วัน: 14 เมษายน 2026

“ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวการเมืองสายอัปเดต! วันนี้เรามีข่าวร้อนจากพรรคประชาชนมาฝากกันเลย “ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน แถมยังแย้มๆ ถึงว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ด้วยนะ เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล หรือที่แฟนๆ เรียกกันติดปากว่า “ไหม” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวนะ) เวลา 10.00 น. ฟังดูน่าสนใจมากใช่มั้ยล่ะ? มาดูรายละเอียดกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

“ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน

อย่างที่ทราบกันดี พรรคประชาชนกำลังจะมีการประชุมสามัญประจำปีในเดือนเมษายนตามกฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่จะมีการปรับโครงสร้างผู้บริหารชุดใหม่ “ไหม” ยอมรับตรงๆ เลยว่าตำแหน่งเลขาธิการพรรคต้องเปลี่ยนแน่นอน เพราะนายศรายุทธ ใจหลัก ได้ลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว ดังนั้นต้องหาคนใหม่มาทำหน้าที่แทน ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคก็ยังไม่ชัดเจน ต้องรอความเคลียร์จากคดี 44 ส.ส. ซึ่งเป็นคดีเก่าจากพรรคก้าวไกลเดิม

ทีมกฎหมายของพรรคกำลังเร่งขอคัดสำเนาเอกสารจากศาล ซึ่งมีถึง 1,000 หน้าเลยทีเดียว! ลองนึกภาพนะครับ เอกสารหลักฐานต่อ 1 คน ถึง 3 ลังใหญ่ๆ พวกเขาจะนำมาศึกษาเพื่อเขียนคำคัดค้านและยื่นขอทุเลาต่อศาล คาดว่ากระบวนการศาลจะใช้เวลาสักพัก เพราะปริมาณเอกสารมหาศาล ยกเว้นศาลจะอ่านเร็วมากๆ แต่ “ไหม” มองว่าจากปริมาณขนาดนี้ คงไม่น่าจะเร็วขนาดนั้นหรอก

สถานการณ์คดี 44 ส.ส. ส่งผลต่อพรรคอย่างไร

คดีนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่ทุกคนจับตา ถ้าศาลประทับรับฟ้องหรือมีคำสั่งออกมา จะกระทบกับการเลือกหัวหน้าพรรคชุดใหม่ทันที พรรคประชาชนที่เพิ่งตั้งขึ้นมาจากเหล่าส.ส.ก้าวไกลที่โดนยุบพรรค กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจึงเป็นสัญญาณว่าพรรคพร้อมเดินหน้าต่อ ไม่ว่าจะผลคดีออกมายังไงก็ตาม เพื่อนๆ คิดว่าคดีนี้จะจบยังไงบ้าง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ!

แย้มคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นคนในพรรค

นอกจากเรื่องผู้บริหารพรรคแล้ว “ไหม” ยังโวใหญ่เลยว่า พรรคประชาชนพร้อมส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แน่นอน! จะเปิดชื่อและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคเร็วๆ นี้ บุคคลนี้มีคุณสมบัติครบเครื่องทั้งหมด มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ชัดเจนที่จะทำให้กรุงเทพฯ ดีขึ้นจริงๆ แถมยังสอดคล้องกับนโยบายพัฒนากทม. ของพรรคที่พร้อมนำไปปฏิบัติได้ทันที ที่สำคัญคือเป็นนักการเมืองในพรรค และทุกคนรู้จักดีเลยทีเดียว

ลองคิดดูนะครับ ผู้สมัครคนนี้จะมาพลิกโฉมกทม. ยังไงบ้าง? เช่น แก้ปัญหาจราจร น้ำท่วม หรือพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น พรรคประชาชนมีนโยบายเด็ดๆ เพียบ อย่างการทำให้กทม. เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่คนรวยเท่านั้น

  • คุณสมบัติหลักของผู้สมัคร: ภาวะผู้นำสูง
  • วิสัยทัศน์ชัด: วาดภาพกทม.ที่ดีกว่าเดิม
  • นโยบายปฏิบัติได้จริง: สอดคล้องกับแผนพรรค
  • เป็นคนในพรรค: รู้จักกันดี ไม่ใช่ตัวกลาง

ข่าวนี้ทำให้แฟนๆ พรรคตื่นเต้นมาก เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปีนี้ดุเดือดแน่ๆ พรรคประชาชนดูพร้อมรบสุดๆ

สรุปแล้ว “ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการเตรียมพร้อมรับศึกเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ในมุมมองผมนะ พรรคนี้มีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะนโยบายที่ใกล้ชิดประชาชน ถ้าผู้สมัครผู้ว่าฯ เปิดตัวแล้ว รับรองฮือฮา! เพื่อนๆ คิดยังไงกับข่าวนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเราเลยนะครับ Don’t miss!

ที่มา – “ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน-แย้มคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นคนในพรรค

เรนเจอร์สประชุมมาตรฐานผู้ตัดสิน

เรนเจอร์สประชุมมาตรฐานผู้ตัดสิน สกอตติชดราม่าร้อน

เรนเจอร์สเตรียมจัด เรนเจอร์สประชุมมาตรฐานผู้ตัดสิน ในเดือนนี้ เพื่อหารือกับสโมสรพรีเมียร์ชิปลีกสกอตแลนด์เกี่ยวกับปัญหาคุณภาพการตัดสินที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในลีก ข่าวนี้มาจากรายงานของ The Herald ซึ่งระบุว่าเรนเจอร์สจะเป็นเจ้าภาพที่ไอบร็อกซ์ เพื่อแก้ไขข้อกังวลจากหลายทีมที่ไม่พอใจกับการตัดสินในฤดูกาลนี้

ในขณะเดียวกัน คริส ซัตตัน อดีตตำนานเซลติก ได้ตัดเซลติกออกจากการลุ้นแชมป์แล้ว แม้ทีมจะเพิ่งชนะในสุดสัปดาห์นี้ เขาบอกว่าพวกเขาทำให้เซนต์ มิรเรนดูเหมือนทีมชาติบราซิลเลยทีเดียว ข่าวนี้เผยแพร่ผ่าน Daily Record และ The Warm-Up ทำให้แฟนบอลเซลติกต้องใจสั่น

เรนเจอร์สประชุมมาตรฐานผู้ตัดสิน: รายละเอียดสำคัญ

การ เรนเจอร์สประชุมมาตรฐานผู้ตัดสิน จะรวมสโมสรชั้นนำของสกอตติชพรีเมียร์ชิป เพื่อวิเคราะห์ปัญหาการตัดสินที่อาจส่งผลต่อความยุติธรรมในลีก ทีมเรนเจอร์สเชื่อว่าปัญหานี้รุนแรงพอที่จะต้องจัดการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ในแมตช์ล่าสุดที่สร้างความขัดแย้ง

มาร์ติน โอนีลล์ วางแผนอุ่นเครื่องเซลติก

มาร์ติน โอนีลล์ กุนซือเซลติก กำลังเตรียมแมตช์กระชับมิตรแบบปิดประตู เพื่อให้นักเตะหลักที่เพิ่งหายเจ็บได้ลงสนามฝึกซ้อมก่อนลุยแข่งจริง ข่าวจาก Daily Record ชี้ว่านี่เป็นกลยุทธ์เพื่อรักษาฟอร์มทีมให้พร้อมสำหรับช่วงโค้งสุดท้าย

ส่วนฮิเบอร์เนียนกำลังเล็งเซ็นเบสิร์ อิเซนี ปราการหลังวัย 25 ปีจาก KF Dukagjini ที่กำลังจะหมดสัญญา มีอย่างน้อยสองทีมพรีเมียร์ชิปสนใจด้วย ทำให้การแข่งขันดุเดือด

  • อเบอร์ดีน: สตีเฟน ร็อบินสัน จะทดสอบนักเตะสำรองในสองสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินฟอร์ม
  • คัลวิน มิลเลอร์: หวังใช้ช่วงท็อปซิกซ์กับฟอลเคิร์ก เป็นเวทีออดิชั่นทีมชาติสกอตแลนด์ชุดเวิลด์คัพ

แม่เวลล์สนใจคีแรน งเวนย่า ปราการหลังดันเฟิร์มไลน์ แบบไร้ค่าตัว แต่ต้องแข่งกับเลย์ตัน โอเรียนท์และเบอร์ตัน อัลเบี้ยน

สก็อต ไรท์ จากดันดี เริ่มเชื่อมั่นร่างกายอีกครั้งหลังหายเจ็บเข่าหนัก 18 เดือน และทำประตูได้แล้ว ขณะที่ฟอลเคิร์กจะปรับนโยบายตั๋วหลังจากแฟนเรนเจอร์สนั่งในโซนเหย้า

ข่าวย้ายทีมและอนาคตโค้ช

รัสเซลล์ มาร์ติน อดีตกุนซือเรนเจอร์ส ติดshortlist ของบริสตอล ซิตี้ สำหรับฤดูกาลหน้า จาก Football League World

ดราม่าในสกอตติชพรีเมียร์ชิปยังคงเข้มข้น โดยเฉพาะประเด็น เรนเจอร์สประชุมมาตรฐานผู้ตัดสิน ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าลีก การตัดสินที่ผิดพลาดส่งผลต่อผลงานทีมใหญ่ๆ อย่างเรนเจอร์สและเซลติก ทำให้แฟนบอลตั้งคำถามถึงความโปร่งใส

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การประชุมนี้อาจนำไปสู่การใช้ VAR ที่ดีขึ้น หรืออบรมกรรมการใหม่ เพื่อยกระดับลีกให้เทียบชั้นยุโรป ทีมอย่างอเบอร์ดีนและฮิเบอร์เนียนก็เดือดร้อนไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ การวางแผนของโอนีลล์แสดงให้เห็นว่าเซลติกยังไม่ยอมแพ้ แม้ซัตตันจะตัดชื่อออก ข่าวการย้ายทีมของอิเซนีและงเวนย่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในตลาดซัมเมอร์

สำหรับแฟนฟุตบอลสกอตติช ช่วงนี้คือเวลาที่น่าติดตามที่สุด อย่าพลาดอัปเดต!

