วัน: 27 เมษายน 2026

“บรรณพจน์” เผย “ทักษิณ” โอเคดี ยื่นบ้านจันทร์ส่องหล้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีอัพเดทข่าวร้อนที่หลายคนรอคอย นั่นคือ “บรรณพจน์” เผย “ทักษิณ” โอเคดี ทนายความยังยืนยันว่าสุขภาพโดยรวมดี ไม่มีอะไรน่าห่วง และที่สำคัญคือได้ยื่น “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เป็นสถานที่พักโทษคุมประพฤติแล้ว เรื่องนี้กำลังเป็นกระแสในโซเชียลและสื่อต่างๆ มาดูรายละเอียดกันเลย

“บรรณพจน์” เผย “ทักษิณ” โอเคดี หลังเยี่ยมที่เรือนจำคลองเปรม

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 09.50 น. นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นพี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความคู่ใจร่วมเดินทางด้วย ปัจจุบันทักษิณถูกคุมขังมาแล้ว 7 เดือน 18 วัน บริเวณหน้าเรือนจำยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรตามกำหนดวันจันทร์และพฤหัสบดี

หลังเยี่ยมเพียง 15 นาที นายบรรณพจน์ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ท่านทักษิณโอเคดีครับ แต่ขอให้สอบถามรายละเอียดจากทนายวิญญัติแทน ส่วนทนายวิญญัติเล่าว่า เมื่อ 23 เม.ย. ลูกหลานได้เข้าเยี่ยมใกล้ชิด สวมกอดไหว้ขอพรกันอย่างอบอุ่น เพราะไม่ได้เจอกันนานหลายเดือน ขอบคุณเรือนจำที่ให้โอกาสนี้แก่ผู้ต้องขังทุกคน

บรรณพจน์ ดามาพงศ์ เยี่ยมทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำคลองเปรม

ทนายวิญญัติยืนยันสุขภาพดี ยื่นบ้านจันทร์ส่องหล้าพักโทษ

ทนายวิญญัติแจงว่าสุขภาพทักษิณปกติ มีโรคประจำตัวแต่ดูแลตัวเองดี รับประทานยาต่อเนื่อง ไม่มีอาการโคม่าหรือที่น่ากังวล สุขภาพจิตใจก็ดีเยี่ยม วันที่ 23 เม.ย. เป็นครั้งสุดท้ายที่เยี่ยมใกล้ชิด ซึ่งเป็นโอกาสดีมาก

สำหรับกระแสพักโทษ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์มีมติแล้วว่าทักษิณผ่านเกณฑ์ รอคณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรมประชุม 29 เม.ย. ทนายวิญญัติขอให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง เชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ทุกคนเป็นห่วงเพราะผู้ต้องขังจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่กำลังทำหน้าที่

ที่พักโทษคุมประพฤติยังยื่น “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เหมือนเดิม หากผ่านเกณฑ์ ส่วนเรื่องไม่ต้องติดกำไล EM เพราะอายุเกิน 70 ปี ทนายไม่ทราบ รอผลอย่างเป็นทางการ รายงานระบุว่าหากอนุมัติ จะปล่อยเช้า 11 พ.ค. 2569 คุมประพฤติ 4 เดือน จนพ้นโทษสมบูรณ์ 9 ก.ย. 2569

กระบวนการพักโทษตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 พิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น:

  • พฤติการณ์คดีและประวัติการกระทำผิด
  • ระยะเวลาคุมประพฤติ
  • ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ
  • พฤติกรรมในเรือนจำที่น่าเชื่อว่าจะกลับตัวเป็นคนดี
  • ผลกระทบต่อความปลอดภัยสังคม
  • การแก้ไขฟื้นฟูพฤตินิสัยตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562

หลังอนุมัติ จะแจ้งเรือนจำ พนักงานคุมประพฤติ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทันที

ข่าวนี้สร้างความหวังให้ครอบครัวและผู้สนับสนุนจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมทำงานตามกฎหมาย ทักษิณวัย 76 ปี มีสุขภาพต้องดูแลพิเศษ ทำให้เข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัย

ในมุมมองของผม เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของกระบวนการที่โปร่งใส หากทักษิณได้รับพักโทษ จะช่วยให้เขาได้ดูแลสุขภาพกับครอบครัวต่อไป คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ ติดตามอัพเดทข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “บรรณพจน์” เผย “ทักษิณ” โอเคดี ทนายเผยยื่นบ้านจันทร์ส่องหล้า ที่พักโทษคุมประพฤติ

สำนักงานสลากฯ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการพัฒนายั่งยืน

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่รู้จักกันในชื่อสำนักงานสลากฯ ได้เปิดเวทีสำคัญที่เรียกว่า สำนักงานสลากฯ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการพัฒนายั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่งานสัมมนาธรรมดา แต่เป็นการผนึกกำลังเพื่อให้ธุรกิจสลากเดินหน้าอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและยั่งยืนในระยะยาว

สำนักงานสลากฯ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการพัฒนายั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Relations Enhancement) ประจำปี 2569 ณ ราชพฤกษ์คลับนอร์ธปาร์ค กรุงเทพฯ บรรยากาศคึกคักมาก มีผู้เข้าร่วมจากทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า คู่ความร่วมมือ บุคลากร สื่อมวลชน ผู้ส่งมอบ หน่วยงานกำกับดูแล สังคมชุมชน และส่วนราชการอื่นๆ มาร่วมกันอย่างล้นหลาม

วัตถุประสงค์หลักของงานนี้คือการสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับบทบาทของสำนักงานสลากฯ โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เข้าร่วมงาน

  • ลูกค้าและคู่ค้า: กลุ่มหลักที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจสลากให้เติบโต
  • บุคลากรและสื่อมวลชน: ผู้ที่ช่วยสื่อสารและสนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้อง
  • หน่วยงานกำกับดูแลและชุมชน: ดูแลให้การดำเนินงานสอดคล้องกับกฎหมายและประโยชน์สังคม
  • คู่ความร่วมมือ: พันธมิตรที่ช่วยเสริมศักยภาพองค์กร

หัวข้อบรรยายที่โดดเด่นในงาน

ผู้บริหารสำนักงานฯ ได้บรรยายเรื่อง “การดำเนินธุรกิจสลากที่แสดงความรับผิดชอบ (Responsible Gaming)” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ธุรกิจสลากเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยไม่ละเลยความรับผิดชอบต่อสังคม สำนักงานสลากฯ มุ่งมั่นที่จะได้รับการรับรองมาตรฐาน Certificate of Accreditation Responsible Gaming Framework จากสมาคมสลากกินแบ่งโลก (World Lottery Association: WLA) ในระดับที่ 3 ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

นอกจากนี้ ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อต่างๆ เช่น การบริการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามแนวทาง AA1000 SES และการสนับสนุนบทบาทคุณค่าของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทำให้ได้ไอเดียใหม่ๆ มากมายที่นำไปปรับใช้ได้จริง

กิจกรรมนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานสลากฯ ในฐานะองค์กรที่ใส่ใจสังคม โดยเฉพาะในยุคที่การพนันต้องควบคุมอย่างเข้มงวด Responsible Gaming ไม่ใช่แค่คำสัญญา แต่เป็นการปฏิบัติจริง เช่น การส่งเสริมการเล่นอย่างมีสติ การป้องกันปัญหาการติดพนัน และการกระจายรายได้สู่สาธารณะประโยชน์ นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ทำให้การตัดสินใจในอนาคตมีมุมมองที่ครอบคลุมมากขึ้น

ที่น่าสนใจคือ สำนักงานสลากฯ วางแผนจัดงาน สำนักงานสลากฯ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการพัฒนายั่งยืน อีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2569 หากคุณสนใจ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.glo.or.th, Facebook Fanpage สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และ LINE Official GLO Lottery

ในมุมมองของผม การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบบนี้คือกุญแจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ธุรกิจสลากจะไม่ใช่แค่สร้างรายได้ แต่ยังสร้างสังคมที่ดีขึ้นได้ ลองติดตามและมีส่วนร่วมในครั้งต่อไปนะครับ จะได้ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวหน้า!

ที่มา – สำนักงานสลากฯ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการพัฒนายั่งยืน

“พิพัฒน์” แจง ยังไม่ลดค่าทางด่วน 50 บาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ และผู้ใช้ทางด่วนทั่วประเทศที่กำลังรอคอยข่าวดีเรื่อง “พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาท วันนี้เรามีอัพเดทล่าสุดจากปากรัฐมนตรีคมนาคมเองเลยนะครับ เรื่องนี้กลายเป็นกระแสฮือฮาเพราะหลายคนหวังว่าจะได้ลดภาระค่าผ่านทางที่แพงหูฉี่ในแต่ละวัน แต่เอาเข้าจริงยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ มาฟังรายละเอียดกันเลย

“พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย ถามเอาข่าวมาจากไหน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 เมษายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างชัดเจน ถึงแนวคิดนโยบายลดค่าทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ให้เหลือไม่เกิน 50 บาทตลอดสายทุกเส้นทาง โดยย้ำหนักแน่นว่า ขณะนี้ยังไม่ดำเนินการ ยังไม่มีอะไรเลย แถมยังหันไปถามสื่อมวลชนกลับว่า “เอาข่าวมาจากไหน ใครเอาข่าวมาพูด ตนไม่รู้ และยังไม่ทราบเลย” ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนข่าวลือที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงข่าวที่ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจในวันนั้น นายพิพัฒน์ก็ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่อง ส่วนการลงพื้นที่ติดตามโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ก็ต้องขอหารือวิธีระดมความคิดเห็นก่อน และย้ำอีกครั้งว่ายังไม่มีการทำประชาพิจารณ์ใดๆ เลยครับ

สถานการณ์ค่าทางด่วนปัจจุบันเป็นอย่างไร

ก่อนอื่นเรามาดูภาพรวมค่าทางด่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกันก่อนนะครับ ปัจจุบันค่าผ่านทางด่วนของ กทพ. มีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับเส้นทางและระยะทาง เช่น

  • ทางด่วนบรมราชชนนี-วงแหวนตะวันตก: สูงสุด 110 บาท
  • ทางด่วนเฉลิมมหานคร (วงแหวนรอบนอก): 80-100 บาท
  • ทางด่วนศรีรัช-นั่งเก้าอี้: เริ่มต้น 40 บาท แต่สะสมได้แพง
  • ทางด่วนกาญจนาภิเษร: เฉลี่ย 60-70 บาทต่อเที่ยว

หลายคนใช้ทางด่วนวันละ 2-3 เที่ยว ค่าใช้จ่ายรวมเกิน 200 บาทต่อวันสบายๆ โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่ต้องฝ่ารถติด ถ้านโยบายลดเหลือไม่เกิน 50 บาทตลอดสายจริง คงช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้มหาศาล แต่ตอนนี้ “พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาท แบบนี้ต้องรอต่อไป

ทำไมนโยบายนี้ถึงเป็นกระแส

กระแสเรื่องนี้มาจากความเดือดร้อนของประชาชนที่สะสมมานาน ค่าทางด่วนปรับขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงโควิดและน้ำมันแพง รัฐบาลชุดก่อนเคยมีนโยบายช่วยเหลือ เช่น ลดค่าบัตรประชาชน แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกเส้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ อย่างรถไฟฟ้าและทางด่วนใหม่ที่ กทพ. กำลังขยาย หากลดค่าอาจกระทบรายได้ที่ต้องเอาไปชำระหนี้สิน ซึ่งเป็นเหตุผลที่รัฐมนตรีต้องชั่งใจให้ดี

ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ที่กล่าวถึง เป็นแผนเชื่อมทางรถไฟ-เรือ-รถบรรทุกจากชุมพร-นครศรีธรรมราช เพื่อลดการขนส่งทางทะเลไปสิงคโปร์ ซึ่งนายพิพัฒน์เน้นต้องทำประชาพิจารณ์ก่อน ไม่อยากให้เป็นข่าวลือแบบนี้อีก

ความเห็นจากผู้ใช้ทางด่วน

จากโซเชียลมีเดีย หลายคนแสดงความเห็นหลากหลาย บางคนผิดหวัง บางคนเข้าใจว่ารัฐต้องคำนวณงบประมาณให้รอบคอบ ถ้าลดแบบกะทันหัน อาจกระทบบริการหรือความปลอดภัย เราคิดว่านี่เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังฟังเสียงประชาชน แต่ต้องใช้เวลา

สรุปแล้ว “พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาท ยังไม่มีแวว แต่เราควรติดตามการประชาพิจารณ์ที่กำลังจะมา มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายดีๆ ในอนาคต สิ่งที่เราทำได้คือแสดงความเห็นผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ เพื่อให้รัฐรับรู้ปัญหาจริงๆ

คำแนะนำจากเรา: ในระหว่างรอ ลองใช้แอป M-Pass หรือบัตร Easy Pass เพื่อสะสมแต้มลดราคา และวางแผนเส้นทางหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์บอกเราด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่ใช้ทางด่วนประจำได้อ่านด้วย!

นอกจากนี้ ถ้าคุณอยากประหยัดจริงๆ ลองพิจารณารถสาธารณะอย่าง BTS หรือ MRT ที่กำลังขยายเส้นทาง มันอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในระยะยาว

ที่มา – “พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย ถามเอาข่าวมาจากไหน

“จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าฮอตฮิตที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียกันดีกว่า นั่นคือกรณี “จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งกลายเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ดังอย่างเบิร์ด วันว่างๆ หลังจากคลิปเล่นน้ำสงกรานต์ที่พระประแดงกลายเป็นเรื่องใหญ่โต

“จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์

ทุกอย่างเริ่มต้นจากคลิปวิดีโอที่เบิร์ด วันว่างๆ โพสต์ลงแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเขาเอาผงยาแนวของบริษัทจระเข้มาผสมน้ำเพื่อเล่นสงกรานต์กันแบบมันส์ๆ ที่พระประแดง คลิปนี้ดูสนุกสนานแต่กลายเป็นดราม่าทันทีเมื่อชาวเน็ตตั้งคำถามว่า “ผงยาแนวที่ใช้ยาแนวกระเบื้องนี่เหมาะจะเอามาเล่นน้ำหรอ?” หลายคนกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะผงนี้ไม่ใช่แป้งเด็กหรือสารที่กินได้ แถมยังอาจมีสารเคมีที่อันตรายหากสัมผัสผิวหนังหรือกินเข้าไป

หลังจากดราม่าลุกลาม เบิร์ดก็รีบออกมาขอโทษแบบก้มกราบ พร้อมโชว์ผสมผงยาแนวกับน้ำแล้วดื่มลงคอเพื่อพิสูจน์ว่า “มันคือแป้งธรรมดา ไม่มีพิษ” แต่ชาวเน็ตบางส่วนก็ยังไม่วางใจ และเรื่องนี้ก็บานปลายไปถึงเจ้าของแบรนด์

บริษัทจระเข้ตอบโต้อย่างไร

ล่าสุด บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กเพจ “จระเข้ – JORAKAY” ในเพจ Drama-addict อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าได้ประสานงานกับเจ้าของช่องที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อขอให้ลบคอนเทนต์นี้ออกจากทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ทันที เพราะเป็นการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ผิดวัตถุประสงค์ และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป

  • ผงยาแนวถูกออกแบบมาเพื่อใช้ยาแนวร่องกระเบื้องเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับผสมน้ำเล่น
  • การใช้ผิดวิธีอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองผิว หรืออันตรายหากสูดดมหรือกินเข้าไป
  • บริษัทจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามกฎหมายหากจำเป็น

บริษัทยังเน้นย้ำให้ทุกคนใช้งานผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำบนฉลาก เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ผงยาแนวคืออะไร ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ผงยาแนวหรือยาแนวกระเบื้องของจระเข้ เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในวงการก่อสร้างและตกแต่งบ้าน ใช้สำหรับอุดร่องระหว่างกระเบื้องเพื่อป้องกันน้ำซึมและเพิ่มความสวยงาม ผสมกับน้ำในสัดส่วนที่กำหนด แล้วทาระหว่างร่องด้วยเครื่องมือเฉพาะ

  1. ผสมผงยาแนวกับน้ำสะอาด สัดส่วน 2:1 (ผง:น้ำ)
  2. คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้น
  3. ทาในร่องกระเบื้องด้วยยาแนวปาด
  4. เช็ดทำความสะอาดส่วนเกินทันที
  5. รอ 24-48 ชม. ให้แห้งสนิท

ห้ามนำไปใช้เล่นน้ำเด็ดขาด เพราะอาจมีส่วนผสมที่ไม่เหมาะกับการสัมผัสโดยตรง โดยเฉพาะในงานเทศกาลอย่างสงกรานต์ที่ทุกคนเล่นน้ำกันเปียกปอน

บทเรียนจากดราม่าผงยาแนวสงกรานต์พระประแดง

เหตุการณ์ “จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์ นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบของอินฟลูเอนเซอร์ในการสร้างคอนเทนต์ ชาวเน็ตหลายคนชื่นชมนโยบายของบริษัทจระเข้ที่ออกมาปกป้องผู้บริโภคทันที แทนที่จะนิ่งเฉย นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่อาจเกิดความคึกคักเกินเหตุ

ในมุมมองของผม ดราม่านี้ดีแล้วที่เกิดขึ้น เพราะช่วยให้แบรนด์และครีเอเตอร์ตระหนักถึงความปลอดภัยมากขึ้น สงกรานต์พระประแดงเป็นเทศกาลดังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย การเล่นน้ำต้องสนุกแต่ปลอดภัยเป็นหลักนะครับ

คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? เคยเจอประสบการณ์คล้ายๆ กันไหม แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์และกดไลค์ด้วยนะ!

ที่มา – “จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์

“คิม จองอึน” ย้ำจุดยืนหนุนรัสเซียทำ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” ในยูเครน

“คิม จองอึน” ย้ำจุดยืนหนุนรัสเซียทำ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” ในยูเครน อย่างชัดเจน โดยผู้นำเกาหลีเหนือแสดงการสนับสนุนเต็มรูปแบบต่อการรุกรานของรัสเซีย ขณะที่สื่อรัฐบาลเผยภาพพิธีเปิดอนุสรณ์สถานทหารเกาหลีเหนือที่เสียชีวิตในสนามรบ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ส่งจดหมายชื่นชมความกล้าหาญของกองทัพเปียงยาง

“คิม จองอึน” ย้ำจุดยืนหนุนรัสเซียทำ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” ในยูเครน

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ต้อนรับนายอันเดร เบลูซอฟ รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ คิม จองอึน ย้ำจุดยืนหนุนรัสเซียทำ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” ในยูเครน โดยให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนนโยบายของรัสเซียอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ด้านความมั่นคง

คิม จองอึน ยังแสดงความเชื่อมั่นว่ากองทัพและประชาชนรัสเซียจะคว้าชัยชนะในสงครามที่ “ยุติธรรม” นี้ได้แน่นอน ทั้งสองฝ่ายหารือเรื่องยกระดับความร่วมมือทางทหาร โดยรัสเซียพร้อมลงนามแผนความร่วมมือระยะยาวระหว่างปี 2027-2031

พิธีเปิดอนุสรณ์สถานทหารเกาหลีเหนือในยูเครน

ไฮไลต์สำคัญคือพิธีเปิดอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกทหารเกาหลีเหนือที่พลีชีพในยูเครน โดยมีคิม จองอึน, เบลูซอฟ และเวียเชสลาฟ โวโลดิน ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย เข้าร่วม พิธีจัดอย่างยิ่งใหญ่ มีคอนเสิร์ต ดอกไม้ไฟ และการแสดงบินของกองทัพอากาศ

สื่อเกาหลีเหนือบรรยายว่าผู้เข้าร่วมสะเทือนใจกับเรื่องราว “การสู้รบดุเดือด” และ “วีรกรรมระเบิดพลีชีพ” ของทหารหนุ่มเหล่านี้ ข้อมูลจากโซลระบุว่ามีทหารเกาหลีเหนือเสียชีวิตราว 2,000 นาย โดยได้รับคำสั่งให้ปลิดชีพตัวเองหากถูกจับ

  • คิม จองอึน ยกย่องผลงานยึดคืนภูมิภาคคุร์สค์
  • ทหารเกาหลีเหนือช่วยสกัดการโต้กลับของยูเครนตั้งแต่กลางปี 2024
  • ปูตินส่งจดหมายชื่นชม “ความกล้าหาญและจงรักภักดี” ของกองทัพเกาหลีเหนือ

ความร่วมมือนี้เกิดหลังลงนามสนธิสัญญาทางทหารปี 2024 ที่กำหนดให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันทันทีหากถูกโจมตี นักวิเคราะห์มองว่ารัสเซียตอบแทนเกาหลีเหนือด้วยเงิน เทคโนโลยีทหาร อาหาร และพลังงาน เพื่อช่วยเศรษฐกิจที่ถูกโดดเดี่ยว

ผลกระทบต่อสถานการณ์โลก

“คิม จองอึน” ย้ำจุดยืนหนุนรัสเซียทำ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” ในยูเครน สะท้อนพันธมิตรที่แน่นแฟ้นขึ้น ท่ามกลางการจับตาจากนานาชาติ สงครามยูเครนยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2022 ทำให้เกาหลีเหนือกลายเป็นผู้เล่นสำคัญ โดยส่งทั้งกำลังพลและอาวุธ

จากข้อมูลล่าสุด กองทัพเกาหลีเหนือมีบทบาทในแนวหน้าคุร์สค์ ซึ่งช่วยให้รัสเซียยึดพื้นที่คืนได้สำเร็จ การส่งทหารนี้ไม่เพียงเสริมกำลังให้มอสโก แต่ยังช่วยเกาหลีเหนือฝึกฝนทหารในสนามรบจริง

อย่างไรก็ตาม ชาติตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยมองว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ สหประชาชาติเรียกร้องให้หยุดยั้ง แต่เปียงยางยืนกรานว่าเป็นการปกป้องพันธมิตร

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ความสัมพันธ์รัสเซีย-เกาหลีเหนือจะเข้มข้นขึ้น ส่งผลต่อสมดุลอำนาจในเอเชียและยุโรป ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการต่อไป

ความเห็นส่วนตัว: การที่ “คิม จองอึน” ย้ำจุดยืนหนุนรัสเซียทำ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” ในยูเครน แสดงถึงกลยุทธ์เอาตัวรอดของเกาหลีเหนือท่ามกลางการคว่ำบาตร แต่เสี่ยงจุดชนวนความขัดแย้งใหญ่ หากคุณอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวต่างประเทศ ลองติดตามบล็อกนี้เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “คิม จองอึน” ย้ำจุดยืนหนุนรัสเซียทำ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” ในยูเครน

บอสแซม-บอสมิน มาตามนัด เข้าพบอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1

บอสแซม-บอสมิน มาตามนัด เข้าพบอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 แล้ววันนี้! เหตุการณ์ล่าสุดในคดีไอคอนกรุ๊ปที่กำลังเป็นประเด็นร้อนของสังคมไทย ทำให้ประชาชนหลายคนจับตามองอย่างใกล้ชิด นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ “แซม” และน.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ “มิน” คู่สามีภรรยาดังในวงการบันเทิง ได้เดินทางมาพร้อมทีมทนายความที่สำนักงานอัยการสูงสุดตามกำหนดการ

บอสแซม-บอสมิน มาตามนัด เข้าพบอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 เมษายน 2569 พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้นัดหมายทั้งสองคนในฐานะผู้ต้องหา เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทไอคอนกรุ๊ป ซึ่งถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจในลักษณะแชร์ลูกโซ่และหลอกลวงประชาชนจำนวนมาก บอสแซม-บอสมิน มาตามนัด เข้าพบอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 โดยมีทีมทนายคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ทำให้บรรยากาศตึงเครียดแต่เป็นไปอย่างเรียบร้อย

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ศาลได้นำตัวทั้งคู่ไปยังห้องเวรชี้ เพื่อให้ศาลสอบคำให้การ โดยจำเลยทั้งสองจะต้องเลือกว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา การพิจารณาครั้งนี้ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมฟัง ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติเพื่อความเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการยื่นประกันตัวที่ศาลจะพิจารณาต่อไป ว่าจะอนุญาตหรือไม่

ข้อกล่าวหาหลักในคดีไอคอนกรุ๊ป

คดีนี้มีข้อหาหนักหลายประการที่อัยการตั้งไว้ ดังนี้

  • ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
  • ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
  • ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
  • ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ดำเนินกิจการในลักษณะชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่าย
  • ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทไอคอนกรุ๊ปถูกมองว่าเป็นธุรกิจเครือข่าย (MLM) ที่ผิดกฎหมาย โดยสัญญาว่าผลตอบแทนสูงลิ่วแต่สุดท้ายผู้ลงทุนจำนวนมากสูญเงินไปหลายพันล้านบาท ผู้เสียหายออกมาให้ปากคำกับตำรวจมากมาย สร้างความฮือฮาในสังคม โดยเฉพาะเมื่อผู้บริหารเป็นบุคคลสาธารณะอย่างแซมและมิน ที่มีชื่อเสียงจากวงการบันเทิง

ย้อนประวัติคดี แซม ยุรนันท์ เคยเป็นนักแสดงชื่อดัง ส่วนมิน พีชญา ก็เป็นนางแบบและนักแสดงที่ได้รับความนิยม ทั้งคู่ก่อตั้งไอคอนกรุ๊ปเพื่อทำธุรกิจขายตรง แต่ถูกตรวจสอบหลังจากมีผู้ร้องเรียนว่าถูกชักชวนลงทุนด้วยผลตอบแทนสูงผิดปกติ ตำรวจกองปราบปรามได้เข้าจับกุมและสอบสวนอย่างละเอียด จนนำมาสู่การส่งฟ้องอัยการ

เหตุการณ์ บอสแซม-บอสมิน มาตามนัด เข้าพบอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในกระบวนการยุติธรรม คดีดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อตัวผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนใหญ่สำหรับประชาชนที่สนใจลงทุนในธุรกิจเครือข่าย ควรตรวจสอบใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือให้ดีก่อนตัดสินใจ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย คดีประเภทนี้มักใช้เวลานานเพราะต้องรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เสียหายนับร้อยราย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องทรัพย์สินที่ถูกอายัด เพื่อชดใช้ให้ผู้เสียหายอีกด้วย สังคมไทยกำลังจับตาว่าศาลจะตัดสินอย่างไร และจะมีมาตรการป้องกันธุรกิจหลอกลวงเพิ่มเติมหรือไม่

จากประสบการณ์ของเรา คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระวังภัยจากธุรกิจ MLM ที่สัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริง หากคุณเคยประสบปัญหาคล้ายกัน แนะนำให้แจ้งความและรวบรวมหลักฐานทันที เพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง คุณคิดเห็นอย่างไรกับคดีนี้? มาแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ กันนะ!

ที่มา – “บอสแซม-บอสมิน” มาตามนัด เข้าพบอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 พร้อมทีมทนายแล้ว

“สุริยะ” กางแผนรับมือ ซูเปอร์เอลนีโญ ช่วยเกษตรกร

ในสถานการณ์ที่ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญกำลังคุกคามภาคเกษตรกรรมของไทย ทำให้สภาพอากาศร้อนอบอ้าวและฝนตกน้อยกว่าปกติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “สุริยะ” ได้สั่งการเตรียมมาตรการเชิงรุกอย่างเร่งด่วน โดยสุริยะ กางแผนรับมือ ซูเปอร์เอลนีโญเพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรทั่วประเทศให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยการชู 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ กักเก็บน้ำ เติมน้ำ ปรับเปลี่ยนพืช และเฝ้าระวังภัย ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือกับภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุริยะ กางแผนรับมือ ซูเปอร์เอลนีโญ ด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก

วันที่ 27 เมษายน 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยถึงแผนงานที่ครอบคลุมทุกมิติในการรับมือซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ปริมาณฝนลดลงอย่างมาก ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ กระทรวงเกษตรฯ จึงระดมสรรพกำลังทั้งหมด โดยมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตามยุทธศาสตร์ 4 ประการทันที เพื่อปกป้องผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร

1. บริหารจัดการน้ำแบบหยดสุดท้าย (Water Management)

ยุทธศาสตร์แรกคือการบริหารจัดการน้ำอย่างเข้มงวด โดยกรมชลประทานจะดูแลน้ำในเขื่อนหลัก โดยให้ความสำคัญกับน้ำอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงกระจายน้ำผ่านระบบคลองไปยังพื้นที่เกษตรที่กำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ ยังมีการกักเก็บน้ำจากทุกแหล่งให้มากที่สุด เพื่อรองรับสถานการณ์ยาวนาน

2. ปฏิบัติการฝนหลวงล่าความชื้น (Rainmaking)

กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง เมื่อสภาพอากาศเหมาะสม จะทำการปฏิบัติการฝนหลวงทันที เพื่อเติมน้ำลงอ่างเก็บน้ำ สร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้ พื้นที่ไร่ และนา ซึ่งจะช่วยบรรเทาภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ใช้น้ำน้อย (Crop Substitution)

เพื่อลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชน้ำมาก กระทรวงฯ จะรณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชระยะสั้น ใช้น้ำน้อย แต่มีมูลค่าสูงและตลาดมั่นคง เช่น ผักสวนครัว ผลไม้ หรือพืชสมุนไพร ซึ่งไม่เพียงประหยัดน้ำ แต่ยังเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในช่วงวิกฤติ

4. ระบบเตือนภัยและการเยียวยา (Early Warning & Relief)

ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร จะติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า พร้อมมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงบริการแบบครบวงจรผ่านแอป “ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช” ที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลและความช่วยเหลือได้รวดเร็ว

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกหน่วยงานพร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง โดยจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ ติดตามสถานการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและชลประทานในการบูรณาการข้อมูล นอกจากนี้ ยังยกระดับการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครเกษตร เพื่อประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือในพื้นที่ รวมถึงแนะนำการเคลื่อนย้ายปศุสัตว์หากจำเป็น

แผนสุริยะ กางแผนรับมือ ซูเปอร์เอลนีโญนี้ไม่เพียงช่วยลดความเสียหายจากภัยแล้ง แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต เกษตรกรควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด และปรับตัวตามคำแนะนำเพื่อรักษาผลผลิตให้ได้มากที่สุด

  • ติดตามประกาศน้ำจากกรมชลประทาน
  • ใช้เทคโนโลยีการเกษตรประหยัดน้ำ
  • เข้าร่วมอบรมปรับเปลี่ยนพืชผล

สุดท้ายนี้ การเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เกษตรกรไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ ลองใช้แอปพิรุณราชเพื่อรับข้อมูล real-time วันนี้เลยครับ!

ที่มา – “สุริยะ” กางแผนรับมือ “ซูเปอร์เอลนีโญ” สั่งระดมสรรพกำลังช่วยเกษตรกรทั่วประเทศ

ดราม่า “เบิร์ด วันว่างว่าง” ใช้ “ผงยาแนว” เล่นสงกรานต์พระประแดง

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียกันแบบเป็นกันเองเลย ดราม่า “เบิร์ด วันว่างว่าง” ใช้ “ผงยาแนว” เล่นสงกรานต์พระประแดง ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่โตจนเจ้าตัวต้องออกมาขอโทษแบบก้มกราบเลยทีเดียว ใครที่ตามข่าวนี้อยู่บ้าง ยกมือขึ้น! มาดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ดราม่า “เบิร์ด วันว่างว่าง” ใช้ “ผงยาแนว” เล่นสงกรานต์พระประแดง

เรื่องราวเริ่มต้นจากอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เบิร์ด วันว่างว่าง หรือ Bird Wan Wang ที่ขึ้นชื่อเรื่องคอนเทนต์สายเกรียน สายฮา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เบิร์ดได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะไปเล่นน้ำที่งานสงกรานต์พระประแดง โดยหยิบถุงผงยาแนว (กาวยาแนวรุ่นผงของแบรนด์จระเข้) มาเป็นไอเท็มพิเศษ แกะถุง เทผงลงกระป๋อง ผสมน้ำ แล้วเอาไปป้ายใส่ผู้คนที่มาเล่นน้ำกันอย่างเมามัน คลิปนี้ดูสนุกสนานแบบวัยรุ่น แต่พอแพร่กระจายออกไป ชาวเน็ตก็เริ่มตั้งคำถามหนักๆ ว่ามันปลอดภัยจริงเหรอ? เพราะผงยาแนวเนี่ย ไม่ใช่แป้งเด็กหรือน้ำปูนใสสำหรับเล่นสงกรานต์ซะหน่อย!

ดราม่า “เบิร์ด วันว่างว่าง” ใช้ “ผงยาแนว” เล่นสงกรานต์พระประแดง นี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มแฟนเพจข่าวดราม่า เช่น Drama-addict ที่นำข้อมูลอันตรายของผงยาแนวมาแชร์ให้เห็นชัดๆ ว่าทำไมถึงไม่ควรเอามาเล่นแบบนี้ สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสนุก แต่ถ้าทำให้ใครเจ็บตัวล่ะก็ มันไม่เวิร์คแน่นอน

อันตรายของ “ผงยาแนว” ที่ชาวเน็ตเตือนกันหนาหู

ผงยาแนวหรือกาวยาแนวซีเมนต์ มีส่วนผสมหลักอย่างปูนซีเมนต์ ทรายซิลิกา และสารเคมีอื่นๆ ที่เมื่อผสมน้ำแล้วจะมีฤทธิ์ด่างสูงมาก ถ้าสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในงานเล่นน้ำที่ทุกคนเปียกชุ่ม อาจเกิดปัญหาได้ดังนี้

  • สัมผัสผิวหนัง: ดูดความชื้นจากผิว ทำให้ผิวแห้งตึง เกิดผื่นแดง คัน ระคายเคือง ถ้าทิ้งไว้นานหรือผิวเปียกอยู่แล้ว อาจกลายเป็นแผลไหม้จากสารเคมี (Chemical Burn) ผิวอักเสบ หรือลอกได้เลย
  • กระเด็นเข้าตา (อันตรายสุด): ฤทธิ์ด่างทำปฏิกิริยากับน้ำตา แสบตา ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ ถ้าล้างไม่ทัน อาจแผลลึกที่กระจกตา หรือแย่สุดคือตาบอด!
  • สูดดมฝุ่น: เวลาเทผงฝุ่นฟุ้ง ระคายเคืองจมูก คอ ไอ จาม สะสมนานๆ เสียหายปอดได้
  • เข้าปากโดยไม่ได้ตั้งใจ: ระคายเคืองปาก คอ กระเพาะอาหาร โดยเฉพาะเด็กที่อาจหยิบเล่น

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ชาวเน็ตโห่ใส่คลิปของเบิร์ดกันยกใหญ่ บอกว่ามันเสี่ยงเกินไป ควรรับผิดชอบมากกว่านี้

บริษัทจระเข้ ออกแถลงการณ์ชี้แจงดราม่า

ไม่นาน บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตผงยาแนว ก็รีบออกมาชี้แจงทันที โดยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นี้ใช้สำหรับยาแนวกระเบื้องเท่านั้น ไม่ใช่ของเล่น และได้ประสานงานกับเบิร์ดแล้วเพื่อขอให้ลบคลิปออกจากทุกแพลตฟอร์ม เพราะกลัวผู้บริโภคเลียนแบบแล้วเกิดอันตราย บริษัทเน้นย้ำให้ใช้ตามคำแนะนำ และจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป

สุดท้าย เบิร์ด วันว่างว่าง ก็ยอมรับผิด โพสต์คลิปชี้แจงยาวเหยียด นำถุงผงยาแนวตัวจริงมาโชว์ บอกว่าข้างในเป็นแค่แป้งธรรมดา (ใส่แป้งมันแล้วซีลใหม่) แล้วยังผสมน้ำกินโชว์สดๆ เพื่อพิสูจน์ว่าปลอดภัย ก่อนก้มกราบขอโทษแบบสุดตัว บอกรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และขอโทษทุกคนที่ทำให้ตกใจ

ดราม่า “เบิร์ด วันว่างว่าง” ใช้ “ผงยาแนว” เล่นสงกรานต์พระประแดง นี้ สอนให้เห็นว่าอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลมากแค่ไหน คอนเทนต์ไวรัลต้องคิดถึงความปลอดภัยก่อนเสมอ สงกรานต์ปีหน้าถ้าจะเล่นฮาๆ ลองใช้น้ำเปล่าหรือแป้งเด็กจริงๆ ดีกว่านะคะ จะได้สนุกโดยไม่เดือดร้อนใคร

ส่วนตัวเราคิดว่าดีแล้วที่เบิร์ดออกมาขอโทษเร็ว มันแสดงถึงความรับผิดชอบ แต่อยากให้เป็นบทเรียนสำหรับครีเอเตอร์ทุกคนเลย คุณล่ะคิดยังไงกับดราม่านี้? เคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันมั้ย? มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์กันใต้โพสต์นี้เลยนะคะ จะได้แลกเปลี่ยนไอเดียเล่นสงกรานต์ปลอดภัยๆ กัน!

ที่มา – ดราม่า “เบิร์ด วันว่างว่าง” ใช้ “ผงยาแนว” เล่นสงกรานต์พระประแดง สุดท้ายก้มกราบขอโทษ

ปักกิ่ง ออโต้ โชว์ 2026 มหกรรมยานยนต์ระดับโลก

ปักกิ่ง ออโต้ โชว์ 2026 กลับมาอย่างยิ่งใหญ่! มหกรรมยานยนต์ระดับโลกที่ทุกคนรอคอย หลังจากถูกเลื่อนไปเพราะโควิด ล่าสุดจัดใหญ่กว่าเดิม มีรถใหม่กว่า 1,450 รุ่น โดยเฉพาะแบรนด์ยุโรปที่หวนคืนสังเวียนแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น AUDI ใหม่ BMW MINI Mercedes-Benz Porsche และ Volvo ที่ขนรถ EV พรีเมียม รถปรับโฉม และคอนเซ็ปต์ล้ำ ๆ มาโชว์เพียบ งานนี้เน้นตลาดจีน แต่หลายรุ่นมีแววมาทำตลาดไทยแน่นอน

ปักกิ่ง ออโต้ โชว์ 2026: AUDI แบรนด์ใหม่เจาะจีน

AUDI (ตัวพิมพ์ใหญ่) ไม่ใช่ Audi สี่ห่วงที่เราคุ้น แต่เป็นแบรนด์ลูกจาก Audi ร่วม SAIC จีน เน้น EV พรีเมียม ไฮไลท์คือ E5 Sportback ที่คว้ารางวัล Car of the Year 2026 และ E7X SUV ไฟฟ้าเวอร์ชันผลิตจริง เปิดตัวโลกครั้งแรก

เจาะลึก AUDI E7X สมรรถนะสุดโหด

E7X ใช้แพลตฟอร์ม Advanced Digitised Platform แบต 109kWh วิ่งไกล 750+ กม. (CLTC) มอเตอร์คู่ 670 แรงม้า เร่ง 0-100 ใน 3.9 วินาที ดีไซน์ถอดแบบคอนเซ็ปต์แทบ 100% หรูหรา พื้นที่กว้าง เหมาะครอบครัว

BMW 7 Series ปรับโฉมใหญ่ Neue Klasse

BMW นำ 7 Series Facelift มาเปิดตัวครั้งแรก ดีไซน์ Neue Klasse Panoramic Vision บนกระจกหน้า i7 วิ่งไกล 727 กม. พิเศษ iX3 L และ i3 L ฐานล้อยาวกว่า 3 ม. สำหรับจีน มือจับประตูกลไกตามกฎความปลอดภัย เบาะหลังอุ่นร้อนเพิ่มความหรู

MINI เน้น Individualization สไตล์ลุย

MINI ฉีกแนว ขนรถพิเศษ 14 คัน MINI x Vagabund Countryman แปลงเป็นเวทีปาร์ตี้ Wide-body ลุย Adventure Mobile Soundscape ถอดกระจกหลังใส่ลำโพง นอกจากนี้ MINI x DEUS The Skeg ไฟเบอร์กึ่งโปร่งใส สไตล์เซิร์ฟ Paul Smith Edition Best of British ยังมี Cooper Electric 2026 ราคาเริ่ม 6.8 แสนบาท

Mercedes-Benz ฉลอง 140 ปี EV ใหม่เพียบ

Mercedes ขน 40 รุ่น GLC L EV SUV ไฟฟ้า LWB 800V ชาร์จไว วิ่ง 700+ กม. ถุงลมช่วงล่างจาก S-Class CLA 260 L ซีดานประหยัด 11 kWh/100 กม. S-Class ใหม่ MB.OS AI อ่านท่าทางปรับไฟ-อากาศอัตโนมัติ AMG GT XX Concept 1,340 แรงม้า วิ่ง 24 ชม. Nardò

Porsche E-Performance Cayenne Turbo Electric

Porsche ฮอตสุด World Premiere Cayenne Turbo Coupé Electric SUV ไฟฟ้าสปอร์ตสุด Macan GTS Electric 571 แรงม้า Taycan Black Edition Panamera Executive V6 ใหม่ Active Ride บูธธีม Racing Garage ฉลอง 75 ปี Motorsport 919 Hybrid Evo กับ 911 GT3 R

Volvo Total Electrification ES90 World Debut

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าเรือธง EM90 MPV ห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ EX30 สีใหม่รีไซเคิล S60/S90 Facelift Thor’s Hammer Infotainment ใหม่ Recharge PHEV เน้น Sustainability LiDAR Digital Safety

ปักกิ่ง ออโต้ โชว์ 2026 แสดงให้เห็นว่าจีนคือตลาด EV ใหญ่สุด แบรนด์ยุโรปปรับตัวเร็วเพื่อแข่งขัน รถเหล่านี้หลายรุ่นอาจมาไทยในอนาคต ถ้าคุณชื่นชอบ EV พรีเมียม รอติดตามเลย! ความเห็นส่วนตัว BMW กับ Porsche ชนะใจเรื่องสมรรถนะ คุณคิดว่ารถรุ่นไหนเจ๋งสุด? คอมเมนต์บอกกันหน่อย แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้!

ที่มา – ปักกิ่ง ออโต้ โชว์ 2026 มหกรรมยานยนต์ระดับโลก แบรนด์ยุโรปหวนคืนสังเวียนอย่างยิ่งใหญ่