วัน: 3 พฤษภาคม 2026

“เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาพายุฤดูร้อน

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีจากภาคการเมืองที่เต็มไปด้วยความห่วงใยประชาชนกันนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือโรงเรียน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดอุทัยธานี พายุฤดูร้อนพัดถล่มหนัก ทำให้บ้านเรือนและโรงเรียนเสียหายหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลตลุกดู่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

“เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือโรงเรียน

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่รอช้า รีบลงพื้นที่ทันทีเวลา 16.00 น. ไปยังโรงเรียนเขาวัดปฐวี และโรงเรียนบ้านวังเตย สาขาบ้านสาลี เพื่อตรวจสอบความเสียหาย มอบขวัญกำลังใจให้ครูอาจารย์ และที่สำคัญคือ มอบเงินส่วนตัว ช่วยเหลือสถานศึกษาทั้งสองแห่งในเบื้องต้น นี่คือการแสดงความรับผิดชอบที่แท้จริง ทำให้ชาวบ้านรู้สึกอบอุ่นใจมากเลยครับ

ไม่ใช่แค่นั้น นายเจเศรษฐ์ยังสั่งการให้เทศบาลตำบลตลุกดู่ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที ระดมกำลังจาก ปภ. และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่ช่วยเหลือทุกหลังคาเรือน แถมกำชับผู้นำชุมชนให้สรุปความเสียหายเร็ว ๆ เพื่อของบจากจังหวัดตามระเบียบราชการ การเคลื่อนไหวฉับไวแบบนี้ช่วยลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้เยอะเลย

ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 1 เร่งตรวจสอบและเยียวยา

ในวันเดียวกัน นางสาวกุลธิดา อ่อนมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1 ก็ลงพื้นที่ตรวจโรงเรียนในสังกัด พบว่าโรงเรียนเขาปฐวีเสียหายหนักที่อาคารเรียน ส่วนโรงเรียนบ้านวังเตย สาขาบ้านสาลี เสียหายที่อาคารโรงอาหาร

ทางแก้ปัญหา? ประสานช่างประเมินความเสียหายทันที เพื่อขอรับงบซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด สำหรับการเปิดเรียน ผอ.ยืนยันชัดเจนว่านักเรียนทุกคนจะมีที่เรียนแน่นอน โดยใช้พื้นที่อื่น ๆ และอาคารอนุบาลชั่วคราว ผู้ปกครองวางใจได้เลยครับ

ผลกระทบจากพายุฤดูร้อนและบทเรียนที่ได้

พายุฤดูร้อนครั้งนี้สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนและสถานศึกษาจำนวนมาก สอนให้เรารู้ว่าต้องเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติยังไง มาดูสรุปผลกระทบหลัก ๆ กันครับ:

  • บ้านเรือนเสียหาย: หลังคาพัง ฝาผนังถล่ม โดยเฉพาะตำบลตลุกดู่
  • โรงเรียนเสียหาย: อาคารเรียนและโรงอาหารพัง 2 แห่งหลัก
  • ผลต่อชีวิต: ประชาชนเดือดร้อน แต่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการป้องกันในอนาคต เช่น ติดตั้งโครงสร้างทนทานมากขึ้น และฝึกอบรมชุมชนรับมือภัยพิบัติ

การลงพื้นที่ของ “เจเศรษฐ์” แบบนี้ ไม่เพียงช่วยเยียวยา “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือโรงเรียน แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้นำท้องถิ่นทั่วประเทศ นี่คือการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชนจริง ๆ ครับ

ในมุมมองของผม การช่วยเหลือรวดเร็วและมอบเงินส่วนตัวแบบนี้ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก หากทุกคนร่วมมือกัน ภัยพิบัติจะไม่ใช่ฝันร้ายอีกต่อไป สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารการช่วยเหลือเพิ่มเติม และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือ หากคุณมีประสบการณ์คล้าย ๆ กัน คอมเมนต์มาแชร์กันได้เลยครับ!

ที่มา – “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือโรงเรียน

ตม.เชียงแสน รวบหนุ่มเชียงราย ลักลอบขนคนจีน 2 พันบาทต่อเที่ยว

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวเด็ดจากภาคเหนือมาฝากกันอีกแล้ว! ตม.เชียงแสน รวบหนุ่มเชียงราย ลักลอบขนคนจีนหลบหนีเข้าเมือง แลกค่าจ้าง 2 พันบาทต่อเที่ยว เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ นะครับ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน ไม่ยอมปล่อยให้ขบวนการลักลอบแบบนี้รอดไปได้ สืบสวนขยายผลจนจับตัวผู้ต้องหาได้แบบจังๆ

ตม.เชียงแสน รวบหนุ่มเชียงราย ลักลอบขนคนจีนหลบหนีเข้าเมือง แลกค่าจ้าง 2 พันบาทต่อเที่ยว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผู้กำกับการด่าน ตม.เชียงแสน พร้อมด้วย พ.ต.ท.กฤตวัตน์ อำนาจ รอง ผกก. และ พ.ต.ท.หญิง ชุลีกร ลิมวิเศษศักดิ์ สว.ด่าน ตม.เชียงแสน นำกำลังออกจับกุมนายทัย บุญธรรม อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย ข้อหาช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่รู้ว่าเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย พ้นจากการจับกุม

พร้อมกันนี้ยังจับกุมนายเซี่ย เจีย อายุ 36 ปี ชาวจีน และนายปัน ซิเจีย อายุ 30 ปี ชาวจีน ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ของกลางที่ยึดได้คือรถยนต์กระบะสีขาว ทะเบียน กบ 5611 เพชรบูรณ์ และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

ขบวนการลักลอบขนคนจีนหลบหนีเข้าเมือง เริ่มต้นอย่างไร

backstory ของคดีนี้มาจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามด่าน ตม.เชียงแสน ที่ติดตามขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภอเชียงแสน ได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผู้ต้องหาที่ลักลอบขนแรงงานต่างด้าว จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและวางแผนตั้งจุดตรวจบริเวณริมถนนหมายเลข 1129 หมู่ที่ 9 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จนสามารถจับกุมในที่เกิดเหตุได้ทันที

  • ผู้ต้องหาหลัก: นายทัย บุญธรรม, 33 ปี, เชียงราย
  • คนต่างด้าว: นายเซี่ย เจีย (36 ปี) และนายปัน ซิเจีย (30 ปี), ชาวจีน
  • ของกลาง: รถกระบะขาว ทะเบียน กบ 5611 เชียงราย, มือถือ 2 เครื่อง

จากการสอบสวน นายทัยให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างเพียง 2,000 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น ส่วนคนจีนทั้งสองอ้างว่าไม่รู้เรื่อง พรรคพวกเป็นผู้ดำเนินการให้เรื่องหลบหนีเข้าเมือง แต่เจ้าหน้าที่สืบทราบมาว่า ค่าหัวสำหรับการหลบหนีเข้าเมืองจริงๆ แล้วอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต่อคน! นี่แสดงให้เห็นถึงขบวนการใหญ่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ผู้รับจ้างอย่างนายทัยอาจได้เงินน้อย แต่หัวหน้าขบวนการต่างหากที่รวยเละ

ความเสี่ยงและผลกระทบจากการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ การลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมืองแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ มันเสี่ยงทั้งชีวิตและอิสรภาพ ผู้ต้องหาอย่างนายทัยอาจคิดว่าได้เงินง่ายๆ 2,000 บาท แต่ถ้าถูกจับคือติดคุกยาวๆ แถมยังช่วยให้ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเติบโต สร้างปัญหาสังคม เช่น แรงงานเถื่อน อาชญากรรมเพิ่มขึ้น ในพื้นที่ชายแดนอย่างเชียงแสนซึ่งติดลาวและเมียนมา ยิ่งต้องเข้มงวด

เจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสนทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก สืบสวนขยายผลแบบนี้ช่วยตัดวงจรขบวนการได้ทันที ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจเชียงแสน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขยายความกันหน่อยนะครับ ปัญหาคนต่างด้าวลักลอบเข้าไทย โดยเฉพาะจากจีน ไม่ใช่เรื่องใหม่ ชายแดนเหนือเป็นจุดฮอตฮิตเพราะเส้นทางแม่น้ำโขงสะดวก แต่ ตม.มีเทคโนโลยีและทีมงานเก่งๆ คอยสกัดกั้นตลอด ใครที่คิดจะลองทำตามห้ามนะครับ เสี่ยงจับแน่!

ในมุมมองของผม การปราบปรามแบบนี้ช่วยรักษาความมั่นคงของชาติได้ดีมาก แนะนำให้ทุกคนเดินทางถูกกฎหมายจะดีที่สุด ถ้ามีวีซ่าหรืออนุญาตชัดเจน ไม่ต้องกลัวอะไร ติดตามข่าวอาชญากรรมและข่าวชายแดนเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเราเลยนะครับ คอมเมนต์บอกด้วยว่าคิดเห็นยังไง!

ที่มา – ตม.เชียงแสน รวบหนุ่มเชียงราย ลักลอบขนคนจีนหลบหนีเข้าเมือง แลกค่าจ้าง 2 พันบาทต่อเที่ยว

“หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์

“หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะเรื่องค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับภาระหนักขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าการผลักดันให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมปรับโครงสร้างค่าไฟแบบขั้นบันไดนั้น เป็นการเอาเปรียบประชาชนชัดเจน

“หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์

ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นพ.วรงค์ ได้ชี้แจงว่าทั้งไฟฟ้าและน้ำประปาเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลมีหน้าที่จัดหาให้ประชาชนในราคาที่เป็นธรรม โดยไม่ควรแบ่งแยกผู้ใช้ แต่มาตรการใหม่ของรัฐบาลกลับกำหนดค่าไฟแบบขั้นบันได คือ ใช้ต่ำกว่า 200 หน่วยต่อเดือน คิดไม่เกิน 3 บาท/หน่วย, 200-400 หน่วย คิด 3.95 บาท/หน่วย และเกิน 400 หน่วย คิดสูงถึง 5 บาท/หน่วยขึ้นไป ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่ใช้ไฟมากกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายสนับสนุนติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน โดยให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ แต่รัฐรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตได้ในราคาเพียง 2.20 บาท/หน่วย ขณะที่ขายคืนให้ประชาชนในราคา 5 บาท/หน่วย หรือแพงกว่าครึ่งหนึ่ง นี่คือการผลักภาระให้ประชาชนลงทุนสร้าง ‘โรงไฟฟ้าบนหลังคา’ เอง รัฐได้ประโยชน์ไฟถูก แต่ประชาชนต้องควักจ่ายค่าติดตั้งเอง

