'สิงคโปร์' สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์

“สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์

ในวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ต้อนรับนายชาง ชุน ซิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐและรัฐมนตรีกลาโหมของสิงคโปร์ ในการหารือครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญคือ “สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์ ของไทย ซึ่งนับเป็นโอกาสใหญ่ในการยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

“สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือทางบกเชื่อมทะเลอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ผ่านจังหวัดชุมพรและระนอง เป็นโครงการที่รัฐบาลไทยผลักดันมานาน เพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสองแห่ง สนามบินโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางบกและทางทะเล ลดระยะทางและเวลาในการขนส่งสินค้าจากอินเดียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังมหาสมุทรอินเดีย โดยไม่ต้องอ้อมคอคองหรือผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเสี่ยงต่อความมั่นคงทางทะเล

นายชาง ชุน ซิง แสดงความสนใจอย่างมากต่อโครงการนี้ โดยมองว่าเป็นการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างสองฝั่งทะเล ลดความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มศักยภาพให้อุตสาหกรรมต่างๆ สร้างเศรษฐกิจใหม่ สนับสนุนความมั่นคง และเสริมพลังให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายอนุทิน ย้ำว่าต้องการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และพันธมิตรต่างชาติ เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ประเด็นการหารืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • ด้านกลาโหม: การแลกเปลี่ยนเยือนระดับสูงและฝึกร่วมประจำปี เช่น Cobra Gold
  • ด้านพลังงาน: ขยายความร่วมมือเพื่อความมั่นคงพลังงาน
  • อุตสาหกรรมการบินและความมั่นคงทางอาหาร: พัฒนาความร่วมมือเพิ่มเติม

นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังส่งคำเชิญให้นายอนุทินเยือนอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม เพื่อกระชับสัมพันธ์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โวโครงการสร้างโอกาสภูมิภาค

หลังการหารือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศเป็นกันเอง สะท้อนความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างผู้นำไทย-สิงคโปร์ นายชางให้ความสนใจ “สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์ อย่างชัดเจน หากมีความชัดเจนและผลักดันได้จริง จะดึงดูดนักลงทุนจากสิงคโปร์และชาติอื่นๆ มาร่วม โดยยังไม่ลงรายละเอียด แต่รัฐมนตรีสิงคโปร์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด รอความชัดเจนจากรัฐบาลไทยในระดับต่อไป

ยืนยันทุกขั้นตอนโปร่งใส

ต่อคำถามเรื่องฝ่ายค้านวิจารณ์ว่ารัฐบาลผลักดันโดยไม่แสดงตัวเลขคุ้มทุน น.ส.รัชดา ชี้แจงว่า โครงการใหญ่ต้องผ่านการวิเคราะห์ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และ EIA ครบถ้วนก่อนเข้าครม. รัฐบาลไม่มีทางอนุมัติจากกระดาษเปล่า ทุกอย่างโปร่งใส โดยใช้เงินเอกชนลงทุนเป็นหลัก สำหรับประชาชนในพื้นที่ จะทำความเข้าใจต่อเนื่อง รับฟังทุกข้อกังวล และสื่อสารให้ชัดเจนว่ารัฐบาลทำเพื่อประโยชน์ประชาชน

น.ส.รัชดายังวอนให้หยุดพูดด้อยค่าศักยภาพไทย โดยไทยมีน่าเชื่อถือด้านการเงิน คลังอันดับสูงในสายตานักลงทุน 2 ปีที่ผ่านมา มีหลายประเทศสนใจ ไม่ว่าจะจีนหรือสิงคโปร์ การวิจารณ์ควรสร้างสรรค์ ไม่ทำลายภาพลักษณ์ที่ต่างชาติกำลังจับตามอง

โครงการแลนด์บริดจ์ไม่เพียงสร้างงาน สร้างรายได้ แต่ยังยกระดับไทยเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน ลดต้นทุนการขนส่ง 20-30% ดึงดูดการลงทุนพันล้านดอลลาร์ สร้าง GDP เพิ่มหลายเปอร์เซ็นต์ หากประสบความสำเร็จ จะเป็นแลนด์มาร์กเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค

ในมุมมองผู้เขียน โครงการนี้เป็นโอกาสทองที่ไทยไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อพันธมิตรอย่างสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้นำด้านการค้าโลจิสติกส์ให้ความสนใจ รัฐบาลควรรีบเร่งศึกษาความเป็นไปได้และเปิดประชาคมรับฟัง เพื่อให้เกิดขึ้นจริงเร็วที่สุด คุณคิดอย่างไรกับ “สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตโครงการสำคัญๆ ได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – “สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: