วัน: 22 เมษายน 2026

ท็อตแนม เปิดรับสมัครนักจิตวิทยากีฬา

ท็อตแนม เปิดรับสมักรนักจิตวิทยากีฬาเพื่อทีมชาย

ท็อตแนม เปิดรับสมัครนักจิตวิทยากีฬา สำหรับทีมชายทีมแรก หลังจากกุนซือ โรแบร์โต้ เดอ เซอร์บี ระบุว่าทีมต้องการ “เปลี่ยนแนวคิด” เพื่อฟื้นฟูฟอร์มการเล่น สเปอร์สกำลังเผชิญวิกฤตหนัก หลังร่วงลงไปอยู่อันดับท้ายๆ ของพรีเมียร์ลีก โดยไม่ชนะในลีกมา 15 นัดติดต่อกัน

เดอ เซอร์บี เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชคนที่ 3 ของฤดูกาลนี้เมื่อปลายเดือนมีนาคม แต่เก็บได้เพียง 1 คะแนนจาก 2 นัดเท่านั้น ชาวอิตาลีคนนี้ยืนยันว่าภารกิจของเขาคือการปลุก “แนวคิดที่ถูกต้อง” ให้ผู้เล่น และดูเหมือนสโมสรจะให้การสนับสนุนเต็มที่ด้วยการโพสต์ประกาศรับสมัครบน LinkedIn

ท็อตแนม เปิดรับสมัครนักจิตวิทยากีฬาแบบไหน

ประกาศระบุว่าต้องการ “นักจิตวิทยาประสิทธิภาพยอดเยี่ยม” เพื่อให้การสนับสนุนทางจิตวิทยาที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แก่ผู้เล่นชั้นนำ หน้าที่ครอบคลุมการดูแลผู้เล่นเดี่ยว งานระบบกับสต๊าฟโค้ชและทีมงาน รวมถึงพัฒนาวัฒนธรรมการแข่งขันที่คำนึงถึงจิตวิทยาตลอดทั้งทีม นักจิตวิทยาคนนี้ต้องน่าเชื่อถือ รอบคอบ มีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมพรีเมียร์ลีก สร้างความไว้วางใจกับนักเตะและโค้ช พร้อมมาตรฐานระดับสูงสุด

นอกจากทีมชายแล้ว ท็อตแนมยังเปิดรับสมัครนักจิตวิทยากีฬาสำหรับทีมหญิงด้วย ปัจจุบันสเปอร์สอยู่อันดับ 18 ของตารางพรีเมียร์ลีก ห่างจากโซนปลอดภัยเพียง 2 คะแนน ด้วยแมตช์เหลือ 5 นัด พวกเขาไม่ชนะในบ้านมาตั้งแต่ปี 2026 ชัยชนะครั้งสุดท้ายที่ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม คือเกมกับเบรนท์ฟอร์ดเมื่อ 6 ธันวาคม

ท็อตแนม เปิดรับสมัครนักจิตวิทยากีฬา ท่ามกลางวิกฤตจิตใจ

หลังพ่ายซันเดอร์แลนด์ 1-0 เมื่อ 12 เอพริล มิกกี้ วาน เดอ เวน กองหลังสเปอร์สยอมรับว่าฟอร์มตกต่ำนี้ “ท้าทายจิตใจอย่างหนัก” และผู้เล่นกำลัง “ทุกข์ทรมาน” ชัยชนะลีกนัดล่าสุดคือที่คริสตัล พาเลซ 28 ธันวาคม นักจิตวิทยากีฬากำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในฟุตบอลสมัยใหม่ โดยเฉพาะทีมใหญ่ที่เผชิญแรงกดดันมหาศาล

การตัดสินใจของท็อตแนมสะท้อนแนวโน้มในพรีเมียร์ลีก ที่สโมสรชั้นนำอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลิเวอร์พูล และอาร์เซนอล ล้วนมีทีมจิตวิทยาสนับสนุน จิตวิทยาช่วยจัดการความเครียด สร้างความมั่นใจ และฟื้นฟูหลังความพ่ายแพ้ ในกรณีสเปอร์สที่ฟอร์มร้าวคราว พวกเขาต้องการผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยเปลี่ยน “mentality” ตามที่เดอ เซอร์บีต้องการ

ประโยชน์ของนักจิตวิทยากีฬาไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่สร้างวัฒนธรรมทีมระยะยาว ผู้เล่นอย่างซน เฮือง-มิน หรือเจมส์ แมดดิสัน อาจได้ประโยชน์จากเซสชันส่วนตัว ขณะที่สต๊าฟโค้ชเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ การลงทุนนี้คุ้มค่าหากช่วยให้ทีมรอดตกชั้นและกลับมาแข็งแกร่ง

  • สถานการณ์ปัจจุบัน: อันดับ 18, 2 แต้มจากเซฟตี้
  • ฟอร์ม: ไม่ชนะลีก 15 นัด, ไม่ชนะในบ้านปี 2026
  • โค้ชใหม่: เดอ เซอร์บี เน้น mentality
  • ประกาศงาน: บน LinkedIn สำหรับทีมชายและหญิง

แฟนสเปอร์สหวังว่านักจิตวิทยาคนใหม่จะเป็นกุญแจสู่การพลิกสถานการณ์ คุณคิดว่าท็อตแนมจะรอดตกชั้นไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอัปเดตล่าสุดกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“รัดเกล้า” แนะ 5 แนวทาง แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

ในสถานการณ์ที่ราคาปาล์มน้ำมันดิ่งเหวลึก ส่งผลกระทบหนักต่อเกษตรกรไทยกว่า 300,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมา “รัดเกล้า” แนะ 5 แนวทาง แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ในการอภิปรายที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยชี้ว่านโยบายรัฐบาลที่ขาดความรอบคอบกำลังซ้ำเติมปัญหาให้หนักยิ่งขึ้น

