วัน: 22 เมษายน 2026

“รองวิน” เปิดใจหลังได้ประกัน ยันไม่มีเอี่ยวปมรีด 2.5 ล้าน

หลังจากศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว “อัจฉริยะ” เรืองวัฒนะ และพวก ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่ารีดไถเงิน 2.5 ล้านบาท พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ หรือ “รองวิน” รอง ผบก.ตชด.ภ.4 ก็ได้ออกมา“รองวิน” เปิดใจหลังได้ประกันอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปมรีดไถดังกล่าว และขอเดินหน้าทำหน้าที่ตำรวจต่อไป

“รองวิน” เปิดใจหลังได้ประกัน ยันไม่มีเอี่ยวปมรีด 2.5 ล้าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 22 เมษายน 2567 โดย “รองวิน” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังจากได้รับการประกันตัว เขาย้ำว่าไม่เคยได้รับผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งจากเงิน 2.5 ล้านบาทตามที่ถูกพาดพิง ที่ผ่านมามีปัญหาขัดแย้งกับนายอัจฉริยะมาแล้ว 2 ครั้ง เคยถูกร้องเรียนและตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง แต่ทุกครั้งก็ใช้ข้อเท็จจริงต่อสู้จนเรื่องยุติ

สาเหตุที่เข้าไปเกี่ยวข้องและการให้คำแนะนำ

“รองวิน” อธิบายว่า เข้าไปเกี่ยวข้องเพราะมีบุคคลโทรมาขอคำปรึกษา เนื่องจากรู้ว่าตนมีประสบการณ์ถูก р้องเรียนมาก่อน จึงให้คำแนะนำด้วยความหวังดีในฐานะคนรู้จัก ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา ทุกอย่างที่ทำเป็นไปตามกฎหมายและด้วยความบริสุทธิ์ใจ เป้าหมายคือช่วยเพื่อนพ้นปัญหาเท่านั้น ไม่เคยติดต่อหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายอัจฉริยะ

  • ยืนยันไม่ได้รับผลประโยชน์: ไม่เคยได้เงิน 2.5 ล้านบาทหรือส่วนแบ่งใดๆ
  • ผลกระทบที่ผ่านมา: ถูกพาดพิงจนสอบวินัยร้ายแรงนาน 3 ปี ส่งผลต่องานและครอบครัว
  • เรื่องห้องกัก ตม.: ไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้อยู่หน่วย ตม. ในช่วงนั้น ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องชี้แจง

สำหรับกระแสเรียกร้องให้ออกจากราชการ “รองวิน” ยินดีน้อมรับคำสั่งผู้บังคับบัญชา หากเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ สตช. และความเชื่อมั่นประชาชน แต่หากยังเห็นว่าทำประโยชน์ได้ จะทำหน้าที่ต่อเต็มที่ เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญ โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้อื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อครอบครัว

นายอัจฉริยะ หลังได้ประกันตัว

ต่อมาเวลา 18.23 น. นายอัจฉริยะ เดินออกจากศาล โบกมือทักทายสื่อ แต่ปฏิเสธสัมภาษณ์เพราะศาลห้าม หากฝ่าฝืนอาจเพิกถอนประกัน เขาบอกสั้นๆ ว่าสบายใจเพราะไม่ได้ทำผิด ก่อนเดินทางกลับทันที ศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามยุ่งพยานหรือก่ออุปสรรคการสอบสวน

คดีนี้สร้างความสนใจในสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นการรีดไถเงินจากห้องกัก ตม. ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ “รองวิน” เปิดใจหลังได้ประกัน โดยย้ำว่าความจริงจะปรากฏผ่านกระบวนการยุติธรรม สุดท้ายอยากให้เหตุการณ์แบบนี้ไม่เกิดกับใคร เพราะผลกระทบลามถึงครอบครัวและคนรอบข้าง

จากมุมมองของเรา การเปิดใจของ “รองวิน” แสดงถึงความมั่นใจในความบริสุทธิ์และเคารพกฎหมาย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้เจ้าหน้าที่รัฐ กระบวนการยุติธรรมต้องโปร่งใสเพื่อความเชื่อมั่นของประชาชน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และแชร์บทความเพื่อติดตามข่าวอัปเดต!

ที่มา – “รองวิน” เปิดใจหลังได้ประกัน ยันไม่มีเอี่ยวปมรีด 2.5 ล้าน ขอเดินหน้าทำหน้าที่ตำรวจต่อ

ช่างตัดผมคูคูเรลล่ารั่วข่าวทีมเชลซี

ช่างตัดผมคูคูเรลล่ารั่วข่าวทีมเชลซี ก่อนดวลไบรท์ตัน

เมื่อทีม เชลซี ประกาศรายชื่อผู้เล่นก่อนเกมกับ ไบรท์ตัน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แฟนบอลบางคนอาจไม่แปลกใจเลย เพราะมีภาพหน้าจอโพสต์ในแพลตฟอร์ม X แพร่สะพัดมานานหลายชั่วโมง โดยระบุว่า คอล พาล์มเมอร์ กองกลางตัวเก่ง และโจเอา เปโดร กองหน้า จะไม่ได้ลงสนาม พวกเขาหายไปจริงๆ

