วัน: 5 พฤษภาคม 2026

เทอร์ซิช ตกลงเป็นโค้ชใหม่ของแอธเลติก คลับ

เทอร์ซิช ตกลงเป็นโค้ชใหม่ของแอธเลติก คลับ

แอธเลติก คลับ ประกาศแต่งตั้งกุนซือชาวเยอรมันอย่างเอดีน เทอร์ซิช เป็นเฮดโค้ชคนใหม่แล้ว โดยอดีตนายใหญ่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ตกลงเซ็นสัญญา 2 ปี และจะเข้ารับการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการกับสโมสรจากบิลเบาในช่วงต้นฤดูกาลหน้า

เทอร์ซิช วัย 43 ปี จะเข้ามาทดแทนเออร์เนสโต้ วาเวร์เด้ ที่ประกาศอำลาตำแหน่งในเดือนมีนาคม หลังจากคุมทีมมา 4 ฤดูกาลเต็ม

ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือหนาหูว่าอันโดนี อิราโอล่า จะกลับมาคุมทีมเก่าหลังจากตัดสินใจลาออกจากบอร์นมัธในซัมเมอร์นี้ แต่สุดท้ายแอธเลติก คลับเลือกเทอร์ซิชแทน

ประวัติและผลงานของเอดีน เทอร์ซิช

เทอร์ซิช เคยคุมทีมดอร์ทมุนด์ 2 สมัย คว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล (German Cup) ในปี 2021 เกือบได้แชมป์บุนเดสลีกาในปี 2023 และพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปี 2024

อย่างไรก็ตาม เขาขออำลาดอร์ทมุนด์หลังพ่ายเรอัล มาดริด 0-2 ในนัดชิงที่เวมบลีย์ และยังไม่ได้รับงานใหม่ จนกระทั่งเทอร์ซิช ตกลงเป็นโค้ชใหม่ของแอธเลติก คลับในครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ เทอร์ซิชเคยเป็นผู้ช่วยของสลาเวน บิลิช ที่เบซิคตัสในตุรกี และเวสต์แฮมในพรีเมียร์ลีก

สถานการณ์ปัจจุบันของแอธเลติก คลับ

ปัจจุบัน แอธเลติก คลับ รั้งอันดับ 8 ในตารางลาลีกา สเปน โดยเหลืออีก 4 นัดในฤดูกาลนี้ พวกเขามีจุดเด่นในการใช้ผู้เล่นจากแคว้นบาสก์เท่านั้น ซึ่งเป็นนโยบายที่โดดเด่นของสโมสร

การมาของเทอร์ซิช คาดว่าจะนำสไตล์การเล่นที่ดุดันและเน้นการบุกแบบดอร์ทมุนด์มาปรับใช้ ช่วยยกระดับทีมให้ลุ้นท็อป 4 และโควตายูโรปา

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การตัดสินใจนี้ของแอธเลติก คลับ ถือเป็นการเสริมทัพที่น่าตื่นเต้น โดยเทอร์ซิชมีประสบการณ์ในรายการใหญ่ระดับยุโรป ซึ่งจะช่วยให้ทีมปรับตัวเข้ากับการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ผู้บริหารสโมสรเชื่อมั่นว่าเขาจะพาทีมไปสู่ความสำเร็จใหม่ๆ ในลาลีกาและเวทียุโรป

นอกจากนี้ เทอร์ซิชยังเคยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนานักเตะเยาวชนที่ดอร์ทมุนด์ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของแอธเลติก คลับที่เน้นอะคาเดมี่บ้านเกิด คาดว่าฤดูกาลหน้าจะเป็นปีที่ทีมเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่

สำหรับแฟนบอลแอธเลติก คลับ การเทอร์ซิช ตกลงเป็นโค้ชใหม่ของแอธเลติก คลับคือข่าวดีที่รอคอยมานาน หลังจากวาเวร์เด้ทำผลงานได้ดีแต่ต้องการความสดใหม่ คุณคิดอย่างไรกับการแต่งตั้งครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลลาลีกาอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

บิ๊กเต่า ฟาดกลับ โทนบางแค หนังคนละม้วน

วันนี้เรามาพูดถึงดราม่าร้อนแรงในวงการพระเครื่องกันครับ บิ๊กเต่า ฟาดกลับ โทนบางแค หลังจากที่เซียนพระดังอย่างโทนบางแค ออกมาโจมตี เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะประเด็นค่าคอมมิชชั่น 30% และขบวนการเวียนพระเครื่องที่สร้างความเสียหายมหาศาลกว่า 5,000 ล้านบาท!

