วัน: 25 เมษายน 2026

สหรัฐฯ ยืนยันส่งผู้แทนปากีสถานรื้อเจรจาอิหร่าน

สหรัฐฯ ยืนยันส่งคณะผู้แทนเดินทางปากีสถาน หวังรื้อฟื้นเจรจากับอิหร่าน เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นที่สนใจของนักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศในขณะนี้ หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านตึงเครียดมานานหลายปี การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่อาจนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ ยืนยันส่งคณะผู้แทนเดินทางปากีสถาน หวังรื้อฟื้นเจรจากับอิหร่าน

วันที่ 24 เมษายน 2569 ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะส่งคณะทูตพิเศษประกอบด้วยนาย สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ เดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ในเช้าวันเสาร์นี้ โดยวัตถุประสงค์หลักคือการหารือเพื่อรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งหยุดชะงักไปนาน

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่นาย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เดินทางถึงปากีสถานพร้อมคณะผู้แทนกลุ่มเล็กเมื่อคืนวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ปากีสถานระดับสูงยืนยันว่าการเยือนของทั้งสองฝ่ายเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจนำไปสู่การฟื้นการเจรจาโดยตรง

สหรัฐฯ ยืนยันส่งคณะผู้แทนเดินทางปากีสถาน หวังรื้อฟื้นเจรจากับอิหร่าน: รายละเอียดสำคัญ

  • สมาชิกคณะผู้แทนสหรัฐฯ: สตีฟ วิตคอฟฟ์ นักธุรกิจและที่ปรึกษากับประธานาธิบดีทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ อดีตที่ปรึกษาอาวุโสที่มีบทบาทสำคัญในการทูตตะวันออกกลาง
  • ผู้แทนอิหร่าน: อับบาส อารักชี ผู้เจรจาหลักในประเด็นนิวเคลียร์ มีประสบการณ์ยาวนานในการเจรจากับชาติตะวันตก
  • สถานที่: กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน ซึ่งเป็นชาติที่เป็นกลางและมีสัมพันธ์ดีกับทั้งสองฝ่าย
  • ประเด็นหลัก: ยุติความขัดแย้ง รื้อฟื้น JCPOA หรือข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และลดการคว่ำบาตร

ก่อนหน้านี้ การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านติดขัดเนื่องจากปัญหานิวเคลียร์ โปรแกรมขีปนาวุธ และการแทรกแซงในภูมิภาค แต่การหารือทางโทรศัพท์ระหว่างอารักชีกับผู้นำปากีสถานในวันเดียวกัน ได้ช่วยผลักดันให้เกิดความคืบหน้า

บทบาทสำคัญของปากีสถานในการเป็นตัวกลาง

ปากีสถานมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาคนี้ ด้วยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านและสหรัฐฯ ทำให้กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการพบปะลับ การเยือนครั้งนี้ถูกจับตามองจากนานาชาติ โดยเฉพาะอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย และชาติอาหรับอื่นๆ ที่กังวลกับอิทธิพลของอิหร่าน

นักวิเคราะห์เชื่อว่า หากการเจรจาสำเร็จ จะช่วยลดความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย ลดราคาน้ำมันโลก และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้อิหร่านกลับสู่ประชาคมโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนว่าอิหร่านจะยอมรับข้อเสนอของสหรัฐหรือไม่ โดยเฉพาะภายใต้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ที่เคยถอนตัวจาก JCPOA

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังหวังใช้ปากีสถานเป็นสะพานเชื่อม เพื่อหลีกเลี่ยงการเจรจาโดยตรงที่อาจถูกมองว่าเป็นการยอมจำนน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถานและปัญหาชายแดนที่ปากีสถานมีส่วนเกี่ยวข้อง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง

  • ลดการโจมตีทางอ้อมระหว่างกลุ่มตัวแทน
  • เปิดทางให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรม
  • เสริมสร้างเสถียรภาพในซีเรียและเยเมน
  • ผลดีต่อเศรษฐกิจโลกจากการไหลเวียนน้ำมัน

ในมุมมองของผู้เขียน การพัฒนาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามทางการทูตที่ชาญฉลาดของสหรัฐฯ ที่ใช้พันธมิตรอย่างปากีสถานเป็นเครื่องมือสำคัญ หากสำเร็จ จะเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับนโยบายต่างประเทศ

คุณคิดอย่างไรกับ สหรัฐฯ ยืนยันส่งคณะผู้แทนเดินทางปากีสถาน หวังรื้อฟื้นเจรจากับอิหร่าน นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สหรัฐฯ ยืนยันส่งคณะผู้แทนเดินทางปากีสถาน หวังรื้อฟื้นเจรจากับอิหร่าน

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เริ่มบังคับใช้

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เป็นข่าวใหญ่ที่นักเดินทางต้องรู้! หลังจากกระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นออกกฎใหม่ ห้ามใช้และชาร์จพาวเวอร์แบงก์หรือแบตเตอรี่สำรองระหว่างบิน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ 24 เมษายน 2567) มาตรการนี้เกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนลุกไหม้หรือมีควันในห้องโดยสารหลายครั้ง ซึ่งอาจคุกคามความปลอดภัยของทุกคนบนเครื่อง

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน

กฎใหม่นี้ครอบคลุมเที่ยวบินที่ออกจากหรือมาถึงสนามบินในญี่ปุ่นทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสายการบินญี่ปุ่นหรือต่างชาติ ผู้โดยสารห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อื่นๆ ระหว่างบินเด็ดขาด รวมถึงห้ามชาร์จพาวเวอร์แบงก์เองจากปลั๊กบนเครื่องด้วย นอกจากนี้ ยังจำกัดให้พกพาวเวอร์แบงก์ได้ไม่เกิน 2 ชิ้นต่อคนเท่านั้น หากฝ่าฝืนอาจโดนโทษหนัก จําคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเยน (ราว 240,000 บาท)

สาเหตุที่ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน

เหตุผลหลักมาจากความเสี่ยงของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งพบปัญหา “thermal runaway” ทำให้เกิดไฟไหม้หรือควันพิษได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อถูกกดทับ ร้อนจัด หรือเสียหาย ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีรายงานเหตุการณ์บนเครื่องบินหลายครั้ง เช่น ในปี 2023 มีเหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดบนเที่ยวบินภายในญี่ปุ่น สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้โดยสาร ทางการจึงเร่งออกกฎเพื่อป้องกันล่วงหน้า

ที่สนามบินฮาเนดะและนาริตะ สายการบินอย่าง JAL และ ANA ได้ติดป้ายเตือนชัดเจน ผู้โดยสารส่วนใหญ่เข้าใจและยอมรับ แม้จะไม่สะดวกเพราะเที่ยวบินยาวๆ ไปญี่ปุ่นมักต้องชาร์จมือถือบ่อยๆ แต่ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ

ผลกระทบและเคล็ดลับสำหรับนักเดินทาง

  • เตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่อง: ชาร์จอุปกรณ์ให้เต็มที่ที่สนามบิน มีจุดชาร์จฟรีมากมาย
  • เลือกพาวเวอร์แบงก์คุณภาพ: ใช้รุ่นที่ผ่านมาตรฐานการบิน เช่น ความจุไม่เกิน 100Wh ต่อชิ้น และมีฉลาก UL หรือ PSE
  • เก็บในกระเป๋าโหลดท้องเครื่อง: ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ ใส่ในกระเป๋าเช็คอินดีกว่า แต่เช็คกฎสายการบินก่อน
  • สำรองแผน: ดาวน์โหลดแอปออฟไลน์ ใช้โหมดเครื่องบินเพื่อประหยัดแบต

นอกจากญี่ปุ่น ประเทศอื่นๆ อย่างสหรัฐฯ สิงคโปร์ และจีน ก็มีกฎเข้มงวดคล้ายกัน เช่น FAA สหรัฐห้ามพาวเวอร์แบงก์เสียหายขึ้นเครื่อง การอัพเดทกฎแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง

สรุปแล้ว ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เป็นมาตรการที่จำเป็นในยุคที่ทุกคนพึ่งพา gadget สุดๆ ถ้าคุณมีทริปไปญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้ อย่าลืมเช็ครายละเอียดล่าสุดจากเว็บทางการหรือสายการบิน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ปลอดภัยไว้ก่อน การเดินทางจะสนุกยิ่งขึ้น! แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เริ่มบังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษจำคุก

อยู่กับแมนยูไนเต็ดนานขนาดนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคน – เฟอร์นันเดส

บรูโน่ เฟอร์นันเดส กองกลางกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เปิดใจในรายการ The Wayne Rooney Show เกี่ยวกับเส้นทางของเขากับทีมปีศาจแดง โดยยอมรับว่า อยู่กับแมนยูไนเต็ดนานขนาดนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคน – เฟอร์นันเดส พูดถึงความท้าทายและเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจอยู่ต่อ แม้จะมีช่วงเวลายากลำบากมากมาย

อยู่กับแมนยูไนเต็ดนานขนาดนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคน – เฟอร์นันเดส

เฟอร์นันเดสย้ายมาร่วมทีมแมนยูไนเต็ดในปี 2020 ด้วยค่าตัวมหาศาล และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมทันที เขายิงประตูและแอสซิสต์ได้อย่างน่าทึ่งในฤดูกาลแรก แต่หลังจากนั้น ทีมก็เผชิญกับความไม่แน่นอน ทั้งการเปลี่ยนผู้จัดการทีมหลายสมัย ความกดดันจากแฟนบอล และผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา ในรายการของเวย์น รูนี่ย์ อดีตดาวยิงแมนยู เฟอร์นันเดสเผยว่า “การอยู่กับสโมสรใหญ่อย่างแมนยูไนเต็ดนานขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน” เขาชี้ให้เห็นถึงความอดทนที่ต้องมี เพื่อฝ่าฟันช่วงเวลาที่ทีมดิ้นรน

เหตุผลที่ทำให้อยู่กับแมนยูไนเต็ดนานขนาดนี้ยากลำบาก

ทำไม อยู่กับแมนยูไนเต็ดนานขนาดนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคน – เฟอร์นันเดส ถึงเป็นประโยคที่โดนใจแฟนบอลมากนัก? นี่คือปัจจัยหลัก:

  • ความกดดันจากประวัติศาสตร์: แมนยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่เคยครองโลก แต่ช่วงหลังผลงานตกต่ำ ทำให้ทุกนัดมีความหมายมาก
  • การเปลี่ยนแปลงบ่อย: ผู้จัดการทีมอย่างโชลชา, รังนิค, เทน ฮาก ผลัดกันมา สร้างความไม่มั่นคง
  • แฟนบอลที่เข้มข้น: โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดคือโรงละครแห่งความฝัน แต่ก็คือนรกสำหรับนักเตะที่ฟอร์มตก
  • คู่แข่งแกร่ง: แมนซิตี้, ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล กำลังรุ่ง ทำให้แมนยูต้องไล่ตาม

เฟอร์นันเดสยอมรับว่า เขาเคยคิดถึงการย้ายทีม แต่ความรักต่อสโมสรและแฟนๆ ทำให้เขาอยู่ต่อ เขากลายเป็นผู้นำที่ทีมต้องการ โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ที่แมนยูเริ่มฟื้นตัว

อนาคตของเฟอร์นันเดสกับแมนยูไนเต็ด

แม้จะมีข่าวลือเรื่องการย้ายทีมไปซาอุฯ หรือทีมอื่น แต่เฟอร์นันเดสยืนยันชัดเจนว่าเขาอยากสร้างประวัติศาสตร์กับแมนยูไนเต็ด การอยู่ยาวนานของเขาคือตัวอย่างของความจงรักภักดี ในยุคที่นักเตะมักย้ายทีมบ่อย

จากสถิติ เฟอร์นันเดสลงเล่นกว่า 150 นัด ยิง 40 ประตู แอสซิสต์ 50 ครั้ง เขาคือหัวใจของทีมชาติโปรตุเกสและแมนยู การตัดสินใจอยู่ต่อของเขาอาจเป็นจุดเปลี่ยนให้ทีมกลับมาท็อป 4 พรีเมียร์ลีกได้

สุดท้ายแล้ว อยู่กับแมนยูไนเต็ดนานขนาดนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคน – เฟอร์นันเดส แต่สำหรับคนอย่างบรูโน่ มันคือความท้าทายที่เขายอมรับ คุณคิดอย่างไร? แมนยูจะกลับมาประสบความสำเร็จได้ไหมถ้าเฟอร์นันเดสอยู่ต่อ?

ติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและแมนยูไนเต็ดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา คอมเมนต์ความเห็นของคุณด้านล่างเลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

แฟนเรนเจอร์สเสี่ยงโดนแบนในเดอร์บี้เซลติก

แฟนเรนเจอร์สเสี่ยงโดนแบนในเดอร์บี้เซลติก

แฟนเรนเจอร์สเสี่ยงโดนแบนในเดอร์บี้เซลติก หลังจากที่เซลติกปฏิเสธที่จะแจกตั๋วให้แฟนบอลทีมเยือน เว้นแต่เรนเจอร์สจะแบนกลุ่ม ultras Union Bears สถานการณ์ตึงเครียดนี้เกิดขึ้นก่อนนัดสำคัญ Old Firm derby สุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งจะช่วยตัดสินแชมป์สามทีมลุ้นในพรีเมียร์ชิปลีกสกอตแลนด์

คณะกรรมการย่อยของ SPFL จะประชุมสัปดาห์หน้าเพื่อตัดสินใจ ก่อนนัดแข่งวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ข้อพิพาทนี้มาจากเหตุการณ์วุ่นวายในรอบรองชนะเลิศ Scottish Cup เมื่อ 8 มีนาคม ที่แฟนบอลทั้งสองฝั่งบุกสนามหลังเซลติกเข้ารอบด้วยการดวลจุดโทษที่ Ibrox

การสืบสวนของ Scottish FA โดย Mark Blackbourne ยังไม่สรุปผล แต่เซลติกเรียกร้องให้แบนกลุ่มแฟนเรนเจอร์สที่ “มีส่วนในความรุนแรงร้ายแรงและความวุ่นวาย” ซึ่งกระทบแฟนเซลติก เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ stewards

แฟนเรนเจอร์สเสี่ยงโดนแบนในเดอร์บี้เซลติก: แถลงการณ์จากทั้งสองทีม

เรนเจอร์สแถลงว่า “เซลติกแจ้งว่าจะไม่ให้ตั๋วแฟนเรา เว้นแต่เราจะไม่แจกให้ Union Bears” พวกเขาปฏิเสธอย่างหนักแน่นและส่งเรื่องให้ SPFL ตัดสิน เรนเจอร์สย้ำว่าตำหนิพฤติกรรมบุคคลบางคนในวันที่ 8 มีนาคม และพยายามทำงานร่วมกับเซลติกเพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การตัดแฟนเยือนออกจากนัดสำคัญจะสร้าง “ความไม่สมดุลทางกีฬาที่ชัดเจน” และอาจเป็นแบบอย่างเลวร้ายสำหรับลีกในอนาคต เรนเจอร์สหวังให้ SPFL รักษาความสมบูรณ์ของการแข่งขันและบังคับใช้กฎ

เซลติกโต้กลับว่า พร้อมให้ตั๋วเต็มตามปกติ หากเรนเจอร์สไม่แจกให้กลุ่มนั้น พวกเขาทำ risk assessment แล้ว และขออย่างสมเหตุสมผลเพื่อความปลอดภัยที่ Celtic Park เซลติกผิดหวังที่เรนเจอร์สไม่ยอมรับ และพร้อมเจรจากับ SPFL

ความสำคัญของ Old Firm Derby ในฤดูกาลนี้

นัด แฟนเรนเจอร์สเสี่ยงโดนแบนในเดอร์บี้เซลติก ไม่ใช่แค่นัดธรรมดา แต่เป็นตัวแปรสำคัญในศึกแย่งแชมป์ Heart of Midlothian นำจ่าฝูง รองลงมาเป็นเรนเจอร์สและเซลติก Old Firm คือเดอร์บี้ที่ร้อนแรงที่สุดในสกอตแลนด์ ดึงดูดแฟนบอลนับล้านทั่วโลก

ประวัติศาสตร์ Old Firm เต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งด้านกีฬาและสังคม แต่เหตุวุ่นวายล่าสุดทำให้เกิดคำถามถึงการจัดการความปลอดภัย SPFL ต้องตัดสินอย่างยุติธรรมเพื่อรักษาภาพลักษณ์ฟุตบอลสกอตติช

  • Heart of Midlothian นำตารางคะแนนปัจจุบัน
  • เรนเจอร์สและเซลติกไล่ล่าอย่างสูสี
  • นัดนี้ตัดสินแชมป์สามทีมลุ้น

บทบาทของ ultras และความปลอดภัยในฟุตบอล

กลุ่ม ultras อย่าง Union Bears มักสร้างบรรยากาศสุดมันส์ แต่บางครั้งก่อปัญหา ในยุโรปหลายลีกมีกฎแบน ultras ชั่วคราวเพื่อความสงบ เช่นใน Serie A หรือ Bundesliga สกอตแลนด์ควรเรียนรู้จากนี้

เรนเจอร์สยืนยันว่าจะควบคุมแฟนตัวเอง แต่เซลติกยืนกรานเพื่อปกป้องทุกคน นี่คือโอกาสให้ SPFL แสดงศักยภาพในการจัดการแมตช์ใหญ่

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ในมุมมองของผม การแบนแฟนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจแก้ปัญหาชั่วคราว แต่ SPFL ควรลงทุนระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่าเพื่ออนาคต นี่คือโอกาสสร้างมาตรฐานใหม่ให้ฟุตบอลสกอตติช ติดตามการตัดสินใจของ SPFL และอัปเดตผลนัดเดอร์บี้ได้ที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทำไมผมอยู่กับแมนยูทีมดิ้นรน ไม่คิดอันดับ 3 – เฟอร์นันเดส

ทำไมผมอยู่กับแมนยูทีมดิ้นรน ไม่คิดอันดับ 3 – เฟอร์นันเดส

เวย์น รูนีย์ ไม่เคยลงเล่นเคียงข้างบรูโน่ เฟอร์นันเดส

ทั้งคู่เคยเผชิญหน้ากันครั้งเดียว ในนัดเอฟเอ คัพ ระหว่างดาร์บี้ เคาน์ตี้ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไพรด์ พาร์ค ในเดือนมีนาคม 2020 ทีมเยือนชนะ 3-0 โดยรูนีย์ถูกเซอร์จิโอ โรเมโร่เซฟลูกฟรีคิกที่เจ้าตัวมั่นใจว่าจะเข้าประตู

รูนีย์และเฟอร์นันเดส มีอะไรหลายอย่างที่เหมือนกัน

ทั้งคู่เป็นกัปตันทีมแมนยู สัญลักษณ์และแรงบันดาลใจของทีม อยากเห็นสโมสรก้าวขึ้นจากช่วงถดถอยและกลับสู่ความยิ่งใหญ่ในอดีตที่รูนีย์เคยสัมผัสก่อนเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันรีไทร์ในปี 2013

แต่มีสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขามากกว่านั้น อย่างคืนหนึ่งในเดือนมิถุนายน 2004

รูนีย์คือเด็กหนุ่มทองคำของทีมชาติอังกฤษ ส่วนเฟอร์นันเดสคือเด็กชายวัย 9 ขวบจากทางเหนือของโปรตุเกสที่ดูยูโร 2004 รอบรองชนะเลิศในลิสบอน

อังกฤษนำและครองเกมจนรูนีย์หักข้อเท้า โปรตุเกสชนะจุดโทษ ความทรงจำนั้นถูกย้อนนึกเมื่อทั้งคู่พบกันที่แคร์ริงตัน

“นั่นคือความทรงจำแรกของผมเกี่ยวกับทีมชาติโปรตุเกส” เฟอร์นันเดสกล่าว “ผมไม่ควรพูดแบบนี้ แต่ตอนอังกฤษแพ้จุดโทษ ผมอยู่บ้านยายกับลูกพี่ลูกน้อง วิ่งออกไปกรี๊ดบนถนน”

“ผมอยู่ในโรงพยาบาล” รูนีย์ตอบ “โรงพยาบาลโปรตุเกส ยังใส่ชุดทีมชาติอังกฤษ ดูทีวีเล็กๆ”

ความเคารพซึ่งกันและกันชัดเจนในการสนทนา 40 นาทีใน The Wayne Rooney Show

ทั้งคู่ลงเล่นให้ยูไนเต็ดรวม 881 นัด รูนีย์เป็นดาวยิงสูงสุด 253 ประตู เฟอร์นันเดสมีผลกระทบมากที่สุดนับตั้งแต่เฟอร์กูสันรีไทร์ ถ้าทำ 3 แอสซิสต์ใน 5 นัดสุดท้าย จะทำลายสถิติแอสซิสต์สูงสุดพรีเมียร์ลีกฤดูกาลเดียว

ทำไมผมอยู่กับแมนยูทีมดิ้นรน และไม่คิดว่าจะอันดับ 3 – เฟอร์นันเดส

เป็นความคิดที่สะเทือนใจสำหรับแฟนยูไนเต็ดที่เฟอร์นันเดสอาจไม่อยู่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดฤดูกาลนี้ สิ้นสุดฤดูกาลที่แล้ว ผู้บริหารบอกวัย 31 ปี ว่าพวกเขาจะไม่ขวางถ้าเขาอยากไปอัลฮิลาลในซาอุฯ ที่เสนอเงินก้อนโต

หลังคุยกับครอบครัว เขาตัดสินใจอยู่ เหมือนรูนีย์ที่เคยอยากย้ายในปี 2010

“ผมอยู่เพราะคิดว่ายังมีอะไรให้ทีมได้” เฟอร์นันเดสกล่าว “เงินจากซาอุฯเยอะมาก แต่ภรรยาผมซื่อตรงเหมือนผม เราไม่อยากรวยที่สุด แค่อยากทำตามฝัน ใช้ชีวิตดีกับลูก และประสบความสำเร็จ”

“คำพูดภรรยาถามว่า ‘คุณทำฝันได้หมดยัง?’ มันทำให้ผมเข้าใจว่าเราคิดเหมือนกัน ไปต่อกันเถอะ”

เขายังอยากช่วยทีมจากอันดับ 15 ฤดูกาลที่แล้ว แย่สุดนับตั้งแต่ตกชั้น 1973-74

“ผมไม่อยากทิ้งทีมตอนกำลังดิ้นรน” เขากล่าว

สัญญาเหลือ 1 ปี แต่ฟอร์มฤดูกาลนี้ ยูไนเต็ดน่าจะต่อสัญญาใหม่ก้อนโต แม้จิม แรตคลิฟฟ์อยากลดค่าเหนื่อย

เฟอร์นันเดสยังมุ่งมั่นคว้าแชมป์ใหญ่ รูนีย์เคยได้ 5 ลีกและยูซีแอล 2008 เฟอร์นันเดสยิง 106 ประตูจาก 322 นัด แต่ได้แค่เอฟเอคัพและลีกคัพ

“ผมอยากแชมป์พรีเมียร์ลีก อยากยูซีแอล ไม่เคยปิดบัง”

ทำไมผมอยู่กับแมนยูทีมดิ้นรน: รายละเอียดจากปากกัปตัน

ยูไนเต็ดต้องการ 6 แต้มจาก 5 นัดสุดท้ายเพื่อกลับยูซีแอล ถ้าชนะเบรนท์ฟอร์ดวันจันทร์ เหลือ 2 แต้มจาก 4 นัด

รูนีย์พักร้อนกับไมเคิล คาร์ริคตอนรูเบน อโมริมถูกปลด คาร์ริคคือเจ้านายเฟอร์นันเดสตอนนี้

“คาร์ริคเตรียมทีมดีตอนเป็นเฮดโค้ชชั่วคราว” เฟอร์นันเดสกล่าว “ตอนเข้ามา เขาเอาแต่พลังบวก ไม่ใช่แค่คำพูดดี แต่ปรับได้ตามสถานการณ์ ทำให้ทีมรวมกัน”

“เราไม่คิดถึงอดีต แต่โฟกัสอนาคต ได้ผลดี ลีกนี้โหด แต่ตอนนี้เราอันดับ 3 ซึ่งไม่เคยคาดคิดตอนคาร์ริคมา”

ย้อนนัดไพรด์ พาร์ค เฟอร์นันเดสได้เสื้อรูนีย์ผ่านฆวน มาต้า “เสื้อดาร์บี้ แต่เอาไปพิพิธภัณฑ์ในโปรตุเกส”

ทั้งคู่จำลูกฟรีคิกได้ รูนีย์ผิดหวังที่โรเมโร่เซฟได้

การสนทนาง่ายๆ ระหว่างคนเข้าใจแรงกดดัน พวกเขาพูดถึงการเล่น การรับผิดชอบกัปตัน สื่อ โคบบี้ ไมนู ในเอฟเอคัพ 2024

ปิดท้ายด้วยทีมชาติ ยูโร 2004 และการ์ดแดงรูนีย์ 2006 แล้วเวิลด์คัพ “หวังคริสเตียโน่ปิดท้ายด้วยแชมป์” เฟอร์นันเดสกล่าว รูนีย์เชียร์อังกฤษ แต่ถ้าไม่ชนะ อยากให้โปรตุเกส

ฟัง The Wayne Rooney Show บน BBC iPlayer หรือ BBC Sounds เพื่อ insight ลึกๆ

คุณคิดยังไงกับการตัดสินใจของเฟอร์นันเดส? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวแมนยูอัปเดต!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