โพสต์ดังกล่าวอ้างว่า comes from ช่างตัดผมของมาร์ค คูคูเรลล่า แนวรับเชลซี โดยเขียนว่า “[คอล] พาล์มเมอร์ และโจเอา เปโดร บาดเจ็บคืนนี้ นี่คือข่าวเอ็กซ์คลูซีฟของคุณ” พร้อมภาพด้านหลังผมหยิกประจำตัวของคูคูเรลล่า

สำหรับพาล์มเมอร์ ไม่มีข่าวบาดเจ็บ hamstring สาธารณะมาก่อน ขณะที่โจเอา เปโดร เพิ่งผ่านการทดสอบฟิตเนสเช้าวันแข่ง

ช่างตัดผมคูคูเรลล่ารั่วข่าวทีมเชลซี: รายละเอียดโพสต์ที่ถูกลบ

ลีแอม โรเซนิออร์ ผู้จัดการไบรท์ตัน เป็นที่รู้จักในเรื่องการปิดบังรายชื่อทีมอย่างแนบเนียน โดยจัดงานแถลงข่าวก่อนเกมล่วงหน้า 2 วัน เพื่อให้คู่แข่งเดายาก โพสต์นี้แท็กบัญชีที่ให้คำแนะนำ Fantasy Premier League หลายบัญชี แต่ถูก ลบไปแล้วทั้งโพสต์และบัญชีทั้งหมด

ถึงแม้จะไม่สามารถยืนยันได้อย่างอิสระ แต่สโมสรเชลซีไม่ปฏิเสธความแท้จริงเมื่อถูกถาม BBC Sport ยังติดต่อช่างตัดผมและตัวแทนคูคูเรลล่าเพื่อขอความเห็น

เหตุการณ์รั่วไหลข่าวทีมเชลซีครั้งที่ 3

นี่เป็นครั้งที่สามที่ ข่าวทีมเชลซีรั่วไหล นับตั้งแต่โรเซนิออร์เข้ามารับตำแหน่งต้นปี ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นทั้งสองนัดในศึกแชมเปียนส์ลีกกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง โรเซนิออร์ยืนยันว่าเรื่องถูกจัดการแล้ว และไม่ใช่เจตนาร้ายต่อทีม

เชลซียังอยู่อันดับ 7 ในตารางพรีเมียร์ลีก เหลือแข่ง 4 นัด สุดสัปดาห์นี้เจอลีดส์ในรอบรองชนะเลิศเอฟเอคัพที่เวมบลีย์

ผลกระทบจากช่างตัดผมคูคูเรลล่ารั่วข่าวทีมเชลซี

เหตุการณ์นี้สร้างความฮือฮาในหมู่แฟนบอล พรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะแฟนเชลซีที่กังวลเรื่องความลับทีม การรั่วไหลแบบนี้ไม่เพียงกระทบกลยุทธ์ แต่ยังจุดประกายดราม่าในโซเชียลมีเดีย โพสต์ที่มีภาพผมคูคูเรลล่าทำให้หลายคนเชื่อมโยงทันที

ในฤดูกาลนี้ เชลซีเผชิญปัญหาการรั่วไหลหลายครั้ง ซึ่งอาจมาจากวงในใกล้ชิดอย่างช่างตัดผม นี่สะท้อนปัญหาความปลอดภัยข้อมูลในวงการฟุตบอลสมัยใหม่ ที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางรั่วไหลชั้นนำ

  • Palmer: บาดเจ็บ hamstring แบบเงียบ
  • Joao Pedro: ฟิตเนสเทสต์ไม่ผ่าน
  • โพสต์แท็ก FPL accounts เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • Chelsea ไม่ยืนยันแต่ไม่ปฏิเสธ

แฟนๆ ถกเถียงกันว่าช่างตัดผมคนนี้ตั้งใจแชร์เพื่ออวดหรือไม่ หรือเป็นอุบัติเหตุ BBC Sport รายงานว่าอาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ก่อนหน้า

เชลซีต้องเร่งแก้ปัญหานี้ก่อนนัดสำคัญกับลีดส์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ

เคล็ดลับป้องกันข่าวรั่วไหลสำหรับสโมสร

สโมสรใหญ่ๆ อย่างเชลซีควรจำกัดการเข้าถึงข้อมูลทีม ลดการแชร์ผ่านช่องทางส่วนตัว และใช้เทคโนโลยีตรวจสอบโซเชียล การรั่วไหลจากช่างตัดผมคูคูเรลล่านี้อาจเป็นบทเรียนราคาถูก

ติดตามข่าว เชลซี และ พรีเมียร์ลีก เพิ่มเติมได้ที่นี่ คุณคิดว่าคูคูเรลล่าจะรับผิดชอบไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เจาะเบื้องหลังวิศวกรรม Ford Everest ที่เริ่มจากรถกระบะ

เจาะเบื้องหลังวิศวกรรม Ford Everest ที่เริ่มจากความแข็งแกร่งของรถกระบะ นี่คือเรื่องราวที่น่าสนใจของ SUV คันโปรดที่ผสานความทนทานแบบกระบะเข้ากับความหรูหราสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ไม่ว่าคุณจะขับในเมือง ลุยออฟโรด หรือพาลูกๆ เที่ยว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ตอบโจทย์ได้หมด

