วัน: 21 เมษายน 2026

ประตูไอคอนิกที่สุดของสกอตแลนด์: Maloney vs McFadden

ประตูไอคอนิกที่สุดของสกอตแลนด์: Maloney vs McFadden

การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งประตูไอคอนิกที่สุดของสกอตแลนด์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น

รูปแบบการแข่งขันแบบน็อคเอาท์จะนำพาเราไปสู่การประกาศประตูอันดับหนึ่งก่อนฟุตบอลโลกเริ่มเตะ โดยเริ่มจากรอบ 16 ทีมสุดท้าย เราผ่านการแข่งขันน็อคเอาท์มาแล้ว 5 นัด โดยประตูของ David Narey ที่ยิงใส่ Brazil, ลูกฟรีคิกมหัศจรรย์ของ Leigh Griffiths ใส่ England, ลูกยิงสุดงามของ Kieran Tierney ใส่ Denmark, การเตะโด่งลูกกลางอากาศของ Scott McTominay ในเกมเดียวกัน และประตูในตำนานของ Archie Gemmill ในฟุตบอลโลก 1978 ใส่ Netherlands ได้เข้ารอบแล้ว

สัปดาห์นี้ ประตูไอคอนิกที่สุดของสกอตแลนด์ จะตกเป็นของใครระหว่าง James McFadden ที่ยิงไกลสุดโหดใส่ France หรือ Shaun Maloney ที่ลอดโค้งงามใส่ Republic of Ireland คุณมีเวลาคำนวณโหวตจนถึงวันพฤหัสบดี และสามารถชมคลิปทุกประตูได้ด้านล่าง

ประตูไอคอนิกที่สุดของสกอตแลนด์: รอบนี้ Maloney ปะทะ McFadden

นี่คือการปะทะกันของสองประตูที่แฟนบอลสกอตแลนด์หลงใหล James McFadden ยิงจากระยะ 30 หลาใน Parc des Princes สร้างความฮือฮาให้สกอตแลนด์ชนะ France ขณะที่ Shaun Maloney ปิดเกมด้วยลูกโค้งจากลูกเตะมุมในเกมคัดยูโร 2016 ที่ Celtic Park สองประตูนี้คือตัวแทนของความยอดเยี่ยมและความทรงจำอันล้ำค่า

ทำไมประตูไอคอนิกที่สุดของสกอตแลนด์ถึงสำคัญมาก

ประตูเหล่านี้ไม่ใช่แค่การทำสกอร์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจ ความกล้าหาญ และช่วงเวลาที่สกอตแลนด์สร้างชื่อในเวทีโลก แต่ละประตูมีเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้แฟนบอลรำลึกถึงไม่เคยลืม

ประตูหมายเลข 1: Denis Law vs England (1967)

วันที่สกอตแลนด์ช็อกโลกด้วยชัยชนะ 3-2 เหนือ England แชมป์โลกใหม่ โดย Denis Law ยิงประตูแรกที่ Wembley สร้างความยินดีให้แฟนบอล Tartan Army นี่คือหนึ่งในประตูไอคอนิกที่สุดของสกอตแลนด์ที่แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณนักสู้

ประตูหมายเลข 2: Joe Jordan vs Czechoslovakia (1973)

Joe Jordan โหม่งประตูชัยที่ส่งสกอตแลนด์เข้ารอบฟุตบอลโลก 1974 เป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลรอคอยมานาน แสดงถึงความมุ่งมั่นของทีมชาติ

ประตูหมายเลข 3: Kenny Dalglish vs Wales (1977)

ในศึก Battle of Britain Kenny Dalglish ยิงในนาทีที่ 87 ผนึกการเข้ารอบฟุตบอลโลก ประตูนี้คือตำนานที่ Liverpool legend สร้างไว้ให้สกอตแลนด์

ประตูหมายเลข 4: Archie Gemmill vs Netherlands (1978)

การโชว์เดี่ยวอันน่าทึ่งของ Archie Gemmill นำสกอตแลนด์ขึ้นนำ 3-1 ในฟุตบอลโลก 1978 ถือเป็นหนึ่งในประตูสวยงามที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

ประตูหมายเลข 5: David Narey vs Brazil (1982)

David Narey ยิงจรวดพุ่งใส่ Brazil สร้างฉากฉลองสุดบ้าคลั่ง นี่คือช็อกครั้งใหญ่ที่แฟนสกอตแลนด์ยังพูดถึง

ประตูหมายเลข 6: Kenny Dalglish vs Belgium (1982)

การหมุนตัวและลากบอลสุดเนียนของ Kenny Dalglish สร้างอีกหนึ่งโมเมนต์ไอคอนิกในนามสกอตแลนด์

ประตูหมายเลข 7: Kenny Dalglish vs Spain (1984)

ลูกยิงซ้ายปั่นเข้าหน้าต่างของ Kenny Dalglish เพิ่มอีกหนึ่งประตูในคอลเลกชันตำนานของเขา

ประตูหมายเลข 8: Ally McCoist vs Switzerland (1996)

Ally McCoist ปิดท้ายชัยชนะในยูโร 96 ที่ Villa Park สร้างสวรรค์ให้แฟนสกอตแลนด์

ประตูหมายเลข 9: James McFadden vs France (2007)

James McFadden ยิงไกล 30 หลาช็อก France ใน Parc des Princes ผนึกชัยชนะอันยิ่งใหญ่

ประตูหมายเลข 10: Shaun Maloney vs Republic of Ireland (2014)

Shaun Maloney จบลูกเตะมุมอย่างสวยงาม ผนึกชัยคัดยูโร 2016 ที่ Celtic Park

ประตูหมายเลข 11: Leigh Griffiths (ลูกแรก) vs England (2017)