คุณคิดอย่างไรกับ เรนเจอร์สประชุมมาตรฐานผู้ตัดสิน? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารฟุตบอลสกอตติชล่าสุด

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 เดินทางพุ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ช่วงสงกรานต์ปีนี้สนุกกันเต็มที่เลยใช่มั้ยครับ แต่รู้มั้ยว่าการเดินทางของพี่น้องประชาชนมหาศาลแค่ไหน “คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 ออกมาแล้ว ยอดผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะพุ่งสูงถึง 7.8 ล้านคนเลยทีเดียว และที่สำคัญคือข่าวดีอุบัติเหตุลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่น่าเสียดายที่การขับรถเร็วยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 75 ราย วันนี้เรามาสรุปข้อมูลเจาะลึกกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ

“คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 ยอดเดินทางพุ่งทะลุ 7.8 ล้านคน

จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม หรือ ศปภ.คค. กระทรวงคมนาคม ช่วงวันที่ 10-12 เมษายน 2569 ซึ่งเป็น 3 วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ พบว่าประชาชนเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะรวมทั้งหมด 7,817,280 คน โห เยอะมาก! ระบบขนส่งรองรับได้ดี ไม่มีใครตกค้างเลยครับ โดยระบบรางครองแชมป์ส่วนแบ่งสูงสุด 44% เลยทีเดียว

มาดูยอดเดินทางสูงสุดตามภูมิภาคกันครับ:

  • ภาคกลาง: ทางอากาศ (ขาออก) 156,888 คน – สนามบินแน่นปรี่!
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ทางถนน 109,751 คน – บขส. วิ่งไม่ทัน
  • ภาคใต้: ทางราง 98,881 คน – รถไฟใต้สุดฮิต
  • ภาคเหนือ: ทางถนน 65,335 คน – ขึ้นเหนือสาดน้ำกันเพลิน

ส่วนจราจรเข้า-ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงหลัก 12 เส้น มีรถรวม 3,198,641 คัน เพิ่มขึ้น 1.29% จากปีที่แล้ว แสดงว่าปีนี้คนเดินทางมากขึ้นจริงๆ ครับ

ระบบขนส่งสาธารณะปีนี้พร้อมแค่ไหน?

เพื่อนๆ ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะคงประทับใจ เพราะทุกอย่างลื่นไหล ไม่มีปัญหาใหญ่ กระทรวงคมนาคมเตรียมการมาดีมาก รถโดยสาร รถไฟ เครื่องบิน เรือ ล้วนพร้อม 100%

สถิติอุบัติเหตุ “คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569: ลดลงแต่ขับเร็วยังอันตราย

มาดูด้านมืดกันบ้างนะครับ สถิติอุบัติเหตุทางบก 3 วันแรก มี 535 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 488 คน เสียชีวิต 75 ราย สาเหตุหลักคือ “ขับรถเร็วเกินกำหนด” ถึง 339 ครั้ง คิดเป็น 63% เลย! ยานพาหนะที่เกิดบ่อยสุดคือรถปิกอัพ/บรรทุก 4 ล้อ 314 คัน พื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง 391 ครั้ง (73%) จังหวัดพิษณุโลกเสียชีวิตสูงสุด 5 ราย กรุงเทพฯ อุบัติเหตุมากสุด 33 ครั้ง

แต่ดีใจที่เมื่อเทียบปี 2568 อุบัติเหตุลด 30% เสียชีวิตลด 18% บาดเจ็บลด 31% ผลจากการรณรงค์และตรวจเข้มนี่แหละครับ

สาเหตุหลักและบทเรียนที่ได้

ขับเร็วไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะเพื่อนๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่รถเยอะ ทางไกลล้าๆ เหนื่อยๆ อย่าประมาท ต้องพักผ่อนให้พอ งดเหล้า driving

มาตรการเข้มงวดจากกระทรวงคมนาคม

กระทรวงคมนาคมไม่นิ่งนอนใจ ตรวจรถโดยสาร 47,159 คัน ที่จุดตรวจ 222 แห่งทั่วประเทศ ไม่พบปัญหาใหญ่ ท่าเรือและแพ 172 แห่ง แก้ไขเรือ 13 ลำทันที ที่สำคัญ ตรวจแอลกอฮอล์และยาเสพติดพนักงานขับรถทุกคน ไม่พบผิด!

นี่คือความมุ่งมั่นที่ทำให้การเดินทางปลอดภัยขึ้นครับ

โดยรวมแล้ว “คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการจัดการเทศกาลใหญ่ แต่เรายังต้องระวังตัวเองต่อไป ปีนี้ดีขึ้นแล้ว หวังปีหน้าจะลดอุบัติเหตุได้เหลือศูนย์! เพื่อนๆ ลองแชร์เคล็ดลับเดินทางปลอดภัยของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนี้หน่อยสิครับ จะได้ช่วยกันดูแลตัวเองและคนรอบข้าง

ที่มา – “คมนาคม” สรุป 3 วันสงกรานต์ 2569 ยอดเดินทางพุ่ง 7.8 ล้านคน อุบัติเหตุลดลง 30%

‘เป็นปัญหาจริง’ – ใครคือตัวสำรองของลูซี่ บรอนซ์?

‘เป็นปัญหาจริง’ – ใครคือตัวสำรองของลูซี่ บรอนซ์?

