วัน: 27 เมษายน 2026

กู๊ดวินคาดสนใจเฟอร์รี่

กู๊ดวินคาดสนใจเฟอร์รี่ – ข่าวลือย้ายทีมสกอตติช พรีเมียร์ชิพ

ในวงการฟุตบอลสกอตติช พรีเมียร์ชิพ ล่าสุดมีข่าวลือย้ายทีมที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะ กู๊ดวินคาดสนใจเฟอร์รี่ จากทางดันดี ยูไนเต็ด จิม กู๊ดวิน ผู้จัดการทีมดันดี ยูไนเต็ด เปิดเผยว่าคาดว่าจะมีทีมใหญ่หลายทีมให้ความสนใจในตัวแบ็คซ้ายวัย 25 ปี อย่างวิล เฟอร์รี่ ในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ นักเตะรายนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ทำให้หลายสโมสรจับตาดูอยู่

กู๊ดวินคาดสนใจเฟอร์รี่ จะเป็นจริงหรือไม่?

กู๊ดวินคาดสนใจเฟอร์รี่ หลังจากที่เฟอร์รี่โชว์ฟอร์มเด่นในแนวรับของดันดี ยูไนเต็ด โดยเฉพาะการช่วยทีมในเกมรุกและรับที่สมดุล เขามีความสามารถในการครอสและแท็คเกิ้ลที่ยอดเยี่ยม ทำให้สโมสรในพรีเมียร์ลีกอังกฤษและทีมอื่นๆ ในสกอตแลนด์เริ่มส่งแมวมองไปดูผลงาน ข่าวนี้มาจากสื่อ Courier ซึ่งต้องสมัครสมาชิกเพื่ออ่านเต็มๆ หากเฟอร์รี่ย้ายจริง อาจเป็นดีลบิ๊กเซอร์ไพรส์สำหรับแฟนบอลดันดี

เอฟเวอร์ตันเล็งจอห์น แม็คกินน์ จากแอสตัน วิลล่า

นอกจากกู๊ดวินคาดสนใจเฟอร์รี่แล้ว ยังมีข่าวเอฟเวอร์ตันที่หันไปสนใจจอห์น แม็คกินน์ มิดฟิลด์สกอตแลนด์วัย 31 ปี จากแอสตัน วิลล่า นักเตะรายนี้เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติสกอตแลนด์และมีประสบการณ์สูง เอฟเวอร์ตันหวังเสริมทัพมิดฟิลด์เพื่อลุ้นหนีตกชั้นหรือลุ้นท็อป 6 ในฤดูกาลหน้า ข่าวนี้รายงานโดย Football Insider ซึ่งบ่งชี้ว่าดีลนี้อาจเกิดขึ้นจริง

ฮาร์ทส์ฟอร์มดีใส่ทีมท็อปซิกซ์

ทีมนำหัวตารางอย่างฮาร์ทส์ มีอัตราชนะสูงเมื่อเจอทีมท็อปซิกซ์ในสกอตติช พรีเมียร์ชิพ ทำให้เดเร็ก แม็คอินเนส ผู้จัดการทีมรู้สึกมั่นใจกับ 4 นัดที่เหลือ แม็คอินเนสชี้ว่าฟอร์มนี้ช่วยให้ทีมมีลุ้นแชมป์หรืออย่างน้อยก็ไปบอลยุโรปได้ สื่อ Daily Record รายงานว่าสถิติชนะทีมใหญ่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ลูกทีม

เรนเจอร์สฟูมโทษจุดโทษในเกมกับมัธเธอร์เวลล์

แดนนี่ โรห์ล หัวหน้าโค้ชเรนเจอร์ส ไม่พอใจที่ทีมไม่ได้รับจุดโทษจากจังหวะที่ลูคัส เฟดิงเกอร์เข้าปะทะดเจย์ดี้ กัสซาม่า ในเกมที่แพ้มัธเธอร์เวลล์ 3-2 ที่ไอบร็อกซ์ โรห์ลเชื่อว่า VAR ควรให้จุดโทษ สื่อ The Scottish Sun รายงานความเห็นของโค้ชที่ฟูมโทษการตัดสินนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อฟอร์มทีมในนัดต่อๆ ไป

ข่าวลือเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าตลาดนักเตะซัมเมอร์ในสกอตติช พรีเมียร์ชิพกำลังร้อนระอุ โดยเฉพาะกู๊ดวินคาดสนใจเฟอร์รี่ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับหลายทีม แฟนบอลสกอตติชต่างจับตาดีลเหล่านี้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ เช่น ฟอร์มของฮาร์ทส์และดราม่าจุดโทษของเรนเจอร์ส ที่ทำให้ลีกนี้สนุกยิ่งขึ้น

  • Scottish Premiership: ลีกที่เต็มไปด้วยดราม่าและข่าวลือ
  • ข่าวย้ายทีม: ซัมเมอร์นี้คาดว่าจะมีเซอร์ไพรส์มากมาย
  • ดันดี ยูไนเต็ด: ทีมที่กำลังมาแรงในลีกรองแต่มีนักเตะเด่น

จากมุมมองของผม ตลาดซื้อขายครั้งนี้จะคึกคักแน่นอน โดยเฉพาะนักเตะสกอตแลนด์ที่หลายทีมในอังกฤษต้องการ แนะนำให้แฟนบอลติดตามข่าวสารจากสื่อชั้นนำเพื่อไม่พลาดอัปเดต ติดตามบล็อกนี้เพื่อข่าวฟุตบอลสกอตแลนด์ล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์ชี้ผู้ต้องสงสัยบุกงานเลี้ยงสื่อ มีปัญหาทางจิต

