วัน: 3 พฤษภาคม 2026

โฆษกรัฐบาลขออย่าเชื่อข่าวปลอมเบี้ยผู้สูงอายุ

ช่วงนี้ในโซเชียลมีเดีย มีข่าวลือแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่อง ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท ที่ทำให้หลายคนตื่นเต้นและหวังดีกับผู้สูงอายุ แต่โฆษกรัฐบาลได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ ขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งเชื่อ และตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนแชร์ต่อ

ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท

วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 (ไม่ใช่ 2569 ตามต้นฉบับ คงพิมพ์ผิด) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยพูดประโยคที่ว่า “การที่จะให้งบเบี้ยคนชราจาก 600 เป็น 3,000 ไม่มีประโยชน์” ตามที่ถูกแชร์กันในโลกออนไลน์ คำพูดนี้ถูกตัดต่อหรือบิดเบือนเพื่อสร้างความเข้าใจผิดในสังคม ขอให้ประชาชนอย่าเชื่อ ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท นี้

ยืนยันอัตราค่าจ่ายเบี้ยยังชีพเดิม

นอกจากนี้ ข้อความที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาทเป็น 3,000 บาท ก็เป็นข่าวปลอม 100% ปัจจุบัน การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยังคงยึดตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 โดยจ่ายเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้

  • อายุ 60 – 69 ปี: 600 บาท/คน/เดือน
  • อายุ 70 – 79 ปี: 700 บาท/คน/เดือน
  • อายุ 80 – 89 ปี: 800 บาท/คน/เดือน
  • อายุ 90 ปีขึ้นไป: 1,000 บาท/คน/เดือน

ข้อมูลนี้เป็นจริงและชัดเจน หากมีนโยบายปรับเพิ่มจริง จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล ไม่ใช่มาจากเพจหรือข้อความลอยๆ ในโซเชียล

ทำไมข่าวปลอมแบบนี้ถึงแพร่กระจายง่าย

ในยุคดิจิทัล ข่าวปลอมหรือ fake news แพร่ได้เร็วมาก โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทุกคนห่วงใย ผู้คนมักแชร์ต่อโดยไม่ตรวจสอบ เพราะหวังดี แต่ผลที่ตามมาคือความสับสนและเสียเวลาในการรอคอยที่ไม่มีจริง สำหรับ ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท นี้ อาจมาจากการตัดต่อคลิปวิดีโอหรือสร้างภาพเท็จ เพื่อดึงดูดความสนใจหรือจุดประเด็นการเมือง

สถิติจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ระบุว่า ไทยมีผู้สูงอายุมากกว่า 12 ล้านคน คิดเป็น 20% ของประชากร และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 30% ในปี 2578 เบี้ยยังชีพจึงเป็นสวัสดิการสำคัญที่ช่วยบรรเทาค่าครองชีพ แต่รัฐบาลต้องพิจารณางบประมาณและความยั่งยืน ไม่สามารถปรับเพิ่มแบบกะทันหันได้

วิธีตรวจสอบข้อมูลสวัสดิการผู้สูงอายุให้ปลอดภัย

เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อข่าวปลอม ทุกคนควร:

  • ตรวจสอบจากแหล่งข่าว官方 เช่น เว็บไซต์กระทรวงมหาดไทย www.moi.go.th หรือเพจไทยคู่ฟ้า
  • ใช้เครื่องมือ fact-check เช่น Cofact หรือ StopfakeID
  • ไม่แชร์ข้อมูลที่ไม่มีแหล่งที่มา ชัดเจน
  • หากสงสัยเรื่องเบี้ยยังชีพ ติดต่อ อบต. หรือเทศบาลใกล้บ้าน

นอกจากนี้ ผู้สูงอายุสามารถสมัครรับเบี้ยยังชีพได้ง่ายๆ โดยใช้บัตรประชาชนไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และอัปเดตข้อมูลทุกปีเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ

ในฐานะที่สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย สวัสดิการอย่างเบี้ยผู้สูงอายุมีความสำคัญมาก รัฐบาลควรเร่งพัฒนานโยบายที่ยั่งยืน เช่น เพิ่มการฝึกอบรมอาชีพหรือระบบดูแลสุขภาพ แต่ต้องมาจากกระบวนการที่โปร่งใส ไม่ใช่ข่าวลือ

คำแนะนำ: ช่วยกันแชร์ข้อมูลจริงเพื่อปกป้องผู้สูงอายุและสังคมจากข่าวปลอม หากคุณหรือญาติสงสัย สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บรัฐบาลทันที!

ที่มา – โฆษกรัฐบาลขออย่าเชื่อ ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท

“เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม.

“เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม. ในนามพรรคประชาชน ยืนยันว่าจะเปิดตัวตัวเลือกที่ดีที่สุดให้ชาวกรุงเทพฯ ได้ตัดสินใจในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะมาถึง ชาวกรุงกำลังจับตาการเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนอย่างใกล้ชิด

“เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม.

วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแถลงข่าวปัดกระแสข่าวลือเรื่องดีลลับในการส่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัยในนามของพรรค โดยยืนยันว่าไม่มีข้อตกลงทางการเมืองใดๆ ที่มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตัว การพูดคุยที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการหารือเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนเท่านั้น

นายณัฐพงษ์ ยังได้เปิดเผยถึงแคมเปญ “กรุงเทพฯ ง่าย ๆ” ที่พรรคเพิ่งเปิดตัวป้ายบิลบอร์ดเมื่อวานนี้ โดยตั้งเป้าทำให้ชีวิตคนกรุงง่ายขึ้น เช่น การใช้สิทธิบัตรทองให้สะดวกยิ่งขึ้น หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีคุณภาพเทียบเท่าต่างจังหวัด พรรคจะเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 เวลา 17.00 น. ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

คุณสมบัติผู้สมัครผู้ว่า กทม. ของพรรคประชาชน

หัวหน้าพรรคประชาชนเน้นย้ำว่าผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้

  • ยืนเคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง
  • บริหารงบประมาณท้องถิ่นอย่างโปร่งใส เนื่องจากงบ กทม. มีมูลค่าสูงถึงแสนล้านบาทต่อปี
  • รับมือข้อจำกัดทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผลักดันนโยบายผ่านสภากรุงเทพมหานครได้จริง

ในส่วนของนายชัชชาติที่ประกาศลงชิงผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้ง นายณัฐพงษ์แสดงความชื่นชมการทำงานของทีมผู้ว่าฯ ชุดปัจจุบัน ส.ก. และ ส.ส. ทั้ง 33 เขตของพรรค โดยเชื่อว่าการแท็กทีมที่เข้มแข็งจะช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของกรุงเทพฯ เช่น การจราจรติดขัด น้ำท่วม และค่าครองชีพที่สูงขึ้น

สำหรับประเด็นรายรับของ กทม. ที่สูงกว่ารายจ่าย นายณัฐพงษ์มองว่าเป็นเรื่องปกติของท้องถิ่นที่นำเงินสะสมไปใช้ต่อ แต่สิ่งสำคัญคือการจัดซื้อจัดจ้างต้องโปร่งใส ป้องกันข่าวซื้อของแพงเกินจริงที่เคยเป็นปัญหาในอดีต

พรรคประชาชน : ตัวเลือกโปร่งใสสำหรับคนกรุง

พรรคประชาชนสีส้มยืนยันจุดยืนทางการเมืองที่ตรงไปตรงมา ไม่แบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อต่อรองผลประโยชน์ ท้ายที่สุด เสียงของประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ ในสนามการเมืองท้องถิ่นที่ซับซ้อนนี้ พรรคเรียกร้องให้ชาวกรุงเลือกแบบยกทีม เพื่อผลักดันวาระกรุงเทพฯ ให้ก้าวหน้า

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะกรุงเทพฯ เป็นหัวใจเศรษฐกิจของประเทศ ปัญหาใหญ่ๆ อย่างมลพิษทางอากาศ การจัดการขยะ และที่อยู่อาศัยราคาแพง ต้องอาศัยผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และทีมที่แข็งแกร่ง พรรคประชาชนมั่นใจว่าตัวเลือกของตนจะตอบโจทย์เหล่านี้ได้ดี

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นนโยบายเด่นที่พรรคเตรียมนำเสนอ เช่น การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และการดูแลสุขภาพประชาชนในยุคโควิด-19 ที่ยังต้องระวัง ชาวกรุงเทพฯ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์พรรคประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน พรรคประชาชนแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสที่หายากในวงการเมืองไทย การปัดข่าวลืออย่างรวดเร็วและชัดเจนนี้ สร้างความน่าเชื่อถือได้ดี คุณคิดอย่างไรกับข่าว “เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม. ? ชวนแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามการเปิดตัวแคนดิเดตในวันที่ 5 พ.ค. นี้ เพื่อเลือกผู้ว่าฯ ที่ดีที่สุดสำหรับกรุงเทพฯ

ที่มา – “เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม. ยืนยัน ปชน. เปิดตัวเลือกที่ดีที่สุด 5 พ.ค.นี้

เอเบอร์ดีน พร้อมคว้าบอยล์จากฮิเบอร์เนียน

เอเบอร์ดีน พร้อมคว้าบอยล์จากฮิเบอร์เนียน – ข่าวลือย้ายทีมล่าสุด

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนฟุตบอลสกอตแลนด์ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวลือย้ายทีมสุดร้อนแรงมาอัปเดตให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่อง เอเบอร์ดีน พร้อมคว้าบอยล์จากฮิเบอร์เนียน ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาในวงการลูกหนังสกอตติชเลยทีเดียว Martin Boyle กองหน้าประสบการณ์สูงวัย 33 ปี กำลังจะหมดสัญญากับ Hibernian ในซัมเมอร์นี้ และ Aberdeen ก็ไม่รอช้า เตรียมเคลื่อนไหวเพื่อดึงตัวเจ้าตัวมาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัวถ้วย สุดยอดเลยใช่มั้ยล่ะ?

เอเบอร์ดีน พร้อมคว้าบอยล์จากฮิเบอร์เนียน: รายละเอียดข่าวลือ

จากรายงานของ Sky Sports บน X (Twitter) Aberdeen กำลังเจรจาอย่างจริงจังเพื่อเซ็นสัญญากับ Boyle ซึ่งเป็นตัวรุกจอมเลื้อยที่เคยสร้างผลงานน่าประทับใจกับ Hibs มาโดยตลอด การได้ตัวฟรีเอเย่นต์แบบนี้ ถือเป็นดีลสุดคุ้มสำหรับทีม Dons ที่ต้องการเสริมทัพให้แข็งแกร่งขึ้นในฤดูกาลหน้า แฟนๆ Aberdeen คงตื่นเต้นไม่น้อย เพราะ Boyle นำประสบการณ์และความเร็วมาช่วยทีมได้เยอะ

ข่าวลืออื่นๆ ที่น่าติดตามจาก Celtic และทีมอื่นๆ

ไม่ใช่แค่ Aberdeen นะครับ Celtic ก็มีข่าวเด็ดเช่นกัน! พวกเขาสนใจ George Campbell แนวรับทีมชาติสหรัฐวัย 24 ปี จาก West Bromwich Albion ที่กำลังจะหมดสัญญาเช่นกัน Celtic ลงทะเบียนความสนใจเรียบร้อยแล้ว แต่คู่แข่งก็เยอะไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตาม Celtic อาจพลาด Issa Doumbia มิดฟิลด์วัย 22 ปีจาก Venezia ที่มีมูลค่า 12 ล้านปอนด์ เพราะทีมพรีเมียร์ลีกและเซเรีย อาเริ่มให้ความสนใจหนักขึ้น Football Insider รายงานว่าสถานการณ์กำลังเข้มข้น

ส่วน Robbie Ure ดาวยิงวัย 22 ปีที่พา Sirius 领 ตารางลีกสวีเดน ฝันอยากกลับ Rangers สโมสรเก่า และอาจได้ติดทีมชาติสกอตแลนด์ หรือแม้แต่ยูเครนก็เป็นไปได้ สุดยอดเลย!