บิ๊กเต่า ฟาดกลับ โทนบางแค ยันหนังคนละม้วน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือที่รู้จักกันในชื่อ บิ๊กเต่า รอง ผบช.ก. ได้ออกมาแถลงชี้แจงอย่างหนักแน่น เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยยืนยันชัดเจนว่าเรื่องที่โทนบางแคกล่าวหาว่าได้รับค่าคอมมิชชั่น 30% จากการทวงหนี้ ไม่เป็นความจริงเลยสักนิด “เป็นหนังคนละม้วน” บิ๊กเต่าย้ำหนัก และยังแฉขบวนการโกงพระเครื่องที่ซับซ้อนของกลุ่มเซียนพระ 9 คนรวมถึงโทนบางแค

บิ๊กเต่าบอกว่าตนเองถูกโทนทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อ้างว่าถูกข่มขู่กดดันให้ชำระหนี้ แต่จริงๆ แล้ว บิ๊กเต่าเป็นแค่คนกลางไกล่เกลี่ยตามคำขอของโทนเอง ไม่ได้เรียกตัวมา และไม่เคยขู่บังคับแต่อย่างใด คำพูดที่ว่า “ถ้าไม่พร้อมคุยก็กลับได้เลย” ก็เพื่อให้การเจรจาเป็นไปด้วยความสมัครใจเท่านั้น

ขบวนการเวียนพระเครื่องของโทนบางแคและพรรคพวก

ที่มาของเรื่องทั้งหมดเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2568 เมื่อ น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือไฮโซเก่ง ผู้เสียหายหลัก ได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ถูกกลุ่มเซียนพระ 9 คน รวมนายโทน บางแค ฉ้อโกงหลอกขายพระเครื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาทจากเคสนี้ และรวมทุกเคสเกิน 5,000 ล้านบาท!

วิธีการโกงสุดแย่แบบนี้คือ:

  • กลุ่มแรกทำทีมาขอเช่าพระเครื่องราคา 10 ล้านบาท จ่ายเช็คค้ำประกัน แล้วเอาเครื่องไป
  • จากนั้นกลุ่มที่สอง (พรรคพวกกันเอง) มาขอเช่าราคาสูงกว่า จ่ายเช็คใหม่
  • แกล้งทะเลาะกันต่อหน้าผู้เสียหาย แล้วบอกว่าพระถูกจำนำไป 20 ล้าน ให้ผู้เสียหายไปไถ่คืนด่วน มิฉะนั้นจะถูกยึด
  • สุดท้ายเช็คเด้ง พระหาย ผู้เสียหายขาดทุนยับ

พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง ไปแล้ว 3 คน รวมโทนบางแค และจับตาคนอื่นๆ อีก ส่วนวันพรุ่งนี้ (6 พ.ค.) ผู้เสียหายจะตั้งโต๊ะแถลงเอง คาดว่าจะมีหลักฐานเพียบ!

การเจรจาครั้งที่ 1 และ 2 ล้มเหลว

วันที่ 17 เม.ย. โทนประสานบิ๊กเต่าเองเพื่อเจรจา แต่ไม่จบเพราะโทนอ้างไม่มีทรัพย์สิน สวนกลับว่าตรวจพบทรัพย์โทนกว่า 60 ล้านบาท! ครั้งที่ 2 วันที่ 24 เม.ย. ทนายโทนเอากระเป๋าแบรนด์เนม 5-6 ใบกับทะเบียนรถหรูมา แต่ราคาต่ำกว่าเช็คค้ำประกันมาก การเจรจาจึงล้มอีก

บิ๊กเต่ายังฝากประชาชนว่า ถ้าเจอเซียนพระกลุ่มนี้ “ตีเซียนพระก่อน” เพราะเป็นเซียนกระดาษเปล่า มีหลักฐานไม่ตรงกับที่โทนเล่าเพียบ แต่ยังไม่เปิดเผยทั้งหมดเพื่อความเป็นกลาง รอผู้เสียหายแถลงพรุ่งนี้

กรณี บิ๊กเต่า ฟาดกลับ โทนบางแค นี้ สะท้อนปัญหาในวงการพระเครื่องที่เต็มไปด้วยมิจฉาชีพ ประชาชนควรตรวจสอบให้ดีก่อนลงทุน ใช้แอปประเมินพระหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจริงๆ อย่าให้หลงกลขบวนการเวียนพระแบบนี้นะครับ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ประสบการณ์ถูกโกงพระเครื่องในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวอัปเดตจากผู้เสียหายพรุ่งนี้ได้เลย! การตื่นตัวจะช่วยป้องกันตัวเองและคนอื่นๆ จากมิจฉาชีพได้

ที่มา – บิ๊กเต่า ฟาดกลับ โทนบางแค หนังคนละม้วน ยันไม่ได้ค่าคอมมิชชั่น 30% แฉขบวนการเวียนพระ

ไม่พบพิรุธ แอป Thailand FishAI วัชระพลรับไม่คุ้มค่า

ในวงการประมงไทยกำลังให้ความสนใจกับประเด็นร้อน ไม่พบพิรุธ แอปฯ Thailand FishAI ที่นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยอมรับว่าประสิทธิภาพยังไม่คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่ทุ่มไปถึง 9.1 ล้านบาท โครงการนี้ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและความคุ้มค่า แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่มีพิรุธอะไรเกิดขึ้น

ไม่พบพิรุธ แอปฯ Thailand FishAI

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายวัชระพล ได้พูดคุยกับนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการแอปพลิเคชัน Thailand FishAI ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 30 วัน อธิบดีกรมประมงยืนยันว่า ไม่ได้ใช้งบกรมประมง แต่มาจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตั้งแต่ปี 2568 โดยประสานผ่านนายพลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง

งบประมาณทั้งหมด 9.1 ล้านบาท ถูกแบ่งใช้ดังนี้:

  • พัฒนามันสมอง AI: 5 ล้านบาท
  • จัดทำแอปพลิเคชัน: 1 ล้านบาท
  • จัดทำเว็บไซต์: 1 ล้านบาท
  • พัฒนาระบบคลาวด์: 1 ล้านบาท
  • ซื้อคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และระบบหลังบ้าน: ส่วนที่เหลือ

รัฐมนตรีช่วยเกษตร ยืนยันว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามขั้นตอนปกติ ยังไม่พบความผิดปกติ แต่ยอมรับว่าประสิทธิภาพปัจจุบันยังไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะการแยกชนิดปลาที่ยังมีข้อจำกัด ได้กำชับให้เร่งพัฒนาให้เกิดความคุ้มค่ามากขึ้น

บริษัทผู้รับจ้างและความโปร่งใส

มีคำถามถึงบริษัท บลู ซิสเต็ม เทคโนโลยี จำกัด ผู้รับจ้างโครงการนี้และหลายโครงการของกรมประมง ว่ามีการเอื้อประโยชน์หรือไม่ แต่จากการสอบถามฝ่ายกฎหมายและกระทรวงการคลัง พบว่าบริษัทมีเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบพิรุธในเรื่องโปร่งใส ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง จะติดตามผลงานรายสัปดาห์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ส.ส. พรรคประชาชนเรียกร้องเปิดเผย TOR และรายละเอียดโครงการ ทางกรมพร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนทราบ ยืนยันว่าไม่ใช่การกลบข่าวโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง แต่เป็นการกำกับดูแลตามหน้าที่ สามารถตรวจสอบทุกโครงการได้

วัตถุประสงค์และการพัฒนาแอป Thailand FishAI

นายพลพิศิลป์ หัวหน้าโครงการอธิบายว่า Thailand FishAI คือ “ห้องสมุดสัตว์น้ำเคลื่อนที่” รวบรวมข้อมูลชนิดพันธุ์สัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำแบบดิจิทัล ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลง่าย ใช้ AI จำแนกชนิดปลา สนับสนุนการสำรวจทรัพยากร ลดเวลาเดินทาง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมส่งข้อมูลเพิ่มฐานข้อมูลชีวภาพ

ปัญหาคลาดเคลื่อนตอนแรก ได้ปรับปรุงโดยเพิ่มกลไกคัดกรอง ถ้าภาพไม่ใช่ปลาจะแจ้งให้ส่งใหม่ ปัจจุบันจำแนกได้ 50-52 ชนิด แม่นยำกว่า 70% ใช้ภาพจริงกว่า 50,000 ภาพจากแหล่งเพาะเลี้ยงกรมประมง พัฒนา AI ภายในประเทศเพื่อรักษาข้อมูลและลดค่าใช้จ่ายระยะยาว

โครงการนี้มีศักยภาพสูง หากพัฒนาต่อเนื่องจะช่วยเกษตรกรประมงและประชาชนได้มาก ลองดาวน์โหลดแอปมาทดลองใช้และส่งข้อมูลเพื่อช่วยพัฒนาประเทศกันเถอะ!

ที่มา – ไม่พบพิรุธ แอปฯ Thailand FishAI “วัชระพล” รับ ประสิทธิภาพยังไม่คุ้มค่ากับที่ลงทุน

“ปานปรีย์” ประชุมคณะผู้แทนไทย Select USA 2026

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19 การกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกากลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานการประชุมสำคัญล่าสุด ซึ่งมีชื่อว่า “ปานปรีย์” ประชุมคณะผู้แทนไทยเตรียมเข้าร่วมงาน Select USA Investment Summit 2026 เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเจรจาทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม

“ปานปรีย์” ประชุมคณะผู้แทนไทยเตรียมเข้าร่วมงาน Select USA Investment Summit 2026

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน โดยมีคณะผู้แทนจากภาคเอกชนไทยเข้าร่วมจำนวนมาก นำโดยนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ประชุมได้หารืออย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคณะผู้แทนไทยที่จะเข้าร่วมงาน Select USA Investment Summit 2026 ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ จัดระหว่างวันที่ 3-6 พฤษภาคม 2569 ณ รัฐแมริแลนด์

ปานปรีย์ ประชุมคณะผู้แทนไทยเตรียมเข้าร่วมงาน Select USA Investment Summit 2026

งาน Select USA Investment Summit ถือเป็นเวทีชั้นนำสำหรับนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่เจรจา คณะผู้แทนไทยจะได้พบปะหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้รับฟังการบรรยายสรุปจากนายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน เกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงผลกระทบจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนโยบายการค้าที่อาจเปลี่ยนแปลง

ประเด็นสำคัญใน “ปานปรีย์” ประชุมคณะผู้แทนไทยเตรียมเข้าร่วมงาน Select USA Investment Summit 2026

ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมและการเจรจาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การโปรโมตอุตสาหกรรมหลักของไทยอย่างยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีชีวภาพ และการท่องเที่ยว รวมถึงการหาโอกาสลงทุนร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนการพบปะกับหน่วยงานรัฐและเอกชนสหรัฐฯ เพื่อเจรจาข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

  • ดึงดูดการลงทุน: สร้างโอกาสให้นักลงทุนสหรัฐฯ สนใจตั้งฐานในไทย โดยเฉพาะใน EEC (Eastern Economic Corridor)
  • ขยายตลาดส่งออก: เจรจาลดภาษีและอุปสรรคทางการค้าสินค้าไทยไปสหรัฐฯ
  • แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี: ร่วมมือในด้านนวัตกรรมและดิจิทัลอีโคนอมี่
  • กระชับพันธมิตร: เสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานโลกหลังโควิด
กิจกรรม Open House สถานทูตไทย วอชิงตัน