ทำไม “หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบเรื่องโซลาร์เซลล์

หมอวรงค์ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังแสวงหาผลกำไรจากสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งไม่ถูกต้อง ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงเพราะระบบขั้นบันได และยังต้องลงทุนโซลาร์เซลล์ที่ไม่คุ้มทุนเพราะราคารับซื้อต่ำ หากรัฐจริงใจควรใช้ระบบ Net Metering ที่ผลิตไฟใช้เอง เกินขายให้รัฐ ไม่พอใช้ดึงจากรัฐ ในอัตราที่เท่าเทียมกัน โดยไม่ต้องคำนวณต่างราคา

ค่าไฟแพงกับนโยบายโซลาร์เซลล์: ประชาชนเสียเปรียบอย่างไร

โครงสร้างค่าไฟขั้นบันไดทำให้ครัวเรือนที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยต้องจ่ายแพงขึ้น ส่งผลกระทบต่อครอบครัวใหญ่หรือผู้ประกอบการรายย่อย นโยบายโซลาร์เซลล์ดูดีในแวบแรกเพราะช่วยลดค่าไฟ แต่เมื่อเจาะลึก:

  • ราคารับซื้อไฟจากโซลาร์ 2.20 บาท/หน่วย ต่ำกว่าที่รัฐขาย 5 บาท/หน่วย เกินครึ่ง
  • ประชาชนต้องลงทุนติดตั้งเอง แม้กู้ดอกเบี้ยต่ำ แต่ดอกเบี้ยและค่าบำรุงยังเป็นภาระ
  • ไม่ใช่ Net Metering จริงจัง ทำให้ไม่เป็นธรรม
  • รัฐได้ไฟถูกมาขายแพง แสวงกำไรจากประชาชน

ไฟฟ้าและน้ำประปาคือสิทธิพื้นฐาน รัฐควรลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเอง ไม่ใช่ผลักให้ประชาชน

Net Metering: ทางออกที่เป็นธรรมกว่า

Net Metering คือระบบที่วัดไฟสุทธิ ผลิตได้มากใช้ เกินขาย ไม่พอซื้อเพิ่ม โดยราคาเท่ากันทั้งสองทาง ประเทศอย่างออสเตรเลีย สหรัฐฯ ใช้ระบบนี้สำเร็จ ช่วยส่งเสริมพลังงานสะอาดโดยไม่เอาเปรียบผู้ผลิต หากไทยใช้แบบนี้ ค่าไฟแพงปัญหาจะลดลง

การวิจารณ์ของหมอวรงค์สะท้อนปัญหาเชิงระบบที่รัฐบาลมองข้าม ประชาชนไม่ควรเป็นเหยื่อนโยบายที่ดูดีแต่ซ่อนเงื่อนงำ สุดท้ายแล้ว รัฐต้องรับผิดชอบสาธารณูปโภคให้แท้จริง

คุณเห็นด้วยกับมุมมอง “หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์ หรือไม่? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์

‘นักเตะอ่อนแอ’ เลย์ตัน โอเรียนต์ เสีย 1 ปี – เวลเลนส์

‘นักเตะอ่อนแอ’ ของเลย์ตัน โอเรียนต์ เสียเวลา 1 ปีอาชีพ – เวลเลนส์

ริชชี่ เวลเลนส์ ผู้จัดการทีมเลย์ตัน โอเรียนต์ ออกมาโจมตีนักเตะของตัวเองอย่างรุนแรง หลังทีมรอดตกชั้นจากลีก วัน ในวันสุดท้ายของฤดูกาล ด้วยผลเสมอ 2-2 กับเบอร์ตัน อัลเบียน แต่เจ้าตัวไม่มีความสุขเลยสักนิด และบอกว่านักเตะเสิร์ฟ ‘ขยะ’ ให้แฟนบอลตลอดทั้งปี

“ผมเคยออกมาวิจารณ์แฟนบอลของเราสองสามครั้ง ผมขอโทษตอนนี้ และจะบอกเหตุผล” เวลเลนส์ให้สัมภาษณ์กับ BBC Radio London “เรามีกลุ่มนักเตะที่อ่อนแอมาก ๆ จริง ๆ และเมื่อแฟนบอลวิจารณ์พวกเขา ผมพยายามรับผิดชอบแทน”

เวลเลนส์ยอมรับว่า ‘นักเตะอ่อนแอ’ ของเลย์ตัน โอเรียนต์ เสียเวลา 1 ปีอาชีพ ของเขาเอง และทำให้แฟนบอลเสียเวลาไปด้วย นักเตะบางคนเสียเวลา 10 เดือนในการเล่น และสโมสรขาดคนที่มีจิตใจนักสู้