  • Alan Smith อดีตดาวยิง Arsenal ไม่ค่อยเชื่อว่า Rangers’ Emmanuel Fernandez วัย 24 ปี จะไปพรีเมียร์ลีกได้ง่ายๆ หลังมีฤดูกาลดีแค่ปีเดียว
  • Lewis Neilson จาก Heart of Midlothian ที่ยืมอยู่ Falkirk พร้อมต่อสัญญาและไปยืมตัวอีกหากไม่ได้ตัวจริง
  • St Johnstone อยากรั้ง Jason Holt กัปตันวัย 33 และ Ruari Paton ที่สถานการณ์ซับซ้อนเพราะ Port Vale ตกชั้น

ข่าวผู้จัดการทีมก็เดือด! Massimo Donati อดีต Celtic ติดโผคุม Steaua Bucharest, Mick Kennedy และ Gary Naysmith สมัครใจคุม Ayr United, Paul Hartley จาก Cove Rangers พร้อมคุยต่อสัญญา ส่วน Scott McTominay โดน Radja Nainggolan จวกว่าธรรมดา แม้ช่วย Napoli แชมป์เซเรีย อา

ข่าวลือย้ายทีมแบบนี้ มันทำให้วงการฟุตบอลสกอตแลนด์คึกคักสุดๆ โดยเฉพาะ เอเบอร์ดีน พร้อมคว้าบอยล์จากฮิเบอร์เนียน ที่มีโอกาสเป็นจริงสูง ถ้าดีลนี้สำเร็จ Aberdeen คงลุ้นท็อป 6 ได้สบายขึ้น

คุณคิดยังไงกับข่าวลือเหล่านี้? Boyle จะไป Aberdeen จริงมั้ย หรือมีเซอร์ไพรส์อะไรรออยู่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามเว็บเราสำหรับอัปเดตข่าวฟุตบอลสกอตแลนด์แบบเรียลไทม์นะครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รวบ 2 ผัวเมียเอเย่นต์ยาเสพติด ยึดยาบ้า 2.5 แสนเม็ด

ข่าวใหญ่ในวงการปราบปรามยาเสพติด เมื่อตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี รวบ 2 ผัวเมียเอเย่นต์ยาเสพติด ยึดของกลางยาบ้า 2.5 แสนเม็ด พร้อมยาเคและยาอีจำนวนมาก ผู้ต้องหาสารภาพรับค่าจ้างครั้งละ 2 หมื่นบาท ทำมานานกว่า 2 เดือน เหตุการณ์นี้สะเทือนใจสังคมไทยที่ยาเสพติดยังคงเป็นปัญหาใหญ่

รวบ 2 ผัวเมีย เอเย่นต์ยาเสพติด ยึดของกลางยาบ้า 2.5 แสนเม็ด ได้ค่าจ้างครั้งละ 2 หมื่น

ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยนายทหารและตำรวจชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคือ นายบุญยฤทธิ์ สีตองอ่อน อายุ 23 ปี และน.ส.นฤมล แพรลี อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ชาวจังหวัดนนทบุรี

การจับกุมเกิดขึ้นที่ริมถนนใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี ตำรวจสืบทราบว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด จึงวางแผนดักซุ่ม รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีดำของผู้ต้องหาขับเข้ามาตามนัดหมาย ชุดจับกุมเข้าสกัดทันที ตรวจค้นในรถพบยาบ้า 200,000 เม็ด และเคตามีน 1,000 กรัม

ขยายผลค้นห้องพัก พบของกลางเพิ่ม

หลังจากนั้น ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปค้นห้องพักในคอนโดมิเนียม ซอยแจ้งวัฒนะ 17 ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พบของกลางเพิ่มเติมคือ ยาบ้า 50,000 เม็ด เคตามีน 950 กรัม ยาอี (เอ็กซ์ตาซี) 2,050 เม็ด และปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 พร้อมกระสุน 5 นัด รวมของกลางทั้งหมด ยาบ้า 250,000 เม็ด เคตามีน 1,950 กรัม ยาอี 2,050 เม็ด

ผู้ต้องหาทั้งสองให้การสารภาพว่า รับจ้างเป็นเอเย่นต์ขนส่งยาเสพติด โดยมีนายทุนติดต่อให้ไปรับของจากจุดต่างๆ แล้วส่งให้ลูกค้า ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 20,000 บาท ทำมาแล้วกว่า 2 เดือน โดยไม่ทราบแหล่งที่มาของยาเสพติดทั้งหมด

ของกลางที่ยึดได้จากการจับกุม

  • ยาบ้า 250,000 เม็ด
  • เคตามีน 1,950 กรัม
  • ยาอี 2,050 เม็ด
  • ปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 กระบอกหนึ่ง พร้อมกระสุน 5 นัด
  • รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ 1 คัน

กล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ยาอี) และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

พล.ต.ต.เดชรพี คงดี กล่าวว่า ชุดสืบสวนได้รับแจ้งข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าจะมีการส่งยาเสพติดจำนวนมาก จึงวางแผนอย่างรอบคอบ จับกุมได้คาหนังคาเข้ หลังจากนี้จะขยายผลติดตามตัวเครือข่ายนายทุนรายใหญ่ต่อไป

ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยยังคงรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างนนทบุรี ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่ง การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปราม แต่ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส

ยาเสพติดทำลายเยาวชนและครอบครัว สร้างอาชญากรรมต่างๆ มากมาย หากทุกคนช่วยกันรายงานข้อมูลที่ผิดกฎหมาย จะช่วยลดปัญหานี้ได้

สุดท้ายนี้ การปราบปรามยาเสพติดต้องเข้มข้นและต่อเนื่อง หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขบวนการยาเสพติด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อปกป้องสังคมไทยให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น แชร์ข่าวนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้กันนะครับ!