นอกเหนือจากการประชุมเตรียมการแล้ว นายปานปรีย์ยังได้เข้าร่วมงาน Open House ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Passport DC: Around the World Embassy Tour 2026 กิจกรรมประจำปีที่ดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย นิทรรศการจากหน่วยงานทีมประเทศไทย และชุมชนไทยในสหรัฐฯ สิ่งนี้ช่วยกระชับความสัมพันธ์ในระดับประชาชน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศไทย

งาน Select USA Investment Summit 2026 ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับต้นๆ ของไทย โดยมูลค่าการค้าสองทางเกิน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี การเตรียมการที่รอบคอบจาก “ปานปรีย์” ประชุมคณะผู้แทนไทยเตรียมเข้าร่วมงาน Select USA Investment Summit 2026 จะช่วยให้ไทยสามารถคว้าโอกาสใหม่ๆ ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและสีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะนักสังเกตการณ์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของภาครัฐและเอกชนไทยที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน หากคุณเป็นนักธุรกิจหรือผู้สนใจโอกาสการลงทุน ลองติดตามผลการเจรจาครั้งนี้ เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของดีลใหญ่ที่เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจไทย!

ที่มา – “ปานปรีย์” ประชุมคณะผู้แทนไทยเตรียมเข้าร่วมงาน Select USA Investment Summit 2026

ทำไมแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นของอาร์เซนอลหลังแมนซิตี้สะดุด

ทำไมแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นของอาร์เซนอลหลังแมนซิตี้สะดุด

การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้กำลังเข้มข้นสุดๆ โดยเฉพาะการลุ้นแชมป์ที่ตอนนี้หลายคนเริ่มมองว่ามันคือของ อาร์เซนอล ที่จะเสียแล้วล่ะ! หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแกร่งของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าทำได้แค่เสมอ 3-3 กับเอฟเวอร์ตันในนัดล่าสุด ทำให้คะแนนตามหลังอาร์เซนอลเพิ่มขึ้น สถานการณ์พลิกผันแบบนี้ทำให้แฟนบอลตื่นเต้นมาก

ทำไมแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นของอาร์เซนอลหลังแมนซิตี้สะดุด

ในรายการ Monday Night Club ของ BBC ที่มี Mark Chapman, Charlie Adam, Shay Given และ Rory Smith มาร่วมวิเคราะห์ พวกเขาต่างเห็นตรงกันว่าการสะดุดของแมนซิตี้ครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำไมแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นของอาร์เซนอลหลังแมนซิตี้สะดุด? มาดูเหตุผลกันเลย

ฟอร์มอันร้อนแรงของอาร์เซนอล

อาร์เซนอลภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตต้า กำลังโชว์ฟอร์มสุดยอด ชนะติดต่อกันหลายนัด และมีเกมรับที่แน่นแฟ้น นำโดย วิลเลี่ยม ซาลิบา และ กาเบรียล คู่กองหลังที่ทำให้ทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีก ตอนนี้พวกเขานำจ่าฝูงด้วยคะแนนที่เหนือกว่าแมนซิตี้ถึง 4 แต้ม หากรักษาฟอร์มนี้ไว้ แชมป์พรีเมียร์ลีกน่าจะตกเป็นของทีมปืนใหญ่

จุดอ่อนที่เปิดเผยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แม้แมนซิตี้จะมีขุมกำลังสุดหรูอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ และ เควิน เดอ บรอยน์ แต่การเสมอ 3-3 กับเอฟเวอร์ตันแสดงให้เห็นปัญหาเกมรับที่หลวมลอง โดยเฉพาะการเสียประตูจากลูกตั้งเตะ นอกจากนี้ โปรแกรมแข่งที่หนักหน่วงยังทำให้ผู้เล่นบางคนเหนื่อยล้า สิ่งนี้ทำให้แฟนๆ เชื่อว่าทีมของกวาร์ดิโอล่าอาจสะดุดอีก

  • อาร์เซนอลนำจ่าฝูง 4 แต้ม เหลือ 5 นัด
  • แมนซิตี้เสมอ 3 นัดติดในลีกช่วงหลัง
  • ฟอร์มเหย้าของอาร์เซนอลชนะ 90% ในฤดูกาลนี้
  • สถิติ头对头 อาร์เซนอลไม่แพ้ซิตี้มา 4 นัดติด

ทำไมแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นของอาร์เซนอลหลังแมนซิตี้สะดุด? เพราะโมเมนตัมตอนนี้อยู่กับปืนใหญ่ชัดเจน พวกเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม และเกมรุกที่หลากหลายจาก บูคาโย่ ซาก้า, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ช่วยให้ทีมยิงประตูได้ต่อเนื่อง

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

Mark Chapman กล่าวว่า “อาร์เซนอลเล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกตำแหน่ง” ส่วน Charlie Adam ชี้ว่าปัญหาของซิตี้คือการขาดความสม่ำเสมอ Shay Given เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของเกมรับอาร์เซนอล และ Rory Smith สรุปว่าถ้าซิตี้ไม่ฟื้นตัวเร็ว แชมป์คือของอาร์เซนอลแน่นอน คุณเห็นด้วยไหม?

