วัน: 10 เมษายน 2026

สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ คึกคัก หยุดยาวสงกรานต์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักเดินทางทุกคน! ช่วงนี้ใครกำลังวางแผนเที่ยวสงกรานต์ทางใต้บ้าง ยกมือขึ้นหน่อย 😊 วันนี้เรามีข่าวดี (หรือข่าวร้าย?) เกี่ยวกับ สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ คึกคัก หยุดยาวสงกรานต์ กันเลย บรรยากาศที่สถานีคึกคักสุดๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ประชาชนแห่จองตั๋วกันตรึม โดยเฉพาะตั๋วชั้น 1 ที่ถูกกวาดเรียบยาวไปถึง 28 เมษายน! ทำเอาใครที่ยังไม่ได้จองต้องคิดหนักแล้วล่ะ

สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ คึกคัก หยุดยาวสงกรานต์

จากที่ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 บรรยากาศการเดินทางช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นไปอย่างคึกคักมาก มีประชาชนทยอยเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้หลายคนหันมาใช้บริการรถไฟมากกว่าทุกปี สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่แพงหูฉี่ ทำให้รถไฟกลายเป็นทางเลือกประหยัดและสบายใจไปเลย

สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ คึกคัก หยุดยาวสงกรานต์

ทั้งขบวนรถไฟท้องถิ่นเส้นทางสายใต้และขบวนจากกรุงเทพฯ ล้วนแน่นขนัด ไม่ว่าจะเป็นขบวนขึ้นหรือลง ประชาชนเดินทางหนาแน่นทุกขบวน โดยเฉพาะ ตั๋วชั้น 1 ของสายใต้ทุกขบวนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ถูกจองเต็มยาวไปจนถึงวันที่ 28 เมษายน 2567 เลยทีเดียว ถ้ายังไม่จองก็อาจต้องรอคิวชั้น 2 หรือชั้น 3 แล้วล่ะครับ

ผู้โดยสารแน่นสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ช่วงสงกรานต์

เพื่อรองรับนักเดินทางที่เพิ่มขึ้น ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงเสริมขบวนรถไฟพิเศษเฉพาะกิจในช่วงนี้ โดยมีขบวน 983-984 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์-ยะลา-กรุงเทพอภิวัฒน์ วิ่งระหว่างวันที่ 10-17 เมษายน 2567 ขบวนนี้เปิดจองตั๋วตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม และที่พีคสุดคือ ภายในเวลาแค่ 15 นาที ตั๋ว 400 ที่นั่ง也被จองหมดเกลี้ยง! แสดงให้เห็นถึงความนิยมของการเดินทางด้วยรถไฟสายใต้ในช่วงเทศกาลขนาดไหน

ขบวนรถไฟพิเศษสายใต้ช่วงหยุดยาวสงกรานต์บรรยากาศคึกคักสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่

หยุดยาวสงกรานต์ ตั๋วชั้น 1 ถูกจองเต็มยาวไปถึง 28 เม.ย.

สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสำคัญของสายใต้ ถือเป็นประตูสู่ภาคใต้ฝั่งอันดามันและอ่าวไทย นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแห่มาที่นี่เพื่อต่อรถไปภูเก็ต กระบี่ สตูล หรือกลับบ้านเกิด ช่วงสงกรานต์ปีนี้ยิ่งคึกคักเพราะเป็นปีที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวเต็มที่ บวกกับราคาน้ำมันที่ทำให้หลายคนคิดหนักเรื่องขับรถส่วนตัว

ขบวนรถไฟพิเศษและเคล็ดลับการจองตั๋ว

นอกจากขบวน 983-984 แล้ว ยังมีขบวนปกติที่เสริมที่นั่งเพิ่ม แต่แนะนำให้จองผ่านแอปพลิเคชัน SRT Connect หรือเว็บไซต์ www.railway.co.th ล่วงหน้า 30 วัน จะได้ที่นั่งดีๆ

  • จองตั๋วออนไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงคิวยาว
  • เลือกที่นั่งชั้น 2 หากชั้น 1 เต็ม มีแอร์เย็นฉ่ำ
  • เตรียมเอกสารบัตรประชาชนให้พร้อม
  • เช็คตารางเวลาให้ตรงกับแผนเที่ยว
  • พกน้ำดื่มและของว่าง เพราะบางขบวนอาจล่าช้า

ส่วนข้อดีของการเดินทางด้วยรถไฟในช่วงนี้คือ ได้ชมวิวทุ่งนา ป่าเขา สวยงามไม่เหมือนใคร แถมราคาตั๋วไม่แพง เริ่มต้นแค่หลักร้อย ช่วยประหยัดงบไปสาดน้ำสงกรานต์ได้อีกเพียบ

สรุปแล้ว สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ คึกคัก หยุดยาวสงกรานต์ แบบนี้ แสดงให้เห็นว่าปีนี้ภาคใต้จะคึกคักแน่นอน ลองวางแผนการเดินทางให้ดี อย่าปล่อยให้ตั๋วหลุดมือ ถ้าพลาดชั้น 1 ก็ไม่เป็นไร ชั้นล่างกว้างขวางนั่งสบายเหมือนกันครับ! หากคุณมีประสบการณ์เดินทางช่วงสงกรานต์ แชร์กันในคอมเมนต์ได้นะ 🎉

ที่มา – สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ คึกคัก หยุดยาวสงกรานต์ ตั๋วชั้น 1 ถูกจองเต็มยาวไปถึง 28 เม.ย.