“รัดเกล้า” แนะ 5 แนวทาง แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

นางรัดเกล้าชี้ให้เห็นถึง “3 ปรากฏการณ์สำคัญ” ที่ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันในไทยตกต่ำอย่างน่าตกใจ แม้ตลาดโลกราคาจะขยับตัวดีขึ้นก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ แต่ยังสะท้อนจุดอ่อนของระบบอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

3 ปรากฏการณ์ที่ทำให้ราคาปาล์มดิ่ง

  • ตลาดช็อกจากนโยบายควบคุมส่งออก CPO: ประกาศเมื่อ 7 เมษายน 2569 ทำให้ราคาหน้าลานร่วงจากเกือบ 9 บาทเหลือ 7 บาทต่อกก. รายได้เกษตรกรหายวับ 21% ใน 2 สัปดาห์
  • นโยบายกดราคาจากการสื่อสารไม่ชัด: ผู้ประกอบการรายย่อยตื่นตระหนก คนกลางฉวยโอกาสกดราคาซื้อ
  • สุกแดดซ้ำเติมจากภัยแล้งเอลนีโญ: เปอร์เซ็นต์น้ำมันในผลต่ำ ถูกใช้เป็นข้ออ้างกดราคาเพิ่ม

นอกจากนี้ ระบบลานเทที่ยังประเมินคุณภาพแบบดั้งเดิมด้วยสายตา แทนเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสและเป็นธรรมน้อยลง ส.ส.รัดเกล้าจึงเสนอแนวทางเชิงนโยบายที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย

5 แนวทางหลักที่ “รัดเกล้า” แนะนำ

  1. ปรับนโยบายยืดหยุ่นสอดคล้องต้นทุนจริง: ใช้ประกันรายได้สมเหตุสมผล โควตาสต๊อก และกลไกตลาด เพื่อป้องกันรัฐบิดเบือนราคา
  2. ยกระดับมาตรฐานหน้าลาน: ติดตั้งเครื่องวัดเปอร์เซ็นต์น้ำมันมาตรฐาน เชื่อมข้อมูลเรียลไทม์สู่ระบบกลาง เพิ่มความโปร่งใส
  3. ตั้งองค์กรกำกับดูแลบูรณาการ: คล้าย MPOB ของมาเลเซีย เพื่อบริหารจัดการทั้งห่วงโซ่
  4. พัฒนาอุตสาหกรรม SAF: Sustainable Aviation Fuel เป็นทางออกดูดซับปาล์มส่วนเกิน ตลาดโลกโตถึง 29.7 พันล้านดอลลาร์ แต่กำลังผลิตยังขาดแคลน
  5. ผลักดันลงทุน ลดนำเข้า SAF: ไทยนำเข้าทั้งหมด 100% แม้ผู้ประกอบการไทยเริ่มลงทุนแต่ผลิตได้แค่ 5% ของความต้องการ

แนวทางเหล่านี้ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานระยะยาว โดยเฉพาะการพลิกปาล์มน้ำมันสู่พลังงานสะอาดอย่าง SAF ซึ่งตลาดโลกกำลังบูม สงครามหรือภัยแล้งอาจควบคุมไม่ได้ แต่การพลาดโอกาสจากนโยบายรัฐนั้นป้องกันได้ รัฐบาลต้องไม่ปิดประตูโอกาสให้เกษตรกรไทย

ปัญหาปาล์มน้ำมันนี้กระทบเศรษฐกิจฐานรากอย่างหนัก หากไม่แก้ไขยั่งยืน เกษตรกรอาจล้มละลายเป็นแถว การปรับโครงสร้างตามที่ “รัดเกล้า” แนะ 5 แนวทาง แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน จะช่วยฟื้นฟูรายได้และเพิ่มขีดแข่งขันไทยในเวทีโลกได้จริง

คุณคิดว่านโยบายรัฐควรเปลี่ยนแปลงอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวสารเกษตรกรรมเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “รัดเกล้า” แนะ 5 แนวทาง แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

เบรนธ์เวธ พลาดเหลือฤดูกาล บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า

เบรนธ์เวธ พลาดเหลือฤดูกาล บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า

กองหลังตัวเก่งของเอฟเวอร์ตัน แจร์รัด เบรนธ์เวธ มีโอกาสพลาดการลงสนามในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ หลังได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ในนัดดาร์บี้เมอร์ซีย์ไซด์ที่แพ้ลิเวอร์พูล 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ในนาทีที่ 87 เบนเตอร์แบ็ควัย 23 ปีรายนี้ต้องออกจากสนามด้วยเปล ท่ามกลางน้ำตาคลอเบ้า หลังจากเบรนธ์เวธ พลาดเหลือฤดูกาล บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าอย่างน่าเสียดาย ส่งผลให้แฟนๆ ทอฟฟี่น้ำตาตกกันเป็นแถว

หลังจบแมตช์ เบรนธ์เวธถูกเห็นเดินด้วยไม้ค้ำยัน ขณะที่กุนซือเดวิด มอยส์ ของเอฟเวอร์ตันแสดงความกังวลว่า “บาดเจ็บนี้อาจจะร้ายแรง” ซึ่งตอนนี้สโมสรยืนยันแล้วว่าอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอาการเก่า และผลสแกนยืนยันไม่ต้องผ่าตัด

เบรนธ์เวธ พลาดเหลือฤดูกาล บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า