นอกจากนี้ แฟนบอลสามารถฟังพอดแคสต์ Football Daily เพื่อฟังคลิปเต็มๆ ได้เลย สถานการณ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกยังคงตื่นเต้น อย่าพลาดนัดต่อไป!

สำหรับแฟนอาร์เซนอล นี่คือโอกาสทองในการคว้าแชมป์สมัยแรกในรอบ 20 ปี สู้ๆ ปืนใหญ่! ถ้าคุณคิดว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นของใคร คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รถมือสองหรูเกษตรนวมินทร์ The Trustmark of Used Luxury Cars

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถหรู! ถ้าคุณกำลังมองหารถมือสองหรูที่ทั้งคุณภาพดี ราคาโดนใจ และมั่นใจได้ 100% วันนี้เรามีเรื่องน่าตื่นเต้นมาบอก Motor Mall ธุรกิจรถหรูมือสองที่อยู่มานานเกือบ 40 ปี เพิ่งรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ยกระดับสู่ รถมือสองหรูเกษตรนวมินทร์ ภายใต้แนวคิด “The Trustmark of Used Luxury Cars” หรือสัญลักษณ์แห่งรถหรูมือสองที่น่าเชื่อถือที่สุดในไทยเลยทีเดียว

รถมือสองหรูเกษตรนวมินทร์ Motor Mall

รถมือสองหรูเกษตรนวมินทร์: สัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจ

คุณฐิดา หวังดำรงเวศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Motor Mall เล่าว่าธุรกิจนี้เป็นของครอบครัวที่สั่งสมประสบการณ์มานาน ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา พวกเขาคอยยกระดับมาตรฐานรถหรูมือสอง ทั้งคัดสรรรถดีๆ และบริการหลังการขายแบบเหนือชั้น ที่สำคัญคือปรับตัวเก่งมาก เช่น บุกตลาดออนไลน์ ไลฟ์ขายรถก่อนใคร และใช้ AI ช่วยจัดการทุกอย่างให้ทันสมัย ลูกค้าจึงได้ประสบการณ์ระดับพรีเมียม

การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่เริ่มใหม่ แต่คือการอัปเกรดให้ชัดเจนขึ้น จากชื่อเดิม Benz Motor Mall เปลี่ยนเป็น Motor Mall เพื่อครอบคลุมแบรนด์หรูหลายตัว ไม่ใช่แค่ Mercedes-Benz แล้ว ตอนนี้มี Mercedes-Benz, BMW, Porsche, Mini, Lexus, Alphard และอื่นๆ โดย Mercedes กับ BMW ยังเป็นหลัก 80% ของสต็อก

ภายในโชว์รูมรถมือสองหรูเกษตรนวมินทร์

ทำไมต้องเลือก รถมือสองหรูเกษตรนวมินทร์?

เพราะที่นี่โปร่งใสสุดๆ ทุกคันตรวจสอบได้ รับประกันคุณภาพ มีบริการรับซื้อรถถึงบ้านในราคาดีกว่าตลาด เอกสารครบ เงินโอนชัวร์ ทีมงานมือโปรมาดูถึงที่ ไม่ต้องกังวลปัญหาหลังซื้อ แถมศูนย์บริการเฉพาะทางสำหรับ Mercedes-Benz และ BMW อุปกรณ์ล่าสุด พร้อม Car Detailing ระดับท็อป สร้าง ecosystem ดูแลรถหรูครบจบในที่เดียว

  • คัดสรรคุณภาพ: รถทุกคันผ่านมาตรฐาน ISO 9001 ต่อเนื่อง 10 ปี
  • บริการรับซื้อถึงบ้าน: ราคาสูง โปร่งใส ปลอดภัย
  • ศูนย์ซ่อม 6 ช่อง: เทคโนโลยีทันสมัย
  • Car Detailing: ขยายเพิ่ม 6 ช่องเร็วๆ นี้
บริการรถมือสองหรูเกษตรนวมินทร์

โชว์รูมใหม่บนถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) พื้นที่ 2 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 3,500 ตร.ม. ออกแบบตาม Customer Journey ทุกสเต็ปคิดถึงลูกค้า ตั้งแต่โซเชียล แชท นัดหมาย เข้ามาชม มี Customer Lounge สบายๆ แบบ First Class เชื่อมออนไลน์-ออฟไลน์ไร้รอยต่อ

โลโก้ใหม่สุดคูล ออกแบบโดย Prompt Design เอเจนซี่ไทยระดับโลก (Top 4 โลก รางวัล 86+) ใช้สัญลักษณ์ดาวแทน Trustmark เหมือน Michelin Star หรือ 5 ดาวโรงแรม สื่อถึงคุณภาพสากล

โลโก้ใหม่ The Trustmark of Used Luxury Cars

ฟอร์มโตไม่หยุด 3 ปีล่าสุดโตเฉลี่ย 47.6% ต่อปี สต็อกพร้อมขาย 60+ คัน ได้รางวัลเพียบ เช่น Retail Experience Award, รางวัลจาก สคบ., ผู้ประกอบการดีเด่น พันธมิตร Petronas (Mercedes-AMG F1) และขายอะไหล่แท้ Part Pro Plus แถมมี Ceramic Glass Coating สูตรไทยๆ เอง

สรุปคือ รถมือสองหรูเกษตรนวมินทร์ ที่นี่คือคำตอบสำหรับคนอยากได้รถหรูมือสองแบบไม่ต้องเสี่ยง ถ้าคุณพร้อมอัปเกรดชีวิต สนใจจองชมรถหรือปรึกษาฟรี โทรหา Motor Mall ได้เลยวันนี้ รับรองไม่ผิดหวัง!

