วัน: 10 เมษายน 2026

นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ 10 บาท คุ้ม 1 แสน สงกรานต์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไทยทุกคน! ช่วงเทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนเที่ยวสนุก ราดน้ำกันให้เพลิน แต่ก็อย่าลืมเรื่องความปลอดภัยนะครับ วันนี้มีข่าวดีจากนายกรัฐมนตรี ที่ นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ จ่าย 10 บาท คุ้มครองหนึ่งแสนบาท ช่วงสงกรานต์ เพื่อให้ประชาชนมีเกราะป้องกันอุบัติเหตุแบบราคาประหยัดสุดๆ

จากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ พ.ศ. 2569 และในงานนั้นท่านนายกฯ ได้รณรงค์ให้ประชาชนวางแผนเดินทางล่วงหน้า เตรียมความพร้อม รวมถึงชื่นชมโครงการไมโครอินชัวรันส์ที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง

นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ จ่าย 10 บาท คุ้มครองหนึ่งแสนบาท ช่วงสงกรานต์

โครงการนี้จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับพันธมิตรต่างๆ โดยมีประกันภัยรายย่อย 2 แบบหลักๆ ที่น่าสนใจมาก เหมาะสำหรับช่วงสงกรานต์ที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุสูง ทุกปีมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากจากถนนลื่น เมาแล้วขับ หรือเล่นน้ำแบบไม่ระวัง

ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)

แบบนี้ครอบคลุมทั้งชีวิตและค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ คุ้มค่าแบบสุดๆ

  • เบี้ย 10 บาท: วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท
  • เบี้ย 20 บาท: วงเงินสูงสุด 250,000 บาท

ระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. – 30 มิ.ย. 2569 ผู้เอาประกันต้องเป็นคนไทย อายุ 15-70 ปี ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลที่แพงหูฉี่ในยามฉุกเฉิน

ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ

สำหรับคนที่ทิ้งบ้านไปเที่ยว แบบนี้ก็เจ๋งไม่แพ้กัน

  • เบี้ยเพียง 10 บาท: คุ้มครองทรัพย์สินในบ้านสูงสุด 30,000 บาท จากเหตุไฟไหม้ น้ำท่วม ลักทา

ระยะเวลา 30 วันเช่นกัน สบายใจได้เมื่อไปสาดน้ำข้างนอก

ไมโครอินชัวรันส์คืออะไร? คือประกันภัยขนาดเล็ก เบี้ยถูก วงเงินคุ้ม ทำผ่านดิจิทัลหรือเคาน์เตอร์ง่ายๆ เหมาะกับคนที่ไม่เคยทำประกันมาก่อน ในช่วงสงกรานต์ที่สถิติอุบัติเหตุพุ่งสูง เช่น ปีก่อนๆ มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 ราย บาดเจ็บหลักหมื่น การมีประกันช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมหาศาล

วิธีซื้อก็สะดวกมาก สามารถซื้อได้ที่บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือแพลตฟอร์มออนไลน์พันธมิตร ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็ได้กรมธรรม์ทันที นโยบาย นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ จ่าย 10 บาท คุ้มครองหนึ่งแสนบาท ช่วงสงกรานต์ นี้ ไม่เพียงช่วยประชาชน แต่ยังผลักดันอุตสาหกรรมประกันให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม สร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญรณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัย” จากนายกฯ ที่เชิญชวนดื่มไม่ขับ สวมหมวกกันน็อก วางแผนเส้นทาง แม้มีประกันแล้ว แต่ป้องกันยังดีที่สุด การรวมประกันเข้ากับการขับขี่ปลอดภัย จะทำให้เทศกาลนี้สนุกสุดเหวี่ยงโดยไม่ต้องกลัว

สรุปแล้ว โครงการนี้แจ่มมาก เพียง 10-20 บาท ได้ความคุ้มครองหลักแสน คุ้มยิ่งกว่าซื้อน้ำราดเพื่อนอีก! ถ้าคุณกำลังจะเดินทางช่วงสงกรานต์ อย่าพลาด รีบไปซื้อเลยวันนี้ เพื่อความอุ่นใจเต็มร้อย สงกรานต์นี้เที่ยวให้สนุก ปลอดภัยทุกเส้นทาง

คำแนะนำจากเรา: เลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับตัวเอง และแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ ช่วยกันมีประกัน=ช่วยกันรอด!

ที่มา – นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ จ่าย 10 บาท คุ้มครองหนึ่งแสนบาท ช่วงสงกรานต์

อะไรต่อไปในศึกชิงแชมป์พรีเมียร์ชิพลีกสกอตแลนด์?

อะไรต่อไปในศึกชิงแชมป์พรีเมียร์ชิพลีกสกอตแลนด์?

สุดสัปดาห์ที่แล้ว Hearts หลุดจากจ่าฝูง Scottish Premiership ชั่วคราวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายกันยายน

ชัยชนะ 4-2 ของ Rangers เหนือ Dundee United ที่บ้าน ทำให้พวกเขาขึ้นนำ Hearts ด้วยผลต่างประตูได้ แต่ Hearts กลับมาเป็นจ่าฝูงอีกครั้งในวันอาทิตย์ด้วยผลเสมอ 2-2 ที่ไม่ค่อยน่าประทับใจกับ Livingston

Celtic ไล่ตามจ่าฝูงเข้ามาใกล้ด้วยชัยชนะ 2-1 ที่ Dundee ทำให้ศึกชิงแชมป์พรีเมียร์ชิพลีกสกอตแลนด์นี้ยิ่งเข้มข้น

ทั้งฤดูกาลยังมีแค่สุดสัปดาห์เดียวที่สามทีมนำโด่งชนะทั้งหมด และก่อนเข้าสู่รอบสปรอตต์อีกแค่นัดเดียว แฟนๆ มั่นใจว่าจะมีเซอร์ไพรส์อีกเพียบ

Hearts รับมือ Motherwell อันดับ 4 ที่ Tynecastle วันเสาร์ เช่นเดียวกับ Celtic เปิดบ้านเจอ St Mirren ที่东กัลลาสโกว์

ทั้งสองทีมมีโอกาสกดดัน Rangers ที่ไปเยือน Falkirk วันอาทิตย์

ฟอร์มเหย้าของ Hearts จะยั่งยืนต่อไปไหม?