สงกรานต์ 2569 ผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้า MRT ฟรี

เทศกาลสงกรานต์ 2569 นี้ มีข่าวดีสำหรับผู้สูงอายุ! สงกรานต์ 2569 ผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้า MRT ฟรี ทั้ง 4 สาย ตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายนนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อส่งเสริมวันผู้สูงอายุแห่งชาติ สร้างความสุขให้ครอบครัว และช่วยประหยัดพลังงานไปในตัว แถมยังมีมาตรการความปลอดภัยแบบเต็มสูบ รับรองว่าปลอดภัยสุดๆ

สงกรานต์ 2569 ผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้า MRT ฟรี

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการรฟม. ประกาศชัดเจนว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายกระทรวงคมนาคม รฟม. ร่วมกับบริษัทผู้รับสัมปทาน มอบสิทธิพิเศษให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นั่งรถไฟฟ้า MRT ฟรีทุกสายในช่วงสงกรานต์ 2569 ผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้า MRT ฟรี ได้แก่ 4 สายหลัก ได้แก่

  • รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (สายฉลองรัชธรรม) – เชื่อมต่อนนทบุรี-บางใหญ่ สะดวกสำหรับคนกรุงอยุธยาและนนทบุรี
  • รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล) – สายหลักใจกลางเมือง จากหัวลำโพง-ท่าพระ
  • รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง (สายนครราพิพัฒน์) – ลาดพร้าว-สำโรง ช่วยลดรถติดฝั่งตะวันออก
  • รถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู (สายวิวัฒนนคร) – หลักสี่-แคราย ตัวช่วยเดินทางเหนือกรุงเทพฯ

สิทธิ์นี้ช่วยให้ผู้สูงอายุเดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์ สังสรรค์ครอบครัว หรือเยี่ยมญาติมิตรได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าโดยสาร แถมยังลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ช่วยลดมลพิษในช่วงเทศกาลที่รถติดหนึบ

เงื่อนไขและวิธีรับสิทธิ์ สงกรานต์ 2569 ผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้า MRT ฟรี

รับสิทธิ์ง่ายมาก เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชนที่แสดงอายุ 60 ปีขึ้นไป ไปแสดงที่ห้องออกบัตรโดยสารประจำสถานี MRT ทุกสถานี ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 ตลอดเวลาที่รถเปิดให้บริการ เจ้าหน้าที่จะมอบคูปองหรือบัตรโดยสารฟรีให้ 1 คนต่อ 1 ใบเท่านั้น อย่าลืมเตรียมบัตรไว้ให้พร้อมนะคะ!

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับผู้สูงอายุ เช่น สวมเสื้อผ้าสบายๆ พกน้ำดื่ม หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน และใช้แอป MRT เช็กตารางเวลา เพื่อการเดินทางที่ราบรื่นยิ่งขึ้น สิทธิ์นี้ไม่เพียงช่วยประหยัดเงิน แต่ยังส่งเสริมสุขภาพกายใจให้ผู้สูงอายุได้ออกมาสัมผัสเทศกาลอย่างสนุกสนาน

มาตรการความปลอดภัย MRT ช่วงสงกรานต์ 2569 แบบจัดเต็ม

ช่วงสงกรานต์คนแน่น รฟม. จึงเพิ่มมาตรการเข้มข้น เช่น เพิ่มขบวนรถเสริมเมื่อผู้โดยสารเยอะ ระดมเจ้าหน้าที่สถานี รปภ. และหน่วยกู้ภัย ตรวจตราเพิ่มความถี่ ยกระดับด้วยทีม EOD และสุนัข K-9 ตลอดเวลา ศูนย์ CCTV 24 ชม. รับมือทุกสถานการณ์

ข้อห้ามสำคัญ อย่าทำเด็ดขาด!

ห้ามนำปืนฉีดน้ำบรรจุน้ำ ถังน้ำ หรือน้ำเข้าในระบบรถไฟฟ้า MRT โดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เจ้าหน้าที่จะตรวจสัมภาระอย่างละเอียด ใครฝ่าฝืนอาจถูกปฏิเสธการเดินทางนะ

สงกรานต์ 2569 ผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้า MRT ฟรี เป็นโอกาสดีที่ลูกหลานจะพาผู้ใหญ่ไปเที่ยวได้สะดวกขึ้น ลองนึกภาพคุณปู่คุณย่านั่ง MRT ไปย่านบางลำพูเล่นน้ำ หรือไปวัดทำบุญแบบไม่เหนื่อย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์รฟม. Facebook หรือ Call Center ตามสายต่างๆ ที่ระบุไว้ หากมีคำถาม สอบถามได้เลย

สรุปแล้ว โปรนี้เจ๋งมาก! ช่วยให้เทศกาลสงกรานต์สนุกและปลอดภัย รีบพาผู้สูงอายุไปใช้สิทธิ์กันเถอะ อย่าพลาด!