ที่มา – รวบ 2 ผัวเมีย เอเย่นต์ยาเสพติด ยึดของกลางยาบ้า 2.5 แสนเม็ด ได้ค่าจ้างครั้งละ 2 หมื่น

ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานผู้ว่าฯกทม. ตรวจแลนด์บริดจ์

ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลุยใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบแลนด์บริดจ์ เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนกำลังเร่งขยายฐานเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ผ่านเครือข่ายอาสาส้มที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยการตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ที่รัฐบาลเร่งรัดอย่างน่าสงสัย

ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลุยใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบแลนด์บริดจ์

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้จัดกิจกรรมพบปะพูดคุยกับอาสาส้มที่ที่ทำการพรรคเขตบางบอน-บางขุนเทียน เวลา 10.15 น. กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปูพรมขยายฐานเสียงสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะมาถึง โดยนายณัฐชา เน้นย้ำว่าการจัดตั้งอาสาส้มไม่ได้จำกัดแค่ผู้สมัครเลือกตั้งเท่านั้น แต่ครอบคลุมภารกิจหลากหลาย เช่น การพัฒนานโยบาย การสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ และการลงพื้นที่จริงเพื่อรับฟังปัญหา

บทบาทสำคัญของอาสาส้มในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

อาสาส้มเหล่านี้จะเป็นกลไกหลักในการขยายฐานเสียง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนเตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และทีมบริหาร รวมถึงนโยบายหลักที่เข้าใจง่ายและตอบโจทย์คนกรุง ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 จากนั้นจะเร่งปฏิบัติการในช่วง 2 เดือนก่อนวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายน 2569 อาสาส้มจะลงพื้นที่ทำแบบสำรวจ สอบถามความต้องการของประชาชน เพื่อให้พรรคเข้าใจปัญหาจริงๆ เช่น ปัญหาจราจร น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจฐานราก

  • ลงพื้นที่สำรวจความต้องการประชาชน
  • ช่วยรณรงค์นโยบายพรรคประชาชน
  • เชื่อมโยงสมาชิกพรรคกับชุมชน
  • สนับสนุนการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

การมีแกนนำพรรคไปอธิบายและมอบหมายภารกิจ ทำให้อาสาส้มพร้อมรบเต็มที่ สร้างความแข็งแกร่งให้พรรคในเวทีการเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้

จับตาโครงการแลนด์บริดจ์ที่เร่งรัดผิดปกติ

ขณะที่กำลังขยายฐานใน กทม. พรรคประชาชนยังลุยตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล ซึ่งประชาชนภาคใต้กำลังจับตาอย่างใกล้ชิด นายณัฐชา ชี้ว่าการเร่งรัดโครงการนี้ดูผิดปกติ แม้จะไม่ใช่นโยบายหลักที่พรรครัฐบาลเคยสัญญาไว้กับคนใต้ แต่หลังจากขึ้นสู่อำนาจไม่กี่เดือน ก็พยายามดันทุร้นทุกขั้นตอน แม้กระทบฝ่ายบริหารด้วยกัน จนพูดถึงไม่ได้เพราะโกรธจัด สะท้อนว่ามีพลังงานบางอย่างผลักดันเบื้องหลัง

โครงการแลนด์บริดจ์ที่ใช้เงินภาษีและลงทุนเอกชนมหาศาล แต่ไม่เปิดรับฟังความเห็นประชาชนจริงจัง ทำแค่พิธีกรรมเล็กน้อย แล้วเร่งผลักดัน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตประชาชน และโครงสร้างพื้นฐาน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค ซึ่งเป็นแม่ทัพภาคใต้ ได้ประชุมด่วนแล้ว พรรคจะใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบเข้มข้น อาจแถลงและถกในสภาเร็วๆ นี้ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จริง ไม่ใช่แค่กลุ่มทุน

ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลุยใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบแลนด์บริดจ์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการทำงานสองทาง ทั้งขยายอิทธิพลในเมืองหลวงและปกป้องสิทธิประชาชนจากโครงการเสี่ยงภัย การเคลื่อนไหวนี้จะช่วยให้พรรคประชาชนก้าวสู่การเป็นทางเลือกหลักในเวทีการเมืองไทย

ในมุมมองของผู้เขียน การตรวจสอบโครงการใหญ่เช่นนี้จำเป็นมาก เพื่อป้องกันการใช้อำนาจไม่โปร่งใส ชาวกรุงเทพฯ และคนใต้ควรติดตามใกล้ชิด หากสนใจร่วมเป็นอาสาส้มหรืออยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อพรรคประชาชนได้ทันที เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ที่มา – ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลุยใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบแลนด์บริดจ์

โผล่อีก 18 รายแจ้งเกิดทิพย์ แก๊งจีนเทา

ข่าวร้ายที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลเมื่อไม่นานมานี้คือ แจ้งเกิดทิพย์ แก๊งจีนเทา ที่โผล่เพิ่มอีก 18 รายในพื้นที่เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา กรมการปกครองกำลังเร่งขยายผล จ่อจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มอีก 2 ราย เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การทุจริตธรรมดา แต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติเลยทีเดียว

แจ้งเกิดทิพย์ แก๊งจีนเทา เกิดอะไรขึ้นบ้าง

จากกรณีที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ร่วมกับ บก.ปปป. สืบพบการแจ้งเกิดปลอมให้เด็กชาวจีนในเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา ก่อนหน้านี้จับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 3 ราย ได้แก่ นายนพรัตน์ ด้วงพรหม อดีตปลัดอำเภอห้วยแถลง, นางสาวจินดา เกล็ดงูเหลือม เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงานเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง และอดีตลูกจ้างที่ว่าการอำเภอห้วยแถลงอีก 1 คน การจับกุมเกิดขึ้นที่บ้านพักในพื้นที่อำเภอโนนสูงและห้วยแถลง