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทรัมป์ชี้ผู้ต้องสงสัยบุกงานเลี้ยงสื่อ “มีปัญหาทางจิต” ครอบครัวเคยแจ้งเตือนทางการ หลังเกิดเหตุวุ่นวายในงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว (WHCA) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกแต่โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต ล่าสุดทรัมป์ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงตัวผู้ต้องสงสัย

ทรัมป์ชี้ผู้ต้องสงสัยบุกงานเลี้ยงสื่อ “มีปัญหาทางจิต” ครอบครัวเคยแจ้งเตือนทางการ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20:35 น. วันเสาร์ที่ 25 เมษายน ระหว่างงานเลี้ยงที่มาร่วมโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์, โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุข และคาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ผู้ต้องสงสัยชื่อ โคล โทมัส อัลเลน อายุ 31 ปี จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้พยายามบุกเข้าไปโดยใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขา

กระสุนติดที่เสื้อกันกระสุน ทำให้เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ก่อนที่ตำรวจจะยิงสกัดและจับกุมได้ ทรัมป์และคณะถูกอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที ในสัมภาษณ์กับรายการ 60 Minutes ของ CBS ทรัมป์กล่าวว่า “ทรัมป์ชี้ผู้ต้องสงสัยบุกงานเลี้ยงสื่อ “มีปัญหาทางจิต” ครอบครัวเคยแจ้งเตือนทางการ” โดยระบุว่าอัลเลนเคยเป็นคริสเตียนแต่เปลี่ยนเป็นต่อต้านศาสนาคริสต์ และมีประวัติครอบครัวแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่

ทรัมป์ชี้ผู้ต้องสงสัยบุกงานเลี้ยงสื่อ “มีปัญหาทางจิต” และแถลงการณ์ของผู้ต้องหา

ทรัมป์ย้ำว่าเขาไม่กังวลระหว่างถูกอพยพ “ผมเข้าใจชีวิต เราอยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง” ในแถลงการณ์ของอัลเลน เขาเรียกตัวเองว่า “มือสังหารรัฐบาลกลางที่เป็นมิตร” วางแผนโจมตีเจ้าหน้าที่บริหารของทรัมป์จากสูงสุดลงต่ำ แต่ยกเว้นคาช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI อ้างหลักคริสเตียนปกป้องผู้ถูกกดขี่

  • อาวุธที่พบ: ปืน 2 กระบอก และมีดหลายเล่ม
  • เส้นทางเดินทาง: รถไฟ Amtrak จากลอสแองเจลิส ไม่มีตรวจโลหะ
  • การบุก: เดินถืออาวุธเข้าโรงแรมได้ง่าย

ทำเนียบขาวแถลงว่าทรัมป์ยืนหยัดไม่หวาดหวั่น เจียง เว่ยเจีย ประธาน WHCA ที่นั่งใกล้ทรัมป์ เรียกเหตุการณ์ “น่าหวาดผวา” ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ทรัมป์ยังโปรโมท “ห้องจัดเลี้ยงลับสุดยอดทางทหาร” ในทำเนียบขาวบนทรูธโซเชียล

นายทอดด์ แบลนซ์ รักษาการอัยการสูงสุด ระบุจะฟ้องข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ ยิงปืน พยายามฆ่า และสืบหาความเชื่อมโยงต่างชาติ เช่น อิหร่าน

บริบทความรุนแรงทางการเมืองในสหรัฐฯ

เหตุการณ์ทรัมป์ชี้ผู้ต้องสงสัยบุกงานเลี้ยงสื่อ “มีปัญหาทางจิต” ครอบครัวเคยแจ้งเตือนทางการ ย้ำถึงกระแสความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ ปีที่ผ่านมา ผู้นำโลกประณาม ขณะที่กำหนดการเยือนของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ยังคงเดิม

ปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อเหตุรุนแรงทางการเมือง หน่วยงานต้องเสริมระบบแจ้งเตือนและรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในงานใหญ่ที่มีบุคคลสำคัญ

เหตุการณ์นี้เตือนใจถึงความจำเป็นในการจัดการปัญหาสุขภาพจิตและป้องกันความรุนแรง คุณคิดว่าสหรัฐฯ ควรทำอย่างไรเพื่อหยุดยั้งเหตุแบบนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อสร้างความตระหนัก!

ที่มา – ทรัมป์ชี้ผู้ต้องสงสัยบุกงานเลี้ยงสื่อ “มีปัญหาทางจิต” ครอบครัวเคยแจ้งเตือนทางการ

“สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์

ในวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ต้อนรับนายชาง ชุน ซิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐและรัฐมนตรีกลาโหมของสิงคโปร์ ในการหารือครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญคือ “สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์ ของไทย ซึ่งนับเป็นโอกาสใหญ่ในการยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

“สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือทางบกเชื่อมทะเลอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ผ่านจังหวัดชุมพรและระนอง เป็นโครงการที่รัฐบาลไทยผลักดันมานาน เพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสองแห่ง สนามบินโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางบกและทางทะเล ลดระยะทางและเวลาในการขนส่งสินค้าจากอินเดียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังมหาสมุทรอินเดีย โดยไม่ต้องอ้อมคอคองหรือผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเสี่ยงต่อความมั่นคงทางทะเล

นายชาง ชุน ซิง แสดงความสนใจอย่างมากต่อโครงการนี้ โดยมองว่าเป็นการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างสองฝั่งทะเล ลดความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มศักยภาพให้อุตสาหกรรมต่างๆ สร้างเศรษฐกิจใหม่ สนับสนุนความมั่นคง และเสริมพลังให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายอนุทิน ย้ำว่าต้องการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และพันธมิตรต่างชาติ เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ประเด็นการหารืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • ด้านกลาโหม: การแลกเปลี่ยนเยือนระดับสูงและฝึกร่วมประจำปี เช่น Cobra Gold
  • ด้านพลังงาน: ขยายความร่วมมือเพื่อความมั่นคงพลังงาน
  • อุตสาหกรรมการบินและความมั่นคงทางอาหาร: พัฒนาความร่วมมือเพิ่มเติม

นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังส่งคำเชิญให้นายอนุทินเยือนอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม เพื่อกระชับสัมพันธ์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โวโครงการสร้างโอกาสภูมิภาค

หลังการหารือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศเป็นกันเอง สะท้อนความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างผู้นำไทย-สิงคโปร์ นายชางให้ความสนใจ “สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์ อย่างชัดเจน หากมีความชัดเจนและผลักดันได้จริง จะดึงดูดนักลงทุนจากสิงคโปร์และชาติอื่นๆ มาร่วม โดยยังไม่ลงรายละเอียด แต่รัฐมนตรีสิงคโปร์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด รอความชัดเจนจากรัฐบาลไทยในระดับต่อไป

ยืนยันทุกขั้นตอนโปร่งใส

ต่อคำถามเรื่องฝ่ายค้านวิจารณ์ว่ารัฐบาลผลักดันโดยไม่แสดงตัวเลขคุ้มทุน น.ส.รัชดา ชี้แจงว่า โครงการใหญ่ต้องผ่านการวิเคราะห์ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และ EIA ครบถ้วนก่อนเข้าครม. รัฐบาลไม่มีทางอนุมัติจากกระดาษเปล่า ทุกอย่างโปร่งใส โดยใช้เงินเอกชนลงทุนเป็นหลัก สำหรับประชาชนในพื้นที่ จะทำความเข้าใจต่อเนื่อง รับฟังทุกข้อกังวล และสื่อสารให้ชัดเจนว่ารัฐบาลทำเพื่อประโยชน์ประชาชน

น.ส.รัชดายังวอนให้หยุดพูดด้อยค่าศักยภาพไทย โดยไทยมีน่าเชื่อถือด้านการเงิน คลังอันดับสูงในสายตานักลงทุน 2 ปีที่ผ่านมา มีหลายประเทศสนใจ ไม่ว่าจะจีนหรือสิงคโปร์ การวิจารณ์ควรสร้างสรรค์ ไม่ทำลายภาพลักษณ์ที่ต่างชาติกำลังจับตามอง

โครงการแลนด์บริดจ์ไม่เพียงสร้างงาน สร้างรายได้ แต่ยังยกระดับไทยเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน ลดต้นทุนการขนส่ง 20-30% ดึงดูดการลงทุนพันล้านดอลลาร์ สร้าง GDP เพิ่มหลายเปอร์เซ็นต์ หากประสบความสำเร็จ จะเป็นแลนด์มาร์กเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค

ในมุมมองผู้เขียน โครงการนี้เป็นโอกาสทองที่ไทยไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อพันธมิตรอย่างสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้นำด้านการค้าโลจิสติกส์ให้ความสนใจ รัฐบาลควรรีบเร่งศึกษาความเป็นไปได้และเปิดประชาคมรับฟัง เพื่อให้เกิดขึ้นจริงเร็วที่สุด คุณคิดอย่างไรกับ “สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตโครงการสำคัญๆ ได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – “สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์

รัฐบาลปรับค่าตอบแทนพนักงานจ้างท้องถิ่น ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67

รัฐบาลปรับค่าตอบแทนพนักงานจ้างท้องถิ่น ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67 เป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย! ถ้าคุณเป็นหนึ่งในพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล หรือ อบต. ข่าวนี้จะส่งผลดีต่อคุณโดยตรง รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มรายได้ให้บุคลากรท้องถิ่นให้สอดคล้องกับนโยบายปรับเงินเดือนข้าราชการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังใจในการทำงาน

รัฐบาลปรับค่าตอบแทนพนักงานจ้างท้องถิ่น ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67

ตามที่คณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวนี้ รัฐบาลปรับบัญชีอัตราค่าตอบแทนสำหรับพนักงานจ้างทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานจ้างทั่วไป พนักงานจ้างตามภารกิจ หรือพนักงานจ้างผู้เชี่ยวชาญพิเศษ โดยมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 และจะปรับเพิ่มอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม 2568

การปรับครั้งนี้ครอบคลุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการให้บริการประชาชนในท้องถิ่น อัตราที่ปรับขึ้นจะพิจารณาตามคุณวุฒิ ทักษะ และลักษณะงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าตอบแทนพนักงานจ้างท้องถิ่น

สำหรับพนักงานที่ทำงานอยู่ก่อนวันที่ประกาศมีผล จะได้รับ "เงินชดเชย" เพื่อให้ค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่าผู้ที่จ้างใหม่ตามอัตราใหม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะออกคำสั่งปรับให้ทันที ทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์เต็มที่

  • พนักงานจ้างทั่วไป: งานธุรการ งานบริการสาธารณะ
  • พนักงานจ้างตามภารกิจ: งานสาธารณสุข งานช่าง งานพัฒนาชุมชน
  • พนักงานจ้างผู้เชี่ยวชาญพิเศษ: ผู้ที่มีทักษะเฉพาะทาง เช่น วิศวกร แพทย์ นักพัฒนาเมือง

การปรับค่าตอบแทนพนักงานจ้างท้องถิ่นครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพิ่มตัวเลขเงินเดือน แต่ยังช่วยเสริมขวัญกำลังใจให้บุคลากรที่เป็น "ด่านหน้า" ในการบริการประชาชน เช่น การดูแลสุขภาพ การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน หรือการพัฒนาท้องถิ่นให้ยั่งยืน

ประโยชน์และผลกระทบต่อระบบราชการท้องถิ่น

นโยบายนี้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ที่มุ่งดูแลรายได้เจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นธรรม รัฐบาลปรับค่าตอบแทนพนักงานจ้างท้องถิ่น ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67 จะช่วยดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าทำงานในท้องถิ่น ลดปัญหาการขาดแคลนกำลังคน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสาธารณะ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปรับเงินครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพราะพนักงานท้องถิ่นมีรายได้เพิ่ม จะหมุนเวียนใช้จ่ายในชุมชน สร้างความเจริญให้ท้องถิ่นยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัยและตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม องค์กรท้องถิ่นต้องเร่งดำเนินการออกคำสั่งและเบิกจ่ายให้รวดเร็ว เพื่อให้พนักงานได้รับเงินย้อนหลังโดยไม่ล่าช้า หากคุณกำลังรอคอยข่าวนี้ ลองติดต่อหน่วยงานของคุณเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

สรุปแล้ว รัฐบาลปรับค่าตอบแทนพนักงานจ้างท้องถิ่น ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67 ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงการใส่ใจบุคลากรทุกระดับ มันไม่เพียงเพิ่มรายได้ แต่ยังยกระดับคุณภาพการทำงานและบริการสาธารณะให้ดีขึ้นในที่สุด

คุณคิดอย่างไรกับนโยบายนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตค่าตอบแทนและนโยบายรัฐบาลอื่นๆ เพื่อไม่พลาดสิทธิประโยชน์ของคุณ!

ที่มา – รัฐบาลปรับค่าตอบแทนพนักงานจ้างท้องถิ่น โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 พ.ค. 67

ลิงก์การ์ดในบราซิล สร้างประวัติศาสตร์ พบเนย์มาร์

ลิงก์การ์ดในบราซิล สร้างประวัติศาสตร์ พบเนย์มาร์

เจสซี่ ลิงก์การ์ดกำลังสร้างประวัติศาสตร์

นักเตะอังกฤษคนแรกที่ลงเล่นในลีกฟุตบอลชั้นนำของบราซิล ลิงก์การ์ดกำลังสนุกกับช่วงวันแรกๆ ในฐานะผู้เล่นของโครินเธียนส์ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาเพิ่งยิงประตูแรกในโคปา โด บราซิล

มีเสียงตกใจไม่น้อยเมื่อการย้ายทีมถูกประกาศ นักวิจารณ์ท้องถิ่นมauro Cezar Pereira เรียกมันว่าการเซ็นสัญญาแบบแปลกประหลาด

แต่เจสซี่ ลิงก์การ์ด อดีตดาวยิงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ย้ายมาร่วมทีมโครินเธียนส์หลังจากออกจากเอฟซี ซอูล กำลังปรับตัวได้ดี

“ยังคงเป็นฟุตบอลระดับสูงนะ” เขากล่าว “ผมคิดว่าผมยังเล่นในระดับสูงได้ สำหรับผม มันคือเรื่องการแข่งขัน – คลับนี้ใหญ่แค่ไหน ลีกนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน”

“ผมมีข้อเสนอหลายอย่าง แต่ผมอยากทดสอบตัวเองต่อไป”

และแรงจูงใจของลิงก์การ์ดชัดเจนเมื่อเขาบอกว่า: “ผมมาที่นี่เพื่อคว้าแชมป์”

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาบราซิล นักเตะวัย 33 ปีคนนี้พูดคุยกับบีบีซี ถึงชีวิตใหม่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และการเผชิญหน้ากับเนย์มาร์

ลิงก์การ์ดในบราซิล

เมมฟิส เดปาย เพื่อนร่วมทีมเก่าที่แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในคนที่ชวนให้ลิงก์การ์ดมาร่วมโครินเธียนส์ และชาวดัตช์คนนี้ช่วยให้เขาปรับตัวได้

ลิงก์การ์ดลงเดบิวต์กับโครินเธียนส์พบฟลูมิเนนเซ่ที่สนามมาราคาน่าอันเลื่องชื่อในรีโอเมื่อต้นเดือนนี้

“สุดยอดมาก” เขากล่าวถึงการกลับมาลงสนามหลังจากไม่ได้เล่นหลายเดือนและต้องฝึกซ้อมคนเดียว

ลิงก์การ์ดในบราซิล: ความท้าทายใหม่

แต่ภายในหนึ่งสัปดาห์ โค้ชดอริวัล จูเนียร์ถูกไล่ออกหลังจากแพ้ 8 นัดติด ทำให้ทีมตกชั้นโซน

เฟอร์นานโด ดินีซ อดีตโค้ชชั่วคราวทีมชาติบราซิล เข้ามาคุมทีม และพวกเขาชนะทั้งสองนัดในลิเบอร์ตาโดเรส

ลิงก์การ์ดได้สัมผัสความดุเดือดของแฟนโครินเธียนส์แบบใกล้ชิด เมื่อแฟนบอลบุกมาที่ศูนย์ฝึก

“ผมไม่เคยเจอมาก่อน” เขากล่าว “แฟนบุกมาที่ศูนย์ฝึก พูดคุยกับเรา คุณเห็นว่าพวกเขาหลงใหลแค่ไหนที่อยากให้เราทำผลงานดีและชนะ มันยิ่งทำให้เรามีเหตุผลในการชนะมากขึ้น”

“ถ้าทำได้ไม่ดี ก็โดนวิจารณ์แน่นอน”

ความท้าทายหนึ่งคือภาษา ลิงก์การ์ดมีล่ามที่เกาหลี แต่ในบราซิลต้องปรับตัวเอง

“บางคนพูดอังกฤษได้นิดหน่อย ช่วยแปลให้” เขากล่าว “แต่ผมอยากเรียนภาษาโปรตุเกส ภาษาเกาหลียากมาก ผมจำคำได้นิดหน่อย แต่ที่นี่ผมว่าทำได้จริงๆ”

