วัน: 27 เมษายน 2026

ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก.

ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก. เป็นข่าวช็อกวงการสงฆ์และสังคมระหว่างประเทศ เมื่อพระนักศึกษาจากศรีลังกาเดินทางกลับจากไทย แต่ถูกจับคาด้วยของผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล

ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก.

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 ที่สนามบินกรุงโคลัมโบ พระสงฆ์ 22 รูปซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นทริปท่องเที่ยว 4 วันในประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด จนพบกัญชาสายพันธุ์ “คุช” (Kush) ที่มีฤทธิ์รุนแรง น้ำหนักรวม 110 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับของกระเป๋าเดินทาง

แต่ละพระรูปมีกัญชาประมาณ 5 กิโลกรัม ปะปนกับอุปกรณ์การเรียนและขนมขบเคี้ยว เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเพิ่มเติมจากโทรศัพท์มือถือของพระบางรูป มีภาพและวิดีโอขณะพักผ่อน สวมเสื้อผ้าธรรมดา ไม่ใช่ชุดพระ ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งมาจากวัดทั่วศรีลังกา

ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก. รายละเอียดการจับกุม

หลังตรวจค้น พระทั้ง 22 รูปถูกควบคุมตัวทันที และนำตัวขึ้นศาลในวันอาทิตย์ถัดมา ศาลสั่งฝากขัง 7 วันเพื่อสอบสวน ตำรวจศรีลังกายังจับกุมพระรูปที่ 23 ซึ่งเชื่อว่าเป็นหัวโจกจัดทริป ในพื้นที่ชานเมืองโคลัมโบ พระรูปนี้ไม่ได้เดินทางไป แต่สั่งให้พระอื่นๆ พก “พัสดุบริจาค” โดยบอกว่าจะมารถตู้มารับ

นี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ศรีลังกาที่จับกุมกลุ่มพระสงฆ์ฐานลักลอบขนยาเสพติดผ่านสนามบิน แม้ตำรวจจะคาดว่าพระกลุ่มนี้อาจไม่รู้ตัวว่าพกอะไร แต่หลักฐานชี้ชัดถึงการกระทำผิด

  • จำนวนพระที่ถูกจับ: 22 รูป (นักศึกษาพระเป็นหลัก)
  • น้ำหนีกัญชา: 110 กิโลกรัม สายพันธุ์ Kush
  • สถานที่: สนามบินกรุงโคลัมโบ
  • แหล่งที่มา: จากประเทศไทย หลังทริปท่องเที่ยว 4 วัน
  • สถานะ: ฝากขัง 7 วัน จับหัวโจกเพิ่ม

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหายาเสพติดข้ามชาติ โดยเฉพาะกัญชาที่แพร่หลายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศรีลังกาเป็นประเทศที่เข้มงวดกับยาเสพติด การจับกุมครั้งนี้ไม่เพียงกระทบภาพลักษณ์พระสงฆ์ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบสัมภาระก่อนเดินทาง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การลักลอบขนยาโดยใช้บุคคลที่มีสถานะทางสังคมสูงอย่างพระสงฆ์ เป็นกลยุทธ์ใหม่ที่อันตราย เนื่องจากมักหลบเลี่ยงการตรวจสอบได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม ตำรวจศรีลังกาได้เพิ่มมาตรการตรวจสนามบินให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบว่ากัญชา Kush มีความแรงสูง THC สูงกว่าแบบทั่วไป ทำให้เสี่ยงต่อสุขภาพผู้เสพอย่างมาก การแพร่ระบาดในศรีลังกาเคยเป็นปัญหาใหญ่ในอดีต จนรัฐบาลต้องตั้งหน่วยปราบปรามพิเศษ

สำหรับพระสงฆ์กลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มาจากวัดต่างๆ ทั่วประเทศ การถูกจับครั้งนี้จะส่งผลต่อชื่อเสียงวัดและชุมชนสงฆ์อย่างแน่นอน ผู้ปกครองและญาติอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจ

บทเรียนจากกรณี ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก. คือ อย่าหลงเชื่อคำพูดง่ายๆ โดยเฉพาะพัสดุจากบุคคลลึกลับ หากคุณกำลังวางแผนเดินทางต่างประเทศ ควรตรวจสอบกฎหมายยาเสพติดของจุดหมายให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแบบนี้

ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และแบ่งปันบทความนี้หากคุณเห็นว่ามีประโยชน์!

ที่มา – ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก.

เรนเจอร์สสะดุด ศึกแชมป์ยังพลิกผัน

เรนเจอร์สสะดุด ศึกแชมป์ยังพลิกผัน

ในฤดูกาลที่แสนจะเข้มข้นนี้ มีคำถามยอดฮิตที่แฟนบอลสกอตติชฟุตบอล โดยเฉพาะมือใหม่ ถามกันไม่หยุดว่า ใครจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพไปครอง?

สัปดาห์นี้ตอบว่า Hearts สัปดาห์หน้าอาจ Celtic หรือ Rangers โมเมนตัมเปลี่ยนไปมาไม่หยุด แม้แต่ในครึ่งเดียวกัน การแข่งขันตอนนี้คือเรื่องของสมาธิและความกล้าไม่แพ้ทักษะ เรนเจอร์สสะดุดหนักเมื่อวันอาทิตย์ จากความเกียจคร้านในจังหวะสำคัญ โดน Motherwell ที่เล่นลื่นไหลและฉลาดกว่าเล่นงาน

ตาม Hearts 4 แต้ม Celtic 3 แต้ม ทีมของ Danny Rohl ตกรอบแล้วเหรอ? ยังเลย เหลืออีกแค่ 4 นัด ยังฟันธงไม่ได้ ถ้าพวกเขาแพ้ Hearts ที่ Tynecastle วันจันทร์หน้า คงจบเห่ แต่ถ้าชนะ… ศึกแชมป์ยังพลิกผันแน่นอน

เรนเจอร์สสะดุด ศึกแชมป์ยังพลิกผัน

เดือนนี้ Celtic งัดประตูชัยนาที 82 ที่ Dundee, Rangers พลิกจาก 2-0 เป็น 6-3 ที่ Falkirk, Hearts เสมอ Motherwell นาทีสุดท้ายแต่พลิกชนะ 3-1

กับ Hibs ที่เหลือ 9 คน Hearts ตามเสมอจนนาทีสุดท้ายที่ Easter Road แมตช์สุดมันส์ใต้แสงแดด Hibs ป้องกันสุดตัว แต่ Hearts ยิง 23 ครั้ง (สถิติสูงสุดฤดูกาล) Possession 75.7% ครอส 47 ครั้ง มุม 11-0 สุดท้ายแต่ก็ดราม่าจนวินาทีสุดท้าย

การลุ้นนาทีบาป: คะแนนพลิกได้ทุกเมื่อ

ฤดูกาลนี้ทุกอย่างไปถึงเส้นชัยสุดท้าย เรนเจอร์สเสี่ยงสุด พวกเขายิงเพียบแต่เสียเยอะ มีความเปราะบาง นักเตะบางคนเล่นแบบลอยๆ Motherwell แสดงให้เห็นจุดอ่อนนี้ Hearts และ Celtic ก็ต้องบุก Fir Park เหมือนกัน

ฤดูกาลนี้ห้ามทำนายเด็ดขาด วันสุดท้ายอาจ helicopter Saturday Goal difference Hearts 31, Celtic 26, Rangers 34

ทั้งสามทีมยิง/เสียในนาทีสุดท้ายรวม 27 นัด Hearts ชนะนาที 94,91,88,87,86 เสมอนาที 83,87 แต่เสียแต้มนาที 90,88 Celtic เก่งเรื่องพลิกนาทีท้าย ชนะนาที 91(2),92,95,96,97 Net gain 14 แต้ม Rangers ยิงนาทีท้ายเยอะแต่เสียด้วย สะท้อนความเปราะบางแบบวันอาทิตย์

รอโมเมนต์สุดระทึกอีกเพียบ ทีมไหนกล้าที่สุด Celtic มีแชมป์เก่าแต่สถานการณ์นี้ใหม่หมด Hearts แสดงให้เห็นว่าศึกแชมป์ยังไม่จบ

  • Scottish Premiership: ศึกดุเดือดสามทีม
  • Celtic: พลิกเกมเก่ง
  • Rangers: ยิงเพียบแต่เปราะ
  • Hearts: กำลังมาแรง

ติดตามศึกแชมป์พรีเมียร์ชิพสกอตแลนด์ต่อไป เพราะ เรนเจอร์สสะดุด ศึกแชมป์ยังพลิกผัน จริงๆ! ความเห็นส่วนตัว Hearts มีลุ้นสุดถ้าคงฟอร์มนี้ได้

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” เตรียมบวชทหารกล้า

ข่าวดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทั้งประเทศ เมื่อ “แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า พลเอกบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพน้อยที่ 2 ได้เดินทางไปยังวัดสวนธรรมปีติ เพื่อกราบนมัสการหลวงปู่ศิลาและรับเครื่องอัฐบริขารสำหรับการบวชพระครั้งนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่าทหารกล้าที่สละชีพปกป้องชาติ ทำให้โซเชียลมีเดียแตกตื่น ผู้คนแห่กันเข้าไปแสดงความยินดีและอนุโมทนาบุญอย่างล้นหลาม

“แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า

เหตุการณ์สุดประทับใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 เพจเฟซบุ๊ก “FC แม่ทัพกุ้ง พลเอกบุญสิน พาดกลาง” ได้โพสต์ภาพและข้อความบรรยายว่า แม่ทัพกุ้งได้เข้ากราบหลวงปู่ศิลาอย่างนอบน้อม รับเครื่องอัฐบริขารจากพระคุณหลวงปู่ เพื่อเตรียมตัวบวช 1 พรรษา ขออำนาจศรัทธาและกุศลผลบุญนำพาชีวิตสู่ความสงบร่มเย็น โดยเฉพาะเพื่อ “แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า ส่งบุญให้ผู้กล้าทุกนายที่ปกป้องแผ่นดินไทย

แม่ทัพกุ้ง เข้ากราบ หลวงปู่ศิลา รับเครื่องอัฐบริขาร
ภาพจากเฟซบุ๊ก FC แม่ทัพกุ้ง พลเอกบุญสิน พาดกลาง

รู้จัก “แม่ทัพกุ้ง” พลเอกบุญสิน พาดกลาง ผู้กล้าหาญหัวใจศรัทธา

พลเอกบุญสิน พาดกลาง หรือที่แฟนๆ รู้จักในนาม “แม่ทัพกุ้ง” เป็นแม่ทัพน้อยที่ 2 ประจำพื้นที่กาฬสินธุ์ ท่านมีชื่อเสียงในด้านความเด็ดขาดในการดูแลความมั่นคงชายแดน และความใกล้ชิดกับประชาชน ชื่อ “แม่ทัพกุ้ง” มาจากความชื่นชอบกุ้งและบุคลิกที่สดใส แต่เบื้องหลังคือผู้นำที่มุ่งมั่นปกป้องชาติ ท่านเคยประกาศความตั้งใจบวชมานาน เพื่อตอบแทนบุญคุณทหารที่เสียสละชีวิต ทำให้การกระทำครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ แต่เป็นการเติมเต็มคำมั่นสัญญา

หลวงปู่ศิลา พระเกจิเมตตา วัดสวนธรรมปีติ

หลวงปู่ศิลา หรือพระศิลา ปัญญาคโม เป็นพระสงฆ์เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ที่มีชื่อเสียงด้านเมตตาและเครื่องอัฐบริขารศักดิ์สิทธิ์ วัดสวนธรรมปีติเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สงบ ผู้ที่มากราบท่านมักได้รับพรและเครื่องราชบรรณาการที่เป็นสิริมงคล การที่ “แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า จึงยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับการบวชครั้งนี้

เหตุผลและความหมายของการบวชอุทิศกุศล

การบวชของแม่ทัพกุ้งไม่ใช่แค่การทดแทนบุญคุณ แต่เป็นการส่งต่อกุศลให้ทหารกล้าที่พลีชีพเพื่ออธิปไตยไทย ท่านต้องการให้ทหารเหล่านั้นได้ไปสู่สุคติ และเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารปัจจุบัน ล่าสุด พลตรีอรรถชัย รักษาศิลป์ รองแม่ทัพน้อยที่ 2 ยืนยันว่า แม่ทัพแจ้งความประสงค์มานาน หลวงปู่ศิลาก็ยินดีร่วมบุญ วันบวชและสถานที่ทางกองทัพจะแจ้งเร็วๆ นี้ คาดว่าพี่น้องประชาชนรักชาติจะมาร่วมจำนวนมาก

  • ระลึกถึงวีรชน: ส่งบุญให้ทหารที่สละชีวิตเพื่อชาติ
  • เป็นแบบอย่าง: แสดงให้เห็นผู้นำที่สมดุลทางโลกและธรรม
  • สร้างความสามัคคี: เชิญชวนทุกคนร่วมอนุโมทนา
  • เมตตาจากหลวงปู่: ผ้าไตรและเครื่องอัฐบริขารเพิ่มสิริมงคล

กระแสในโซเชียลร้อนแรงมาก ผู้คนคอมเมนต์กราบอนุโมทนา ขอพรให้แม่ทัพกุ้งบวชเป็นสุข และบางคนประกาศว่าจะไปร่วมพิธี นี่คือพลังของศรัทธาที่เชื่อมโยงใจคนไทยเข้าด้วยกัน

ในยุคที่โลกวุ่นวาย การกระทำของ “แม่ทัพกุ้ง” เป็นตัวอย่างชั้นเลิศของผู้นำที่ไม่ลืมรากเหง้าและคุณงามความดี มันเตือนใจเราว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด การทำบุญอุทิศส่วนกุศลคือหนทางสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน หากคุณชื่นชอบข่าวสร้างแรงบันดาลใจแบบนี้ อย่าลืมแชร์และแสดงความเห็นด้านล่างว่า คุณจะอนุโมทนาบุญไปด้วยหรือไม่? ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกุศลครั้งยิ่งใหญ่กันเถอะ!

ที่มา – “แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า

รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศไทยอิหร่าน ได้เดินทางถึงรัสเซียและเข้าพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ทันที เพื่อหารือเรื่องสำคัญๆ ที่อาจเปลี่ยนทิศทางของความขัดแย้งในภูมิภาค

รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 นายอับบาส อารักชี เดินทางถึงนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ในฐานะส่วนหนึ่งของทริปการทูตเร่งด่วน ท่ามกลางสงครามที่ลุกลามในตะวันออกกลาง การเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่มีปากีสถานเป็นตัวกลาง ล้มเหลวไปก่อนหน้านี้ ทำให้อารักชีออกมาโทษสหรัฐฯ อย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นต้นเหตุหลัก

“แนวทางของสหรัฐฯ ทำให้การเจรจารอบก่อนไม่บรรลุผล แม้จะมีความคืบหน้า เนื่องจากเรียกร้องเกินขอบเขต” อารักชีกล่าวในการสนทนากับปูติน ก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งเยือนโอมานและปากีสถาน เพื่อสานสัมพันธ์กับชาติพันธมิตร

รัสเซียยืนยันช่วยเหลืออิหร่านเต็มที่

ประธานาธิบดีปูตินตอบโต้ด้วยการยืนยันว่ารัสเซียจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาสันติภาพในตะวันออกกลาง “เราจะทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่ออิหร่านและประชาชนในภูมิภาค เพื่อบรรลุสันติภาพโดยเร็ว” ปูตินกล่าว พร้อมยกย่องความกล้าหาญของชาวอิหร่านที่ต่อสู้เพื่อเอกราช

สำนักข่าว TASS รายงานเพิ่มเติมว่ารัสเซียตั้งใจสานต่อความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับอิหร่านต่อไป ซึ่งเป็นสัญญาณบวกท่ามกลางแรงกดดันจากตะวันตก

เบื้องหลังการเจรจาที่ล้มเหลว

การเจรจารอบล่าสุดที่มีปากีสถานเป็นกลาง ไม่ประสบความสำเร็จ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยกเลิกการส่งผู้แทนไปอิสลามาบัด อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องทางสื่อสารรองดำเนินอยู่ อิหร่านส่งข้อความลายลักษณ์อักษรผ่านปากีสถาน ระบุเส้นตายเรื่องนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การเจรจาอย่างเป็นทางการ

เว็บไซต์ Axios ของสหรัฐฯ รายงานว่า อิหร่านเสนอข้อเสนอใหม่เพื่อยุติสงคราม โดยยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และเลื่อนประเด็นนิวเคลียร์ไปหารือรอบหลัง สำนักข่าว IRNA ของอิหร่านนำเสนอข่าวนี้โดยไม่ปฏิเสธ

  • จุดสำคัญของข้อเสนออิหร่าน: เปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อการเดินเรือเสรี
  • ยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย
  • เลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ไป阶段ถัดไป
  • รักษาสายสัมพันธ์กับรัสเซียและปากีสถาน

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของ geopolitics ในตะวันออกกลาง ที่อิหร่านหันไปพึ่งพารัสเซียมากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงกดดันด้วยมาตรการคว่ำบาตรและการทูต

ผลกระทบต่อภูมิภาคและอนาคตการเจรจา

รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม อาจนำไปสู่การรวมตัวของชาติต่อต้านสหรัฐฯ อย่างรัสเซีย จีน และอิหร่าน ซึ่งจะทำให้สงครามยืดเยื้อ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าหากไม่มีทางออก ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูง และความมั่นคงในอ่าวเปอร์เซียเสี่ยง

ในมุมมองของผู้เขียน การเยือนรัสเซียครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ฉลาดของอิหร่าน ที่ช่วยเสริมสร้างพันธมิตร ท่ามกลางแรงกดดันจากวอชิงตัน หากสหรัฐฯ ไม่ยอมถอย ความขัดแย้งอาจลุกลาม

ติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

แชมเปียนส์ลีกเสี่ยงหลุด! แมนยู สกินเนอร์อนาคต

การลุ้นแชมเปียนส์ลีกเสี่ยงหลุด แมนยู สกินเนอร์กำลังเผชิญอนาคตที่ไม่แน่นอน

การคว้าโควต้าฟุตบอลหญิงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้าตกอยู่ในภาวะวิกฤตสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วมาร์ค สกินเนอร์ ผู้จัดการทีมจะไปต่ออย่างไร?

สกินเนอร์กำลังเผชิญคำถามจากแฟนบอลที่เริ่มไม่พอใจมากขึ้น และยังมีกังวลว่าการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์อาจได้รับผลกระทบ หากพลาดโอกาสลุยยุโรป

ผลเสมอ 0-0 กับท็อตแน่มเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นการเสียหายครั้งใหญ่ ทำให้แมนยูอยู่อันดับ 3 ในตารางวูเมนส์ ซูเปอร์ลีก (WSL) เหลือ 2 นัด

เฉพาะ 3 ทีมหัวตารางเท่านั้นที่ได้สิทธิ์ลุยแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า แต่อาร์เซนอลที่ตามอยู่ 1 คะแนนในอันดับ 4 มีเกมในมืออีก 3 นัด แมนยูยังต้องบุกเชลซีอันดับ 2 ในนัดสุดท้าย (เสาร์ที่ 16 พ.ค.) โดยไม่สามารถควบคุมชะตาชีวิตตัวเองได้

แชมเปียนส์ลีกเสี่ยงหลุด แมนยู สกินเนอร์อนาคตไม่แน่นอน?

สกินเนอร์เพิ่งต่อสัญญาใหม่เมื่อเมษายน 2025 ไปจนถึงปี 2027 พร้อมออปชั่นขยายเพิ่ม แต่ตลอด 5 ปีที่คุมทีม เขาโดนวิจารณ์หนักจากแฟนๆ เรื่องฟอร์มการเล่น การหมุนเวียนตัวผู้เล่นที่ทำให้บางคนย้ายทีม และการไม่ใช้งานนักเตะอะคาเดมี่

อย่างไรก็ตาม เขาพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพสมัยแรกในปี 2024 และฤดูกาลนี้พาไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกในนัดเดบิวต์ยุโรป

สกินเนอร์ต้องรับบทโฆษกให้ทีมหญิงบ่อยๆ ตอบคำถามเรื่องคำพูดของจิม แรตคลิฟฟ์เกี่ยวกับทีม WSL การขาดความทะเยอทะยานจากบอร์ด การเจรจาสัญญา และการจากไปของสตาร์ดัง

ฤดูกาลนี้มีทั้งขึ้นและลง จุดเด่นคือแคมเปญยุโรปที่สโมสรเห็นว่าเป็นก้าวสำคัญ แหล่งข่าวภายในยืนยันว่าไม่มี讨论เรื่องอนาคตสกินเนอร์ สโมสรพอใจกับผลงานโดยรวมภายใต้ทรัพยากรที่มี

ปัญหาความลึกของทีมส่งผลต่อผลงานครึ่งหลังฤดูกาล การแก้ไม่ทันในเดือนมกราคมทำให้สกินเนอร์ลำบากในการคุมหลายรายการ

เป้าหมายเริ่มฤดูกาลคือท็อป 3 WSL ลุ้งยุโรป และแชมป์รายการในประเทศ ลีกฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐาน การพลาดแชมเปียนส์ลีกเสี่ยงหลุด แมนยู สกินเนอร์ จะเป็นความผิดหวังใหญ่

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สโมสรแบน The Athletic จากการถามคำถามหลังเกมเสมอท็อตแน่ม เพิ่มแรงกดดัน แต่ตำแหน่งสกินเนอร์น่าจะปลอดภัยเพราะทำสำเร็จในลีกคัพไฟนอลและยุโรป

ฟอร์มแมนยูภายใต้สกินเนอร์เป็นอย่างไร

ความไม่พอใจของแฟนๆ มาจากฟอร์มกับทีมท็อป WSL มากกว่าผลการแข่ง เริ่มต้นเสมออาร์เซนอลและเชลซี ก่อนท็อป 7 นัดไม่แพ้ ก่อนแพ้วิลล่าและซิตี้

แพ้ 3-0 ซิตี้ ไม่มีช็อตออน 60% การครองบอล คล้ายเกมที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด

แพ้ลีกคัพไฟนอล 0-2 เชลซี 15 ช็อตแต่ไม่คมพอ

ถูกกล่าวหาว่าทีมไม่กล้าเล่นบอลครองกับท็อป 3 ยิงได้แค่ 6 ประตูจาก 9 เกมกับเชลซี แต่แข็งแกร่งขึ้น

เสียประตูมากสุดกับเชลซี(26) ซิตี้(21) อาร์เซนอล(15) แต่เสถียร ไม่เสียแต้มจาก領先 และคัมแบ็ค 8 แต้ม

ผู้รักษาประตู Phallon Tullis-Joyce เซฟคลีนชีต 7 นัด เซฟ% 77.1% แนวรับ Maya Le Tissier และ Dominique Janssen ส่งบอลท็อป 5

แมนยูสมควรท็อป 3 หรือไม่

แชมเปียนส์ลีกเสี่ยงหลุด แมนยู สกินเนอร์ มี underachieve หรือไม่? ท็อป 3 คือฐาน และควรลุ้นแชมป์ WSL

แต่คู่แข่งคืออาร์เซนอล เชลซี ซิตี้ ลิเวอร์พูลที่เคยชนะลีก เชลซี 6 สมัยติด

ก่อนอันดับ 2 ปี 2023 ไม่มีทีมอื่นท็อป 3 มานาน 8 ปี ฤดูกาลนี้ต้องแย่งกับยักษ์ใหญ่

ทีมหญิงแมนยูตั้ง 2018 ยังไล่ตาม การสร้างทีมยังไม่ดีพอ แรตคลิฟฟ์ทำให้ดูไม่ใช่ลำดับความสำคัญ

บาดเจ็บและโปรแกรมแน่นครึ่งหลังส่งผลร้าย หากได้งบเสริมทัพซัมเมอร์ สกินเนอร์ไม่มีข้ออ้าง

ติดตามข่าวฟุตบอลหญิงและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา เพื่อไม่พลาดอัพเดทล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รวบแล้ว 2 ชายชาวจีน สวมไอ้โม่งบุกชิงทองโคราช

รวบแล้ว 2 ชายชาวจีน สวมไอ้โม่งบุกชิงทองที่โคราช ก่อนซิ่งรถหนีเข้ากรุงเทพฯ เป็นข่าวร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ร้านทองในหมู่บ้านด่านเกวียน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา คนร้าย 2 คนลงมืออย่างดุเดือด สวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า พกปืนสั้นและค้อนทุบตู้โชว์กระจกแตก กวาดทองไปกว่า 30 วง มูลค่า 380,000 บาท ก่อนขับรถเก๋งโตโยต้าสีขาวหลบหนี

รวบแล้ว 2 ชายชาวจีน สวมไอ้โม่งบุกชิงทองที่โคราช ก่อนซิ่งรถหนีเข้ากรุงเทพฯ

หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.โชคชัย ประสานงานกับชุดสืบสวนภาค 3 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ติดตามตัวคนร้ายอย่างไม่ลดละ กล้องวงจรปิดช่วยสำคัญมาก เผยทะเบียนรถและเส้นทางหลบหนีจากโคราช มุ่งตรงสู่กรุงเทพฯ ผ่านอยุธยา จนมาถึงย่านประเวศ

เวลา 18.30 น. ของวันเดียวกัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นำทีมชุดสืบสวนนครบาล 4,5 และ สน.ประเวศ ร่วมจับกุมผู้ต้องหาได้ที่จุดเช่ารถในซอยสุขุมวิท 77 ผู้ต้องหาคือ นายซู จินเทา อายุ 27 ปี และ นายซอง ฮาวหลง อายุ 19 ปี ทั้งคู่ชาวจีน พร้อมของกลางแหวนทองกว่า 30 วงในกล่อง

ขั้นตอนการจับกุมรวบแล้ว 2 ชายชาวจีน สวมไอ้โม่งบุกชิงทองที่โคราช

พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.ประเวศ เผยว่า ผู้ต้องหาเช่ารถจากเต็นต์ในพื้นที่ประเวศก่อนก่อเหตุ หลังชิงทองก็ใช้รถคันนี้หนี ตำรวจตรวจกล้อง CCTV ได้ทะเบียน สั่งสกัดจับตั้งแต่อยุธยา สุดท้ายประสาน สน.ประเวศ สายตรวจไปดักที่เต็นต์ ยื้อเวลาให้เจ้าของเต็นต์ช่วย จนคนร้ายนำรถมาคืนและถูกจับคาหนังคาเข้ากับของกลางทองในถุง

  • เวลา 10:10 น. – เกิดเหตุชิงทองที่ด่านเกวียน โคราช
  • ขับรถหนีผ่านอยุธยา มุ่งกรุงเทพฯ
  • 18:30 น. – จับกุมที่ซอยสุขุมวิท 77 ประเวศ
  • พบของกลางทอง 30 วง มูลค่า 380,000 บาท

เบื้องต้น ผู้ต้องหาเข้ามาท่องเที่ยวไทย มีแฟนเป็นคนไทย แต่เงินหมดเลยลงมือชิงทอง ชุดสืบสวนนครราชสีมากำลังเดินทางมารับตัวเพื่อสอบสวนและดำเนินคดีที่ สภ.โชคชัย

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของตำรวจไทย ที่ประสานงานกันทุกภาคส่วน ใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดช่วยสืบสวน ทำให้จับคนร้ายได้ในวันเดียวกัน ผู้ประกอบการร้านทองและประชาชนในพื้นที่โคราชโล่งใจมาก

เพื่อป้องกันเหตุแบบนี้ในอนาคต ร้านทองควรติดตั้งกล้อง CCTV คุณภาพสูง ระบบปุ่มฉุกเฉิน และประสานงานกับตำรวจท้องที่เสมอ ประชาชนด้วยควรระวังนักท่องเที่ยวที่ดูน่าสงสัย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลอย่างด่านเกวียน

รวบแล้ว 2 ชายชาวจีน สวมไอ้โม่งบุกชิงทองที่โคราช ก่อนซิ่งรถหนีเข้ากรุงเทพฯ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานตำรวจไทย คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – รวบแล้ว 2 ชายชาวจีน สวมไอ้โม่งบุกชิงทองที่โคราช ก่อนซิ่งรถหนีเข้ากรุงเทพฯ

4 วิธีแก้ไทม์เอาต์ยุทธวิธีฟุตบอล

4 วิธีแก้ไทม์เอาต์ยุทธวิธีฟุตบอล

ในนัดรองชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ระหว่างเชลซีกับลีดส์ ยูไนเต็ด ผู้รักษาประตูเชลซี โรเบิร์ต ซานเชซ ค่อยๆ นั่งลงบนพื้นหญ้าที่เวมบลีย์ แล้วสัญญาณเรียกทีมแพทย์ ผู้ตัดสินจาร์เรด กิลเล็ตต์เป่านกหวีดให้ทีมแพทย์เข้าไปเช็ค

ทันใดนั้น นักเตะเชลซีทั้ง 10 คนที่เหลือ (ไม่รวมผู้รักษาประตู) รีบวิ่งไปยังโซนเทคนิคเพื่อรับคำสั่งจากโค้ช นี่คือวิธีที่โค้ชใช้เพื่อรวมทีมหรือขัดจังหวะคู่ต่อสู้ เสียงโห่ดังก้องจากแฟนลีดส์ที่รู้ดีถึงกลยุทธ์น่ารำคาญนี้ กัปตันลีดส์อย่างเอธาน อัมพาดู ถึงกับพยายามแทรกเข้าไปฟังทีมทอล์คของเชลซี!

กรรมการทำอะไรไม่ได้เลย เพราะไม่สามารถกล่าวหาว่านักเตะแกล้งบาดเจ็บได้ ถ้าพิสูจน์แล้วว่าจริงก็เดือดร้อนใหญ่ สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในฟุตบอลสมัยใหม่ โดยเฉพาะไทม์เอาต์ยุทธวิธีฟุตบอลที่ผู้รักษาประตูเป็นตัวเอก

ไทม์เอาต์ยุทธวิธีฟุตบอลคืออะไร

เดิมที นักเตะนอกกรอบจะเป็นคนล้มเพื่อหยุดเกม แต่ตอนนี้กลายเป็นผู้รักษาประตูซะส่วนใหญ่ เหตุผลหลักคือ 2 ประการ: ขัดจังหวะโมเมนตัมของคู่ต่อสู้ หรือให้โค้ชสั่งการทีม สองอย่างรวมกันก็มี

ฟุตบอลอังกฤษเคยแก้ด้วยกฎให้นักเตะที่รับการรักษาออกจากสนาม 30 วินาที มีผลบ้าง แต่โค้ชแค่เปลี่ยนมาใช้ผู้รักษาประตูแทน เพราะทีมขาดผู้รักษาประตูไม่ได้ กลายเป็นวิธีที่เสี่ยงต่ำสุด

ผู้ตัดสินตรวจสอบไม่ได้ถ้าไม่ชัวร์ว่านักเตะแกล้ง กลายเป็นลูปนรก: ผู้รักษาล้ม → นักเตะไปรวมที่โซนเทคนิค → ได้ยินคำสั่งเสร็จ → ลุกขึ้นปุ๊บ! ตัวอย่างชัดๆ ในนัดลีดส์บุกนำแมนฯ ซิตี้ เดอะนาร์มันนา ล้มลงตอนลีดส์กำลังรุ่ง แดเนียล ฟาร์เก้กล่าวหาว่าแกล้งเพื่อบิดกฎ

ปัญหาไทม์เอาต์ยุทธวิธีฟุตบอลนี้ไม่ใช่แค่ลีดส์ แต่เกิดทุกทุกระดับ โดยเฉพาะฟุตบอลหญิง

ปัญหาของไทม์เอาต์ยุทธวิธีฟุตบอล

มันทำลายความไหลลื่นของเกม แฟนๆ หงุดหงิด โค้ชฉลาดใช้ประโยชน์เต็มที่ ถ้าทีมกำลังโดนรุกหนักหรือเพิ่งเสียคนแดง ก็เรียกไทม์เอาต์แบบนี้ได้เลย

Ifab กำลังทำอะไรกับไทม์เอาต์ยุทธวิธีฟุตบอล

Ifab ช้าไปหน่อย แต่ได้หารือยาวๆ ตั้งแต่ปีก่อน และปรับกฎฤดูกาลหน้าหลายอย่าง เช่น ลิมิตเวลาเตะมุม โยนเข้าปาก แต่ยังตกลงวิธีแก้ไทม์เอาต์ยุทธวิธีฟุตบอลไม่ได้

แทนที่จะเปลี่ยนกฎทันที ลีกต่างๆ จะทดลองในฤดูกาล 2026-27 วีเมนส์ ซูเปอร์ลีกสมัครทดลองแล้ว Ifab จะประเมินผลเดือนมี.ค. ปีหน้า แล้วค่อยเลือกวิธีที่ดีที่สุด

การทดลองที่ 1: ส่งนักเตะนอกกรอบออกนอกสนาม 1 นาที

ต่อยอดกฎใหม่ที่นักเตะบาดเจ็บต้องออก 1 นาที ถ้าผู้รักษาล้ม → ส่งนักเตะนอกอีกคนออก 1 นาที (กัปตันหรือเลือกโดยโค้ช) ช่วยให้สอดคล้องกฎ แต่บางคนบอกว่ายังไม่รุนแรงพอ โค้ชอาจเสี่ยงเพื่อได้คุยทีม

การทดลองที่ 2: เพิ่มเวลาเป็น 2 นาที

เหมือนข้อ 1 แต่ยาวเป็น 2 นาที เพิ่มเดสติเนตให้โค้ชคิดหนัก แต่ฝ่ายตรงข้ามกลัวว่าอาจทำให้ผู้รักษ่าบาดเจ็บจริงไม่กล้าเรียกหมอ

การทดลองที่ 3: ห้ามนักเตะเข้าใกล้โซนเทคนิค

NWSL ในอเมริกาเริ่มก่อน ถ้าผู้รักษาล้ม นักเตะต้องอยู่ที่เดิมหรือรวมกันกลางสนาม ห้ามไปโซนเทคนิค มิฉะนั้นโดนลงโทษ แต่ยังไม่หยุดการล้มเพื่อขัดจังหวะ

การทดลองที่ 4: โมเดลผสม

รวม 1+3: ห้ามไปโซน + ส่งนักเตะนอกออก 1 นาที น่าจะแก้ปัญหาหลักได้ดีที่สุด

คุณคิดว่าวิธีไหนเวิร์คสุดสำหรับไทม์เอาต์ยุทธวิธีฟุตบอล? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ แล้วติดตามอัพเดทกฎฟุตบอลใหม่ๆ กับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“อัครนันท์” รมช.ศธ. มอบทุนบุตร 2 คน เหยื่อยิงกราดอยุธยา จบ ม.6

ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทย เมื่อเกิดเหตุกราดยิงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย รวมถึงครูปภัสรา เรืองฤทธิ์ ข้าราชการครูโรงเรียนสุคันธาราม ที่จากไปอย่างกะทันหัน ท่ามกลางความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวและชุมชนการศึกษา ล่าสุดมีข่าวดีที่อบอุ่นหัวใจ เมื่อ“อัครนันท์” รมช.ศธ. มอบทุนบุตร 2 คน เหยื่อยิงกราดอยุธยา ให้เรียนจนจบ ม.6 เพื่อช่วยเหลืออนาคตของเด็กๆ ที่ต้องเผชิญชะตากรรมสุดโหดร้าย

“อัครนันท์” รมช.ศธ. มอบทุนบุตร 2 คน เหยื่อยิงกราดอยุธยา ให้เรียนจนจบ ม.6

วันที่ 27 เมษายน 2569 ณ วัดราษฎร์บำรุงหนองปลาดุก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพของครูปภัสรา ซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อของเหตุกราดยิงที่สร้างความโศกเศร้าให้กับทุกคน

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความเศร้าโศก มีผู้บริหาร คณะทำงาน ครอบครัว ญาติมิตร เพื่อนครู ลูกศิษย์ และประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก เพื่อส่งดวงวิญญาณของครูผู้ทุ่มเทให้กับการศึกษา นายอัครนันท์ได้เข้าไปพูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย โดยยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดูแลอย่างเต็มที่

รายละเอียดทุนการศึกษาจาก “อัครนันท์” รมช.ศธ. มอบทุนบุตร 2 คน เหยื่อยิงกราดอยุธยา

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือ ในนามส่วนตัว นายอัครนันท์ประกาศมอบทุนการศึกษาให้บุตรทั้ง 2 คนของครูปภัสรา คนละ 10,000 บาทต่อปี ต่อเนื่องจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อแบ่งเบาภาระและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กๆ ที่สูญเสียมารดาไปอย่างไม่มีวันกลับ

  • ทุนคนละ 10,000 บาท/ปี
  • ครอบคลุมจนจบ ม.6
  • ช่วยเหลือครอบครัวเรืองฤทธิ์โดยตรง
  • แสดงถึงความรับผิดชอบต่อบุคลากรการศึกษา

นายอัครนันท์กล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า การจากไปของครูปภัสราไม่ใช่แค่ความสูญเสียของครอบครัว แต่เป็นการสูญเสียบุคลากรคุณภาพของกระทรวงศึกษาธิการ ครูปภัสราเป็นครูที่มุ่งมั่น ทุ่มเท มีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างเต็มเปี่ยม

เหตุการณ์กราดยิงอยุธยาและบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ

เหตุกราดยิงที่อยุธยาเมื่อไม่นานมานี้ สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและจิตใจให้กับสังคม โดยครูปภัสราเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่ปฏิบัติหน้าที่จนวาระสุดท้าย กระทรวงศึกษาธิการได้แสดงความรับผิดชอบผ่านการช่วยเหลือครอบครัว รวมถึงการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าร่วมงานสำคัญ เช่น ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และคุณปารมี ไวจงเจริญ ที่มาร่วมไว้อาลัย แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในวงการศึกษา

ความสำคัญของการสนับสนุนการศึกษาหลังโศกนาฏกรรม

การมอบทุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยด้านการเงิน แต่ยังเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ก้าวต่อไป การศึกษาคือกุญแจสู่อนาคต โดยเฉพาะเด็กกำพร้าที่ต้องเผชิญอุปสรรคหนักหน่วง สังคมควรเลียนแบบการกระทำดีๆ แบบนี้ เพื่อสร้างประเทศไทยที่เข้มแข็ง

สุดท้ายแล้ว “อัครนันท์” รมช.ศธ. มอบทุนบุตร 2 คน เหยื่อยิงกราดอยุธยา ให้เรียนจนจบ ม.6 เป็นตัวอย่างของผู้นำที่ใกล้ชิดประชาชนและใส่ใจการศึกษา หากคุณชื่นชอบข่าวสารการศึกษาและการช่วยเหลือสังคม แชร์บทความนี้เพื่อเผยแพร่ความดี และติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อข่าวอัปเดตเพิ่มเติม

ที่มา – “อัครนันท์” รมช.ศธ. มอบทุนบุตร 2 คน เหยื่อยิงกราดอยุธยา ให้เรียนจนจบ ม.6

โรม-ศุภโชติตรวจคลังน้ำมันเสี่ยตือ พบตุนตั้งแต่ปี 2564

โรม-ศุภโชติตรวจคลังน้ำมันเสี่ยตือ พบตุนตั้งแต่ปี 2564

ในวันที่ 27 เมษายน 2569 “โรม-ศุภโชติ” ร่วมคณะตรวจคลังน้ำมัน “เสี่ยตือ” ที่เพชรบุรี พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2564 ถังที่ควรปิดตายน่าสงสัยถูกแกะซีลออก สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและพลังงานไทยเป็นอย่างมาก กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จนได้รับเชิญให้ร่วมตรวจสอบคลังน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับเสี่ยตือ ซึ่งถูกสงสัยว่าเป็นตัวการใหญ่ในการกักตุนน้ำมัน

“โรม-ศุภโชติ” ร่วมคณะตรวจคลังน้ำมัน “เสี่ยตือ” ที่เพชรบุรี พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2564

การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นที่คลังน้ำมันและโรงกลั่นในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกัน ถือครองโดยสองนิติบุคคล แต่เคยอยู่ภายใต้นิติบุคคลเดียวกันของเสี่ยตือมาก่อน โดยเสี่ยตือขายคลังน้ำมันส่วนหนึ่งให้บริษัทบางจากในราคา 9,000 ล้านบาท แต่ยังคงถือครองโรงกลั่นและคลังน้ำมัน 17 ถังขนาดใหญ่สุด 64 ล้านลิตร นายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่าพื้นที่นี้สร้างเสร็จปี 2562 แต่หยุดทำงานปี 2564 โดยมีน้ำมันค้าง 5 ล้านลิตร ไม่นำออกขายทั้งที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงจากวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครนและตะวันออกกลาง

โรม-ศุภโชติตรวจคลังน้ำมันเสี่ยตือ

ข้อสงสัยเรื่องซีลถังน้ำมันและช่องโหว่ระบบตรวจสอบ

ประเด็นน่าสนใจคือถังน้ำมันที่อ้างว่าปิดตายและไม่ได้ใช้ แต่จากการตรวจพบซีลใหม่ที่น่าสงสัย แม้แต่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ร่วมตรวจยังไม่แน่ใจว่าเป็นซีลจริงหรือไม่ เนื่องจากคลังนี้เป็นเขตปลอดภาษี กรมศุลกากรเป็นผู้ดูแลหลัก ไม่ใช่กรมธุรกิจพลังงาน นายศุภโชติชี้ว่าช่องโหว่เกิดจากการกระจัดกระจายของหน่วยงาน เช่น คลังในเขตปลอดภาษีดูแลโดยกรมศุลกากร คลังในประเทศโดยกรมสรรพสามิต และการตรวจสอบเป็นแบบสุ่ม ไม่มีระบบรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ “โรม-ศุภโชติ” ร่วมคณะตรวจคลังน้ำมัน “เสี่ยตือ” ที่เพชรบุรี พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2564 ยังเผยให้เห็นปัญหาการกักตุนน้ำมันที่อาจกระทบประชาชนในช่วงราคาน้ำมันแพง สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วประเทศ การตรวจครั้งนี้เป็นก้าวแรกในการเปิดโปง แต่ต้องเร่งหาตัวผู้กระทำผิดและลงโทษอย่างเด็ดขาด

ภาพตรวจสอบคลังน้ำมันเสี่ยตือ
ถังน้ำมันน่าสงสัย
การตรวจสอบโดยโรม-ศุภโชติ
คลังน้ำมันเพชรบุรี

กรณี “โรม-ศุภโชติ” ร่วมคณะตรวจคลังน้ำมัน “เสี่ยตือ” ที่เพชรบุรี พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2564 ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูประบบตรวจสอบคลังน้ำมันใหม่ทั้งระบบ ด้วยการลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อติดตามปริมาณน้ำมันแบบเรียลไทม์ ลดช่องโหว่จากหน่วยงานกระจัดกระจาย และเพิ่มการตรวจสอบสุ่มอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องสิทธิประชาชนไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากพฤติกรรมกักตุน

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ ติดตามข่าวการเมืองและพลังงานเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัพเดทล่าสุด

ที่มา – “โรม-ศุภโชติ” ร่วมคณะตรวจคลังน้ำมัน “เสี่ยตือ” ที่เพชรบุรี พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2564