นางสาวจินดาให้การสารภาพว่าทำใบสูติบัตรแจ้งเกิดทิพย์ให้เด็กจีน 9 ราย ได้ค่าจ้างหัวละ 10,000 บาท โดยอ้างว่าทำเพราะจำเป็นต้องใช้เงิน และยืนยันว่าไม่รู้จักกลุ่มจีนเทา ส่วนลูกจ้างอำเภอห้วยแถลงสารภาพรับงานจากเพื่อนอดีตปลัด เอาชื่อเด็กเข้า “บ้านผี” จริง 13 ราย ค่าจ้างรายละ 10,000 บาทเช่นกัน

อดีตปลัดนพรัตน์ยังปฏิเสธทุกข้อหา

สำหรับนายนพรัตน์ ด้วงพรหม อดีตปลัดอำเภอ ยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าลายเซ็นถูกปลอม แต่ทั้งนางสาวจินดาและลูกจ้างได้ซัดทอดว่านายนพรัตน์คือตัวการสำคัญที่บงการทุกอย่าง ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ชุด DOPA N.I.C.E. และ ป.ป.ป. ขยายผลพบที่เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม มีการแจ้งเกิดทิพย์เด็กจีนอีก 18 ราย โดยนางสาวจินดารับงานจากนายนพรัตน์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่งานทะเบียนราษฎร์อีก 2 ราย กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อจับกุม

ปูมหลังปฏิบัติการย้อนเกล็ดมังกร

คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการย้อนเกล็ดมังกร” จากศูนย์ ACSC ที่ติดตามกลุ่มสแกมเมอร์ เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเชื่อมโยงไปยังนายหน้ารับจดทะเบียนวีซ่าให้คนจีน พบข้อมูลเด็กที่มีพาสปอร์ตจีนแต่มีสูติบัตรไทย ซึ่งผิดกฎหมายและเป็นภัยต่อความมั่นคง เพราะอาจใช้เอกสารปลอมเพื่ออยู่ในไทย ลักลอบทำงาน หรือแม้กระทั่งกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ

  • ผู้ต้องหาหลัก: นายนพรัตน์ ด้วงพรหม (อดีตปลัด)
  • นางสาวจินดา เกล็ดงูเหลือม (เจ้าพนักงานทะเบียน)
  • อดีตลูกจ้างอำเภอห้วยแถลง
  • เจ้าหน้าที่เทศบาลหนองไผ่ล้อม 2 ราย (จ่อจับ)

การแจ้งเกิดทิพย์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้規模ใหญ่และเชื่อมโยงแก๊งจีนเทา ทำให้เจ้าหน้าที่ตื่นตัวสูง กลุ่มจีนเทาเหล่านี้มักเป็นตัวกลางให้สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ หรือเครือข่ายค้ามนุษย์ โดยใช้เอกสารไทยเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

ผลกระทบต่อสังคมและความมั่นคง

แจ้งเกิดทิพย์ แก๊งจีนเทา สร้างปัญหาใหญ่หลวง ไม่เพียงทำให้ระบบทะเบียนราษฎร์เสียหาย แต่ยังเปิดช่องให้ชาวต่างชาติแทรกซึมเข้าสู่สังคมไทย อาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรม เพิ่มภาระสวัสดิการสาธารณะ และบ่อนทำลายสถิติประชากรที่แท้จริง นอกจากนี้ยังกระทบภาพลักษณ์เจ้าหน้าที่รัฐที่ควรเป็นแบบอย่าง

กรมการปกครองย้ำว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่อาจมีขบวนการคล้ายกัน หากประชาชนพบเบาะแส สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการปกครอง 1911

กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การทุจริตแม้เล็กน้อยแต่หากเชื่อมโยงกับต่างชาติ อาจกลายเป็นภัยใหญ่ได้ คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์และแชร์เพื่อเตือนภัยกันต่อไปครับ

ที่มา – โผล่อีก 18 ราย “แจ้งเกิดทิพย์” แก๊งจีนเทา อดีตปลัด ยังปฏิเสธ จ่อจับเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มอีก

“โจ้ คมสัน” พร้อมลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลั่น “กรุงเทพ ต้อง Move on”

กรุงเทพมหานครกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกครั้ง และหนึ่งในผู้สมัครที่น่าจับตามองคือ “โจ้ คมสัน” หรือนายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล หัวหน้าพรรคพร้อมพัฒนา ที่เพิ่งโพสต์ข้อความล่าสุดผ่านเฟซบุ๊ก ประกาศชัดเจนว่า “โจ้ คมสัน” พร้อมลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลั่นถึงเวลา “กรุงเทพ ต้อง Move on” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง

“โจ้ คมสัน” พร้อมลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลั่นถึงเวลา “กรุงเทพ ต้อง Move on”

จากโพสต์เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 นายคมสันเล่าว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เขาเลือกที่จะเงียบ เพื่อลงพื้นที่ฟังเสียงประชาชนที่ไม่เคยได้รับการรับฟังอย่างแท้จริง โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 เขาได้เปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามบุคคลอิสระ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกครอบงำจากพรรคการเมืองใหญ่หรือกลุ่มอำนาจที่อาจมาตักตวงผลประโยชน์

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 21 ปี ในฐานะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทำให้โจ้ คมสันเข้าใจระบบการบริหารของ กทม. เป็นอย่างดี เขาเคยทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. ข้าราชการ และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ทำให้รู้ดีว่าปัญหาคนกรุงคืออะไร และจะแก้ไขอย่างไร สโลแกน “กรุงเทพ ต้อง Move on” ไม่ใช่แค่วาทกรรมสวยหรู แต่มาจากความเข้าใจชีวิตจริงของคนกรุง ทั้งที่เกิดที่นี่หรือเติบโตในเมืองหลวง

วิสัยทัศน์ “โจ้ คมสัน” พร้อมลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

“ผมอยู่กับความเป็นจริง ไม่ใช่จินตนาการ วาทกรรมสวยหรูที่พูดแล้วทำไม่ได้ สำหรับผม Move on คือการเดินหน้าฟังปัญหา เข้าใจชีวิตประจำวันของพี่น้องชาวกรุง สัมผัสแก่นแท้ แล้วผลักดันโครงการที่เป็นประโยชน์จริงๆ เช่น ปรับปรุงคุณภาพชีวิตเรื่องปากท้อง ที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อม จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมกับแต่ละเขตเพื่อประโยชน์สูงสุด” นายคมสันกล่าว

นอกจากนี้ เขายังมุ่งหวังยกระดับการเมืองไทยทั้งประเทศ โดยเน้นจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม เพื่อกู้ภาพลักษณ์นักการเมือง แม้จะเป็นนักการเมืองตัวเล็ก ไม่มีทุนหนา ไม่มีพรรคใหญ่หนุน แต่มีประสบการณ์และความตั้งใจเห็นบ้านเมืองหลุดพ้นจากการเมืองน้ำเน่าแบบเก่า

  • ปัญหาการจราจรติดขัด: พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ ลดการใช้รถส่วนตัว
  • สภาพแวดล้อม: จัดการน้ำท่วม ขยะ และมลพิษอากาศให้ดีขึ้น
  • ปากท้อง: สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ตลาดนัดชุมชน และอาชีพฟรีแลนซ์
  • ที่อยู่อาศัย: พัฒนาที่อยู่อาศัยราคาถูกสำหรับคนรายได้น้อย
  • การศึกษาและสุขภาพ: เพิ่มงบโรงเรียนและโรงพยาบาลในชุมชน

วิสัยทัศน์เหล่านี้จะช่วยให้กรุงเทพฯ ก้าวข้ามปัญหาเดิมๆ ที่ติดขัดมานาน นายคมสันยังแง้มว่าจะมีการแถลงข่าวชัดเจนในเร็วๆ นี้ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย หากได้รับโอกาสจากประชาชน

การลงสนามของ “โจ้ คมสัน” พร้อมลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลั่นถึงเวลา “กรุงเทพ ต้อง Move on” ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนกรุงที่เบื่อการเมืองเก่าๆ ผู้สมัครรายนี้เน้นผลงานจริง ไม่ใช่กระแสชั่วคราว ซึ่งน่าจะดึงดูดคะแนนจากกลุ่มวัยทำงานและเยาวชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง

ในมุมมองของเรา กรุงเทพฯ ต้องการผู้นำที่กล้าทำ กล้าเปลี่ยน และเข้าใจปัญหาจริงๆ อย่างโจ้ คมสัน หากคุณเป็นคนกรุง ลองติดตามและพิจารณาโหวตให้ผู้สมัครที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนนี้ คุณคิดเห็นอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนกรุงได้รับรู้ข้อมูลดีๆ กันมากขึ้น!

ที่มา – “โจ้ คมสัน” พร้อมลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลั่นถึงเวลา “กรุงเทพ ต้อง Move on”

เปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง สืบสานขอฝนอีสาน

เปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง จังหวัดนครราชสีมา อย่างยิ่งใหญ่และคึกคัก เพื่อสืบสานประเพณีขอฝนตามความเชื่อโบราณของชาวอีสาน ประเพณีนี้เป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ชาวบ้านรอคอยทุกปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนแล้ง

ประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง

วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 บริเวณโรงเรียนบ้านดอนยาว ตำบลดอนยาวใหญ่ อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา มีการจัดพิธีเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง อย่างเป็นทางการ เพื่อบูชาอารักษ์หลักเมืองและขอฝนจากพญาแถนประจำปีนี้ ประชาชนจากหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ ตำบลดอนยาวใหญ่ ต่างตั้งขบวนแห่บั้งไฟของคุ้มบ้านตัวเองมาร่วมงานอย่างคึกคัก บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงดนตรีพื้นเมือง การเต้นรำ และความสนุกสนานที่หาได้ยากในยุคสมัยใหม่

ประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง อยู่คู่กับวิถีชีวิตชาวอีสานมาอย่างยาวนาน มีความผูกพันอย่างเหนียวแน่น ทุกปีชาวบ้านจะจัดงานบุญนี้อย่างเอิกเกริก โดยเฉพาะปีที่ฝนแล้งหนัก จะมีการทำพิเศษเพื่อขอให้พญาแถนโปรยฝนลงมา นอกจากขอฝนแล้ว ยังเป็นการทำบุญ積คุณงามความดีตามความเชื่อโบราณ เช่น งานบวชนาค งานสรงน้ำพระพุทธรูป และงานถือน้ำพิพัฒน์ต่อหน้าพระพุทธรูป

กิจกรรมเด่นในงานประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง

งานประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง ไม่เพียงแต่เป็นพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นเทศกาลรื่นเริงที่ชาวบ้านจากหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียงมาร่วมกัน จัดขึ้นช่วงเดือนหกตามจันทรคติ หรือเดือนพฤษภาคม ก่อนฤดูทำนา ชาวบ้านจะตั้งขบวนแห่บั้งไฟรอบหมู่บ้าน สร้างความสนุกสนานด้วยการแข่งจุดบั้งไฟ ถ้าบั้งไฟของคุ้มไหนลอยสูงสุดและไม่แตก จะเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าแตกกลางอากาศหรือซุ จะโดนลงโทษด้วยการโยนลงโคลนหรือตม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทุกคนหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน

  • การเตรียมบั้งไฟ: ชาวบ้านช่วยกันผูกบั้งไฟจากหลอดไม้ไผ่ขนาดใหญ่ ใส่ดินปืนและวัตถุระเบิดทำเอง ต้องใช้ฝีมือชำนาญเพื่อให้ลอยสูง
  • ขบวนแห่: แห่บั้งไฟด้วยรถ牛车หรือรถกระบะ ประดับธงและดอกไม้ สร้างขบวนที่ยาวเหยียด
  • การจุดแข่ง: จุดบั้งไฟแข่งกันตอนค่ำ ไฟสว่างไสวท้องฟ้า เหมือนดอกไม้ไฟขนาดยักษ์
  • กิจกรรมประกอบ: มีการละเล่นพื้นบ้าน อาหารอีสาน และตลาดนัด