เบรนธ์เวธเคยพลาดการลงเล่นในช่วง 5 เดือนแรกของฤดูกาล หลังเข้ารับการผ่าตัดเอ็นหลังหัวเข่าในเดือนตุลาคม และเพิ่งหายเจ็บกลับมาลงสนามในเดือนมกราคมเท่านั้น แต่คราวนี้เบรนธ์เวธ พลาดเหลือฤดูกาล บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าอีกครั้ง ทำให้เขาต้องเริ่มโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายที่ศูนย์ฝึกฟินช์ ฟาร์ม ร่วมกับทีมแพทย์ของสโมสรทันที

ผลกระทบต่อทีมเอฟเวอร์ตันและลุ้นศึกยุโรป

การบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าของเบรนธ์เวธถือเป็นข่าวร้ายสำหรับเอฟเวอร์ตันที่กำลังลุ้นโควตายุโรป ปัจจุบันทีมรั้งอันดับ 10 ของลีก อยู่ห่างจากบริ๊กตันที่อันดับ 6 เพียง 3 คะแนนเท่านั้น การขาดแนวรับตัวหลักจะทำให้แนวรับของทอฟฟี่เปราะบางลงอย่างมาก โดยเฉพาะในเกมที่เหลือซึ่งมีความสำคัญ

โอกาสติดทีมชาติอังกฤษเวิลด์คัพ 2026

นอกจากปัญหาของสโมสรแล้ว อาการบาดเจ็บนี้ยังกระทบโอกาสของเบรนธ์เวธในการติดทีมชาติอังกฤษสำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเริ่มวันที่ 17 มิถุนายน โดยพบกับโครเอเชียในสหรัฐอเมริกา เขาเคยเดบิวต์ทีมชุดใหญ่ในนัดกระชับมิตรกับบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาเมื่อ 2 ปีก่อน แต่พลาดโควต้า 26 คนสุดท้ายของยูโร 2024 ไปอย่างน่าเสียดาย หากเบรนธ์เวธ พลาดเหลือฤดูกาล บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าแบบนี้ การกลับมาทันทัวร์นาเมนต์ใหญ่คงเป็นเรื่องยาก

เบรนธ์เวธเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ด้วยสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งและอ่านเกมได้ดี ทำให้เขาได้รับความสนใจจากหลายทีมยักษ์ใหญ่ แต่บาดเจ็บซ้ำซากแบบนี้ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ เช่น การฝึกซ้อมที่เหมาะสมและการป้องกันการบาดเจ็บ

  • วิธีป้องกันบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า สำหรับนักฟุตบอล: วอร์มอัพอย่างเพียงพอ, เสริมกล้ามเนื้อขา, และพักผ่อนให้เหมาะสม
  • ประวัติการบาดเจ็บของเบรนธ์เวธ: ผ่าตัดครั้งแรกตุลาคม, กลับมาเล่นได้ดีจนเจ็บซ้ำ
  • สถานการณ์เอฟเวอร์ตัน: ลุ้นอันดับ 6 เพื่อไปบอลยุโรป

นักฟุตบอลหลายคนเคยเจอปัญหาบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าแบบนี้ เช่น เคน ไดอัลโก้ หรือแม้แต่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ในวัยหนุ่ม ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอย่างละเอียด

ในมุมมองของผู้เขียน การบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าของเบรนธ์เวธเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักเตะรุ่นใหม่ ว่าต้องดูแลร่างกายให้ดีเพราะฟุตบอลสมัยใหม่แข่งขันดุเดือด หากเอฟเวอร์ตันจัดการแนวรับได้ดี ก็ยังมีลุ้นท็อปซิกซ์ได้

ติดตามข่าวพรีเมียร์ลีกและเอฟเวอร์ตันเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เศร้า! พบซากโลมาอิรวดีโตเต็มวัยเกยตื้นสมุทรสาคร

เป็นข่าวเศร้าที่ทำให้คนรักสัตว์และสิ่งแวดล้อมใจหายเลยครับ เมื่อมีรายงาน พบซากโลมาอิรวดีโตเต็มวัยเกยตื้นสมุทรสาคร บริเวณชายหาดตำบลโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร สภาพซากนั้นเน่าเปื่อยมาก ผิวหนังลอกหลุด หางขาดหายไปด้วย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งจัดการด่วนเพื่อไม่ให้กระทบชาวบ้านแถวนั้น

เศร้า พบซาก “โลมาอิรวดี” โตเต็มวัย เกยตื้นตายแถวชายฝั่งทะเลที่ จ.สมุทรสาคร

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ชาวบ้านเจอซากโลมากเกยตื้น เจ้าหน้าที่รีบไปตรวจสอบทันที พบว่าเป็น โลมาอิรวดี (Irrawaddy Dolphin: Orcaella brevirostris) โตเต็มวัยแล้ว แต่ไม่ทราบเพศ

  • ความยาว: 170 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก: ประมาณ 80 กิโลกรัม
  • สภาพ: เน่ามาก ผิวหนังลอก อวัยวะภายในย่อยสลาย ช่องท้องแตก มีรอยกัดแทะจากสัตว์อื่น และหางขาดหาย

เจ้าหน้าที่ สทช.8 จึงนำซากออกจากพื้นที่ทันที เพื่อสุขอนามัยของชาวบ้าน และประสานงานกับศูนย์วิจัยเพื่อจัดการซากตามหลักวิชาการต่อไป ข้อมูลนี้มาจากเพจเฟซบุ๊กกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งครับ

ทำไมโลมาอิรวดีถึงเกยตื้นตายบ่อย ๆ

โลมาอิรวดีเป็นสัตว์หายาก สถานะใกล้สูญพันธุ์ พบมากในอ่าวไทยตอนบน การ พบซากโลมาอิรวดีโตเต็มวัยเกยตื้นสมุทรสาคร แบบนี้ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ติดอวนล้อมปลา ติดขยะพลาสติกในทะเล โรคระบาดจากมลพิษ หรือถูกเรือชน สมุทรสาครเป็นพื้นที่ประมงหนาแน่น ทำให้โลมาถูกคุกคามจากกิจกรรมมนุษย์เยอะมากครับ

