สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ และผู้ใช้ทางด่วนทั่วประเทศที่กำลังรอคอยข่าวดีเรื่อง “พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาท วันนี้เรามีอัพเดทล่าสุดจากปากรัฐมนตรีคมนาคมเองเลยนะครับ เรื่องนี้กลายเป็นกระแสฮือฮาเพราะหลายคนหวังว่าจะได้ลดภาระค่าผ่านทางที่แพงหูฉี่ในแต่ละวัน แต่เอาเข้าจริงยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ มาฟังรายละเอียดกันเลย
“พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย ถามเอาข่าวมาจากไหน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 เมษายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างชัดเจน ถึงแนวคิดนโยบายลดค่าทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ให้เหลือไม่เกิน 50 บาทตลอดสายทุกเส้นทาง โดยย้ำหนักแน่นว่า ขณะนี้ยังไม่ดำเนินการ ยังไม่มีอะไรเลย แถมยังหันไปถามสื่อมวลชนกลับว่า “เอาข่าวมาจากไหน ใครเอาข่าวมาพูด ตนไม่รู้ และยังไม่ทราบเลย” ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนข่าวลือที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงข่าวที่ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจในวันนั้น นายพิพัฒน์ก็ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่อง ส่วนการลงพื้นที่ติดตามโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ก็ต้องขอหารือวิธีระดมความคิดเห็นก่อน และย้ำอีกครั้งว่ายังไม่มีการทำประชาพิจารณ์ใดๆ เลยครับ
สถานการณ์ค่าทางด่วนปัจจุบันเป็นอย่างไร
ก่อนอื่นเรามาดูภาพรวมค่าทางด่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกันก่อนนะครับ ปัจจุบันค่าผ่านทางด่วนของ กทพ. มีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับเส้นทางและระยะทาง เช่น
- ทางด่วนบรมราชชนนี-วงแหวนตะวันตก: สูงสุด 110 บาท
- ทางด่วนเฉลิมมหานคร (วงแหวนรอบนอก): 80-100 บาท
- ทางด่วนศรีรัช-นั่งเก้าอี้: เริ่มต้น 40 บาท แต่สะสมได้แพง
- ทางด่วนกาญจนาภิเษร: เฉลี่ย 60-70 บาทต่อเที่ยว
หลายคนใช้ทางด่วนวันละ 2-3 เที่ยว ค่าใช้จ่ายรวมเกิน 200 บาทต่อวันสบายๆ โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่ต้องฝ่ารถติด ถ้านโยบายลดเหลือไม่เกิน 50 บาทตลอดสายจริง คงช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้มหาศาล แต่ตอนนี้ “พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาท แบบนี้ต้องรอต่อไป
ทำไมนโยบายนี้ถึงเป็นกระแส
กระแสเรื่องนี้มาจากความเดือดร้อนของประชาชนที่สะสมมานาน ค่าทางด่วนปรับขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงโควิดและน้ำมันแพง รัฐบาลชุดก่อนเคยมีนโยบายช่วยเหลือ เช่น ลดค่าบัตรประชาชน แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกเส้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ อย่างรถไฟฟ้าและทางด่วนใหม่ที่ กทพ. กำลังขยาย หากลดค่าอาจกระทบรายได้ที่ต้องเอาไปชำระหนี้สิน ซึ่งเป็นเหตุผลที่รัฐมนตรีต้องชั่งใจให้ดี
ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ที่กล่าวถึง เป็นแผนเชื่อมทางรถไฟ-เรือ-รถบรรทุกจากชุมพร-นครศรีธรรมราช เพื่อลดการขนส่งทางทะเลไปสิงคโปร์ ซึ่งนายพิพัฒน์เน้นต้องทำประชาพิจารณ์ก่อน ไม่อยากให้เป็นข่าวลือแบบนี้อีก
ความเห็นจากผู้ใช้ทางด่วน
จากโซเชียลมีเดีย หลายคนแสดงความเห็นหลากหลาย บางคนผิดหวัง บางคนเข้าใจว่ารัฐต้องคำนวณงบประมาณให้รอบคอบ ถ้าลดแบบกะทันหัน อาจกระทบบริการหรือความปลอดภัย เราคิดว่านี่เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังฟังเสียงประชาชน แต่ต้องใช้เวลา
สรุปแล้ว “พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาท ยังไม่มีแวว แต่เราควรติดตามการประชาพิจารณ์ที่กำลังจะมา มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายดีๆ ในอนาคต สิ่งที่เราทำได้คือแสดงความเห็นผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ เพื่อให้รัฐรับรู้ปัญหาจริงๆ
คำแนะนำจากเรา: ในระหว่างรอ ลองใช้แอป M-Pass หรือบัตร Easy Pass เพื่อสะสมแต้มลดราคา และวางแผนเส้นทางหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์บอกเราด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่ใช้ทางด่วนประจำได้อ่านด้วย!
นอกจากนี้ ถ้าคุณอยากประหยัดจริงๆ ลองพิจารณารถสาธารณะอย่าง BTS หรือ MRT ที่กำลังขยายเส้นทาง มันอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในระยะยาว
ที่มา – “พิพัฒน์” แจง ยังไม่ตั้งไข่ลดค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย ถามเอาข่าวมาจากไหน