ประเพณีนี้ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน ชาวบ้านรุ่นใหม่ก็ยังสืบต่อ แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่ความเชื่อและวัฒนธรรมยังคงอยู่ นอกจากอำเภอโนนแดงแล้ว ประเพณีบุญบั้งไฟยังมีในหลายพื้นที่อีสาน เช่น ยโสธร เลย ศรีสะเกษ แต่ที่อ.โนนแดง มีเอกลักษณ์ด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดและรางวัลสำหรับผู้ชนะ

ประวัติศาสตร์และความหมายของประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง

ตามตำนาน ชาวอีสานเชื่อว่าพญาแถนเป็นเทพผู้ดูแลฝน หากไม่พอใจจะกักฝนไว้ในถังบั้งไฟจึงเป็นสัญลักษณ์ในการส่งสารถึงท่าน ประเพณีนี้มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สะท้อนวิถีเกษตรกรรมที่พึ่งพาฝนฟ้าอย่างมาก ในปัจจุบัน ยังช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ UNESCO ควรพิจารณา

หากคุณเป็นคนชอบเทศกาลวัฒนธรรม อย่าพลาดงานประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง ปีหน้า ลองมาสัมผัสความตื่นเต้นและความศรัทธาของชาวอีสานด้วยตัวเอง จะได้เข้าใจว่าทำไมประเพณีนี้ถึงอยู่คู่ภาคอีสานมานานหลายร้อยปี ประเพณีบุญบั้งไฟ อ.โนนแดง ไม่ใช่แค่งานบุญ แต่เป็นหัวใจของชุมชนที่เต็มเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

ที่มา – เปิดงาน “ประเพณีบุญบั้งไฟ” อ.โนนแดง พร้อมสืบสานประเพณีขอฝนของภาคอีสาน

ค่าใช้จ่ายแฟนอังกฤษ สกอตแลนด์ ฟุตบอลโลก 2026

ค่าใช้จ่ายแฟนอังกฤษ สกอตแลนด์ ฟุตบอลโลก 2026

ฟุตบอลโลก 2026 มาพร้อมราคาตั๋วสูง ที่พักแพง และค่ารถไฟที่แพงกว่าปกติมาก

ชัดเจนอยู่แล้วว่าทัวร์นาเมนต์นี้จะไม่เหมือนใครถ้ามองจากมุมค่าใช้จ่าย

หากคุณตัดสินใจวันนี้ว่าอยากไปสหรัฐฯ เพื่อเชียร์อังกฤษหรือสกอตแลนด์ล่ะ?

BBC Sport วางแผนเส้นทางผ่านรอบแบ่งกลุ่ม พบว่าแฟนอังกฤษต้องใช้เงินประมาณ 6,500 ปอนด์ต่อคน หรือ 13,000 ปอนด์สำหรับสองคน

สำหรับคนเดียวจะแพงกว่าเพราะราคาที่พักเป็นห้องคู่หรือดับเบิล

แต่สำหรับครอบครัว 4 คนที่มีเด็กอายุก่อนวัยรุ่น (ต้องลากลูกออกจากโรงเรียน) ค่าใช้จ่ายพุ่งเกิน 22,000 ปอนด์

แฟนอังกฤษได้ข้อเสนอดีในดัลลัส แต่สกอตแลนด์ต้องพักบอสตัน 8 คืน ซึ่งเป็นเมืองแพง

สองคนสกอตแลนด์ต้องใช้เงินราว 7,500 ปอนด์ต่อคน ขณะที่ครอบครัวต้องหาเงินเกิน 25,000 ปอนด์

BBC Sport เลือกโรงแรมคุ้มค่าที่สุดในรัศมี 4 ไมล์จากใจกลางเมือง แม้จะอยู่ไกลออกไป ใช้ Airbnb หรืองบต่ำกว่านี้อาจถูกกว่า

เลือกตั๋วถูกสุดจากเว็บขายต่ออย่างเป็นทางการของฟีฟ่า

นี่คือสิ่งที่พบ

* ราคาถูกต้อง ณ เวลาเขียน แต่เปลี่ยนแปลงได้

ค่าใช้จ่ายการดำรงชีวิต

หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่คาดเดายากที่สุดคือค่าครองชีพในสหรัฐฯ 14-15 วัน

หลักๆ คืออาหาร เครื่องดื่ม ขนม และขนส่งในท้องถิ่น

วันที่ไม่มีแข่ง ต้องหากิจกรรมทำ

แต่ละคนต่างกัน เมืองก็ต่าง บางคนพอใจตัวเลือกถูก บางคนอยากสนุกเต็มที่

คนที่ชอบนั่งบาร์ทั้งวันต้องงบมากกว่า

ในสหรัฐฯ มีวัฒนธรรมทิปเพิ่มทุกอย่าง

สำหรับสองคนงบต่ำ-กลาง เราคาดไว้ 3,000 ปอนด์

เฉลี่ยวันละ 107 ปอนด์ต่อคนสำหรับแฟนอังกฤษ

บางวันเดินทางทั้งวัน ช่วยประหยัดงบวันอื่น

ครอบครัวต้องใช้มากกว่า โดยเฉพาะกิจกรรมให้เด็ก คาดไว้ 4,500 ปอนด์

สกอตแลนด์มีวันเพิ่ม ปรับเป็น 3,214 และ 4,820 ปอนด์

ค่าใช้จ่ายแฟนอังกฤษ สกอตแลนด์ ฟุตบอลโลก: การเดินทางและโรงแรม แฟนอังกฤษโชคดีกับดัลลัส