รู้จักโลมาอิรวดีให้มากขึ้น

โลมาอิรวดีหรือโลมาดำ มีจมูกปากกว้างคล้ายฉลาม หัวโหนกนูน ไม่มีพูหลังเหมือนโลมา種類อื่น ตัวสีเทา-น้ำเงินเข้ม ขนาดตัวผู้โตสุด 270 ซน ตัวเมีย 230 ซน ในไทยพบในแม่น้ำเจ้าพระยา อ่าวไทย และทะเลอันดามัน ถือเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทะเลชายฝั่ง ถ้าตัวนี้ตาย ก็สะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เราต้องแก้ไขด่วน

นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้าย ๆ กันเกิดขึ้นบ่อยในปีนี้ เช่น ที่สมุทรปราการหรือเพชรบุรี แสดงให้เห็นว่าปัญหาโลมาเกยตื้นกำลังรุนแรงขึ้น เราควรช่วยกันลดใช้ถุงพลาสติก หลีกเลี่ยงอวนลับตา และสนับสนุนนโยบายอนุรักษ์

ในฐานะคนไทยที่รักทะเล ผมคิดว่าการ พบซากโลมาอิรวดีโตเต็มวัยเกยตื้นสมุทรสาคร ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือน มาช่วยกันดูแลทะเลของเราด้วยการรายงานเมื่อเจอสัตว์เกยตื้น โทรแจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลฯ หรือ สายด่วน 1599 ทันที จะได้ช่วยชีวิตสัตว์ที่ยังรอดได้ ลองแชร์โพสต์นี้เพื่อกระจายความรู้กันนะครับ สนับสนุนการอนุรักษ์ทะเลไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – เศร้า พบซาก “โลมาอิรวดี” โตเต็มวัย เกยตื้นตายแถวชายฝั่งทะเลที่ จ.สมุทรสาคร

“ศุภโชติ” ชงตั้ง กมธ. “Net Zero” ฉะแผนรัฐย้อนแย้ง-เดินคนละทิศ

“ศุภโชติ” ชงตั้ง กมธ. “Net Zero” ฉะแผนรัฐย้อนแย้ง-เดินคนละทิศ เป็นประเด็นร้อนในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อนายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบไทยอย่างหนัก

“ศุภโชติ” ชงตั้ง กมธ. “Net Zero” ฉะแผนรัฐย้อนแย้ง-เดินคนละทิศ

วันที่ 22 เมษายน 2569 ในการประชุมสภา นายศุภโชติได้อภิปรายเปิดญัตติอย่างเข้มข้น โดยชี้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูง สะท้อนว่าระบบพลังงานไทยยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศมากเกินไป เมื่อเกิดวิกฤต ประชาชนไทยต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่แพงขึ้น การพึ่งพาแบบนี้ไม่ยั่งยืนอีกต่อไป

นอกจากนี้ โลกกำลังเข้าสู่ “กติกาใหม่” เช่น มาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ของยุโรป และมาตรการคล้ายกันจากประเทศอื่นๆ บริษัทใหญ่ทั่วโลกตั้งเป้าลดคาร์บอน หากไทยไม่ปรับตัว จะเสียตลาด การลงทุน และความสามารถแข่งขัน คำถามสำคัญคือ ผู้ประกอบการไทยจะสู้ในตลาดโลกยุคใหม่ได้อย่างไร หากไม่เร่ง Net Zero

ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ไทยกำลังเผชิญ

ภัยพิบัติธรรมชาติรุนแรงขึ้นทุกปี น้ำท่วมถี่ในภาคเหนือ ใต้ อีสาน สร้างความเสียหายมหาศาล ภัยแล้งยาวนานทำให้ผลผลิตเกษตรผันผวน รายงาน UNDP ระบุว่าโลกร้อนกระทบเกษตรกรไทยกว่า 12 ล้านคน สูญเสียสูงถึง 8 หมื่นล้านบาทต่อปีใน 20 ปีข้างหน้า สิ่งเหล่านี้สั่นคลอนความมั่นคงชีวิตประชาชน

ไทยปรับเป้า Net Zero จากปี 2608 เป็น 2593 ซึ่งถูกต้องเพราะยิ่งช้ายิ่งแพง แต่แผนรัฐบาลไม่สอดคล้อง ภาคพลังงานตั้งเป้าพลังงานสะอาด 60% ในปี 2583 แต่กระทรวงพลังงานวางไว้แค่ 50% และยังพึ่งฟอสซิลสูง ภาคอุตสาหกรรมขาดโรดแมป เอกชนแบกรับความเสี่ยงเอง

  • ภาคเกษตร: ขาดเครื่องมือรับมือภัยพิบัติ
  • ภาคขนส่ง: สถานีชาร์จ EV ไม่พอ
  • การลงทุน: ไม่มีเครื่องมือทางการเงินจูงใจ

“ทุกภาคส่วน เป้าหมายประเทศกับแผนหน่วยงานเดินคนละทิศ ถ้าปล่อยไว้ Net Zero ปี 2593 ก็แค่ฝัน” ศุภโชติกล่าว

ความสำคัญของคณะกรรมาธิการ Net Zero

การตั้ง กมธ. ชุดนี้ไม่ใช่ตรวจสอบ แต่เชื่อมโยงแผนทั้งระบบ สนับสนุน NDC 3.0 และ LT-LEDS ให้ครอบคลุม ช่วยไทยพร้อมรับการลงทุนสีเขียว สภาฯ ต้องผลักดันเพื่อเป้าหมายยั่งยืน

Net Zero ไม่ใช่แค่สิ่งแวดล้อม แต่เป็นโอกาสเศรษฐกิจ สร้างงานใหม่ ลดนำเข้าเชื้อเพลิง ไทยมีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนสูง หากบูรณาการแผนดี จะนำหน้าเพื่อนบ้าน

ในมุมมองผู้เขียน การเสนอของศุภโชติเป็นก้าวสำคัญ ไทยต้องเร่งปฏิบัติจริง มิเช่นนั้นจะเสียโอกาสในเศรษฐกิจสีเขียว คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าว Net Zero เพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัพเดท!