‘นักเตะอ่อนแอ’ ของเลย์ตัน โอเรียนต์ เสียเวลา 1 ปีอาชีพ – เวลเลนส์

ในช่วงท้ายเกมกับเบอร์ตัน นักเตะเลย์ตัน โอเรียนต์ เล่นแบบรอเสมอ เพราะรู้ว่าคู่แข่งตกชั้นอย่างเอ็กเซเตอร์ กำลังแพ้แบรดฟอร์ด แต่หลังรอดตกชั้น พวกเขากลับฉลองบนสนาม ซึ่งเวลเลนส์ไม่ยอม “ตบมือให้แฟนบอลเพราะพวกเขาจ่ายเงินมาดูทั้งฤดูกาล แต่ไม่ต้องฉลองกับครอบครัว นี่คือฤดูกาลที่น่าอาย”

การวิจารณ์นักเตะอ่อนแอของเลย์ตัน โอเรียนต์ เสียเวลา 1 ปีอาชีพ

เวลเลนส์ ซึ่งพาทีมเลื่อนชั้นในฤดูกาล 2022-23 และเข้าชิงเพลย์ออฟเมื่อปีก่อน สัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ “นักเตะที่เหลือสัญญาจะต้องลุ้นต่อสัญญา และคนหมดสัญญาที่เราไม่ต้องการจะถูกปล่อย” เขากล่าว

ทีมต้องการนักเตะที่แกร่งกว่า มีคาแรกเตอร์ และการเสริมทัพที่ดีขึ้น ปีก่อนพวกเขาไปปรีซีซั่นที่สเปน แต่เอานักเตะเยาวชน 8 คนและทดสอบ 3 คน ทำให้ทุกฤดูกาลเริ่มต้นช้า และอยู่อันดับท้ายตารางหลัง 5-6 นัด

  • ปัญหาหลัก: นักเตะขาดความแข็งแกร่งทางกายและจิตใจ
  • การเล่นแบบรอเสมอในเกมสำคัญ
  • การฉลองที่ไม่เหมาะสมหลังรอดตกชั้น
  • การเสริมทัพผิดพลาดในอดีต

แม้ดอม บัลลาร์ด ดาวยิงยอดเยี่ยมแห่งลีก วัน จะไม่ถูกวิจารณ์ แต่เวลเลนส์ไม่รับประกันว่าจะเก็บเขาไว้ หากมีข้อเสนอดีจากเดวิด แกนด์เลอร์ (ผู้ถือหุ้นใหญ่) และนีเจล ทราเวิส (ประธานสโมสร)

อนาคตของเลย์ตัน โอเรียนต์ หลังวิจารณ์นักเตะอ่อนแอ

ฤดูกาลนี้เลย์ตัน โอเรียนต์ ต้องดิ้นรนหนักเพื่อรอดตกชั้น แม้จะมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ในฟุตบอลอังกฤษ แต่ปัญหาภายในทีมทำให้ผลงานย่ำแย่ เวลเลนส์หวังว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งในลีก วันฤดูกาลหน้า

แฟนบอลเลย์ตัน โอเรียนต์ สมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ พวกเขาสนับสนุนทีมทั้งเหย้าออกนอกบ้าน แต่ได้รับการแสดงที่แย่เกือบทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะ 6-7 สัปดาห์หลังสุด

นี่คือบทเรียนสำหรับทุกสโมสรในลีก วัน: จิตใจนักสู้สำคัญกว่าทักษะ หากไม่มีคาแรกเตอร์ ทีมจะล้มเหลวแม้มีพรสวรรค์

คุณคิดอย่างไรกับคำวิจารณ์ของเวลเลนส์? เลย์ตัน โอเรียนต์ จะกลับมาท็อปฮาฟได้ไหมฤดูกาลหน้า? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลลีก วันเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

งานเข้าซ้ำ “เบิร์ด วันว่างๆ” เจอ “กาวยาแนวจระเข้” จ่อฟ้อง พ.ร.บ.คอม

วันนี้เรามีข่าวร้อนในวงการอินฟลูเอนเซอร์มาอัปเดตกันอีกแล้ว นั่นคืองานเข้าซ้ำ “เบิร์ด วันว่างๆ” เจอ “กาวยาแนวจระเข้” จ่อฟ้องเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังจากที่นายธีระวัฒน์ ศรีรอด หรือที่รู้จักกันในชื่อ เบิร์ด วันว่างๆ เคยสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคลิปเล่นสงกรานต์สุดแหวกแนวที่พระประแดง โดยใช้กาวยาแนวตราจระเข้ละลายน้ำมาป้ายหน้าและตัวคนอื่นๆ แทนแป้งดินสอพองแบบดั้งเดิม ซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อมีผู้เสียหายออกมาแจ้งความ

งานเข้าซ้ำ “เบิร์ด วันว่างๆ” เจอ “กาวยาแนวจระเข้” จ่อฟ้องเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ย้อนกลับไปในช่วงสงกรานต์ เบิร์ด วันว่างๆ ได้โพสต์คอนเทนต์สนุกสนานแต่ผิดพลาดมหันต์ โดยนำกาวยาแนวซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับงานก่อสร้าง มาละลายน้ำแล้วใช้ป้ายเล่นน้ำกับเพื่อนๆ และผู้มาร่วมงาน ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองผิวหนังหลายราย ทีมงานรายการกัน จอมพลัง ได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความ สุดท้ายเบิร์ดเข้าพบพนักงานสอบสวน รับสารภาพและถูกเปรียบเทียบปรับเงิน 2,000 บาท พร้อมคำเตือนให้ระมัดระวังการสร้างคอนเทนต์ที่อาจกระทบผู้อื่นในอนาคต

บริษัทจระเข้ไม่ยอมปล่อยผ่าน จ่อฟ้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

แต่เรื่องยังไม่จบ! ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายกฎหมายของบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตกาวยาแนวจระเข้ ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บังคับการ สอท. และพนักงานสอบสวน บก.สอท.2 ที่สำนักงานโปลิศไซเบอร์แห่งชาติ เมืองทองธานี เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเบิร์ด วันว่างๆ ในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยจะยื่น正式ในวันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 10.00 น.