เจาะเบื้องหลังวิศวกรรม Ford Everest ที่เริ่มจากความแข็งแกร่งของรถกระบะ

คริส โอแชนแนสซีย์ วิศวกรพลศาสตร์ยานยนต์ของฟอร์ด เล่าว่า ตั้งแต่แรกเริ่ม เราตั้งใจให้รถคันนี้รับมือทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะรับส่งลูกโรงเรียน เที่ยววันหยุด หรือลุยทางยาก ทีมวิศวกรจึงใช้โครงสร้างแชสซีแบบขั้นบันได (Ladder-frame) จากรถกระบะรุ่นเรนเจอร์ ปรับช่วงล่างให้แม่นยำ ลดการโคลง ลดหน้าทิ่ม และพวงมาลัยตอบสนองไว นี่คือ DNA ของฟอร์ด ที่เน้นการควบคุมและความสบาย

การเลือกพื้นฐานจากรถกระบะกำหนดเอกลักษณ์เอเวอเรสต์ จนถึงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่อัพเกรดเครื่องยนต์ ฟีเจอร์ครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

Ford Everest

การปรับแต่งช่วงล่างเพื่อการควบคุมที่เหนือชั้น

รถ PPV ทั่วไปมักนุ่มเกิน จนยวบส่าย เมารถง่าย แต่ฟอร์ด เอเวอเรสต์เจาะเบื้องหลังวิศวกรรม Ford Everest ที่เริ่มจากความแข็งแกร่งของรถกระบะ โดยจูนช่วงล่างเน้นควบคุม โคลงน้อย หน้าทิ่มน้อย ตอบสนองดี สร้างความมั่นใจในการขับรถใหญ่

ห้องโดยสารสบายบนโครงสร้างแข็งแกร่ง

แชสซีขั้นบันไดไม่ใช่แค่แข็ง แต่ปลอดภัย ดูดซับแรงกระแทกจากถนนลูกรัง ห้องโดยสารเงียบ สั่นน้อย จุดยึดพิเศษกรองเสียงรบกวน แม้ทางสมบุกสมบัน

Ford Everest Interior

ระบบกันสะเทือนหลังวัตต์ลิงค์ จากสนามแข่งสู่ครอบครัว

แทนแหนบกระบะ ใช้คอยล์สปริง+วัตต์ลิงค์ ยึดเพลาหลังมั่นคง ลุยเนินไม่เหวี่ยง ผู้โดยสารหลังสบาย คนขับควบคุมง่าย

เป้าหมายคือความมั่นใจทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะในเมืองหรือผจญภัย

Ford Everest Offroad

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

รุ่นใหม่เครื่องดีเซล 2.0L เทอร์โบ เกียร์ 10 สปีด ปลอดภัยครบ ดีไซน์ดุดัน

  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม 3.0 ลิตร V6
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม 2.0 ลิตร เทอร์โบ 4×4
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต 2.0 ลิตร เทอร์โบ
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แอคทีฟ เริ่ม 1,299,000 บาท

สรุปคือ ฟอร์ด เอเวอเรสต์คือ SUV ที่สมดุลที่สุด ลองขับดูแล้วคุณจะหลงรัก! สนใจจองทดลองขับ ติดต่อโชว์รูมฟอร์ดใกล้บ้านวันนี้

ที่มา – เจาะเบื้องหลังวิศวกรรม Ford Everest ที่เริ่มจากความแข็งแกร่งของรถกระบะ

“อรรถวิชช์” ชี้ช่องโหว่ พ.ร.บ.ลดโลกร้อน

“อรรถวิชช์” ชี้ช่องโหว่ พ.ร.บ.ลดโลกร้อน ที่มีโครงสร้างบริหารจัดการซับซ้อนและขาดอำนาจเบ็ดเสร็จ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้อภิปรายอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยชี้ให้เห็นปัญหาหลักที่อาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ

“อรรถวิชช์” ชี้ช่องโหว่ พ.ร.บ.ลดโลกร้อน

กฎหมายฉบับนี้ถูกวิจารณ์ว่ามีความซับซ้อนเกินไป โดยเฉพาะในส่วนของการจัดการภาษีคาร์บอนและการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ นายอรรถวิชช์ ยกตัวอย่างมาตรการ CBAM หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism ของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นภาษีคาร์บอนชายแดนที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้า สินค้าไทยอย่างกระป๋องอลูมิเนียมที่ผลิตจากพลังงานผสม อาจต้องเสียภาษีสูงกว่าสินค้าจากประเทศที่ใช้พลังงานสะอาดล้วนๆ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าไทยพุ่งสูงในตลาดโลก

นอกจากนี้ โครงสร้างการบริหารยังกระจัดกระจาย ภาษีคาร์บอนตกอยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง ขณะที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ อาจไม่มีอำนาจเพียงพอในการประสานงานข้ามกระทรวง ทำให้การดำเนินการล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ

ปัญหาการซื้อขายคาร์บอนเครดิตและ RECs

ในส่วนของการซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบ Over-the-counter ไทยยังขาดความเข้าใจใน Renewable Energy Certificates (RECs) หรือใบรับรองพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่จำเป็นสำหรับการส่งออกไปยุโรป หากไม่มี RECs สินค้าไทยจะถูกกีดกันจากตลาดใหญ่