ในวงการฟุตบอลหญิงของทีมชาติอังกฤษ ปัญหาใหญ่ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางคือ ‘เป็นปัญหาจริง’ – ใครคือตัวสำรองของลูซี่ บรอนซ์? ลูซี่ บรอนซ์ แบ็คขวาสุดยอดที่เป็นกำลังหลักของทีมสิงโตคำรามมานาน กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาแสดงความเห็นว่า ทีมขาดตัวสำรองที่พร้อมทดแทนได้ทันที

Alex Scott, Fara Williams, Ellen White และ Steph Houghton ผู้วิจารณ์ชื่อดังจาก BBC ได้มาร่วมกันวิเคราะห์ในรายการพอดแคสต์ พวกเธอชี้ว่า การหาตัวแทนหรือผู้สืบทอดตำแหน่งแบ็คขวาให้ลูซี่ บรอนซ์ เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังจากที่ลูซี่พิสูจน์ตัวเองในฟุตบอลโลก 2023 และยูโร 2022 มาอย่างยอดเยี่ยม

‘เป็นปัญหาจริง’ – ใครคือตัวสำรองของลูซี่ บรอนซ์?

คำถามนี้ถูกยกขึ้นโดยตรงจาก Alex Scott ที่บอกว่า “It’s a real issue” ซึ่งแปลตรงตัวว่า ‘เป็นปัญหาจริง’ ทีมชาติอังกฤษขาดผู้เล่นที่สามารถลงสนามแทนลูซี่ได้โดยไม่ทำให้ทีมเสียสมดุล ลูซี่ไม่เพียงแค่ตั้งรับดี แต่ยังบุกเกมรุกได้อันตรายด้วยการครอสและยิงไกล ทำให้หาคนแทนยากมาก

Fara Williams เสนอชื่อผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง Niamh Charles จาก Chelsea หรือ Jessica Carter แต่ยอมรับว่ายังไม่ถึงระดับโลก Ellen White ชี้ว่าต้องพัฒนาเยาวชนจากอะคาเดมี่ให้มากขึ้น ส่วน Steph Houghton แนะนำให้โค้ช Sarina Wiegman ทดลองผู้เล่นใหม่ในนัดกระชับมิตร

ทำไม ‘เป็นปัญหาจริง’ – ใครคือตัวสำรองของลูซี่ บรอนซ์? ถึงเป็นประเด็นใหญ่

เหตุผลหลักคืออายุของลูซี่ที่เริ่มเข้า 32 ปีแล้ว การแข่งขันฟุตบอลหญิงกำลังเข้มข้นขึ้นทุกปี ทีมชาติอังกฤษต้องวางแผนระยะยาว หากบาดเจ็บหรือพักผ่อน ทีมจะเสียหายหนัก อีกทั้งในลีกชายแดน ลูซี่เล่นให้ Barcelona ทำให้ผู้เล่น WSL อย่าง Millie Bright หรือ Leah Williamson ยังไม่ชินกับบทบาทแบ็คขวาเต็มตัว

  • ตัวเลือกปัจจุบัน: Niamh Charles – เร็วและครอสดี แต่ขาดประสบการณ์ทีมชาติ
  • Jessica Carter: แข็งแกร่งในการดวล แต่เกมรุกยังต้องพัฒนา
  • Maya Le Tissier: ดาวรุ่งจาก Man Utd ที่มีศักยภาพสูง
  • Esme Morgan: จาก Brighton กำลังมาแรงในฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ ยังมีลิงก์ไปอ่านเพิ่มเติม: Lionesses จะแก้ปัญหาแบ็คขวาสืบทอดอย่างไร? ซึ่งวิเคราะห์เชิงลึกยิ่งขึ้น

การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยการลงทุนในอะคาเดมี่และให้โอกาสเยาวชนมากขึ้น ทีมชาติอังกฤษเคยประสบความสำเร็จจากระบบเยาวชนที่ดี มิเช่นนั้นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ต่อไป อาจเจอวิกฤติได้

สรุปแล้ว ‘เป็นปัญหาจริง’ – ใครคือตัวสำรองของลูซี่ บรอนซ์? ยังไม่มีคำตอบชัดเจน แต่เป็นโอกาสให้โค้ชและสมาคมฟุตบอลอังกฤษเร่งหาคนใหม่ คุณคิดว่าใครเหมาะสมที่สุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตฟุตบอลหญิงที่นี่เพื่อไม่พลาดข่าวสารสำคัญ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน

สถานการณ์ไฟป่าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกำลังเป็นที่กังวลของประชาชนและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน เพื่อปกป้องพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติอันทรงคุณค่าแห่งนี้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าแก่งกระจานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกเมื่อปี 2562 ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศไทยที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของภาคตะวันตก

“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน

วันที่ 14 เมษายน 2569 ที่บ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้มอบหมายให้ นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นประธานในการนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมไฟป่า โดยเหตุไฟป่าเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เมื่อตรวจพบจุดความร้อนบริเวณป่าต้นน้ำชั้น 1A ซึ่งเป็นพื้นที่สูงชันห่างจากหมู่บ้านบางกลอยประมาณ 4 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ระดมกำลังภาคพื้นดิน 30 นาย ร่วมกับผู้นำชุมชน เดินเท้าเข้าไปกว่า 5 ชั่วโมงเพื่อควบคุมเพลิงไหม้ และจัดกำลังอีก 30 นายสับเปลี่ยนเสบียงสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ไฟป่ายังคงลุกลามอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2569 และมีแนวโน้มจะขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ชุมชนใกล้เคียง ส่งผลให้ รมว.ทส. ต้องสั่งการเร่งด่วนให้บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนอากาศยานปีกหมุนหมายเลข 1110 เข้าช่วยดับไฟทางอากาศ จัดทำแนวกันไฟ และตรวจสอบสาเหตุอย่างเข้มงวดเพื่อบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด

สาเหตุไฟป่าจากการบุกรุกป่า

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ คณะเจ้าหน้าที่พบจุดเกิดเหตุการกระทำผิด 2 จุดหลัก โดยกลุ่มบุคคลได้บุกรุกถางป่า โค่นล้มต้นไม้ใหญ่ และจุดไฟสุมเพื่อหวังครอบครองที่ดินทำเกษตรกรรม ส่งผลให้แปลงที่ 1 มีไฟลุกลามไหม้ป่าธรรมชาติเสียหายกว่า 1,700 ไร่ ขณะที่แปลงที่ 2 เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน ไฟยังไม่ลุกลามเข้าป่าธรรมชาติ เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เนื่องจากภูมิประเทศเข้าถึงยาก ชาวบ้านต่างถิ่นไม่น่าจะสามารถเข้าไปได้

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และประกาศจังหวัดเพชรบุรี เรื่องกำหนดเขตควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่จึงจัดทำบันทึกการตรวจสอบ ตรวจยึดของกลาง และส่งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน เพื่อสอบสวนขยายผลและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษทั้งคดีอาญาและชดใช้ค่าเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติ

  • จุดเกิดเหตุหลัก: ป่าต้นน้ำชั้น 1A สูงชัน 4 กม. จากบ้านบางกลอย
  • ความเสียหาย: ป่าธรรมชาติกว่า 1,700 ไร่
  • มาตรการรับมือ: สนธิกำลังภาคพื้นดินและทางอากาศ จัดแนวกันไฟ
  • กฎหมายที่ใช้: พรบ.ป่าไม้ พรบ.ป่าสงวน พรบ.อุทยานแห่งชาติ
  • ผู้ต้องหาคาดว่า: กลุ่มบุคคลในพื้นที่

ปัญหาไฟป่าและการบุกรุกป่าในพื้นที่แก่งกระจานไม่ใช่ครั้งแรก โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่แห้งแล้ง ทำให้เพลิงลุกลามได้ง่าย ป่าที่นี่ไม่เพียงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก เช่น ชะนีมวยขาวและสมันชะนี แต่ยังเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนและป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน การที่“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ หากไม่รีบควบคุม อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยใกล้เคียง

นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาการบุกรุกป่าต้นน้ำเกิดขึ้นบ่อยครั้งทั่วประเทศ สาเหตุหลักมาจากความต้องการที่ดินทำกินและการขาดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง รัฐบาลจึงต้องเพิ่มมาตรการ เช่น การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อน การรณรงค์ให้ความรู้แก่ชุมชน และการตั้งหน่วยเฝ้าระวังพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

ในมุมมองของผู้เขียน การดำเนินการครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน หากประชาชนช่วยกันรายงานเบาะแสและหลีกเลี่ยงการจุดไฟในป่า จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ลองคิดดูสิครับ ถ้าป่ามรดกโลกอย่างแก่งกระจานเสียหายไป เราจะเสียโอกาสในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและมรดกให้ลูกหลานอย่างไร

มาเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องป่าไทยกันเถอะ! หากพบไฟป่าหรือการบุกรุก รายงานได้ที่สายด่วนกรมอุทยานฯ 1302 หรือแอป iPark ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

ที่มา – “สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน ขู่เอาผิดแก๊งบุกรุกป่าต้นน้ำกว่า 1,700 ไร่

กรีนพีซเตือนโครงสร้างเชอร์โนบิลเสี่ยงพังถล่ม

กรีนพีซเตือนโครงสร้าง “เชอร์โนบิล” เสี่ยงพังถล่ม สร้างความตื่นตัวให้ทั่วโลก หลังจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครนได้รับความเสียหายจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน หากเกิดการถล่มจริง ฝุ่นกัมมันตรังสีจำนวนมหาศาลอาจฟุ้งกระจายไปทั่วทวีปยุโรป สร้างหายนะครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด

กรีนพีซเตือนโครงสร้างเชอร์โนบิลเสี่ยงพังถล่ม

องค์กรกรีนพีซ (Greenpeace) ได้ออกรายงานเตือนภัยระดับหายนะ โดยระบุว่าโครงสร้างป้องกันนิรภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลกำลังอยู่ในสภาพเสี่ยงสูงต่อการพังถล่มแบบไม่สามารถควบคุมได้ สาเหตุหลักมาจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซียในปี 2025 ที่ทำให้โดมป้องกันรังสีชั้นนอกเสียหายหนัก

เชอร์โนบิลเป็นสถานที่เกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 1986 เตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 ระเบิด ทำให้กัมมันตรังสีกระจายไปทั่วพื้นที่และหลายประเทศในยุโรป ปัจจุบัน ซากเตาปฏิกรณ์ถูกห่อหุ้มด้วยโครงสร้างสองชั้น คือ “ซาร์โคฟากัส” (Sarcophagus) ซึ่งเป็นโครงสร้างคอนกรีตและเหล็กชั้นในที่สร้างขึ้นอย่างรีบด่วนหลังอุบัติเหตุ และ “New Safe Confinement” หรือโดมป้องกันรังสีชั้นนอกที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย สร้างเสร็จเมื่อปี 2016 เพื่อปกป้องนาน 100 ปี