เหตุผลหลักที่บริษัทตัดสินใจดำเนินคดี เพราะการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในลักษณะที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น แถมยังโพสต์เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดภาพลักษณ์เชิงลบต่อแบรนด์อย่างรุนแรง ผู้บริโภคอาจเข้าใจผิดและลองทำตาม จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

  • การใช้ผิดประเภท: กาวยาแนวเป็นสารเคมีสำหรับยาแนวกระเบื้อง ไม่ใช่ของเล่นหรือสารสำหรับทาผิว
  • ความเสี่ยงอันตราย: ละลายน้ำแล้วทาผิวอาจทำให้ผิวไหม้ แพ้ หรือติดเชื้อ
  • ผลกระทบต่อแบรนด์: สร้างความเสียหายด้านชื่อเสียง สินค้าถูกมองในแง่ลบ
  • กระทำผ่านคอมพิวเตอร์: โพสต์คลิปในแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้าข่าย พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14 หรือ 16 ที่เกี่ยวกับข้อมูลเท็จหรือข้อมูลก่อให้เสียหาย

กรณีนี้กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนสำหรับเหล่าครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ทุกคน ในยุคที่คอนเทนต์ไวรัลง่าย แต่ความรับผิดชอบต้องมาก่อน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มีบทลงโทษหนัก เช่น ปรับหรือจำคุก หากเข้าข่ายข้อมูลเท็จที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกหรือเสียหายต่อธุรกิจ

บทเรียนสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ยุคดิจิทัล

ไม่ใช่แค่เบิร์ดคนเดียวที่เคยเจอปัญหาแบบนี้ ยังมีเคสอื่นๆ เช่น การรีวิวสินค้าผิดๆ หรือทดลองของแปลกที่อันตราย เพื่อให้คอนเทนต์ปัง แต่สุดท้ายกลายเป็นดราม่าและคดีความ คำแนะนำง่ายๆ คือ ศึกษาสินค้าก่อนใช้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และคิดถึงผลกระทบต่อผู้ชมเสมอ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่อาจเลียนแบบ

นอกจากนี้ แบรนด์ต่างๆ ก็ควรมีนโยบายชัดเจนในการร่วมงานกับอินฟลู เพื่อป้องกันปัญหาแบบนี้ ช่วยรักษาภาพลักษณ์ทั้งสองฝ่าย

สรุปแล้ว งานเข้าซ้ำ “เบิร์ด วันว่างๆ” เจอ “กาวยาแนวจระเข้” จ่อฟ้องเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นเคสที่เตือนใจทุกคนในวงการ ว่าความสนุกในโซเชียลต้องไม่เหยียบย่ำความปลอดภัยและกฎหมาย

คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณีนี้? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์ประสบการณ์ดราม่าคอนเทนต์ของคุณได้เลย! ติดตามข่าวอัปเดตคดีนี้กับเราต่อไปนะ

ที่มา – งานเข้าซ้ำ “เบิร์ด วันว่างๆ” เจอ “กาวยาแนวจระเข้” จ่อฟ้องเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

“ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศสมัครผู้ว่าฯกทม. ปัดดีล ปชน.

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำลังมาเยือน และข่าวล่าสุดที่ทุกคนจับตามองคือ “ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศความพร้อมสมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัดข่าวดีล ปชน. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบัน ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 เกี่ยวกับแผนการลงสมัครเลือกตั้งรอบใหม่ โดยยืนยันว่าจะประกาศความพร้อมก่อนวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ แต่ยังคงทำงานปัจจุบันให้เต็มที่ก่อน

“ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศความพร้อมสมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัดข่าวดีล ปชน.

ชัชชาติระบุว่า แม้จะยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ทีมงานรุ่นใหม่ที่เคยร่วมงานกัน ได้เริ่มทบทวนผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา และรวบรวมนโยบายใหม่กว่า 300 ข้อแล้ว โดยเชิญชวนอาสาสมัครมาร่วมคิด เหมือนโครงการ “เพื่อนชัชชาติ” ในอดีต เพื่อฟังเสียงประชาชนและปรับปรุงสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง ทีมนี้ทำงานแบบ “work work work” เพื่อข้อเสนอที่นโยบายที่ตอบโจทย์คนกรุงจริงๆ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เผยแผนสมัครผู้ว่าฯกทม.