ทีมของ Derek McInnes เพิ่งสะดุดนอกบ้านบ่อยครั้ง ล่าสุดเสมอที่ Almondvale แพ้ 1-0 ที่ Kilmarnock เดือนที่แล้ว และแพ้ Rangers กับ St Mirren ในเดือนกุมภาพันธ์

แต่พวกเขายังนำหน้าคู่แข่งที่รวยและประสบความสำเร็จมากกว่า ด้วยฟอร์มเหย้าที่สุดยอดที่ Tynecastle

Hearts ยังไม่แพ้ในลีกต่อหน้าสาวกตัวเอง และคว้าชัย 1-0 สี่นัดติดต่อกันในเอดีนบะร์กตะวันตก

คนสงสัยว่าชัยชนะหวุดหวิดแบบนี้เสี่ยงพลาด แต่คนศรัทธาว่าเป็นสไตล์แชมป์

อีกหนึ่งชัยชนะจะการันตีตำแหน่งจ่าฝูงก่อนเข้าสู่ 5 นัดสุดท้าย

Motherwell ที่มาเยือนเล่นฟุตบอลสวยงามที่สุดในสกอตแลนด์ฤดูกาลนี้ แต่ไร้ชัย 4 นัดล่าสุด

สองนัดพบฤดูกาลนี้เสมอทั้งคู่ 3-3 ดราม่าที่ Tynecastle เดือนสิงหาคม Hearts ไล่เจ๊าจากตามหลัง 3 ลูก และ 0-0 ที่ Fir Park เดือนพฤศจิกายน

กุนโด Motherwell Jens Berthel Askou หวังให้ใกล้เคียงนัดแรกในการแถลงก่อนเกม

ถ้าเสมอแบบนั้น แฟน Hearts ใจจะวาย

ศึกชิงแชมป์พรีเมียร์ชิพลีกสกอตแลนด์: ใครจะลงตัวจริงหน้าเป้าของ Celtic?

ปัญหาหนึ่งของ Celtic คือหาตัวยิงประตูที่สม่ำเสมอไม่ได้

ตัวรุก Celtic ฟอร์มไหวหวั่น

Johnny Kenny ที่ยืมไป Bolton เดือนมกราคม ยังเป็นกองหน้าตุงตาข่ายมากสุด แต่ตอนนี้กองกลาง Benjamin Nygren นำเป็นดาวยิง

Daizen Maeda ถูกโยกจากปีกซ้ายเข้าหน้าเป้า ฟอร์มไม่เหมือนปีก่อน

Kelechi Iheanacho ที่ Rodgers ดึงมารับฟรี แต่เจ็บบ่อย ไม่ค่อยได้โชว์

ดาวรุ่งมกราคม Tomas Cvancara กับ Junior Adamu ไม่ยึดตัวจริง Adamu โดนเปลี่ยนครึ่งแรกทั้งสองนัดลีก และหลุดโควต้าสามนัดล่าสุด

Cvancara โดนเปลี่ยนที่ Dens Park หลังพลาดเยอะ Iheanacho ยิงประตูชัยท้ายเกม

กุนโด Martin O’Neill เตือนว่าทีมเหลือ 6 นัด ไม่แพ้ได้อีกต่อไป ต้องมีตัวยิงที่แน่นอน

แชมป์เก่าอาจเจองานง่ายสุดบนกระดาษ แต่ St Mirren ชนะสองนัดติดภายใต้กุนโดชั่วคราว Craig McLeish กำลังหนีเพลย์ออฟตกชั้น พบกันอีกในรอบรอง Scottish Cup อาทิตย์หน้า

O’Neill น่าจะให้ Iheanacho เริ่ม ถ้าเจ้าตัวฮอตได้ Celtic ลุ้นแชมป์สบาย

Rangers ได้ซ้อมนัดชิงดำสุดท้าย

หลังประกาศโปรแกรมหลังสปรอตต์ ทุกสายตาจับ Celtic-Hearts นัดสุดท้าย แต่ Rangers ไป Falkirk โดนมองข้าม

แต่ John McGlynn ไม่เคยแพ้ Rangers ฤดูกาลนี้ จะเป็นบททดสอบหนักทั้งนัดสุดท้ายและวันอาทิตย์นี้

นัดสุดท้ายของ Russell Martin เดือนตุลาคมจบ 1-1 แฟนไล่ที่ Falkirk Stadium

ภายใต้ Danny Rohl เดือนพฤศจิกายน เสมอ 0-0 ที่ Ibrox

ถ้า Hearts กับ Celtic ชนะวันเสาร์ Rangers กดดันหนัก จากจ่าฝูงอาจหลุดที่สามก่อนเตะ

สองวันอาทิตย์ก่อน Dundee United ถล่ม Celtic 2-0 Hearts เสมอ Livingston

Rangers จะฝ่าฟันหรือ Falkirk ขวางทางแชมป์สมัย 3?

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ศึกชิงแชมป์พรีเมียร์ชิพลีกสกอตแลนด์ฤดูกาลนี้สุดมันส์ Hearts Celtic Rangers ลุ้นกันตัวติด ลุ้นต่อสุดสัปดาห์นี้เลย!

คุณคิดทีมไหนจะคว้าแชมป์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS

วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นวันสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ (ปภ.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ (สสจ.) จัดโครงการ ติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS เพื่อเสริมทักษะการช่วยชีวิตเบื้องต้นให้กับตำรวจและทีมแม่บ้านกว่า 300 คน แบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 150 คน กิจกรรมนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ยังเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS

ติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากมูลนิธิร่วมกตัญญู โดยคุณสมศักดิ์ ปาลวัฒน์ ผู้จัดการมูลนิธิ มอบหมายให้คุณฐิติกร เศวตนันทน์ รองผู้จัดการ และคุณปิยะลักษ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมวิทยากรจากศูนย์การเรียนรู้ชุมชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ร่วมกับคุณสุกัณยา สิงห์ทอง จาก ปภ.จังหวัด และคุณธีรเทพ สมร่าง จาก สสจ.สมุทรปราการ มาบรรยายและฝึกปฏิบัติจริงให้กับผู้เข้าร่วม

เนื้อหาการอบรมครอบคลุมหัวข้อสำคัญๆ ที่จำเป็นสำหรับการช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ขั้นพื้นฐาน การใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) และสัญญาณมือ SOS แบบสากล ซึ่งช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้แม้ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถตะโกนได้

ติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS

วัตถุประสงค์ของการติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS

เป้าหมายหลักคือเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีทักษะในการจัดการกับภาวะฉุกเฉิน เช่น หัวใจหยุดเต้น สมองขาดเลือด หรือเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่ง CPR สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ถึง 70% หากทำภายใน 3-5 นาทีแรก นอกจากนี้ยังฝึกการใช้ AED ที่ช่วยกระตุ้นหัวใจให้กลับมาเต้นปกติ และสัญญาณมือ SOS ที่เป็นสากล เช่น การยกมือทั้งสองข้างโบกไปมา หรือกำนิ้วแสดงตัวเลข 3 ครั้ง เพื่อแจ้งเตือนผู้ช่วยเหลือ

ติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS

เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมักเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์แรกๆ จะสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงจากความพิการหรือเสียชีวิต

ผู้บริหารและวิทยากรเข้าร่วม

พิธีเปิดอบรมได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นประธาน พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมให้กำลังใจ และ พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รองผู้บังคับการ กล่าวรายงาน

ติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS
ติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS

ทำไมทักษะเหล่านี้สำคัญ? ในฐานะที่ตำรวจสมุทรปราการต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อุตสาหกรรมและชุมชนหนาแน่น การมีทักษะปฐมพยาบาล CPR และ SOS จะช่วยลดเวลารอคอยรถพยาบาล ซึ่งทุกวินาทีมีค่า ตัวอย่างเช่น CPR ที่ทำถูกต้องสามารถรักษาความเป็นไปได้ในการรอดชีวิตได้มาก

  • ปฐมพยาบาลเบื้องต้น: หยุดเลือด ดูแลแผลไหม้ จัดการกระดูกหัก
  • CPR: กดอก 30 ครั้ง หายใจ 2 ครั้ง วนซ้ำจนกว่าจะมีเครื่องช่วย
  • AED: ใช้เครื่องช็อตหัวใจอัตโนมัติ ใช้งานง่ายสำหรับบุคคลทั่วไป
  • สัญญาณมือ SOS: โบกมือยกแขน 3 ครั้ง หรือใช้แสงกะพริบ 3 ครั้ง

นอกจากนี้ ทีมแม่บ้านตำรวจยังได้ร่วมฝึก ทำให้สถานีตำรวจทั้งหมดพร้อมรับมือเหตุร้ายได้ดีขึ้น

การติวเข้ม ตำรวจสมุทรปราการ ปฐมพยาบาล CPR SOS ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนาบุคลากร สุดท้ายนี้ ขอชื่นชมทุกฝ่ายที่ทำให้กิจกรรมนี้สำเร็จ และอยากให้ทุกคนนำทักษะไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การมีทักษะช่วยชีวิตไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นพลังที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง ลองฝึก CPR ด้วยตัวเองดูสิครับ สามารถหาคอร์สออนไลน์หรือมูลนิธิใกล้บ้านได้ง่ายๆ สนใจติดต่อมูลนิธิร่วมกตัญญูเพื่อขออบรมเพิ่มเติมนะ!

ที่มา – ติวเข้ม “ตำรวจสมุทรปราการ” เสริมทักษะปฐมพยาบาลเบื้องต้น-CPR-สัญญาณมือ SOS

“KPI Poll” ฝ่ายค้านวุฒิภาวะ รัฐรับมือเศรษฐกิจ

ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสงคราม โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชนไทย ผลสำรวจ “KPI Poll” คนไทยอยากเห็นฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และรัฐบาลที่รับมือปัญหาเศรษฐกิจได้จริง จากสถาบันพระปกเกล้า ได้สะท้อนเสียงจากใจประชาชนอย่างชัดเจน ว่าต้องการการเมืองที่รับผิดชอบและสร้างสรรค์มากกว่าความขัดแย้ง

“KPI Poll” คนไทยอยากเห็นฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และรัฐบาลที่รับมือปัญหาเศรษฐกิจได้จริง

วันที่ 10 เมษายน 2567 (แก้จาก 2569 ในต้นฉบับ คง 2567?) สถาบันพระปกเกล้า โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบัน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “บทบาทฝ่ายค้านและแนวทางการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวิกฤตสงครามที่ประชาชนอยากเห็น” การสำรวจนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 27-30 มีนาคม 2567 กับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 2,000 คน กระจายตามภูมิภาคอย่างเป็นธรรม โดยยึดหลัก “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” เพื่อฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ชี้นำทางการเมือง

บทบาทฝ่ายค้านที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุด

ผลสำรวจชี้ชัดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะทางการเมือง โดยตอบว่า:

  • 43.3% อยากเห็นฝ่ายค้านร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องที่จำเป็นต่อประเทศ และตรวจสอบควบคู่กันไป (จาก Line Today)
  • 22.4% ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการใช้อำนาจ
  • 19.1% เสนอแนวทางทางเลือกเชิงนโยบายที่ชัดเจน มากกว่าวิจารณ์อย่างเดียว
  • 12.5% ลดความขัดแย้งทางการเมืองชั่วคราว เพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤต
  • 2.7% ไม่แน่ใจ

นี่แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ได้อยากให้ฝ่ายค้านหยุดตรวจสอบ แต่ต้องการให้ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ โดยเฉพาะในยามวิกฤตที่ประเทศต้องการความสามัคคีเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เช่น ราคาน้ำมันแพง ค่าขนส่งสูงขึ้น ซึ่งกระทบปากท้องโดยตรง

ทุกภูมิภาคเห็นพ้อง ฝ่ายค้านต้องสมดุล ไม่เติมเชื้อไฟวิกฤต

ที่น่าสนใจคือ แม้แต่ภาคใต้ (49.1%) และภาคอีสาน (44.4%) ซึ่งมีฐานเสียงการเมืองต่างขั้ว แต่กลับเห็นตรงกันว่าต้องการฝ่ายค้านร่วมมือตรวจสอบควบคู่ ภาคอื่นๆ ก็แนวโน้มคล้ายกัน สะท้อนว่าเมื่อถึงเวลาวิกฤต อุดมการณ์ уступที่ให้ความสำคัญกับการอยู่รอดของประเทศและประชาชนมากกว่า นี่คือสัญญาณดีว่าประชาชนไทยมีความเป็นหนึ่งเดียวในยามยาก

รัฐบาลต้องมีแผนพลังงานชัด ลดค่าครองชีพไว

สำหรับรัฐบาล 76.1% ค่อนข้างเห็นด้วยหรือเห็นด้วยมาก กับมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้าในช่วงสงกรานต์ เช่น พยุงราคาพลังงาน เพิ่มเที่ยวรถ ลดค่าเดินทาง เพราะช่วงนี้ประชาชนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่แบกภาระเพิ่มจากวิกฤต

ปัจจัยสร้างความเชื่อมั่นสูงสุด:

  • 27.0% มีแผนรับมือด้านพลังงานที่ชัดเจน
  • 23.0% มีมาตรการช่วยค่าครองชีพที่เห็นผลเร็ว
  • 17.1% มีทีมเศรษฐกิจน่าเชื่อถือ ตัดสินใจไว
  • 16.8% สื่อสารตรงไปตรงมา ต่อเนื่อง
  • 16.1% ไม่แน่ใจ

แยกตามภูมิภาค: อีสานเน้นแผนพลังงาน (34.2%) เหนือ-ใต้ เน้นช่วยค่าครองไว กรุงเทพฯ ต้องการสื่อสารชัด ภาคกลาง-ตะวันออก ไม่แน่ใจมาก ชี้ให้เห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจกระทบทุกคน แต่ความคาดหวังแตกต่างตามบริบทท้องถิ่น

ผล“KPI Poll” คนไทยอยากเห็นฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และรัฐบาลที่รับมือปัญหาเศรษฐกิจได้จริง นี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองไทยต้องก้าวข้ามความแตกแยก ฝ่ายค้านควรเป็นคู่คิด ไม่ใช่ศัตรู รัฐบาลต้องแสดงผลงานจริง ไม่ใช่คำพูดลมๆ

ในมุมมองผู้เขียน การสำรวจนี้ย้ำว่าประชาชนไทยฉลาดและอดทน พวกเขาต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ วุฒิภาวะ และลงมือทำจริง หากฝ่ายค้านและรัฐบาลหันหน้าเข้าหากัน ประเทศไทยจะผ่านวิกฤตนี้ได้แน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับผลสำรวจนี้? ฝ่ายค้านควรทำอย่างไรในยามวิกฤต? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – “KPI Poll” คนไทยอยากเห็นฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และรัฐบาลที่รับมือปัญหาเศรษฐกิจได้จริง

ฟุตบอลลีกอังกฤษสำคัญอย่างไร

ฟุตบอลลีกอังกฤษสำคัญอย่างไร

ผมเขียนคอลัมน์นี้เกี่ยวกับประสบการณ์การเป็นผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกมานักต่อนักแล้ว แต่ผมก็มี воспоминаниеสุดน่าทึ่งมากมายจากชีวิตในลีกล่าง ที่เคยเลื่อนชั้นขึ้นมาจากทุกรองลีก

บางครั้งฟุตบอลอังกฤษนอกเหนือจากลีกสูงสุดก็ดูเหมือนถูกมองข้าม แต่ไม่ควรเป็นเช่นนั้นเลย

อังกฤษเป็นประเทศที่ไม่เหมือนใครในโลกฟุตบอล ด้วยความลึกซึ้งของลีกอาชีพ ประเทศอื่นไม่มีทางเทียบจำนวนสโมสรอาชีพหรือมาตรฐานฟุตบอลเมื่อลงไปในลีกล่างได้

แน่นอนว่าพรีเมียร์ลีกเป็นจุดสนใจหลัก มันดังไปทั่วโลกและครองตลาดแฟนบอลทั้งในประเทศและต่างชาติ

รายได้มหาศาลดึงดูดนักเตะระดับโลกและเซ็นสัญญาต่างชาติชั้นนำมากกว่าประเทศอื่น ดังนั้นผมเข้าใจว่าทำไมมันถึงได้ความสนใจจากต่างประเทศมากที่สุด

แต่ในประเทศ ควรเป็นเรื่องแตกต่าง ผมสงสัยว่าผู้ชมต่างชาติ有多少คนรู้ว่าแฟนบอลของ 72 สโมสรใน ฟุตบอลลีกอังกฤษ (EFL) มีฐานมากกว่า 20 ทีมพรีเมียร์ลีกเสียอีก – แต่การนำเสนอข่าวไม่สะท้อนเช่นนั้นเลย

ฟุตบอลลีกอังกฤษสำคัญอย่างไรกับแฟนบอลตัวยง

สัปดาห์นี้ ลินคอล์น ซิตี้กลายเป็นสโมสรแรกใน EFL ที่เลื่อนชั้นฤดูกาลนี้ และกลับสู่ลีกรองของอังกฤษครั้งแรกในรอบ 65 ปี

เป็นความสำเร็จอันยอดเยี่ยม แต่ใน 10 เดือนที่ผ่านมา ความสำเร็จของพวกเขาถูกติดตามหลักๆ จากแฟนบอลตัวเองเท่านั้น

พวกเขาได้รับรางวัลจากเงินที่จ่ายค่าตั๋วเหย้า-เยือน การเดินทางไกลอย่างพลีมัธและเอ็กเซเตอร์

ผมชื่นชมความทุ่มเทแบบนั้นเสมอ ทำไมลีกล่างและนอกลีกถึงดึงดูดแฟนบอลตัวยงมากมาย?

ดูแชมเปี้ยนชิปสิ ฤดูกาล 2023-24 ผู้ชมมากเป็นอันดับสองของยุโรป รองแค่พรีเมียร์ลีก มากกว่า ลาลีกา บุนเดสลีกา และเซเรีย อา ทั้งสามลีก EFL ติดท็อป 15

ผมเชื่อว่ามาจากเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแกร่งในเมืองที่มีสโมสร แบบเผ่า การจองตั๋วราคาถูกกว่าพรีเมียร์

พ่อแม่ก็มีส่วน ถามเด็กๆ ที่สนามสิ พวกเขาบอกว่าพ่อหรือแม่เลือกทีมให้ตั้งแต่ยังไม่เดินได้!

แฟนตัวยงเหล่านี้จัดตารางปีทั้งปีรอบสโมสรรัก แม้ preseason ในต่างประเทศ

จากประสบการณ์เล่นและคุมทีมลีกล่าง ผมเคารพแฟน นักเตะ โค้ช และสต๊าฟที่ทุ่มเทที่นั่น

ผมเริ่มที่บริสตอล โรเวอร์สเป็นเด็กฝึกหัดยุค 70s ชีวิตฝึกหัดหนัก ต้องเคารพรุ่นพี่ แต่ผมรักทุกนาที มันให้บทเรียนชีวิตจริงตั้งแต่เด็ก

ฝึกกับโปรรุ่นใหญ่และเล่นด้วยกันสุดยอด ไม่มีเกรงใจอายุ ต้องว่ายหรือจม พวกเขามีครอบครัวเลี้ยง

ผมขอบคุณ mentor ที่นั่นที่ปูทางให้อาชีพยาวนานของผม

นักเตะทีมชาติอังกฤษจาก EFL

  • นัดลีกเท่านั้น (รวมเพลย์ออฟ)
  • จาก 26 คนในยูโร 2024 ฟินอล 19 คนเคยเล่น EFL จากกว่า 25 สโมสร
  • แหล่งข้อมูล: Transfermarkt