กรีนพีซเตือนโครงสร้างเชอร์โนบิลเสี่ยงพังถล่มจากสงคราม

อย่างไรก็ตาม กรีนพีซเตือนโครงสร้างเชอร์โนบิลเสี่ยงพังถล่ม เนื่องจากการโจมตีของขีปนาวุธรัสเซีย แม้จะไม่ตกโดนโดมโดยตรง แต่แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นใกล้เคียง (ในรัศมี 200 เมตร) เทียบเท่าแผ่นดินไหวขนาดใหญ่พอที่จะเขย่าโครงสร้างชั้นในที่เสื่อมสภาพมานานให้พังทลายได้

ฌอน เบอร์นี ผู้เชี่ยวชาญนิวเคลียร์อาวุโสของกรีนพีซยูเครน เปิดเผยว่า “ภายในซาร์โคฟากัสมีฝุ่นกัมมันตรังสีเข้มข้นกว่า 4 ตัน และเม็ดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จำนวนมาก หากพังลงมาในตอนที่โดมชั้นนอกยังซ่อมไม่ได้ กัมมันตรังสีจะรั่วไหลออกมาทันที สร้างผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่าเดิม”

เซอร์เก ทารากานอฟ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ยืนยันว่าสถานการณ์ “อันตรายมาก” โดยบทเรียนจากปี 1986 ชี้ชัดว่าอนุภาคกัมมันตรังสีไม่มีพรมแดน สามารถลอยไปไกลหลายพันกิโลเมตร

  • ความเสี่ยงหลัก: ฝุ่นกัมมันตรังสี 4 ตันฟุ้งกระจาย
  • สาเหตุ: โครงสร้างชั้นนอกเสียหายจากขีปนาวุธ
  • ผลกระทบ: สุขภาพมนุษย์ สิ่งแวดล้อมทั่วยุโรป
  • อุปสรรค: สงครามขัดขวางการรื้อถอนและซ่อมแซม

การรื้อถอนโครงสร้างเก่าเพื่อป้องกันการถล่มเป็นสิ่งจำเป็น แต่แทบเป็นไปไม่ได้ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ รัสเซียยังคงยิงขีปนาวุธข้ามพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรีนพีซมองว่าเป็น “สงครามนิวเคลียร์” โดยพฤตินัยต่อประชาชนยูเครนและยุโรป

ล่าสุด รัฐบาลฝรั่งเศสประเมินค่าซ่อมโดมป้องกันรังสีสูงถึง 500 ล้านยูโร (ราว 19,000 ล้านบาท) รายงานนี้เผยแพร่ก่อนครบรอบ 40 ปีโศกนาฏกรรมเชอร์โนบิลในเดือนเมษายนพอดี

ผลกระทบหากกรีนพีซเตือนโครงสร้างเชอร์โนบิลเสี่ยงพังถล่มเป็นจริง

หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นหายนะนิวเคลียร์ครั้งที่สอง ส่งผลให้ระดับรังสีในอากาศ อ่างเก็บน้ำ และดินเพิ่มสูง มะเร็งและโรคจากรังสีจะพุ่งปรี๊ด โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ เศรษฐกิจยุโรปจะเสียหายหนักจากการอพยพและทำความสะอาด

กรีนพีซเรียกร้องให้ชาติตะวันตกกดดันรัสเซียหยุดโจมตีพื้นที่นิวเคลียร์ และสนับสนุนยูเครนในการซ่อมแซมเร่งด่วน

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายของพลังงานนิวเคลียร์ท่ามกลางความขัดแย้ง คุณควรติดตามข่าวสารสิ่งแวดล้อมและนิวเคลียร์อย่างใกล้ชิด แบ่งปันบทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับความเสี่ยงนี้

ที่มา – กรีนพีซเตือนโครงสร้าง “เชอร์โนบิล” เสี่ยงพังถล่ม กัมมันตรังสีอาจรั่วไหลครั้งใหญ่

“ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

“ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่น่าประทับใจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โดยน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำทีม สส.กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมกิจกรรม “สวัสดีวันสงกรานต์ สุขใจ ผู้สูงวัยสำราญ” ณ โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2567

ศิริกัญญา นำทีม สส.กทม. ร่วมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอกกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

“ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้สูงอายุตามประเพณีไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ สส.กทม. จากพรรคประชาชนอย่าง ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส.ในเขตใกล้เคียง ได้เข้าใกล้ชิดประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่กำลังเผชิญปัญหาการดูแลสุขภาพและสวัสดิการในกรุงเทพฯ

สถานการณ์ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ น่าเป็นห่วง

น.ส.ศิริกัญญา ชี้ให้เห็นว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คล้ายกับเมืองใหญ่ในหลายประเทศ มีบ้านพักคนชราและสถานอภิบาลผู้สูงวัยจำนวนมาก แต่ปัญหาความแออัด ขาดแคลนงบประมาณและบุคลากร ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ ปัจจุบัน การดูแลผู้สูงอายุถูกจำกัดด้วยโครงสร้างการบริหารที่อำนาจส่วนใหญ่อยู่ที่หน่วยงานกลาง ทำให้ กทม. ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างเต็มที่

ศิริกัญญา พูดถึงปัญหาผู้สูงอายุ กทม.