ชัชชาติ ยืนยันไม่สนับสนุนผู้สมัคร สก. และปัดข่าวดีลพรรคประชาชน

นอกจากนี้ ชัชชาติยังชี้แจงกรณีภาพและโลโก้ที่คล้ายแคมเปญเก่า ถูกนำมาใช้กับผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) โดยย้ำชัดว่า ยังไม่ส่งใครลงสมัคร เพราะต้องรักษาความเป็นกลางในฐานะผู้ว่าฯปัจจุบัน ขอให้ประชาชนฟังจากปากตัวเอง หากจะสนับสนุนใคร จะประกาศชัดเจน แต่ตอนนี้ยังไม่มี และภาพถ่ายร่วมกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การหนุนหลัง

ชัชชาติฝากถึงประชาชนในการเลือก สก. ว่าต้องเลือกคนทำงานดี โปร่งใส ซื่อสัตย์ ให้เกียรติทุกฝ่าย หากภาพแบบนี้เยอะเกินไป คงต้องขอร้องให้หยุดใช้รูปตัวเอง

ชัชชาติ ปัดข่าวดีล ปชน. ลงสมัครอิสระ

ส่วนกระแสข่าวที่ พรรคประชาชน (ปชน.) ชวนลงในนามพรรค ชัชชาติร้อง “ห้ะ” แล้วยืนยันไม่มีเรื่องนั้น แม้จะคุยแลกเปลี่ยนกันเพราะเป็นเพื่อนเก่า แต่ย้ำจุดยืนลงสมัครแบบอิสระ เพราะคล่องตัวกว่า สามารถตัดสินใจเอง เลือกรองผู้ว่าฯเอง (มี 4 คนครบวาระ) และทำงานให้ทุกคนได้ ไม่ต้องฟังพรรค แตกต่างจากระดับประเทศที่ต้องการฐานพรรค

  • จุดแข็งของการลงอิสระ: คล่องตัว ตัดสินใจเร็ว
  • ผลงาน 4 ปี: เก็บภาษีดี จ่ายหนี้ BTS สำเร็จ เงินเหลือไหลลงตุ่ม
  • นโยบายใหม่: กว่า 300 ข้อ จากทีมอาสา

ชัชชาติยังมองบวกต่อคู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคประชาชนที่จะเปิดตัวแคนดิเดต 5 พ.ค. นี้ ว่าเป็นเรื่องดี มีตัวเลือกเยอะ การแข่งขันคือเสนอสิ่งดีที่สุดให้ประชาชน ไม่ใช่โจมตีกัน และเชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยจะคัดคนเก่งได้ 4 ปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่บริหารกทม. แต่สร้างความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง

ชัชชาติ พูดถึงการเงินกทม. และอนาคต

ด้านการเงินกทม. ชัชชาติบอกว่ามีรายรับมากกว่ารายจ่าย ขอบคุณทีมเก็บภาษี (เช่น ภาษีป้าย) ไม่กู้หนี้ ประหยัดประมูล จ่ายหนี้ BTS เยอะ ตั้งงบเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่มีงบกลางปีเพิ่ม หวังส่งต่อเงินสำรองให้ผู้บริหารชุดใหม่

สรุปแล้ว “ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศความพร้อมสมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัดข่าวดีล ปชน. แสดงวิสัยทัศน์ชัดเจน เน้นอิสระและผลงานจริง การลงสมัครแบบนี้คงทำให้การเลือกตั้งกทม. รอบนี้เข้มข้นยิ่งขึ้น คุณคิดว่าชัชชาติจะคว้าชัยอีกสมัยไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตได้ที่นี่!

ที่มา – “ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศความพร้อมสมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัดข่าวดีล ปชน.

วัตฟอร์ด ไล่ออกโค้ชสติลล์ หลังไม่ถึง 3 เดือน

วัตฟอร์ด ไล่ออกโค้ชสติลล์ หลังจากคุมทีมได้ไม่ถึง 3 เดือนเท่านั้น สโมสรวัตฟอร์ดในศึกแชมเปียนชิพ อังกฤษ ตัดสินใจแยกทางกับเอ็ด สติลล์ กุนซือชาวเบลเยียมวัย 35 ปี อย่างน่าเซอร์ไพรส์ ผู้เล่นและแฟนบอลหลายคนยังงงกับการตัดสินใจครั้งนี้

เอ็ด สติลล์ เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชของวัตฟอร์ดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ด้วยสัญญา 2 ปีครึ่ง ต่อจากฆาบี กราเซียที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ การเข้ามาของสติลล์ถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะเขาเป็นโค้ชหนุ่มที่มีประสบการณ์จากลีกรองฝรั่งเศสกับเรอิมส์ แต่ผลงานในวัตฟอร์ดกลับไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง ทีมทำผลงานได้แย่ รั้งอันดับกลางตาราง และแพ้ในหลายนัดสำคัญ

วัตฟอร์ด ไล่ออกโค้ชสติลล์ เหตุผลเบื้องหลังคืออะไร

สาเหตุหลักที่ วัตฟอร์ด ไล่ออกโค้ชสติลล์ น่าจะมาจากฟอร์มการเล่นที่ไม่ดี ทีมแพ้ติดต่อกันหลายนัด และแฟนบอลเริ่มไม่พอใจกับสไตล์การเล่นที่ขาดความดุดัน วัตฟอร์ดเป็นทีมที่มีประวัติเปลี่ยนโค้ชบ่อยครั้งภายใต้เจ้าของ Gino Pozzo ที่ต้องการผลงานทันทีเพื่อลุ้นเลื่อนชั้นกลับพรีเมียร์ลีก การตัดสินใจนี้แม้จะรวดเร็ว แต่ก็สอดคล้องกับนโยบายของสโมสรที่เคยไล่โค้ชดังๆ อย่าง วาตฟอร์ด ไล่โค้ชหลายรายในอดีต เช่น โทนี่ โปไลส์ นิโก้ เปเรซ และคนอื่นๆ

ประวัติเอ็ด สติลล์ ก่อนถูกวัตฟอร์ด ไล่ออกโค้ชสติลล์

เอ็ด สติลล์ เกิดที่เบลเยียม มีเชื้อสายอังกฤษ เขาเริ่มต้นอาชีพโค้ชกับสต็องดาร์ด ลีแอช และขึ้นมาเป็นกุนซือทีมชุดใหญ่ของเรอิมส์ในลีกเอิงฝรั่งเศส ผลงานน่าประทับใจด้วยการพาทีมรอดตกชั้นและชนะคู่แข่งใหญ่ๆ แต่การย้ายมาวัตฟอร์ดกลับเป็นก้าวที่พลาด เพราะวัตฟอร์ดมีแรงกดดันสูงและสไตล์บอลที่แตกต่างจากลีกฝรั่งเศส

หลังจากนี้ วัตฟอร์ดต้องหาโค้ชใหม่ด่วนเพื่อลุ้นท็อป 6 ในแชมเปียนชิพ ชื่อที่เป็นไปได้คือ ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ อดีตนักเตะของทีม หรือกุนซือจากต่างลีก นอกจากนี้ แฟนบอลยังตั้งคำถามถึงการบริหารสโมสรที่เปลี่ยนโค้ชบ่อยเกินไป จนทีมขาดความมั่นคง

ผลกระทบต่อวัตฟอร์ดหลังไล่ออกโค้ชสติลล์

การ วัตฟอร์ด ไล่ออกโค้ชสติลล์ จะส่งผลต่อทีมอย่างไร? ผู้เล่นหลักอย่างอิสไมล่า ซอร์ และยาเซอร์ อาซาร์ (น้องชายเอเด็น) อาจได้รับผลกระทบทางจิตใจ แต่ก็เป็นโอกาสรีเซ็ตทีมใหม่ สโมสรต้องเร่งหาโค้ชที่มีประสบการณ์แชมเปียนชิพเพื่อลุ้นเพลย์ออฟ

  • ประวัติเปลี่ยนโค้ชบ่อยของวัตฟอร์ด
  • ผลงานทีมช่วงสติลล์คุม
  • ตัวเต็งกุนซือคนใหม่
  • โอกาสเลื่อนชั้นฤดูกาลนี้

จากสถิติ วัตฟอร์ดแพ้ 5 จาก 10 นัดหลังสุดภายใต้สติลล์ คะแนนรวมไม่ถึง 1 แต้มต่อนัด ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน สโมสรประกาศขอบคุณสติลล์และสต๊าฟฟ์ แต่ยืนยันว่าจะประกาศโค้ชใหม่เร็วๆ นี้

ในมุมมองของผม การตัดสินใจนี้อาจถูกต้องเพราะวัตฟอร์ดต้องการผลลัพธ์ทันที แต่ก็เสี่ยงหากไม่เจอโค้ชที่ใช่ แฟนบอลวัตฟอร์ดที่ชื่นชอบความดราม่าคงไม่ผิดหวัง สุดท้ายแล้ว ฤดูกาลนี้ยังเหลือเวลาพอให้พลิกเกมได้

ติดตามข่าวฟุตบอลแชมเปียนชิพและพรีเมียร์ลีกอัปเดตล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 4 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 4 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร เป็นข้อมูลที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะผู้ใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถบรรทุก ที่ต้องเติมน้ำมันทุกวัน เราจึงรวบรวมราคาน้ำมันล่าสุดจากทุกปั๊มใหญ่ๆ มาให้เช็คกันแบบละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือดีเซล จาก ปตท. บางจาก พีที คาลเท็กซ์ ซัสโก้ และเชลล์ ราคาลิตรละกี่บาท ไปดูกันเลยครับ!

ในช่วงนี้ ราคาน้ำมันได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวน ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง และมาตรการภาษีของรัฐบาลไทย การรู้ อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 4 พฤษภาคม 2569 ล่วงหน้าช่วยให้คุณวางแผนการเติมน้ำมันได้ดีขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเลือกปั๊มที่คุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะดีเซล B20 ที่ราคาถูกกว่าแบบปกติ เหมาะสำหรับรถกระบะและรถบรรทุกจำนวนมาก หากคุณขับรถไปทำงานหรือส่งของประจำ อย่าพลาดข้อมูลนี้เด็ดขาด!

นอกจากนี้ การเลือกน้ำมันประเภทที่เหมาะกับรถของคุณยังช่วยประหยัดน้ำมันและถนอมเครื่องยนต์ เช่น แก๊สโซฮอล์ E20 หรือ E85 สำหรับรถที่รองรับเอทานอล ซึ่งราคาถูกกว่าเบนซินปกติ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มาดูรายละเอียดราคาจากแต่ละปั๊มกันครับ

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 4 พฤษภาคม 2569

นี่คือราคากลางที่ประกาศล่าสุดจากแต่ละบริษัท ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันเล็กน้อยในแต่ละจังหวัด

ราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล ปตท. และบางจาก

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 4 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร

ปั๊มบางจากเน้นน้ำมันสูตร EVO ที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์ ราคาแข่งขันได้ดีในกลุ่มแก๊สโซฮอล์

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 4 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.89 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 62.10 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 52.39 บาท/ลิตร

ปตท. มีตัวเลือกหลากหลาย โดยเฉพาะซูเปอร์พาวเวอร์ที่ให้สมรรถนะสูงสำหรับรถสปอร์ต

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 4 พฤษภาคม 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.18 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 4 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 53.39 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 4 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 53.04 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 4 พฤษภาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.01 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร

จากข้อมูล อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 4 พฤษภาคม 2569 จะเห็นว่าราคาดีเซล B20 ทุกปั๊มอยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตรเท่ากัน ถือเป็นตัวเลือกประหยัดสำหรับรถดีเซล แนะนำให้เช็คราคาจริงที่ปั๊มใกล้บ้านเพราะอาจมีโปรโมชั่นพิเศษหรือภาษีต่างกัน

เคล็ดลับ: ถ้ารถคุณรองรับ E20 ให้เลือกตัวนี้เพราะราคาถูกและประหยัดได้จริง หรือถ้าต้องการสมรรถนะสูง ลองวี-เพาเวอร์ของเชลล์ดูครับ สุดท้าย ติดตามบล็อกนี้เพื่ออัปเดตราคาน้ำมันทุกวัน และวางแผนงบเดินทางให้ดีนะครับ!

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 4 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำกรุงเทพ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวด่วนจากกรมราชทัณฑ์ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาเลยทีเดียว นั่นคือ ให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นร้อน “คุกวีไอพี” สำหรับผู้ต้องขังชาวจีน เรื่องนี้เริ่มจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เข้าไปตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษย์ในเรือนจำ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ไม่นิ่งนอนใจ รีบดำเนินการเด็ดขาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ตามที่กรมราชทัณฑ์ชี้แจงเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 มีคำสั่งสำคัญ 2 ฉบับที่ออกมาเพื่อจัดการปัญหานี้ก่อน คำสั่งที่ 240/2568 ลงวันที่ 24 พ.ย. 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง โดยมีผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเลขานุการส่วนตัวถูกสั่ง ให้ออกราชการไว้ก่อน ทันที เพื่อให้การสอบสวนโปร่งใสที่สุด ไม่มีอิทธิพลใดๆ มาขัดขวาง

ไม่จบแค่นั้นนะครับ จากการตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติม พบว่ามีเจ้าหน้าที่กลุ่มอื่นๆ เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะการเรียกรับผลประโยชน์จากการละเว้นไม่ลงโทษผู้ต้องขังที่ครอบครองโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นความผิดวินัยร้ายแรง รวมถึงเอื้อประโยชน์ให้ทนายความเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังแบบมิชอบเพื่อแลกผลประโยชน์ กรมราชทัณฑ์จึงรายงานกระทรวงยุติธรรมทันที และมีคำสั่งที่ 1562/2568 ลงวันที่ 28 พ.ย. 2568 สั่งสอบวินัยร้ายแรงและให้ออกราชการไว้ก่อนเช่นกัน

ขยายผลการตรวจสอบปมให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์การให้บริการผู้ต้องขังชาวจีนในลักษณะ VIP เช่น ห้องพักพิเศษ สิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือกว่าผู้ต้องขังทั่วไป ซึ่งขัดกับหลักเท่าเทียมและพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดยึดหลักพยานหลักฐาน ไม่มีช่วยเหลือใครแน่นอน

  • สั่งออกจากราชการทันทีสำหรับผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
  • แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงหลายชุด
  • ประสานข้อมูลไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำหรับคดีอาญา
  • ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินคดีทุจริต

ในส่วนคดีอาญา ตอนนี้ DSI สอบสวนเสร็จแล้ว ส่งต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เรียกว่าจัดการแบบครบวงจรเลยครับ

มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

เพื่อไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นอีก กรมราชทัณฑ์กำชับเรือนจำทั่วประเทศให้ยึด SOPs การควบคุมผู้ต้องขัง อย่างเคร่งครัด ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ รักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่ต้องเท่าเทียมกันหมด ไม่มีข้อยกเว้น

จากมุมมองของผม การให้ออกราชการ สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แบบนี้ เป็นสัญญาณดีที่แสดงถึงความจริงจังในการกวาดล้างทุจริต สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าประเทศไทยยังมีระบบยุติธรรมที่เข้มแข็ง หากปล่อยไว้ ปัญหาจะลุกลาม แต่ตอนนี้ตัดรากถอนโคนทันเวลา สุดยอดไปเลย!

คุณคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้าง? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวสารด้านกฎหมายและสังคมเพิ่มเติมนะครับ จะได้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ให้ออกราชการ-สอบวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอี่ยวปม “คุกวีไอพี”