ที่มา – สงกรานต์ 2569 ผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้า MRT ฟรี 4 สาย 13-15 เม.ย.นี้ เช็กเงื่อนไขได้ที่นี่

IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง

IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูง ห่วงโซ่อุปทานสะดุด และความเชื่อมั่นในตลาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง

วันที่ 10 เมษายน 2569 นางคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการ IMF ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุด โดยระบุว่า แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว แต่ผลกระทบเชิงลึกจากสงครามยังคงกดดันเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก โลกอาจไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ง่ายๆ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานเสียหายหนัก การขนส่งติดขัด และราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นกว่า 20-30% ในช่วงที่ผ่านมา

IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอาจหดตัวลงถึง 3% ในระยะสั้น และการฟื้นตัวจะช้ามากในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีความต้องการเงินช่วยเหลือฉุกเฉินสูงสุดถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย สิ่งนี้จะกระทบโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน

ผลกระทบหลักจาก IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก

  • ต้นทุนพลังงานพุ่ง: ราคาน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย
  • ห่วงโซ่อุปทานสะดุด: การขนส่งทางทะเลและบกหยุดชะงัก ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคขาดแคลน
  • ความไม่มั่นคงด้านอาหาร: กระทบประชาชนอย่างน้อย 45 ล้านคน จากราคาปุ๋ยและธัญพืชที่แพงขึ้น
  • ความเชื่อมั่นตลาดลดลง: หุ้นตก ดอลลาร์ผันผวน ส่งผลต่อการลงทุนทั่วโลก

นายอเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก เสริมว่า ประเทศรายได้น้อยจะเดือดร้อนหนักที่สุด โดยธนาคารโลกพร้อมจัดสรรเงินช่วยเหลือเร่งด่วน 25,000 ล้านดอลลาร์ และอาจเพิ่มเป็น 60,000 ล้านดอลลาร์ในระยะยาว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเงินเฟ้อและความยากจนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับประเทศไทย IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง นี้จะส่งผลกระทบทางอ้อม เช่น ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่สูงขึ้น ส่งผลต่อค่าขนส่งและสินค้าอุปโภค ทำให้เงินเฟ้อในประเทศอาจพุ่งถึง 4-5% หากไม่มีการแทรกแซง รัฐบาลไทยควรเร่งกระจายน้ำมันสำรองและส่งเสริมพลังงานทดแทนเพื่อลดความเสี่ยง

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยในภาคการผลิตและส่งออกควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง เช่น สิ่งทอและอาหารทะเล ซึ่งอาจเผชิญต้นทุนสูงขึ้น 20% สถานการณ์นี้ยังกระตุ้นให้เกิดการกระจายห่วงโซ่อุปทานไปยังภูมิภาคอื่นๆ เช่น อาเซียนและอินเดีย เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

สรุปแล้ว IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกจากผลพวงสงครามตะวันออกกลาง เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจโลกยังคงเปราะบาง ผู้ลงทุนควรปรับพอร์ตให้สมดุล โดยเน้นสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตร ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกต้องร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวเศรษฐกิจอัปเดตเพื่อเตรียมตัวรับมือผลกระทบที่อาจลุกลาม

ที่มา – IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง

เกาหลีใต้ส่งทูตพิเศษเจรจาอิหร่าน เรือติดฮอร์มุซ

ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซ เกาหลีใต้ส่งทูตพิเศษเจรจาอิหร่าน หลังเรือ 26 ลำ ยังติดค้างที่ “ฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนกำลังจับตา รัฐบาลเกาหลีใต้ตัดสินใจส่งทูตพิเศษเพื่อเจรจาเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรือ หลังจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับเรือสินค้าที่ติดขัด

เกาหลีใต้ส่งทูตพิเศษเจรจาอิหร่าน หลังเรือ 26 ลำ ยังติดค้างที่ “ฮอร์มุซ”

กระทรวงการต่างประเทศไทยเกาหลีใต้ประกาศแต่งตั้งนายชอง บยอง-ฮา อดีตเอกอัครราชทูตประจำคูเวตและผู้แทนด้านความร่วมมือขั้วโลก เป็นทูตพิเศษที่จะเดินทางไปยังกรุงเตหะรานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โช ฮยอน กับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี

ระหว่างการเจรจา เกาหลีใต้ตั้งใจหารือหลายประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความปลอดภัยของพลเมืองเกาหลี เรือสินค้า และลูกเรือ รวมถึงเงื่อนไขการผ่านเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและสินค้าทั่วโลก

สถานการณ์เรือเกาหลีใต้ติดค้างที่ฮอร์มุซ

ปัจจุบัน มีเรือสัญชาติเกาหลีใต้จำนวน 26 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากความเสี่ยงสูงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่ผู้บริหารบริษัทเดินเรือและนักวิเคราะห์ยังคงกังวลกับความปลอดภัย

  • เรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำ รอการขนถ่ายสินค้า
  • เรือสินค้าทั่วไป 16 ลำ ติดขัดมานานหลายสัปดาห์
  • ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของเกาหลีใต้ที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญที่ขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก หากเกิดปัญหาจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก รวมถึงเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่

บทบาทของเกาหลีใต้ในภูมิภาคและความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

เกาหลีใต้เป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยมีทหารสหรัฐฯ ประจำการราว 28,000 นายเพื่อรับมือภัยจากเกาหลีเหนือ การส่งทูตพิเศษครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเรือติดค้าง แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทด้านความมั่นคงของเกาหลีใต้ในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลในอิหร่าน โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบที่เคยเป็นแหล่งสำคัญก่อนเกิดความขัดแย้ง การเจรจาครั้งนี้อาจช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์และลดความเสี่ยงให้กับอุตสาหกรรมเดินเรือ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะช่วยลดการโจมตี แต่ความไว้วางใจระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกยังไม่แข็งแกร่งพอ การเข้าแทรกแซงของเกาหลีใต้ในฐานะประเทศที่เป็นกลางมากกว่าอาจเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายวิกฤต

สถานการณ์นี้ยังกระทบต่อบริษัทเดินเรือเกาหลีใหญ่ๆ เช่น HMM และ Pan Ocean ที่ต้องปรับเส้นทางเลี่ยง ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้น 20-30% ซึ่งจะส่งต่อไปยังผู้บริโภค

