วัน: 15 เมษายน 2026

ไทยยังไม่เปิดด่านชายแดนจันทบุรี-ตราด นายกฯยันชัด

ในสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู สิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจคือเรื่องการเปิดด่านชายแดน ซึ่งล่าสุด ไทยยังไม่เปิดด่านชายแดนจันทบุรี-ตราด นายกรัฐมนตรีได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจน โดยไม่มีแผนการพูดคุยทางการทูตในขณะนี้ ข่าวนี้มาจากการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2567 ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว

ไทยยังไม่เปิดด่านชายแดนจันทบุรี-ตราด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 14.25 น. โดยย้ำชัดเจนว่า ไทยยังไม่เปิดด่านชายแดนจันทบุรี-ตราด และยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมในการเปิดด่านเหล่านี้ แม้ว่าประเทศกัมพูชาจะมีการเรียกร้องให้เปิดด่านดังกล่าวแล้วก็ตาม นายกฯ ระบุว่า ยังไม่มีการนัดพูดคุยใดๆ และยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการในประเด็นนี้ รวมถึงไม่มีเรื่องที่ต้องรายงานเพิ่มเติมในตอนนี้

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

นายกฯ ยันไม่มีพูดคุยทางการทูต

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระบวนการประสานงานหากกัมพูชาต้องการเปิดด่าน นายอนุทินตอบว่า ตอนนี้ยังไม่มีช่องทางการทูตอย่างเป็นทางการ มีเพียงเจ้าหน้าที่เฝ้าสถานทูตเท่านั้น การดำเนินการทุกอย่างต้องเริ่มจากขั้นตอนพื้นฐาน โดยเฉพาะการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้กลับมาเป็นปกติเสียก่อน ก่อนที่จะเจรจาเรื่องอื่นๆ เช่น การเปิดด่านชายแดน นายกฯ ย้ำอีกครั้งว่า ขณะนี้ยังไม่มีพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าวเลย

ด่านชายแดนจันทบุรี-ตราด เป็นจุดสำคัญที่เชื่อมโยงการค้าขายและการเดินทางระหว่างไทยกับกัมพูชา เช่น ด่านช่องจันทร์ในจังหวัดจันทบุรี และด่านบ้านหาดเล็กในจังหวัดตราด ซึ่งในอดีตเคยคึกคักมากก่อนเกิดความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาชายแดน หากเปิดด่านเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน สร้างรายได้ให้ประชาชนท้องถิ่นจากการค้าปลีก สินค้าเกษตร และการท่องเที่ยว

背景และเหตุผลที่ไทยยังไม่พร้อม

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเคยตึงเครียดจากข้อพิพาทชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่ปราสาทพระวิหารและบริเวณใกล้เคียง ทำให้ด่านชายแดนหลายแห่งต้องปิดตัวลงเพื่อความมั่นคง ปัจจุบัน แม้สถานการณ์จะคลี่คลายบ้าง แต่รัฐบาลไทยยังคงยึดหลักความระมัดระวัง โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ความมั่นคง สุขอนามัย การค้าที่เป็นธรรม และการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ

  • ขั้นตอนการฟื้นฟู: เริ่มจากระดับเจ้าหน้าที่สถานทูต
  • การเจรจาทางการทูต: ต้องรอความสัมพันธ์มั่นคง
  • การเปิดด่าน: ต้องประเมินผลกระทบทุกด้าน
  • ผลดีต่อเศรษฐกิจ: เพิ่มการค้าชายแดนกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องพิจารณาความเห็นของประชาชนในพื้นที่จันทบุรีและตราด ที่บางส่วนกังวลเรื่องความปลอดภัยและผลกระทบจากสินค้าทะลักเข้าจากกัมพูชา การตัดสินใจครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ

ผลกระทบหากเปิดด่านในอนาคต

หาก ไทยยังไม่เปิดด่านชายแดนจันทบุรี-ตราด ต่อไป อาจส่งผลให้การค้าข้ามแดนชะลอตัว ผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องหาทางเลือกอื่น เช่น ใช้ด่านในภาคอีสานอย่างอรัญประเทศ แต่ในทางกลับกัน หากเปิดเมื่อพร้อม จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด โดยเฉพาะสินค้าไทยอย่างผลไม้และสินค้าอุปโภคที่กัมพูชาต้องการ

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจของนายกฯ สะท้อนนโยบาย外交ที่สมดุล ระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ ในที่สุด การฟื้นความสัมพันธ์ต้องอาศัยเวลาและความไว้วางใจจากทั้งสองฝ่าย

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? มันจะช่วยรักษาความมั่นคงหรือชะลอโอกาสทางธุรกิจ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – ไทยยังไม่เปิดด่านชายแดนจันทบุรี-ตราด “นายกฯ” ยัน ไม่มีพูดคุยทางการทูต

Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง โพสต์ขอบคุณหลังขึ้นไทยรัฐ

เทศกาลสงกรานต์ปี 2567 ถือเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและอินฟลูเอนเซอร์จากทั่วโลก โดยเฉพาะ Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง ชาวฟิลิปปินส์ เจ้าของฉายา King of Catwalk ที่มาเล่นน้ำและสร้างกระแสไวรัลสุดๆ ล่าสุดเขายังโพสต์ภาพและคลิปขอบคุณแฟนๆ หลังจากภาพของเขาปรากฏบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งกลายเป็นโมเมนต์น่าประทับใจที่แสดงถึงความรักที่เขามีต่อประเทศไทย

Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง

Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง เป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังระดับเอเชียจากฟิลิปปินส์ ที่มีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียกว่า 6 ล้านคน เขาโด่งดังจากการเดินแบบบนส้นสูงอย่างมั่นใจ พร้อมซิกแพคแน่นๆ บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ ลีลาการแสดงออกที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้เขาได้รับฉายา King of Catwalk และกลายเป็นไอคอนของวงการแฟชั่นสตรีทในเอเชีย

ในวันที่ 15 เมษายน 2567 Sinon Loresca เดินทางมาเฉลิมฉลองสงกรานต์ที่ประเทศไทย โดยโพสต์ภาพและคลิปวิดีโอขณะเล่นน้ำในสถานที่ต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา คลิปเหล่านี้ได้รับยอดวิวและแชร์จำนวนมาก เพราะภาพของเขาที่กำลังสนุกสนานกับเทศกาลไทย ทำให้แฟนๆ รู้สึกอบอุ่นใจ

