคนพูดถึง แต่จาก 9 ปีที่ผ่านมา ผมรู้จักเขาดี และรู้ว่าผู้จัดการทีมต้องการอะไรจากเขา"

"ทุกกุนซือจะบอกว่าชอบเขามาก เพราะเขาแข่งขันได้อย่างน่าทึ่ง มีไฟในตัวเสมอ ในช่วงเวลายากลำบากและเวทีใหญ่ เขาอยู่ตรงนั้นเสมอ"

"เขาเป็นการเซ็นสัญญาที่น่าทึ่งสำหรับเรา ผมรักสโมสรนี้ และกวาร์ดิโอล่าอยากให้ซิลวาอยู่ต่อแมนซิตี้ จบอาชีพที่นี่ แต่ผมไม่รู้ เขาจะตัดสินใจเอง"

แมนซิตี้จะหาใครมาแทนซิลวา?

  • ถ้าซิลวาจากไป ซิตี้ต้องหานักเตะที่แข่งขันได้เหมือนเขา ซึ่งยากมาก
  • จากประวัติ 9 ปี ซิลวาคือกำลังสำคัญในทุกรายการ
  • ข่าวลือบาร์ซา ยูเว่ MLS อาจดึงดูด แต่กวาร์ดิโอลายังหวัง

การจากไปของซิลวาจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับแมนซิตี้ โดยเฉพาะในยุคที่ทีมกำลังสร้างใหม่หลังเดอ บรอยน์ อย่างไรก็ตาม กวาร์ดิโอลาแสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อนักเตะเก่าแก่คนนี้ หากซิลวาตัดสินใจอยู่ต่อ จะเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ ปีศาจน้ำเงิน

ติดตามข่าว กวาร์ดิโอล่าอยากให้ซิลวาอยู่ต่อแมนซิตี้ และอัปเดตฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ไอซ์” เขย่าสภา บี้ “อนุทิน” โละ 3 รัฐมนตรีฉาว

วันนี้เรามาพูดถึงดราม่าร้อนฉ่าในสภา ที่ “ไอซ์” เขย่าสภางัด “ยาขับ-ยาหยอดตา” บี้ “อนุทิน” โละ 3 รัฐมนตรีฉาวออกก่อน กันเถอะครับ สถานการณ์ในรัฐสภาเดือดมาก เมื่อ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายรัฐบาลแบบไม่ยั้ง โดยหยิบประเด็นดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (CPI) ของไทยที่รั้งท้ายโลก แล้วเสนอ “ยาล้างอาย” สองขนานให้ “อนุทิน” ชาญวีรกูล นายกฯ นำไปใช้จัดการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทันที

“ไอซ์” เขย่าสภางัด “ยาขับ-ยาหยอดตา” บี้ “อนุทิน” โละ 3 รัฐมนตรีฉาวออกก่อน

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ไอซ์เปิดเพลงโหมโรงด้วยการวิจารณ์นโยบายรัฐบาลที่ทำให้ไทยถูกมองว่าคอร์รัปชันสูง เธอเสนอ ยาขับรัฐมนตรี ขนานแรก เพื่อขับไล่คนที่มีข่าวฉาวออกจากครม. ก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนมองในแง่ลบ โดยชี้เป้า 3 รัฐมนตรีกระสุนตก ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสุชาติ ชมกลิ่น และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

ยาขับรัฐมนตรี: ไอซ์ชี้ 3 รัฐมนตรีฉาวที่ต้องโละก่อน

  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กรณีจัดซื้อเครื่องบิน “นายเบน สมิท” ที่ตัวเองยอมรับว่าถ้ารู้ก่อนคงไม่ซื้อ ไอซ์เรียกร้องให้ ป.ป.ง. เข้าตรวจสอบด่วน
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ คดี “เบอร์รี่เลือด” ในฟินแลนด์ ที่ DSI-อัยการกล่าวหาและส่ง ป.ป.ช. แล้วกว่า 2 ปี แต่คดีนิ่งสนิท
  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคมนาคม เจ้าของปั๊มน้ำมันรายใหญ่มาดูแลนโยบายพลังงาน ประชาชนสงสัยว่าบริษัทตัวเองได้ประโยชน์หรือไม่ แม้จะอ้างบริสุทธิ์

ไอซ์บอกว่าต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน อย่ามานั่งเก้าอี้ครม. ให้คนตั้งคำถาม นี่คือยาขับที่รัฐบาลควรใช้ทันทีเพื่อล้างภาพไม่ดี