ในมุมมองของผู้เขียน การส่งทูตพิเศษของเกาหลีใต้เป็นก้าวเชิงรุกที่ชาญฉลาด ช่วยปกป้องผลประโยชน์ชาติโดยไม่ต้องพึ่งพาแค่สหรัฐฯ เท่านั้น หากสำเร็จ อาจเป็นแบบอย่างให้ชาติอื่นๆ ในเอเชียติดตาม

คุณคิดอย่างไรกับการเจรจาครั้งนี้? มันจะช่วยให้เรือเกาหลีปลอดภัยผ่านฮอร์มุซได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – เกาหลีใต้ส่งทูตพิเศษเจรจาอิหร่าน หลังเรือ 26 ลำ ยังติดค้างที่ “ฮอร์มุซ”

“โรม” ซัด “ครม.อนุทิน” ไม่เชื่อปราบโกง บี้สอบ “พิพัฒน์”

การเมืองไทยร้อนฉ่าไม่หยุดหย่อน ล่าสุดในที่ประชุมรัฐสภา มีดราม่าหนัก เมื่อ “โรม” ซัด “ครม.อนุทิน” ไม่เชื่อปราบโกง บี้สอบ “พิพัฒน์” โยง “เสี่ยตือ” เอี่ยวน้ำมันเถื่อน ทำให้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยลุกฮือประท้วงกันยกใหญ่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแถลงนโยบายรัฐบาล ซึ่งกลายเป็นเวทีเปิดศึกกันอย่างดุเดือด

“โรม” ซัด “ครม.อนุทิน” ไม่เชื่อปราบโกง บี้สอบ “พิพัฒน์” โยง “เสี่ยตือ” เอี่ยวน้ำมันเถื่อน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น. ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานประชุมในวัน thứสองของการแถลงนโยบายรัฐบาล นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายโจมตีรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะนโยบายปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนสีเทา และการทุจริตคอร์รัปชัน โรมย้ำว่าสังคมไทยไม่เชื่อมั่น เพราะการกระทำของรัฐบาลชุดนี้ย้อนแย้งกับรัฐบาลชุดก่อนที่ใช้นายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน

ประเด็นย้อนแย้งเรื่องคดีสแกมเมอร์และทุนเทา

โรมยกตัวอย่างกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ดำเนินคดีกับกลุ่มทุนเทาและสแกมเมอร์เรื่องสแกนม่านตา ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณา โรมตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะจัดการคดีนี้รวดเร็วเท่าคดีของตัวเองหรือไม่ โดยนายอนุทินกลับโยกนายประเสริฐไปเป็น รมว.ศึกษาธิการ เพื่อเป็นตัวอย่างให้เยาวชน ซึ่งโรมมองว่าเป็นการแก้ปัญหาทุจริตแบบ ‘ไม่เกรงใจ’ นายไชยชนก

นอกจากนี้ โรมยังพูดถึงการยึดทรัพย์นายเบน สมิธ และตั้งข้อสงสัยว่ามีคนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้องเกี่ยวเครือข่ายนี้หรือไม่ โรมชี้การคัดเลือก รมต. ที่ไม่ให้ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ดำรงตำแหน่งเพราะคดี DSI แต่กลับให้ประเสริฐที่เรื่องถึง ป.ป.ช. แล้ว ทำให้เกิดคำถามว่าปัญหาอยู่ที่คดีหรือพ่อของน.ส.สุดาวรรณกันแน่

บี้สอบ “พิพัฒน์” โยง “เสี่ยตือ” กรณีน้ำมันเถื่อน

จุดเด่นของการอภิปรายคือการชี้เป้า ร.อ.พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.พลังงาน พรรคภูมิใจไทย กรณีจับกักตุนน้ำมันใน จ.อ่างทอง ที่พบว่า ‘เสี่ยตือ’ เป็นเจ้าของคลัง และมีคลังน้ำมันหลายแห่งตุนน้ำมันหลายล้านลิตร แต่รัฐบาลจัดการลำบาก โรมเผยว่าบริษัทของเสี่ยตือเป็นลูกหนี้นายพิพัฒน์กว่า 100 ล้านบาท จากสัญญาเงินกู้ 2 ฉบับ นอกจากนี้ เดือนพฤศจิกายน 2568 ครอบครัวเสี่ยตือบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย 1 ล้านบาท ขณะราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยขายน้ำมันเถื่อนแต่ไม่โดนคดี

โรมเปรียบ ‘ไก่เห็นตีนงู งูเห็นตีนไก่’ บอกว่ารัฐบาลไม่กล้าจัดการเพราะ ‘โม่ง’ อยู่ในรัฐบาล และมีข่าวสินบนไม่ปราบสแกมเมอร์จากลูกชายเสี่ยตือ โรมเรียกร้องให้นายกฯ ตรวจสอบนายพิพัฒน์ว่าข้องเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนหรือทุนเทาหรือไม่ เพื่อให้การปราบทุจริตไม่เป็นแค่ลมปาก และไม่ปล่อยให้ทุนเทายึดชาติ

โรมปิดท้ายว่า ‘ผมและพรรคประชาชนไม่มีวันยอมแพ้ให้คนทำลายชาติและนิติธรรม’

ผลกระทบและการตอบโต้จาก ส.ส.ภูมิใจไทย

ระหว่างอภิปรายชื่อเสี่ยตือและนายพิพัฒน์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยอย่างนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล (อ่างทอง), นายยุพราช บัวอินทร์ (เพชรบูรณ์) และนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ (บัญชีรายชื่อ) ลุกประท้วงต่อเนื่อง ว่ามีลักษณะใส่ร้าย ประธานวินิจฉัยให้โรมอภิปรายต่อจนจบ

  • ประเด็นสำคัญ: การโยงนายพิพัฒน์กับเสี่ยตือผ่านหนี้สินและการบริจาคพรรค
  • ย้อนแย้งบุคคลากร: กรณีประเสริฐ vs สุดาวรรณ
  • ทุนเทาในรัฐบาล: สแกมเมอร์ สินบน กักตุนน้ำมัน
  • ความไม่เชื่อมั่น: นโยบายปราบโกงล้มเหลวเพราะย้อนแย้ง

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่การตรวจสอบกันเองในสภาถูกขัดขวางด้วยการประท้วง และคำถามใหญ่คือ รัฐบาลจะพิสูจน์ความโปร่งใสได้หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องพลังงานและทุนเทาที่กระทบประชาชนโดยตรง

ในมุมมองของผู้เขียน การอภิปรายของโรมเป็นกระสุนสำคัญที่เจาะจุดอ่อนของรัฐบาล แสดงให้เห็นว่าการปราบโกงต้องเริ่มจากตัวบุคคลในอำนาจ หากปล่อยไว้ ประชาชนจะยิ่งไม่เชื่อมั่น ควรติดตามคดีเหล่านี้ต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับดราม่าครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะ!

ที่มา – “โรม” ซัด “ครม.อนุทิน” ไม่เชื่อปราบโกง บี้สอบ “พิพัฒน์” โยง “เสี่ยตือ” เอี่ยวน้ำมันเถื่อน

แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2: นายกฯ ชมอภิปรายดี

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันดีกว่า นั่นคือ แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2 ที่กำลังเป็นที่จับตามองของทุกคน โดยเฉพาะท่าทีของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ดูจะมั่นใจสุดๆ หลังจากอภิปรายวันแรกผ่านไปแบบราบรื่น มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2 นายกฯ อนุทินยิ้มแย้มเข้าสภา

เมื่อเวลา 09.16 น. วันที่ 10 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภาใหม่เอี่ยม นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้าประชุมรัฐสภา ครั้งที่ 1 วาระด่วนเพื่อแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา สีหน้านายกฯ ดูยิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนพร้อมลุยเต็มที่เลยครับ

ผู้สื่อข่าวที่รอจับภาพอยู่แน่นๆ ก็ไม่พลาดที่จะถามถึงภาพรวมของการอภิปรายในวันแรก นายกรัฐมนตรีตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “ดีครับ” แล้วก็รีบเดินเข้าห้องประชุมทันที ไม่มีทีท่าว่าจะขยายความเพิ่มเติม เหมือนเก็บท่าทีไว้ก่อน

สรุปภาพรวมอภิปรายวันแรกในแถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2

สำหรับวันแรกของการแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ใช้เวลาอภิปรายไปทั้งหมดประมาณ 17 ชั่วโมง จากเวลาทั้งหมดที่จัดสรรไว้ 32 ชั่วโมง 30 นาที ยังเหลือเวลาอีกกว่า 15 ชั่วโมงให้อภิปรายต่อในวันนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้าย

มาดูรายละเอียดการใช้เวลาแบบละเอียดยิบกันเลยครับ:

  • นายกรัฐมนตรี: ใช้ไปกว่า 1 ชั่วโมง เหลือประมาณ 21 นาที
  • คณะรัฐมนตรี: ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง 20 นาที เหลือกว่า 4 ชั่วโมง 30 นาที
  • สว. (วุฒิสภา): ใช้ไปกว่า 2 ชั่วโมง เหลือ 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล: ใช้เกือบ 4 ชั่วโมง เหลือกว่า 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • ส.ส. ฝ่ายค้าน: ใช้เกือบ 8 ชั่วโมง เหลือกว่า 6 ชั่วโมง 30 นาที
  • ประธานสภา: ใช้ประมาณ 31 นาที เหลือประมาณ 28 นาที

จากตัวเลขเหล่านี้ จะเห็นว่าฝ่ายค้านยังมีเวลาอภิปรายเหลือเพียบเลยครับ คงมีดุเดือดต่อแน่นอน ส่วนฝ่ายรัฐบาลดูจะจัดการเวลาได้ดี

นายกฯ งดสัมภาษณ์สื่อเป็นวันที่ 3 แล้ว

ที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ นี่เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ หลังจากมีภาวะวิกฤตพลังงานรุมเร้า ดูเหมือนว่านายกฯ จะโฟกัสที่การประชุมสภาเป็นหลัก เก็บไพ่ในมือไว้ก่อน

การแถลงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะกำหนดทิศทางประเทศในช่วงข้างหน้า โดยเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจ สังคม และพลังงานที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ ฝ่ายค้านคงไม่ปล่อยให้ผ่านง่ายๆ แน่นอน

จากที่ติดตามมาจะเห็นว่ารัฐบาลพยายามนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน เช่น การแก้ปัญหาค่าครองชีพ การกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด และการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน แต่การอภิปรายวันแรกก็เผยให้เห็นจุดอ่อนหลายจุดที่ฝ่ายค้านจวกหนัก

วันนี้เป็นวันสุดท้าย คงต้องรอฟังนโยบายตอบโต้จากรัฐบาล และการโหวตความไว้วางใจต่อไป ทุกอย่างกำลังเข้มข้นมาก!