โพสต์ขอบคุณหลังได้ขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐ

ไฮไลต์สำคัญคือเมื่อ Sinon Loresca โพสต์ภาพหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 13 เมษายน 2567 พร้อมแคปชั่นภาษาอังกฤษว่า “I feel so much love here in Thailand.” ซึ่งแปลว่า “ฉันรู้สึกได้รับความรักมากมายที่นี่ในประเทศไทย” จากนั้นเขายังโพสต์คลิปวิดีโอพูดภาษาไทยสุดน่ารักว่า “สวัสดีครับ อันนี้สวยมาก เลิศ ฉันรักไทยแลนด์ ขอบคุณ” คำพูดที่ออกมาจากใจทำให้แฟนๆ ชาวไทยละลายใจกันไปเลย

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ ก็มีคอมเมนต์จากผู้ติดตามนับพัน ทั้งชื่นชมลีลาเดินแบบของเขา ชมภาษาไทยที่พูดได้ และขอบคุณที่มาเพิ่มสีสันให้สงกรานต์ไทย หลายคนบอกว่า “King of Catwalk มาไทยแล้วสงกรานต์ยิ่งสนุก” หรือ “รักไทยแลนด์เหมือนกันค่ะ มาเล่นน้ำอีกนะพี่” แสดงให้เห็นถึงพลังของโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงคนทั้งโลก

ประวัติและความสำเร็จของ Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง

Sinon Loresca เริ่มดังจากคลิปเดินแบบส้นสูงบนถนนในฟิลิปปินส์ ซึ่งกลายเป็นไวรัลและนำไปสู่ชื่อเสียงระดับภูมิภาค เขาเคยมาเยือนประเทศไทยหลายครั้งก่อนหน้านี้ และทุกครั้งก็โพสต์คอนเทนต์ที่แสดงความชื่นชอบวัฒนธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร街 ท่องเที่ยว หรือเทศกาลต่างๆ ปัจจุบันเขามีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคนบนเฟซบุ๊ก และช่องทางอื่นๆ อีกมากมาย

  • โด่งดังจากลีลาเดินแบบส้นสูงสุดมั่นใจ
  • เจ้าของฉายา King of Catwalk
  • มีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคนทั่วเอเชีย
  • มาไทยบ่อย สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย
  • พูดภาษาไทยได้ สื่อสารกับแฟนไทยได้ดี

การที่ Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง เลือกมาเล่นสงกรานต์และแสดงความขอบคุณแบบนี้ สะท้อนถึงเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก ปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยฟรีๆ ผ่านโซเชียล

นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างของ soft power ไทยที่แข็งแกร่ง อาหาร สถานที่ และผู้คนที่เป็นมิตร ทำให้ชาวต่างชาติอย่าง Sinon ตกหลุมรัก การขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐ จึงไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่เป็นการยอมรับจากสื่อไทยที่มีชื่อเสียง

หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการแต่งตัวหรือลุคใหม่ๆ ลองติดตาม Sinon Loresca ได้เลย เขาไม่เพียงแสดงแฟชั่น แต่ยังสอนให้มั่นใจในตัวเอง สงกรานต์ปีนี้พิเศษเพราะมี King of Catwalk มาร่วมด้วย คุณคิดยังไงกับโมเมนต์นี้? คอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่าง หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ รู้จัก Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง กันเถอะ!

ในความเห็นของผม การที่อินฟลูฯ ต่างชาติอย่าง Sinon Loresca ชื่นชอบไทยขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าไทยแลนด์ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลก ลองเชิญชวนเพื่อนฝูงมาสัมผัสด้วยตัวเองในปีหน้า

ที่มา – Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง โพสต์ขอบคุณ หลังได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

อนุทินย้ำ ใช้วิกฤติเป็นโอกาส Net Zero เร็วกว่าเป้า

ใช้วิกฤติเป็นโอกาสเข้าถึง Net Zero เร็วกว่าที่ตั้งเป้า คำกล่าวที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ทิ้งท้ายในการประชุมใหญ่ระดับเอเชีย ทำให้หลายคนตื่นเต้นกับอนาคตพลังงานของไทย เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ตอนนี้โลกกำลังเจอวิกฤติพลังงานราคาพุ่ง สงคราม สถานการณ์ไม่แน่นอน แต่แทนที่จะกลัว ไทยเรากลับมองเป็น ‘โอกาสทอง’ เพื่อเร่งสู่เป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นกว่าแผนเดิม แบบนี้แหละที่เรียกว่า mindset ผู้ชนะ!

ใช้วิกฤติเป็นโอกาสเข้าถึง Net Zero เร็วกว่าที่ตั้งเป้า

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 14.25 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพิ่งเสร็จสิ้นการเข้าร่วม การประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ผ่านออนไลน์ ตามคำเชิญของนางทากาอิจิ ซานาเอะ นายกฯ ญี่ปุ่น ประธานการประชุม ในสุนทรพจน์สั้นๆ เพียง 3 นาทีของไทย เน้นย้ำปัญหาพลังงานที่ทุกประเทศกำลังเผชิญ และชี้ว่า ประเทศไทยพร้อมปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน เพื่อความมั่นคง โดยไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน

นายกฯ อนุทิน กล่าวอย่างหนักแน่นว่า แม้จะเป็นวิกฤติ แต่เราจะเปลี่ยนมันให้เป็น โอกาสเข้าถึง Net Zero เร็วกว่าที่ตั้งเป้า ไทยจะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค จะหาพลังงานทางเลือกมาใช้ต่อเนื่อง สอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติด้วย คำพูดนี้ทำให้ผู้นำเอเชียหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย

ไทยพร้อมปรับสภาพ หาพลังงานทางเลือกอย่างไร?

Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ คือเป้าหมายใหญ่ของโลกที่ไทยตั้งไว้ปี 2065-2070 แต่ด้วยวิกฤติตอนนี้ เราอาจไปถึงเร็วกว่านั้นได้ โดยใช้วิกฤติเป็นโอกาสเข้าถึง Net Zero เร็วกว่าที่ตั้งเป้า นี่คือแผนหลักที่นายกฯ อนุทิน ย้ำชัด:

  • ปรับโครงสร้างพลังงาน: ลดพึ่งพาน้ำมัน-ก๊าซนำเข้า เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน
  • พลังงานทางเลือก: โซลาร์, ลม, พลังน้ำ, เชื้อเพลิงชีวภาพ จากขยะอินทรีย์และพืชผลเหลือใช้
  • ความมั่นคง: สร้างคลังสำรอง ส่งเสริม EV และระบบกริดไฟฟ้าอัจฉริยะ
  • ประชาชนไม่เดือดร้อน: อุดหนุนราคาไฟ-น้ำมันให้สมเหตุสมผล สร้างงานใหม่ในอุตสาหกรรมเขียว

นอกจากนี้ ไทยยังผลักดันนโยบายลดคาร์บอน เช่น โครงการ Solar Rooftop ให้ทุกบ้านติดตั้งแผงโซลาร์ ผลิตไฟใช้เอง ลดค่าไฟได้จริง ลองนึกภาพบ้านเราทุกหลังเป็นโรงไฟฟ้าขนาดย่อมสิ สุดยอดไปเลย!

AZEC Plus: แพลตฟอร์มเอเชียสู่ Net Zero ร่วมมือกัน

การประชุม AZEC Plus ครั้งนี้ เป็นเวทีรวมผู้นำเอเชียเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางลดการปล่อยคาร์บอน โดยญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ ไทยเคยร่วมตั้งแต่ต้น และครั้งนี้ อนุทิน ย้ำจุดยืนชัดเจน ทุกประเทศพูดถึงปัญหาพลังงานที่พุ่งสูงจาก supply chain โลก แต่ไทยเสนอทางออกเชิงบวก ใช้วิกฤติเป็นโอกาสเข้าถึง Net Zero เร็วกว่าที่ตั้งเป้า

ประโยชน์ที่ไทยจะได้? เศรษฐกิจเขียวสร้างงานนับล้าน ลดนำเข้าน้ำมันปีละแสนล้านบาท สุขภาพดีขึ้นจากอากาศสะอาด และเป็นผู้นำอาเซียนด้านพลังงานสะอาด อนาคตสดใสแน่นอน

วิกฤติพลังงานโลกกระทบไทยอย่างไร

ปัจจุบัน ไทยนำเข้าน้ำมัน 70% ของความต้องการ ราคาพุ่งจากสงครามยูเครน สถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่แทนที่จะรอ ไทยกำลังเร่งผลิตไฟฟ้าจาก LNG ในประเทศ เพิ่ม RE 30% ใน 10 ปี แต่คำกล่าวของอนุทิน ทำให้เรามั่นใจว่ารัฐบาลจริงจัง

ในฐานะคนไทย เราควรสนับสนุนยังไง? ลองเริ่มจากตัวเอง ติดตั้งโซลาร์ ลดใช้พลาสติก ใช้รถ EV สนับสนุนธุรกิจเขียว นี่แหละคือการเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสจริงๆ

สรุปมุมมอง: คำพูดของนายกฯ อนุทิน ไม่ใช่แค่สุนทรพจน์ แต่เป็นวิสัยทัศน์ที่ชาญฉลาด ไทยเราพร้อมแล้วสำหรับ Net Zero! ถ้าคุณเห็นด้วย แชร์บทความนี้เพื่อกระจายความรู้ สนับสนุนไทยก้าวสู่พลังงานสะอาดกันเถอะ

ที่มา – ใช้วิกฤติเป็นโอกาสเข้าถึง Net Zero เร็วกว่าที่ตั้งเป้า “อนุทิน” ย้ำ ไทยพร้อมปรับสภาพ

กระบะขนแรงงานเมียนมาเสียหลักพลิกคว่ำ บาดเจ็บ 17 ราย

อุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ เมื่อ กระบะขนแรงงานเมียนมา กลับจากเที่ยววันสงกรานต์ รถเสียหลักพลิกคว่ำ บาดเจ็บ 17 ราย บนถนนสายหลักใน จ.นครราชสีมา เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับผู้สัญจรและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวที่รถติดและคนเมาเหล้าจำนวนมาก

กระบะขนแรงงานเมียนมา กลับจากเที่ยววันสงกรานต์ รถเสียหลักพลิกคว่ำ บาดเจ็บ 17 ราย

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 15 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะพลิกคว่ำบริเวณหน้าโรงงานพีซีเอสพันไร่ บ้านเสาหงส์ หมู่ 3 ต.โคกกรวด อ.สูงเนิน จึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่บนถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 หลักกิโลเมตรที่ 129 ขาออกจากตัวเมือง

รถกระบะที่ประสบอุบัติเหตุคือโตโยต้าสีดำ ทะเบียน ผว 3462 ขอนแก่น พลิกคว่ำตะแคงข้างขวางช่องจราจรท่ามกลางแดดร้อนจัด ผู้บาดเจ็บทั้งหมด 17 รายเป็นแรงงานสัญชาติเมียนมา ที่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังลั่น ภาพที่เห็นน่าตกใจมาก รถพังยับเยิน แรงงานบางคนติดอยู่ในซากรถ

รายละเอียดกระบะขนแรงงานเมียนมา กลับจากเที่ยววันสงกรานต์ รถเสียหลักพลิกคว่ำ

จากการสอบสวนเบื้องต้น รถคันนี้บรรทุกแรงงานเมียนมาเดินทางกลับจาก ต.จอหอ อ.เมือง หลังจากไปเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ที่น้ำตกวังเณร อ.สูงเนิน ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมในช่วงหยุดยาว ขณะแล่นด้วยความเร็วสูง รถเกิดเสียหลักก่อนพลิกคว่ำ สาเหตุน่าจะมาจากการขับรถเร็วเกินไป ถนนลื่นจากฝนหรือยางรถเสื่อม แต่ต้องรอผลตรวจสอบอย่างละเอียด

ทีมกู้ภัยอย่างอาสาสมัครหน่วยกู้ชีพ ฮุก.31 นครราชสีมา และ อปพร. ต.โคกกรวด รีบระดมกำลังช่วยเหลือ นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสูงเนิน โรงพยาบาลเทพรัตน์ และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยมี 6 รายอาการสาหัส อีก 11 รายรักษาแผลแล้วกลับบ้านได้ ทุกคนโชคดีที่รอดชีวิตมาได้

การดำเนินคดีกับคนขับ

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวคนขับซึ่งเป็นชายไทยอายุราว 40 ปี มาสอบสวนที่สถานีตำรวจ เตรียมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ประกอบการที่รับแรงงานต่างด้าว ต้องดูแลความปลอดภัยในการขนส่ง ไม่ให้ล้นรถหรือขับรถเกิน 100 กม./ชม.