Leigh Griffiths ปั่นฟรีคิกผ่าน Joe Hart ที่ Hampden สร้างความฮือฮา

ประตูหมายเลข 12: Leigh Griffiths (ลูกที่สอง) vs England (2017)

ไม่พอใจแค่นั้น Griffiths ปั่นลูกสองผ่าน Hart นำสกอตแลนด์ขึ้นนำ England

ประตูหมายเลข 13: John McGinn vs Israel (2021)

John McGinn ปั่นโค้งงามช่วยสกอตแลนด์เอาชนะ Israel ที่ Hampden

ประตูหมายเลข 14: Scott McTominay vs Denmark (2025)

Scott McTominay เตะโด่งกลางอากาศท่ามกลางการลุ้นเข้ารอบฟุตบอลโลก

ประตูหมายเลข 15: Kieran Tierney vs Denmark (2025)

Kieran Tierney ยิงนำสกอตแลนด์ใกล้เข้ารอบฟุตบอลโลก สร้างการฉลองบ้าๆ

ประตูหมายเลข 16: Kenny McLean vs Denmark (2025)

Kenny McLean ยิงจากกลางสนามผนึกตั๋วฟุตบอลโลก ขณะ Denmark กดดันหนัก

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ในความเห็นส่วนตัว ประตูไอคอนิกที่สุดของสกอตแลนด์ต้องมีทั้งความสวยงามและความหมาย แต่สัปดาห์นี้ McFadden ดูจะได้เปรียบเพราะช็อกยักษ์ใหญ่ อย่าลืมโหวตประตูที่คุณชื่นชอบเพื่อช่วยกำหนดประวัติศาสตร์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ได้โชคสมหวัง! แก้บนแม่ตะเคียนทอง-ไอ้ไข่ เลข 2/5/69

ได้โชคสมหวัง คนแห่แก้บน “แม่ตะเคียนทอง – ไอ้ไข่” ขอเลขเด็ด 2/5/69 กลับไปลุ้น กันอย่างคึกคักที่วัดบึงบาประภาสะวัต! ช่วงนี้สายมูสายบุญต่างพากันมาร่วมพิธีแก้บน หลังจากได้โชคลาภใหญ่โตตามที่บนบานไว้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและความหวัง โดยเฉพาะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังอย่างแม่ตะเคียนทองและไอ้ไข่ ที่ให้โชคแก่นักเสี่ยงโชคมานักต่อนัก

คนแห่แก้บนแม่ตะเคียนทอง ไอ้ไข่ เลขเด็ด 2/5/69

วันที่ 21 เมษายน 2569 ผู้คนจากทั่วสารทิศ โดยเฉพาะจากปทุมธานีและใกล้เคียง เดินทางมาวัดบึงบาประภาสะวัต ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เพื่อกราบไหว้ท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียนทอง และไอ้ไข่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยอดนิยม บรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน มีทั้งมาขอพรใหม่ แก้บนเก่า และร่วมถวายสังฆทานเพื่อความเป็นสิริมงคล

ได้โชคสมหวัง คนแห่แก้บน “แม่ตะเคียนทอง – ไอ้ไข่” ขอเลขเด็ด 2/5/69 กลับไปลุ้น

กิจกรรมยอดฮิตที่ไม่ควรพลาดคือการลูบและโกยเกล็ดพญานาคยาวเหยียดบริเวณสะพานทางเดิน เพื่อเรียกโชคลาภ นอกจากนี้ยังมีจุดตักไข่ทำนายโชคของแม่ตะเคียนทอง แต่ละฟองมีคำทำนายไม่ซ้ำกัน พร้อมธูปมงคลให้ลุ้นเลขเด็ดเพิ่มเติม ผู้ที่มาแก้บนมักนำชุดไทย หมากพลู ผ้าสามสี หรือประทัดมาถวายตามสัญญา

กิจกรรมลูบพญานาค แก้บนแม่ตะเคียนทอง

เรื่องราวได้โชคสมหวังของนางสาววิภา พูนทวี

นางสาววิภา พูนทวี จากย่านคลอง 7 เดินทางมาแก้บนแม่ตะเคียนทองด้วยชุดไทย ชุดเครื่องสำอาง หมากพลู ผ้าสามสี และเครื่องเซ่นไหว้ หลังจากได้โชคถูกรางวัลกว่า 40,000 บาท เกินกว่าที่ขอไว้ 30,000 บาท ก่อนหน้านี้เธอฝันเห็นผู้หญิงพาเด็กอาบน้ำในคลอง นำทางมาแก้บนตามสัญญา ก่อนกลับยังล้วงไข่ได้คำทำนาย “มีบางสิ่งที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตลูก ขอให้ลูกเปิดใจรับโอกาสใหม่ แล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลง” พร้อมธูปมงคลเลข 151 นำลุ้นงวด 2/5/69

นางสาววิภาแก้บนแม่ตะเคียนทอง ได้เลข 151

น้องสาวหายป่วยใน 7 วัน! นางเพ็ญนภา ถวายประทัดไอ้ไข่

นางเพ็ญนภา ห้องเม่ง จากดอนเมือง นำประทัด 2,000 นัดมาถวายไอ้ไข่วัดบึงบา หลังน้องสาวหายจากติดเชื้อในกระแสเลือดภายใน 7 วัน ตามที่อธิษฐานขอไว้ เธอศรัทธาไอ้ไข่มาก จุดประทัดได้เลขเด็ด 56, 182, 46, 879 นำกลับไปลุ้นรวยงวด 2/5/69 ต่อ สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่มาร่วม

จุดประทัดไอ้ไข่ ได้เลข 56 182 46 879บรรยากาศแก้บนไอ้ไข่ วัดบึงบา

นอกจากนี้ ยังมีผู้คนมากมายที่ได้โชคสมหวังจากการบนบานกับแม่ตะเคียนทองและไอ้ไข่ ไม่ว่าจะเรื่องเงินทอง สุขภาพ หรือหน้าที่การงาน วัดบึงบาประภาสะวัตจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางของสายมูทั่วประเทศ