ส่วนตัวผมมองว่าท่าที “ดีครับ” ของนายกฯ แสดงถึงความมั่นใจ รัฐบาลนี้น่าจะเตรียมการมาดี สภาจะโหวตผ่านหรือไม่ ต้องรอติดตามครับ สุดท้ายแล้ว นโยบายต้องลงสู่ประชาชนจริงๆ ถึงจะสำเร็จ

คุณคิดยังไงกับ แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2 ครั้งนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ!

ที่มา – แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2 นายกฯ รับภาพรวมอภิปรายวันแรกดี ยังเก็บท่าที หลังงดสัมภาษณ์แล้ว 3 วัน

ผู้บริหาร ADNOC จี้อิหร่านเปิดฮอร์มุซทันที

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบหนักต่อตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะ ผู้บริหาร ADNOC จี้อิหร่านเปิดฮอร์มุซทันที ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตา สุลต่าน อัล จาเบอร์ ซีอีโอของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) และรัฐมนตรีอุตสาหกรรมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกมาเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทันที

ผู้บริหาร ADNOC จี้อิหร่านเปิดฮอร์มุซทันที ชี้ถูกคุมเข้มเสี่ยงกระทบพลังงานโลก

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางสำคัญที่ขนส่งน้ำมันดิบราว 20-30% ของโลก แต่ตั้งแต่เกิดความขัดแย้งสงครามสหรัฐ-อิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ช่องแคบแห่งนี้ถูกอิหร่านควบคุมอย่างเข้มงวด การผ่านเรือต้องได้รับอนุญาต อยู่ภายใต้เงื่อนไขทางการเมือง และมีความเสี่ยงจากแรงกดดันต่างๆ ผู้บริหาร ADNOC ย้ำชัดว่าการกระทำเช่นนี้ไม่ใช่เสรีภาพในการเดินเรือตามมาตรฐานสากล แต่เป็นการบีบบังคับที่ยอมรับไม่ได้

นอกจากนี้ ผู้บริหาร ADNOC จี้อิหร่านเปิดฮอร์มุซทันที ยังประณามอิหร่านให้รับผิดชอบความเสียหายจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้การผลิตน้ำมันของ UAE ลดลงกว่าครึ่ง รายงานจาก Reuters ระบุว่าราคาน้ำมันพุ่งสูงช่วยพยุงรายได้บ้าง แต่ปริมาณผลิตที่หดตัวทำให้ตลาดตึงตัว มีเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 230 ลำรอคิวผ่านช่องแคบไม่ได้ สร้างความล่าช้าอย่างหนัก

ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อประเทศต่างๆ

  • UAE: การผลิตน้ำมันลดลงเกิน 50% ส่งผลต่อรายได้หลักของประเทศ
  • ซาอุดีอาระเบีย: โครงสร้างพื้นฐาน refinery และท่าเรือได้รับความเสียหายจากการโจมตี
  • กาตาร์, คูเวต, บาห์เรน: เส้นทางการส่งออก LNG และน้ำมันถูกขัดขวาง สร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือที่ให้สัมภาษณ์ CNN ชี้ว่าความไม่แน่นอนจากข้อตกลงหยุดยิงทำให้การเดินเรือยังเสี่ยงสูง อิหร่านยืนยันว่าต้องประสานกับกองกำลังของตน และมีข้อจำกัดทางเทคนิก โดยยังไม่มีแผนรับประกันความปลอดภัยชัดเจน สถานการณ์นี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ต้องเร่งเจรจาเปิดเส้นทาง

ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซต่อเศรษฐกิจโลก

ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 21 ไมล์ แต่เป็นประตูสู่ตลาดพลังงานหลัก ก่อนเกิดสงครามที่นี่เป็นน่านน้ำสากลที่เปิดเสรี หากปิดกั้นนานๆ จะทำให้ราคาน้ำมันทะยานสู่ 100-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่ง แม้แต่ประเทศที่ไม่ได้พึ่งพาน้ำมันตรงๆ อย่างไทยก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคจะแพงตาม

ผู้บริหาร ADNOC เน้นย้ำว่าความมั่นคงพลังงานโลกขึ้นอยู่กับเส้นทางนี้ ต้องเปิดเต็มรูปแบบ ไร้เงื่อนไข เพื่อหลีกเลี่ยงคลื่นกระแทกเศรษฐกิจที่อาจลุกลามทั่วโลก ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือจุดวิกฤตที่ Opec+ ต้องเข้ามามีบทบาทช่วยพยุงอุปทาน

ทางออกที่เป็นไปได้และบทเรียนจากอดีต

จากประวัติศาสตร์ ช่องแคบฮอร์มุซเคยถูกขู่อีกหลายครั้ง เช่น สงครามอิหร่าน-อิรักปี 1980s ที่เรียกว่า Tanker War แต่ครั้งนี้ซับซ้อนกว่าเพราะเกี่ยวข้องมหาอำนาจหลายฝ่าย ทางออกอาจต้องมี UN หรือสหรัฐนำทัพคุ้มครองการเดินเรือ เหมือนปฏิบัติการ Earnest Will ในอดีต

นอกจากนี้ โลกกำลังเร่ง diversify แหล่งพลังงาน หันไปใช้ LNG จากออสเตรเลียหรือสหรัฐมากขึ้น แต่ในระยะสั้น ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นหัวใจสำคัญ

ในความเห็นของผม ผู้บริหาร ADNOC จี้อิหร่านเปิดฮอร์มุซทันที เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของระบบพลังงานโลกที่พึ่งพาพื้นที่จำกัด หากไม่แก้ไขด่วน อาจนำไปสู่ recession ทั่วโลกได้ ผู้นำโลกควรเร่งไกล่เกลี่ยเพื่อความมั่นคงร่วมกัน

คุณคิดว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายเมื่อไหร่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตพลังงานโลกกับเราต่อไป!

ที่มา – ผู้บริหารน้ำมันอาบูดาบีจี้อิหร่านเปิดเส้นทางทันที ชี้ฮอร์มุซถูกคุมเข้ม เสี่ยงกระทบพลังงานโลก

“วีระยุทธ” ผิดหวัง “เอกนิติ” แจงวิกฤตน้ำมัน

สวัสดีครับทุกท่าน ในสถานการณ์วิกฤตน้ำมันที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะนี้ วีระยุทธ ผิดหวัง เอกนิติ แจงวิกฤตน้ำมัน กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะคำชี้แจงจากฝั่งรัฐบาลที่ดูเหมือนจะวนลูปเดิม ๆ ไม่เห็นความคืบหน้า วันนี้เราจะมาสรุปและวิเคราะห์กันแบบเป็นกันเองว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และทำไมถึงเป็นเรื่องที่ประชาชนอย่างเราต้องติดตามใกล้ชิด

วีระยุทธ ผิดหวัง เอกนิติ แจงวิกฤตน้ำมัน พูดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แสดงความผิดหวังอย่างชัดเจนต่อการชี้แจงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ในประเด็นวิกฤตน้ำมัน คำพูดที่ได้ยินยังคงวนเวียนเหมือนกับ 2 สัปดาห์ก่อน ไม่มีมาตรการใหม่ ๆ หรือการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม ชาวประมงที่ออกเรือไม่ได้ อาหารทะเลเริ่มขาดตลาด ความเดือดร้อนเกิดขึ้นรายวัน แต่รัฐบาลยังชักช้า

นายวีระยุทธ เน้นย้ำว่ารัฐบาลควรช่วยเหลือทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่กลุ่มเปราะบางอย่างเดียว เพราะตอนนี้คนไทยทุกคนกำลังเผชิญความไม่แน่นอนทั้งหมด ต้องชัดเจนว่าจะช่วยใครบ้าง เท่าไหร่ และอย่างไร

ปัญหาโอนงบประมาณและ พ.ร.ก.กู้เงิน ต้องโปร่งใส

นอกจากวิกฤตน้ำมันแล้ว เรื่องโอนงบประมาณก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ ถ้ารัฐบาลอยากโอนงบ ควรทำผ่าน พ.ร.บ.โอนงบประมาณที่โปร่งใส ผ่านสภา เหมือนปี 2563 ที่ใช้เวลาแค่ 1 สัปดาห์ ไม่ล่าช้า ถ้าจะออก พ.ร.ก.เงินกู้ ก็ต้องชัดเจนว่าจะใช้เงินทำอะไร โดยเฉพาะกู้ 5 แสนล้านบาท ต้องไม่ใช่รักษาอดีต แต่เพื่ออนาคต เช่น พัฒนาทักษะ พยุงการจ้างงานที่กำลังตกต่ำ

  • โอนงบได้สูงสุด 50,000 ล้านบาท อาจไม่พอ
  • ข้าราชการลังเลเบิกจ่าย ต้องให้ความชัดเจน
  • กู้เงินต้องชี้แจง เหมือนสมัยโควิดที่ทิ้งหนี้ไว้เพียบ

ศุภจี ได้ข้อมูลไม่ตรงหน้างาน? ปัญหาปุ๋ย-มะพร้าว-ล้ง

ส่วนนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงเรื่องสินค้าเกษตร แต่ข้อมูลที่ให้มามีปัญหา เช่น ราคามะพร้าวที่บอกขึ้น 7 บาท แต่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรยืนยันแค่ 3 บาท ข้อมูลจากข้าราชการไม่ตรงกับหน้างาน พ่อค้าแม่ค้าบอกยังไง ต้องลงพื้นที่จริง

เรื่องล้งมะพร้าวยังไม่ชัดว่าจะช่วยยังไง ล้งกลางหรือชุมชน? และที่กังวลสุดคือปุ๋ยเริ่มขาดตลาด ราคาไม่เปิดเผย หวั่นไอ้โม่งน้ำมันหันมากักตุนปุ๋ยแทน เกษตรกรเดือดร้อนหนัก

แม้แต่เรื่องฝุ่น PM2.5 คำตอบของศุภจีที่บอกไม่ใช่ไปเชียงใหม่ 365 วัน ก็สะท้อนมุมมองผู้บริหารที่มองแค่ท่องเที่ยว ไม่ใช่ชีวิตประจำวันของชาวเหนือ

แนะนายกฯ เร่งแก้ของแพง เลิกเดินตามหลังวิกฤต

นายวีระยุทธ แนะนำนายกรัฐมนตรีให้เลิกเดินตามหลังประชาชน ต้องนำหน้า 1-2 ก้าว ประกาศวิสัยทัศน์ชัด ๆ ว่าจะรับมือวิกฤต 2 เดือนข้างหน้าอย่างไร มาตรการสงกรานต์เพิ่งออกช้าไป 5 สัปดาห์ ไอ้โม่งน้ำมันช้า 4 สัปดาห์ GPS ติดรถเรือช้า 6 สัปดาห์ ข้อมูลน้ำมันลดเหลือ 40 ล้านลิตรต้องตรวจสอบว่ากักตุนหรือไม่

พรรคประชาชนตั้งวอร์รูมติดตามทุกกระทรวง เหมือนครม.เงา เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ

สุดท้าย เรื่องประชุมใหญ่พรรคปลายเมษายน อาจปรับโครงสร้าง แต่ยังอุบเรื่องหัวหน้าพรรคคนใหม่

วิกฤตแบบนี้ รัฐบาลต้องเร่งด่วน โปร่งใส และนำหน้าประชาชน มิฉะนั้นความเดือดร้อนจะยิ่งบานปลาย คุณคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายนะครับ

ที่มา – “วีระยุทธ” ผิดหวัง “เอกนิติ” แจงวิกฤตน้ำมันพูดเหมือนเดิม แนะนายกฯ เร่งแก้ของแพง

ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น

ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น อีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ต้องหยุดพักชั่วคราวเพราะสถานการณ์สงครามรุนแรงกับอิหร่าน ล่าสุดศาลแขวงกรุงเยรูซาเล็มประกาศยกเลิกมาตรการฉุกเฉิน ทำให้คดีสำคัญคดีนี้กลับมาดำเนินการต่อได้ตามปกติ

ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น

ในวันที่ 10 เมษายน 2569 คดีทุจริตของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู จะกลับมาเริ่มพิจารณาอีกครั้งในวันอาทิตย์ เวลา 09.30 น. โดยจะรับฟังพยานฝ่ายจำเลยต่อจากเดิม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องระงับเพราะศาลใช้นโยบายจำกัดเฉพาะคดีเร่งด่วนเท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงที่ย่ำแย่

ก่อนสงคราม กระทรวงยุติธรรมอิสราเอลออกมาตรการพิเศษตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ 2569 ทำให้คดีอาญาและแพ่งส่วนใหญ่หยุดชะงักไปหมด แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติแล้ว คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบค้านพยาน ไม่ใช่เริ่มใหม่ทั้งหมด

รายละเอียดคดี “เนทันยาฮู” ที่โลกจับตา

เนทันยาฮูถูกตั้งข้อหาตั้งแต่ปี 2562 ใน 3 คดีใหญ่ ได้แก่ คดี 1000, 2000 และ 4000 เขายืนยันปฏิเสธทุกข้อหา และเริ่มขึ้นให้การในศาลตั้งแต่ธันวาคม 2567 จากนั้นอัยการเริ่มสอบค้านตั้งแต่กลางปี 2568

  • คดี 1000: รับของขวัญมูลค่าสูงจากบุคคลใกล้ชิด เช่น ซิการ์และแชมเปญ จากมหาเศรษฐีชาวอิสราเอล
  • คดี 2000: แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับเจ้าของสื่อ เพื่อให้รายงานข่าวในเชิงบวก และช่วยออกกฎระเบียบที่เอื้อประโยชน์
  • คดี 4000 (เบเซก-วาลลา): ข้อหาหนักสุด รับสินบนจากบริษัท Bezeq เพื่อให้สื่อ Walla รายงานข่าวเอื้อนายกฯ

คดีเหล่านี้สร้างความฮือฮาในอิสราเอลมาก เพราะเกี่ยวข้องกับคำถามใหญ่: ผู้นำที่ถูกฟ้องคดีอาญาควรอยู่ในตำแหน่งต่อไหม ท่ามกลางสงครามและความขัดแย้งที่ยังคุกรุ่น

ผลกระทบทางการเมืองจากศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น

การกลับมาไต่สวนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่อิสราเอลยังเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคง โดยเฉพาะหลังสงครามกับอิหร่านที่ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก นักวิเคราะห์การเมืองมองว่าคดีนี้อาจสั่นคลอนฐานอำนาจของเนทันยาฮู ซึ่งเป็นนายกฯ ที่ดำรงตำแหน่งมานานที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล

ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เขาลาออกเพื่อเคารพกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ผู้สนับสนุนยืนยันว่าเป็นการเมืองสกปรกเพื่อโค่นล้มเขา นอกจากนี้ คดียังกระทบภาพลักษณ์ของอิสราเอลในเวทีโลก โดยเฉพาะเรื่องธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชั่น

นับตั้งแต่เริ่มคดี เนทันยาฮูต้องต่อสู้ทั้งในศาลและในสภา ทำให้รัฐบาลชะงักงันหลายครั้ง ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายชี้ว่าการไต่สวนครั้งนี้จะยาวนาน อาจถึงหลายเดือน โดยพยานสำคัญหลายรายรอให้การ

เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลองดูไทม์ไลน์สำคัญ:

  • 2562: ฟ้องคดีอย่างเป็นทางการ
  • 2567: เนทันยาฮูขึ้นให้การครั้งแรก
  • 2568: อัยการสอบค้านเริ่มต้น
  • ต้น 2569: หยุดชั่วคราวเพราะสงคราม
  • เม.ย. 2569: กลับมาไต่สวนต่อ

สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบเนทันยาฮูคนเดียว แต่ยังสะท้อนปัญหาคอร์รัปชั่นในผู้นำทั่วโลก ที่มักถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส

ในมุมมองของผม การที่ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่นต่อ แสดงถึงความเข้มแข็งของระบบยุติธรรม แม้ในยามวิกฤต หากเนทันยาฮูรอดคดีนี้ได้ อาจยิ่งเสริมภาพลักษณ์นักรบที่ไม่ยอมแพ้ แต่ถ้าพ่ายแพ้ อาจเปิดทางให้ผู้นำรุ่นใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงอิสราเอล

คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? ติดตามอัปเดตล่าสุดและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น อีกครั้งหลังหยุดพักไปช่วงสงคราม