บทเรียนจากอุบัติเหตุกระบะขนแรงงานเมียนมา พลิกคว่ำ

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีอุบัติเหตุถี่ยิบทั่วประเทศ โดยเฉพาะรถกระบะที่บรรทุกคนเกินจำนวน สถิติจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่าช่วง 13-15 เม.ย. มีอุบัติเหตุกว่า 3,000 ครั้ง เสียชีวิต 300 ราย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ควรทำตามหลัก 5 อย่า 5 ควรในการขับขี่

  • อย่าเมาแล้วขับ
  • อย่าแซงซ้าย
  • อย่าขับเร็ว
  • อย่าใช้โทรศัพท์
  • อย่าเหนื่อยล้า
  • ควรสวมหมวกกันน็อก
  • ควรคาดเข็มขัด
  • ควรพักรถทุก 2 ชม.
  • ควรตรวจสภาพรถ
  • ควรช่วยเหลือกัน

สำหรับนายจ้างแรงงานต่างด้าว ควรจัดรถบัสหรือรถตู้ที่ได้มาตรฐาน แทนกระบะทึบหลัง เพื่อลดความเสี่ยง เหตุการณ์ กระบะขนแรงงานเมียนมา กลับจากเที่ยววันสงกรานต์ รถเสียหลักพลิกคว่ำ บาดเจ็บ 17 ราย นี้เป็นอุทาหรณ์ชัดเจน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านขับขี่ปลอดภัยนะครับ ชีวิตมีราคาแพงเกินกว่าจะเสี่ยง ถ้าคุณมีประสบการณ์อุบัติเหตุสงกรานต์ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือกดแชร์เพื่อเตือนเพื่อนๆ กันครับ!

ที่มา – กระบะขนแรงงานเมียนมา กลับจากเที่ยววันสงกรานต์ รถเสียหลักพลิกคว่ำ บาดเจ็บ 17 ราย

ยลโฉมความดุดัน TOYOTA TR010 HYBRID ก่อนลุย Imola 2026

สวัสดีครับเพื่อนๆ แฟนรถแข่งตัวยง! วันนี้เราจะมาร่วมยลโฉมความดุดันของ TOYOTA TR010 HYBRID รุ่นอัพเกรดใหม่จากทีม TOYOTA RACING กันก่อนที่มันจะบุกเบิกศึกใหญ่ 6 Hours of Imola ในฤดูกาล WEC 2026 ซึ่งถือเป็นสนามแข่งขันไฮบริดที่ 100 ของโตโยต้าเลยทีเดียว! นี่คือก้าวสำคัญที่ฉลองประวัติศาสตร์เทคโนโลยีไฮบริดของแบรนด์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่

ตั้งแต่กลับมาลงแข่ง WEC ในปี 2012 โตโยต้าใช้ระบบไฮบริดมาโดยตลอด คว้าแชมป์โลกถึง 13 สมัย ชนะ 49 สนาม และกวาด Le Mans 24 Hours ไป 5 หน! การมาถึงของ TOYOTA TR010 HYBRID ที่ Imola จึงเป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นมากๆ

TOYOTA TR010 HYBRID

จุดเด่นของ TOYOTA TR010 HYBRID

TOYOTA TR010 HYBRID รุ่นนี้พัฒนาโดย TOYOTA RACING GmbH เน้นวิศวกรรมชั้นนำ ความน่าเชื่อถือ และทีมเวิร์คสุดยอด รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสไตล์ดุดัน สอดคล้องกับดีไซน์รถถนนรุ่นใหม่ของโตโยต้า โดยเฉพาะหลักอากาศพลศาสตร์ที่อัพเกรดใหม่ ช่วยให้นักแข่งรีดสมรรถนะได้เต็มที่ในทุกคอร์เนอร์

สีสันบนตัวรถใช้แดงสดใสเอกลักษณ์องค์กร ตัดกับขาวบริสุทธิ์ที่สื่อถึงจิตวิญญาณญี่ปุ่น แรงบันดาลใจจาก ‘สายลม’ สัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมใหม่ใน WEC พิเศษสุดคือโลโก้ฉลองสนามไฮบริดที่ 100!

ดีไซน์ TOYOTA TR010 HYBRID

ขุมพลัง TOYOTA TR010 HYBRID

ระบบไฮบริดสุดโหดของ TOYOTA TR010 HYBRID

หัวใจหลักคือเครื่อง V6 Twin-Turbo 3.5 ลิตร จาก Higashi-Fuji Technical Center ทำงานด้วยเชื้อเพลิงหมุนเวียน 100% กำลังทะลุ 700 แรงม้า! พันธมิตรช่วยเสริมสมรรถนะแบบจัดเต็ม

  • DENSO และ AISIN: มอเตอร์ไฮบริดและอินเวอร์เตอร์เพลาหน้า
  • RAYS: ล้อแมกนีเซียมน้ำหนักเบา
  • ExxonMobil: น้ำมันหล่อลื่นประสิทธิภาพสูง
  • AKEBONO: คาลิปเปอร์เบรกใหม่
  • Michelin: ยางยั่งยืน 50% จากวัสดุรีไซเคิล เข้าอุณหภูมิเร็ว ทนทานกว่าเดิม
ขุมพลัง TOYOTA TR010 HYBRID

นักแข่งหลักของ TOYOTA TR010 HYBRID

นักแข่งชุดเดิมยังอยู่ครบ! รถ #7: ไมค์ คอนเวย์, คามุย โคบายาชิ, นิค เดอ วรีส (ฤดูกาลที่ 3 ร่วมกัน) รถ #8: เซบาสเตียน บูเอมี, เบรนดอน ฮาร์ทลีย์, เรียว ฮิราคาวะ (ปีที่ 5 ติด!)

นักแข่ง TOYOTA TR010 HYBRID

ฤดูกาล 2026 มี 8 สนาม 72 ชั่วโมงข้าม 4 ทวีป รวม Le Mans และ Fuji สนาม Imola (4.909 กม.) เริ่ม Prologue 14 เม.ย. ฝึกซ้อม 17 เม.ย. คัดเลือก 18 เม.ย. แข่งจริง 19 เม.ย. 13:00 CEST #7 เคยชนะที่นี่ปี 2024!

ด้วยคู่แข่ง Hypercar 7 ค่าย TOYOTA TR010 HYBRID พร้อมแล้วที่จะพายุลมใหม่! คุณว่าทีมนี้จะป้องกันแชมป์ได้ไหม? คอมเมนต์บอกความเห็นด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัพเดทข่าวรถแข่งล่าสุดนะครับ!

ที่มา – ยลโฉมความดุดัน TOYOTA TR010 HYBRID ก่อนลุยศึก Imola 2026 ฉลองไฮบริดสนามที่ 100

การลุ้นแชมป์สามทีมสุดท้ายสกอตแลนด์ ดันดี ยูไนเต็ด

การลุ้นแชมป์สามทีมสุดท้ายของสกอตแลนด์ – ดันดี ยูไนเต็ดช่วงเวลายิ่งใหญ่

ฮาร์ทส์ ออฟ มิดโลเธียน, เรนเจอร์ส หรือ เซลติก? ใครจะคว้าแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ?

เหลือเพียง 3 คะแนนที่แยกระหว่าง 3 ทีมนำ กับ 5 นัดที่เหลือ ทีมจากเอดินบะระคว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายในปี 1960 และเราไม่เคยมีผู้ชนะนอกกลุ่ม Old Firm มานาน 41 ปี

มีศึกชิงแชมป์ระหว่างสองทีมจากกลาสโกว์แบบสูสีมาหลายครั้ง แต่การลุ้นแชมป์สามทีมสุดท้ายของสกอตแลนด์ที่ดุเดือดจนวินาทีสุดท้ายคือเมื่อไหร่? ต้องย้อนไปถึงฤดูกาล 1982-83

การลุ้นแชมป์สามทีมสุดท้ายของสกอตแลนด์: 6 ชัยชนะติดเพื่อแชมป์ห่าง 1 คะแนน

ในปีที่เจมส์ แมคแฟดเดน และชอน มาโลนีย์ อดีตนักเตะทีมชาติสกอตแลนด์เกิด ไม่มีระบบแยกกลุ่มลีก

และในยุคที่ซีรีส์ดังอย่าง Taggart และ Auf Wiedersehen Pet ออกอากาศ การชนะได้เพียง 2 คะแนน

ดันดี ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ครั้งแรกและครั้งเดียว โดยรักษาสมาธิคว้าชัยชนะ 6 นัดติดต่อกัน จบแชมป์ห่างเซลติกและเอเบอร์ดีนเพียง 1 คะแนน

ทีมดอนส์ยังคว้า European Cup Winners’ Cup และ Scottish Cup ในช่วงท้ายฤดูกาล และไม่แพ้ใน 6 นัดสุดท้าย แต่เสมอ 0-0 กับฮิเบอร์เนียน ทำให้เสียเปรียบ

เซลติกที่มีชาร์ลี นิโคลัสยิงกระจาย คือทีมที่พลาดมากที่สุด แพ้ทั้งสองคู่แข่งหลักใน 6 นัดสุดท้าย

เพิ่มความเข้มข้น แชมป์ของยูไนเต็ดถูกผนึกที่เดนส์ พาร์ค นัดสุดท้าย พวกเขาชนะดันดี 2-1 โดยราล์ฟ มิลน์ และอีมอน แบนนอน ยิงประตู แต่ไอアン เฟอร์กูสัน ตอบโต้ก่อนครึ่งเวลา ทำให้ครึ่งหลังตื่นเต้น

“นาทีสุดท้ายเหมือนนิรันดร์” แฮมิช แมคอัลไพน์ ผู้รักษาประตูในตำนานของยูไนเต็ดเล่า

พร้อมกันนั้น เอเบอร์ดีนถล่มฮิเบอร์เนียน 5-0 ที่พิทโทรดรี และเซลติกชนะเรนเจอร์ส 4-2 ที่ไอบรอกซ์ แต่ไม่พอ

ยูไนเต็ดและเซลติกยิงได้คนละ 90 ประตูจาก 36 นัด เอเบอร์ดีนตามมาด้วย goal difference +51

กิلمาร์น็อคแซงฮาร์ทส์ท้ายฤดูกาล 1965

ยืนยันว่านี่คือเหตุการณ์หายาก การลุ้นแชมป์สามทีมครั้งก่อนคือฤดูกาล 1964-65 กิلمาร์น็อคเอาชนะฮาร์ทส์ด้วยระบบ goal average (ประตูยิงหารประตูเสีย) โดยดันเฟิร์มลีนตาม 1 คะแนน

ฮาร์ทส์เจอกิلمาร์น็อคที่ไทน์แคสเซิล นำ 2 คะแนนและ goal average ดีกว่า แต่ผู้มาเยือนเงียบไทน์แคสเซิล 2-0 เดวิด สเนดดอน และไบรอัน แมคอิลรอยยิงนาที 27 และ 29

ทำให้กิلمาร์น็อคมี goal average 1.878 ฮาร์ทส์ 1.836 (ถ้าใช้ goal difference ฮาร์ทส์จะชนะ +40 vs +33)

สามทีมนำชนะ 22 จาก 34 นัด ดันเฟิร์มลีน goal average สูงสุด 2.3

ฮาร์ทส์เกือบลุ้นแชมป์กับเซลติก-เรนเจอร์ส 1998

ใกล้เคียงการลุ้นแชมป์สามทีมที่สุดหลังชัยชนะของยูไนเต็ดคือปี 1997-98 ฮาร์ทส์ภายใต้จิม เจฟฟรีส์ลุ้นสูสีกับ 7 นัดเหลือ แต่ได้แค่ 2 คะแนนจาก 5 นัด รวมแพ้ดาร์บี้ที่อีสเตอร์ โรด และ 0-3 ที่ไทน์แคสเซิลให้เรนเจอร์ส

วอลเตอร์ สมิธประกาศว่านี่ฤดูกาลสุดท้ายสเปลแรกที่ไอบรอกซ์ แชมป์เก่าพลาดแพ้เอเบอร์ดีนและกิلمาร์น็อคสองนัดท้าย

เซลติกแพ้ 0-2 ที่ไอบรอกซ์กลางเมษายน แต่ภายใต้วิม ญานเซ่น ฤดูกาลเดียว ชนะสองเสมอสองพอแซง 2 คะแนน หยุด 10 สมัยติดของเรนเจอร์ส ฮาร์ทส์ห่าง 7 คะแนน

การลุ้นแชมป์สามทีมสุดท้ายของสกอตแลนด์แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ คุณคิดว่าฤดูกาลนี้ฮาร์ทส์จะสร้างประวัติศาสตร์ได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“พริษฐ์” ห่วงวิกฤตซ้อนวิกฤตในภาคเหนือ ลั่นตรวจสอบรัฐ

“พริษฐ์” ห่วงวิกฤตซ้อนวิกฤตในภาคเหนือ ลั่น ฝ่ายค้านพร้อมตรวจสอบรัฐบาลทุกฝีก้าว เป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะจากปัญหาพลังงาน เศรษฐกิจ และฝุ่น PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมยืนยันบทบาทของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด

“พริษฐ์” ห่วงวิกฤตซ้อนวิกฤตในภาคเหนือ ลั่น ฝ่ายค้านพร้อมตรวจสอบรัฐบาลทุกฝีก้าว

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 13.23 น. นายพริษฐ์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเล่าประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมสงกรานต์ที่จังหวัดแพร่ ร่วมกับนายศุภโชติ ไชยสัจ และน.ส.ลักษณารีย์ ดวงตาดำ สส.แพร่ เขต 3 พรรคประชาชน แม้บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานและรอยยิ้มของประชาชน แต่เบื้องหลังนั้นคือความกังวลต่อ วิกฤตซ้อนวิกฤต ที่ไม่จบลงพร้อมเทศกาลสงกรานต์

วิกฤตพลังงานที่ลุกลามสู่เศรษฐกิจ

วิกฤตแรกที่เด่นชัดคือ วิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะปัญหาน้ำมันแพงและน้ำมันขาดแคลน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางในช่วงสงกรานต์ จากข้อมูลด่านตรวจสภาพรถในอำเภอลอง จังหวัดแพร่ พบว่าจำนวนยานพาหนะเข้า-ออกพื้นที่ลดลงเหลือเพียง 1/4 ถึง 1/3 เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ประชาชนจำนวนมากเลือกไม่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพราะค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น สิ่งนี้สะท้อนถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่กำลังก่อตัว

นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำมันขาดยังน่ากังวล เนื่องจากน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนเกิดความขัดแย้งใกล้หมดแล้ว และสงครามที่ไม่แน่นอนอาจทำให้ราคาพุ่งสูงยิ่งขึ้น พรรคประชาชนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างเร่งด่วน มีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมมากกว่าที่เคาะในครม.เมื่อ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา ปัญหานี้ยังลามไปยังปุ๋ย เม็ดพลาสติก ค่าไฟ และราคาสินค้าทั่วไป ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมรับมือล่วงหน้าเพื่อป้องกัน stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่เงินเฟ้อสูง

วิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่คุกคามสุขภาพ

วิกฤตที่สองคือฝุ่น PM2.5ที่ยังคงปกคลุมภาคเหนือ แม้จะมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ประชาชนต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลต่อร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. ที่ค้างอยู่ในสภา รัฐบาลมีเวลาตัดสินใจภายใน 12 พฤษภาคม 2569 หากไม่ยืนยันให้รัฐสภาพิจารณาต่อ จะเป็นการละเลยปัญหาสุขภาพประชาชน

แม้สส.จากหลายพรรคจะทวงถามในอภิปรายนโยบาย แต่ยังไม่ได้รับคำตอบชัดเจนจากนายกฯ หรือครม. มีเพียงมอบหมายให้หน่วยงานทบทวนเสนอสลค.ภายใน 24 เมษายนเท่านั้น พรรคประชาชนจะติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดกฎหมายที่ปกป้องสุขภาพประชาชน

นายพริษฐ์ทิ้งท้ายว่า ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่เป็น “เงา” คอยตรวจสอบทุกฝีก้าวของรัฐบาล เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่เสี่ยงต่อ stagflation สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่ปัญหาภาคเหนือ แต่กระทบทั้งประเทศ การมีฝ่ายค้านที่เข้มแข็งจึงสำคัญยิ่ง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์วิกฤตซ้อนวิกฤตนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องปรับตัวให้ทันท่วงที หากปล่อยไว้ ประชาชนจะเดือดร้อนหนักขึ้น ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนกำลังทำหน้าที่ได้ดีในการเป็นกระบอกเสียง

เรียกร้องให้คุณติดตามข่าวสารและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐบาล ร่วมแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้แพร่หลายยิ่งขึ้น!

ที่มา – “พริษฐ์” ห่วงวิกฤตซ้อนวิกฤตในภาคเหนือ ลั่น ฝ่ายค้านพร้อมตรวจสอบรัฐบาลทุกฝีก้าว

ควิซ ทายชื่อทีมรอบรองแชมเปียนส์ลีก

ควิซ ทายชื่อทีมรอบรองแชมเปียนส์ลีก

ควิซ ทายชื่อทีมรอบรองแชมเปียนส์ลีก เป็นหนึ่งในเกมทดสอบความรู้ฟุตบอลที่แฟนๆ ชื่นชอบ โดยเฉพาะผู้ที่หลงใหลในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ตั้งแต่การรีแบรนด์ในฤดูกาล 1992-93 จนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 31 ทีมที่เคยก้าวเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ คุณสามารถทายชื่อทั้งหมดได้หรือไม่?

ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกคือการแข่งขันสโมสรชั้นนำของยุโรปที่ดุเดือดที่สุด ทีมที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศต้องผ่านรอบกลุ่มและน็อคเอาท์มาอย่างเข้มข้น ควิซนี้จะช่วยให้คุณทบทวนประวัติศาสตร์และทีมในตำนาน เช่น เรอัล มาดริด บาร์เซโลนา หรือบาเยิร์น มิวนิค ที่ครองความยิ่งใหญ่

ควิซ ทายชื่อทีมรอบรองแชมเปียนส์ลีก

กฎง่ายๆ: คุณมีเวลาจำกัดในการกรอกชื่อทีมทั้ง 31 ทีม คำใบ้คือทีมเหล่านี้มาจากลีกใหญ่ๆ อย่างพรีเมียร์ลีก ลาลีกา บุนเดสลีกา และเซเรีย อา เริ่มจากฤดูกาลแรก 1992-93 ที่มาร์เซย์เป็นแชมป์ ลองนึกถึงทีมเซอร์ไพรส์อย่างโมนาโกหรือปอร์โต้ที่เคยสร้างปาฏิหาริย์

ทีมยอดนิยมที่เข้าถึงรอบรอง

  • เรอัล มาดริด: เข้าถึงมากที่สุด 17 ครั้ง ราชาแห่งยุโรป
  • บาเยิร์น มิวนิค: 12 ครั้ง เคยครองบอลโลก
  • บาร์เซโลนา: 8 ครั้ง ด้วยยุคทองเมสซี่
  • ยูเวนตุส: 8 ครั้ง เจ้าบุญทุ่มอิตาลี
  • เอซี มิลาน: 6 ครั้ง ตำนานยุค 90s

นอกจากนี้ยังมีทีมอย่างลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชลซี อาร์เซนอล จากอังกฤษ ที่ทำให้รอบรองดุเดือด ทีมจากฝรั่งเศสอย่างปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพิ่งเข้ามาครั้งแรกในยุคนี้ ควิซ ทายชื่อทีมรอบรองแชมเปียนส์ลีก จะทดสอบว่าคุณจำทีมเล็กๆ อย่างไกเซอร์สเลาเทิร์นหรือสปอร์ติ้ง ลิสบอนได้ไหม

ประวัติศาสตร์น่าสนใจของรอบรองชนะเลิศ

ตั้งแต่ 1992 รอบรองมีทั้งการล้มยักษ์และดราม่า เช่น ปี 1999 แมนฯ ยูไนเต็ดพลิกน็อคเอาท์ยูเว่ หรือปี 2005 ลิเวอร์พูลเมอร์ซีย์ไซด์เดอร์บี้กับเชลซี ทีมที่เคยเข้ามาแต่ไม่ชนะ เช่น ดอร์ทมุนด์ 1997 หรือแอตเลติโก มาดริด 2014 ควิซนี้ไม่ใช่แค่ทายชื่อ แต่ยังย้อนความทรงจำฟุตบอลยุโรป

ทำไมต้องเล่น ควิซ ทายชื่อทีมรอบรองแชมเปียนส์ลีก? มันช่วยเพิ่มความรู้ เพลิดเพลินกับเพื่อนๆ และเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ หากคุณเป็นแฟน UCL ตัวยง ลองท้าทายตัวเองดู ทีมล่าสุดอย่างอินเตอร์ มิลานหรือแมนฯ ซิตี้ก็เพิ่งเข้ามา

สถิติเพิ่มเติม: สเปนครองทีมมากที่สุด 11 ทีม อังกฤษ 9 ทีม อิตาลีและเยอรมนีตามมา ทีมจากโปรตุเกส 2 ทีม (ปอร์โต้+เบนฟิก้า) และกรีซ (พานา-thinaikos) ทำให้หลากหลาย

เคล็ดลับการทำควิซให้ได้คะแนนสูง

  • นึกถึงแชมป์แต่ละปีและรอง
  • จำทีมจากลีกใหญ่ก่อน
  • ทีมเซอร์ไพรส์: อาแจ็กซ์ 1995, โมนาโก 2004
  • ใช้เวลาจำกัดให้ดี

หลังเล่นเสร็จ แชร์คะแนนกับเพื่อน ลองแข่งกันใครทายได้มากสุด! นี่คือโอกาสพิสูจน์ว่าคุณคือเอ็กซ์เพิร์ต UCL จริงๆ

หากชอบควิซแบบนี้ อย่าลืมติดตามควิซฟุตบอลอื่นๆ เช่น ทายผู้ยิงประตู UCL หรือชื่อโค้ชในตำนาน ลองทำควิซ ทายชื่อทีมรอบรองแชมเปียนส์ลีก ตอนนี้เลย แล้วบอกเราว่าคุณได้กี่ทีม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ราคาผักวันนี้ 15 เมษายน 2569 จากตลาดสี่มุมเมือง

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวทำครัวและนักช้อปปิ้งวัตถุดิบสดๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข้อมูลอัปเดต ราคาผักวันนี้ 15 เมษายน 2569 จากตลาดสี่มุมเมืองกรุงเทพฯ มาให้แล้วนะคะ โดยเฉพาะผักยอดฮิตอย่างต้นหอมและผักชีที่ราคาคงที่ ไม่ผันผวน เหมาะมากสำหรับวางแผนเมนูอาหารประจำสัปดาห์ ไม่ว่าจะทำต้มยำ ผัดกะเพรา หรือสลัดสดชื่น ราคาเหล่านี้เป็นราคาขายส่งหลักๆ แต่ราคาขายปลีกอาจต่างกันนิดหน่อยตามพื้นที่และร้านค้าใกล้บ้านคุณค่ะ ไปดูรายละเอียดกันเลย!

ราคาผักวันนี้ 15 เมษายน 2569

ตลาดสี่มุมเมืองเป็นแหล่งรวมผักสดคุณภาพดีจากเกษตรกรทั่วประเทศ ในวันนี้ ราคาผักวันนี้ 15 เมษายน 2569 โดยรวมดูนิ่งๆ ไม่มีขึ้นแรง แสดงถึงฤดูที่ผลผลิตออกสม่ำเสมอ ช่วยให้ผู้บริโภคอย่างเราซื้อได้สบายใจมากขึ้น หากคุณกำลังหาซื้อผักสำหรับครอบครัว ลองเช็คราคาเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบกับตลาดใกล้บ้านดูนะคะ

ราคาผักชี วันที่ 15 เมษายน 2569

ผักชีเป็นสมุนไพรที่ขาดไม่ได้ในอาหารไทย วันนี้ราคาคงที่ทั้งรากและใบต่างๆ

  • รากผักชี 80-120 บาท/กิโลกรัม
  • ผักชีญี่ปุ่น 80 บาท/กิโลกรัม
  • ผักชีจีน 80 บาท/กิโลกรัม
  • ผักชีลาว 60-90 บาท/กิโลกรัม
  • ผักชีฝรั่ง 60-80 บาท/กิโลกรัม
  • ผักชีไทย 60-70 บาท/กิโลกรัม

ราคาต้นหอม วันที่ 15 เมษายน 2569

ต้นหอมเพิ่มกลิ่นหอมให้กับผัดผักและซุป ราคายังนุ่มนวล

  • ต้นหอม 30-50 บาท/กิโลกรัม
  • ต้นหอมญี่ปุ่น 60 บาท/กิโลกรัม

ราคามะนาว วันที่ 15 เมษายน 2569

มะนาวเปรี้ยวซ่า สำคัญสำหรับน้ำพริกและยำ

  • มะนาวเลมอน 85-90 บาท/กิโลกรัม
  • มะนาว 2.6 – 8.1 บาท/ลูก (ตามขนาด)

ราคาผักคะน้า วันที่ 15 เมษายน 2569

ผักคะน้าทอดกระเทียมเมนูโปรด ราคาต่อกิโลต่ำมาก

  • คะน้าฮ่องกง 70 บาท/กิโลกรัม
  • ต้นคะน้า 10-20 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • คะน้าต้นอ้วน/คะน้าเห็ดหอม 8-18 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • ยอดคะน้า 6-18 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)

ราคาบร็อคโคลี่ วันที่ 14 เมษายน 2569

บร็อคโคลี่เพื่อสุขภาพ ราคาไม่แพง

  • บร็อคโคลี่ 45-50 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • บร็อคโคลี่จีน 45-50 บาท/กิโลกรัม

ราคาผักบุ้ง วันที่ 15 เมษายน 2569

ผักบุ้งไฟแดงคลาสสิก ราคาถูกใจ

  • ผักบุ้งนา 35-40 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • ผักบุ้งจีน 10-16 บาท/กิโลกรัม
  • ผักบุ้งไทย 6-12 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)

ราคากะหล่ำปลี วันที่ 15 เมษายน 2569

  • กะหล่ำปลีม่วง 28-35 บาท/กิโลกรัม
  • กะหล่ำปลีขาว 14-15 บาท/กิโลกรัม
  • กะหล่ำปลีจีน 12 บาท/กิโลกรัม
  • กะหล่ำปลีหัวใจ 6-8 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • กะหล่ำปลีเขียว 3-7 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)

ราคาผักกาด วันที่ 15 เมษายน 2569

  • ผักกาดแก้ว 45-50 บาท/กิโลกรัม
  • ผักกาดสร้อย 35-40 บาท/กำ (ตามขนาด)
  • ผักกาดหอม 30-60 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • ผักกาดขาว 18-20 บาท/กิโลกรัม
  • ผักกาดหางหงส์ 12 บาท/กิโลกรัม
  • ผักกาดเขียวปลี/ผักโสภณ 8-10 บาท/กิโลกรัม

ราคาผักกวางตุ้ง วันที่ 15 เมษายน 2569

  • กวางตุ้งจีน 80 บาท/กิโลกรัม
  • กวางตุ้งไต้หวัน 18-20 บาท/กิโลกรัม
  • กวางตุ้งดอก 10-20 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • กวางตุ้งใบ 6-12 บาท/กิโลกรัม

ราคากะเพรา วันที่ 15 เมษายน 2569

  • ใบกะเพรา 20-30 บาท/กิโลกรัม

ราคาพริก วันที่ 15 เมษายน 2569

  • พริกไทยอ่อน 190-200 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • พริกหวาน (เหลือง/แดง/เขียว) 90 บาท/กิโลกรัม
  • พริกขี้หนูสวนม้ง (เชียงใหม่) 60-90 บาท/กิโลกรัม
  • พริกกะเหรี่ยง 50-60 บาท/กิโลกรัม
  • พริกจินดาแดง 24-50 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • พริกหยวก 12-30 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)

ราคามะเขือ วันที่ 15 เมษายน 2569

  • มะเขือเทศเนื้อ 55 บาท/กิโลกรัม
  • มะเขือเทศราชินี 35-50 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • มะเขือเทศเชอรี่ 35-50 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • มะเขือม่วง 20-40 บาท/กิโลกรัม
  • มะเขือเทศสีดา 16-24 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • มะเขือยาว 10-30 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • มะเขือเปราะ 8-18 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)

ราคาถั่วฝักยาว วันที่ 15 เมษายน 2569

  • ถั่วฝักยาว เนื้อ 20-80 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)
  • ถั่วฝักยาวเกษตร 20-70 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)

ราคาผักตำลึง วันที่ 15 เมษายน 2569

  • ยอดตำลึง 15-20 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)

ราคาแตงกวา วันที่ 15 เมษายน 2569

  • แตงกวาญี่ปุ่นจีน 40-50 บาท/กิโลกรัม
  • แตงกวาญี่ปุ่น 40-50 บาท/กิโลกรัม
  • แตงกวา 25-45 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)

ราคากระเทียม วันที่ 15 เมษายน 2569

  • ต้นกระเทียม 60-80 บาท/กิโลกรัม (ตามขนาด)

สรุปแล้ว ราคาผักวันนี้ 15 เมษายน 2569 ค่อนข้างนิ่ง โดยเฉพาะต้นหอมและผักชีที่คงที่ แสดงให้เห็นว่าตลาดผักไทยยังสมดุลดี แม้ฤดูแล้งจะใกล้เข้ามา มุมมองส่วนตัวนะคะ แนะนำให้ซื้อผักสดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อคุณภาพและความปลอดภัย อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนปรุง!

หากชอบข้อมูลแบบนี้ อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และ subscribe เพื่อติดตาม ราคาผักวันนี้ อัปเดตทุกวันนะคะ มีคำถามอะไรคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ราคาผักวันนี้ 15 เมษายน 2569 อัปเดตจากตลาดสี่มุมเมือง ต้นหอม-ผักชี ราคาคงที่