ตัวชี้วัด Scope 1-3 และผลกระทบธุรกิจ

องค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ใช้ตัวชี้วัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบ Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 เป็นเกณฑ์หลักในการประเมินคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม เช่น โรงแรมขนาดใหญ่ในไทย หากไม่ได้รับการรับรอง Green Hotel จะสูญเสียลูกค้าต่างชาติ เพราะกระทบคะแนน ESG ของบริษัทคู่ค้าในต่างประเทศ

  • Scope 1: การปล่อยก๊าซโดยตรงจากกิจกรรมขององค์กร เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง
  • Scope 2: การปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อ เช่น ไฟฟ้า
  • Scope 3: การปล่อยทางอ้อมอื่นๆ เช่น ห่วงโซ่อุปทานและการขนส่ง

นายอรรถวิชช์ เสนอให้สภาฯ พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ หากไม่ตั้ง ก็ให้คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหยิบเป็นวาระหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยเสียเปรียบในเวทีการค้าโลก

ประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับเศรษฐกิจไทยในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว การแก้ไขช่องโหว่ใน พ.ร.บ.ลดโลกร้อน จะช่วยให้ภาคธุรกิจไทยปรับตัวได้ทันเวลา ลดความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันการค้าของชาติมหาอำนาจ

ในมุมมองของผู้เขียน การเสนอของนายอรรถวิชช์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทบทวนกฎหมายที่ซับซ้อนนี้ หากไทยสามารถพัฒนาระบบ RECs และการรับรอง ESG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะไม่เพียงรอดพ้นจากภาษีคาร์บอน แต่ยังกลายเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจยั่งยืนในอาเซียน คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างกระแสรับฟังปัญหาเศรษฐกิจไทยในยุคโลกร้อน

ที่มา – “อรรถวิชช์” ชี้ช่องโหว่ พ.ร.บ.ลดโลกร้อน-บริหารซับซ้อนไร้อำนาจเบ็ดเสร็จ

รวบแล้ว “ร.อ.วิโรจน์” มือยิง “สส.กมลศักดิ์” ผู้ต้องหาคนสำคัญ

รวบแล้ว “ร.อ.วิโรจน์” มือยิง “สส.กมลศักดิ์” ผู้ต้องหาคนสำคัญ ในที่สุด! คดีสะเทือนขวัญที่คนร้ายยิงถล่มรถของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 4 นราธิวาส พรรคประชาชาติ ก็มีพัฒนาการสำคัญ เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาคนสุดท้ายได้แล้ว หลังจากหลบซ่อนตัวอยู่ชายแดนไทย-เมียนมา นี่คือข่าวดีที่ทุกคนรอคอย และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวผู้กระทำผิด

รวบแล้ว “ร.อ.วิโรจน์” มือยิง “สส.กมลศักดิ์” ผู้ต้องหาคนสำคัญ

จากกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ คนร้ายกลุ่มนี้ได้ก่อเหตุยิงถล่มรถของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ซึ่งเป็น สส.จากพรรคประชาชาติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมทีมสังหารได้แล้ว 4 ราย แต่ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ ยังคงหลบหนี จนกระทั่งล่าสุดมีการประสานงานข้ามชาติเพื่อนำตัวกลับมา

รายละเอียดการจับกุม ร.อ.วิโรจน์

ความคืบหน้าล่าสุด ฉก.ลาดหญ้า ร.29 ได้รับการประสานจาก พ.อ.เอวัน รอง ผบ.ยุทธวิธี ที่ 2 กองกำลัง DKBA ผ่าน ชปคม.3312 (ชค.53) ซึ่งตรวจพบ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ในพื้นที่บ้านบ่อญี่ปุ่น ชายแดนไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวและส่งมอบให้ พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี และ พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายไทย

ร.อ.วิโรจน์ ถือเป็นตัวหลักในคดีนี้ เพราะเป็นคนไปยืมรถจาก น.อ.มนตรี โตประเสริฐ ทหาร กอ.รมน.นราธิวาส และทำหน้าที่หลักในการยิง สส.กมลศักดิ์ การจับกุมครั้งนี้จึงปิดฉากทีมสังหารทั้งหมด

ข้อหากรณี “ร.อ.วิโรจน์” มือยิง “สส.กมลศักดิ์”

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาหลายประการ ดังนี้:

  • ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
  • ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ผิดกฎหมาย
  • ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาต
  • ร่วมกันยิงปืนในที่ห้าม
  • ร่วมกันใช้อาวุธปืนกระทำความผิดฐานพยายามฆ่า

ข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและการวางแผนที่ร้ายแรงของกลุ่มผู้กระทำผิด

ความสำคัญของคดีนี้ต่อสังคมไทย

คดีการยิง สส.กมลศักดิ์ ไม่ใช่แค่เหตุการณ์อาชญากรรมธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ การที่เจ้าหน้าที่สามารถรวบแล้ว “ร.อ.วิโรจน์” มือยิง “สส.กมลศักดิ์” ผู้ต้องหาคนสำคัญ ได้ แสดงถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไทยและเมียนมา รวมถึงกองกำลังท้องถิ่นอย่าง DKBA ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาอีก 4 รายในทีมสังหารแล้ว ทำให้ตอนนี้คดีสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและแรงจูงใจเบื้องหลัง ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับปัญหาการเมืองหรือความขัดแย้งในพื้นที่