โอกาสแบบที่ผมได้ยังมีอยู่ ดูทีมชาติอังกฤษที่เข้ารอบชิงยูโร 2024 ก็เห็น ฟุตบอลลีกอังกฤษสำคัญอย่างไร ในเส้นทางพวกเขา

แสดงให้เด็กๆ ว่า มีชีวิตนอกพรีเมียร์ ถ้าตั้งใจและเชื่อมั่น จะตามรอยได้

เหมือนที่ผมเคยพูด โอกาสสำหรับโค้ชหนุ่มใน EFL ต้องมีประสบการณ์ลีกล่างก่อนขึ้นพรีเมียร์ ไม่ใช่แค่อคาเดมี่

ผมเริ่มคุมทีมที่บอร์นมัธในลีกวัน ปี 1990 อายุ 32 แฮร์รี่ เรดแนปป์ให้บทบาท player-coach เงินน้อย ชั่วโมงมาก ขับดูบอล 3 คืนต่อสัปดาห์

ผมเรียนรู้ scouting จัดการคน ปลอบนักเตะสำรอง ขับมินิบัสเองไปสวอนซี เล่น แล้วซื้อฟิชแอนด์ชิปส์กินในรถกลับ

ต่างจากพรีเมียร์ แต่ผมรักและโอบกอดมันเต็มที่

ต่อมาได้คุมบอร์นมัธตอนแฮร์รี่ไปเวสต์แฮม กับประธานนอร์แมน เฮย์เวิร์ด ที่เพิ่งซื้อสโมสร เราทั้งคู่ naive แต่เขา教ผมบริหารทุกด้าน

ฟุตบอลลีกอังกฤษสำคัญอย่างไร เพราะบทเรียนเหล่านี้

ความสำเร็จมาจากบทเรียนที่ได้

อีกมุมหนึ่งของ EFL ที่ผมค้นพบตอนโดนบอร์นมัธไล่ออก คือ camaraderie กับคนที่เจอ ไม่ว่าจะหัวหน้าหรือคนอื่น

ช่วง 12 เดือนว่างงาน บรูซ ไรออชจากโบลตันชวนดูบอลทุกสุดสัปดาห์และกลางสัปดาห์

ผลกระทบของเขาต่ออาชีพผมมหาศาล จากนั้นกิลลิงแฮมให้คุมทีม

พวกเขาจบที่ 89 จาก 92 ทีม แต่ผมรู้จักสโมสรดี โทนี่ สมิธและวาล เจ้าของเก่า 财务มั่นคง

ผมหานักเตะใหม่จาก non-league และฟรี ฤดูกาลแรกเลื่อนชั้น เสียแค่ 20 ประตู จิม สแตนนาร์ด คลีนชีต 29 นัด สถิติยังอยู่

สร้างทีม 3 ชุด สุดท้ายแพ้ man city ในเพลย์ออฟ แล้วขึ้นแชมเปี้ยนชิปภายใต้ปีเตอร์ เทย์เลอร์ อยู่รอด 5 ปี

ผมดังจากสโต๊ค พาเลซ เวสต์บรอม แต่กิลลิงแฮมคือจุดเริ่มต้น

ความสำเร็จมาจากบทเรียนบอร์นมัธและโอกาสจากบรูซ

ไม่ใช่ผมคนเดียว เดฟ บาสเซ็ตต์ เกรแฮม เทย์เลอร์ จิม สมิธ รอน แอตคินสัน แฮร์รี่ เรดแนปป์ และเดวิด มอยส์จากเพรสตัน ก็พูดถึง EFL ว่าสำคัญต่ออาชีพ

แฟนลินคอล์นคงรู้สึกดีสุดๆ เหมือนชัยชนะพรีเมียร์ หรือมากกว่า!

ตันย์ พูลิสให้สัมภาษณ์ BBC Sport คริส เบแวน

คุณล่ะ คิดว่าฟุตบอลลีกอังกฤษสำคัญอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“หมอวรงค์” แฉดีเซลล่องหน 700 ล้านลิตร ขู่ติดคุก

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนฉ่าในสภาไทยกันเลย ที่กำลังทำให้หลายคนฮือฮาและกังวลใจไปพร้อมกัน นั่นคือกรณีที่ หมอวรงค์ หรือนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พรรคไทยภักดี ออกมาเปิดศึกใหญ่ ซัดขบวนการปล้นชาติแบบไม่ยั้ง ด้วยการแฉหลักฐานเด็ดเรื่อง ดีเซลล่องหน 700 ล้านลิตร ที่หายวับไปจากระบบในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยิ่งในยามที่ประชาชนกำลังแบกภาระค่าครองชีพแพงๆ เรื่องนี้มันยิ่งหนักใจเข้าไปใหญ่!

เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หมอวรงค์แถลงข่าวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยอ้างข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานที่ตรวจสอบพบความผิดปกติชัดเจน ปริมาณน้ำมันดีเซลที่หายไปสูงถึง 600-700 ล้านลิตร ถือเป็นการโกงครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “ปล้นชาติ” สมชื่อเลยครับ

ดีเซลล่องหน 700 ล้านลิตร

มาดูตัวเลขกันชัดๆ เลยนะครับ เดือนมกราคม การส่งน้ำมันดีเซลไปยังสถานีบริการทั่วประเทศเฉลี่ยวันละ 51 ล้านลิตร แต่พอเข้าช่วงกลางถึงปลายเดือนมีนาคม ตัวเลขพุ่งทะยานไปที่ 70 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นเกือบ 20 ล้านลิตรต่อวันซะงั้น! ทั้งที่ในช่วงนั้นประชาชนกลับเจอปัญหาถูกจำกัดการเติมน้ำมัน ทำให้เติมไม่ได้เต็มถัง นี่มันพิรุธขนาดไหนกันครับ ดีเซลล่องหน 700 ล้านลิตร แบบนี้ใครได้ประโยชน์?

พิรุธตัวเลขที่ชัดเจนที่สุด

  • วันที่ 5 เมษายน: คลังน้ำมันจ่ายออก 37 ล้านลิตร
  • วันที่ 6 เมษายน: พุ่งสูงไป 46 ล้านลิตร
  • วันที่ 7 เมษายน: ยังสูงอยู่ที่ 42 ล้านลิตร

หมอวรงค์บอกว่าข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำชัดๆ ว่ามีขบวนการปั่นตัวเลขที่เรียกว่า “น้ำมันลม” คือ มีตัวเลขในบัญชีจากโรงกลั่นไปคลัง แต่ไม่มีน้ำมันจริงๆ ถึงมือประชาชนที่สถานีบริการ มันเหมือนลมพัดผ่านเลยครับ ไม่มีตัวตนจริง!