ที่มา – “ศุภโชติ” ชงตั้ง กมธ. “Net Zero” ฉะแผนรัฐย้อนแย้ง-เดินคนละทิศ

“สุรเดช” จี้รัฐบาลแก้ฝุ่น PM2.5 หอคอยฟอกอากาศ

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กลับมาทำให้คนไทยปวดหัวอีกครั้ง โดยเฉพาะในภาคเหนือที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงจนต้องสั่งปิดโรงเรียน ล่าสุด “สุรเดช” จี้รัฐบาลจริงจังแก้ฝุ่น PM2.5 สร้างหอคอยฟอกอากาศ คู่เครื่องฟอกอากาศ จากโครงการฟ้าใสที่คนไทยผลิตเอง เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ดีขึ้น

“สุรเดช” จี้รัฐบาลจริงจังแก้ฝุ่น PM2.5 สร้างหอคอยฟอกอากาศ คู่เครื่องฟอกอากาศ

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาเรียกรัฐบาลให้จริงจังกับปัญหาฝุ่น PM2.5 มากกว่านี้ โดยเสนอให้สร้างหอคอยฟอกอากาศแบบที่ต่างประเทศใช้กัน เช่น ในเนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ สแกนดิเนเวีย เยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ซึ่งหอคอยเหล่านี้สามารถกรองอากาศได้ในวงกว้าง ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

ประเทศไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สุรเดชชี้ว่าต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่แจกเครื่องฟอกอากาศเล็กๆ เพราะถ้าฝุ่นยังมาไม่หยุด เครื่องฟอกในบ้านก็ไม่พอ

สาเหตุหลัก 4 ประการของฝุ่น PM2.5

สุรเดชวิเคราะห์สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 ในไทย ดังนี้

  • การเผาไหม้: เผาขยะ ซังข้าว พืชไร่ในที่โล่งแจ้ง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในฤดูแล้ง
  • โรงงานอุตสาหกรรม: ปล่อยมลพิษโดยไม่ควบคุม
  • การก่อสร้าง: ฝุ่นฟุ้งจากไซต์งานก่อสร้างทั้งรัฐและเอกชนที่ขาดมาตรการป้องกัน
  • ท่อไอเสียยานพาหนะ: จากรถยนต์ รถเก่า รถเกษตรอย่างอีแต๋น ไถเกี่ยว

ทั้ง 4 สาเหตุนี้ทำให้มลพิษสะสมต่อเนื่อง รัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด เช่น ห้ามเผาอย่างเด็ดขาด ประชาสัมพันธ์บทลงโทษหนัก พร้อมหาทางเลือกอย่างเตาเผาขยะชุมชนไร้มลพิษหรือจุดฝังกลบ

แนวทางแก้ไขที่ต้นเหตุแบบจริงจัง

สำหรับโรงงาน สุรเดชเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมตรวจทุกสัปดาห์ บังคับติดตั้งเครื่องสกัดมลพิษ ถ้าไม่ทำก็ปิดกิจการทันที และเอาจริงกับเจ้าหน้าที่ที่ละเลย ใช้มาตรา 157 ดำเนินคดีหากรับผลประโยชน์

ส่วนยานพาหนะ รถใหม่มีระบบ Emission control อยู่แล้ว แต่รถเก่าต้องบังคับติดเครื่องกรองควัน โดยรัฐช่วยอุดหนุนราคาให้ถูก สำหรับการก่อสร้าง ผู้รับเหมาต้องติดอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น มิเช่นนั้นลงโทษหนัก

สุรเดชย้ำว่ารัฐบาลต้องแสดงความจริงใจ ไม่ปล่อยให้เกิดการฮั้วประมูลหรือทุจริต เพราะปัญหาคอร์รัปชันยังเกาะกินประเทศ นอกจากแก้ต้นเหตุแล้ว ยังเสนอเทคโนโลยีหอคอยฟอกอากาศ โดยนำเข้าจากต่างประเทศมาก่อน แล้วให้วิศวกรไทยดัดแปลงให้ถูกกว่า คู่กับโครงการฟ้าใสที่ผลิตในไทย สร้างหอคอยกระจายทุกพื้นที่เสี่ยง

การแก้ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะกระทบคุณภาพชีวิต การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ไทย หากรัฐบาลตั้งเดดไลน์ชัดเจน เช่น ลดฝุ่นให้ต่ำเกณฑ์ภายใน 1-2 ปี จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น

ในมุมมองของผม ข้อเสนอนี้ดีมาก เพราะรวมทั้งแก้ต้นเหตุและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หากทำได้จริง ไทยจะเป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน คุณลองคิดดูสิ ถ้าอากาศสะอาดขึ้น ผู้สูงอายุ เด็กๆ จะสุขภาพดีแค่ไหน การท่องเที่ยวก็บูมแน่นอน

CTA: คุณคิดว่ารัฐบาลควรเร่งสร้างหอคอยฟอกอากาศเมื่อไหร่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะ!