การติดตามตัวผู้ต้องหาข้ามพรมแดนไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยข้อมูลลับ การประสานงานระดับสูง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้โดรนหรือระบบติดตามดาวเทียม แต่เจ้าหน้าที่ไทยพิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง

บทเรียนจากคดีนี้

คดีนี้เตือนใจเราว่า ความปลอดภัยของนักการเมืองและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น การคุ้มครอง สส.ในพื้นที่ชายแดน และเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

ในมุมมองของผม การรวบแล้ว “ร.อ.วิโรจน์” มือยิง “สส.กมลศักดิ์” ผู้ต้องหาคนสำคัญ เป็นชัยชนะของความยุติธรรม และควรเป็นแบบอย่างให้คดีอื่นๆ ต่อไป หากคุณสนใจข่าวอาชญากรรมหรือความมั่นคง สามารถติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด แชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับคดีนี้

ที่มา – รวบแล้ว “ร.อ.วิโรจน์” มือยิง “สส.กมลศักดิ์” ผู้ต้องหาคนสำคัญ

โกรธ VAR เปลี่ยนฟุตบอลเป็นกองปรักหักพัง

โกรธ VAR เปลี่ยนฟุตบอลเป็นกองปรักหักพัง

เกิดเหตุการณ์วุ่นวายสุดขีดในศึกเอเชียนแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อผู้ตัดสินต้องถูกตำรวจคุ้มกันออกจากสนาม หลังการตัดสิน VAR ที่ขัดใจทีมชabab Al-Ahli จนกลายเป็น โกรธ VAR เปลี่ยนฟุตบอลเป็นกองปรักหักพัง ตามคำกล่าวของโค้ช Paulo Sousa

แมตช์ระหว่าง Machida Zelvia จากญี่ปุ่น ที่นำ Shabab Al-Ahli จากดูไบ 1-0 ในช่วงทดเจ็บ ทีมจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คิดว่าพวกเขาตีเสมอได้ด้วยลูกยิงสุดสวยของ Guilherme Bala ที่ผู้ตัดสินอนุญาตให้เป็นประตูในตอนแรก แต่ VAR เข้ามาชี้ขาด ยกเลิกประตูเพราะ Shabab Al-Ahli โยนลูกเข้าปากตัวขณะที่ Machida กำลังเปลี่ยนตัวผู้เล่น!

โกรธ VAR เปลี่ยนฟุตบอลเป็นกองปรักหักพัง

การตัดสินนี้จุดชนวนความโกรธเคืองทันที ผู้เล่น Shabab Al-Ahli พากันล้อมผู้ตัดสิน Shaun Evans โค้ช Paulo Sousa เดินดุเดือดลงอุโมงค์ก่อนจบแมตช์เสียอีก ผู้รักษาประตู Hamad Al-Meqbaali โดนไล่ออกหลังนกหวีดสุดท้าย ผู้ตัดสินต้องถูกตำรวจพาเดินออกสนามอย่างปลอดภัย

Machida Zelvia ที่เข้ารอบนี้เป็นครั้งแรก จะได้พบกับ Al-Ahli แชมป์เก่าจากซาอุดีอาระเบีย ในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 25 เมษายนนี้ แต่ Sousa ไม่ยอม เขาออกโรงตำหนิว่า “มีประตูที่ถูกทำได้แล้ว แต่ถูกยกเลิก นี่คือความผิดพลาดทางเทคนิคของผู้ตัดสิน น่าเสียดายที่เลือกผู้ตัดสินคนนี้มาทำหน้าที่ มันคือสิ่งที่กำลังโกรธ VAR เปลี่ยนฟุตบอลเป็นกองปรักหักพัง

เหตุการณ์โกรธ VAR เปลี่ยนฟุตบอลเป็นกองปรักหักพังแบบละเอียด

ย้อนดูเหตุการณ์: ในนาทีทดเจ็บ Shabab Al-Ahli ได้ลูกทุ่มเข้า แต่ Machida กำลังปรับตัวผู้เล่นตามกฎ ผู้ตัดสินให้เล่นต่อ Guilherme Bala หลุดเดี่ยวซัดตุงตาข่าย สนามปะทุด้วยความดีใจ แต่ VAR สั่งรีวิว พบว่าลูกทุ้มไม่ถูกต้องเพราะคู่ต่อสู้ยังไม่พร้อม สุดท้ายประตูถูกตัด!

แฟนบอลและกูรูหลายคนเห็นด้วยกับ Sousa ว่ากฎนี้เคร่งครัดเกินไป จนทำลายความสนุกของฟุตบอล VAR ที่ควรช่วยให้ถูกต้อง กลับกลายเป็นตัวทำลายเกม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ VAR สร้างดราม่า ในพรีเมียร์ลีกหรือลาลีกา ก็มีกรณีคล้ายๆ กัน แต่ครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นต้องมีตำรวจคุ้มกัน

  • ประเด็นหลัก: ลูกทุ่มขณะเปลี่ยนตัว = ไม่ถูกกฎ
  • ผลกระทบ: Shabab ตกรอบ Machida เข้าชิง
  • คำพูด Sousa: เปลี่ยนฟุตบอลเป็นกองปรักหักพัง
  • ผู้ตัดสิน: Shaun Evans จากออสเตรเลีย

ฟุตบอลเอเชียกำลังเติบโต แต่เหตุการณ์แบบนี้ทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย AFC ควรทบทวนกฎ VAR ให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดโกรธ VAR เปลี่ยนฟุตบอลเป็นกองปรักหักพัง อีก

ในมุมมองผู้เขียน VAR ดีถ้าใช้ถูก แต่ถ้าเคร่งเกิน ก็กลายเป็นปัญหา แฟนบอลชอบความตื่นเต้น ไม่ใช่กฎเทคนิคจู้จี้ คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่าง!