สองแฟนอังกฤษบินจากฮีทโธรว์ 15 มิ.ย. กลับจาก JFK นิวยอร์ก 500 ปอนด์ต่อคน คุ้มมาก

นัดสุดท้ายในนิวเจอร์ซีย์ ทำให้บินแบบนี้ประหยัดที่สุด จุดแรกดัลลัส

ลงสหรัฐฯ แล้วต่อเครื่องดัลลัสคืนเดียวกัน 283 ปอนด์ต่อคน

4 คืน Hampton Inn & Suites Dallas Market Center 624 ปอนด์ (156/คืน) ห้องคู่ รวมอาหารเช้า

ห้องดับเบิล Hilton Dallas Medical District 560 ปอนด์ (140/คืน)

ทั้งคู่มีรถรับส่งฟรีไปสนามในอาร์ลิงตัน ดัลลัสเริ่มต้นถูก

บินบอสตัน 19 มิ.ย. 378 ปอนด์ต่อคน

บอสตันแพงมาก Hampton Inn & Suites Boston Crosstown Center 1,650 ปอนด์ (330/คืน) 5 คืน รวมเช้า

ห้องคู่ถูกสุดในเมือง 2,041 ปอนด์ (408/คืน) ไม่รวมเช้า

โรงแรมใกล้สนามบินถูกกว่า 500 แต่พัก 5 วันอาจไม่คุ้ม

นัดที่สามนิวเจอร์ซีย์ ไม่ต้องบิน ขึ้น Amtrak ไปนิวยอร์ก 24 มิ.ย. 42 ปอนด์ต่อคน

นิวยอร์กมีโรงแรมเหลือเยอะ 5 คืน Truss Hotel Times Square 1,184 ปอนด์ (237/คืน) ดับเบิล หรือ AMTD Idea Tribeca 1,275 (255/คืน) คู่

ต้องซื้อเช้าเอง

นัดหลังๆ แพง รถไฟไปสนาม 59 จากบอสตัน 114 จากนิวยอร์กต่อคน

รวมเดินทาง สองเพื่อน 6,273 ปอนด์ คู่ 5,855 ปอนด์

ครอบครัว 9,008 ปอนด์ โรงแรมบางแห่งเด็กฟรี

ดัลลัส Comfort Inn 627 (156/คืน) บอสตัน Hampton 1,763 (353/คืน) นิวยอร์ก Holiday Inn 1,589 (318/คืน)

ราคาตั๋วขายต่อของอังกฤษ

ฟีฟ่าปล่อยตั๋วเพิ่มบ้าง แต่เกมอังกฤษยากได้ ต้องขายต่อ เพิ่มค่าธรรมเนียม 15%

ตั๋วชั้นบนหมวด 2 ถูกสุด

เปิดสนาม vs โครเอเชีย สองใบ 1,406 ปอนด์ (face 517)

vs กานา 1,222 (745)

vs ปานามา 1,396 (494)

รวมสองคน 4,370 (2,185/คน) สูงกว่า face 1,756 สองเท่าครึ่ง

ครอบครัวแพงกว่า 12 ใบ face 4,132 ขายต่อ+ค่าธรรม 8,720 สูงสองเท่า

ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับแฟนอังกฤษ

งบครองชีพ จองบิน โรงแรม ขนส่งตั๋วแล้ว สำหรับ 14 คืน?

คู่: 12,815 ปอนด์ (6,408/คน)

เพื่อนสอง: 13,361 (6,681/คน)

ครอบครัว 4: 22,228 ปอนด์

การเดินทางและโรงแรม: แฟนสกอตแลนด์เจอต้นทุนสูง

แฟนสกอตแลนด์โชคร้าย โรงแรมแพง สองนัดแรกบอสตัน รถไฟไปสนามฟ็อกซ์บะโรว์ 59 ปอนด์ต่อคนไปกลับ

พัก 15 คืน

บินตรงกลาสโกว์-นิวยอร์กวันละเที่ยวเดียว แพงสองเท่าถ้าต่ออัมสเตอร์ดัม สองใบ 1,887 ครอบครัว 3,390 11 มิ.ย. แทบสองเท่าอังกฤษ

คืนแรกนิวยอร์กดีกว่า Truss Hotel 191 ปอนด์คู่ Courtyard 240 คู่

12 มิ.ย. รถไฟบอสตันเย็น 122 สองใบ

8 คืน enVision Hotel 2,290 (286/คืน) ไม่เช้า ถูกสุด คู่ 2,552 (319/คืน)

20 มิ.ย. บินไมอามี 765 สองใบ

6 คืนไมอามี MetroPark 1,228 (205/คืน)

ขนส่งสนามไมอามีฟรีจากสถานี 4 แห่ง

26 มิ.ย. บินกลับนิวยอร์กต่อกลาสโกว์ 205 สองใบ

คู่รวม 6,924 (3,462/คน) เพื่อน 7,205 (3,603/คน) ครอบครัว 10,491 Holiday Inn NY 243 enVision Boston 2,552 Hampton Miami 1,559 (260/คืน)

ราคาตั๋วขายต่อสกอตแลนด์

สองนัดแรกถูกกว่าอังกฤษ แต่นัดสุดท้าย vs บราซิลแพงหูฉี่

คู่ชั้นบนหมวด 2

vs เฮติ 1,151 (477) vs โมร็อกโก 1,222 (471) vs บราซิล 2,557 (772)

รวมสองคน 4,930 (2,465/คน) สูงสามเท่า face 1,720

ครอบครัว 12 ใบ 10,488 สูงสามเท่า face 3,304

ค่าใช้จ่ายรวม

แฟนสกอตแลนด์จ่ายแพงเพราะบอสตันนานและตั๋วบราซิล

คู่ 15,068 (7,534/คน) เพื่อน 15,349 (7,675/คน) ครอบครัว 25,799 ปอนด์

พักเพิ่มคืนแต่แพงกว่า 15% สาเหตุหลักตั๋วสกอตแลนด์สูงกว่า 20%

ค่าใช้จ่ายแฟนอังกฤษ สกอตแลนด์ ฟุตบอลโลก 2026 สูงขนาดนี้ คุณยังอยากไปไหม? วางแผนงบประมาณล่วงหน้าและหาตั๋วโปรโมชั่นเพื่อประหยัด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