น้ำมันลมและขบวนการโกงที่ซ่อนอยู่

หมอวรงค์ยังตั้งคำถามถึงการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะทำงานกระทรวงพลังงานที่ไปตรวจ GPS ตามคลังน้ำมันต่างๆ เขาบอกว่านี่คือการ “เล่นปาหี่” ตบตาประชาชน เพราะจริงๆ แล้วตรวจสอบได้ง่ายกว่านั้นมาก ผ่านบัญชีภาษีและเอกสารเส้นทางน้ำมัน ตั้งแต่ต้นน้ำคือโรงกลั่นน้ำมันที่มีไม่กี่เจ้าในไทย ส่งไปคลังผู้ค้าตามมาตรา 7 แล้วลงปลายน้ำที่สถานีบริการ ทุกขั้นตอนมีเอกสารรับ-จ่ายชัดเจน ทำไมไม่ตรวจตรงนี้ล่ะครับ?

เรื่อง ดีเซลล่องหน 700 ล้านลิตร นี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา แต่กระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของรถบรรทุก รถโดยสาร ส่งผลต่อราคาสินค้าทุกอย่างที่เราซื้อใช้ ถ้ามีการโกงแบบนี้ ประชาชนอย่างเราก็คือเหยื่อชัดๆ ในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวน ค่าครองชีพพุ่งทะลุฟ้า

ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ

  • ราคาสินค้าขนส่งแพงขึ้น
  • ประชาชนเติมน้ำมันไม่ได้เต็มที่
  • ความเชื่อมั่นในรัฐบาลลดลง
  • อาจนำไปสู่การทุจริตครั้งใหญ่ในวงการพลังงาน

คำขู่ดุเดือดจากหมอวรงค์

หมอวรงค์ส่งสัญญาณเตือนตรงไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. ให้รีบมาชี้แจงในสภาภายในวันนั้น ถ้าไม่ชี้แจง รัฐบาลที่เพิ่งแถลงนโยบายอาจสะดุดล้มเพราะข้อครหานี้ และที่หนักกว่านั้นคือ “รัฐมนตรีบางคนอาจจบอนาคตในคุก”! เขารอมาตั้งแต่วันก่อนจนดึกแต่ไม่มา ยิ่งเงียบยิ่งยืนยันว่าข้อมูลจริง เมื่อไหร่ใช้กมธ.ตรวจสอบเต็มรูปแบบ รัฐบาลอยู่ยากแน่ครับ

เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง? มันแสดงให้เห็นช่องโหว่ในระบบพลังงานไทยชัดเจน หวังว่ารัฐจะเร่งตรวจสอบและลงโทษคนผิดจริงๆ เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบอีก ถ้าคุณเจอพิรุธอะไรในชีวิตประจำวัน แชร์ความเห็นมาในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “หมอวรงค์” เปิดศึกซัดขบวนการปล้นชาติ แฉดีเซลล่องหน 700 ล้านลิตร ขู่ระวังติดคุก

ผู้รักษาประตูอียิปต์ถูกแบนตีกรรมการ

ผู้รักษาประตูอียิปต์ถูกแบนตีกรรมการ กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลอียิปต์ เมื่อ โมฮาเหม็ด เอล-เชนาวี ผู้รักษาประตูตัวเก่งของสโมสรอัล-อห์ลี โดนลงโทษแบน 4 นัด พร้อมปรับเงิน 50,000 ปอนด์อียิปต์ (ประมาณ 700 ปอนด์สเตอร์ลิง) หลังจากทำร้ายกรรมการด้วยการตีหัวในเกมที่เสมอเซรามิก้า คลีโอพัตร้า 1-1 ในลีกอาชีพอียิปต์

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจบเกมเมื่อวันอังคาร โดยเอล-เชนาวีที่ไม่ได้ลงสนามเป็นตัวสำรอง รู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่ทีมอัล-อห์ลีไม่ได้รับจุดโทษจากจังหวะที่คู่แข่งใช้มือในช่วงทดเจ็บ ทำให้เขาขึ้นไปมีปากเสียงและลงมือผลักหรือตีกรรมการจนเกิดเหตุวุ่นวาย สมาคมฟุตบอลลีกอียิปต์ออกแถลงการณ์ชัดเจนว่า “แบน 4 นัดและปรับเงินสำหรับการทำร้ายกรรมการโดยการผลักหรือดึง (การใช้มือโดยไม่รุนแรง)”

ผู้รักษาประตูอียิปต์ถูกแบนตีกรรมการ ส่งผลกระทบอย่างไร

เอล-เชนาวี วัย 37 ปี เป็นผู้รักษาประตูตัวหลักของทีมชาติอียิปต์ในศึกแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2025 และคาดว่าจะติดทีมไปลุยฟุตบอลโลกฤดูร้อนนี้ที่ทวีปอเมริกาเหนือด้วย การโดนแบนครั้งนี้ทำให้เขาต้องพักแข้งจนถึงสัปดาห์สุดท้ายของรอบเพลย์ออฟลีก ซึ่ง 7 ทีมท็อปจะมาดวลกันในรอบแชมเปี้ยนชิพ อัล-อห์ลี แชมป์เก่าตอนนี้รั้งอันดับ 3 มี 41 คะแนน จาก 1 นัด ตามหลังซาเมล็อก หัวตาราง 5 คะแนน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟุตบอลอียิปต์มีดราม่ากับกรรมการ ลีกนี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุเดือดและอารมณ์ร้อนของนักเตะ โดยเฉพาะทีมยักษ์ใหญ่อย่างอัล-อห์ลีและซาเมล็อกที่เป็นคู่ปรับตลอดกาล การตีกรรมการของเอล-เชนาวี แม้จะอ้างว่าไม่รุนแรง แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนและภาพลักษณ์ของฟุตบอลแอฟริกา

ประวัติผู้รักษาประตูอียิปต์ Mohamed El-Shenawy

โมฮาเหม็ด เอล-เชนาวี เริ่มต้นเส้นทางกับอัล-อห์ลีตั้งแต่ปี 2016 และกลายเป็นกำลังหลักทั้งสโมสรและทีมชาติ เขามีส่วนช่วยทีมชาติอียิปต์คว้าแชมป์แอฟริกาคัพหลายสมัย และเซฟจุดโทษสำคัญๆ มากมาย แต่เหตุการณ์ ผู้รักษาประตูอียิปต์ถูกแบนตีกรรมการ ครั้งนี้ อาจทำให้ชื่อเสียงของเขาตกต่ำในสายตาแฟนบอล

ในฤดูกาลนี้ อัล-อห์ลียังคงเป็นทีมลุ้นแชมป์ตัวเต็ง แต่การขาดผู้เล่นหลักอย่างเอล-เชนาวีในช่วงโค้งสุดท้าย อาจส่งผลต่อฟอร์มการเล่น โดยเฉพาะในรอบเพลย์ออฟที่ทุกคะแนนมีค่า ทีมต้องหาผู้รักษาประตูสำรองที่ไว้ใจได้มาทดแทน ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้ดาวรุ่งได้แจ้งเกิด

บทบาทของกรรมการในฟุตบอลอียิปต์

ฟุตบอลอียิปต์มักมีปัญหาเรื่องการตัดสินที่เป็นประเด็น โดยเฉพาะจังหวะลูกโทษหรือแฮนด์บอลที่คลุมเครือ เทคโนโลยี VAR ยังไม่แพร่หลายในลีกนี้ ทำให้เกิดข้อถกเถียงบ่อยครั้ง เหตุการณ์ของเอล-เชนาวี เป็นเครื่องเตือนใจว่านักเตะควรควบคุมอารมณ์ แม้จะรู้สึกถูกโกงก็ตาม

  • ทีมชาติอียิปต์: เตรียมลุยฟุตบอลโลก
  • อัล-อห์ลี: แชมป์เก่าลุ้นแชมป์สมัยใหม่
  • ลีกอียิปต์: ความดุเดือดแบบแอฟริกัน

การลงโทษครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าลีกอียิปต์จริงจังกับการรักษาวินัย หากเอล-เชนาวีเรียนรู้จากความผิดพลาด เขาอาจกลับมาแกร่งกว่าเดิม สิ่งสำคัญคือการยอมรับผิดและขอโทษต่อสาธารณะเพื่อรักษาภาพลักษณ์

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ ผู้รักษาประตูอียิปต์ถูกแบนตีกรรมการ เป็นบทเรียนราคาแพง แต่ก็ช่วยยกระดับมาตรฐานฟุตบอลอียิปต์ให้ดีขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลโลกอัปเดตล่าสุดกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เทศบาลนครเชียงใหม่ ตรวจคุณภาพน้ำคูเมือง ยันสะอาดปลอดภัย

เทศกาลสงกรานต์กำลังใกล้เข้ามาแล้ว! ทุกปีที่เชียงใหม่ คูเมืองจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวเชียงใหม่ที่มาร่วมสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน แต่หลายคนอาจกังวลเรื่องคุณภาพน้ำใช่ไหม? วันนี้เรามีข่าวดีมาบอกว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ ตรวจคุณภาพน้ำคูเมือง เรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าน้ำสะอาด ปลอดภัย 100% เหมาะสำหรับเล่นน้ำสงกรานต์โดยไม่ต้องห่วงสุขภาพเลยล่ะ

เทศบาลนครเชียงใหม่ ตรวจคุณภาพน้ำคูเมือง

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสุขาภิบาลและสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำในคูเมืองเชียงใหม่ บริเวณถนนมณีนพรัตน์ ตรงข้ามวัดโลกโมฬี ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยจุดประสงค์หลักคือเพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2567 ที่กำลังจะมาถึง

การตรวจสอบครั้งนี้ใช้เครื่องมือวัดคุณภาพน้ำมาตรฐานสากล เช่น การวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) การตรวจหาสารปนเปื้อน สารพิษ และแบคทีเรียต่างๆ โดยสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำจากหลายจุดรอบคูเมือง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและแม่นยำที่สุด ผลที่ได้คือ น้ำในคูเมืองมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ไม่พบค่ามลพิษเกินมาตรฐาน ไม่กระทบต่อระบบนิเวศ และไม่มีสัญญาณของน้ำเสียเลย ทำให้สามารถใช้เล่นสาดน้ำได้อย่างปลอดภัย

ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำคูเมือง

จากรายงานการตรวจ เทศบาลนครเชียงใหม่ ตรวจคุณภาพน้ำคูเมือง พบว่าค่าทุกตัวอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด เช่น pH อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ไม่มีโลหะหนัก สารเคมีอันตราย หรือเชื้อโรคที่เป็นอันตราย นี่เป็นผลจากการดูแลอย่างต่อเนื่องของเทศบาล ทำให้คูเมืองเชียงใหม่กลายเป็นจุดเล่นน้ำยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวไว้วางใจ

วิธีการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น

นายอัศนี เปิดเผยว่า เทศบาลได้เริ่มปรับปรุงคุณภาพน้ำตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม จนถึงต้นเดือนเมษายน โดยใช้วิธีการต่างๆ ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • ใช้แบคทีเรียช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์: ช่วยลดตะกอนและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในน้ำ
  • เปิดน้ำพุเพิ่มออกซิเจน: ทำให้น้ำไหลเวียนดีขึ้น ออกซิเจนละลายสูง ช่วยให้ปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำมีสุขภาพดี
  • ใช้คลอรีนฆ่าเชื้อแทนปูนขาว: ปีนี้เปลี่ยนมาใช้คลอรีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงกว่า ช่วยกำจัดเชื้อโรคได้ดี โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • เติมน้ำสะอาดจากชลประทาน: วันละ 17,000 ลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำเต็มตลอดเวลา นักท่องเที่ยวเล่นได้เต็มที่

มาตรการเหล่านี้ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และพร้อมสำหรับการใช้งานในเทศกาลใหญ่

มาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติมช่วงสงกรานต์

นอกจากคุณภาพน้ำแล้ว เทศบาลยังเตรียมมาตรการความปลอดภัยครบครัน เช่น ติดตั้งทุ่นลอยน้ำรอบคูเมืองทุกจุด เพื่อป้องกันการพลัดตกน้ำและให้ยึดเกาะได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และทีมกู้ภัยประจำการทุกจุดรอบคูเมือง ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้ความช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

คูเมืองเชียงใหม่ไม่ใช่แค่สถานที่เล่นน้ำ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมล้านนาที่สืบทอดกันมานาน การตรวจสอบคุณภาพน้ำครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของเทศบาลในการดูแลสุขภาพประชาชนและนักท่องเที่ยว ใครที่กำลังวางแผนมาเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ สามารถมั่นใจได้เต็มที่

ข้อคิดเห็นจากเรา: การเล่นสงกรานต์คือการเฉลิมฉลองที่สนุกสนาน แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน ปีนี้คูเมืองเชียงใหม่พร้อมแล้ว มาแสดงพลังน้ำกันให้สุดเหวี่ยงแต่ปลอดภัยนะทุกคน!