และเขาเริ่มจำคำพื้นฐานแล้ว เช่น ทักทายและสั่งกาแฟ

ลิงก์การ์ดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ไม่แปลกที่ลิงก์การ์ดจะติดตามข่าวแมนฯ ยูไนเต็ดอย่างใกล้ชิด และเขามองย้อน “บทสุดยอด” ที่สโมสรวัยเด็ก

ลิงก์การ์ดอยู่กับยูไนเต็ด 20 ปี ออกจากทีมในมิ.ย. 2022 แล้วไปน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

“เราทำได้น่าทึ่งมาก” เขากล่าว “แต่ถึงเวลาที่ต้องไปต่อ สำหรับผมคือเกาหลี”

ทุกคนตกใจที่เขาไปเกาหลี แต่เขาบอกว่าต้องการโฟกัสฟุตบอลและเคลียร์สมอง

เหมือนโครินเธียนส์ ยูไนเต็ดฤดูกาลวุ่นวาย แต่กำลังกลับมาชปล. หลังไมเคิล คาร์ริกเข้ามแทนรูเบน อโมริมในม.ค.

ลิงก์การ์ดบอกว่าทีมก้าวกระโดดภายใต้คาร์ริก เพื่อนเก่า และควรได้คุมถาวร

“การเปลี่ยนโค้ชบ่อย ยากเพราะไอเดียต่างกัน” เขากล่าว “แต่ตอนนี้ถูกทางแล้ว ผมรู้จักไมเคิลดี เขามี DNA แมนฯ ยูไนเต็ด”

ลิงก์การ์ดยังสนิทกับกัปตันบรูโน่ แฟร์นันด์ส

“เขาอยากเห็นผมดีที่สุดเสมอ” ลิงก์การ์ดกล่าว แฟร์นันด์สทำ 18 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ ใกล้สถิติ

พอล ป็อกบากล่าวว่าแฟร์นันด์สสมควรบัลลงดอร์ถ้าอยู่ทีมใหญ่แบบซิตี้

“100%” ลิงก์การ์ดยืนยัน “ฟอร์มของเขาสุดยอด ต้องติดอันดับ”

เผชิญเนย์มาร์และฟุตบอลโลก

เมื่อถูกถามนักเตะบราซิลโปรดปราน ลิงก์การ์ดชื่อเนย์มาร์และโรนัลดินโญ่ บัลลงดอร์ 2005

เขาเคยคุยกับเนย์มาร์บ้าง – นักเตะราคาแพงสุดโลกที่ย้ายจากบาร์ซ่าไปเปแอสเช 200 ล้านปอนด์ – และผ่อนคลายที่จะเจอถ้าโครินเธียนส์ดวลซานโตส

“ดีเสมอที่เจอนักเตะระดับโลก สามารถทดสอบตัวเอง” เขากล่าว

ลิงก์การ์ดเคยไวรัลตอนล้อมาร์คัส แรชฟอร์ดคุยอากาศกับเนย์มาร์ในอุโมงค์

ถ้าเป็นเขา? “มีมีมเพียบแน่ อาจพูดถึงอากาศบราซิล… อากาศแดดจ้า!” เขาหัวเราะ

ลิงก์การ์ดลงทีมชาตอังกฤษ 32 นัด รวมเวิลด์คัพ 2018 ที่แพ้โครเอเชียในรอบรอง

มองไปเวิลด์คัพฤดูร้อนนี้ในอเมริกาเหนือ เขาชูบราซิล อังกฤษ ฝรั่งเศส และเชื่อสิงโตคำรามไปสุดทาง

“เรามีโอกาสดีเสมอ ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เราทำดี ผมเชื่อในเด็กๆ พวกเขาดีมาก ทำไมจะไม่ได้”

การย้ายทีมครั้งนี้ของลิงก์การ์ดแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความหิวกระหายในความสำเร็จ แม้ในวัย 33 ปี เขายังท้าทายตัวเองในลีกใหม่ ลองติดตามดูว่าลิงก์การ์ดในบราซิลจะพาโครินเธียนส์ไปสู่แชมป์ได้หรือไม่! แสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ศรีสุวรรณ” ร้องผู้ตรวจการ ชงศาล รธน. ปมศักดิ์สยาม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองไทย นั่นคือเรื่อง ศรีสุวรรณ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาล รธน. ปม ป.ป.ช. ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม ใครที่ติดตามข่าวการเมืองคงรู้ดีว่านี่เป็นดราม่าที่น่าจับตา เพราะมันโยงไปถึงเรื่องความโปร่งใสของนักการเมืองและการทำงานของหน่วยงานปราบปรามทุจริตเลยทีเดียว

ศรีสุวรรณ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาล รธน. ปม ป.ป.ช.

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 เมษายน 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ประธานสภาผู้แทนราษฎรองค์กรเอกชนเพื่อรักชาติรักแผ่นดิน ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินที่สำนักผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ คำร้องนี้ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ขณะดำรงตำแหน่ง ส.ส. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ระบุว่าเขาไม่ได้จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จนั้น ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 211 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 5 หรือไม่

พื้นหลังปม “ศรีสุวรรณ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาล รธน. ปม ป.ป.ช.”

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ว่าคุณศักดิ์สยามยังคงถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ ซึ่งถือเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ทำให้สถานะรัฐมนตรีของเขาสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) แต่ล่าสุด ป.ป.ช. ออกคำวินิจฉัยเมื่อ 8 กันยายน 2568 ว่า นายศักดิ์สยามไม่ได้จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความเท็จ ก่อนจะแถลงข่าวสาธารณะเมื่อ 23 เมษายน 2569 ซึ่งนายศรีสุวรรณมองว่ามีพิรุธเพียบ และขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะมันสะท้อนถึงการตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการทุจริต ถ้า ป.ป.ช. วินิจฉัยแบบนี้โดยไม่ขัดแย้ง ก็ดี แต่ถ้าขัด ก็อาจต้องให้ศาลตีความใหม่

รายละเอียดคำวินิจฉัย ป.ป.ช. และจุดพิรุธที่ศรีสุวรรณชี้

จากคำแถลงของ ป.ป.ช. พวกเขาตรวจสอบแล้วพบว่านายศักดิ์สยามไม่ได้ตั้งใจปกปิดหุ้น แต่ศรีสุวรรณโต้แย้งว่ามันมีจุดน่าสงสัยหลายอย่าง เช่น การไม่แถลงตั้งแต่แรก และรายละเอียดที่ไม่สอดคล้องกับคำตัดสินศาล ลองมาดูสรุปจุดสำคัญกันครับ:

  • คำวินิจฉัยศาล รธน. 1/2567: นายศักดิ์สยามถือหุ้นและบริหาร หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ต้องห้าม เป็นเหตุสิ้นสุดสถานะรัฐมนตรี
  • คำวินิจฉัย ป.ป.ช. 8 ก.ย. 2568: ไม่จงใจยื่นบัญชีเท็จ แต่แถลงล่าช้าถึง 23 เม.ย. 2569
  • ข้อเรียกร้องของศรีสุวรรณ: ให้ผู้ตรวจการส่งศาล รธน. วินิจฉัยว่าขัด รธน. ม.211/4 หรือไม่ หรือส่งศาลปกครองถ้าจำเป็น
  • ผลกระทบ: อาจนำไปสู่การไต่สวนเพิ่มเติมและคำพิพากษา

นายศรีสุวรรณยืนยันว่าคำวินิจฉัย ป.ป.ช. มีพิรุธมากมาย ส่อขัดคำวินิจฉัยศาลเดิมโดยตรง จึงต้องให้หน่วยงานอิสระตีความ

บทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจและเจ้าหน้าที่ หากเห็นว่ามีปัญหาสามารถส่งศาล รธน. ได้ ซึ่งศาล รธน. เป็นผู้ตีความรัฐธรรมนูญสูงสุด กรณีนี้หากไปถึงศาล อาจกลายเป็นคดีใหญ่ที่กระทบภาพลักษณ์นักการเมืองและ ป.ป.ช. เลยนะครับ

ในมุมมองของผม เรื่อง ศรีสุวรรณ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาล รธน. ปม ป.ป.ช. แสดงให้เห็นว่าระบบตรวจสอบของไทยยังมีช่องโหว่ การยื่นบัญชีทรัพย์สินต้องโปร่งใส 100% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ถ้าศาลรับวินิจฉัย ผลอาจเปลี่ยนเกมการเมืองได้เลย

คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับกรณีนี้? มันขัดกันจริงหรือแค่การเมือง? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ อย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “ศรีสุวรรณ” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาล รธน. ปม ป.ป.ช. วินิจฉัย “ศักดิ์สยาม”

ลิงการ์ดพูดถึงการเล่นในบราซิลและแมนยู

ลิงการ์ดพูดถึงการเล่นในบราซิลและแมนยู

เจสซี่ ลิงการ์ด อดีตดาวยิงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังสร้างเซอร์ไพรส์ในวงการฟุตบอลด้วยการย้ายไปเล่นให้สโมสรโครินเธียนส์ ในลีกบราซิล ซึ่งเป็นก้าวเดินใหม่ที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง ล่าสุด ลิงการ์ดให้สัมภาษณ์กับนักข่าว BBC ชื่อ Ione Wells โดยเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับประสบการณ์ ลิงการ์ดพูดถึงการเล่นในบราซิลและแมนยู ที่น่าประทับใจ

ลิงการ์ดพูดถึงการเล่นในบราซิลและแมนยูไนเต็ด

ในบทสัมภาษณ์ ลิงการ์ดเล่าว่าการเล่นในบราซิลนั้นแตกต่างจากอังกฤษอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศในสนามร้อนแรง แฟนบอลโครินเธียนส์นับแสนคนเชียร์กันจนสนั่น ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นทุกนัด "มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยลืม" ลิงการ์ดกล่าว เขายังพูดถึงการเผชิญหน้ากับเนย์มาร์ ดาวดังบราซิล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำประวัติศาสตร์ในลีกเซเรียอา

นอกจากนี้ ลิงการ์ดยังแสดงความชื่นชมต่อไมเคิล คาร์ริค อดีตเพื่อนร่วมทีมที่แมนยู โดยสนับสนุนให้คาร์ริครับตำแหน่งกุนซือของปีศาจแดง "คาร์ริคคือคนที่เหมาะสมที่สุด เขาเข้าใจ DNA ของแมนยูดี" ลิงการ์ดยืนยัน นี่คือมุมมองจากคนที่เคยผ่านสมรภูมิโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มาอย่างโชกโชน

ประสบการณ์ใหม่ของลิงการ์ดในบราซิล

การย้ายไปบราซิลของลิงการ์ดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาต้องการท้าทายตัวเองหลังจากหมดสัญญากับแมนยู โครินเธียนส์คือสโมสรยักษ์ใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และลิงการ์ดกำลังช่วยทีมสร้างผลงานน่าจับตา แฟนบอลแมนยูหลายคนยังคงติดตามผลงานของเขา และหวังว่าเขาจะนำความสำเร็จกลับมาสร้างแรงบันดาลใจ

  • บรรยากาศการแข่งขันในบราซิลร้อนแรงสุดๆ
  • การเผชิญหน้ากับนักเตะระดับโลกอย่างเนย์มาร์
  • ความผูกพันกับแมนยูที่ยังคงอยู่
  • การสนับสนุนคาร์ริคเป็นกุนซือคนใหม่

ลิงการ์ดยังเล่าถึงชีวิตนอกสนามในบราซิล ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมฟุตบอลที่หลงใหล ผู้คนที่นี่รักฟุตบอลอย่างแท้จริง ทำให้เขาปรับตัวได้เร็ว แม้จะต้องเผชิญความท้าทายเรื่องภาษาและสภาพอากาศร้อนชื้น

อนาคตของลิงการ์ดและแมนยูไนเต็ด

หลังจากนี้ ลิงการ์ดตั้งใจจะพิสูจน์ตัวเองในลีกบราซิลให้ได้มากที่สุด และหวังว่าจะมีโอกาสกลับมาทำงานกับแมนยูในอนาคต บทสัมภาษณ์นี้ไม่เพียงเผยให้เห็นด้านใหม่ของเขา แต่ยังจุดประกายให้แฟนบอลคิดถึงยุคทองของแมนยูที่ลิงการ์ดเคยเป็นส่วนหนึ่ง

สำหรับแฟนบอลไทยที่ชื่นชอบพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลโลก ลิงการ์ดพูดถึงการเล่นในบราซิลและแมนยู คือเรื่องที่ห้ามพลาด มันแสดงให้เห็นว่าฟุตบอลคือกีฬาที่เชื่อมโยงหัวใจคนทั่วโลก

คุณคิดอย่างไรกับการย้ายทีมของลิงการ์ด? คาร์ริคจะได้เป็นกุนซือแมนยูจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ แฟนบอลได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สำนักงานสลากฯ สานต่อโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนสู่ปีที่ 8

สำนักงานสลากฯ สานต่อโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนสู่ปีที่ 8 อย่างยิ่งใหญ่! ด้วยแนวคิด “ต้นไม้แห่งคุณค่า” ที่มุ่งวางรากฐานให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมดึงเทคโนโลยี AI มาช่วยพัฒนาทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการตลาด สร้างผลิตภัณฑ์ หรือบริหารจัดการ ทำให้ชุมชนไทยก้าวไกลขึ้นไปอีกขั้น

สำนักงานสลากฯ สานต่อโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนสู่ปีที่ 8

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) โดย พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานฯ ได้จัดงานเปิดตัวโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 8 อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี มีตัวแทนชุมชนจากทั่วประเทศกว่า 10 แห่งมาร่วมงานด้วยบรรยากาศคึกคัก

โครงการนี้ดำเนินมาต่อเนื่อง 8 ปีแล้วนะครับ สร้างผลสำเร็จเป็นรูปธรรมมากมาย โดยช่วยยกระดับอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-20% ต่อปี บางชุมชนยังกลายเป็นต้นแบบที่ทุกคนยอมรับ ปีนี้ชูแนวคิดต้นไม้แห่งคุณค่า เน้นวางรากฐานที่แข็งแรง ต่อยอดพัฒนาอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ที่เป็นกระแสสำคัญในปัจจุบัน

งานเปิดตัวโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 8

ชุมชนไหนบ้างที่เข้าร่วมโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนสู่ปีที่ 8

ปีนี้มีชุมชนเข้าร่วมทั้งสิ้น 14 แห่ง แบ่งเป็นชุมชนใหม่ 10 แห่ง และชุมชนต้นแบบจากปีก่อน 4 แห่ง มาดูรายชื่อกันเลยครับ:

  • ชุมชนไทกวนบ้านนาถ่อน จ.นครพนม
  • กลุ่มโฮมสเตย์บ้านสีกาย จ.หนองคาย
  • ชุมชนสะพานหิน จ.เพชรบุรี
  • วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ จ.นครศรีธรรมราช
  • ชุมชนบ้านช่องฟืน จ.พัทลุง
  • ชุมชนวัดศรีสุพรรณ จ.เชียงใหม่
  • วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ จ.เชียงใหม่
  • วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนเจดีย์กลางน้ำและแม่น้ำระยอง จ.ระยอง
  • ชุมชนบ้านป่าเม้าโฮแซว จ.ร้อยเอ็ด
  • วิสาหกิจชุมชนตาลโตนดโหนดนาเล จ.สงขลา
  • วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะเกร็ด ศิลปะ วัฒนธรรม เกษตร และนวัตกรรม จ.นนทบุรี (ต้นแบบ)
  • วิสาหกิจชุมชนฮักเกษตรคลองลานบ้านเฮา จ.กำแพงเพชร (ต้นแบบ)
  • วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง บ้านปากพูน จ.นครศรีธรรมราช (ต้นแบบ)
  • วิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย จ.อุตรดิตถ์ (ต้นแบบ)
ตัวแทนชุมชนเข้าร่วมโครงการ

ชุมชนเหล่านี้จะได้รับการพัฒนาเต็มรูปแบบ 4 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาชุมชน กลยุทธ์การตลาด บรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงจัดนิทรรศการ E-Catalog และป้ายแนะนำชุมชน ตั้งแต่เริ่มโครงการ มีชุมชนได้รับการพัฒนากว่า 77 แห่งแล้ว!

