วัน: 15 เมษายน 2026

สายเอเชียเริ่มหนาแน่น ประชาชนทยอยเดินทางกลับกรุง

สายเอเชียเริ่มหนาแน่น ประชาชนทยอยเดินทางกลับกรุง แล้วนะเพื่อนๆ! หลังจากหยุดยาวสงกรานต์ที่ทุกคนสนุกสุดเหวี่ยงกับการสาดน้ำ เล่นน้ำกันอย่างเมามันส์ ตอนนี้ก็ถึงเวลาต้องเก็บกระเป๋า ขึ้นรถกลับบ้านใหญ่กรุงเทพฯ เพื่อไปทำงานกันแล้วใช่มั้ยล่ะ วันนี้เรามีอัปเดตสถานการณ์จราจรล่าสุดมาให้ฟังกันแบบเรียลไทม์เลย

สายเอเชียเริ่มหนาแน่น ประชาชนทยอยเดินทางกลับกรุง

จากรายงานเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 เมษายน 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง) บนถนนทางหลวงหมายเลข 32 หรือที่รู้จักกันในชื่อถนนสายเอเชีย ช่วงผ่านจังหวัดชัยนาท ขาเข้าหรือขาล่องมุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร ปริมาณรถยนต์เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว แต่ยังดีที่รถยังเคลื่อนตัวได้ดี ไม่ติดขัดหนัก สามารถขับด้วยความเร็วตามกฎหมายได้ปกติ มีแค่ชะลอตัวบ้างตามสัญญาณไฟแดงหรือจุดก่อสร้างเท่านั้นเอง ถือเป็นสัญญาณบอกว่าปีนี้คนเริ่มกลับเยอะแล้ว

สถานการณ์จราจรบนเส้นทางหลัก

ถนนสายเอเชียเป็นเส้นทางหลักที่คนจากภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงเหนือใช้กลับกรุงเทพฯ เยอะมาก โดยเฉพาะช่วงบ่ายถึงเย็นแบบนี้ รถกระบะ รถตู้ รถยนต์ส่วนบุคคล ไหลกันเป็นแถว บรรยากาศคึกคักแต่ยังไม่วุ่นวายสุดขีด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จริงๆ พบว่ารถยังวิ่งได้ราบรื่น ไม่มีจุดติดยาวๆ ให้หงุดหงิด

เส้นทางเลี่ยงยังคล่องตัว

สำหรับคนที่กลัวติด ถนนทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ซึ่งเป็นเส้นเลี่ยงยอดฮิตช่วงเทศกาล ก็ยังการจราจรคล่องตัวมาก โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกไฟแดงแขวงทางหลวงชัยนาท รถกลับกรุงเทพฯ ไหลลื่น ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าไม่อยากเสี่ยงเส้นหลัก ลองเลี่ยงทางนี้ดูนะ จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่: เตรียมรับมือรถหนาแน่นช่วงค่ำ

กองอำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดชัยนาท คาดการณ์ว่าช่วงค่ำวันนี้ ปริมาณรถสัญจรจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะหลายคนรอให้ฟ้ามืดค่อยออกเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงแดดร้อน เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่าน เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับเร็ว ไม่เมา ไม่แซงซ้าย หยุดพักรถทุก 2 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

ทำไมช่วงหลังสงกรานต์ถึงอันตราย? เพราะทุกคนเหนื่อยจากการเล่นน้ำ ขับทางไกลนานๆ บวกกับรถเยอะ สถิติปีที่แล้วช่วงกลับ มีอุบัติเหตุพุ่งสูงเลยนะ

เคล็ดลับขับรถปลอดภัยช่วงสายเอเชียเริ่มหนาแน่น

  • ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง: ยาง ลมเบรก น้ำมันเครื่อง อย่าปล่อยให้มีปัญหากลางทาง
  • พักผ่อนให้พอ: ถ้าขับนานๆ หยุดยืดเส้นยืดสาย ดื่มน้ำเยอะๆ อย่าขับง่วง
  • ใช้แอปเช็คจราจร: Google Maps, Waze หรือแอปกรมทางหลวง จะช่วยหลีกเลี่ยงจุดติดได้ทันที
  • ไม่เมา ไม่เสพ: สงกรานต์เพิ่งจบ อย่าเมาหนักแล้วขับนะ ขอร้อง!
  • ช่วยเหลือกัน: ถ้ารถเสียหรือมีปัญหา เปิดไฟฉุกเฉิน ติดต่อ 1584 ปิดภัยทางหลวงได้เลย

นอกจากนี้ ปีนี้มีจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นตามจุดต่างๆ บนสายเอเชียด้วย ถ้าผ่านไปเช็คตัวเองให้เรียบร้อยดีกว่า จะได้ไม่โดนปรับหนัก

สรุปแล้ว แม้สายเอเชียเริ่มหนาแน่น ประชาชนทยอยเดินทางกลับกรุง แต่สถานการณ์ยังเอาน่า ทุกคนแค่มีสติ รักษาระยะห่าง ขับขี่ปลอดภัย ปีนี้เราจะกลับถึงบ้านกันอย่างปลอดภัยแน่นอน! ถ้าคุณกำลังเดินทางอยู่ แชร์สถานการณ์จราจรที่เจอมาในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ จะได้ช่วยกันอัปเดตข้อมูลให้เพื่อนๆ

ที่มา – สายเอเชียเริ่มหนาแน่น ประชาชนทยอยเดินทางกลับกรุง ไปทำงานหลังหยุดยาวสงกรานต์

ประกาศฉบับ 3 พายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย.เตรียมรับมือ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้มีประกาศสำคัญจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ที่เราต้องไม่พลาดเลยนะครับ นั่นคือ ประกาศฉบับ 3 พายุฤดูร้อน ที่เตือนให้หลายจังหวัดในประเทศไทยตอนบนเตรียมรับมือกับพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 16-20 เมษายน 2567 นี้ พายุแบบนี้มักมาพร้อมฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง และอาจมีฟ้าผ่าด้วย ใครที่กำลังวางแผนออกไปเที่ยวหรือทำงานกลางแจ้ง ต้องเช็คดีๆ ก่อนลุยนะครับ

ประกาศฉบับ 3 พายุฤดูร้อน เริ่มกระทบภาคไหนบ้าง

ตามประกาศฉบับ 3 พายุฤดูร้อน ระบุชัดว่าพายุจะเริ่มเคลื่อนตัวจาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคตะวันออก ก่อน จากนั้นจะลามมาถึง ภาคกลาง รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แล้วปิดท้ายที่ ภาคเหนือ สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนในไทยตอนบน ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนแบบกะทันหัน ลมพัดแรงมากอาจหักต้นไม้ ปลิวป้ายโฆษณาได้เลยครับ

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย.

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อุบลราชธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา
  • ภาคตะวันออก: ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี
  • ภาคกลาง: นครปฐม, สมุทรปราการ, กรุงเทพฯ
  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง

พายุฤดูร้อนหรือที่เรียกกันว่า “สควอลไลน์” คือพายุที่เกิดจากแนวเมฆฝนยาวเหยียด พัดมาพร้อมลมแรงกว่า 70 กม./ชม. บางครั้งลูกเห็บขนาดเท่าเหรียญบาทตกหนัก ทำให้นักขับรถเดือดร้อน สายไฟขาด และผลไม้เกษตรกรเสียหายหนัก ปีที่แล้วหลายพื้นที่เจอหนักมาแล้ว คราวนี้ประกาศฉบับ 3 พายุฤดูร้อนเลยออกมาเตือนให้ทุกคนพร้อมรับมือ

วิธีเตรียมตัวรับมือประกาศฉบับ 3 พายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ บ้านเรือนเก่า หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แน่นหนา ถ้าฝนมาให้รีบหาที่กำบัง ถ้ารถกำลังวิ่งเจอลมแรงให้จอดข้างทางในที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน และรอให้พายุผ่านไป สำหรับเกษตรกรสำคัญมากเลยครับ ต้อง

  • เสริมโครงสร้างเรือนกระจก หลังคาโรงไก่
  • เก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า ถ้าใกล้สุก
  • ย้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่ปลอดภัย
  • เตรียมยาและอาหารสำรองเผื่อไฟดับ

นอกจากนี้ ช่วงอากาศร้อนจัดแบบนี้ร่างกายเราต้องปรับตัวด้วย ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้พอ และดูแลเด็กเล็กผู้สูงอายุให้ดีนะครับ สภาพอากาศไทยเปลี่ยนแปลงไวมาก โดยเฉพาะฤดูร้อนปลาย

สรุปแล้ว ประกาศฉบับ 3 พายุฤดูร้อนนี้เป็นสัญญาณเตือนที่เราควรจริงจัง อย่ารอให้พายุมาถึงค่อยวิ่งหนีครับ เตรียมการล่วงหน้าจะดีกว่า ในมุมมองผม สภาพอากาศปัจจุบันเปลี่ยนเร็วจาก climate change ทำให้พายุรุนแรงขึ้นทุกปี เราในฐานะประชาชนต้องติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย

อย่าลืมเช็คพยากรณ์อากาศทุกวันผ่านแอป TMD หรือเว็บกรมอุตุฯ นะครับ หรือโทร 1182 ได้ 24 ชม. อยู่ปลอดภัย สุขภาพดีกันทุกคน!

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 เตือน 16-20 เม.ย.นี้ หลายจังหวัดเตรียมรับมือ “พายุฤดูร้อน”

Wrexham ไม่เลื่อนชั้นฤดูกาลนี้สำคัญไหม

Wrexham ไม่เลื่อนชั้นฤดูกาลนี้สำคัญไหม

ความหวังในการเลื่อนชั้นของ Wrexham ในแชมเปี้ยนชิพสะดุดหลังแพ้ติดต่อกันสองนัดครั้งแรกนับตั้งแต่สองนัดแรกของฤดูกาล 2025-26

ทีมของฟิล พาร์กินสัน อยู่อันดับหกห่าง 4 คะแนน โดยเหลือ 4 นัด ยังมีโอกาสจบในท็อปซิกซ์ แต่ชะตากรรมเพลย์ออฟไม่อยู่ในมือตัวเองแล้ว

แต่การเลื่อนชั้นติดต่อกันแบบทำลายสถิติของ Wrexham ใน EFL ทำให้คาดหวังสูงเกินจริงหรือไม่?

BBC Sport วิเคราะห์ว่า Wrexham ไม่เลื่อนชั้นฤดูกาลนี้สำคัญไหม หากพลาดการเลื่อนสู่พรีเมียร์ลีกในครั้งแรก

ความทะเยอทะยานก่อนฤดูกาล

คู่หูฮอลลีวูด ไรอัน เรย์นอลด์ส และ ร็อบ แมค (เปลี่ยนชื่อจาก ร็อบ แม็คเอลเฮนนีย์) แสดงความทะเยอทะยานชัดเจนตั้งแต่สัมภาษณ์ครั้งแรกปี 2021 นักข่าวถามตอนจบที่สมบูรณ์แบบ เรย์นอลด์สตอบว่า “เราจะโกหกถ้าไม่ใช่พรีเมียร์ลีก”

Wrexham ใกล้ท็อปฟลุตต์แค่อันดับเดียว รายงานการเงินล่าสุดยอดขาย 33.3 ล้านปอนด์ แต่เคยตั้งเป้าสี่เลื่อนชั้นติดหรือ?

ก่อนเริ่มแชมเปี้ยนชิพครั้งแรกนับตั้งแต่ 1982 ไมเคิล วิลเลียมสัน CEO บอก Telegraph ว่าเป้าคือรอดตกชั้น จบกลางตาราง และแข่งขันได้ เขาเสนอเรย์นอลด์สและแมคที่ถามว่าต้องทำอะไรถึงท็อปทู

หลังคุยกัน ตั้งเป้า “แข่งขันและดูว่าจะไปถึงไหน” วิลเลียมสันบอกว่าถ้าอยู่ในตำแหน่งนั้นท้ายฤดู มีลุ้นเพลย์ออฟ และด้วย DNA ความยืดหยุ่นของทีม มีโอกาสเลื่อนชั้น

CEO ยังบอกว่าถ้าไม่เลื่อนชั้นปีนี้ก็โอเค

Wrexham ไม่เลื่อนชั้นฤดูกาลนี้สำคัญไหม: มุมมองสนาม

การปรับปรุง Racecourse Ground โดยเฉพาะโคปเอนด์ ดำเนินมาตลอด Red Dragons เตรียมพร้อมพรีเมียร์ลีกมานาน

ปรับโครงสร้างและบุคลากร ก่อนแชมเปี้ยนชิพ ติดตั้งทีวีแกลเลอรี่ ย้ายม้านั่งสำรอง ลงทุน 2 ล้านปอนด์ติดตั้งเครื่องทำความร้อนใต้พื้นสนาม

เจ้าของฮอลลีวูดตั้งเป้าระยะยาวขยายสนามถึง 55,000 ที่นั่ง โคปเทอร์เรซเดิมปิด 2007 ถล่ม 2023 เริ่มสร้างใหม่ 7,500-7,750 ที่นั่ง ธ.ค. 2025 เปิดไม่ทันพรีเมียร์ 2026 แต่เล็งเม.ย. 2027

เสร็จแล้วรองรับทีมชาติเวลส์และยูฟ่าบูสต์รายได้ ถ้า Wrexham ไม่เลื่อนชั้นฤดูกาลนี้ แผนพัฒนาจะไม่เร่งรัด

การสรรหานักเตะและอนาคตพาร์กินสัน

เลื่อนชั้นสามครั้งติดต้นทุนสูง ซื้อ 13 คนซัมเมอร์ 2025 งบ 30 ล้านปอนด์ สูงสุดในแชมเปี้ยนชิพ สร้างฐานแน่น

สี่คนหมดสัญญา: Issa Kabore (ยืมจาก City, เล่นมากสุดอันดับ 10), Jay Rodriguez (เจ็บ), Reuben Egan, Aaron James

ถ้าอยู่แชมเปี้ยนชิพ ทีมหลักสัญญายาว ไม่ต้องใช้เงินเยอะเหมือนปีก่อน คาดยอดขาย 46-50 ล้านปอนด์ปี 2026 ซื้อเพิ่มได้

อนาคตพาร์กินสัน? 58 ปี สร้างประวัติศาสตร์สามเลื่อนชั้น ท่ามกลางฮอลลีวูดและแรงกดดัน เรย์นอลด์สและแมคบอก “งานตลอดชีวิต” สัญญา 12 เดือนหมุน

แมคให้ The Athletic: “ฟิลคือสถาปนิก ไม่มีเหตุผลไล่” ถ้าพลาดเพลย์ออฟ ฤดูกาลนี้ยังสำเร็จใหญ่

สรุปแล้ว Wrexham ไม่เลื่อนชั้นฤดูกาลนี้สำคัญไหม? ไม่เลย! พวกเขามีฐานะมั่นคง สนามพัฒนา ทีมแข็งแกร่ง พาร์กินสันอยู่ยาว อนาคตสดใสใน EFL หรือ PL ลองติดตามและเชียร์ Wrexham ต่อไป!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ชายปารีสคว้าภาพวาด “ปิกัสโซ” มูลค่า 32 ล้านบาท

คุณเคยฝันไหมว่าจะได้ของรางวัลสุดหรูอย่างภาพวาดของศิลปินดังระดับโลก เพียงแค่ซื้อสลากใบเดียว? นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับ ชายปารีสคนหนึ่ง ที่กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก เมื่อเขา ชายปารีสคว้าภาพวาด “ปิกัสโซ” มูลค่ากว่า 32 ล้านบาท จากสลากการกุศลราคาแค่ใบละ 3,700 บาทเท่านั้น! เรื่องนี้ไม่ใช่นิยาย แต่เป็นเหตุการณ์จริงที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคน

ชายปารีสคว้าภาพวาด “ปิกัสโซ” มูลค่า 32 ล้านบาท หลังซื้อสลากการกุศลใบละ 3,700 บาท

วิศวกรชาวฝรั่งเศสวัย 58 ปีชื่อ อารี โฮดารา ผู้หลงใหลในศิลปะ กลายเป็นผู้โชคดีในการจับสลากที่สถาบันคริสตี้ ในกรุงปารีส เมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา รางวัลใหญ่คือภาพวาด “Head of a Woman” ฝีมือ ปาโบล ปิกัสโซ มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 32 ล้านบาท เขาซื้อสลากแค่ใบเดียว ราคา 100 ยูโร (ราว 3,770 บาท) ระหว่างกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยบังเอิญเห็นข่าว

พอรู้ผล โฮดาราก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง “ผมจะเช็กได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น?” เขากล่าวด้วยความตื่นเต้น สิ่งแรกที่เขาทำคือโทรบอกภรรยา และวางแผนเก็บภาพวาดนี้ไว้ชื่นชมส่วนตัว ไม่ขายต่อ เรื่องราว ชายปารีสคว้าภาพวาด “ปิกัสโซ” นี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว สร้างความฮือฮาในวงการศิลปะและการกุศล

ภาพวาดปิกัสโซชิ้นนี้มีอะไรพิเศษ?

ภาพ “Head of a Woman” เป็นภาพพอร์ตเทรตของ ดอรา มาอาร์ มิวส์และคนรักของปิกัสโซ วาดด้วยสีน้ำกวอช (Gouache) บนกระดาษ เมื่อปี 1941 สไตล์ кубизм ของปิกัสโซทำให้ภาพนี้มีเอกลักษณ์ ปิกัสโซคือศิลปินในนามสกุลที่ทิ้งผลงานกว่า 50,000 ชิ้น ราคาประเมินปกติของภาพนี้อยู่ที่ 1.45 ล้านยูโร แต่เจ้าของเดิม Opera Gallery ยอมขายในราคาพิเศษ 1 ล้านยูโรเพื่อการกุศล

โครงการชิงโชคสุดเจ๋ง “1 Picasso for 100 euros”

นี่คือครั้งที่ 3 ของโครงการ โดยขายสลากได้ 120,000 ใบจากทั่วโลก มูลค่ารวม 12 ล้านยูโร (452 ล้านบาท) กำไรทั้งหมดนำไปสมทบทุน มูลนิธิวิจัยโรคอัลไซเมอร์ ในปารีส ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสด้านนี้ตั้งแต่ปี 2004 ครั้งก่อนๆ ผู้ชนะคือ ชายจากเพนซิลเวเนีย (2013) และหญิงอิตาลี (2020) รายได้เคยช่วยวัฒนธรรมเลบานอนและน้ำดื่มในแอฟริกา

  • ขายสลาก 120,000 ใบ ภายในเวลาสั้นๆ
  • รายได้ช่วยวิจัยอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นโรคที่กระทบผู้สูงอายุทั่วโลก
  • รวมโชคลาภ + ศิลปะ + การกุศล ในโครงการเดียว
  • ใครๆ ก็มีโอกาส ไม่ต้องรวยก็ซื้อได้

โรคอัลไซเมอร์กำลังเป็นปัญหาใหญ่ ทั่วโลกมีผู้ป่วยกว่า 50 ล้านคน และเพิ่มขึ้นทุกปี การสนับสนุนแบบนี้ช่วยเร่งการค้นคว้า ค้นพบยารักษาใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น ในไทยเราก็มีผู้สูงอายุเพิ่ม โครงการแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดี

เรื่อง ชายปารีสคว้าภาพวาด “ปิกัสโซ” แสดงให้เห็นว่าชีวิตเต็มไปด้วยโอกาส意外 บางทีการตัดสินใจเล็กๆ อย่างซื้อสลากกุศล อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้ ลองนึกภาพถ้าคุณได้ภาพวาดดังๆ ไว้ประดับบ้าน หรือนำเงินไปช่วยสังคม มันน่าตื่นเต้นใช่ไหม?

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? เคยซื้อสลากกุศลแล้วถูกรางวัลใหญ่ไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์บทความนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้การกุศล ถ้าชอบข่าวศิลปะและแรงบันดาลใจ ติดตามบล็อกเราไว้เลยนะ!

ที่มา – ชายปารีสคว้าภาพวาด “ปิกัสโซ” มูลค่า 32 ล้านบาท หลังซื้อสลากการกุศลใบละ 3,700 บาท

“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร”

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มาพร้อมความอบอุ่นและประเพณีที่สืบทอดกันมานาน นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ เมื่อ“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้ว ซึ่งกลายเป็นภาพที่สะท้อนถึงความเคารพและความผูกพันระหว่างนักการเมืองรุ่นพี่รุ่นน้องในจังหวัดสุพรรณบุรี

“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้ว

ในวันที่ 15 เมษายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เดินทางไปยังบ้านทรงไทย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อรดน้ำดำหัวและขอพรปีใหม่ไทยจากนายประภัตร โพธสุธน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ สนุกสนาน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และชาวศรีประจันต์มาร่วมกันอย่างคับคั่ง

นายวราวุธ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณทุกคนที่มาร่วม ขณะเดียวกันยังยกย่องนายประภัตรว่าเป็น “ขุนพลเอกของพ่อบรรหาร” มาตั้งแต่สมัยที่ตัวเองยังเด็ก และยังคงเป็นเสาหลักของชาวสุพรรณบุรี โดยเฉพาะอำเภอศรีประจันต์ คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน โดยเฉพาะเรื่อง “ไม่เคยแก่ลงเลยสักปีเดียว และยังไม่มีเจ้าสาวเคียงข้าง” ทำให้ทุกคนหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน

วราวุธ รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย ประภัตร

คำอวยพรจากประภัตร สุขภาพแข็งแรง รวยไม่ไหว

ด้านนายประภัตร ได้กล่าวถึงความผูกพันที่ยาวนานกว่า 51 ปี ที่ไม่เคยทิ้งกัน โดยย้ำว่าทุกปีนายวราวุธจะมารดน้ำขอพรเสมอ แสดงถึงความเคารพและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังอวยพรทุกคนในวันมหามงคลสงกรานต์ว่า “ขอให้ทุกคนประสบแต่ความโชคดี มีสุขภาพแข็งแรง มั่นคงยั่งยืน และรวยๆๆ กันทุกคน สาธุ รวยไม่ไหวแล้วใช่ไหม” คำอวยพรที่ทำให้ทุกคนยิ้มแย้มและรู้สึกอบอุ่นใจ

นายวราวุธยังได้ขอพรต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสุพรรณบุรี เช่น หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ดวงวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และพ่อบรรหาร เพื่อให้ “อาประภัตร” มีกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญาตราบนานเท่านาน

บรรยากาศรดน้ำขอพร วราวุธ ประภัตร สงกรานต์
ประภัตร อวยพรแข็งแรง โชคดี รวยๆ ปีใหม่ไทย

เหตุการณ์“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้วไม่เพียงแต่เป็นประเพณีสงกรานต์ที่งดงาม แต่ยังสะท้อนถึงความสามัคคีในชุมชนการเมืองสุพรรณบุรี ที่พัฒนาจังหวัดมาด้วยกันตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา

ความสำคัญของประเพณีรดน้ำดำหัวในยุคปัจจุบัน

ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่แสดงถึงการขอพร การเคารพผู้ใหญ่ และการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสิริมงคล ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว ประเพณีนี้ช่วยเชื่อมโยงรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ สร้างความสัมพันธ์อันดีงาม ลอง来看ตัวอย่างจากเหตุการณ์นี้:

  • เสริมสร้างความสามัคคี: การมาร่วมกันของชาวบ้านและนักการเมือง
  • อวยพรเพื่อความเจริญ: คำอวยพรเรื่องสุขภาพ โชคลาภ ความมั่งคั่ง
  • อนุรักษ์วัฒนธรรม: รักษาเอกลักษณ์ไทยในเทศกาลสงกรานต์
  • สร้างแรงบันดาลใจ: แสดงให้เห็นความผูกพันยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวน่ารักจากคำพูดของนายวราวุธที่เรียกตัวเองและนายประภัตรว่า “อาหลาน” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะมีตำแหน่งทางการเมืองใดก็ตาม สะท้อนถึงค่านิยมแบบไทยแท้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชน ไม่ใช่แค่ช่วงเลือกตั้ง แต่เป็นทุกโอกาสสำคัญอย่างสงกรานต์ หากนักการเมืองทุกคนทำแบบนี้ได้ ก็น่าจะสร้างความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้น

คุณล่ะ มีประสบการณ์รดน้ำดำหัวขอพรสงกรานต์แบบไหนที่ประทับใจ? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือถ้าชอบเรื่องราวแบบนี้ กดไลค์ แชร์ และติดตามเพื่อไม่พลาดข่าวสารการเมืองท้องถิ่นที่น่าสนใจ!

ที่มา – “วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้ว

เกาหลีใต้สั่งจำคุกยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 6 เดือน ปมลบหลู่หญิงบำเรอ

เกาหลีใต้สั่งจำคุกยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 6 เดือน ปมลบหลู่อนุสรณ์ “หญิงบำเรอสงคราม” เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการโซเชียลมีเดียทั่วโลกเลยทีเดียว ยูทูบเบอร์ชื่อดังจอมกวนอย่าง “จอห์นนี โซมาลี” หรือชื่อจริง แรมซีย์ คาลิด อิสมาเอล วัย 25 ปี โดนศาลเกาหลีใต้ตีโทษหนักแบบไม่ปราณี หลังจากก่อวีรกรรมสุดฉาวที่ทำให้ชาวเกาหลีโกรธแค้นกันทั้งประเทศ

เกาหลีใต้สั่งจำคุกยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 6 เดือน ปมลบหลู่อนุสรณ์ “หญิงบำเรอสงคราม”

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเดือนตุลาคม 2567 จอห์นนี โซมาลี อัปโหลดวิดีโอลงยูทูบที่ตัวเองไปจูบและเต้นรำอย่างลบหลู่ข้างรูปปั้นอนุสรณ์ “หญิงบำเรอ” หรือ Comfort Women ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเกาหลีใต้ รำลึกถึงผู้หญิงนับหมื่นที่ถูกกองทัพญี่ปุ่นบังคับเป็นทาสทางเพศในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุการณ์นี้จุดชนวนความเกลียดชังทันที ชาวเน็ตเกาหลีรวมตัวประณามหนัก จนเขาถูกไล่ตีตามท้องถา

แม้เจ้าตัวจะออกมาขอโทษว่า “ไม่รู้ความสำคัญของรูปปั้น” แต่ก็สายเกินไป ศาลแขวงโซลตะวันตกพิพากษาจำคุก 6 เดือนทันที ในข้อหาทำลายความสงบเรียบร้อย ขัดขวางการทำงานของสถานประกอบการ และเผยแพร่เนื้อหาลามกอนาจารจาก AI หรือ Deepfake นอกจากนี้ยังโดนกักขังเพิ่ม 20 วัน ห้ามทำงานกับเยาวชนและผู้พิการ 5 ปีหลังพ้นโทษ

วีรกรรมอื่นๆ ที่ทำให้เกาหลีใต้สั่งจำคุกยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 6 เดือน

ไม่ใช่แค่รูปปั้นนะ แต่จอห์นนี โซมาลี ยังก่อเรื่องรำคาญเพื่อเรียกยอดวิวแบบซ้ำซาก ล่าสุดอัยการเพิ่มข้อหา Deepfake ลามกที่มีตัวเขาและยูทูบเบอร์หญิงเกาหลี นี่คือรายการเด็ด:

  • เปิดเพลงชาติเกาหลีเหนือดังลั่นในที่สาธารณะ สร้างความเดือดร้อน
  • เทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปราดพื้นร้านสะดวกซื้อ จงใจสร้างความวุ่นวาย
  • ลบหลู่อนุสรณ์หญิงบำเรอ จูบเต้นรำถ่ายคลิปอัปยูทูบ
  • ผลิตและเผยแพร่วิดีโอ AI โป๊เปลือยกับ influencer ท้องถิ่น

ศาลย้ำในคำวินิจฉัยว่า “จำเลยทำผิดซ้ำๆ เพื่อรายได้จากยูทูบ โดยไม่สนกฎหมายเกาหลีใต้” แม้อัยการขอ 3 ปี แต่ศาลเห็นว่าบางความเสียหายยังไม่หนักหนา จึงลดเหลือ 6 เดือน ก่อนขึ้นศาล เขายังพูดขอโทษสื่ออีก แต่ชาวเกาหลีไม่ซื้อ

ย้อนประวัติ จอห์นนี เคยโดนด่าเละในญี่ปุ่น จากการล้อเลียนผู้โดยสารรถไฟเรื่องระเบิดฮิโรชิมา-นางาซากิ นี่คือตัวอย่าง influencer ที่ไล่ shock value เกินเลย จนโดนกฎหมายตบหน้า

กรณีนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของโซเชียลมีเดียยุคนี้ การทำคอนเทนต์เพื่อยอดวิวอาจนำพาไปสู่หายนะ โดยเฉพาะเมื่อ碰ต้องประเด็น敏感ทางประวัติศาสตร์อย่าง “หญิงบำเรอ” ที่เกาหลีใต้ให้ความสำคัญมาก หากคุณเป็นครีเอเตอร์ ควรเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นเสมอ

คุณคิดยังไงกับ เกาหลีใต้สั่งจำคุกยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 6 เดือน ปมลบหลู่อนุสรณ์ “หญิงบำเรอสงคราม” ? โทษนี้หนักพอหรือเบาไป? คอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่าง และกดไลค์แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – เกาหลีใต้สั่งจำคุกยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 6 เดือน ปมลบหลู่อนุสรณ์ “หญิงบำเรอสงคราม”

ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน

หลังจากหยุดยาวสงกรานต์ที่ผ่านมา ทุกคนคงกำลังเก็บข้าวของเตรียมกลับไปทำงานกันใช่ไหมคะ แต่ข่าวร้ายที่กำลังมาเยือนคือ พายุฤดูร้อน ที่กรมอุตุฯ เตือนไว้ ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน อย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะในภาคเหนือ อีสาน และกลาง

ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน

วันที่ 15 เมษายน 2567 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงทันที หลังกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ระหว่างวันที่ 16-20 เมษายน ประเทศไทยตอนบนจะเจอพายุฤดูร้อนรุนแรง มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่า โดยเริ่มจากภาคอีสานก่อน แล้วลามไปภาคตะวันออก กลางตอนตะวันออก และเหนือตามลำดับ สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมา ทำให้ลมใต้พัดแรงขึ้น ขณะที่อากาศตอนบนร้อนอบอ้าว

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 สะสมเกินมาตรฐานในภาคเหนือ อีสาน และกลางตอนบน เพราะจุดความร้อนเยอะเกินกว่าลมจะพัดพาได้ทัน ปลัดมหาดไทยจึงสั่งให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเป็นผู้อำนวยการกองปภ.จังหวัด เฝ้าระวังสถานการณ์ร่วมกับอุตุฯ และแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง

มาตรการเตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน

เพื่อลดความเสี่ยง ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน โดยสั่งการดังนี้

  • ตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารบ้านเรือน ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า ไม้ใหญ่ข้างถนน และสถานที่สาธารณะ หากชำรุดให้ซ่อมแซมด่วน
  • เตรียมเครื่องจักร บุคลากร และทรัพยากรปภ. ให้พร้อม รวมถึงชุด ERT (Emergency Response Team) ที่ซักซ้อมแล้ว สามารถออกช่วยเหลือได้ทันที
  • แจ้งเตือนเกษตรกรในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ปกป้องผลผลิต สวนผลไม้ และสัตว์เลี้ยงจากลมแรงและลูกเห็บ

เจ้าหน้าที่ทุกระดับ ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น ต้องทำงานเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยสูงสุด

รับมือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นควันควบคู่

ในช่วงนี้ ภาคเหนือ อีสาน และกลางตอนบน ยังวิกฤตเรื่องไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำชับให้ประกาศปิดป่า ห้ามเผา จับกุมผู้กระทำผิด รณรงค์สวมหน้ากากอนามัย และใช้เครื่องบินดับไฟ ทำฝนหลวง เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์

ดูแลประชาชนเดินทางกลับหลังสงกรานต์

วันนี้เป็นวันหยุดสุดท้ายของสงกรานต์ ประชาชนนับล้านเริ่มเดินทางกลับกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ กระทรวงมหาดไทยจึงบูรณาการทุกภาคส่วน ตั้งจุดบริการ ด่านชุมชน 24 ชม. ชุดเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือ รณรงค์ “ดื่มไม่ขับ พักผ่อนให้พอ ปฏิบัติกฎจราจร” น้ำมันมีเพียงพอ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม.

สรุปแล้ว การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายได้มาก ฝนตกหนักหรือลมแรงอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังหรือต้นไม้ล้ม ประชาชนควรเช็คหลังคาบ้าน เก็บของล่วงหน้า และฟังประกาศเตือน

คำแนะนำสำหรับคุณ: ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ ทุกวัน เตรียมร่ม เสื้อกันฝน และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หากเจอภัยโทรสายด่วน 1784 ทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย. พร้อมดูแลคนเดินทางกลับหลังสงกรานต์

“ทรัมป์” จวก “จอร์เจีย เมโลนี” ไร้กล้า-ผิดหวังอเมริกา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีดราม่าระดับโลกมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ ทรัมป์ จวก จอร์เจีย เมโลนี อย่างจัง เรียกนายกฯ อิตาลีว่าคนไร้ความกล้าหาญ แถมยังบอกว่าทำให้อเมริกาผิดหวังสุดๆ เรื่องนี้กำลังเป็นข่าวใหญ่โตในวงการการเมืองยุโรปและสหรัฐฯ เลยล่ะครับ มาดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ทรัมป์ จวก จอร์เจีย เมโลนี ฉะยับผู้นำอิตาลี

ทุกอย่างเริ่มจากสัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับหนังสือพิมพ์ Corriere della Sera ของอิตาลีครับ ทรัมป์ไม่เกรงใจเลย โจมตีตรงๆ ว่าจอร์เจีย เมโลนี “ไร้ความกล้าหาญ” และทำให้ทีมอเมริกาต้องผิดหวัง เพราะเมโลนีเริ่มห่างเหินจากทรัมป์หลังสหรัฐฯ เปิดสงครามกับอิหร่านเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แถมเธอยังวิจารณ์ทรัมป์แรงๆ เรื่องที่เขาใช้คำรุนแรงด่าถึงสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ด้วยนะครับ เมโลนีบอกว่ามัน “รับไม่ได้” เลย

สาเหตุหลักที่ทรัมป์ จวก จอร์เจีย เมโลนี

ทรัมป์ตอบโต้แบบเดือดๆ เลยครับ “ผมช็อกในตัวเธอ ผมเคยคิดว่าเธอมีกล้า แต่ผมคิดผิด” เขาประณามอิตาลีที่ไม่ส่งกำลังทหารมาช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านปิดล้อม ทั้งที่อิตาลีเป็นประเทศที่จ่ายค่าพลังงานแพงที่สุดในโลก แต่กลับไม่สู้เพื่อปกป้องเส้นทางพลังงาน รอแต่ให้อเมริกาช่วยอย่างเดียว ฟังแล้วก็เซ็งแทนทรัมป์จริงๆ

  • เมโลนีตีตัวออกห่างหลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน
  • วิจารณ์ทรัมป์เรื่องสมเด็จพระสันตะปาปา
  • ปฏิเสธส่งทหารช่วยฮอร์มุซ
  • ไม่อนุญาตฐานทัพซิซิลีให้สหรัฐฯ ใช้
  • ระงับข้อตกลงทหารกับอิสราเอล

ทางทำเนียบขาวและสำนักนายกฯ อิตาลีเงียบกริบ ไม่ให้ความเห็น แต่ฝั่งอิตาลีมีคนออกปกป้องเมโลนีเพียบครับ เช่น อันโตนิโอ ทายานี รัฐมนตรีต่างประเทศ บอกว่า “เอกภาพตะวันตกต้องสร้างบนความภักดี ความเคารพ และจริงใจ” สนับสนุนจุดยืนปกป้องพระสันตะปาปาเต็มที่

สถานการณ์ยิ่งแย่สำหรับเมโลนีเพราะเดือนที่ผ่านมาเธอเจอวิกฤตเพียบ แพ้ประชามติปฏิรูปยุติธรรม พันธมิตรอย่างวิกเตอร์ ออร์บัน แพ้เลือกตั้งฮังการี แถมสงครามอ่าวเปอร์เซียทำให้ราคาพลังงานพุ่ง อิตาลีเจ็บหนัก เศรษฐกิจสะดุดเลยครับ

การเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์ ทำไมถึงจวกจอร์เจีย เมโลนี?

น่าสนใจคือก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยชมเมโลนีว่าเป็น “ผู้นำยิ่งใหญ่” เธอเป็นผู้นำยุโรปคนเดียวที่ไปพิธีสาบานของเขาในปี 2025 แต่ตอนนี้เปลี่ยน 180 องศา เพราะเมโลนีพยายามรักษาระยะห่างจากความขัดแย้ง ล่าสุดสั่งระงับข้อตกลงทหารกับอิสราเอลวันอังคารที่แล้วด้วย

เรื่องนี้สะท้อนความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิตาลีที่เคยแน่นแฟ้นกำลังสั่นคลอนครับ พันธมิตร NATO ใกล้ชิดที่สุดในยุโรป กลายเป็นจุดแตกหักจากประเด็นพลังงาน สงคราม และศาสนา ถ้าอิตาลีไม่ช่วย สหรัฐฯ คงรู้สึกโดดเดี่ยวในตะวันออกกลางมากขึ้น

มาดูผลกระทบกันหน่อยนะครับ สำหรับอิตาลี ราคาน้ำมันแพงขึ้นจากสงคราม ส่งผลให้ GDP ชะลอตัว ค่าไฟ ค่าน้ำมันแพง ประชาชนเดือดร้อน เมโลนีต้องบริหารทั้งภายในและภายนอกยากขึ้น ส่วนทรัมป์ กำลังเสริมภาพลักษณ์ “อเมริกาฟรสต์” ไม่ยอมให้ใครหักหลัง

จากมุมมองผมนะครับ ทรัมป์ จวก จอร์เจีย เมโลนี ครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าการเมืองโลกกำลังแบ่งขั้วชัดเจนขึ้น พันธมิตรเก่าอาจไม่ใช่เพื่อนแท้เสมอไป โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์พลังงานและความมั่นคง คุณคิดว่าอิตาลีควรช่วยสหรัฐฯ ไหม? หรือเมโลนีตัดสินใจถูกแล้ว? คอมเมนต์บอกผมหน่อยสิครับ! และอย่าลืมแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ ติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองร้อนๆ ต่อไป!

ที่มา – “ทรัมป์” จวก “จอร์เจีย เมโลนี” ฉะยับผู้อิตาลีไร้ความกล้าหาญ-ทำอเมริกาผิดหวัง

สรุป 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 ตาย 191 ศพ

ช่วง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 ผ่านมาแบบสุดระทึก! ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. ออกสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนใน 5 วันแรก (10-14 เมษายน 2569) พบว่ามีอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 911 คน และที่น่าใจหายคือผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 191 ราย เลยทีเดียว เทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนตั้งตารอ สาดน้ำเล่นสนุก แต่กลับกลายเป็นช่วงเสี่ยงอันดับต้นๆ ของอุบัติเหตุทางถนน เรามาดูรายละเอียดกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สถิติ 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569: ตัวเลขสะเทือนใจ

สำหรับวันสุดท้ายของการสรุป 5 วัน คือวันที่ 14 เมษายน 2569 เกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน และเสียชีวิต 30 ราย สะสมทั้งหมดนี่แหละที่ทำให้ยอดตายทะลุ 191 ศพ ศปถ. แถลงที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานฯ ย้ำว่าต้องบูรณาการทุกหน่วยงานรับมือคนเดินทางกลับ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะและคนขับ ตรวจเข้มงวดสุดๆ แถมบังคับใช้กฎหมาย “ดื่มแล้วขับ จับจริง” เอาผิดเด็ดขาด นำเข้าคุมประพฤติ และคุมขายเหล้าให้เด็ก

สาเหตุหลักของอุบัติเหตุใน 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

สาเหตุอันดับ 1 คือ ขับรถเร็ว สูงถึง 38.54% รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ 28.13% ยานพาหนะที่เด่นสุดคือรถจักรยานยนต์ 72.88% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 77.08% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 30.73% เวลาเกิดบ่อยสุดช่วงบ่ายแก่ๆ 15.01-18.00 น. 23.96% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20-29 ปี 23.71% น่าเป็นห่วงจริงๆ

  • จังหวัดอุบัติเหตุสูงสุด: แพร่ (16 ครั้ง)
  • ผู้บาดเจ็บสูงสุด: แพร่ (18 คน)
  • ผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปทุมธานี (3 ราย)

ข้อมูลพวกนี้มาจากการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ที่ศปถ. จัดใหญ่ แต่ตัวเลขยังน่าตกใจ ประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เยอะมาก รถติดยาว รถเมา ขับเร็ว ทำให้อุบัติเหตุถี่ยิบ

มาตรการรับมือช่วงเดินทางกลับหลัง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

ศปถ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งตรวจรถโดยสารสาธารณะเข้ม ตรวจคนขับ ป้องกันเมาเหล้า ลดพฤติกรรมเสี่ยงทุกพื้นที่ เช่น ห้ามขายแอลกอฮอล์ให้เยาวชน จับกุมจริงจัง นี่คือก้าวสำคัญในการลดยอดอุบัติเหตุปีหน้า

พูดแบบเป็นกันเองนะ ถ้าคุณกำลังเดินทางกลับ ลองเช็ครถให้ดี ง่วงก็พัก รถเร็วเกิน 100 ไม่เวิร์ค ดื่มเหล้าก็อย่าขับเลย เรียกแท็กซี่หรือ Grab ดีกว่า สงกรานต์สนุกแต่ชีวิตสำคัญกว่า!

จากสถิติ 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 นี้ เราควรเรียนรู้เพื่อปีหน้า อย่าให้ตัวเลขตายพุ่งแบบนี้อีก ขับขี่ปลอดภัยกันนะทุกคน แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันลดอุบัติเหตุได้จริง!

ที่มา – 7 วันอันตราย ศปถ. สรุป 5 วันอุบัติเหตุช่วง “สงกรานต์ 2569” ตายพุ่ง 191 ศพ