เคล็ดลับมูแม่ตะเคียนทอง-ไอ้ไข่ เพื่อโชคใหญ่

  • เตรียมของแก้บนให้ครบ เช่น ชุดไทย หมากพลู สำหรับแม่ตะเคียน
  • ประทัดจำนวนมากสำหรับไอ้ไข่ ยิ่งมากยิ่งดี
  • ลูบเกล็ดพญานาคและตักไข่ทำนายโชค
  • ถวายสังฆทานเพื่อแผ่เมตตา
  • จับตาเลขจากธูปมงคลและควันประทัด

ได้โชคสมหวัง คนแห่แก้บน “แม่ตะเคียนทอง – ไอ้ไข่” ขอเลขเด็ด 2/5/69 กลับไปลุ้น แสดงให้เห็นถึงพลังศรัทธาที่ทรงพลัง หากคุณมีปัญหาหรืออยากขอพร ลองมาที่นี่ดู อาจได้โชคแบบเขา!

คุณเคยแก้บนที่นี่ไหม? เลขเด็ดงวดนี้ของคุณคืออะไร แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วไปลุ้นรวยด้วยกันงวด 2/5/69 สิ!

ที่มา – ได้โชคสมหวัง คนแห่แก้บน “แม่ตะเคียนทอง – ไอ้ไข่” ขอเลขเด็ด 2/5/69 กลับไปลุ้น

ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” แถลง ตั้งข้อสังเกตปมคลิปเสียง คดีสินบนทอง 246 บาท

ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” แถลง ตั้งข้อสังเกตปมคลิปเสียง คดีสินบนทอง 246 บาท กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง โดยทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาโต้แย้งอย่างหนักแน่นต่อคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ในคดีนี้ สร้างความฮือฮาให้กับสื่อมวลชนและประชาชน

ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” แถลง ตั้งข้อสังเกตปมคลิปเสียง คดีสินบนทอง 246 บาท

การแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 เมษายน โดยนายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากบิ๊กโจ๊ก ได้ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่งในการชี้แจงทุกประเด็น โดยมี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของบิ๊กโจ๊ก มาร่วมรับฟังด้วย แม้จะต้องรับฟังทางออนไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความชุลมุน

ประเด็นกฎหมายสำคัญที่ทนายโต้แย้ง

ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” แถลง ตั้งข้อสังเกตปมคลิปเสียง คดีสินบนทอง 246 บาท โดยย้ำว่าการดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 236 และ 237 ซึ่งกำหนดให้ใช้ “คณะผู้ไต่สวนอิสระ” เท่านั้น ไม่ใช่พนักงานสอบสวนทั่วไป ทนายอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2560 และความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ชัดเจนว่าตำรวจไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้

  • ระบบไต่สวนเฉพาะสำหรับคดีพิเศษตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช.
  • พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ขาดอำนาจตามกฎหมาย
  • บันทึกกองคดี สตช. ยืนยันต้องใช้ขั้นตอนพิเศษ

นอกจากนี้ บิ๊กโจ๊กยังยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการคดีปราบปรามการทุจริต เมื่อ 16 เมษายน และโต้แย้งการแถลงข่าวของโฆษกตร. ที่อาจละเมิดสิทธิผู้ถูกกล่าวหา

ข้อสงสัยคลิปเสียง: ใช้ AI ดัดแปลง?

ทนายตั้งข้อสังเกตว่าคลิปเสียงไม่ใช่ของบิ๊กโจ๊กจริง เพราะมีสะอื้นร้องไห้เพื่อชี้นำสังคม การพูดติดขัดดูไม่เป็นตัวเอง และปัจจุบันเทคโนโลยี AI สามารถลอกเลียนเสียงได้ง่าย ทนายสาธิตให้ดูในที่ประชุม แม้ตร. จะยืนยันว่าผ่านการตรวจจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน แต่ทนายยืนยันจะเป็นทนายให้ต่อไป

ทนายยังชี้แจงความสัมพันธ์กับนายสามารถ หรือเอ็ดเวิร์ด ที่สนิทกันตั้งแต่อดีตคดีทนายตั๊ม-เจ๊อ้อย ไม่มีการกดดันให้หนี บิ๊กโจ๊กเองก็ไม่หลบหนี สื่อเข้าพบได้ตลอด

กรณีนี้สะท้อนปัญหาการใช้หลักฐานดิจิทัลในคดีอาญาไทย ซึ่งต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ หากคลิปมาจากการดักฟัง อาจผิดกฎหมายและใช้เป็นพยานไม่ได้ ผู้ต้องหายังบริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การแถลงครั้งนี้ช่วยเสริมความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และเน้นย้ำสิทธิผู้บริสุทธิ์ หากคุณสนใจข่าวการเมืองและคดีดัง ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้

ที่มา – ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” แถลง ตั้งข้อสังเกตปมคลิปเสียง คดีสินบนทอง 246 บาท

เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในออสเตรเลีย

เหตุการณ์สุดช็อกที่ทั่วโลกกำลังพูดถึงคือ เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย แม่ของเด็กออกมาเรียกร้องให้บริษัทรถบัสรับผิดชอบเต็มที่ หลังลูกชายรอดตายหวุดหวิดแต่จิตใจบอบช้ำหนัก เรื่องนี้ไม่เพียงสร้างความตื่นตระหนกให้ครอบครัว แต่ยังจุดประเด็นเรื่องความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะทั่วโลก

เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม.

เด็กชายนาธาเนียล วัย 12 ปี กำลังเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถบัสในย่านวีลเลอร์ส ฮิลล์ นครเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะก้าวลงจากประตูหลังรถ ประตูปิดลงอย่างรวดเร็ว หนีบแขนขวาและกระเป๋าเป้ของเขาติดค้าง รถบัสเคลื่อนตัวออกไปทันทีโดยคนขับไม่ทันสังเกต เด็กต้องยกขาทั้งสองข้างลอยพ้นพื้นเพื่อหลบล้อรถ และถูกลากไปตามถนนยาว 350 เมตร จนรถจอดป้ายหน้าและประตูเปิด

สาเหตุหลักจากระบบเซนเซอร์รถบัส

เกรซ แม่ของนาธาเนียล เผยว่ารถบัสคันนี้มีเซนเซอร์ตรวจจับผู้โดยสารเพียงตัวเดียวที่กึ่งกลางประตู แต่ตำแหน่งที่ลูกชายถูกหนีบอยู่ต่ำกว่าเซนเซอร์ จึงไม่มีสัญญาณเตือนส่งไปยังห้องคนขับ นอกจากนี้ พลเมืองดีที่ขับรถตามหลังยังพยายามบีบแตรเตือนและถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนักในโซเชียลมีเดีย

เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของรถบัสในออสเตรเลีย แม้จะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว แต่ระบบป้องกันอุบัติเหตุแบบนี้ยังมีช่องโหว่ โดยเฉพาะกับเด็กที่อาจไม่สามารถช่วยตัวเองได้ทันเวลา

บริษัท Ventura Bus ตอบสนองอย่างไร

ในช่วงแรก บริษัท Ventura Bus ผู้ให้บริการรถบัส มีท่าทีเพิกเฉยต่อครอบครัว โดยอ้างเพียงว่าจะให้คนขับเข้ารับการประเมินและให้คำปรึกษาเท่านั้น แต่หลังเกิดกระแส บริษัทออกมายอมรับว่าเหตุการณ์ “น่าตกใจอย่างยิ่ง” และไล่คนขับออกจากงานแล้ว หลังสอบสวนวินัยเสร็จสิ้น

  • ยอมรับความผิดพลาดของระบบและบุคลากร
  • ไล่คนขับออกทันที
  • แต่ยังไม่ชดเชยครอบครัวอย่างเพียงพอตามที่แม่เรียกร้อง

นอกจากนี้ มุขมนตรีแห่งรัฐวิกตอเรีย จาซินตา อัลลัน ยังแสดงความห่วงใย สั่งให้คณะกรรมการอุบัติเหตุจากการขนส่งเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่านี่เป็นภาพที่ “พ่อแม่ทุกคนไม่อาจยอมรับได้”

ผลกระทบรุนแรงต่อจิตใจเด็ก 12 ปี

โชคดีที่นาธาเนียลไม่บาดเจ็บทางกายรุนแรง มีเพียงรอยฟกช้ำเล็กน้อยที่แขน แต่ผลกระทบทางจิตใจหนักหน่วง เขาเกิดอาการแพนิค วิตกกังวลทุกครั้งเห็นรถบัส ไม่กล้าเดินทางไปโรงเรียนคนเดียวอีกต่อไป และต้องพบจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง แม่เกรซบอกว่าลูกชายผวากับการใช้รถสาธารณะมาก จนชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปทั้งหมด

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในระบบขนส่งประจำวัน โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่เป็นผู้ใช้บริการหลักของรถบัสโรงเรียน ในออสเตรเลียมีกฎระเบียบเข้มงวดเรื่องความปลอดภัย แต่กรณีนี้เผยให้เห็นจุดอ่อน หากเกิดในประเทศไทยซึ่งรถบัสจำนวนมาก คงสร้างความเสียหายรุนแรงกว่านี้

บทเรียนและคำแนะนำเพื่อป้องกัน

  • บริษัทรถโดยสารควรติดตั้งเซนเซอร์หลายจุด ครอบคลุมทุกส่วนของประตู
  • คนขับต้องตรวจสอบผู้โดยสารก่อนออกตัวทุกครั้ง โดยเฉพาะเด็ก
  • ผู้ปกครองสอนลูกให้รอให้ประตูเปิดสนิทก่อนลง และหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง
  • รัฐบาลเร่งตรวจสอบและอัพเกรดอุปกรณ์ความปลอดภัยในรถสาธารณะ

จากประสบการณ์นี้ แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ บริษัทไม่ควรเพิกเฉยต่อความผิดพลาด แต่ต้องรับผิดชอบอย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. นี้? มีประสบการณ์คล้ายกันหรือไม่ แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้คนอื่นๆ ด้วยนะครับ!

ที่มา – เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในออสเตรเลีย แม่จี้บริษัทรับผิดชอบ

“ไชยชนก” คาด ภูมิใจไทย ไม่ส่งผู้ว่าฯกทม.-สก.

การเมืองในกรุงเทพมหานครกำลังเป็นประเด็นร้อน เมื่อมีข่าวล่าสุดที่ “ไชยชนก” คาด ภูมิใจไทย ไม่ส่งผู้สมัครชิง “ผู้ว่าฯ กทม.-สก.” ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงทิศทางของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ถือเป็นสนามเลือกตั้งที่ทุกพรรคให้ความสำคัญ เพราะกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ

“ไชยชนก” คาด ภูมิใจไทย ไม่ส่งผู้สมัครชิง “ผู้ว่าฯ กทม.-สก.”

จากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2567 เวลา 12.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ โดยระบุว่าพรรคภูมิใจไทยยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องการส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. เท่าที่ทราบ พรรคไม่มีแผนจะส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งใด ๆ ในขณะนี้ แต่ส่วนตัวนายไชยชนกยังไม่แน่ใจว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้พิจารณาชื่อใครไว้บ้างหรือไม่ โดยเบื้องต้นยังไม่มีอะไรชัดเจน

“ไชยชนก” คาด ภูมิใจไทย ไม่ส่งผู้สมัครชิง “ผู้ว่าฯ กทม.-สก.” ต้องรอมติพรรค

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกำหนดเวลาที่จะมีความชัดเจน นายไชยชนก ย้ำว่าต้องรอการพูดคุยในที่ประชุมพรรคก่อน ล่าสุดเท่าที่ทราบ พรรคน่าจะไม่มีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ส่วนการส่งผู้สมัคร สก. นั้นยังไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ข่าวนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยที่อาจมุ่งเน้นการเลือกตั้งระดับชาติมากกว่า หรือรอจังหวะที่เหมาะสมในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญ

บริบทการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ครั้งนี้ มีความเคลื่อนไหวจากพรรคต่าง ๆ อย่างคึกคัก เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคก้าวไกล ที่เตรียมส่งผู้สมัครชิงชัย หากพรรคภูมิใจไทยไม่ส่งผู้สมัครจริง อาจทำให้สมรภูมิการแข่งขันเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้ง สก. ที่มีที่นั่งจำนวนมากกว่า 50 ที่นั่ง การตัดสินใจของพรรคจะส่งผลต่อสมดุลอำนาจในสภากรุงเทพฯ อย่างแน่นอน

  • พรรคภูมิใจไทยยังไม่มีแผนส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.
  • การส่งผู้สมัคร สก. ยังไม่ชัดเจน ต้องรอประชุมพรรค
  • นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นเลขาธิการพรรคและรัฐมนตรีดีอี
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ยังไม่ยืนยันชื่อผู้สมัคร
  • การเลือกตั้งกทม. เป็นสนามสำคัญสำหรับทุกพรรค

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในภาคอีสานและกรุงเทพฯ บางส่วน การไม่ส่งผู้สมัครอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรวมพลังกับพรรคร่วมรัฐบาล หรือโฟกัสที่การเลือกตั้ง ส.ส. ในอนาคต ข่าว “ไชยชนก” คาด ภูมิใจไทย ไม่ส่งผู้สมัครชิง “ผู้ว่าฯ กทม.-สก.” นี้ยังทำให้เกิดการวิเคราะห์จากนักการเมืองและนักวิชาการจำนวนมาก บางคนมองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่เข้มข้นในกรุงเทพฯ ซึ่งผู้สมัครอิสระหรือพรรคฝ่ายค้านอาจได้เปรียบ

ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจนี้ของพรรคภูมิใจไทยน่าจะเป็นการคำนวณทางยุทธศาสตร์ที่รอบคอบ เนื่องจากกรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นและความคิดเห็นที่หลากหลาย หากส่งผู้สมัครแล้วไม่ชนะ อาจกระทบภาพลักษณ์พรรคได้ ผู้สนใจควรติดตามการประชุมพรรคในสัปดาห์หน้าเพื่อความชัดเจนเพิ่มเติม

สุดท้ายแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้จะกำหนดทิศทางพัฒนากรุงเทพฯ ในด้านการคมนาคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ หากคุณเป็นชาวกทม. อย่าลืมติดตามข่าวสารและใช้สิทธิเลือกตั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อกรุงเทพที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

ที่มา – “ไชยชนก” คาด ภูมิใจไทย ไม่ส่งผู้สมัครชิง “ผู้ว่าฯ กทม.-สก.” แต่ขอรอมติพรรคสรุปชัด

เคลลี่ เบลลี่ พร้อมฤดูกาลที่ 30 สุดท้ายที่กลันโตแรน

เคลลี่ เบลลี่ พร้อมฤดูกาลที่ 30 สุดท้ายที่กลันโตแรน

“30 เป็นตัวเลขกลมๆ ที่สวยงาม เราจะจบตรงนั้น”

เคลลี่ เบลลี่ กำลังเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลที่ 30 และเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเธอกับสโมสรกลันโตแรน สโมสรที่เธอสังกัดมาตั้งแต่อายุ 16 ปี

ตลอดเกือบสามทศวรรษนับแต่เดบิวต์ สาววัย 46 ปีคนนี้ลงเล่นให้สโมสรไปกว่า 750 นัด คว้าแชมป์มากกว่า 30 รายการ (รวมถึงแชมป์ลีก 13 สมัย) และติดทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ 56 นัด

เบลลี่อยู่กับกลันโตแรนติดต่อกันยาวนานกว่าอย่างไซต์ อัลทินอร์ดู ที่อัลทินอร์ดู เอสเค (27 ปี) ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ที่โรมา (25 ปี) และไรอัน กิกส์ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (24 ปี) เธอตกใจมากเมื่อรู้ว่าตัวเองติดอันดับนักเตะที่อยู่กับสโมสรเดียวกันนานที่สุด

“ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยจนกว่าคุณจะพูดถึง มันชัดเจนเลยนะ 30 ปี ฉันไม่อยากพูดว่ามองข้ามไป แต่ฉันไม่เคยคิด และพอคิดแล้ว นักเตะเหล่านี้เป็นยักษ์ใหญ่ในฟุตบอลโลก มันบ้ามาก” เธอบอกกับนิโคลา แมคคาร์ธีย์ จากบีบีซี สปอร์ต ไอเอ็นไอ

“ทุกอย่างมันเหลือเชื่อ คุณไม่เคยฝันว่าจะทำแบบนี้ ฉันภูมิใจมากและขอบคุณทุกอย่าง”

เคลลี่ เบลลี่ พร้อมฤดูกาลที่ 30 สุดท้ายที่กลันโตแรน: สโมสร สิ่งแวดล้อม และผู้คนคือกุญแจสู่ความยั่งยืน

เบลลี่เริ่มเล่นกับกลันโตแรนสมัยยังชื่อเบลฟาสต์ ยูไนเต็ด ในตำแหน่งปีกซ้ายที่คล่องแคล่ว แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนมาเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งในช่วงบั้นปลายอาชีพ

เธอคว้าแชมป์ทุกรายการในประเทศ แต่สิ่งที่ทำให้เธออยู่กับกลันส์ยาวนานคือ “สโมสร สิ่งแวดล้อม และผู้คน”

เธอเคยคิดจะรีไทร์ปีที่แล้วหลังจากกลันโตแรนแซงคลิฟตันวิลล์คว้าแชมป์วูเมนส์ พรีเมียร์ชิพ แต่ยืนยันว่าฤดูกาลนี้ “แน่นอน” เป็นปีสุดท้าย และ回顾ความสำเร็จทั้งสโมสรและทีมชาติอย่างอบอุ่น

“โชคดีที่ไม่เคยบาดเจ็บหนัก นักเตะบางคนเจ็บหนักและลำบากมาก” เธอกล่าว “อีกอย่างคือฉันมุ่งมั่น พอตั้งใจแล้วฉันทุ่มสุดตัว ปีนี้ก็แบบนั้น”

“ตอนแรกฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ฉันแค่อยากเล่นฟุตบอล พอได้เรียกตัวมันเหลือเชื่อ งานกับชีวิตทำให้ลำบากหน่อย แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ 56 นัด”

แม้ไม่เป็นตัวจริงทุกนัดภายใต้คิม เทอร์เนอร์ เพื่อนเก่า เบลลี่ยังคงมืออาชีพ เธอทำผลทดสอบวิ่งและความแข็งแกร่งในพรีซีซั่นได้ดีเยี่ยม

เพื่อเล่นระดับสูงในวัย 40 ต้นๆ เบลลี่รู้ดีว่าต้องดูแลตัวเองนอกสนาม นอนหลับให้พอ และกินอาหารเพื่อฟื้นตัว

“ตอนนี้ฉันดูแลดีกว่าตอนสาวๆ เพราะเกมพัฒนา สมัยก่อนไปปาร์ตี้เสาร์อาทิตย์มาเทรน” เธอหัวเราะ “ตอนหนุ่มสาวไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ฉันวินัย นอน 10 โมงเย็น กินดี ทำโปรแกรมยิม มิฉะนั้นฉันคงไม่ได้นั่งตรงนี้ ตอนอายุมากชะลอไม่ได้”

นักเตะสมัยใหม่โชคดีที่มีเครื่องมือครบครัน

เคลลี่ เบลลี่ พร้อมฤดูกาลที่ 30 สุดท้ายที่กลันโตแรน สะท้อนการเติบโตของฟุตบอลหญิง

เบลลี่เห็นฟุตบอลหญิงเติบโตอย่างรวดเร็ว ต่างจากยุค 90s ที่เธอเริ่มเล่น

“สมัยก่อนเราอ้อนวอนขอสนาม โชคดีที่มีกรรมการ ถ้าไม่มีโค้ชทำหน้าที่ครึ่งละ เล่น 40 นาทีครึ่ง” เธอเล่า

“ตอนนี้มีวิเคราะห์ โภชนาการ โปรแกรมยิม และโค้ชฟิตเนส นักเตะสมัยใหม่โชคดีที่มีเครื่องมือครบ เกมเติบโตน่าทึ่ง”

เบลลี่เป็นผู้หญิงคนแรกเข้าหอเกียรติยศกลันโตแรนในปี 2025 หลังรีไทร์เธอไม่แน่ใจว่าจะทำอะไร แต่จะอยู่กับสโมสรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นใหม่

“ฉันต้องเรียนรู้ชีวิตใหม่เพราะชินกับฟุตบอล ฉันจะทำอะไรสักอย่างกับสโมสรแน่ แต่เป็นนักเตะต้องรู้ว่าต้องหยุดไล่ตามเด็ก 18 ปีบนสนาม!”

เคลลี่ เบลลี่ พร้อมฤดูกาลที่ 30 สุดท้ายที่กลันโตแรน เป็นตัวอย่างของความภักดีและความทุ่มเทที่หายากในฟุตบอลสมัยใหม่ ความยาวนานของเธอไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจาก passion และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง นักเตะรุ่นใหม่ควรเรียนรู้จากเธอ ติดตามข่าวฟุตบอลหญิงและเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

แชมเปญฉลองเพิร์ธ โบวี่ดาวเด่นอิตาลี?

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนบอลสกอตติช! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง แชมเปญฉลองเพิร์ธ โบวี่ดาวเด่นอิตาลี? กันแบบเป็นกันเองเลยนะ ในพอดแคสต์ Scottish Football Podcast ล่าสุดจาก BBC Radio Scotland ที่ออกอากาศเมื่อ 21 เมษายน 2026 ความยาว 29 นาที พวกเขาพูดถึงเรื่องน่าตื่นเต้นของ St Johnstone ที่กำลังจะคว้าแชมป์ Championship มาครองที่เพิร์ธ และอัปเดตฟอร์มของ Kieron Bowie ในอิตาลีด้วย พิธีกร David Currie, Ryan Flynn และ Craig Telfer มาร่วมวิเคราะห์แบบจุใจเลย!

แชมเปญฉลองเพิร์ธ โบวี่ดาวเด่นอิตาลี? St Johnstone ใกล้แชมป์แล้ว!

เริ่มจากทีม St Johnstone ก่อนเลยนะ ที่เพิร์ธกำลังคึกคักมาก! พวกเขากำลังลุ้นแชมป์ Championship แบบสุดๆ คำถามใหญ่คือ “Are St Johnstone set to clinch the Championship title?” หรือแปลไทยว่า St Johnstone จะคว้าแชมป์ได้จริงเหรอ? ถ้าชนะ ก็ถึงเวลาเปิดแชมเปญฉลองกันเลยล่ะ เพื่อนๆ คิดว่าพวกเขาจะทำได้มั้ย? ทีมนี้ฟอร์มดีสุดๆ ฤดูกาลนี้ นำโด่งด้วยผลงานที่มั่นคง กองหลังแน่น เกมรุกดุดัน ทำให้แฟนๆ ในเพิร์ธตื่นเต้นสุดขีด ถ้าคว้าแชมป์ได้ จะเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์เลยนะ

ทำไม St Johnstone ถึงลุ้นแชมป์ได้?

  • ฟอร์มเยี่ยมชนะต่อเนื่องหลายนัด
  • ผู้เล่นหลักฟิตเป๊ะ ไม่บาดเจ็บ
  • กองเชียร์เพิร์ธหนุนหลังเต็มที่
  • คู่แข่งเริ่มสะดุด

ฟังพอดแคสต์แล้วรู้สึกได้ถึงความฮึกเหิมเลย พิธีกรวิเคราะห์ละเอียดยิบ ว่าทีมนี้มีจุดแข็งอะไรบ้าง และโอกาสคว้าแชมป์สูงแค่ไหน

โบวี่ในอิตาลี: ดาวเด่นคนใหม่?

ส่วน Kieron Bowie ที่ย้ายไปเล่นในอิตาลี ก็เป็นหัวข้อฮอตไม่แพ้กัน! “is Bowie a star man in Italy?” หรือโบวี่จะกลายเป็นดาวเด่นในอิตาลีได้มั้ย? พิธีกรอัปเดตฟอร์มล่าสุดของเขา ว่าปรับตัวกับลีกใหม่ได้ดีแค่ไหน การเล่นในเซเรีย อะ ต้องปรับสไตล์เยอะ แต่ Bowie แสดงศักยภาพออกมาแล้ว นัดล่าสุดทำประตูช่วยทีม ทำเอาแฟนสกอตติชภูมิใจมาก ถ้าฟอร์มแบบนี้ต่อไป เขาอาจจะเป็นสตาร์ตัวจริงในอิตาลีเลยนะ!

พอดแคสต์นี้เหมาะสำหรับแฟนบอลสกอตติชทุกคนเลย โดยเฉพาะคนที่ตามทีม Championship และนักเตะดาวรุ่งอย่าง Bowie เนื้อหาไม่ยาว แต่ข้อมูลแน่น ฟังเพลินแบบเป็นกันเอง พิธีกรคุยกันสนุก เหมือนนั่งเมาท์มอยกับเพื่อน

นอกจากนี้ ยังมีลิงก์ Programme Website ให้คลิกดูเพิ่มเติมได้ด้วยนะ ถ้าอยากติดตาม Scottish Football Podcast ต่อ แนะนำ subscribe เลย จะได้ไม่พลาดตอนใหม่ๆ

ส่วนตัวผมคิดว่า St Johnstone น่าจะฉลองแชมป์ได้จริงๆ นะ ปีนี้ฟอร์มโหดมาก ส่วน Bowie ก็มีอนาคตไกล ถ้าปรับตัวได้ดี ลุ้นติดทีมชาติสกอตติชได้เลย! เพื่อนๆ ลองฟังดูแล้วมาคุยกันในคอมเมนต์นะ ว่าคิดเห็นยังไงกับ แชมเปญฉลองเพิร์ธ โบวี่ดาวเด่นอิตาลี?

อย่าลืมฟังตอนนี้เลย! คลิก Play แล้วเพลิดเพลินไปกับเสียงวิเคราะห์ฟุตบอลสกอตติชสุดมันส์ สนับสนุน BBC Sounds ด้วยนะ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“อนุทิน” เผย “หวัง อี้” เยือนไทยเตรียมขอให้ซื้อของเพิ่ม

ข่าวการเมืองเศรษฐกิจล่าสุดที่กำลังเป็นกระแส “อนุทิน” เผย “หวัง อี้” เยือนไทยเตรียมขอให้ซื้อของเพิ่ม ทำให้หลายคนตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ในการขยายการค้าด้วยกันระหว่างไทยและจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ การเยือนครั้งนี้มีภารกิจสำคัญ 2 ส่วน คือ ภารกิจส่วนตัวและการหารือเรื่องความร่วมมือ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์อันดีมานาน

“อนุทิน” เผย “หวัง อี้” เยือนไทยเตรียมขอให้ซื้อของเพิ่ม

นายอนุทิน ระบุว่า ในระหว่างการหารือ จะมีการขอให้จีนพิจารณาซื้อสินค้าเกษตรไทยเพิ่มเติม เช่น ข้าวและผลไม้สด ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปจีนจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังจะเชิญชวนให้ลงทุนเพิ่มในไทย รวมถึงขอสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การพูดคุยจะเป็นแบบเปิดกว้าง เพื่อหาแนวทางที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ความสัมพันธ์ไทย-จีนที่แน่นแฟ้นนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่กำลังเผชิญความท้าทายจากตลาดโลก

เตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรก

นอกจากประเด็นจีนแล้ว นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยถึงกำหนดการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) นัดแรกในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2568 โดยจะประชุมทุกวันจันทร์ เชิญตัวแทนภาคเอกชนจาก 3 สถาบันหลัก ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมหารือเรื่องสำคัญ เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายไทยช่วยไทยพลัส และมาตรการอื่นๆ ที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา

เมื่อถูกถามถึงเรื่องการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) นายอนุทินรับฟังแต่ยังไม่ตอบคำถาม ส่วนประเด็น พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท นายกรัฐมนตรีโยนให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจง โดยย้ำว่ารัฐบาลพร้อมดำเนินมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ เพื่อให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบและประชาชน

กรณีธงชาติหายที่ชายแดน

สำหรับกรณีธงชาติไทยสูญหายจากเสาธงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี นายอนุทินกล่าวสั้นๆ ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งเรื่องนี้กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การเยือนของนายหวัง อี้ ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรที่อาจเพิ่มมูลค่าหลายพันล้านบาท หากจีนตอบรับ การประชุมครม.เศรษฐกิจนัดแรกก็จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2568 ให้ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

  • ประโยชน์จากการเยือน: เพิ่มการส่งออกข้าว ผลไม้
  • ลงทุนเทคโนโลยีจากจีน
  • ประชุมครม.เศรษฐกิจทุกจันทร์
  • หารือไทยช่วยไทยพลัสและ พ.ร.ก.กู้เงิน

ในมุมมองของผู้เขียน การเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-จีนแบบนี้ จะช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายได้ดีขึ้น และเศรษฐกิจโดยรวมเติบโต หากคุณสนใจข่าวการเมืองเศรษฐกิจ ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “อนุทิน” เผย “หวัง อี้” เยือนไทยเตรียมขอให้ซื้อของเพิ่ม

พบซาก “เสือโคร่งวัยรุ่น” สิ้นใจกลางป่า ชิงอาณาเขต

เพื่อนๆ สัตว์ป่าคอข่าวธรรมชาติจ๋า! พบซาก “เสือโคร่งวัยรุ่น” สิ้นใจกลางป่า กันอีกแล้วนะครับ คราวนี้เกิดขึ้นในป่าห้วยลากาเบิงเล็ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก สภาพน่าสงสารมาก บาดแผลถูกกัดกระจายทั่วตัว คาดว่าต่อสู้ดุเดือดกับเสือเจ้าถิ่นเพื่อแย่งชิงอาณาเขตจนพลาดท่าเสียชีวิต สะท้อนกฎธรรมชาติที่โหดร้ายแต่จำเป็น ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด

พบซาก “เสือโคร่งวัยรุ่น” สิ้นใจกลางป่า

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 คณะเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยน้ำเขียว ร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กำลังออกปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า หรือ Camera Trap เพื่อเก็บข้อมูลวิจัย แต่ระหว่างทางในป่าห้วยลากาเบิงเล็ก ก็เจอภาพเศร้าใจ พบซากเสือโคร่งวัยรุ่นนอนแน่นิ่งอยู่บนเส้นทางลาดตระเวนเลยครับ

ซากเสือโคร่งวัยรุ่น

รายละเอียดการตรวจสอบซากเสือโคร่ง

นายปิยะพงษ์ สืบเสน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก รายงานว่า ซากนี้เป็นเสือโคร่งเพศเมียวัยรุ่น อุ้งเท้าหน้ากว้าง 8.5 ซม. ยาว 10.5 ซม. ช่วงอุ้งเท้า 7 ซม. สภาพบาดแผลรุนแรง รอยเขี้ยวสัตว์กินเนื้อใหญ่หลายจุด โดยเฉพาะหลังคอ หน้าอก และโคนขาหลังขวา ผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่า ถูกเสือโคร่งตัวใหญ่เจ้าถิ่นโจมตี เพื่อแย่งพื้นที่ป่าตามสัญชาตญาณแมวป่าที่ต้องสร้างอาณาเขตของตัวเองเมื่อโต

บาดแผลเสือโคร่ง

การจัดการซากหลังพบ

หลังบันทึกข้อมูลและเก็บหลักฐานครบ เจ้าหน้าที่เผาซากทันทีตามระเบียบกรมอุทยานฯ เพื่อป้องกันโรคระบาดแพร่กระจายสู่สัตว์อื่นๆ และตัดโอกาสโจรกรรมชิ้นส่วนอย่างหนังหรือกระดูกไปค้าขายผิดกฎหมาย นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) ยืนยันการดำเนินการรวดเร็ว

ความสำคัญของเหตุการณ์นี้ทางนิเวศวิทยา

แม้จะน่าเศร้า แต่พบซาก “เสือโคร่งวัยรุ่น” สิ้นใจกลางป่า แบบนี้ บ่งบอกถึงประชากรเสือโคร่งที่หนาแน่นและสมบูรณ์ในทุ่งใหญ่นเรศวร ผืนป่ามรดกโลกด้านตะวันออก เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection) ที่ช่วยให้เผ่าพันธุ์แข็งแรงขึ้น

รู้ไหมครับ? เสือโคร่งเป็นสัญญาณสุขภาพของป่า ถ้าพบการต่อสู้ชิงอาณาเขตบ่อย แสดงว่าป่าดี สัตว์มีอาหารเหลือเฟือ แต่เราต้องช่วยกันปกป้องจากภัยมนุษย์ เช่น การลักลอบตัดไม้ ผิดกฎหมาย

  • กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า สำคัญยังไง? ช่วยติดตามประชากร ไม่รบกวนสัตว์
  • ทุ่งใหญ่นเรศวร: บ้านของเสือโคร่งกว่า 100 ตัว
  • สัญชาตญาณเสือ: ตัวผู้/เมียมีอาณาเขต 50-100 ตร.กม.
  • ภัยคุกคาม: โจรกรรม ล่าเพื่อหนังและกระดูก

สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ธรรมชาติมีกฎของมันเอง แต่เรามนุษย์ต้องช่วยรักษาสมดุล คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือแชร์โพสต์เพื่อสร้างจิตสำนึก ร่วมปกป้องเสือโคร่งไทยกันเถอะครับ!

ที่มา – พบซาก “เสือโคร่งวัยรุ่น” สิ้นใจกลางป่า คาดต่อสู้กับเจ้าถิ่นชิงอาณาเขต จนตัวตาย