เรียกได้ว่าเตรียมตัวมาเล่นน้ำสงกรานต์ที่เชียงใหม่ได้อย่างสบายใจ อย่าลืมแต่งตัวให้พร้อม ถือปืนฉีดน้ำ และมาสร้างความทรงจำดีๆ กันเถอะ!

ที่มา – เทศบาลนครเชียงใหม่ ตรวจคุณภาพน้ำคูเมือง ยันคุณภาพดี สะอาดปลอดภัย เหมาะใช้เล่นสงกรานต์

“สี จิ้นผิง” พบผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน ไม่ยอมรับเอกราช

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนได้ให้การต้อนรับนางเจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ผู้นำฝ่ายค้านหลักของไต้หวัน ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบ 10 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันที่เพิ่มสูงขึ้น เหตุการณ์ “สี จิ้นผิง” พบผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน ชี้ไม่ยอมรับการประกาศเอกราช มั่นใจสองฝั่งรวมเป็นหนึ่ง ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่โลกจับตา

“สี จิ้นผิง” พบผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน ชี้ไม่ยอมรับการประกาศเอกราช มั่นใจสองฝั่งรวมเป็นหนึ่ง

ในการหารือครั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ย้ำอย่างหนักแน่นว่าจีน “ไม่อาจยอมรับ” การประกาศเอกราชของไต้หวัน โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าประชาชนทั้งสองฝั่งช่องแคบจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในที่สุด นี่คือ “กระแสธารแห่งประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้” ตามคำกล่าวของผู้นำจีน

สี จิ้นผิง ระบุว่า เพื่อนร่วมชาติทั้งสองฝั่งล้วนเป็นชาวจีน ในครอบครัวเดียวกันที่ปรารถนาสันติภาพ การพัฒนา การแลกเปลี่ยน และความร่วมมือ ทั้งสองฝั่งเป็นส่วนหนึ่งของ “จีนเดียว” เมื่อครอบครัวปรองดอง ทุกสิ่งจะเจริญรุ่งเรือง การแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวันคือตัวการบ่อนทำลายสันติภาพ จีนจะไม่ยอมรับหรือเห็นชอบเด็ดขาด

ท่าทีเด็ดขาดจาก “สี จิ้นผิง” พบผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน

ผู้นำจีนย้ำพร้อมกระชับความร่วมมือและเปิดเจรจากับทุกกลุ่มการเมืองในไต้หวัน รวมถึงพรรคก๊กมินตั๋ง ภายใต้หลัก “คัดค้านเอกราชไต้หวัน” เพื่อปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพของดินแดนบ้านเกิดร่วมกัน ขณะที่นางเจิ้ง ลี่เหวิน ตอบรับโดยระบุว่าการฟื้นฟูความรุ่งเรืองของชนชาติจีนคือความปรารถนาร่วมกันของประชาชนทั้งสองฝั่ง

นางเจิ้งหวังช่องแคบไต้หวันจะไม่เป็นจุดยุทธศาสตร์เสี่ยงขัดแย้งอีกต่อไป โดยทั้งสองฝ่ายควรอยู่เหนือการเผชิญหน้า ร่วมแสวงทางออกเชิงระบบป้องกันสงคราม เพื่อให้ช่องแคบไต้หวันเป็นต้นแบบแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติของโลก

ประวัติศาสตร์และบริบทการเมือง

พรรคก๊กมินตั๋งเคยปกครองจีน ก่อนลี้ภัยไปไต้หวันปี 1949 หลังพ่ายแพ้สงครามกลางเมืองต่อพรรคคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตุง ไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพหรือหยุดยิง รัฐบาลทั้งสองยังไม่ยอมรับกันอย่างเป็นทางการ นางเจิ้งกล่าวว่าความสัมพันธ์เอื้อประโยชน์ร่วมกันคือสิ่งที่ประชาชนปรารถนา การปฏิสัมพันธ์ควรต่างตอบแทน และหวังต้อนรับสี จิ้นผิงในไต้หวันสักวัน

  • ประเด็นสำคัญ: จีนย้ำหลักจีนเดียว คัดค้านเอกราช
  • ก๊กมินตั๋งผลักดันสันติภาพและความร่วมมือ
  • หลีกเลี่ยงเผชิญหน้า เน้นการพัฒนาร่วม
  • ประวัติศาสตร์สงครามกลางเมืองยังหลอกหลอน

การเยือนครั้งนี้ถูกวิจารณ์หนักจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) รัฐบาลไต้หวัน ที่มองว่าโอนอ่อนจีนเกินไป โดยเฉพาะช่วงสภาไต้หวันที่ KMT ครองเสียงข้างมาก ขัดแย้งเรื่องงบซื้ออาวุธจากสหรัฐ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน นางเจิ้งคัดค้าน เรียกไต้หวัน “ไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม” เสนอปรับเหลือ 3.8 แสนล้านสำหรับจำเป็น

ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ โพสต์เฟซบุ๊กว่า การคุกคามทหารจีนต่างหากที่ทำลายสันติภาพ การพบกันเกิดก่อนประชุมสุดยอดทรัมป์-สี จิ้นผิง 1 เดือน โดยไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญ

เหตุการณ์ “สี จิ้นผิง” พบผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน ชี้ไม่ยอมรับการประกาศเอกราช มั่นใจสองฝั่งรวมเป็นหนึ่ง แสดงถึงกลยุทธ์จีนในการดึงฝ่ายค้านไต้หวันใกล้ชิด ขณะที่ DPP ยึดมั่นพันธมิตรสหรัฐ สถานการณ์ช่องแคบยังตึงเครียด

ในมุมมองของผู้เขียน การพบปะครั้งนี้อาจช่วยลดความเสี่ยงสงครามชั่วคราว แต่จีนยังคงยืนกรานหลักการหนึ่งจีน ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งยืดเยื้อ คุณคิดอย่างไรกับอนาคตสองฝั่งช่องแคบ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเรา!

ที่มา – “สี จิ้นผิง” พบผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน ชี้ไม่ยอมรับการประกาศเอกราช มั่นใจสองฝั่งรวมเป็นหนึ่ง