ที่มา – “สุรเดช” จี้รัฐบาลจริงจังแก้ฝุ่น PM2.5 สร้างหอคอยฟอกอากาศ คู่เครื่องฟอกอากาศ

รู้จัก Woven City มหานครทดลอง Toyota ยึดมนุษย์ศูนย์กลาง

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จัก Woven City มหานครแห่งการทดลองของ Toyota ที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เมืองนี้ไม่ใช่แค่โครงการล้ำๆ แต่เป็นแล็บคนจริงขนาดยักษ์ที่ Toyota สร้างขึ้นเพื่อทดสอบเทคโนโลยีอนาคต โดยล่าสุดเพิ่งเปิดตัว Woven City AI Vision Engine เทคโนโลยี AI สุดล้ำที่ขับเคลื่อนแนวคิด Kakezan หรือ “การคูณ” ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึงการรวมจุดแข็งจากหลายอุตสาหกรรมเพื่อสร้าง impact ใหญ่ให้สังคม

บริษัท Toyota Motor Corporation และ Woven by Toyota (WbyT) ประกาศข่าวดีเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ครับ Woven City เปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่กันยายน 2025 และตอนนี้พร้อมรุกหนักด้วย AI ใหม่ที่ช่วยยกระดับชีวิตผู้คน โดยยึดหลักว่า AI ต้องเสริมมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่ เหมือนเพื่อนคู่ใจที่ทำให้เราฉลาดขึ้น!

Woven City

คุณลองคิดดูสิครับ ใน Woven City AI จะถูกนำมาใช้ทั่วเมือง เพื่อ co-creation ผลิตภัณฑ์บริการที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น ไม่ว่าจะขับรถ เดินถนน หรืออยู่บ้าน AI ช่วยวิเคราะห์ภาพ พฤติกรรม สภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ตรวจจับความเสี่ยง และประสานงานทุกอย่างให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

AI Vision Engine

Woven City

รู้จัก Woven City AI Vision Engine ให้ลึกซึ้ง

Woven City AI Vision Engine คือ foundation model ขนาดใหญ่ที่ทำให้เมือง “มองเห็น” และตอบสนองโลกจริงได้ทันทีครับ มันรวมข้อมูลจากกล้อง Mobility systems และ user data เพื่อ detect pattern, risk และ sync action ทุกอย่าง เป็น Vision Language Model ชั้นนำของโลกเลยนะ!

ตอนนี้ทดลองกับ UCC Japan แล้ว และมีแผนขยายนอกเมือง แถมยัง integrate กับระบบ ANZEN ที่รวม AI อื่นๆ เช่น

  • Woven City Behavior AI: อ่านและ predict พฤติกรรมมนุษย์
  • Woven City Drive Sync Assist: ช่วยขับตาม driver และ environment

ระบบนี้ scan ภาพจากรถ ไฟจราจร ช่วยเตือนคนเดินทางและ driver ให้อุ่นใจทั้งถนนใน-นอก นอกจากนี้ยังมี Woven City Infra Hub และ Data Fabric จัดการ data ครบวงจร เคารพ privacy ด้วยครับ

ระบบ ANZEN
Infra Hub

Inventor Garage: โรงเก็บนวัตกรรมสุดคูล

เมษายนที่ผ่านมา Inventor Garage เปิดตัวแล้วครับ เป็นศูนย์พัฒนาครบวงจร มี co-creation space, test area, ที่อยู่, common area ให้ Inventors สร้าง prototype ทดสอบ และ interact กับ Weavers (ผู้อยู่อาศัย) Toyota และ TMEJ เอา expertise มาช่วยเต็มที่

ตั้งในโรงงานเก่า Higashi-Fuji ที่ผลิตรถมานาน 50 ปี สืบสาน monozukuri (craftsmanship) เชื่อมมรดกเก่า-นวัตใหม่ สุดยอด!

Inventor Garage
โรงงานเก่า

เป็นส่วนหนึ่งของวงจร 3 ระยะ: Inventor Garage (prototype), Inventor Field (test controlled), Phase 1 Residential (real life กับ 100 Weavers) พัฒนา mobility ใหม่ๆ ปลอดภัยทุก step

3 ระยะพัฒนา

4 พันธมิตรใหม่เข้าร่วม Woven City

ต้อนรับ AIRoA, DAIICHIKOSHO, Joby Aviation, Toyota Financial Services เป็น Inventors ใหม่ รวม 24 รายแล้ว! มี Toyota Woven City Challenge final pitch 23 เมษายน 2026 ผู้ชนะได้ join ด้วย สตาร์ทอัพ+ยักษ์ใหญ่ = ชุมชนแข็งแกร่ง

พันธมิตรใหม่

พิเศษ Mr. Akio Toyoda เป็น Master Weaver พัฒนา Akio Toyoda AI ที่สะท้อน leadership ส่งเสริม AI collaboration ใน Toyota Group

Akio Toyoda

Toyota กับ WbyT จะ Kakezan กับ Inventors สร้างนวัตกรรมยั่งยืน นี่คืออนาคตที่เราอยากเห็นครับ Woven City ทำให้ mobility, infra, people sync กันสมบูรณ์แบบ คุณคิดยังไงกับเมืองแบบนี้? ลองแชร์ในคอมเมนต์ หรือติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้เลยนะครับ จะได้ไม่พลาด!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจาะลึก Woven City เมืองอัจฉริยะสุดล้ำเทคโนโลยีที่พัฒนาโดย Toyota

ที่มา – รู้จัก Woven City มหานครแห่งการทดลองของ Toyota ที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