ยาหยอดตา: เปิดโปงเครือข่ายรับงานรัฐมหาศาล

ส่วน ยาหยอดตา ขนานที่สอง เพื่อให้รัฐบาลตาสว่าง ไอซ์หยิบข้อมูลบริษัทใกล้ชิดรัฐมนตรีที่รับงานรัฐเพียบ เช่น หจก.ไทยเจริญ ของญาตินายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยคมนาคม ได้งาน 74 โครงการ มูลค่า 4,500 ล้านบาท ส่วนเครือข่ายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ บริษัทสามี-ลูกสาว ได้งานรวมกว่า 142 + 78 โครงการ มูลค่าเกือบ 3,300 ล้านบาท

ที่เด็ดสุด ไอซ์ฉาย QR Code ให้ ส.ส. สแกนดูข้อมูล หจก.ไทยเจริญได้งานตัดถนนศรีสะเกษ (ฐานภูมิใจไทย) จากกรมโยธาฯ กระทรวงมหาดไทยที่อนุทินดูแล การประมูลดูเหมือนแข่งกันเองในกลุ่มคนพรรค ไอซ์ไม่ได้กล่าวหา แต่บอกให้ประชาชนตัดสินเอง คำที่ผุดขึ้นคือ “รวย” แข่งบุญแข่งวาสนาได้ แต่แข่งประมูลกับภูมิใจไทย อย่าเลยดีกว่า

การอภิปรายนี้ทำให้สภาลุกเป็นไฟ สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในรัฐบาลที่คนไทยกังวลมานาน ถ้ารัฐบาลไม่โละคนฉาวออก CPI ไทยคงไม่ขยับ การเมืองไทยต้องโปร่งใสกว่านี้เพื่ออนาคตชาติ

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? คิดว่ารัฐบาลควรใช้ “ยาขับ-ยาหยอดตา” หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่นะครับ

ที่มา – “ไอซ์” เขย่าสภางัด “ยาขับ-ยาหยอดตา” บี้ “อนุทิน” โละ 3 รัฐมนตรีฉาวออกก่อน

พรีเมียร์ลีกต้องปกป้องทีมที่ลงเล่นในยุโรป – เปเรรา

พรีเมียร์ลีกต้องปกป้องทีมที่ลงเล่นในยุโรป – เปเรรา

วิทอร์ เปเรรา กุนโดทีมน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ออกมาเรียกร้องให้พรีเมียร์ลีกช่วยปกป้องสโมสรที่ต้องลงสนามในรายการยุโรป โดยเสนอให้ปรับตารางการแข่งขันให้เหมาะสมมากขึ้น เพื่อให้ทีมเหล่านี้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่านี้

ฟอเรสต์เพิ่งเสมอเกมแรกนัดรองรองชนะเลิศยูโรปาลีกกับปอร์โต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และต้องรับมือกับคู่ปรับร่วมรายการแอสตัน วิลล่า ในพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้ (14:00 BST) ส่วนคู่แข่งอย่างปอร์โต จะลงเล่นกับเอสโตริล พรายา ในลีกโปรตุเกสช่วงเย็นวันเดียวกัน ก่อนกลับมาเตะนัดสองที่ซิตี้ กราวด์วันพฤหัสหน้า ลีกโปรตุเกสได้ปรับตารางให้ทีมที่ลงยุโรปในฤดูกาลนี้แล้ว

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ร้องขอให้ลีกเอิงเลื่อนเกมกับเลนส์ก่อนนัดแรก 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่เจอลิเวอร์พูลเมื่อวันอังคาร และพวกเขาก็ชนะมาได้ พีเอสจีบอกว่าการเลื่อนช่วยให้เตรียมทีมได้ดีที่สุดสำหรับนัดสำคัญ

“พรีเมียร์ลีกต้องปกป้องทีมที่ลงเล่นในยุโรป ถ้าทำแบบนั้น ทีมอังกฤษจะได้แชมป์เพิ่มแน่นอน” เปเรรา กล่าว “ดูพีเอสจีสิ ลีกฝรั่งเศสเลื่อนเกม 4 นัดก่อนหน้าเพื่อให้พวกเขาลงแข่งลีกและแชมเปียนส์ลีกได้เต็มที่ นี่คือสิ่งที่เราต้องคิดตาม”

พรีเมียร์ลีกต้องปกป้องทีมที่ลงเล่นในยุโรป – เปเรรา

เปเรรายังเสริมว่า “บางครั้งเราต้องปกป้องสโมสร ให้โอกาสชนะแชมป์มากขึ้น โดยเฉพาะทีมที่ลงยูโรปาลีก คอนเฟอเรนซ์ลีก และแชมเปียนส์ลีก การมีเวลาพักแค่วันเดียวหลังเกมยุโรป มันสำคัญมากต่อผลงาน”

ตารางพรีเมียร์ลีกกำหนดโดยลีกและพันธมิตรทีวีอย่างสกาย สปอร์ตส์ และทีเอ็นที สปอร์ตส์ ซึ่งเลือกแมตช์ถ่ายทอด ลีกจะวางตารางหลักก่อน แล้วปรับตามผลงานในยุโรป

ทำไมพรีเมียร์ลีกต้องปกป้องทีมที่ลงเล่นในยุโรป

ในฤดูกาลนี้ ทีมอังกฤษทำผลงานดีในยุโรป แต่ตารางแน่นทำให้ผู้เล่นเหนื่อยล้า อย่างฟอเรสต์ที่ต้องลุยทั้งลีกและยูโรปา ถ้าพรีเมียร์ลีกเลื่อนเกมให้เหมือนลีกอื่น ทีมจะมีเวลาฟื้นตัว สร้างสรรค์แท็คติกได้ดีกว่า นำไปสู่ชัยชนะมากขึ้น

เปเรรา ซึ่งเพิ่งเข้ามาคุมฟอเรสต์ มีประสบการณ์จากลีกโปรตุเกสและตุรกี เขาเข้าใจปัญหานี้ดี และเชื่อว่าการปรับตารางจะช่วยให้พรีเมียร์ลีกครองยุโรปได้ยาวๆ

  • น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์: กำลังลุ้นทั้งลีกและยูโรปา
  • ยูโรปาลีก: รายการที่ฟอเรสต์ไปไกล
  • พรีเมียร์ลีก: ตารางโหดที่สุดในโลก
  • ฟุตบอล: กีฬาที่ต้องการการพักผ่อน

แฟนบอลหลายคนเห็นด้วยกับเปเรรา โดยเฉพาะหลังเห็นทีมอย่างลิเวอร์พูลและวิลล่าต้องลุยหนัก นี่คือโอกาสให้พรีเมียร์ลีกปรับปรุง เพื่อแข่งขันกับลีกใหญ่ได้สูสี

สุดท้ายแล้ว การปกป้องทีมยุโรปไม่ใช่แค่ช่วยสโมสร แต่ช่วยชื่อเสียงพรีเมียร์ลีกด้วย คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่างว่าควรปรับตารางยังไงบ้าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

แฟนพรีเมียร์ลีกรู้สึกอย่างไร ผลสำรวจล่าสุด

แฟนพรีเมียร์ลีกรู้สึกอย่างไร ผลสำรวจล่าสุด

พรีเมียร์ลีกกลับมาลุยต่อหลังพักไป 3 สัปดาห์ และตอนนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลแล้ว เราจึงชวนแฟนบอลทุกทีมมาบอกความรู้สึกกัน! แฟนพรีเมียร์ลีกรู้สึกอย่างไร ในตอนนี้? BBC Sport ได้ทำแบบสำรวจผ่านเพจสโมสรแต่ละทีม และผลออกมาน่าสนใจมาก

อาร์เซนอลที่นำจ่าฝูง แฟนบอลกว่า 50% รู้สึกมองโลกในแง่ดี แต่ก็ยังมีบางส่วนเตรียมใจไว้สำหรับความผิดหวัง ส่วนท็อตแนมที่อยู่ท้ายตาราง แฟนๆ ส่วนใหญ่โกรธแค้นสุดๆ ขณะที่แฟนวูล์ฟส์少数กลุ่มยังมีความหวังว่าทีมกำลังพัฒนา และที่เมอร์ซีย์ไซด์ ลิเวอร์พูลแชมป์เก่าปีที่แล้ว แฟนบอลผสมโรงระหว่างกลัวกับหงุดหงิด

แฟนพรีเมียร์ลีกรู้สึกอย่างไร ในแต่ละทีม?

เราถามคำถามเดียวกันกับแฟนทุกทีมผ่าน BBC Sport club page ผลลัพธ์เผยให้เห็นอารมณ์หลากหลายตามสถานการณ์ทีม มาดูกันแบบละเอียด

ทีมหัวตาราง: ความหวังสูงลิ่ว

  • อาร์เซนอล: 乐观 55% มั่นใจแชมป์ แต่ 20% กลัวพังท้ายฤดูกาล
  • แมนฯ ซิตี้: สงบเยือกเย็น 70% เชื่อมั่นเป๊ป
  • ลิเวอร์พูล: กลัว 40% หงุดหงิด 30% จากฟอร์มผันผวน

ทีมท้ายตาราง: ความโกรธและหวังลางๆ

  • ท็อตแนม: โกรธ 60% รู้สึกผิดหวังกับผู้บริหาร
  • วูล์ฟส์: หวัง 25% เชื่อว่ากำลังสร้างฐาน
  • เบิร์นลีย์: ท้อแท้ 50% แต่ยังสู้เพื่ออยู่รอด

นอกจากนี้ แฟนแอสตัน วิลล่ามีความตื่นเต้นกับการลุ้นท็อปโฟร์ ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดยังงงกับฟอร์มทีม แฟนพรีเมียร์ลีกรู้สึกอย่างไร ก็สะท้อนสถานการณ์จริงๆ ของแต่ละสโมสร ฤดูกาลนี้ดราม่าจริง!

คุณยังสามารถโหวตได้ที่แบบสำรวจด้านล่าง หรือกด ‘skip’ เพื่อดูผล แล้วมาคอมเมนต์บอกเราว่าแฟนทีมไหนอารมณ์ไหนมากสุด

[ที่นี้คือแบบสำรวจสำหรับแต่ละทีม]

อยากอัพเดทข่าวสารทีมโปรด? คลิกชื่อทีมด้านล่างแล้วกด follow เลย!

สรุปคือ แฟนพรีเมียร์ลีกรู้สึกอย่างไร ก็ขึ้นกับผลงานทีมล้วนๆ แต่สิ่งที่ชัดคือทุกคนยังรักทีมตัวเองสุดหัวใจ! คุณล่ะรู้สึกยังไงกับทีมโปรด? มาคอมเมนต์แชร์กันด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวพรีเมียร์ลีกต่อไป

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมาย

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่ยังคงเป็นแผลในใจของหลายๆ คนกันนะครับ ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมายหยุดอายุความคดีฆ่าประชาชน เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อ 10 เมษายน 2553 ยังคงเป็นบทเรียนราคาแพงของสังคมไทย ที่ทำให้เราต้องถามตัวเองว่า ‘ความยุติธรรมอยู่ไหน?’ พรรคประชาชนนำโดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้จัดงานรำลึกที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว เพื่อยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบง่ายๆ โดยเฉพาะในโค้งสุดท้ายก่อนคดีหมดอายุความอีก 4 ปีข้างหน้า

ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมายหยุดอายุความคดีฆ่าประชาชน

นายพิจารณ์ กรรมการบริหารพรรค ย้ำชัดว่าการใช้อำนาจรัฐเข่นฆ่าประชาชนในปีนั้น หากไม่หาผู้กระทำผิดมาลงโทษ ก็จะเกิดซ้ำรอยได้ทุกเมื่อ พรรคประชาชนเลยชูธงร่างกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ เพื่อหยุดวงจรนี้ ไม่ให้ผู้มีอำนาจลอยนวลพ้นผิดอีกต่อไป

ร่างกฎหมายสำคัญที่พรรคประชาชนเสนอ

  • ร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95: หยุดนับอายุความ ถ้าผู้สั่งการหรือเจ้าหน้าที่รัฐหลบหนี ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะได้ไม่รอให้เวลาล้างความผิด
  • ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร: คดีที่ทหารทำผิดต่อประชาชน ต้องขึ้นศาลพลเรือน ไม่ใช่ศาลทหารที่อาจเข้าข้างกันเอง
  • ร่างแก้ไข พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง: คืนสิทธิประชาชนฟ้องผู้มีอำนาจสั่งการได้ตรงๆ ที่ศาลอาญา โดยไม่ต้องผ่านองค์กรอิสระที่อาจไม่เป็นกลาง

ส่วนนายวิโรจน์ รองหัวหน้าพรรค พูดแบบแซ่บๆ ถึงวัฒนธรรม ‘ลอยนวลพ้นผิด’ (Impunity) ว่าผู้ต้องหาเหล่านี้ใช้ชีวิตสบายๆ เหมือนมีเกราะคุ้มครองจากอำนาจ เขายังหยิบยก ‘ผังล้มเจ้ากำมะลอ’ ที่ผู้จัดทำยอมรับในศาลว่าแต่งขึ้นเอง เพื่อปลุกปั่นให้เจ้าหน้าที่มองประชาชนเป็นศัตรู จนยิงได้อย่างเลือดเย็น

‘การทวงความยุติธรรมไม่ใช่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่เป็นการสร้างบทเรียนให้ผู้มีอำนาจรู้ว่า ต่อให้ใครสั่งจากหลังม่าน ปลายกระบอกปืนจะกลับมาลงโทษผู้กระทำผิดเสมอ’ คำพูดนี้โดนใจมากใช่มั้ยครับ? นายวิโรจน์ยังบอกว่าการผลักดันกฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย พรรคมีแค่ 120 เสียง ไม่พอผ่านสภา จึงขอเพื่อนพรรคประชาธิปไตยอื่นๆ มาร่วม เพื่อให้ทหารผิดพลเรือนขึ้นศาลปกติ คดีทุจริตขึ้นศาลอาญาทุจริต หยุดระบบรุ่นพี่รุ่นน้องปกป้องคนผิด และป้องกันไม่ให้อาวุธจากภาษีอีกรู้มาฆ่าประชาชน เหมือน 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภา 35 หรือ 53

เหตุการณ์ ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมายหยุดอายุความคดีฆ่าประชาชน นี้ ไม่ใช่แค่รำลึก แต่เป็นการจุดประกายให้สังคมตื่นตัว ถ้าเราไม่ทำตอนนี้ คดีจะสูญหายไปกับเวลา และประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีก ลองนึกภาพนะครับ ถ้ากฎหมายใหม่ผ่าน ผู้มีอำนาจจะกลัวการใช้อำนาจเกินขอบเขตมากขึ้น นี่คือก้าวสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องการเมืองไทย การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมแบบนี้สำคัญมาก คุณเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมคดีใหญ่ๆ ถึงจบง่ายๆ? มาร่วมแสดงความเห็นกันครับ ว่าควรสนับสนุนร่างกฎหมายเหล่านี้หรือไม่ หรือมีไอเดียอะไรเพิ่มเติมบ้าง สังคมไทยต้องการเสียงของคุณเพื่อเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมายหยุดอายุความคดีฆ่าประชาชน

ประตูตัวเองของ Fernandes เลวร้ายที่สุดหรือไม่

ประตูตัวเองของ Fernandes เลวร้ายที่สุดหรือไม่

แนวรับปอร์โต Martim Fernandes ตกเป็นข่าวใหญ่ด้วยเหตุผลไม่ดีในนัดยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ เลกแรกกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ หลังทำประตูตัวเองสุดแปลกประหลาด

Fernandes วัย 20 ปี เตะบอลคืนหลังพลาดจากระยะ 45 หลา หลุดพ้น Diogo Costa นายทวารตัวเอง ทำให้เสมอ 1-1 ในเลกแรก

ที่แย่กว่านั้นคือ นักเตะโปรตุเกสคนนี้บาดเจ็บไม่กี่นาทีต่อมาและต้องถูกเปลี่ยนตัวออก

แต่ ประตูตัวเองของ Fernandes เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์หรือไม่? มาดูประตูตัวเอง (OG) ชื่อดังที่สุดในวงการฟุตบอลกัน

ลี ดิกซอน vs คอเวนทรี (1991)

อดีตแนวรับอาร์เซนอล ลี ดิกซอน และผู้รักษาประตูเดวิด ซีแมน คือส่วนหนึ่งของแนวรับสุดแกร่งในยุค 90s และต้น 2000s และทั้งคู่ยังติดทีมชาติอังกฤษ

แนวรับอาร์เซนอลแข็งแกร่งจนแฟนๆ ร้อง “1-0 to the Arsenal” เป็นประจำ

แต่ปี 1991 ในนัดเจอคอเวนทรีที่ไฮบิวรี ดิกซอนเตะบอลยาวคืนซีแมน แต่ทั้งคู่ไม่ลงรอยกัน บอลลอยข้ามหัวนายทวารเข้าประตูไป ทำให้แนวรับขวาคนนี้ไม่เหลือโอกาสให้เพื่อน

เหตุการณ์นี้กลายเป็นตำนานที่แฟนฟุตบอลยังพูดถึง เพราะแสดงให้เห็นว่าทีมใหญ่ก็พลาดได้

เจมี่ พอลล็อค vs คิวพีอาร์ (1998)

สุดสัปดาห์ก่อนสุดท้ายของซีซั่น 1997-98 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รับคิวพีอาร์ โดยต้องการแต้มเพื่อรอดตกชั้นสู่ลีกรอง

แต่เจมี่ พอลล็อค ทำคล้ายพอล แกสคอยน์ในยูโร 96 แต่เป็นฝั่งตรงข้าม เขากระดกบอลครอสของคิวพีอาร์ขึ้นฟ้า แล้วโหม่งอย่างสวยงามข้ามมาร์ติน มาร์เก็ตสัน เข้าประตู ทำให้คู่แข่งนำ 2-1

ซิตี้ตามเจ๊า 2-2 และชนะสโต๊ค 5-2 นัดสุดท้าย แต่ยังตกชั้นด้วยประตูต่าง เพียงคะแนนเดียว นี่คือโศกนาฏกรรมที่เปลี่ยนชะตาทีม

ประตูตัวเองของ Fernandes ยังสู้ได้หรือไม่?

เมื่อเทียบกับพอลล็อค ที่ทำให้ทีมรอดไม่ได้ Fernandes อาจไม่เลวร้ายขนาดนั้น แต่ความบังเอิญยังน่าจดจำ

ฟรองค์ เควดรู vs บาสเตีย (2001)

ฟรองค์ เควดรู ลงเล่นในอังกฤษ 9 ปีกับมิดเดิลสโบรช์, ฟูแล่ม ฯลฯ แต่ก่อนย้ายจากเลนส์ปี 2001 เขาทำ OG สุดไอคอนิก

ในลีกเอิง vs บาสเตีย แนวซ้ายวอลเลย์เคลียร์จาก 30 หลา แต่ลูกยิงสวยผิดทิศ ลอยข้ามนายทวารตัวเอง

สำหรับแนวรับที่ยิงแค่ 28 ประตูตลอดอาชีพ นี่คือ “ลูกยิงที่ดีที่สุด” แต่เข้าประตูผิดด้าน!

คริส บรัส vs ดาร์ลิงตัน (2006)

ดาร์ลิงตันหวังเพลย์ออฟ ลีกทู ในนัดvs เบอรี่ ได้ประตูฟรีจากคริส บรัส

บรัสเคลียร์ แต่บอลชนหน้าตัวเองแล้วกลิ้งผ่านคาสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายทวารเยาวชน

ข่าวดีคือ อุบัติเหตุนี้ช่วยให้ไม่ต้องผ่าจมูกที่หักก่อนหน้าเพราะแรงกระแทกหนัก ทีมเบอรี่พลิกชนะ 3-2 รอดตกชั้น ดาร์ลิงตันพลาดเพลย์ออฟ

อาลิสซอน คาสเซียโน vs โนโวริซอนติโน (2024)

บราซิลขึ้นชื่อฟุตบอลสวยงาม แต่ Alisson Cassiano ไม่ต้องการถูกจดจำจาก OG สวยๆ

ในลีกรอง คาสเซียโน ทำ OG โดยไม่ให้โนโวริซอนติโนแตะบอล จากkick-off สปอร์ต เรซีฟี่ วนบอล 18 วินาที แล้วคาสเซียโน กลิ้งบอลคืน แต่ผู้รักษาประตูยืนข้างๆ บนกรอบเขตโทษ บอลข้ามเส้น

นี่คือ OG ที่สวยงามและน่าอายที่สุด

คุณเคยเห็นประตูตัวเองที่เลวร้ายกว่านี้ไหม? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง!

จากทั้งหมด ประตูตัวเองของ Fernandes อาจไม่ใช่เลวร้ายที่สุด แต่ติดท็อปชาร์ตแน่นอนด้วยระยะไกลและบาดเจ็บตามมา มันเตือนว่าแม้โปร แต่ฟุตบอลมีเซอร์ไพรส์เสมอ คุณคิดว่าไหนแย่สุด? แสดงความเห็นและติดตามข่าวฟุตบอลเพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

แจ้งความเอาผิด ขบวนการฮุบป่า “เขาปากเตรียม”

ข่าวร้อนในวงการสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนกำลังจับตา นั่นคือ แจ้งความเอาผิด ขบวนการฮุบป่า “เขาปากเตรียม” ซึ่งคาดว่ามีการเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพลด้วย กรมป่าไม้ภายใต้นำของ “บิ๊กกบ” หรือ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ได้นำทีมบุกยึดไม้เถื่อนเกือบ 500 ท่อน และแฉขบวนการออกเอกสาร น.ส.3 ก. โดยมิชอบถึง 105 ฉบับ ครอบคลุมพื้นที่ป่ากว่า 3,000 ไร่ในจังหวัดระนอง มูลค่าความเสียหายทะลุ 200 ล้านบาท! เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ถือเป็นการตีปีกหนักเพื่อปกป้องป่าไม้ของชาติ

แจ้งความเอาผิด ขบวนการฮุบป่า “เขาปากเตรียม”

การแจ้งความครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สั่งการให้กรมป่าไม้ลงมือทันที พล.ต.ต.นันทชาติ พร้อมนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ได้เข้าพบ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อส่งมอบพยานหลักฐานสุดแกร่ง ทั้งไม้ท่อนยาวกว่า 450-500 ท่อน ปริมาตรรวม 490 ลูกบาศก์เมตร ในเขตป่าเขาปากเตรียม-อ่าวจาก จังหวัดระนอง นอกจากนี้ยังขยายผลไปถึงเอกสารสิทธิ์ที่ออกผิดกฎหมายอีกเพียบ

รายละเอียดการบุกรุกและยึดไม้เถื่อน

พื้นที่เขาปากเตรียมเป็นป่าดงดิบสมบูรณ์ มีต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เช่น ต้นตะเคียนอายุกว่า 100 ปี แต่กลับถูกบุกรุกทำลายไปกว่า 2,000 ไร่ ขบวนการนี้ใช้เอกสาร น.ส.3 ก. ที่ออกในช่วงปี 2532-2553 รวม 105 ฉบับ เพื่อครอบครองที่ดุผิดกฎหมาย กรมป่าไม้เตรียมเพิกถอนเอกสารทั้งหมด และฟ้องทั้งคดีอาญาและแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย

  • ยึดไม้เถื่อน: เกือบ 500 ท่อน ปริมาตร 490 ลบ.ม.
  • เอกสารผิดกฎหมาย: น.ส.3 ก. 105 ฉบับ พื้นที่ 3,000 ไร่
  • ความเสียหาย: กว่า 200 ล้านบาท
  • ผู้ต้องหา: ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีอิทธิพล

แนวทางการสอบสวนคดีใหญ่

ตำรวจสอบสวนกลางแบ่งคดีเป็น 2 ส่วน คือ 1) ความผิดการออกเอกสารสิทธิ์โดยเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ที่ดิน และ 2) ความผิดของประชาชนที่บุกรุก ตั้งคณะทำงานร่วม บก.ปปป. และ บก.ปทส. เพื่อสืบขยายผลถึงตัวการใหญ่ กรมอุทยานฯ จะแจ้งความเพิ่มเติมเพื่อบูรณาการ นายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงฯ ยืนยันเริ่มเพิกถอน 21 แปลงแรกแล้ว และจะทำครบทั้งหมด

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การตัดไม้เถื่อนธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ของการฮุบป่าที่เกิดขึ้นมานานในไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างระนอง การมีผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้ป่าธรรมชาติที่เป็นปอดของโลกถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ป่า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากไม่จัดการเด็ดขาด ป่าอาจหายไปหมด

ในมุมมองของผม การดำเนินคดี แจ้งความเอาผิด ขบวนการฮุบป่า “เขาปากเตรียม” ครั้งนี้เป็นสัญญาณดีที่แสดงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องทรัพยากรชาติ หวังว่าจะเป็นตัวอย่างให้ขบวนการอื่นๆ เกรงกลัว และนำป่าคืนสู่ประชาชนทุกคน หากคุณรักสิ่งแวดล้อม อย่าลืมติดตามข่าวนี้และแชร์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบทั่วประเทศนะครับ!

ที่มา – แจ้งความเอาผิด ขบวนการฮุบป่า “เขาปากเตรียม” คาดโยงเจ้าหน้าที่รัฐ-ผู้มีอิทธิพล