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการนำ AI มาประยุกต์ใช้จริงจัง ฝึกอบรมทักษะดิจิทัล สร้างคอนเทนต์เข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้ชุมชนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

พ.ท.หนุน เน้นย้ำว่า โครงการนี้สะท้อนความรับผิดชอบของสำนักงานสลากฯ ในการสร้างคุณค่าร่วม ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ยั่งยืน

ในมุมมองของผม การผสาน AI เข้ากับการพัฒนาชุมชนแบบนี้ เป็นนวัตกรรมที่ชาญฉลาดมาก เพราะชุมชนไทยมีของดีเยอะ แต่ขาดเครื่องมือสมัยใหม่ โครงการนี้จะช่วยให้พวกเขาก้าวสู่ตลาดโลกได้ ลองนึกภาพผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ขายดีเพราะ AI ช่วยทำคอนเทนต์ไวรัลสิ!

สนใจอยากติดตามหรือสนับสนุนชุมชนเหล่านี้? ตามได้ที่แฟนเพจ “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” เว็บไซต์ www.glo.or.th และ TikTok สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปเชียร์กันเยอะๆ นะครับ จะได้เห็นชุมชนไทยเติบโตไปด้วยกัน

ที่มา – สำนักงานสลากฯ สานต่อโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนสู่ปีที่ 8

“โสภณ” ชี้ปัญหายาเสพติด ต่างคนต่างทำ แนะบูรณาการ

“โสภณ” ชี้ อุปสรรคแก้ปัญหายาเสพติด ต่างคนต่างทำ แนะบูรณาการทุกหน่วยร่วมกัน ชวน สส. – สว. ร่วมแก้ เป็นประเด็นสำคัญที่นายโสภณ ซารุมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวปาฐกถาในงานที่รัฐสภา ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาเรื้อรังของการแก้ไขยาเสพติดในประเทศไทย ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นวิกฤตที่ทำลายสังคม เศรษฐกิจ และอนาคตของเยาวชน หากแต่ละหน่วยงานยังคงทำงานแบบต่างคนต่างทำ โดยไม่มีการบูรณาการที่แท้จริง ก็ยากที่จะเห็นผลสำเร็จที่ยั่งยืน

“โสภณ” ชี้ อุปสรรคแก้ปัญหายาเสพติด ต่างคนต่างทำ แนะบูรณาการทุกหน่วยร่วมกัน ชวน สส. – สว. ร่วมแก้

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 09.15 น. ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดโครงการ “สภาผู้แทนราษฎรพบปะประชาชน เพื่อส่งเสริมบทบาทสภาผู้แทนราษฎรแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” โดยนายโสภณ ซารุมย์ ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน” จากประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีที่ต่อสู้กับยาเสพติดมา 3 ปี ท่านได้ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคหลัก คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระจายตัวอยู่ทุกกระทรวง ทุกกรม งบประมาณกระจัดกระจาย ทำให้เกิดการทำงานแบบ “ต่างคนต่างทำ” ซึ่งเป็นจุดอ่อนใหญ่ที่สุด

อุปสรรคหลักในการแก้ปัญหายาเสพติด

ปัญหายาเสพติดในไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แต่ครอบคลุมหลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายโสภณ ย้ำว่า “คำว่าบูรณาการเป็นยาของราชการมาตลอด” แต่ในทางปฏิบัติยังขาดการประสานงานที่แท้จริง โดยเฉพาะในยุควิกฤตงบประมาณจำกัด ควรมีการใช้เงินงบประมาณร่วมกันและ “เอกซเรย์” กฎหมายว่ายังเพียงพอหรือไม่

  • งบประมาณกระจัดกระจาย ไม่มีจุดกลางในการรวมทรัพยากร
  • หน่วยงานทำงานแยกส่วน ขาดการแลกเปลี่ยนข้อมูล
  • กฎหมายบางฉบับล้าสมัยหรือประกาศใช้ไม่ได้
  • การเมืองขัดขวางการขับเคลื่อน

ข้อเสนอบูรณาการเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด

นายโสภณ แนะนำให้เน้นการบูรณาการ โดยระดมสมองจากหลายจังหวัด ใช้สถาบันนิติบัญญัติเป็นแกนนำในการใช้กฎหมายขับเคลื่อนแก้ปัญหา ท่านชวน ส.ส. และ ส.ว. วาง “การเมือง” ไว้ก่อน มาร่วมกันแก้กฎหมายที่อำนวยความสะดวก ผลักดันประเทศให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ “ไม่อยากเห็นบางกฎหมายหมดอายุผู้แทนแล้ว ยังประกาศใช้ไม่ได้” ท่านกล่าว นี่คือการเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาร่วมมือแก้ปัญหายาเสพติดให้เร็วที่สุด

การบูรณาการไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในบริบทปัจจุบันที่ยาเสพติดลุกลามเข้าสู่ชุมชนและโรงเรียน การทำงานร่วมกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การแบ่งปันข้อมูลผู้เสพเพื่อบำบัด การป้องกันที่เชื่อมโยงกับการศึกษา และการปราบปรามที่เข้มแข็งจากทุกฝ่าย หากทำได้ จะเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากสถิติล่าสุด พบว่าปัญหายาเสพติดเพิ่มขึ้น 20% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะยาไอซ์และกัญชาสังเคราะห์ สังคมไทยต้องการผู้นำที่กล้าบูรณาการจริงจัง นายโสภณ จึงเป็นตัวอย่างของนักการเมืองที่เน้นผลงานมากกว่าการเมือง

สุดท้าย การแก้ปัญหายาเสพติดต้องเริ่มจากความร่วมมือ หาก ส.ส. ส.ว. และทุกหน่วยงานวางการเมืองไว้ก่อน เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง คุณพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบูรณาการแก้ยาเสพติดหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – “โสภณ” ชี้ อุปสรรคแก้ปัญหายาเสพติด ต่างคนต่างทำ แนะบูรณาการทุกหน่วยร่วมกัน ชวน สส. – สว. ร่วมแก้