ติดตามข่าวฟุตบอลเอเชียและพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา เพื่อไม่พลาดดราม่าใหม่ๆ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เลาฟั้ง โอดมะม่วงราคาถูกกว่าถุงห่อมะม่วง รัฐช่วยน้อย

เลาฟั้ง โอดมะม่วงราคาถูกกว่าถุงห่อมะม่วง สร้างความฮือฮาในการประชุมสภาฯ เมื่อ สส.เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล จากพรรคประชาชน ยื่นญัตติขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำที่กำลังวิกฤตหนัก เกษตรกรไทยกำลังเดือดร้อนหนักจากราคาสินค้าที่ถล่มทลาย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง หอมหัวใหญ่ หรือกะหล่ำปลี

เลาฟั้ง โอดมะม่วงราคาถูกกว่าถุงห่อมะม่วง

วันที่ 22 เมษายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเลาฟั้ง ได้อภิปรายเปิดญัตติอย่างดุเดือด โดยชี้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดตกต่ำต่อเนื่อง สาเหตุไม่ได้มาจากตลาดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการกำกับดูแลของรัฐที่ล้มเหลว มาตรฐานสินค้าไม่ชัดเจน ปริมาณนำเข้าล้นตลาด และสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนน้ำมัน ปุ๋ยพุ่งสูง

เลาฟั้ง โอดมะม่วงราคาถูกกว่าถุงห่อมะม่วง โดยยกตัวอย่างสุดสะเทือนใจว่าปัจจุบันถุงห่อมะม่วงราคา 2-2.5 บาทต่อใบ แต่ตัวมะม่วงลูกละไม่ถึง 1 บาท ชาวสวนต้องตัดต้นทิ้งเพราะขาดทุนยับเยิน จากการลงพื้นที่ทั่วไทย เลาฟั้งพบว่าเกษตรกรทุกกลุ่มกำลังเผชิญวิกฤตหนัก แต่มาตรการช่วยเหลือจากรัฐกลับน้อยนิด ไม่ทันการณ์

ผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตเกษตรกร

วิกฤตนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่กระทบคุณภาพชีวิตจริงๆ เช่น ครอบครัวชาวสวนมะม่วงที่ลูกสอบติดมหาวิทยาลัยปีที่แล้ว แต่ต้องพักเรียนเพราะไม่มีเงินค่าเทอม ปีนี้ยังขาดทุนต่อ ต้องพักปีที่ 2 ลูกหลานเกษตรกรขาดโอกาสการศึกษา ขณะที่ลูกหลานนักการเมืองเรียนโรงเรียนดีๆ

มาตรการรัฐช่วยน้อยเกินไป

เลาฟั้ง ซัดรัฐบาลหนักว่า โครงการรับซื้อมะม่วงพิษณุโลก 30 ตัน ราคากิโลละ 1.5 บาท ใช้งบ 45,000 บาท แต่ผลผลิตทั้งจังหวัด 50,000 ตัน ขาดทุนรวม 450 ล้านบาท การช่วยเหลือจึงแค่ 0.0001% เท่านั้น ยังไม่นับพืชอื่นๆ ที่เจอปัญหาเดียวกัน

  • ต้นทุนเพาะปลูกพุ่งสูงจากราคาน้ำมัน ปุ๋ย แต่รัฐช่วยฉาบฉวย รายละไม่เกิน 2,100 บาท ทั้งที่จริงเกิน 20,000 บาท
  • โครงสร้างพื้นฐานอย่างชลประทานขาดแคลน เกษตรกรต้องซื้อเครื่องสูบน้ำเอง
  • การนำเข้าพืชผักพุ่งตั้งแต่ 2563 สวนทางส่งออก ล้งต่างชาติครองตลาดไม่แก้ไข
  • สงครามตะวันออกกลางซ้ำเติม ต่างประเทศอุดหนุนน้ำมัน ปุ๋ยให้เกษตรกร แต่ไทยไม่ทำ

ข้อเสนอ 3 ระยะแก้วิกฤต

เลาฟั้ง เสนอแนวทางชัดเจน

  • ระยะสั้น: ช่วยเงินเลี้ยงชีพและต้นทุนฤดูกาลหน้าให้เกษตรกร
  • ระยะกลาง: เพิ่มทางเลือก ลดต้นทุน พัฒนาเทคโนโลยีเกษตร อุดหนุนการเพาะปลูก
  • ระยะยาว: ออกแบบโครงสร้างให้เกษตรกรมีกำไร เหมือนนานาประเทศ

ปัญหานี้สะท้อนว่ารัฐบาลทอดทิ้งเกษตรกรผู้ผลิตอาหารให้ชาติ สภาฯ ควรเร่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหาทางออกจริงจัง เลาฟั้ง โอดมะม่วงราคาถูกกว่าถุงห่อมะม่วง จึงเป็นสัญญาณเตือนที่ทุกคนต้องตื่นตัว

คุณคิดอย่างไรกับวิกฤตเกษตรกรไทย? มีประสบการณ์เดือดร้อนจากราคาตกต่ำบ้างไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐใส่ใจมากขึ้น!

ที่มา – “เลาฟั้ง” โอดมะม่วงราคาถูกกว่าถุงห่อมะม่วง ซัดมาตรการรัฐช่วยน้อยไป ไม่ทันวิกฤต

แฟนเลสเตอร์เรียกร้องเปลี่ยนแปลง โรว์เอ็ตต์กระตุ้นเด็ดขาด

แฟนเลสเตอร์เรียกร้องเปลี่ยนแปลง กันอย่างหนักหลังจากทีมจิ้งจอกสยามตกชั้นสู่ลีกวัน เพียงแค่ 10 ปีหลังจากสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยอัตราต่อรอง 5,000-1 สนามคิง พาวเวอร์ สเตเดียมเต็มไปด้วยความผิดหวัง เมื่อแฟนบอลรวมตัวประท้วงนอกสนาม เรียกร้องให้ จอน รัดกิ้น หัวหน้าฝ่ายฟุตบอลลาออก และขอให้คุณอัยวัฒน์ สริวัฒนประภา หรือ “ท็อป” ขายสโมสรทิ้ง

ในเกมเสมอฮัลล์ ซิตี้ 2-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยืนยันการตกชั้น มีเสียงโห่จากอัฒจันทร์ที่โล่งมากกว่าปกติ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหม่นหมอง แฟนๆ ไม่ยอมปล่อยผู้เล่นหลายคน โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาออกมานอกสนาม มีการตะโกนด่าทอและเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

คุณท็อปและกุนซือ แกรี่ โรว์เอ็ตต์ ออกมาฟังเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ โดยเจ้าของสโมสรได้ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า “ไม่มีข้อแก้ตัว” สำหรับการตกชั้นครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ใน 4 ฤดูกาล “ความรับผิดชอบอยู่ที่ผม” คุณท็อปกล่าว “เราเคยสัมผัสจุดสูงสุดและตอนนี้ถึงจุดต่ำสุด ความเจ็บปวดนี้ทุกคนในสโมสรแบ่งปัน” เขายังขอโทษแฟนๆ และยืนยันว่าจะไม่ละเลยการสนับสนุนของพวกเขา

แฟนเลสเตอร์เรียกร้องเปลี่ยนแปลง โรว์เอ็ตต์กระตุ้นเด็ดขาด

แฟนเลสเตอร์เรียกร้องเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เรื่องเกินเลย เพราะจากแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ กลายเป็นทีมที่แพงที่สุดแต่ตกชั้นจากแชมเปี้ยนชิพ โรว์เอ็ตต์ที่เข้ามารับช่วงต่อจากมาร์ติ ซิฟูเอ็นเตส ในเดือนกุมภาพันธ์ มีเวลา 14 นัดช่วยทีม แต่ทีมแพ้หลัง 12 นัด แม้โดนหัก 6 คะแนนจากกฎการเงินเก่า แต่เขายอมรับผิดเอง “ผมคือคนแรกที่จะรับผิดชอบ”

นี่คือกุนซือคนที่ 6 ใน 3 การตกชั้นติดๆ กัน เริ่มจากเบรนแดน ร็อดเจอร์ส (แชมป์เอฟเอคัพ) ถูกแทนที่ด้วยดีน สมิธ สตีฟ คูเปอร์ ตามด้วยรูด ฟาน นิสเตลรอย และเอ็นโซ่ มาเรสก้า ที่พาทีมเลื่อนชั้นแชมเปี้ยนชิพเมื่อ 2 ปีก่อน แต่หลังจากนั้น 82 นัดชนะแค่ 17 นัด

โรว์เอ็ตต์กระตุ้นสโมสรต้องเด็ดขาด

โรว์เอ็ตต์สัญญาถึงสิ้นฤดูกาล แต่บอกว่าสโมสร “ต้องดำเนินการเด็ดขาด” เพื่อกลับมาเร็วๆ นี้ “ต้องเรียนรู้บทเรียนและไม่ให้เกิดซ้ำ” เขาไม่ได้ยืนยันอนาคตตัวเอง แต่ย้ำว่าต้องรีบปรับปรุงก่อนฤดูกาลหน้า สโมสรต้องตัดงบมหาศาลเพราะขาดทุนยับและมีค่าเหนื่อยสูงสุดในลีกรอง

  • นักเตะหมดสัญญา: ริคาร์โด เปไรร่า (กัปตัน), แพตสัน ดาก้า, จอร์แดน อายูว์
  • ต้องขาย: แฮร์รี่ วิงค์ส (เพิ่งต่อสัญญา), ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, วูต เฟส (ยืมที่โมนาโก)