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ พรรคประชาชนผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร เพื่อกระจายอำนาจ ถ่ายโอนงบประมาณ บุคลากร และสินทรัพย์สู่ กทม. ทำให้การให้บริการสาธารณะรวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น

ประโยชน์จากการแก้ พ.ร.บ.กทม. เพื่อผู้สูงอายุ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า พ.ร.บ.กทม. ฉบับใหม่จะช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังหลายประการ โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงวัย ผ่านกลไกดังนี้

  • กระจายอำนาจแบบ negative list ให้ กทม. จัดการบริการสาธารณะได้กว้างขวาง
  • เพิ่มรายได้ใหม่ เช่น ค่าธรรมเนียม พันธบัตร ร่วมทุน และนิติบุคคล
  • ปรับโครงสร้างสองชั้น: ผู้ว่าราชการ กทม. กับ ส.ก. และ นายกเขต/นคร กับ ส.ข.
  • เพิ่มการมีส่วนร่วมประชาชนผ่าน Townhall และการเสนอโครงการงบประมาณ

โครงสร้างใหม่ พ.ร.บ.กทม.ทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมสงกรานต์ผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ปัญหาสวัสดิการผู้สูงอายุเป็นเรื่องเรื้อรัง โดยเฉพาะในวิกฤตเศรษฐกิจที่กระทบกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย การช่วยเหลือที่ล่าช้าและไม่ทั่วถึง ทำให้สูญเสียโอกาส เราจำเป็นต้องเร่งปฏิรูประบบให้เข้าถึงสิทธิได้รวดเร็วและเป็นธรรม

กิจกรรม “ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก จึงไม่ใช่แค่พิธี แต่เป็นสัญญาณของการมุ่งมั่นแก้ปัญหาจริงจัง ในมุมมองของผู้เขียน การกระจายอำนาจสู่ กทม. จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

เรียกร้องให้คุณร่วมสนับสนุนนโยบายกระจายอำนาจ พรรคประชาชน เพื่อผู้สูงอายุ กทม. ที่ดีกว่า! แชร์บทความนี้และติดตามข่าวสารเพิ่มเติม

ที่มา – “ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการรวมญาติ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนที่สูงขึ้นเช่นเคย ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. ได้แถลงสรุปยอดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย วันที่ 4 พบผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 51 ราย สะสม 4 วันแรกตาย 154 ศพ สร้างความห่วงใยให้กับประชาชนที่กำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก

ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ

จากข้อมูลที่ ศปถ. รวบรวม วันที่ 13 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของ “วันครอบครัว” เกิดอุบัติเหตุทางถนน 237 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 224 ราย และผู้เสียชีวิต 51 ราย สะสม 4 วัน (10-13 เม.ย.) เกิดอุบัติเหตุรวม 755 ครั้ง บาดเจ็บ 705 ราย เสียชีวิต 154 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตถึง 43 จังหวัด แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

สาเหตุหลักและยานพาหนะที่พบมากที่สุด

สาเหตุอันดับหนึ่งคือการ ขับรถเร็ว ร้อยละ 41.77 ตามด้วย ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.43 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 70.93 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 75.53 และในถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.29 ช่วงเวลาสูงสุดคือ 15.01-18.00 น. ร้อยละ 20.25 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20-29 และ 30-39 ปี

  • จังหวัดเกิดอุบัติเหตุสูงสุดวันนั้น: ชุมพรและเชียงราย (12 ครั้ง)
  • ผู้บาดเจ็บสูงสุด: ชุมพร (13 คน)
  • ผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปทุมธานีและเลย (4 ราย)

สะสม 4 วัน จังหวัดลำปางนำโด่งอุบัติเหตุ 33 ครั้ง บาดเจ็บ 34 ราย ขณะที่กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 8 ราย จังหวัดตายเป็นศูนย์ 22 จังหวัด

มาตรการบังคับใช้ 10 ข้อหาหลักต่อเนื่อง

ศปถ. กำชับทุกจังหวัดและ กทม. บังคับใช้ 10 ข้อหาหลัก อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เล่นน้ำ (Zoning) และวันครอบครัว ห้ามขายเหล้าให้เยาวชน ห้ามพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นั่งท้ายกระบะ ยืนบนรถ ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้ “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” ตักเตือนผู้ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อค หรือขับรถที่ชำรุด หากไม่ฟังให้ประสานตำรวจดำเนินคดีทันที

นอกจากนี้ ยังเตรียมรับมือประชาชนเดินทางกลับ กทม. ล่วงหน้า โดยตรวจรถโดยสารสาธารณะให้พร้อม พนักงานขับต้องแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพยา หยุดพักทุก 4 ชม. อย่างน้อย 30 นาที ผู้โดยสารช่วยสังเกตพฤติกรรมขับขี่ผิดปกติ

คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์

  • ขับรถด้วยความเร็วเหมาะสม ไม่เกิน 90 กม./ชม. บนทางหลวง
  • งดดื่มสุราก่อนขับขี่ 100%
  • สวมหมวกกันน็อคและเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง เลือกใช้รถโดยสารสาธารณะ

สถิติที่ ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ ชี้ให้เห็นว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่ป้องกันได้ หากทุกคนมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนพฤติกรรมจาก “เสี่ยงแล้วรอด” เป็น “ปลอดภัยไว้ก่อน” โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาวที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาดีๆ จริงๆ

หากพบอุบัติเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือ รีบแจ้งสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม. หรือ Line @1784DDPM ช่วยชีวิตคนได้ทันเวลา ขับขี่ปลอดภัย กลับบ้านอย่างปลอดภัยกันนะทุกคน!