ที่มา – รถมือสองของหรู The Trustmark of Used Luxury Cars เกษตร นวมินทร์

เชสเตอร์แต่งตั้งฟิล พาร์กินสันชื่อเดียวกับกุนซือเวลส์แฮม

พวกเขาบอกว่าถ้าชนะไม่ได้ ก็เข้าร่วมด้วยซะเลย และนั่นคือสิ่งที่เชสเตอร์ได้ทำกับการแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่ของพวกเขา

แน่นอนว่าทีมแห่ง National League North คงไม่ค่อยพอใจนักที่ต้องมองดูคู่ปรับตลอดกาลอย่างเวลส์แฮมทะยานขึ้นลีกอย่างรวดเร็วภายใต้การคุมทีมของฟิล พาร์กินสัน แต่เชสเตอร์ได้แก้ปัญหาด้วยการ เชสเตอร์แต่งตั้งฟิล พาร์กินสัน เป็นกุนซือคนใหม่

หากเป็นฟิล พาร์กินสันจากเวลส์แฮมที่ย้ายจากพลาดเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพและเลื่อนชั้นติดต่อกัน 4 ครั้ง มาคุมทีมที่จบอันดับ 7 ในลีกชั้น 6 คงเป็นเรื่องน่าตกใจ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แบบนั้น

เชสเตอร์ได้ดึงฟิล พาร์กินสันอดีตกุนซืออัลทริงแฮม มาคุมทีมเพื่อลุ้นเลื่อนชั้นกลับสู่ National League หลังจากห่างหายไป 8 ปี

เชสเตอร์แต่งตั้งฟิล พาร์กินสัน: เรื่องราวสองคนชื่อเดียวกัน

ฟิล พาร์กินสันคนใหม่ของเชสเตอร์น่าจะไม่ค่อยมีโอกาสเจอกับฟิล พาร์กินสันของเวลส์แฮมในฐานะคู่แข่ง แต่ทั้งสองเคยเผชิญหน้ากันสมัยเวลส์แฮมยังอยู่ใน non-league ทั้ง 4 นัดในลีก เวลส์แฮมชนะทั้งหมด แต่ใน FA Trophy ปี 2023 อัลทริงแฮมของพาร์กินสันชนะจุดโทษเหนือเวลส์แฮม

ฟิล พาร์กินสันคนใหม่เซ็นสัญญา 2 ปีกับเชสเตอร์ และให้คำมั่นกับแฟนบอลว่า “จะนำเสนอแนวทางฟุตบอลสมัยใหม่จริงๆ เรามีวิธีการที่ชัดเจน มีเอกลักษณ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง” หากเขาสร้างความสำเร็จได้แม้แต่ครึ่งหนึ่งของชื่อเดียวกันที่เวลส์แฮม แฟนเชสเตอร์คงดีใจสุดขีด

ประวัติฟิล พาร์กินสันอดีตอัลทริงแฮม

ฟิล พาร์กินสันวัย 52 ปี เคยคุมอัลทริงแฮมตั้งแต่ปี 2020 นำทีมจบอันดับสูงใน National League North และคว้าแชมป์ FA Trophy ในปีนั้นด้วยชัยชนะจุดโทษเหนือเวลส์แฮม ก่อนย้ายไปคุมทีมอื่นและกลับมาที่เชสเตอร์ ซึ่งเป็นทีมเก่าแก่จากเมืองเชสเตอร์ ใน League Two สมัยก่อน

เชสเตอร์ตกชั้นมาอยู่ National League North หลังล้มละลายปี 2010 และสร้างใหม่จากจุดเริ่มต้น ปัจจุบันจบอันดับ 7 ฤดูกาลล่าสุด มีเป้าหมายชัดเจนคือเลื่อนชั้นกลับ National League

ฟิล พาร์กินสันของเวลส์แฮม: ตำนานผู้เลื่อนชั้นต่อเนื่อง

ในทางตรงข้าม ฟิล พาร์กินสันอีกคนคือฮีโร่ของเวลส์แฮม นำทีมเลื่อนชั้นจาก National League มาสู่ League One ในเวลา 4 ฤดูกาล ภายใต้การหนุนหลังจากฮอลลีวูดอย่างไรอัน เรย์โนลด์ส์และร็อบ แม็คเอลเฮนนี่ ทำให้เวลส์แฮมกลายเป็น現象ฟุตบอลโลก

ฤดูกาลล่าสุด เวลส์แฮมเกือบเลื่อนชั้นสู่แชมเปี้ยนชิพแต่พลาดเพลย์ออฟ ทำให้แฟนเชสเตอร์ที่เป็นคู่ปรับท้องถิ่น (แม้ต่างลีก) คงหวังว่าชื่อเดียวกันจะนำโชคมาให้

โอกาสเลื่อนชั้นของเชสเตอร์ภายใต้กุนซือใหม่

ด้วยประสบการณ์จากอัลทริงแฮม พาร์กินสันรู้จักฟุตบอล non-league ดี เขาวางแผนสร้างทีมที่แข็งแกร่ง มีเอกลักษณ์การเล่นทันสมัย เน้น possession และ pressing สูง ซึ่งคล้ายกับที่กุนซือเวลส์แฮมทำ เชสเตอร์มีแฟนบอลเหนียวแน่น และสนามเดอรี สแตเดี้ยมที่บรรยากาศดี

ฤดูกาลหน้า คงน่าติดตามว่าสองฟิล พาร์กินสันจะมีโอกาสปะทะกันหรือไม่ หากเชสเตอร์เลื่อนชั้นได้ อาจมีเดอร์บี้ที่น่าตื่นเต้น

การ เชสเตอร์แต่งตั้งฟิล พาร์กินสัน ถือเป็นกลยุทธ์ฉลาด ใช้ชื่อเสียงชื่อเดียวกันสร้างแรงบันดาลใจ นักเตะและแฟนบอลต่างคาดหวังผลงานดี หากสำเร็จ เชสเตอร์อาจตามรอยเวลส์แฮมได้

  • ประวัติการพบกัน: เวลส์แฮมชนะลีก 4 นัด แต่แพ้ FA Trophy
  • สัญญาฟิลใหม่: 2 ปี
  • เป้าหมาย: เลื่อนชั้น National League

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? เชสเตอร์จะเลื่อนชั้นได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลลีกทอน่าสนใจเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย

ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในแวดวงข่าวอาชญากรรมเมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภูเก็ตได้ทำการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยที่ส่งมาจากจังหวัดเลยไปยังภูเก็ต พบยาเสพติดเฮโรอีนจำนวนมหาศาลซ่อนอยู่ในชุดผ้าไทยสำเร็จรูปถึง 48 ชุด วิธีการที่แยบยลนี้เกือบหลุดรอดไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะความสงสัยของผู้รับจ้างหิ้ว

ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 ร่วมกับ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่ามีพัสดุต้องสงสัยส่งมาจากพื้นที่หมู่ 5 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย ปลายทางคือบ้านพักใน ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พัสดุจำนวน 2 กระสอบถูกส่งโดยบริษัทขนส่งเอกชน พนักงานส่งวางไว้หน้าบ้านโดยไม่มีใครมารับ เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวตรวจสอบเบื้องต้น

ภายในกระสอบพบชุดผ้าไทยจำนวนมาก แต่ยังไม่มีพิรุธชัดเจน ต่อมาวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายอัฐพล ผู้รับพัสดุซึ่งทำงานในสายการบินแห่งหนึ่ง ติดต่อเจ้าหน้าที่เอง เพราะได้รับการจ้างทาง Facebook Messenger ให้หิ้วชุดผ้าไทยไปส่งที่ออสเตรเลีย เขาสงสัยว่าอาจมีของผิดกฎหมายซ่อนอยู่ จึงนำกระสอบมามอบให้ตำรวจตรวจสอบอย่างละเอียด

การตรวจพบเฮโรอีนในชุดผ้าไทย

ผลการตรวจสอบช็อกทุกคน! พบเฮโรอีนน้ำหนักรวม 6.198 กก. ซุกซ่อนในซับในของชุดผ้าไทยทั้ง 48 ชุด การทดสอบด้วยชุดตรวจสารเสพติด Marquis Reagent ให้ผลสีม่วง ยืนยันว่าเป็นเฮโรอีนประเภท 1 ซึ่งผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม สภ.วิชิต พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิต พร้อม พฐ.ภูเก็ต ตรวจหลักฐานเพื่อเก็บลายนิ้วมือแฝง ก่อนเสนอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.สมศักดิ์ เปิดเผยว่า ขบวนการนี้แยบยลมาก ใช้ชุดผ้าไทยซึ่งดูปกติเป็นวัตถุปกปิดยาเสพติด จ้างคนรับหิ้วผ่านโซเชียลที่ไม่รู้ตัว ครั้งนี้จับได้ก่อนออกนอกประเทศ แต่พบว่ามีการส่งสำเร็จไปออสเตรเลียแล้ว 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลหาต้นทางจาก จ.เลย และเครือข่ายทั้งหมด

อันตรายของเฮโรอีนและวิธีการลักลอบ

เฮโรอีนเป็นยาเสพติดอันตรายที่สุดชนิดหนึ่ง สูบฉีดหรือกินทำให้เสพติดรวดเร็ว เกิดอาการหายใจล้มเหลว ตายเฉียบพลัน ขบวนการค้ายาเสพติดสมัยใหม่ใช้เทคนิคซ่อนในสินค้าทั่วไปอย่างชุดผ้าไทย ผลไม้แห้ง หรือของที่ระลึก เพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ โดยเฉพาะเส้นทางไปออสเตรเลียซึ่งเข้มงวดเรื่องยาเสพติด

  • วิธีซ่อน: ซุกในซับในชุด สินค้าที่ดูไทยแท้
  • ผู้รับจ้าง: มักเป็นคนทั่วไปที่โพสต์รับหิ้ว ไม่รู้ตัว
  • ผลกระทบ: ถ้าสำเร็จจะกระจายสู่ตลาดมืดต่างประเทศ

กรณี ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย นี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดไทย ที่ร่วมมือกันตั้งด่านเฝ้าระวังพัสดุต้องสงสัย

สำหรับประชาชนที่รับจ้างหิ้วของต่างประเทศ ควรตรวจสอบให้แน่ใจ อย่ารับงานจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาโดยไม่รู้ตัว ครั้งนี้ นายอัฐพลทำถูกที่แจ้งความทันที ทำให้ช่วยตัดวงจรได้ทัน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านตื่นตัวกับภัยยาเสพติด รายงานเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบ หากพบสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งสายด่วน ปส. 1599 เพื่อช่วยกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ที่มา – ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย

“วันนอร์” ส่งการบ้านนายกฯ สร้างเสาหลักแก้ชายแดนใต้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนๆ ในแวดวงการเมืองไทยกันหน่อยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นประเด็นสะสมมานานหลายสิบปี “วันนอร์” ส่งการบ้านนายกฯ สร้างเสาหลักแก้ปัญหาชายแดนใต้ “อนุทิน” ส่งถึงห้องทำงาน นี่คือเหตุการณ์ที่น่าสนใจมาก เพราะแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญจริงจังแค่ไหน

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 14.20 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วันนอร์” ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นไม่นาน เวลา 15.35 น. วันนอร์ก็ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ได้ไปรายงานความคืบหน้าที่ทำการบ้านมาให้ท่านนายกฯ ฟัง หลังจากที่นายกฯ มอบหมายให้ไปหาทางออกเพื่อสร้างสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

“วันนอร์” ส่งการบ้านนายกฯ สร้างเสาหลักแก้ปัญหาชายแดนใต้ “อนุทิน” ส่งถึงห้องทำงาน

วันนอร์เล่าว่า ได้ตั้งประเด็นสำคัญไว้หลายข้อ เพื่อสร้างเสาหลักให้มั่นคงสำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยเน้นที่การดูแลพื้นที่ให้ดี การให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน และการยกระดับเศรษฐกิจให้คนในพื้นที่มีความสุขมากขึ้น นอกจากนี้ นายกฯ ยังมอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปเจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่าง ซึ่งวันนอร์ในฐานะคนที่อยู่ในพื้นที่และมีประสบการณ์ผ่านรัฐบาลหลายชุด ก็มาเสริมความเห็นเพิ่มเติม

วันนอร์ ส่งการบ้านนายกฯ สร้างเสาหลักแก้ปัญหาชายแดนใต้: แผนการสำคัญที่ต้องรู้

สิ่งที่น่าประทับใจคือ หลังจากคุยกันเสร็จ นายอนุทินยังเดินไปส่งวันนอร์ถึงห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ 2 ชั้น 5 ด้วยตัวเอง แถมยังแวะเยี่ยมชมห้องทำงานอีกต่างหาก ก่อนจะเดินกลับตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม นี่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ดีและความตั้งใจจริงของผู้นำในการแก้ปัญหา

เมื่อสื่อถามถึงความคืบหน้าหลังพูดคุยกับผู้เห็นต่าง วันนอร์ยอมรับว่าปัญหานี้สะสมมานานหลายรัฐบาล การแก้ไขต้องใช้เวลาและความรอบคอบ แต่ถ้าทุกฝ่ายตั้งใจจริง โดยเฉพาะการนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติ คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ที่นายกฯ สั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่นำไปใช้ ก็จะเกิดผลดีแน่นอน

วันนอร์ยังเน้นย้ำว่า ต้องทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด เพราะเสียใจกับชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่สูญเสียไป ครอบครัวพวกเขาต้องเดือดร้อนมาก การสร้างสันติภาพต้องเริ่มจากเสาหลักที่มั่นคงทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และความยุติธรรม

  • เสาหลักที่ 1: การดูแลพื้นที่ให้เข้มแข็ง ลดช่องโหว่ความไม่สงบ
  • เสาหลักที่ 2: สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
  • เสาหลักที่ 3: พัฒนาเศรษฐกิจให้ประชาชนมีรายได้มั่นคง
  • เสาหลักที่ 4: การเจรจาสันติภาพกับกลุ่มผู้เห็นต่างผ่าน สมช.

นี่คือแนวทางที่วันนอร์เสนอ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับปัญหาไฟใต้มาอย่างต่อเนื่อง ในมุมมองของผม นี่เป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่สันติภาพยั่งยืนได้ ถ้ารัฐบาลผลักดันต่อเนื่อง

ปัญหาชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่ผู้นำอย่างนายกฯ อนุทินและวันนอร์ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่แบบนี้ ทำให้มีความหวังมากขึ้น เราเคยเห็นรัฐบาลก่อนๆ พยายามแต่ไม่สำเร็จเต็มที่ เพราะขาดการบูรณาการ แต่ครั้งนี้ดูมีทีมเวิร์คดี

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านติดตามพัฒนาการต่อไปนะครับ ถ้าคุณมีมุมมองหรือประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหานี้ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้อ่านด้วย สนับสนุนสันติภาพชายแดนใต้กันเถอะ!

ที่มา – “วันนอร์” ส่งการบ้านนายกฯ สร้างเสาหลักแก้ปัญหาชายแดนใต้ “อนุทิน” ส่งถึงห้องทำงาน