ตำแหน่งโรเซเนียร์ที่เชลซียิ่งไม่แน่นอน

ตำแหน่งโรเซเนียร์ที่เชลซียิ่งไม่แน่นอน

ตำแหน่งของลิอัม โรเซเนียร์ ในฐานะเฮดโค้ชเชลซี กำลังกลายเป็นเรื่องที่ ไม่แน่นอนมากขึ้น หลังจากความพ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย 0-3 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาให้กับไบรท์ตัน

สัปดาห์ที่แล้ว โรเซเนียร์ยังได้รับการหนุนหลังทั้งแบบเปิดเผยและลับๆ จากผู้บริหารสโมสร แต่ล่าสุดเมื่อวันพุธ แหล่งข่าวจากบีบีซีระบุว่าไม่มีคำหนุนหลังใดๆ ออกมาเลย สถานการณ์ ตำแหน่งโรเซเนียร์ที่เชลซียิ่งไม่แน่นอน นี้ ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงอนาคตของเขา

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าบรรดานักเตะหลายคนในทีมไม่ค่อยมั่นใจในตัวโค้ชวัย 41 ปีรายนี้ ซึ่งย้ายมารับงานที่เชลซีจากสตราสบูร์กเมื่อเพียง 3 เดือนกว่าๆ เท่านั้น ความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตันนัดนี้เป็นนัดที่ 5 ติดต่อกันในลีกที่เชลซีแพ้โดยไม่ยิงประตูได้เลย ซึ่งถือเป็นสถิติแย่ที่สุดในรอบ 114 ปีของสโมสร

ที่สนามเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม แฟนบอลเชลซีถึงกับหันมาต่อต้านโรเซเนียร์อย่างเปิดเผย ขณะที่ตัวโค้ชเองก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ลูกทีมของเขาอย่างรุนแรงหลังจบเกม ปัจจุบันเชลซียังรั้งที่อันดับ 7 ในพรีเมียร์ลีก ห่างจากโซนท็อป 5 และโอกาสลุ้นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 5 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีก 4 นัด

ตำแหน่งโรเซเนียร์ที่เชลซียิ่งไม่แน่นอน: สาเหตุหลักจากฟอร์มอันย่ำแย่

การพ่ายแพ้ 5 นัดติดในลีกโดยไม่ยิงประตูได้ ถือเป็นสัญญาณเตือนอันตรายสำหรับทุกคนในทีม โดยเฉพาะโรเซเนียร์ที่เพิ่งเข้ามารับช่วงต่อ เขาพยายามปรับแท็คติกหลายอย่าง แต่ดูเหมือนจะไม่เวิร์ค โดยเฉพาะเกมรับที่รั่วไหลและเกมรุกที่ฝืดสนิท นักเตะหลักหลายคนเริ่มแสดงอาการไม่พอใจกับสไตล์การคุมทีมของเขา

ผู้เล่นไม่เชื่อมั่นและแรงกดดันจากแฟนบอล

แหล่งข่าวภายในระบุว่านักเตะบางคนรู้สึกว่าโรเซเนียร์ขาดประสบการณ์ในการคุมทีมใหญ่แบบเชลซี แม้เขาจะมีชื่อเสียงจากผลงานที่ฮัลล์ ซิตี้ก่อนหน้านี้ แต่การย้ายมาที่นี่ดูเหมือนจะเป็นก้าวที่ใหญ่เกินไป แฟนบอลที่ตามทีมมานานต่างตั้งคำถามว่า “ทำไมเชลซีถึงเลือกเขา?” โดยเฉพาะหลังจากฟอร์มตกต่ำแบบนี้

สถานการณ์ในลีกและโอกาสลุ้นท็อป 4

เชลซีต้องการคะแนนทุกนัดเพื่อลุ้นท็อป 4 แต่ด้วยฟอร์มปัจจุบัน โอกาสดูริบหรี่ หากแพ้อีก 1-2 นัด ตำแหน่งโรเซเนียร์ที่เชลซี อาจถึงคราวต้องเปลี่ยนเจ้าของ ผู้บริหารอย่างท็อดด์ โบลี่ อาจต้องตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อช่วยทีม

อนาคตของเชลซีหลังวิกฤตนี้

หลายคนคาดการณ์ว่าถ้าเชลซีไม่ฟื้นตัว โรเซเนียร์อาจโดนปลดก่อนจบฤดูกาล มีข่าวลือชื่อโค้ชดังหลายคนที่อาจเข้ามาแทน เช่น โธมัส ทูเคิ่ล หรือแม้แต่ตัวเลือกใหม่ๆ จากยุโรป สถานการณ์นี้ทำให้แฟนสิงห์บลูส์ต้องลุ้นหนัก

นอกจากนี้ การบริหารทีมของเชลซียังมีปัญหาเรื่องความมั่นคง โรเซเนียร์เป็นโค้ชคนที่ 3 ในรอบ 2 ปี? (สมมติจากบริบท) ทำให้แฟนๆ เริ่มเบื่อกับการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ในมุมมองของผม สถานการณ์ ตำแหน่งโรเซเนียร์ที่เชลซียิ่งไม่แน่นอน นี้เป็นโอกาสให้ผู้บริหารทบทวนกลยุทธ์ หากไม่เปลี่ยนตอนนี้ ฤดูกาลหน้าอาจยิ่งแย่ ลองคิดดู ถ้าได้โค้ชที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน เชลซีอาจกลับมาแกร่งได้อีกครั้ง

คุณคิดอย่างไร? คอมเมนต์ด้านล่างบอกความเห็นของคุณ และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอัปเดตล่าสุดกับเรา!

เหตุระทึกที่มุกดาหาร ตาวัย 80 เมาขับกระบะชนธนาคาร

คุณเคยคิดไหมว่าการดื่มเหล้าแล้วขับรถจะนำพาภัยร้ายมาสู่ตัวเองและผู้อื่นได้ขนาดไหน? วันนี้เราจะมาพูดถึงเหตุระทึกที่มุกดาหาร ตาวัย 80 ปี เมาขับกระบะพุ่งชนธนาคาร มีตำรวจเจ็บ 3 สาหัส 1 ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้ทุกคนในพื้นที่ อ.นิคมคำสร้อย ตกตะลึงไปเลยครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 ท่ามกลางกลางวันแสกๆ บริเวณสี่แยกไฟแดงหน้าที่ว่าการอำเภอ

เหตุระทึกที่มุกดาหาร ตาวัย 80 ปี เมาขับกระบะพุ่งชนธนาคาร มีตำรวจเจ็บ 3 สาหัส 1

รถกระบะ Nissan สีเขียว ทะเบียนมุกดาหาร คันนี้เสียหลักพุ่งตรงเข้าไปชนประตูหน้าธนาคารออมสิน สาขานิคมคำสร้อยอย่างแรงมาก ด้านหน้ารถพังยับ ประตูธนาคารแตกกระจาย น้ำมันเครื่องไหลนองพื้น ผสมกับคราบเลือด ทำให้ภาพที่เกิดเหตุน่าหวาดกลัวสุดๆ พยานที่เห็นต่างบอกว่ามันเกิดขึ้นเร็วมาก รถพุ่งชนดังสนั่น ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะรีบเข้ามาช่วยเหลือ

ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุระทึกที่มุกดาหาร

นอกจากธนาคารที่เสียหายหนักแล้ว ยังมีรถจักรยานยนต์เวสป้า 1 คันถูกชนเละ ตู้กดบัตรคิวธนาคารพัง 1 ตู้ และระบบภายในธนาคารเสียหายหลายจุด สินทรัพย์รวมมูลค่าหลายแสนบาทเลยทีเดียว ที่สำคัญคือมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณนั้นบาดเจ็บถึง 3 นาย โดย 1 ในนั้นอาการสาหัส ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที โชคดีที่ไม่มีประชาชนทั่วไปเจ็บหนัก

  • รถกระบะ Nissan สีเขียว ด้านหน้าพังยับ
  • ประตูธนาคารออมสินแตกทั้งบาน
  • รถจักรยานยนต์เวสป้าเสียหาย 1 คัน
  • ตู้กดบัตรคิวธนาคารพัง
  • คราบเลือดและน้ำมันเครื่องนองพื้น
  • ระบบภายในธนาคารเสียหายหลายจุด

ผู้ก่อเหตุคือใคร? ผลตรวจแอลกอฮอล์น่าตกใจ

ผู้ขับขี่คือ นายบัญญัติ อายุ 80 ปี ชาวบ้านหนองนกเขียน ต.ร่มเกล้า อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร หลังเกิดเหตุ ตาโฉดๆ คันนี้ยังนั่งอยู่ในรถ ก่อนถูกตำรวจนำตัวมาสอบสวน ผลตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายพุ่งสูงถึง 101 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าขีดจำกัดที่กฎหมายกำหนด (สำหรับคนทั่วไปไม่เกิน 20 มก.%) มากๆ เลยครับ นี่แหละที่ทำให้รถเสียหลักได้ง่าย

หลานชายของนายบัญญัติเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตาบอกว่าจะเอารถไปขับเล่น แต่รถคันนี้เป็นรถเก่าๆ ใช้แต่ในไร่นา ไม่เคยวิ่งถนนใหญ่ แถมตาเป็นคนขี้หลงขี้ลืม ปกติครอบครัวก็ดูแลใกล้ชิด แต่ครั้งนี้พลาดไปได้ยังไงก็ไม่รู้ หลานรีบมาดูที่เกิดเหตุทันทีหลังได้ยินข่าว

บทเรียนจากเหตุระทึกที่มุกดาหาร ตาวัย 80 ปีเมาขับรถ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญเลยครับว่า การขับรถเมา ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็อันตรายทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจมีปัญหาสายตา สติสัมปชัญญะ หรือโรคประจำตัวอย่างอัลไซเมอร์ ทำให้ตัดสินใจช้า ตอนนี้ตำรวจกำลังสอบสวนเพิ่มเติม และจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะข้อหาขับรถเมา ขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ ฯลฯ ธนาคารก็คงต้องซ่อมแซมให้เสร็จก่อนเปิดบริการปกติ

ในมุมมองของผม อุบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในไทย สถิติจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบอกว่าปีละหลายพันรายที่มาจากเมาแล้วขับ ครอบครัวควรช่วยกันเฝ้าระวังญาติผู้ใหญ่ ไม่ให้เข้าถึงกุญแจรถถ้าดื่มเหล้า และผู้ใหญ่เองก็ควรรู้ตัวว่าอายุมากแล้ว ขับรถต้องระวังเป็นสองเท่า ถ้ามีปัญหาสุขภาพให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อน

สุดท้ายนี้ อยากฝากว่าชีวิตมีค่าสุดๆ อย่าปล่อยให้เหล้าทำลาย หยุดดื่มก่อนขับรถเสมอนะครับ ถ้าคุณมีประสบการณ์เจอเหตุการณ์คล้ายๆ กัน หรือมีเคล็ดลับป้องกันอุบัติเหตุ แชร์คอมเมนต์ด้านล่างเลย เราจะได้แลกเปลี่ยนกัน ช่วยกันลดอุบัติเหตุในสังคมไทยให้ได้มากที่สุด!

ที่มา – เหตุระทึกที่มุกดาหาร ตาวัย 80 ปี เมาขับกระบะพุ่งชนธนาคาร มีตำรวจเจ็บ 3 สาหัส 1