ที่มา – ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ บังคับใช้ 10 ข้อหาหลักต่อเนื่อง

“เพ็ญภัค” ชี้ไทยเผชิญสังคมสูงวัย-เด็กหลุดระบบ

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทางสังคมที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหา“เพ็ญภัค” ชี้ไทยเผชิญสังคมสูงวัย-เด็กหลุดระบบ ที่ น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู ส.ส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม ได้ออกมาเตือนอย่างจริงจังในวันที่ 14 เมษายน 2567 เธอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมทั้งหมด เพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กหลุดระบบ และประชาชนเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ

“เพ็ญภัค” ชี้ไทยเผชิญสังคมสูงวัย-เด็กหลุดระบบ

จากประสบการณ์ในพื้นที่ลำปางและทั่วประเทศ น.ส.เพ็ญภัค เน้นย้ำว่า ไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบอย่างรวดเร็ว แต่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อมรองรับ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การดูแลระยะยาว หรือรายได้หลังเกษียณ ปัจจุบันมีผู้สูงอายุกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด และตัวเลขนี้น่าจะพุ่งสูงขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากไม่มีการเตรียมการ จะเกิดวิกฤตใหญ่แน่นอน

ปัญหาสังคมสูงวัยที่เพ็ญภัคชี้ให้เห็น

ระบบสวัสดิการผู้สูงอายุในไทยยังขาดความครบวงจร ไม่มีการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันที่เพียงพอ สุขภาพจิตถูกละเลย และการดูแลแบบประคับประคองในชุมชนก็ยังไม่ทั่วถึง น.ส.เพ็ญภัค เสนอให้พัฒนาระบบดูแลระยะยาวที่ชุมชนเป็นฐาน เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตดี สามารถอยู่กับครอบครัวได้นานขึ้น แทนที่จะต้องพึ่งพาโรงพยาบาลหรือบ้านพักคนชราที่มีจำนวนจำกัด

เด็กหลุดระบบการศึกษา สัญญาณเตือนอนาคตชาติ

อีกปัญหาใหญ่ที่“เพ็ญภัค” ชี้ไทยเผชิญสังคมสูงวัย-เด็กหลุดระบบ คือ เด็กและเยาวชนนับแสนคนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา สาเหตุหลักมาจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและ鄉村 รวมถึงการขาดระบบช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยง สถิติจากกระทรวงศึกษาฯ ชี้ว่ามีเด็กหลุดระบบกว่า 300,000 คนต่อปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำลังแรงงานในอนาคต ทำให้ประเทศขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ ส.ส.เพ็ญภัค จึงจี้ให้ปฏิรูปกฎหมายการศึกษา สร้างความเสมอภาค ลดช่องว่างระหว่างพื้นที่ และพัฒนาโปรแกรมช่วยเหลือเด็กเสี่ยงอย่างเร่งด่วน

กลุ่มเปราะบางตกหล่นจากสวัสดิการ

นอกจากนี้ ประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย และครัวเรือนยากลำบาก ยังจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการ เนื่องจากฐานข้อมูลรัฐยังไม่เชื่อมโยง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพไม่พอ ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำรุนแรง น.ส.เพ็ญภัค ชี้ว่าต้องสร้างระบบข้อมูลกลางที่เชื่อมทุกหน่วยงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงจุดและทั่วถึงทุกคน

ข้อเสนอปฏิรูปสวัสดิการจาก “เพ็ญภัค”

เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ส.ส.เพ็ญภัค มีข้อเสนอชัดเจน ดังนี้

  • กระจายอำนาจสวัสดิการให้ท้องถิ่น จัดการให้เหมาะกับบริบทแต่ละพื้นที่
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากชุมชน ภาคประชาสังคม ในการออกแบบนโยบาย
  • สร้างระบบสวัสดิการครบวงจรสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ป้องกันจนถึงดูแลระยะยาว
  • ปฏิรูปการศึกษา ลดเด็กหลุดระบบด้วยงบประมาณและกฎหมายใหม่
  • พัฒนาฐานข้อมูลกลาง แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

การปฏิรูปเหล่านี้ไม่ใช่แค่เยียวยาเฉพาะหน้า แต่เป็นการสร้างระบบที่ยั่งยืน ให้คนไทยทุกวัยเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ในมุมมองของผู้เขียน ข้อเสนอของ“เพ็ญภัค” ชี้ไทยเผชิญสังคมสูงวัย-เด็กหลุดระบบ นี้เป็น roadmap ที่ชาญฉลาด หากรัฐบาลนำไปปฏิบัติจริง จะช่วยพลิกโฉมสังคมไทยได้ ลองคิดดูสิ ถ้าเราไม่ทำตอนนี้ อนาคตจะยิ่งลำบาก คุณล่ะ คิดเห็นอย่างไรกับปัญหาเหล่านี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกันเถอะ!

ที่มา – “เพ็ญภัค” ชี้ไทยเผชิญสังคมสูงวัย-เด็กหลุดระบบ จี้รัฐบาลปฏิรูปสวัสดิการทั้งระบบ อุดช่องเหลื่อมล้ำ