โรว์เอ็ตต์บอกจะมี “การสดชื่นใหม่” ในทีม บางคนอาจต้องการสตาร์ทใหม่ทั้งสองฝ่าย

นอกสนาม เสียงแฟนดังลั่นขณะโค้ชฮัลล์ ดีน โฮลเด้น แสดงความเห็นใจ “เลสเตอร์คือสโมสรดีๆ แต่เศร้าที่มาถึงจุดนี้ เมื่อ 10 ปีก่อนทุกคนเชียร์เป็นทีมรองใจ” โรว์เอ็ตต์เข้าใจความหงุดหงิด “จากแชมป์พรีเมียร์สู่นี่คือเรื่องสุดขั้ว แต่ความเจ็บปวดของแฟนทุกทีมที่ตกชั้นเหมือนกัน”

เลสเตอร์เคยเป็นทีมที่ทุกคนรัก แต่ตอนนี้ต้องรีบปฏิรูป การตัดสินใจเด็ดขาดจากบอร์ดจะกำหนดอนาคต คุณท็อปสัญญาจะ “ตัดสินใจที่จำเป็นเพื่อสร้างใหม่และยกระดับมาตรฐาน”

ในมุมมองของผม สโมสรนี้มีศักยภาพมหาศาล หากโรว์เอ็ตต์หรือกุนซือใหม่ได้สนับสนุน การกลับมาของจิ้งจอกไม่ใช่เรื่องไกลตัว แฟนๆ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงจัง คุณล่ะคิดว่าสโมสรควรทำอะไรบ้าง? คอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 เมษายน 2569 ดีเซล เบนซิน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ทุกคน! วันนี้เรามาเช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 เมษายน 2569กันแบบ real-time เลยนะครับ ว่าดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไรบ้าง จากปั๊มใหญ่ๆ อย่าง ปตท. บางจาก เชลล์ พีที ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ ราคาน้ำมันปรับตัวยังไงบ้างในช่วงนี้ ไทยยังคงมีน้ำมันสำรองเพียบถึง 112 วัน แถมราคายังถูกกว่าเพื่อนบ้านอาเซียนหลายประเทศ ช่วยให้เราขับรถสบายใจ ไม่ต้องกังวลมากนัก

เช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 เมษายน 2569

ข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์แต่ละบริษัท อัปเดตขายปลีกหน้าปั๊ม (ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันนิดหน่อยตามพื้นที่) มาดูกันเลยครับ

ราคาน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ปตท. 23 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20: 34.70 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 41.70 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.45 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.04 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 63.60 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันบางจาก 23 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20: 34.70 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 41.70 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 64.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันเชลล์ 23 เมษายน 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 42.33 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 42.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 41.70 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 64.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันพีที ซัสโก้ คาลเท็กซ์

สรุปสั้นๆ จากปั๊มอื่นๆ:

  • พีที: ดีเซล 41.70, แก๊สโซฮอล์ 95 42.45, 91 42.08, เบนซิน 52.54, E20 35.45 บาท/ลิตร
  • ซัสโก้: ดีเซล 41.70, เบนซิน 52.19, แก๊สโซฮอล์ 95 42.45, 91 42.08, E20 35.45 บาท/ลิตร
  • คาลเท็กซ์: โกลด์ 95 56.01, แก๊สโซฮอล์ 95 42.45, 91 42.08, E20 35.45, ดีเซล 41.70, พาวเวอร์ดีเซล 64.10 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันไทยถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

ดีใจด้วยนะครับที่เช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 เมษายน 2569แล้วยังคงถูก! กระทรวงพลังงานยืนยันไทยมีน้ำมันสำรอง 112 วัน (สำรองกฎหมาย 25 วัน, การค้า 25 วัน, ขนส่ง 39 วัน, จัดหา 23 วัน) เทียบราคาขายปลีก: ดีเซล B7 41.70 บาท, B20 34.70 บาท, E20 35.45 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 42.45 บาท, 91 42.08 บาท

เมื่อเทียบอาเซียน เบนซินไทยเฉลี่ย 42.45 บาท/ลิตร ถูกกว่ากัมพูชา (47.65) ไปจนสิงคโปร์ (87.24) ส่วนดีเซล 41.70 บาท ถูกกว่าอินโด (44.30) สิงคโปร์ (117.99) มาก! แม้กองทุนน้ำมันติดลบ 62,062 ล้านบาท ชดเชยดีเซลวันละ 31.62 ล้าน แต่รัฐยังควบคุมได้ดี

ช่วงนี้น้ำมันโลกผันผวนจากความขัดแย้ง แต่ไทยมีกลไกกองทุนช่วยพยุงราคา หากขับรถบ่อย แนะนำเลือกดีเซล B20 ถูกสุด เหมาะกระบะ หรือ E20/E85 ประหยัด ลองเช็คเครื่องยนต์รถตัวเองด้วยนะครับ Tips ประหยัด: รักษาแรงดันยาง, ขับนุ่มนวล, หลีกเลี่ยงเร่งแรง จะช่วยลดค่าน้ำมันได้เยอะ

สรุปแล้ว ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ยังน่าเติม! ติดตามอัปเดตทุกวันที่นี่ หรือเช็คแอปปั๊มใกล้บ้านเพื่อโปรโมชั่นพิเศษ ช่วยกันประหยัดพลังงาน สนับสนุนไทยให้ยั่งยืนนะครับ

ที่มา – เช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 23 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร